ก็เพราะจักรวาลคือคู่ขนาน

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย ต้นธาร11, 3 สิงหาคม 2018.

  1. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    ทุกคนมีความคิด สามารถจรรโลงความคิดไว้ในงานเขียนได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนเหมือนกันที่จะเขียนได้ดีโดยใจ

    การเขียนเป็นงานอดิเรกที่น่ายกย่องอย่างหนึ่ง เพราะไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้กับใครมากนัก หากแม้นเขียนแล้วเนื้อหาสาระที่ได้ก็เพียงฝนกระปิดกระปรอย ไม่ได้นำความชุ่มชื่นใดใดมาฝากแก่ต้นพืชหรือพื้นดินเลย ก็ไม่อาจกล่าวโทษได้เหมือนกัน

    เมื่อเวลาฝนทิ้งช่วงไปนานพื้นดินแล้งเป็นฝุ่น เพียงได้ความชุ่มชื่นสัมผัสผิวหน้าก็เหมือนได้ความหวังและกำลังใจต่อสู้ไปอีกวัน

    แต่กับบางคนไม่ใช่ มันเหมือนแกลังลองใจ

    ..........................................................

    เหตุไฉนไม่ตกมาชะล้างหน้าดินที่แล้งนี้ให้ชุ่มช่ำ จะรออีกกี่แล้งจะปรากฏ ให้ได้รับเพียงละอองน้ำ ก็เหมือนจะขาดใจ

    คนเขียนก็หน้านาน้อยๆ ไม่ได้ใช้ปลูกพืช ผักใดๆ ทิ้งไว้เป็นที่รกร้าง เนื่องจากการงานประจำก็มีมาก จะเอาเวลาที่ไหนปลูกพืชผักกับเค้า

    คนบ่นก็ตอบกลับมาว่า "มันน่าน้อยใจนะ คนมีเวลาแต่ไม่มีที่นาสักพืชให้ปลูกข้าวได้กิน ปลูกผักได้ปรุงอาหาร "
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 มิถุนายน 2020
  2. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    2 มิ.ย. 63

    กล่าวถึง แรกเริ่ม กำเนิด "มันตรา" เมื่อราชาแห่งความชั่วร้ายกล่าวยกย่องเธอ ในฐานะผู้ร่ายมนตร์ อสูรบังตา

    ก่อนมันตรา ถือกำเนิดไม่นาน ท้องฟ้ามืดครึ้มไป 7 วัน ดาวที่เคยระยิบระยับ ยามพระจันทร์ไม่ทอแสงบัง ก็ไม่อาจมองเห็น ทั้งที่ท้องฟ้าเปิด

    เสียงนกที่เคยออกหากินยามค่ำคืนเงียบสนิท เสมือนทุกสิ่งหยุดชงัก ยามราตรียาวนาน เกินกว่าหัวใจจะรับได้ ได้เพียงตั้งจิตอธิษฐานต่อพระรัตนตรัย เหตุการณ์นี้จงหายไปในเร็ววัน

    เมื่อมันตราถือกำเนิด ปู่ได้เอาไปเลี้ยง ไว้ที่อาศรม ในเวลาที่มันตราร้องฝูงสัตว์จะตื่นกลัวด้วยความสับสน หาทิศทางกลับบ้านไม่ถูก

    ปู่จึงถือคำสัตย์ เสกน้ำอมฤต ปิดปากเธอไว้ ก่อนรุ่งอรุณ เสียงร้องของเธอกลับเป็นเสียงเด็กอันไพเราะ เสมือนเสียงดนตรีแห่งพื้นป่าที่บรรเลงให้ความร่มเย็น

    ขณะมันตราอายุได้ 9 ปี ปู่ฤาษี ส่งนางไปอยู่กับผู้บรรทมไศรย์ หรือผู้ตื่นเพราะกิจ

    มันตราเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย นางอบรมเลี้ยงดู มันตราด้วยความรักทะนุถนอมเหมือนลูกในอก สอนสั่งสรรพวิชาให้สารพัด ก่อนจะเข้าวัยสาว 14 .... กิจหนึ่งเกิดขึ้น
    ....................

    มันตราถูกปลุกจากการบรรทม แล้วเหล่าฤาษีก็ร่ายมนตร์กำบังนางไว้ พร้อม ปิดปากนางให้สนิท เมื่อเกิดนิมิตรอัศจรรย์ยามรุ่งสางเป็นเกราะกำบังกัลปพฤกษ์ เหมือนเธออยู่ท่ามกลางแสงสว่างจ้านั่น

    นิมิตรอันรุ่งโรจน์ ปานคนโฉดแพ้สังขาร อัศจรรย์ตะวันสีแดงแข่งแรงรัศมีกับพระอาทิตย์อีกดวงที่สีนวลเยาว์

    ขณะทหารหน่วยหนึ่งนั่งฟังการรบ ต่อหน้ากบฎ พระองค์อินทร์
    พระจันทร์ก็ระยิบระยับติฉินคนส่งข่าวให้ฉันเป็นเด็กกะโปโล ขุนพลสอพลอนั่งหน้าป้อล่อ รอล้อรถหมุนตามเกวียน เสียงหัวเราะกบฎใหญ่ปากปราศรัยน้ำใจเชือดลิ้น

    เมื่อขุนนางใหญ่ไม่อาจทนฟังคำติฉินต่อฝ่ายตน จึงทำการเยี่ยงสอพลอ นำยอดทหารเอกตรงไปหน้าบัลลังค์ราชสีห์ สดุดีด้วยองค์ราม "หากแม้นการรบครั้งนี้พ่ายเพราะบำนาญน้อยเกินไป ก็ขอให้ราชสีห์ลงจากหลังคีรีที่ค้ำบัลลังค์"

    เอาละ....... เมื่อสมุนองค์รามได้ฟัง ก็ต่อติด นำเหตุนิมิตรนั้นมาบังหน้า เพราะเหตุใด มันตราจึงฝันประหลาด ปราศจากผู้ยึดถือเป็นหลักเกณฑ์

    ................
    เวลาผ่านไป....

    มันตรา ถือดี วัยสาว 14 เพิ่งมาเยือน จะเขยือนกายไปไว้ข้างหน้าคงไม่ได้ จึงถือพัดโบกสบัด ทำความเคารพต่อพระผู้มีคุณที่ช่วยค้ำจุลพระศาสนา

    ได้นำกลับมาคิด เหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่พ้นภัย เหตุไฉนขุนพลเข้ากัด ตำแหน่งมัดตัวอยู่หรือ เมื่อทบทวนด้วยการฟังความทั้ง 2 ข้าง ก็ต่อกันติด หากนิมิตรนี้เป็นของมันตรา จะเลือกข้างการฟังได้อย่างไร
    จึงหยุดทรนงตน นั่งฟังความข้างในของมันตราอีกครั้งอย่างตั้งใจ

    ...................

