ขอคำแนะนำการฝึก อาโป กสิณ ด้วยครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย KHANJAPHOP, 16 มิถุนายน 2013.

  1. KHANJAPHOP

    KHANJAPHOP สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    คือว่าผมเพ่งจิตคิดถึงน้ำ ในกระบอกกลมขนาดเท่าหน้า จิตผมอยู่แต่กับลมหายใจตลอดเลย พอคิดถึงกระบอกน้ำก้อระแวงการเข้าออกของลมหายใจจะผิดแปลก ผมรู้ตัวว่าถ้าเปนอย่างงี้ที่เราทำมาจะสูญไปซะเปล่า ผมเลยละการเพ่งอาโป เอาจิตมาอยู่กับลมหายใจตลอด จนได้ซักครู่หนึ่งผมรู้สึกเกร็งลมหายใจเบามาก มากจนแทบลืมไปเลยว่าหายใจ พอจิตกลับคิดเรื่องลมหายใจที่เบา ก็เกิดมีอาการวิตก จนผมถึงกับต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆตั้งสติใหม่ และทำอีกรอบ พอรอบนี้ผมเอาลมหายใจ ให้จิตเพ่งเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้พยายามเพ่งอาโปไปด้วย แต่ก็ทำไม่ได้มีความรู้สึกว่าม่านตามันมืดๆขึ้นมืดขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นสิ่งที่เราเพ่งใว้ ผมรู้สึกท้อจนไม่ใหว จนมีความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่า ขนลุกไปทั้งตัว ไม่รู้สึกเมื่อย มีแต่ความนิ่ง พอรู้สึกตัวอิกทีแม่เข้ามาเรียก บอกว่าผมนั่งไปตั้งหลาย ชั่วโมง ทั้งที่ความรู้สึกเหมือนนั่งแป๊บเดียว รบกวนผู้รู้ที่ฟังเรื่องของผมช่วยแนะนำการเพ่งอาโป และ เรื่องลมหายใจที่เบา นี่เป็นกันทุกคนใหม ผมพึ่งฝึกนั่งได้ 3 วันยู่เลยครับ ขอโทษสำหรับภาษาที่อาจทำให้ งง กัน เรื่องที่พูดมาผมสาบานว่าเป็นเรื่องจริงทุกคำคับ
     
  2. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    ความเข้าใจของคุณในด้านของกสิณยังไม่ถูกต้องนะครับ...เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะยกพระธรรมเทศนาจากครูบาอาจารย์มาให้ศึกษาในขั้นพื้นฐานนี้ก่อน เมื่อมีความรู้ความเข้าใจดีแล้วค่อยปฏิบัติให้ถูกทางต่อไปนะครับ..

    โหลดได้ตามลิ้งข้างล่างเลยครับ...


    http://palungjit.org/threads/หมวดกสิน-๑๐-ปี-2521-a.78/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มิถุนายน 2013
  3. ผ่อนกรรม

    ผ่อนกรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +400
    เผื่อมีประโยชน์ค่ะ

    อัปปนาสมาธิ

    ในทางพุธศาสนาได้วางหลักการไว้ ก่อนที่จะสร้างสรรค์สมาธิให้มีพลังอำนา

    นั้น ท่านได้

    กล่าวว่า อุบายที่ทำให้เกิดสมาธินั้น มีอยู่ ๑๐ ประการ

    เรียกว่า “ อัปปนาโกศล ๑๐ “ มีหลักปฏิบัติดังนี้

    ๑. ทำให้วัตถุภายใน และภายนอกสะอาด

    ๒. ทำอินทรีย์ให้เสมอกัน (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา)

    อย่าให้อ่อน อย่าให้กล้ากว่ากัน

    ๓. ต้องฉลาดในนิมิต คือ เครื่องหมายที่จะทำให้จิตใจแน่วแน่ มั่นคง

    ๔. ต้องประคองจิต คือ ท่าจิตเกิดความท้อถอย

    ให้ปลุกจิตให้มีความเข็มแข็งขึ้น โดยการขับไล่ความอ่อนแอให้สิ้นไปในจิต

    ๕. ให้ข่มจิต คือ ถ้าจิตมีกำลัง จิตกล้าหาญมากนัก

    ให้ลดกำลังลงมาให้พอสมควร

    ๖. จงทำจิตให้ร่าเริงเบิกบาน ในเวลาที่จิตเศร้าหมอง

    ๗. เพ่งดูจิต คือ ถ้าจิตนั้นมั่นคงดี ให้เพ่งดูเฉยอยู่ อย่าพยายามยกหรือกด อย่าทำให้

