ขอความช่วยเหลือเรื่องสมาธิหน่อยครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ห้า5, 28 สิงหาคม 2013.

  1. ห้า5

    ห้า5 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +110
    คือนั่งไปซัก45นาทีแล้ว ผมน้ำหนักเยอะและก้นกบมันแหลม ทำให้ปวดก้นกบมากๆ เส้นเอ็นตรึงเหมือนจะฉีดขาดซะให้ได้ ภาวนาวปวดหน่อปวดหน่อ จนทนไม่ไว้ซักที ผมต้องทำอย่างไรครับจึงจะก้าวหน้า ทนจนผ่านไปให้ได้เลยใช่หรือป่าวครับ ขอถามอีกซักอย่างนะครับ
    เวลานั่งไปพอนิ่งๆ หน้ามันเชิดขึ้น หรือตัวเอียงไปทางใดทางหนึ่ง เราขยับกลับมาเหมือนเดิมแล้วนั่งต่อไปหรือควรปล่อยไปไม่ต้องขยับครับ ขอบคุณทุกคำตอบนะครับ
     
  2. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    254
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,773
    น้ำหนักผมก็เกือบ 100 กิโลครับ ไม่ทราบว่าเทียบกับคุณแล้วมากหรือน้อย
    แต่ว่าผมนั่งสมาธิบนเบาะค่อนข้างหนาซักนิดนึงครับ ไม่งั้นก็แย่เหมือนกัน

    เวลานั่งแล้วรู้สึกว่าร่างกายเสียสมดุล ก็ขยับให้เข้าที่ได้ แต่ให้เอาใจประคองอารมณ์สมาธิไปด้วย

    เรื่องอาการปวด เรื่องนี้ขออนุญาต แนะนำเป็นสเต็ปๆนะครับ

    ก่อนอื่นนะครับ
    คือผมไม่เคยปวดที่หลังตอนนั่งสมาธินะครับ มีแต่ปวดที่ขา ไม่รู้ว่าจะเอาประสบการณ์ของผมไปลองใช้ดูได้หรือเปล่า
    คือ แทนที่จะเอาสติไปจ่อกับความปวด ผมใช้วิธีเอาจิตไปจดจ่อกับองค์กรรมฐานมากขึ้น
    เนื่องจากตอนที่เอาสติไปจับความรู้สึกที่ขา มันรู้สึกว่าความปวดที่ขามันจะยิ่งชัดขึ้น ชัดขึ้น
    ใจมันก็เลยก็ไปพะวง ไปพันอยู่กับความปวด แทนที่จะจดจ่อกับองค์กรรมฐาน
    ตอนหลังก็เลยใช้วิธี บังคับความรู้สึกทั้งหมดให้ไปกองอยู่กับอารมณ์กรรมฐานแทน
    โดยส่วนตัวของผม วิธีนี้แก้ปัญหาเรื่องปวดให้ผมได้ค่อนข้างดี

    ตอนหลังๆนี่ ไม่มีปัญหาเรื่องปวด เนื่องจากเข้าสมาธิท่าไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิ เลยสบายหน่อย
    วิธีก็คือ
    1.ฝึกสมาธิในทุกอิริยาบถ
    มันจะมีอยู่ไม่กี่ท่าหรอกครับ ที่เราไปแปะอยู่กับท่านั้น แล้วเข้าสมาธิได้ลื่นๆ
    อย่างของผมท่าที่สบายที่สุดคือ นั่งบนเก้าอี้มีพนักพิง แล้วยืดขาออก สบายๆ
    มือก็ไม่ต้องมาประสานบนหน้าตัก จะห้อยไว้ข้างตัว จะวางบนที่วางแขน หรือจะยังไงก็ได้
    เอาสบายตัวไว้ก่อน ถ้านั่งไม่ลำบาก ผมจะนั่งได้นาน ไม่ปวดเมื่อย จิตรวมตัวเร็วด้วย

    2.ก่อนออกจากสมาธิทุกครั้ง ให้ยอมเสียเวลาซักนิดนึง
    สังเกตุและจดจำเอาไว้ว่า อารมณ์ อาการ ลมหายใจ การผ่อน การเกร็งของร่างกาย ความรู้สึกของใจ ก่อนออกจากสมาธิของเราเป็นอย่างไร
    ครั้งต่อไป ที่นั่งสมาธิ จะได้ไม่ต้องเริ่มคลำอารมณ์ใหม่ตั้งแต่ต้น ต่ออารมณ์จากการนั่งครั้งที่แล้วของเรานั่นแหละ