    เวลาผ่านไป เงื่อนไขชัดเจน มันตราไม่ใช่อสรพิษคอยขบกัดหากไม่ชี้ชวน แต่ เมื่อถึงบทลงโทษ คนโฉดทนพิษไม่ไหวขอลาตายก่อนวันอันเหมาะสม

    มันตราจึงตั้งจิตอธิษฐานต่อลม เมื่อความรักบังเกิด ตำนานทั้งสองนาง ให้นางหนึ่งหัวใจสลายลอยไปกับสายธารสร้างตำนานของตนเอง แต่อีกนางให้ขานรับด้วยชื่อ ให้สะอื้นด้วยเสียงหัวเราะ ให้ได้รักอย่างผู้แพ้ และให้โลกเป็นของเธอ เพื่อให้เธอขานรับชื่อ "มันตรา"

    และเมื่อถึงเวลา ให้ถืออาญาแผ่นดิน เนรเทศคนผิด อย่าได้กลับ ให้จองจำด้วยชื่อเสียงอัปยศ และให้นอนในรูหนู อยู่อย่างผู้แพ้ต่อสังขาร

    ..................................................
    ///ขณะได้ฟังเรื่องนี้รู้สึกอย่างไร
    *** การเคารพการตัดสินใจของผู้ใดก็ตามสำคัญมาก หากแม้นสนองเพียงความอยากก็ให้หยุด



    เมื่อนักสร้างตำนานทั้งหลายไม่อาจนำหัวใจกลับมา ตำนานที่ถูกสานต่อจะบอกผ่านผู้ที่ยังอยู่ และหากแม้นต้องการจะนำชื่อเธอกลับมาเพื่อสร้างเงื่อนไขของเวลา ผู้สานต่อ ด้วยชื่อ ที่ขึ้นต้นเหมือนกัน จะได้รับอาญานั้นไป

    หาก "มันตรา" เป็นของเธอ "มนตร์อสูรกำบัง" ก็จะเป็นของเธอด้วย ไม่ว่าท้องฟ้าจะสว่างสักเพียงใด มองได้ไกลเพียงไหน หรือเทวะองค์ใดจะบัญชาให้เปิดตาใครก็ได้ แต่สิ่งที่ใครๆ จะได้เห็นก็ยังคงเป็น "สติ" ของตัวเธอเอง

    .....................................

    มันตรานั่งหันหลัง และล้มตัวลงนอนข้างๆ หัวนอนมีดอกไม้หอมเพื่อว่าเวลาตื่นขึ้นมาจะได้ลืมความแต่หนหลัง
    .
     
  3. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    16 มิ.ย. 63
    .
    ครั้งหนึ่งฉันอยู่ในยุคที่จักรพรรดิ์เรืองอำนาจ พวกเราเข้นฆ่าประชาชนของเราเพื่อรักษาอำนาจนั้นไว้

    คุณอาจจะคิดว่านี้เป็นตอนจบของเรื่องราวล้าสมัยบอกเล่านิยายทั่วไปถึงความยิ่งใหญ่อันโสมมของใครสักคน หรือสักพวก ที่ต้องการยึดพื้นที่ีการเพาะปลูกขนาดใหญ่ไว้ในครอบครอง

    แต่ฉันเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ยิ่งใหญ่กว่าใคร แต่เนื่องจากวันวานยังขานรับด้วยชื่อที่เรียกขาน ด้วยนามที่ไพเราะ จึงยังจดจำอดีตที่แสนจะงดงาม ในวังวนแห่งปัญหา ที่ไม่อาจมองข้ามชะตากรรมไปได้

    ฉันขอเริ่มเลยแล้วกัน

    ผู้มาใหม่อาจยังไม่เข้าใจว่านี้คือตอนจบไปแล้ว ฉันนำมาเพื่อบอกว่าสิ่งใดเกิดได้และดับได้ และคงอยู่ตลอดจนความรู้สึกตัวเกิดขึ้น

    ผู้มีชะตากรรมแบบฉันมีมากกว่า 10 เราเคารพซึ่งกันและกัน เนื่องจากปัญหาทั้งปวงถูกขจัดด้วยกลุ่มก้อนที่ทรงอำนาจนี้ อาจเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มีกันเพียงหลัก 10 แต่ทุกชิ้นส่วนความคิดถูกผนึกรวมไว้ด้วยกัน เป็นแผนที่เรืองอำนาจขนาดใหญ่มหึมา เหล่าผู้มีอาญาทั้งหลายต้องการพวกเรา และกุมชะตาพวกเราไว้ด้วย เลห์เสน่หาทั้งปวง

    คุณอาจจะคิดว่าชิ้นส่วนเดียวอย่างฉัน ไม่ได้อยู่ในจุดประสงค์หลักของการเรียนรู้ แต่ฉันขอท้าทายด้วยชะตานี้ ทุกชิ้นส่วนนี้คือขุมทรัพย์ทางปัญญา และไม่ว่าคุณจะปะติดปะต่อเข้าด้วยกันด้วยวิธีไหนก็ตามผลลัพธ์ก็จะออกมาเสมอกัน
     
  4. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    .
    เมื่อผู้มีอำนาจร้องขอบอกเล่าประสบการณ์ต่างภพ และจุดจบที่สามารถผสานกันได้ลงตัว ฉันจึงนำเรื่องราวร้อยเรียง จาก 1 ไป 10 ให้ได้ฟังกันสักนิด เพื่อบอกถึงความมีอยู่จริง ของทุกสรรพสิ่งที่ล้วนสมมุติมาจากชื่อตัว
    .
    ฉันเป็นผู้มาใหม่รอเข้าแถวต่อจากเจ้านายคนก่อน คอยมองหน้าและพยักคอให้อย่างรับฟัง แต่ไม่อาจจีรังในการถือครองซึ่งคำถามและคำตอบในหัวข้อสนทนาที่เกิดขึ้นได้ จึงยังไม่ใช่ฉันที่จะบอกเล่าถึงการมาเยือนของผู้เขยือนในตนเอง แต่ เอาละ.....เมื่อปัญหาใดเกิด ถ้าไม่ดับ ก็จะตามนับกันไม่ถ้วน จึงขอดับด้วยตัวปัญหานั้นเอง
    .
    ผู้มาเยือนของเราเป็นผู้เขยือนในวังวนของเวลา หากจะนับดาราก็นานนับล้านปี แต่นี้ไม่ใช่ฉากสมมุติที่จะเนรมิตภูเขา แม่น้ำ หรือสายลม เพื่อบอกถึงการรอคอย

