ขอคำปรึกษาแก้ความกลัวของจิตครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย งูๆปลาๆ, 7 กุมภาพันธ์ 2020.

  1. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    520
    ค่าพลัง:
    +388
    มีท่านใดกลัวภาพเสือบ้างใหมครับ? แล้วทำไมท่านทั้งหลายจึงไม่กลัวภาพเสือ?
     
  2. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,733
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +11,732
  3. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    ป๋ม มะกัว ภาพเสือ....

    เพราะ มองมันเปน เจ้าแมวเหมียว

    แล้ว แมวตัวเล็กๆ กลัวไหม

    ก้ กลัวอยู่ ยังไงมันก้ สัตวดุร้าย
    แมวมันกินคนได้ นะฮับ

    แต่ถ้า จะเอา อุปาทานผุด รับรู้ได้
    แบบ แผ้ทางจีๆ ของผมจะเปน
    อ้ายแมงมุม ตัวเล็ก ตัวนิดเดียว
    ก้ กลัวแระ.....

    ก้เลยสังเกต ว่า กลัวมันตรงไหน

    ตรงแววตา ใสๆ

    ซึ่ง..พินาไป พินามา ก้ ลูกกะตา
    นี่แหละ ที่มี ฉันทะกล้า ชอบ
    เปนพิเศษ โดยเฉพาะคนพิเศษ

    พอมึ ฉันทะกล้า ที่จุดใด ก้เข้าตำรา
    ว่า มีทุกขที จุดนั้นๆ

    กลับไปที่เสือ ตามันก้ดุ แต่กลับ
    ไม่กลัว ตาเสือ ......ก้เพราะว่า

    โดยส่วนตัวมี อุปทานแก้ยาก
    ที่ชอบ แววตาแม่เสือสาว
    คนพิเศษ เลยเรียกแม่เสือ
    ว่า "เหมียวเหมียว"

    ทีนี้ ในแง่ของ ธรรมที่จะใช้
    เหนลงโลกุตระ ....

    "ให้เหน ฉันทะ เพราะเปนที่ รวมลง"

    เหนลงไปในเชิง ปัจจัยการ เกิดดับ

    พระสารีบุตร ก้ว่า ผั๊วะ ได้ในแง่นี้

    การก้าวข้าม การข้ามฝั่ง
    หรือ ขณะจิตเปน โลกุตระ
    จะ พินาได้หลาย มุม

    ถ้า พบ หนทาง รวมลง เล็ก
    ใหญ่ ใส่ชิ้นสด ก้ให้ใช้ มุม
    นั้นๆ พินาให้มากๆ

    ( ภาษาใน ตำรา จะใข้คำว่า
    จิตงอกลับ หรือ จิตหดหู่

    ถ้า สมัยใหม่ ก้ จิตอึ๊ก หรือ
    รู้ถึงฐานไหม หรือ ได้จิตไหม )
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2020
  4. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    หาก จังหวะไหน จิตมันดับ

    แล้ว ขึ้นวิถีจิต

    มันจะเหน ปฏิสนธิวิญญาน
    ว่า อะไรเปน เหตุหลักให้
    เวียนกลับมา ในโลก

    กลมๆ

    โอ้ว...นี่นมันบัก แตงโมววว

    โอ้ นั่นมันบักส้มโอวววว

    ....เฮดหยัง.....
     
  5. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    520
    ค่าพลัง:
    +388
    ผมไม่ได้กลัวครับ คำถามๆว่ามีท่านใดกลัวบ้างครับ ขออภัยท่าคำถามไม่ชัดเจนครับ
     
  6. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    ถ้าจะเอา ประวัติ พระ

    ที่ขึ้นชื่อที่สุด ว่า กลัวเสือ ก้
    ลตมหบ ....

    ตามประวัติ พี่ชายท่านรู้ว่า
    น้องกลัวอะไร พอทราบข่าว
    ว่า น้องบวชแล้ว โดนจับส่ง
    ไป ป่าเสือ ก้ร้องไห้ห่วงน้อง
    จะสึกน้องกลับออกมาให้ได้

    เดชะบุญ หากันไม่พบ หรือ
    อย่างไรไม่ทราบ

    พระเล่าประวัติ จบ ลงที่
    ได้ดีเพราะ เสือ

    พอจบตรงนี้ ก้ มักจะแตก
    ปลาเด็นไป ลพจวอนอ ที่
    จะใช้ ผา เปนที่ รวม

    หรือ ฉลาดในสัปปายะ

    ( ต้อง รวมแล้ว มีกำลัง
    มุ่งออกจาก ภพ ...ถ้า
    กลัวแล้ว ฝุ้งซ่าน ห้ามใช้ )