    3.พอจำอารมณ์ได้แม่นแล้ว ประกอบกับเจริญสมาธิมาแล้วในทุกอิริยาบถ
    จนรู้แล้วว่าท่าทางแบบไหนของเราที่ช่วยให้เราเข้าสมาธิได้สบายตัวที่สุด
    ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหลังอีกแล้วครับ จะที่ไหน จะเมื่อไร เราจัดท่าทางของเราได้ฟรีสไตล์ตลอด
     
  3. รโชหรณัง

    รโชหรณัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    547
    ค่าพลัง:
    +732
    คำถามแรก เมื่อปวดแล้วควรกัดฟันทนหรือไม่ ตอบว่า ถ้าเราจะทดลองทนดูก็ได้ไม่ผิด แต่โดยมากแล้วการทำสมาธินั้นเพื่อให้จิตสงบลงไป ก็ควรทำแบบสบายๆโดยตัดความกังวลทั้งปวงออกไปเพื่อเอื้อต่อการปฏิบัติให้รู้จักผลของความสงบก่อน เมื่อรู้จักผลของความสงบแล้ว จึงค่อยทดลอง เรียนรู้ที่จะอดทน ต่อสู้กับเวทนาในภายหลัง เมื่อสติและกำลังจิตมีมากพอที่จะผ่าน ทุกขเวทนาไปได้

    2. การที่รู้สึกว่าตัวเอนจากฐาน เป็นอารมณ์ของจิตที่เริ่มสงบตัว ถ้าปล่อยไปจะทำให้เราเอะใจในความไม่ปรกติของสภาวะจิต จิตย่อมไม่รวมเป็นหนึ่ง ในกรณีนี้ให้ค่อยๆน้อมจิตมาสู่บัลลังสมาธิที่เป็นปรกติ จะดีกว่า

    ให้เตือนตนเองว่า จิตสงบคือเป้าหมาย ความปกติสุข คือเป้าหมาย อะไรที่เกินไปมากไปกว่าปกติให้น้อมจิตมาสู่ความปกติครับ
     
  4. octobernism

    octobernism เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2012
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +150
    แนะนำท่านเจ้าของกระทู้ถ้ามีเวลาว่าง ศึกษาเรื่องสมาธิ กับหลักสูตรครูสมาธิ กับสถาบันจิตตานุภาพ ของพระเดชพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 ดูครับ หรือถ้าอยู่ ต่างจังหวัดก็ลองเข้าไปดูสาขาใกล้เคียง ที่ samathi.com ดูครับ
    ผมเคยเรียนแล้วดีมากจริงๆครับ ทำให้เข้าใจเรื่องการทำสมาธิได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับชีวิตประจำวันครับ เหมาะทั้งผู้เริ่มต้น และผู้ที่มีพื้นฐานแล้ว พระอาจารย์ท่านสอนครอบคลุมทั้งหมด และชี้ให้เห็นสาเหตุและวิธีแก้ไข ในข้อติดขัดต่างๆด้วย
    อยากให้ทุกๆท่านลองไปเรียนดูนะครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยครับ สำหรับประสบการณ์ที่ผมได้เรียนผมรู้สึกว่าดีมากและพระเดชพระคุณท่านก็เป็นพระผู้เชียวชาญด้านสมาธิอย่างถ่องแท้ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสมากครับ
     
  5. mamanalin

    mamanalin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2012
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +146
    ขอตอบตามประสบการณ์นะคะ เมื่อรู้สึกว่าปวดให้พิจารณาว่าทุกข์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป วางใจเบาๆ ดูที่อาการปวด ขั้นตอนนี้อาจจะยากสักหน่อย แต่จะเห็นปวดค่อย ๆ ดับลงหรือปวดน้อยลง อย่าเอาใจไปจับยึดแน่นกับอาการปวดเพราะจะทำให้ปวดมากขึ้น จากนั้นก็กลับมาภาวนาที่อารมณ์กรรมฐานต่อไป
     