    ฉันมาใหม่ และคู่สนทนาของเราเป็นผู้มาเยือนจากภพที่เคลื่อนมาชนกันด้วยเวลาพอเหมาะพอดี กับวันนี้
     
  5. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    "หากคุณพบพวกเราคุณจะถามอะไร"

    เหตุการณ์มันพาไป ใยต้องใส่ใจคำถาม เมื่อคำตอบมันชี้ชัดลงตัวเองอยู่แล้ัวว่า นี้คือเวลาของเค้า ผู้เขย่าในอจินไตย เหตุไฉนยังไม่ใช้อาญาสิทธิ์

    "แผ่นทองคำเปลว"

    หากแผ่นศิลาวางด้วยฤกษ์อุปถัมภ์ ด้วยตำนานยั่งยืนคงอยู่ของพระพุทธศาสนา แต่ไฉน ดาราบนฟ้าที่พร้อมจะเปลี่ยนผันตามตำราจักรราศี ก็ยังไม่บอกว่าฤดีจะเบิกบานพออุปถัมภ์ค้ำชู บำรุงพระพุทธศาสนาได้

    ผู้มีอาญาของเราจึงปักกรด รดน้ำแปลงผัก และเฝ้านารี ผู้ไม่มีเสียงพูดในหัว ฉันจึงมาสนานและสานต่อด้วยตำนาน ที่เปล่าอ้างอิงจักรราศีทั้งปวง แต่นี้คือตอนจบแล้วนี่ จะรออะไร หรือใครต้องการจะชี้แนะก่อนกำหนด ก็ขอให้รดแปลงผักให้โต มียอดอ่อนก่อน แล้วค่อยตั้งคำถาม ตำนานสมเด็จ 7 คน 7 อย่าง แต่อย่างเดียวที่เหมือนกัน ตอนจบนี้ใครจะถือครองก็ได้ เสมอๆ แผนที่ไหนๆ ก็บอกแผนเดียวกัน จบได้ทั้ง 7 เย็นเหมือนกัน

    มีแต่ขุนพลเราคนเก่าขอฝากเกร็ดไว้

    "หากแพ้ไม่ได้ ชัยชนะที่ได้มาจะไม่หอมหวาน"

    อ้า.......ขุนพลตายเย็นคนแรก แบกกระบี่ขึ้นหลังม้า ลงมาได้เย็นเจี๊ยบ แผ่นศิลาที่ว่าแข็ง ยังทนแรงเสียดทานไม่ไหว แต่ขุนพลรู้พ่ายในอวิชา เอาชนะกาลอากาศด้วยตำนานเล็กๆ ของตัว "ตัดร่างกายได้ก็จบกิจ"

    ชิน ชิน คอยถือกระบี่ตามไม่ไหว มองตาลอย หากถือตามต้องแบกภูเขาให้เขยือนพร้อม จึงถือครองศีลสนิท ให้พิชิตที่ยอดเขาเลยแล้วกัน

    ก่อนจบวงเสวนา ก็พากันล้าหลังอยู่นานโข อาวุโสตายก่อนไปทีึหลัง ใครแพ้ก็ช่าง ขอชนะใจตัวเองก็พอ

    จบบทที่ 1 ขุนพลรู้พ่าย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มิถุนายน 2020
  6. นักรบอธรรม

    นักรบอธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มิถุนายน 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +144

    คุณต้นธาร สบายดีนะครับ
     
  7. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    .
    สบายดี มากมาย ขอบคุณมากนะที่แวะมาทักทาย
    .
     
  8. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    26 มิ.ย. 63
    .
    (ปรุงแต่ง) ฉันจะพยายามทำให้มันง่ายที่สุดสำหรับเราทั้งคู่
    .
    เมื่อวัตถุ 2 สิ่งเคลื่อนเข้าหากันภายใต้แรงดึงดูดมหาศาล จักรวาลก็เคลื่อนไปพร้อมกับสิ่งที่กำลังเกิดนี่ด้วย

    มันเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม ที่ฉันจะนำข้อความ ซึ่งไม่มีอยู่จริงมาควบรวมกับความทรงจำ ที่เปรียบเสมือนภาพถ่ายที่เคลื่อนไหวได้ แต่ถ้าความทรงจำฉันเป็นเพียงวัตถุที่จับต้องได้ เปรียบเสมือน สสารทีี่ได้รับการผสม กลมกล่อมจนให้กำเนิดสสารชนิดใหม่

    คุณคิดว่าเรื่องราวประหนึ่งน้ำไหลจากสูงลงสู่ที่ต่ำนี้เป็นของฉัน หรือ สมควรเป็นของทุกคน

    ใช่...... ฉันมีเพียงภาพความทรงจำ จนคุณให้กำเนิดเรื่องราวจากภาพเหล่านั้น ซึ่งขณะนี้ฉันก็กำลังคิดว่า มันเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรุงแต่งเรื่องราวจากภาพความเป็นจริง ของสิ่งที่เกิดและรับรู้จากจากสัมผัสทั้งปวงผสานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ถึงที่มา และที่ไป

    ตอนนี้ ฉันมีภาพถ่าย นับล้านๆ ใบ ที่ยังไม่มีใครได้ครอบครอง จนกว่าพวกคุณคนใดคนหนึ่ง จะผสานด้วยเรื่องราว ที่พร้อมเปิดสัมผัสทั้งหมดร่วมกับภาพถ่ายนั้น

    และคุณจะได้พบที่มา และที่ไป ว่าเพราะอะไรจุดจบของใครสักคน คือ ต้องเริ่มต้นที่จะหยุด ค้นหาทั้งปวง
     
  9. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    การเดินทางของฉันไม่ใช่เริ่มต้นที่จุดเล็กๆ เหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ ฉันมีจุดประสงค์ในการเรียนรู้โลกอย่างรูปธรรม และเข้าใจปัญหาอย่างเป็นระบบ นำมาซึ่งการวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา

    ฉันไม่อาจคาบเกี่ยวความเชื่อ เพื่อจรรโลงใจในแนวทางแห่งปรัชญา ที่ไม่อาจพรากสภาวะจำแลงออกไปได้ ด้วยเนื้อหาหลักของการมีอยู่จริง ไม่ได้คงอยู่เพียงสภาพ สสาร หรือ องค์ประกอบของวัตถุ ที่เคยคุ้นชิน

    คุณจะต้องวางทุกสิ่งก่อนที่จะเริ่มต้น ถ้าคุณมีอยู่ก่อนแล้วรูปแบบทางธรรมชาติจะจำลองสถานการณ์ที่คุ้นชินให้คุณ มากกว่าหนึ่งบทสรุป คุณจึงต้องพรากลักธิใดๆ ออกจากกระบวนการคิด หรือปรุงแต่ง

    มาเริ่มกันใหม่........
     