    ร่าเริง ทำจิตให้เป็นกลางๆ เอาไว้

    ๘. อย่าไปคบหากับคนอ่อนแอ จิตใจวอกแว่ก

    คือบุคคลที่มีความอ่อนไหวไม่แน่นอน หรือมีนิสัยจับจด ไม่ทำอะไรจริงจัง

    พฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวนี้ จะดึงให้ท่านต่ำลงไปด้วย

    ๙. จงมีความเลื่อมใสศรัทธาบุคคลที่มีจิตใจเข็มแข็งแรงกล้า กล้าหาญ

    มีอุดมคติ อุดมการณ์อันแน่ชัด ในการทำอะไรทำจริง

    ๑๐. จงน้อมจิตใจไปในทางที่ดี และมั่นคงต่ออุดมการณ์

    ที่มีมโนปณิทานอยู่อย่างมั่นคง

    ต่อไปนี้ เป็นวิธีวิธีสร้างสมาธิ เพื่อสร้างพลังจิตให้มี

    ประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ


    การฝึกสมาธิแบบที่ ๒

    การฝึกหัดทำสมาธิแบบที่ ๒ นี้นั้น ให้ผู้ฝึกหัดทำ

    สมาธิโดยการเพ่งดู “อาโปสิณ” คือ “วงกลมน้ำ” วิธีฝึก

    หัดมีอยู่ดังนี้

    ให้ผู้ฝึกหัดทำสมาธิตักเอาน้ำใสๆ มีสีขาวล้วนใส่ลง

    ไปในบาตร หรือในขันน้ำ ให้เต็มถึงขอบปาก เอาไปตั้งไว้

    ในที่เงียบๆ แล้วให้ผู้ฝึกสมาธินั่งให้สงบ แล้วหลับตา

    พิจารณาถึงโทษแห่งกามคุณ แล้วพิจารณาการออก

    จากกามพอสมควรแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดูแล้วหลับตานึก

    ในใจว่า “น้ำๆ” สักครู่ แล้ว ลืมตาดูอีก ทำอยู่ อย่างนั้น

    หลายๆ ครั้ง จนเห็นว่าวงกลมน้ำนั้นจับติดตาแล้ว

    จะปรากฏเห็นน้ำพ้นสีต่างๆ แล้วจะมีนิมิตเทียบเคียงเกิดขึ้น

    คือปรากฏเห็นวงกลมน้ำนั้นเหมือนกระจกมณี ใจของผู้นั้น

    จะเกิดเป็นอุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิขึ้น

    จากหนังสือ : หลวงพ่อเงิน (พุทฺธโชติ)
     
  4. พลรัฐ

    พลรัฐ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    610
    ค่าพลัง:
    +1,111
    ลมหายใจ.....ให้สบายใจ

    ลมหายใจ ควบ ภาวนา "อาโปกสินัง" พร้อมกับจำภาพน้ำ...แล้วประคองกำลังใจให้เห็นภาพ
     
  5. KHANJAPHOP

    KHANJAPHOP สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณทุกคนมากจริงๆนะคับ ผมเข้าใจมาส่วนหนึ่งแล้ว แต่การมองน้ำของผมต่อให้ใสอย่างไร พอจิตนึกสีน้ำมันจะขุ่นอยู่เสมอเลยครับ ไม่ทราบว่าผมคิดไปเองหรือว่าอย่างไร แล้วขอถามอีกเรื่องได้ใหมคับ เมื่อเราไม่ได้ทำสมาธิแต่เรายังคิดนึกภาพน้ำได้ใหมคับ แล้วเรื่องสำคัญตอนนั่ง ความรู้สึกหายใจเบามากๆนั้น นี่ผิดปกติหรือเปล่าคับ ขอโทษนะครับที่ถาม ผมพึ่งอายุ 17 ปีเอง เลยไม่มีประสบการอะไรมากเท่าไหร่ ขอบคุณคับ
     
  6. chotipala

    chotipala Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    47
    ค่าพลัง:
    +89
    ท่านนั่งสมาธิ......หลับตา.......บริกรรม.....อาโปกณินัง.......น้อมจิตไปที่...น้ำลายในช่องปากของท่าน.....นะ....สาธุ....สาธุ....สาธุ...
     