  6. newamazing

    newamazing เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,704
    ค่าพลัง:
    +1,381
    ลดน้ำหนักจะช่วยได้ครับ ตอนผมนั่งสมาธิครั้งแรกผม120กิโลครับ นั่งไม่ได้นานหรอกครับ นั่งได้สัก20นาทีความเจ็บก็มาแล้ว แต่ในความเจ็บนั้นแหล่ะครับมีปัญญาแทรกอยู่เราสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ถ้าเราเฝ้าดูความเจ็บนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาจริงๆ เราจะะลดความโกรธได้ดีมากครับ และในทางกลับกันถ้าเกิดความสบายเกิดขึ้นเราไปยิดีมันเท่ากับเราได้สร้างโลภะขึ้นมา ฉะนั้นทั้งความสบายและความเจ็บปวดนั้นเราสมควรจะวางใจให้เป็นกลางๆด้วยการเฝ้าดูก็จะเกิดประโยชน์ครับ ทางสายนี้จะประสบความสำเร็จนั้น อุเบกขาธรรมนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ
     
  7. Enjjoy

    Enjjoy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    72
    ค่าพลัง:
    +184
    ถ้าเข้าสมาธิให้ไวเข้าให้ได้ภายใน 5 - 10 นาที กายจะรู้สึกเบาไม่เจ็บไม่ปวด ไม่งั้นมันจะท้อแล้วก็เลิกไปไม่อยากนั่งต่อ พอมีสมาธิเล็กน้อยให้เล่นกับปีติสักแป๊บนึงเพื่อความ ชุ่มชื่น และยาวต่อไปเลยจะนั่งทั้งคืนยังได้เลย แต่ไม่แนะนำสงสารร่ายกาย
     
  8. chura

    chura เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    688
    ค่าพลัง:
    +1,971
    การที่จะทำสมาธิ ให้สงบได้ กายต้องวิเวก คือกายต้องสงบระงัย ถ้ากายปวดอยู่
    ก็ยากที่สมาธิจะเ้กิด ถ้านั่งแล้วรู้สึกว่าก้นกดทับ ก็ควรหาผ้าหรือวัสดุใดๆก็ได้มา
    รองก้นให้เรานั่งสูงขึ้นนิดนึง หรือจะนั่งขอบเตียงหรือเก้าอี้ให้ขาพาดลงมานิดนึงก็ได้
    และการนั่งสมาธิ ต้องให้สมดุลคือ ต้องเปลี่ยนอิริบาบทเป็นเดินบ้าง ให้เท่าๆกันก็ยิ่งดี
    เช่นนั่ง1ชม. เดิน1ชม. สลับกันไป


    ก่อนการนั่งสมาธิ ควรปรับร่างกายให้เรียบร้อย สังเกตุร่างกายตั้งแต่ศีรษจรดปลายเท้า
    สังเกตุว่ามีตรงไหนเกร็งๆ เราก็ทำความรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะขยับกายไล่ความตึงออก
    ไปให้หมด ตั้งแต่เส้นผม ใบหน้า หลัง ไหล่ เอว ขา ฝ่าเท้า ผ่อนคลายให้หมด แม้นกระทั่ง
    ลมหายใจ ก็สังเกตุว่าอึดอัดใหม ถ้าอึดอัดก็ผ่อนลมหายใจออกให้หมด ปรับลมหายใจให้
    โล่งเป็นปรกติก่อน ปรับทั้งกายและลมหายใจให้สงบ แล้วก็เริ่มนั่งสมาธิได้ครับ ถ้าเรา
    รู้สึกเจ็บปวดก็ขยับได้ครับไม่จำเป็นต้องฝืน เพราะความเจ็บปวดกายจะไม่สงบอันมีผลทำ
    ให้สมาธิไม่สงบ ถ้าเราดูเวทนา ความเจ็บนั้นมันเป็นทุกข์ทางกาย แต่ทุกข์ที่สำคัญกว่า
    คือทุกข์ทางใจนี่แหละ ทั้ง ทุกข์ สุข หรืออุเบกขา ก็ล้่วนเกิดและดับได้เช่นกัน ไม่ใช่เรื่อง
    จำเป็นที่ต้องไปเอาชนะความเจ็บปวดทางกายน๊ะครับ...

    ถ้านั่งแล้วหน้าเชิด หรือตัวเอียง ก็ต้องปรับให้ตรงครับ ควรเพิ่มสติ สัมปชัญญะเข้าไปด้วย
    ทุกครั้งในการนั่งสมาธิ อาจจะทำความรู้สึกที่ก้นกระทบพื้นให้เกิดความรู้ตัวทั่วพร้อมไปด้วย
    อย่าปล่อยให้ตัวเอียงหน้าเชิดเลยครับแบบนั้นไม่ดี บางคนหงายหลังตึงเลยอันตรายครับ..
     

แชร์หน้านี้

Loading...