  10. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    รูปแบบจำลองสถานการณ์
    .
    เมื่อโลกเป็นเพียงวัตถุโปรงแสง อ้า...ใช่อย่างน้อยก็มีแสง องค์ประกอบอย่างอื่นเติมเต็มเข้ามา
    .
    (1)
    88...เห็นด้วยไหมว่าที่นี้ควรมีชีวิต
    66...ชีวิตเริ่มจากศูนย์นะซิ
    88...เราช่วยให้ชีวิตที่นี่เกิดขึ้นได้
    55...ฉันไม่คิดว่ามันเหมาะ
    44...เราเป็นผู้เรียนรู้ และชีวิตคือการเรียนรู้ที่สุดยอดที่สุด
    88...ถ้าเราใช้ที่นี่เป็นฐานละ
    55...อาจารย์บางคนอาจไม่เห็นด้วย
    88...แต่ถ้าเราช่วยกัน กำเนิดชีวิตย่อมสมดุลกับจักรวาลที่เราร่วมสร้างก่อนหน้าได้

    44...ถ้าชีวิตเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ เราก็ไม่ควรพลาดโอกาสนี้
    55...โอกาสไม่ได้มีครั้งเดียว แต่ถ้าทุกคนลงความเห็นว่าเหมาะ เราก็ควรร่วมมือกัน

    77...แล้ว ลองจำลองสถานการณ์ให้เสร็จในกัลป์เดียว
    44...เป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีเลยท่านอาจารย์
    ........................
    55...รูปแบบชีวิตซับซ้อนเกินไป การวางรากฐานยังไม่แน่นพอ ทำให้ชีวิตเริ่มต้น ไม่อาจควบคุมสถานการณ์บังคับร่วมกับธรรมชาติได้

    44...ต้องขอโอกาส ท่านอาจารย์ให้เริ่มต้นใหม่ โดยแบ่งองค์ประกอบของเซลล์ให้ขยายพันธ์ โดยใช้ฐานข้อมูลเดิม แล้วค่อยปรุงแต่งร่วมกับสปีชีส์สำรองที่ได้ตั้งใจไว้
    ...............................

    55...รูปแบบชีวิตไม่ให้โอกาสตนเองได้เรียนรู้ทำให้ระบบคำ้จุล จุลชีวภาพ หรือมวลสารสังเคราะห์ที่อุบัติขึ้นพร้อมโลกเกิดความขัดแย้ง ชีวิตถูกควบคุมด้วยธรรมชาติอีกครั้ง เรามาผิดทางจริงๆ

    99...่โอกาสครั้งสุดท้ายยังมี นี้เป้นครั้งที่ความถี่เกิดขึ้นเองตามแกนสมมาตร เราสามารถเชื่อมกับเจ้าชีวิตได้ ถ้าเราให้ชีวิตร่วมกันเป็นหนึ่งได้โดยธรรมชาติควบคุมที่ภายนอกและภายใน ชีวิตที่สมดุลระหว่างสปีชีส์นี้จะเกิดขึ้น โดยไม่รบกวนธรรมชาติ ความขัดแย้งนี้จะหมดไป

    ............................
    (2)
    11...ถ้าชีวิตเป็นของพวกเค้า ควรให้พวกเค้ามีสิทธิ์เลือกเอง ธรรมชาติจะสร้างบททดสอบให้กับทุกตัว โดยที่พวกเราควรเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ

    00...ร่างกายรบกวนมากเกินไป ธรรมชาติของร่างกายเรียกร้องการมีชีวิต และรบกวน เนื้อหาหลักของแกนสมมาตรนี้ เราต้องกำจัดร่างกายบางส่วนออกจากระบบ

    22...ร่างกายเป็นพาหะของเชื้อโรคได้ เราไม่ควรแทรกแซงกระบวนการปรุงแต่งโดยร่างกาย แต่ถ้าพวกเค้าเชื่อมร่างกายกับธรรมชาติ มันจะแพร่กระจาย

    33...ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงรวดเร็วพอสมควร แต่ยังไม่เร็วพอที่จะสนองการเปลี่ยนแปลงร่วมกับร่างกาย เมื่อพาหะชนิดนี้แพร่กระจายจากรุ่นสู่รุ่น การกำจัดขั้นตอนการแพร่เชื้อควรเริ่มเกิดขึ้น

    444...เราจะนำร่างกายมนุษย์กลับเข้าสู่โครงสร้างหลักและวินิจฉัยร่วมกัน
    666...ถ้ามนุษย์ยอมให้ใช้ร่างกายนะ

    55...มันเคยเป็นของเรามาก่อน สสารตัวแรกที่ให้กำเนิดเงื่อนไขชีวิต มาจากรูปธรรมที่พวกเราใช้เรียนรู้ร่วมกัน เราแค่ขอพื้นที่นั้นกลับมาทบทวน
    ......................

    (2.1)
    33...เค้าจะขัดขวางทุกวิถีทาง มนุษย์ชอบอิสระ
    88..พวกเรานี้แหละอิสระ ถ้าเผอิญพวกเค้าไม่ต้องการชีวิตแล้วละ

    ...........................
    (3)

    104...มนุษย์จะเคารพพวกคุณหรือไม่ เราไม่รู้แต่หนึ่งในนั้นคือสปีชีส์สำรองที่ได้วางเงื่อนไขไว้แล้ว และไม่อาจพรากไปจากระบบได้ พวกคุณควรหาพวกที่รับฟังคุณ

    777...ฉันมาที่นี้ตามเงื่อนไขเบื้องต้น เราให้กำเนิดและทำลาย เราสร้างและดำเนิน เมื่อพวกคุณวางเงื่อนไขว่าชีวิตเป็นของพวกคุณ เราเคารพ แต่ที่นี้เป็นบ้านหลังเดิม

    คุณควรเคารพการตัดสินใจในการมีชีวิตอยู่ของพวกเรา การที่เราแทรกแซงประวัติศาสตร์แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ นั้นเพราะพวกคุณต้องการมีชีวิตที่ทุกข์ระทมกับระบบสืบพันธ์ ที่พวกคุณวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีปัญหา

    แต่ส่วนหนึ่งในร่างกายของคุณกำลังต่อต้าน พวกคุณแค่มองปรัชญาล้าหลังและดำเนินไปในทิศทางที่คุณควบคุมได้