    ซึ่งในแง่ ขณะจิตเปนโลกุตระ

    ก้จะเปนเรื่อง จิตเหนอาการ
    ของจิตในการ "ก้าวข้าม"

    โดย ในคำเทศน ลตมหบ
    มีตอนหนึ่ง ท่านเล่าว่า
    ท่านเจอกิ่งไม้ แล้วสังขาร
    มันแปลความว่า งู กาย
    ท่านก้กระโดดโหยง
    "ก้าวข้าม" ( เข้าใจเหรอ? )
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2020
  7. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    520
    ค่าพลัง:
    +388
    เรื่อง ลตมหบ คิดว่าพอเข้าใจครับ ทั้งสองโพสก่อนหน้านี้ก้ตอบได้ชัดเจนมากครับ ฉันทะ และปติคะ พอมองเห็นเกิดดับ ก้เหมือนภาพเสือที่ไม่ใช่เสือจริงๆ อนุโมทนาครับ
     
  8. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,440
    ค่าพลัง:
    +493
    https://palungjit.org/threads/ขอคำปรึกษาแก้ความกลัวของจิตครับ.708132/

    เพราะความไม่รู้จริงของจิต..

    เพราะความไม่รู้แจ้ง..

    เพราะอำนาจของ อวิชชา..

    จึง สร้างเงื่อนไข เงื่อน ปม ต่างๆ ขึ้นมาเอง..

    "รู้" เท่านั้น "กำหนดรู้" เท่านั้น..

    "สักว่า"....."รู้เฉย"
     
  9. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    ข้อสังเกต. การเปลี่ยนไปของ. ภาษา

    วันนี้ เสนอคำว่า. "รู้แจ้ง"

    ใน. พระไตรปิฏก สบับดั้งเดิม ในส่วน
    ของ. ปฏิสัมภิทา. มีการถามตอบ
    ระหว่าง มหาเถระ ก. กับ ส.

    ส. ก้มาจาก สารีบุตร. ส่วน. ก. ( 10คะแนน)

    โดยบทสนทนา. มีการถามว่า. สัญญา
    เวทนา กับ จิต ทำหน้าที่อย่างไร. แยก
    จากกันได้ไหม

    ส. ตอบว่า สัญญา มีหน้าที่ รู้บัญญัต(รู้
    หลายอย่าง แบบฟองน้ำที่เกิดจากฝนตก)

    เวทนา จะเข้าปักบัญญัติที่ตัดสินเอามา
    เพียงจำเปนต่อวาระกรรม ที่ให้ผล

    จิต จะเปนเพียง. รู้แจ้ง สิ่งที่สัญญา
    กับเวทนา ทำหน้าที่


    อีกบทหนึ่ง. เปนเรื่อง. ปัญญา กับ จิต

    ปัญญาก้ทำหน้าที่ตัดกิเลส. แล้ว
    จิตก้เพียงแค่ รู้แจ้ง

    ก้จะเหนว่า. คำว่า. รู้แจ้ง. ในบริบท
    คำโบราณ. จิต. เปนเพียงผู้นั่งรอ
    คอยบนบัลลังก์ รับทราบ. สิ่งที่
    เจตสิกทำหน้าที่

    ดังนั้น. หน้าที่ในการ ภาวนา. ในกรณี
    ของ จิต. จึงมีแค่ "กำหนดรู้"

    คือ. เหนว่า. จิต. เปนเพียงผู้รับ รายงาน
    อย่างเดียว. และที่ทำได้แค่นั้นก้เพราะ
    ว่า. ไม่รู้

    แต่....

    คำว่า. รู้แจ้ง. ที่ปรากฏในสำนวนคนไทย
    ร่วมสมัย. กร่อนไปเปน. "กระจ่างแจ้ง"
    ( เปน การเคลื่อนไปแบบ. เอาธรรมเข้าตัว)

    ซึ่งคนที่ใช้ รู้แจ้ง แบบหลัง ก้จะ. งง
    ว่า จะบัญญัติ นิพพาน ทำไมอีก
     
  10. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    แถม

    คำว่า. กำหนดรู้ ในคนไทยสมัยใหม่
    จะไปรับ. อิทธิพลภาษามาจาก ขอม

    กำหนด จึง รับรู้ไปทางคำว่า. กฏ ข้อบังคับ

    แต่ถ้า. อ่านพระไตรปิฏกดีๆ

    พระสารับุตร. กล่าวว่า. การกำหนดรู้
    คือ อาการของจิต ที่เปน สัมมาวาจา
    ( เปน ฝ่ายโลกุตรจิต. ขณะจิตที่
    เปนจังหวะ. บรรลุธรรม อีกนัยยะหนึ่ง