  7. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    254
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,773
    จิตยิ่งสงบ ลมหายใจจะยิ่งเบาลงครับ นี่เรื่องปรกติครับ
    พอได้นิมิตจากกสิณมาแล้ว ความสวยงามของมัน จะพาให้ลืมลมหายใจไปเองครับ

    การเพ่งกสิณน้ำ ให้มองน้ำแล้วหลับตาลงนึกถึงภาพของน้ำที่มองเห็น
    เมื่อภาพของน้ำในมโนภาพเลือนไป หรือนึกถึงภาพน้ำไม่ออก ให้ลืมตาเบาๆมองไปที่น้ำของจริงข้างหน้าประมาณ 2 - 3 วินาที แล้วหลับตานึกถึงภาพของน้ำนั้นใหม่

    ภาพของน้ำนั้นจะขุ่นหรือจะใสไม่สำคัญ ขอให้เป็นภาพที่เรานึกถึงแล้วเราเข้าใจว่า นี่"น้ำ" ก็พอครับ

    ถ้าไม่ได้ฝึกอานาปานุสติ ไม่ต้องไปนั่งสังเกตุลมหายใจนะครับ สนใจแต่ภาพน้ำก็พอ
    เมื่อจิตนิ่งจนเข้าเขตุอุปจารสมาธิแล้ว ถ้าประคองจิตมาถูกทางนะครับ จะเห็นภาพของน้ำที่เรานึกถึง ลอยเด่นขึ้นมาเหมือนของจริงทุกอย่าง

    ในเบื้องต้น ลมหายใจใช้ประคองคำภาวนา คำภาวนาใช้ประคองรูปที่นึกถึง
    แก่นของกสิณคือการนึกถึงรูปและควบคุมรูปที่นึกถึงได้
    ลมหายใจใช้เป็นฐานกำกับจังหวะของคำภาวนาให้คงที่เท่านั้น อย่าไปให้ความสนใจมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นอานาปานุสติไปซะก่อน
     
  8. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,437
    ค่าพลัง:
    +35,909
    เอาตามหลักการตามข้างบนที่แนะนำมาก่อน..ทำให้ได้ตามที่แนะไว้
    ก่อนเดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกทีครับ..แต่อย่าไปซีเรียสเรื่องที่ว่าหลับตาแล้วจะต้องเห็นภาพ
    น้ำนะครับ.เพราะว่าธรรมชาติของน้ำปกติจะใส จะไม่เหมือนฝึกกสิณสี หรือกสิณพระที่จะพอมีภาพให้เห็นบ้าง.

    .กสิณน้ำภาพจะปรากฏเริ่มต้นต้องเวลาที่จิตเริ่่มมีความเป็นทิพย์หรือที่เรียกว่าเข้า
    สู่ช่วงอารมย์อุปจารสมาธินะครับส่วนที่ภาพน้ำเราเห็นแล้วยังไม่ใส.
    ก็จะเป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันไม่ต้องไปกังวลหรือใส่ใจอะไร..

    เพราะจิตคุณน้องเป็นประเภทที่ทางปฏิบัติเค้าเรียกว่าละเอียด..ยังไงมันต้อง
    ผ่านทุกขั้นตอนอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้แน่นอนครับ..และมีข้อดีตรงที่ว่าถ้าผ่าน
    ไปแล้วใครมาถามอะไรเราจะอธิบายและตอบได้หมด.เด่วซักวันจะเข้าใจได้เอง
    เรื่องที่พูด ณ ตอนนี้

    .และช่วงนี้จะสามารถเห็นภาพน้ำแปลกๆได้ประมาณ ๗ ถึง ๘ อย่างเช่น มองเห็นเป็นสีเขียวๆบ้าง ดำๆ เหลืองๆขุ่นๆบ้าง
    บางทีก็เป็นคลื่นซัดเข้าฝั่งเหมือนชายทะเลบ้าง บางทีก็น้ำแยกออกจากกันบ้าง
    บางทีก็เป็นคลื่นยักษ์บ้าง แต่สังเกตุได้
    พวกเป็นคลื่นทั้งหลายยังไงก็มีฟอง แต่จะเห็นเป็นภาพอย่างไร
    ถ้าน้ำยังไม่ใสเหมือนน้ำจริงๆและมีคลื่นแบบที่มีฟองยัง
    ไม่ต้องสนใจเพราะไม่มีประโยชน์.