    แต่การมีสภาวะจำลองร่างกายยังจำเป็น คุณจึงต้องสรรหาตัวช่วยเพื่อยืดอายุ และนั้นเป็นการรบกวน โครงสร้างหลักเนื้อหาสาระของร่างกายที่เราได้มอบให้กับมนุษย์

    55...การใช้ร่างกายร่วมกับธรรมชาติ ต้องไม่มีกระบวนการปรุงแต่งด้วยสสารหรือตัวช่วยที่รบกวนธรรมชาติ หรือถ้ามีตัวช่วยต้องเป็นจุดกำเนิดเดียวกับธรรมชาติล้วนๆ กระบวนการคิดของพวกคุณค่อนข้างคับแคบ เนื่องด้วยความล้าหลักของปรัชญาสมัยใหม่ที่พวกคุณใช้ เพื่อเรียกศรัทธาในตนเอง

    .....................
    (4)

    444...การจุติอีกครั้งไม่ควรมาจากสาวกสมัยใหม่
    66...ฉันคิดว่านี้เป็นตอนจบเสียอีก
    555...เราจะเริ่มต้นด้วยตัวช่วยพิเศษ
    777...สรรหามาเพื่อท่านผุ้นำโดยเฉพาะ
    109...ไม่ทั้งหมด แค่เริ่มต้นค้นหาสปีชีส์สำรองได้แล้ว
    333...ทำไมไม่เริ่มจากที่นี้ละ
    205...บ้านไม่ควรมี 2 หลัง เมื่อหลังแรกไม่ยอมรับร่วมกับร่างกาย เราควรจำลองสถานการณ์เพื่อให้ท่านผุ้นำเลือก ร่างกายด้วยตนเอง

    666...ถ้าโลกไม่ต้อนรับพวกเค้า
    107...ที่นี้คือบ้าน โลกคือบ้านของทุกคน และกระบวนการเกิดก็เริ่มต้นจากที่นี้

    308...เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ให้ท่านกลับมาใช้ชีวิตรูปแบบเดิม

    777...สิ่งสำคัญคือเราจะเลือกชีวิตให้ หรือให้ท่านตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง เมื่อบ้านหลังนี้เป็นแหล่งสปีชีส์สำรอง และสามารถลบความขัดแย้งไปได้มากพอสมควร

    เราควรหันกลับมามองว่าพวกเราทำได้แค่ไหน

    44...ท่านจะตัดสินใจด้วยตัวเอง ภัทรกัปภ์กำลังจะจบในเวลาไม่ถึง ล้านปี การดำเนินชีวิตยังเป็นของธรรมเจ้า และรูปแบบจำลองสถานการณ์ยังจำเป็น

    777..เราควรให้พวกเค้าเรียนรู้ชีวิตร่วมกับท่าน
    77..ฉันจะกลับมาร่วมกันท่านในฐานะอาจารย์ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในการเรียนรู้ท่านจะสั่งสอนฉันทางอ้อมถึงธรรมชาติของร่างกาย และเราจะทำงานร่วมกัน โดยใช้ร่างกายของท่าน ผ่านอาจารย์ทั้งปวง
    ..............................
    (5)
    706...ถ้ามันไม่ใช่เวลานี้ละ
    374...ท่านจะเลือกเอง เราเป็นเพียงมนุษย์ รูปแบบจำลองสถานการณ์ท่านจะใส่เข้าไปเอง การตัดสินใจทั้งปวงจะเป็นของท่านผู้เดียว เราเป็นผู้มาใหม่ไม่ควรออกความเห็น

    440...แน่ใจนะว่าท่านจะกลับมา
    375...จำข้อความนี้ไว้ ...เราเป็นเ้พียงมนุษย์ การตัดสินใจเป็นของท่าน...
    และสถานการณ์นี้เป็นการจำลองเพื่อให้พวกคุณเคารพการตัดสินใจของตนเอง

    ....................
    (6)
    258...ไม่มีท่านบนโลกนานแล้ว
    44...ทุกเทศกาลพวกเราก็กลับบ้านเสมอ

    000...โลกขอต้อนรับ
     
  11. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    28 มิ.ย. 63

    เคยอ่านเรื่องนี้นานแล้ว จนลืม และแล้วเมื่อวานก็ได้เห็นคำบางคำ จนเกิดความคิดบางอย่างขึ้น ไม่แน่ใจว่าใช่เรื่องเดียวกันไหม แต่น่าสนใจดี เลยลองเขียนให้ตนเองได้อ่านอีกครั้ง
    .
    เริ่มต้นของเรื่อง
    .
    ฉันมีมุมมองที่ผิดแผลกไปจากความเชื่อหรือตำนานคาบเกี่ยวระหว่างพุทธศาสนาบางนิกาย กับความเชื่อถือในตัวบุคคล ฉันไม่ได้บอกว่าฉันไม่เชื่อ แต่ความเชื่อของฉันคือการพิสูจน์อัตตาแล้วว่า ทุกสิ่งละเอียด ที่ทุกคนอนุรักษ์ไว้ เป็นเพียงฐานข้อมูล

    ความเป็นปัจจุบันหรือการเรียนรู้ของคุณเวลานี้ มาจากข้อมูลล้วนๆ แทบไม่เห็นวัตรปฏิบัติที่เกิดผลโดยตรงเลย

    คุณก็เลยไม่เชื่อถือในฉันเพราะคุณไม่เห็นการปฏิบัติตรง แต่ข้อมูลที่ได้เคลื่อนน้อยมาก

    ซึ่งองค์ประกอบหลักๆ ที่ฉันใช้เรียนรู้ มาจาก ตัวข้อมูลมันนั้นเอง ไม่ได้มาจากพวกคุณคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าตีความว่าฉันอ่านใจพวกคุณได้ ที่ฉันอ่านได้คือข้อมูล และมันมีอยู่มากมาย ในปัจจุบันพวกคุณอาจยังไม่ทิ้งตัวตนเองไป และฉันก็ไม่บังอาจจับต้อง โดยไม่ได้รับอนุญาต

    แต่เมื่อทั้งหมดผสานรวมตัวกัน ทุกสรรพสิ่งก็ใช้คำอธิบายว่า "สมมติ" และรวมถึงข้อมูลที่ตัวตนหนึ่งของคุณเคยใช้เรียนรู้ ก็ยังเป็นสิ่งที่เรียกว่า "สมมติ"