    คำว่า. กำหนดรู้ทุกขสัจจ. จึงเปน
    กิจในอริยสัจจ

    แต่ถ้าไปเผลอใช้ แบบ เขมร ก้จะ
    เกิดอาการ. ประเคน สันติ ต่อ
    ฝ่ายคันธุระ ทันที ....ข้อหา ตั้ง
    ข้อบังคับ. แต่ไม่เคยลงมือทำ ไปโน้นน)
     
  11. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    [๔๙๕] ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระ
    ภาคตรัสว่า เวทนาๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไร
    หนอ จึงตรัสว่า เวทนา?

    สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ ธรรมชาติ
    ที่รู้ๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัส
    ว่า เวทนารู้อะไร รู้สุขบ้าง รู้ทุกข์บ้าง
    รู้สิ่งที่มิใช่ทุกข์มิใช่สุขบ้าง ธรรมชาติ
    ย่อมรู้ๆ ฉะนั้น จึงตรัสว่าเวทนา.

    ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระ
    ภาคตรัสว่า สัญญาๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียง
    ไรหนอจึงตรัสว่า สัญญา?
    สา. ธรรมชาติที่จำๆ ฉะนั้น พระ
    ผู้มีพระภาค จึงตรัสว่า สัญญา จำอะไร
    จำสีเขียวบ้าง จำสีเหลืองบ้าง จำสีแดง
    บ้าง จำสีขาวบ้าง ธรรมชาติย่อมจำๆ
    ฉะนั้น จึงตรัสว่า สัญญา

    ก. เวทนา สัญญา และวิญญาณ
    ธรรม ๓ ประการนี้ ปะปนกัน หรือแยก
    จากกันท่านผู้มีอายุ อาจแยกออกแล้ว
    บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้หรือไม่?

    สา. เวทนา สัญญา และวิญญาณ
    ธรรม ๓ ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจาก
    กันผมไม่อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่
    อันต่างกันได้ เพราะเวทนารู้สิ่งใด สัญญา
    ก็จำสิ่งนั้นสัญญาจำสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้ง
    สิ่งนั้น ฉะนั้น ธรรม ๓ ประการนี้ จึงปะปน
    กัน ไม่แยกจากกัน ผมไม่อาจแยกออกแล้ว
    บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้.
     
  12. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,850
    ค่าพลัง:
    +388
    เรื่องปัญญากับวิญญาณ
    [๔๙๔] ท่านพระมหาโกฏฐิกะครั้น
    นั่งเรียบร้อยแล้ว จึงถามท่านพระสารีบุตรว่า

    ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
    บุคคลมีปัญญาทรามๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียง
    ไรหนอ จึงตรัสว่า บุคคลมีปัญญาทราม?

    ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ท่าน
    ผู้มีอายุ บุคคลไม่รู้ชัดๆ เพราะฉะนั้น
    พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เป็นบุคคล
    มีปัญญาทราม ไม่รู้ชัดอะไร ไม่รู้ชัด
    ว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธนี้
    ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลไม่รู้ชัดๆ
    เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า บุคคลมี
    ปัญญาทราม.

    ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ยินดี
    อนุโมทนาภาษิต ของท่านพระสารี
    บุตรว่า ถูกละ ท่านผู้มีอายุ ดังนี้แล้ว
    ได้ถามปัญหาต่อไปว่า ดูกรท่านผู้มี
    อายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคล
    มีปัญญาๆดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไรหนอ
    จึงตรัสว่าบุคคลมีปัญญา?

    สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ บุคคล
    รู้ชัดๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค
    จึงตรัสว่า เป็นบุคคลมีปัญญา รู้ชัด
    อะไร รู้ชัดว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย
    นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี
    ปฏิปทา เพราะ ฉะนั้น จึงตรัสว่า
    บุคคลมีปัญญา.

    ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มี
    พระภาคตรัสว่า วิญญาณๆ ดังนี้
    ด้วยเหตุเพียงไรหนอจึงตรัสว่า
    วิญญาณ?

    สา. ธรรมชาติที่รู้แจ้งๆ เพราะ
    ฉะนั้น พระผู้มีพระภาค จึงตรัสว่า
    วิญญาณ รู้แจ้งอะไรรู้แจ้งว่า นี้สุข
    นี้ทุกข์ นี้มิใช่ทุกข์ มิใช่สุข ธรรมชาติย่
    อมรู้แจ้งๆ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า
    วิญญาณ.

