ขอความรู้ เรื่องแสงสีขาวที่ปรกกฏตอนนั่งสมาธิ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย วิทย์ วรุณี, 5 สิงหาคม 2018.

  1. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,788
    ค่าพลัง:
    +29,291
    ถ้าจะเริ่มจากบริเวณแถวท้อง
    ที่จุดเหนือสะดือ การไปกำหนด
    อะไรขึ้นมาแล้วไปต่อ
    มันจะได้ไปทางของสัมผัสภายใน
    แต่ว่าไม่ได้ทางด้านกำลังจิตนะครับ...
    ซึ่งมันต้องมาวิปัสสนาต่อ
    ถึงจะพอเกิดการพัฒนาคุณภาพของจิตได้....

    ถ้าอยากจะได้กำลังจิต ต้องไปกำหนดอะไรก็ได้
    ตามถนัด บางคนลูกแก้ว บางคนก็นิมิตกสิณ
    บนอากาศภายนอกก่อน
    และจะดึงเข้ามาตั้งต้นที่กาย ณ จุดไหน
    ต้องใช้จุดนั้นบนกายในการบังคับนิมิตนั้นๆเข้ามา
    ในร่างกายที่สามารถทำได้ และฝึกได้
    จะมีจุดเหนือนสะดือ หน้าอก และเหนือระหว่างคิ้ว...
    ซึ่งถ้าทำได้ กำลังจิตที่ได้ มันจะได้เปรียบถ้าเรา
    จะไปต่อทางด้านปัญญาญาน มันจะทำให้เราเห็น
    ภาพกิริยาต่างๆได้ละเอียดกว่า
    การที่อยู่ดีๆกำเนิดจากในกายขึ้นมาเลย...
    และถ้าทำได้ จะซ้อนกายในกายกี่กายก็ได้
    แบบชิวๆ และสามารถทำให้เกิดกับคนอื่นๆ
    ก็ได้เป็นเรื่องปกติธรรมดา และจะไม่หลงตัวเอง
    หลงสภาวะเหมือนกรณีที่ กำหนดจุดในกาย
    แล้วทำเลยทั่วๆไปที่มักจะเป็นกัน....

    ปล. เล่าให้ฟังเฉยๆ จบ...
     
  2. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,694
    ค่าพลัง:
    +6,445
    +++ ไม่ใช่ครับ

    +++ หากใช้ภาษาแบบที่คุณพูดมา มันจะเป็น "สมมุติ (มโน)" ทันที เพราะวัตถุทั้งหลาย มีอยู่ "ตามความเป็นจริง" และไม่ใช่อากาศ

    +++ ขืนไปแปลงมันให้เป็นอากาศ ก็จะกลายเป็น "กรรมฐานหลอกตนเอง" ทันที เพราะมัน "ไม่ตรงตามความเป็นจริง" นั่นเอง

    +++ ตรงนี้ "ต้องระวังให้มาก ๆ"


    +++ เพราะภาษาที่ผมใช้ "ไม่มีสมมุติ" ผมใช้ภาษาแบบ "ตรงไปตรงมา" ตามนั้น

    +++ ระหว่าง "ผู้มอง (ตัวคุณ)" มีอยู่ ตามความเป็นจริง รวมทั้ง "สิ่งที่ถูกมอง (สัพสิ่ง)" ก็ปรากฏอยู่จริง เช่นกัน

    +++ ระหว่าง "ผู้มอง VS สัพสิ่ง" ล้วนบันจุอยู่ใน "อากาศ (ที่คุณหายใจอยู่)" เป็น "สภาวะล้อมรอบ" ตรงนี้ "เป็นสัจจธรรม" ทั้งหมด

    +++ อากาศ "มีอยู่จริง ตามความเป็นจริง" แล้วคั่นอยู่ ระหว่างกลาง "ระหว่าง ตัวผู้มอง กับ สัพสิ่งที่ถูกมอง" ซึ่งทั้งหมด "เป็นความจริง ทั้งสิ้น"


    +++ อากาศ เป็นของ "โปร่งใส" คนทั่วไปล้วน "ไม่สำเหนียก" ความ "มีอยู่" ของมัน

    +++ มันเป็น "สภาวะธรรม" ที่สิ่งมีชีวิต "ต้องใช้ ในภพนี้" ตลอดเวลา

    +++ ผู้ใด "สำเหนียก" ถึงสภาวะที่ "ตนเอง ตามความเป็นจริง ล้วนอาศัยอยู่ในอากาศ กว่า 90%" ก็จะรู้ถึง "สัพคุณ" ของมันได้เอง

    +++ มีเพียง "ส่วนเท้าเท่านั้น ที่ แตะพื้นและรับรู้ถึง น้ำหนัก" ยกเว้น อิริยาบท นั่งกับนอน ที่อยู่บน "พื้น" และสำเหนียกถึงน้ำหนัก มากกว่า