    คุณคิดว่า "สมมติ" นี้จะหายไปกับช่วงเวลาอย่างนั้นรึ เปล่า มันเกิดและดับที่ความรู้สึกตัว ไม่ได้เกิดและดับที่ข้อมูล มันจึงไม่เคยหายไป สิ่งที่ฉันนำมาอ่านไม่ได้คือความรู้สึกตัวของคุณ แต่ไม่ใช่ข้อมูล ประสบการณ์ ต่างๆ ที่มีอยู่มากมายตรงหน้าฉัน

    มันออกจะประหลาดนะที่ฉันบอกว่า ฉันอ่านมันได้ และไม่ได้อ่านได้ด้วยรูปลักษณ์ หรืออักขระใดๆ ที่พวกคุณเคยสัมผัส แต่อ่านได้เพราะฉันเป็นอักขระนั้น

    และบรรจงที่จะทำให้คุณได้เห็น ว่าทวงทำนอง ที่ออกมาผสานกับอักขระไม่ได้แต่งแต้มด้วยความคิด หรือคำนึงถึงสัญลักษณ์ที่ปรากฎบนรากฐานความเข้าใจ

    เมื่อคุณเห็น แปลว่ามันยังไม่เกิด เพราะถ้ามันเกิดคุณจะไม่เห็น เพียงนำมันกลับมาสู่โลก ด้วยเรื่องราวที่คุณและฉันจะสัมผัสถึง อารยะที่วิวัตน์ในขณะที่โลกดับ

    "อยากเห็นมัน จงเป็นมัน"

     
  12. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    "
    แนวหนึ่งคือความคิดเรื่องลีลา (Lila) การแสดงแห่งสรวงสวรรค์

    .
    ซึ่งพรหมัน ได้จำแลงร่างเป็นโลกลีลา เป็นการแสดงหรือการละเล่น ซึ่งประกอบด้วยจังหวะจะโคนแห่งการเป็นหนึ่งได้กลายเป็นหลากหลาย และสิ่งหลากหลายได้กลับเป็นหนึ่ง
    .
    ในคัมภีร์ภควัทคีตา พระกฤษณะได้ตรัสถึงจังหวะแห่งการรังสรรค์นี้ว่า
    .
    "
    เมื่อสิ้นยามราตรี สรรพสิ่งกลับมาสู่ธรรมชาติข้า และเมื่อเริ่มวันใหม่ข้านำมันออกมาสู่ความสว่าง

    ด้วยธรรมชาติแห่งข้า ข้าเป็นเหตุแห่งการรังสรรค์ทั้งมวล และมันก็หมุนไปในวงเวียนแห่งเวลา

    แต่ข้าไม่ผูกยึดอยู่กับงานสร้างสรรค์อันใหญ่หลวงนี้ ข้า เป็น และ ข้าเฝ้าดูการดำเนินแห่งการงานนั้น"

    "
    ......
    ยามโลกต้องการการรังสรรค์จากสรวงสวรรค์ การร่ายรำด้วยท่วงทำนองที่ผสานระหว่างชายหญิง

    ด้วยศาสตร์พิธีกรรมการบวงสรวงต่อเทพเจ้า ร่างกายชายหญิงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และเปิดใจสู่ใจอีกดวง

    ร่างกายที่ปราศจากเปลือกที่ยึดไว้ด้วยโครงสร้างหรือฉันทะใดใด ได้นำทะเล และพื้นดิน กลับสู่เปลือกชั้นนอกอีกครั้ง

    ....
    การได้นำจิต วิญญาณอันบริสุทธิ์ของชายหญิงที่ละทิ้งอดีต กลับมารังสรรค์ ด้วยท้วงทำนองเหมันต์ กระหายในชัยชนะที่หอมหวาน จักรวาลก็เปิดทางสู่ข้อพิพากษ์ ว่านี้เป็นตอนจบหรือเพียงเริ่มต้นการค้นหา

    ขณะที่จิตกำลังร่ายรำด้วยท้วงทำนองแห่งธรรมชาติของชาติภพ จินตราตรีก็เปิดออก พรหมมันร่ายรำเหตุแห่งชัยชนะ วาดรังสรรค์โลกในนิยาย คล้ายราตรีที่มีแสงอุไรของอาทิตย์ที่ไม่อาจสว่างได้ เนื่องด้วยเวลานี้เป็นยามค่ำคืน

    กงล้อแห่งเวลานำเธอและเค้าหมุนกลับมาร่ายรำตำนานพฤกษาสร้างจักรวาลและเปิดโลกอีกใบ

    ขณะที่ข้าเฝ้ามองอดีตที่ไม่หวนคืน และผ่านวันอันไม่มีอยู่จริง ตำนานของสิ่งละเอียดอ่อนก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง ด้วยปรารถนาแห่งข้าดับก่อนที่ตำนานจะเกิด จึงเปิดเงือนไขสู่ข้อพิพากษ์แห่งจักรวาล

    ตำนานเป็นของเค้าและเธอ ข้าเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง โดยไร้ริษยา
    .
     
  13. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    30 มิ.ย. 63
    .
    ทั้งหมดที่เขียน ฉันแต่งขึ้นเองทั้งหมด แต่ก็มีหลายคนคิดว่านี่คือลัทธิ มโน ไม่เถียง แล้วไง คุณก็แค่ใช้ชีวิตของคุณไป ฉันก็แค่ใช้ชีวิตของฉันในแบบที่ฉันรับมือกับปัญหาได้ เราอยู่คนละโซนของความคิด

    งานเขียนของฉันจะไปสะกิดต่อมฮา น้ำตาไหลของใครก็ช่าง ก็ควรต้องขอบคุณฉันที่ทำให้ วันวันหนึ่ง ของคุณมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
    .
    ฉันเขียนมันประหนึ่งว่า มันเกิดขึ้นจริง ตรงหน้าเวลานี้ แต่เปล่า ทั้งหมดฉันแต่งขึ้นมาเอง และแอบฮ่า มาก ถ้าใครก็ตามเอาไปจำลองสถานการณ์ในความคิดของตนเอง เพราะถ้ามันมีจริงคุณไม่ต้องมองหาที่ฉัน มันจะเกิดเฉพาะตัวคุณเอง

    ไม่จำเป็นที่คุณจะนำข้อความใดๆ ไปเป็นปัญหาในชีวิต และไม่จำเป็นที่ต้องเวทนา เพราะเขียนแล้วสนุก ฉันก็จะเขียนต่อไป
    .
    .
    เป็นคำนำที่บอก นัยยะของความคิดได้ค่อนข้างตรง

    .
     