    ก. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒
    ประการนี้ ปะปนกัน หรือแยกจากกัน
    ท่านผู้มีอายุอาจแยกออกแล้ว บัญญัติ
    หน้าที่อันต่างกันได้หรือไม่?

    สา. ปัญญาและวิญญาณ
    ธรรม ๒ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยก
    จากกัน ผมไม่อาจแยกออกแล้ว
    บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้ เพราะ
    ปัญญารู้ชัดสิ่งใดวิญญาณก็รู้แจ้ง
    สิ่งนั้น วิญญาณรู้แจ้งสิ่งใด ปัญญา
    ก็รู้ชัดสิ่งนั้นฉะนั้น ธรรม ๒ ประการนี้
    จึงปะปนกันไม่แยกจากกัน ผมไม่อาจ
    แยกออกแล้วบัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้.

    ก. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒
    ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน แต่มี
    กิจที่จะพึงทำต่างกันบ้างหรือไม่?

    สา. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒
    ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน
    แต่ปัญญาควรเจริญ วิญญาณควร
    กำหนดรู้ นี่เป็นกิจที่จะพึงทำต่างกัน
    แห่งธรรม ๒ ประการนี้.
     
  13. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    271
    ค่าพลัง:
    +121


    ในความคิดผม ครูบาอาจารย์หาธรรม มีเนื้อหาเสือเป็นองศ์ประกอบมีธรรมเป็นใหญ่ใจมุ่งนิพพาน
     
  14. 2ชาติ บรรลุธรรม. . .

    2ชาติ บรรลุธรรม. . . เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,528
    ค่าพลัง:
    +1,411
    ไม่กลัวภาพเสือ เพราะรู้ว่าภาพเสือมันเป็นแค่ภาพเสือสมมุติ
     
  15. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,440
    ค่าพลัง:
    +493
    นิพพาน ไม่ไกลไปจากตัว..

    ค้นหา ธรรม หา นิพพาน หาในกาย หนาคืบ กว้างศอก ยาว วา นี้แหละ..

    ค้นหา จาก ธรรม ภาย นอก เกิดตายอีกกัปป์ ก็หาไม่เจอ..

    หากยังกลัวตาย ก็ ยาก จะ พบ ธรรม แท้..
     
  16. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    602
    ค่าพลัง:
    +1,158
    มีท่านใดกลัวภาพเสือบ้างใหมครับ?

    ส่วนตัวไม่ได้กลัวภาพเสือ

    แล้วทำไมท่านทั้งหลายจึงไม่กลัวภาพเสือ?

    ไม่ได้คิดเชิงเบียดเบียน
     
  17. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    520
    ค่าพลัง:
    +388
    ผมว่าผมได้คำตอบแล้ว อนุโมทนาครับ
     
  18. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,966
    ค่าพลัง:
    +1,473
    แก้ให้นะ ต้องถามเขาใหม่ว่า มีท่านใด เคย รู้จักไหมคำว่า เคย กลัวภาพเสือบ้างไหมครับ? แล้วทำไมท่านทั้งหลายถึงไม่กลัวภาพเสือ? แก้อีกครั้ง ภาพเสือเมื่อเทียบกับเสือของจริงมันคนละเรื่อง ต้องถามว่า อะไรคือสัญลักษณ์ของความกลัวในจิตใจของคน ใครบ้างที่ก้าวผ่านไปได้ ทั้งที่เห็นเป็นสัญลักษณ์และความจริง แล้วเขาทำได้อย่างไร มีอะไรช่วยชี้แนะไหม นะเจ้างูๆปลาๆ คุยและเห็นมานาน ไม่น่าเชื่อว่า ลงเอยด้วยการตั้งคำถามแบบนี้นะ เจ้างูๆปลาๆ
     
  19. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,966
    ค่าพลัง:
    +1,473
    เลอะเทอะ
     
  20. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,966
    ค่าพลัง:
    +1,473
    ความกลัวที่แท้จริงมันใช่เสือหรอก เจ้างูๆปลาๆ มันคือความตาย มันคือความที่เจ้าจะไม่มีตัวตน มันคือสิ่งที่ไม่มีใครคิดจะเรียนรู้ หลังพระศาสดาปรากฏ 2500 กว่าปีมานี้ เห็นไม่ยากเลย แทนที่จะเรียนรู้ความตาย กลับไปกลัวเสือ สังเวชใจวะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...