    +++ การมองอะไรก็ตาม "ล้วนต้องมองฝ่าอากาศออกไปทั้งสิ้น" ตรงนี้เป็น "สัจจธรรมเต็มใบ ไม่มี สมมุติ (มโน)" ทั้งสิ้น

    +++ นี่ "ไม่ใช่กสิณอากาศ" แต่นี่เป็น "มหาสติปัฏฐาน ที่ใช้อากาศเป็นเครื่องมือ ตามความเป็นจริง"

    +++ ซึ่งจะทำให้ได้มาซึ่ง "กายานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน" โดยที่มีอาการตรงกับ "เราตั้งกาย ไว้ใน จิต" (จิต ในวรรคนี้ คือ "รู้")


    +++ หากฝึกเล่นได้ ใน 3-10 วัน ก็จะ "รู้" ได้ว่า "จิต/กระแสจิต ส่งออก" มีอากับกิริยาอาการ (กิริยาจิต) เป็นอย่างไร

    +++ ก็จะก้าวขึ้นสู่ "จิตตานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน" ทันที รวมทั้งจะ "รู้วิธี" ในการทำ "ลหุกาย+ลหุจิต" อีกด้วย


    +++ คนส่วนใหญ่ "คุ้นกับคำว่า" หมายความว่าอย่างไร หรือ แปลว่าอย่างไร

    +++ นั่นก็คือ "อาการที่ ท่องจำ (ปริยัติ)" แต่ไม่ได้ "ทำ (ปฏิบัติ)"

    +++ ดังนั้น จึงแปลถึง "การมอง ฝ่า อากาศ" ไปเป็น "สมมุติ ให้เป็น อากาศ"

    +++ ตรงนี้เป็น "นิวรณ์ ของความฟุ้งซ่าน แบบไม่รู้ตัว" และนี่คือ "ปริยัติ ขวาง ธรรมปฏิบัติ"

    +++ ตรงนี้คุณ กำลังเดินทาง ต้องระวังให้มาก และนี่คือ ข้อแตกต่างระหว่าง "ผู้ที่ ทำให้มาก กับ ผู้ที่ ท่องจำมามาก"

    +++ และทั้งหมดนี้ คือ "ข้อแตกต่าง ระหว่าง ปริยัติ กับ ปฏิบัติ" ตรงนี้ "คุณ กำลังเดินทาง" ควรเลือก "วิถีทาง" ของคุณเอานะ


    +++ ระหว่างที่ "คุณอ่านอยู่นี้" คุณ กำลัง "สมมุติ" ให้การอ่านของคุณ "แปลสภาพเป็น อากาศ" หรือป่าว...

    +++ หรือว่า คุณกำลัง มองฝ่าอากาศ "ตามความเป็นจริง" แล้ว "รู้ทั้งตัวดีอยู่" บันยากาศ มันต่างกันหรือไม่ นะครับ
    +++ ความปรุงแต่ง เป็น "สมมุติที่ลวงตน" จะนำมาใช้เป็น "มาตรฐาน ของการปฏิบัติธรรม ในศาสนาพุทธ" ไม่ได้

    +++ หนทางสุดท้าย "มันจะส่งผลไปไหนกันแน่"

    +++ การปฏิบัติธรรมในศาสนาพุทธ ล้วน "ขึ้นต้นที่ รู้ ธรรมตามความเป็นจริง" ไม่ได้สอนให้ "สมมุติธรรมขึ้นมา แล้ว มโน เอาเอง ไปตามนั้น รวมทั้ง ลูกแก้ว ด้วย" ต้องระวังให้มาก ๆ

    +++ ดำรงค์ สติมั่น รู้ ธรรมเฉพาะหน้า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "ตั้งมโนมั่น รู้ สมมุตินิมิตเฉพาะหน้า" ไม่ว่าจะเป็น "ลูกแก้ว ขวดแก้ว" อะไรทั้งสิ้น ต้องระวังให้ดี

    +++ การ "มองสัพสิ่ง ฝ่า อากาศ" นั้นเป็นการ "ดำรงค์สติมั่น รู้ สภาวะแวดล้อม แห่ง อากาศธาตุ เฉพาะหน้า"

    +++ หากลองเล่นดูสัก 3-10 วัน ก็ควรจะได้ "วิชชา" อะไรบางประการ ติดไม้ติดมือ มาบ้าง

    +++ ให้ระวังในเรื่อง "กรรมฐานหลอกตนเอง" เพราะมัน "ไม่ตรงตามความเป็นจริง" นั่นเอง

    +++ คงคร่าว ๆ แค่นี้ก่อน นะครับ
     
  3. กบอ้วนในกะลา

    กบอ้วนในกะลา สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2018
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +7
    อนุโมทนาเจ้าของกระทู้ที่มีความก้าวหน้าครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...