  14. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    ฉันจำลองสถานการณ์เหตุแห่งการสร้างและทำลาย
    .
    ในเมื่อวารีไม่ไหลหวนคืน วันวานยังเป็นขีดจำกัด ชาติภพยังจบไม่ได้ ไฉนเฉลยจะเกิดขึ้นทันใจปุ๊ปปัป ประหนึ่งว่า คนเขียนเป็นคนเดียวกัน

    ฉันมาที่นี่อย่างผู้รู้งาน อาจเป็นเพราะงานอดิเรกฉันมีมากกว่าหนึ่งชนิด ทำให้เวลากระชั่นชิดเกินจะรับฟัง ฉันจึงต้องแสดงบทบาทสมมติ ให้เหมือน สติสัปชัญญะเกิดมาเพื่อให้กำเนิดเรื่องราว

    เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้ ฤดีเจ้าเบิกบานดีหรือ หากแม้นวันวานขับขานตำนาน อันแสนวิเศษ เวทมนตร์ก็เกิดขึ้นได้ ฉันนำมาสนอง เพื่อเสนอตัวเป็นมิตร ด้วยจริตจากใจ ที่ไม่ได้ใส่ใจเสียงวิจารณ์ แต่จะหาญหักคำครูบา ก็ดูจะล้าหลัง ก็เลยนั่งทบทวน ให้เห็นสำนวนน้อยๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

    เอาละ....
    .
    ประวัติศาสตร์เรื่องชาติภพ จบแค่แดนเดียวคงไม่ได้ แต่จะเล่าไปก็เหมือนใส่ใคร่ตนเอง จะเจ็บปวดเสียเปล่าๆ ก็เลยนั่งเล่าพอเป็นขนม ที่นิยมกินเป็นของว่างยามบ่าย หวังว่าจะไม่หนักเกินไปที่จะรับฟังกันได้
     
  15. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    มายาวันนี้ ถูกสร้างเรื่องสรวงสวรรค์ เหตุว่าสามารถแบ่งปันขับขานกันได้จึงลงมือ บันทึก ยามบ่าย

    นางหนึ่งเป็นนางระบำชั้นปลายแถว เสียงขับขานเรียกยังไม่ไพเราะ ฤดียังจมกับค่านิยมเรื่องความสวยงาม หากแม้สนองตัณหาได้ก็ด้วยอย่างหยาบๆ แต่จะเอามาปลุกปั้นให้บันเทิง ด้วยฤดีเดียวกันก็ยังเห็นว่าไม่เหมาะ จึงนำมาเทียบเคียงพอประทังความหิว ในยามบ่าย
    .
    .
    นางเป็น นางสนองตัณหา บำเรอกามฉันทะ ฤาษีแก่ๆ ชั้นเทพประทวน วันหนึ่งข้าพเจ้า เฝ้า องค์อัม............ คอยชะเงอฟังคำถาม ก็ได้คำตอบจนหมดสิ้น หวังว่าวันนี้จะสิ้นสุดความสงสัย

    นางมาฟังความนั่งข้างฤาษี ข้าพเจ้าก็ชะเง้อมอง ปัญหาจึงเป็นที่ระบบสายตาที่ไม่อาจชำเลืองมองข้างซ้ายขวา เพราะนั่งหน้า ตาผสานกับองค์ท่าน ใจก็ประหวันว่าใครจะติฉินว่าชอบกินของเหลือเดน


    เอาเป็นว่ามาสนานใกล้ตอนจบเลยแล้วกัน

    ด้วยว่าเวลานี้ สนองตัณหากันมาพอสมควร แต่ไม่อาจรบกวนกันได้ จึงวางนางนั่งใกล้แต่ไม่ให้ใครเห็น จะเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน
    .
    .
    .

    เส้นนี้เราสรุปให้ ด้วยความทรงจำไม่มีเรื่องน่ายินดี ก็เอาเป็นว่า ฤดีใครฤดีมัน ใครชั่วช่างเค้าเราอย่าชั่วก็พอ

    .
     
  16. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    เรื่องราวทำนองล้าหลังเกี่ยวกับชาติภพ มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อพอสมควร ฉันคิดว่าต้องทบทวนด้วยเรื่องราว ที่สามารถสังเคราะห์นำมาใช้เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้ในชีวิตจริง จะดีกว่า นั่งใช้เวลาบันทึกแต่เรื่องไร้สาระ
    .
    "ฉันมาที่นี่อย่างผู้รู้งาน" เอาเป็นว่านี่คืออภินันทนาการจากเพื่อผู้หิวกระหายชัยชนะกับวันเวลาที่สวยงาม

    การเป็นตัวของตัวเอง คุณอาจจะคิดว่า ทุ่งลาเวนเดอร์ได้ออกดอกที่หน้าเวปนี้แล้ว ฉันจึงต้องนำเสนอตนเองในภาคสีสรร พอให้นิยามความคิดที่สวยหรูนี้ดูจับต้องได้จริงๆ ไม่ได้เพียงวาดฝันเพียงเทพนิยาย ปกรณัมทั่วไป

    ด้วยโลกนี้ก็เป็นหนึ่งในฉากสมมติ เสมือนตัวฉันได้เดินมาสำรวจด้วยตนเอง และรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับชาวโลก แต่นี่ยังไม่ใช่ตอนจบเพราะฉันยังไม่ได้เริ่มวาดหิมะโปรยปรายให้กับพวกคุณได้ยลกันเลย

    ไฉนเลยจะรบกับมาร โดยไม่นั่งข้างแสงสว่าง และในเมื่อราชินีของพวกเค้าก็ยังเป็นเพียงเศษเปลือกของความยโส จะเอามารข้างนอกให้ชนะแล้วมารข้างในเล่า ใครจะดูแล

    มาสนองตัณหาความอยากรู้กันเถอะ ว่าไอ้การถือดีในตัวมนุษย์ ปุถุชน ที่กินแล้วนอน นั่งร้องขอทบทวนตนเองอย่างไม่สนภาระทั้งปวง จะชี้ชวนเราเข้าสู่ภายในได้หรือเปล่า
     
  17. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    ฉันจำกัดตนเองอยู่ในกรอบของความเชื่อ เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกว่าฉันมีอยู่จริง

    ภาระในที่นี้ คือการขัดเกลาตนเอง แต่ฉันทำมันไม่สำเร็จเพราะกิเลสในใจที่ไม่อาจยับยั้งได้ ฉันจึงลงมานั่งข้างๆ พวกคุณเพื่อให้พวกคุณสนานกับความคิดของตนเอง มากกว่าจะวาดลีลา อันเป็นสาระของโลก ที่จะทำให้คุณหันกลับมามองตนเอง ว่ามารที่แท้จริงเป็นอย่างไร
     
  18. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    ขณะเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ พวกคุณร้องขอโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตที่เหลือรอดไปอย่างอิสระ

    "คำร้องขอนี้คือประสบการณ์หรือไม่"