    แต่จำเป็นต้องผ่านตรงนี้ไปให้ได้ก่อน..ที่จะเริ่มต้นเห็นภาพน้ำใสแต่ไม่นิ่ง.
    มีคลื่นแต่ไม่มีฟอง..ถึงจุดนี้ได้เมื่อไรให้มาว่ากัน..ช่วงนี้ให้รักษาศีลให้ดี.
    และควรงดๆเรื่องอกุศลกรรมต่างๆไว้ก่อน.ที่สำคัญถ้าฝันว่ามีเรื่องต้องทำร้ายใคร
    ให้ระวังจุดนี้ให้ดีๆครับ

    ถ้าทำตรงนี้ร่วมด้วยจะทำให้ไปถึงจุดที่ น้ำใสเป็นของจริงมีคลื่นแต่ไม่มีฟอง
    ทำได้แล้วค่อยมาถามต่อนะคับ.ถึงตอนนั้นจะหลับตาหรือลืมตาก็เห็นได้.
    ส่วนระบบหายใจให้ใช้ลมสามฐานหรืออาปาฯนะคับหรือหายใจให้ถึงท้อง

    .เพราะเป็นระบบลมหายใจที่ละเอียดกว่า การหายใจมาหยุดที่หน้าอกเหมือนในชีวิตประจำวัน.
    เพราะว่าต่อไปจะเป็นระบบการหายใจปกติสำหรับการฝึกกสิณ.
    และการฝึกจำภาพน้ำของน้องให้ย้ายจากการจำในหัว
    และการพยายามมองผ่านลูกนัยต์ตาทั้ง ๒ ข้างในขณะหลับตา ให้มาอยู่ที่ระหว่างคิ้วแทน

    และย้ายการจำจากในหัวในระหว่างวันให้ย้ายภาพน้ำมาตรงกลางลิ้นปี่แทน
    เพราะเป็นการสร้างทิพยจักขุไปในตัวเนื่องจากมีความจำเป็นสำหรับการฝึกกสิณน้ำ

    เพราะธรรมชาติของน้ำใส.ไม่มีการสะท้อนแสงของสีมาติดที่เปลือกตาเหมือน
    กสิณอื่นๆที่มีสีได้..ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้การสร้างภาพน้ำให้เข้าสู่
    อุปจารสมาธิจะใช้เวลานานมากๆๆ.อาจทำให้ท้อกว่าจะทำได้ครับ..ฝากเรื่องนี้ไว้อีกประเด็นนะคับ
    สวัสดีครับ;)
    .​
     
  9. KHANJAPHOP

    KHANJAPHOP สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณพี่ๆ น้าๆทุกคนมากนะคับ ผมน่าจะเจอเว็บดีดีกับพวกพี่ๆน้าๆดีดีแบบนี้ตั้งนานแล้ว ผมดันไปเจอแต่เว็บเกม เว็บโป๊ เว็บการพนันก่อน ผมอยากให้คนรุ่นผมเจอคนดีดีแบบพวกน้าๆ บ้าง ผมยู่แต่ใน ชีวิตเสเพล กลับตัวในตอนนี้ได้ผมเริ่มภูมใจแล้วครับ 55 แต่ผมถามพวกพี่ๆบอร์ดอื่น เค้าบอกผมไม่เหมาะกับอาโป เพราะผมมี จริต เป็นโทสะ แต่ผมก้อไม่อยากจะเปลี่ยน กสิณหลอกครับเพราะผมฝึกมาใกลแล้ว ขอบคุณพวกพี่มากนะคับ ผมจะฝึกให้ได้คับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...