    "ไม่.... มันคือโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่เหลือให้ดีขึ้น"

    "ฉันเพียงนั่งฟังความเห็นไม่อาจตันสินใจได้ คุณต้องลงมือทำ พวกเค้าจะขอชีวิต จากเรือลำน้อยๆ"

    "แล้วถ้าฉันไม่ตัดสินใจละ จะมีใครที่จะทำมัน"

    "ให้พวกเค้าตัดสินกันเอง"

    "อ้า...นั้นเป็นความคิดของฉันเหมือนกัน" "ใช่ ...ใครชนะก็รอด"
    "อิสระอยู่ที่การลงมือทำ ลองทำให้ฉันเห็นซิ ว่าเทพผู้แข็งแกร่งจะยืนอยู่ข้างมนุษย์คนใด"

    .
    .
    ก่อนจะจบบทนี้ ฉันจะสนองตัณหาความใฝ่รู้ของคุณ

    "เทพไม่ลงมือห้ำหันกัน ด้วยรัศมีของพวกเค้าสัมผัสได้ด้วยใจของกันและกัน เราใช้มนุษย์ผู้มีมายา สร้างตำนานเทวะ และเสนอบทที่สวยงามให้กับพวกเรา"

    ก่อนจะเป็นเทพปกรณัม ตำนานเทวะ มาจากแก่นไม้เท่านั้น เมื่อเปลือกต้องการให้เรายืนข้างพวกเค้า ตำนานเทวะกำเนิด

    เราใช้เค้าสร้างตัวตนเราด้วยตำนานความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ แลกเปลี่ยนกับประสบการณ์เล็กน้อยที่เรายื่นให้ เพื่อเปรียบเทียบผู้สนองตัณหาตนเองถึงตัวตนพวกเค้าในฐานะผู้รับใช้ที่ใกล้ชิด
     
  19. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1,251
    ค่าพลัง:
    +121,328
    1 ก.ค. 63
    .
    การจะรับเด็กคนหนึ่งเป็นลูกบุญธรรมยากไหม

    .......ไม่นะ ตอนฉันอายุ แค่ 21 ปี ฉันก็รับเด็กน้อยคนหนึ่ง และให้เธอเรียกฉันว่าแม่แล้ว ซึ่งทั้งหมดไม่มีปัญหาสำหรับฉันถ้าจะลงมือทำซะอย่าง
    .
    แล้วตอนนี้ละ

    ........คุณไม่รู้หรอกว่าทุกเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันคือสิ่งที่บอกกำลังใจได้ ความทุกข์หรือความสุข ทุกอย่างมีที่มาและที่ไป การที่เราได้พบใครสักคนที่เปิดหัวใจเราออกและทำให้รักบังเกิดอย่างท่วมท้น โดยไม่ต้องมีสิ่งกังขาหรือข้อแลกเปลี่ยนใดใดเลย มันเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก

    ........และเมื่อย้อนกลับไปมองตนเอง ณ ขณะที่ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่ คุณจะเห็นว่าเด็กสาวอายุ แค่ 20 กว่าปี ทุ่มเต็มที่ขนาดไหนเพื่อจะค้นพบความรักแบบที่ไร้เงื่อนไขทั้งปวง
    .
    คิดว่าโอกาสนี้จะเกิดขึ้นอีกไหม

    .......คงไม่ เพราะตอนนั้นฉันดื้อจริงๆ ฉันทิ้งเวลาทั้งหมดเพื่อเด็กคนนี้ อยู่ด้วยกัน ทุกวัน นอนด้วยกันเกือบทุกคืน ทำกิจกรรมที่เรียกว่าตัวติดกัน และมันเยี่ยมมากในทุกวัน
    .
    สิ่งเหล่านี้คุณได้อะไรกลับมา

    ......กำลังใจ การเสียสละ และหัวใจที่มีความรักจริงๆ ความเป็นแม่ไม่ใช่หน้าที่ สิ่งที่เราทำเพื่อลูกของเราออกมาจากหัวใจล้วนๆ ซึ่ง ณ ขณะนั้น ฉันก็ทำอย่างคนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเลย แต่ทุกวันก็ผ่านมาได้อย่างเรียบร้อย สวยงาม และน่าอิจฉาตนเองจริงๆ ที่เป็นคนแบบนี้
    .
    ทำไมถึงนึกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

    .......ขณะที่หลายๆ คนพูด พูด และพูด ยกย่อความสำเร็จจากสิ่งที่ปรากฎขึ้นด้วยตัวหนังสือ และข่มผู้อื่นด้วยถ้อยคำที่สวยหรู โดยที่ทั้งหมดเหมือนคนได้ลงมือทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่ากำลังใจมนุษย์ผู้ยังมีกิเลสจะทำได้

    ......แต่ฉันลงมือทำมันไปแล้ว ในทุกวันของชีวิต จากเด็กสาวที่ไม่มีอะไรเลย หน้าที่การงาน เงิน หรือสิ่งที่เรียกว่าความพร้อม แต่เมื่อฉันมีรักแล้ว มีรึจะไม่แลกด้วยทุกสิ่ง เพื่อให้เด็กที่พ่อแม่ไม่พร้อม ได้มีที่ยืนที่ดีที่สุดในสังคมเท่าที่จะทำได้ โดยฉันเป็นฐานของกำลังใจให้กับเด็กคนนี้

    ......สิ่งที่ฉันทำต้องใช้กำลังใจขนาดไหน คุณลองเปรียบเทียบความรักของแม่สักคนกับลูกซิ

    ......คุณคิดว่าคนที่เอาแต่พูด กับคนที่ลงมือทำจริงๆ มันต่างกันไหม ฉันไม่ได้ยกความสำเร็จจากสิ่งที่ฉันทำเพื่อข่มคุณ แต่อยากบอกคุณว่า ตัวหนังสือมันเอาชนะคนที่ลงมือกระทำจริงๆ ไม่ได้หรอก

    .......กำลังใจมันต้องสร้างจากการได้ลงมือทำ และคนที่ทำอะไรแบบนี้ได้กำลังใจย่อมไม่เล็กแน่นอน

    .
    ป.ล. ฉันเป็นแม่ที่ใช่ได้ ลูกฉันเป็นคนที่น่าทึ่ง และทั้งหมดคุ้มค่ากับอิสระภาพในวัยสาว ที่จะได้ใช้ชีวิตเพื่อเรียกร้องหาหัวใจจากความรักรูปแบบอื่น เพราะสิ่งที่ฉันได้มา เป็นรูปแบบความรักที่สูงสุดแล้วในการใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ปกติ .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กรกฎาคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...