ขอคำแนะนำครับ เพิ่งเริ่มฝึกโอทาตกสิณ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย marineboy51, 8 กุมภาพันธ์ 2011.

  1. marineboy51

    marineboy51 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2007
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +46
    สวัสดีครับ ผมเป็นคนนึงครับที่สนใจการทำสมาธิแบบใช้การเพ่งกสิณ และเพิ่งเริ่มฝึกมาได้ไม่นาน ประมาณ 2 สัปดาห์ โดยผมเลือกฝึกกสิิณสีขาวครับไม่ได้อยากได้อะไรมากไปกว่าได้สัมผัสกับ สมาธิ เพื่อที่จะได้ไว้ใช้พัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปในทางธรรม มีข้ออยากถามท่านที่เคยปฏิบัติมาก่อนว่า เวลาหลับตาลง หลังจากมองแผ่นกสิณแล้วนี่ ภาพที่เห็นหลังจากหลับตามันควรจะเป็นสีอะไรครับ เพราะผมเห็นเป็นวงกลมสีดำ มีขอบสีขาว แต่พอทำไปสักพัก ก็จะเห็นวงกลมจากสีดำเป็นสีเทาๆขึ้นมาบ้าง อยากทราบครับว่า ที่ถูกแล้ว พอหลับตาแล้วต้องเห็นเป็นสีขาวเลยรึเปล่าครับ แล้วอีกอย่างนึง คือเวลาหลับตาเพ่งไปที่ภาพกสิณ ลูกตามันคอยจะยุกยิกน่ะครับ มันไม่นิ่งอยู่กับที่ เหมือนมันคอยจะตามไปมองภาพกสิณตลอด ประมาณว่ากลัวภาพจะหายไปน่ะครับ แล้วถ้าตาขยับ ภาพมันก็จะหายไปจริงๆซะด้วยสิครับ ฮะๆๆ อันนี้ไม่ทราบว่ามือใหม่จะเป็นแบบนี้รึเปล่าครับ และก็อีกอย่าง เวลามาหาข้อมูล จะได้ข้อมูลเยอะมาก จนบางครั้งสับสน นี่ก็พยายามไม่สนใจแล้วครับ คิดว่าจะตั้งใจปฎิบัติจริงๆจังดูสักตั้ง แต่มีข้อสงสัยเลยเข้ามาขอความเห็นจากพี่ๆ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ ขอขอบพระคุณครับ
     
  2. spharm

    spharm เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    133
    ค่าพลัง:
    +389
    ไปวัดยานนาวาครับ มีสอนวันอาทิตย์ตอนบ่ายโมง แต่งกายธรรมดานี่แหละ ฟรี
    กสิณสีขาวเมื่อฝึกใหม่ๆจะได้ภาพที่ตรงกันข้ามคือเห็นเป็นสีดำ ทำอีกนานกว่าจะหลับตาแล้วเห็นเป็นสีขาว
     
  3. marineboy51

    marineboy51 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2007
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +46
    ขอบคุณครับผม
     
  4. ซาตานคลั่ง

    ซาตานคลั่ง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    496
    ค่าพลัง:
    +1,449
    ที่ผมทำไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งจะถือว่าผมทำผิดหรือทำถูก ผมก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน เพราะรู้แค่ว่า ผมทำทั้งๆที่กระบังลมหยุดทำงานชั่วขณะ

    ผมทำอย่างนี้ ผลที่ได้เป็นอย่างนี้

    - ผมคิดถึงอะไรก็ได้ที่เป็นสีขาว ที่ง่ายที่สุดคือ หลอดไฟตรงหัวเสาประตู(ตามบ้านหรือตามคฤหาสหลังใหญ่ๆส่วนมากจะมีกัน คงคิดภาพออกนะ) คิดถึงความเป็นสีขาว จนภาพมันลอยอยู่ในความคิดได้โดยไม่บังคับสมองมากมายก็ให้ความสำคัญกับลมหายใจเข้าออกไปด้วย คือคิดถึงความเป็นสีขาวไปด้วย รู้ลมหายใจไปด้วย จนกระบังลมหยุดขยับไปซะเฉยๆ


    จากภาพหลอดไฟสีขาว หลอดไฟมันกลายเป็นเพชรไป

    ก็เลยนึกสนุก ลอง(คิดว่า)ทิ้งร่างกายไปไม่เอามันแล้ว ขอไปอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ที่พระนิพพาน กระบังลมเริ่มขยับนิดหน่อย ก็ไม่สนใจ ปล่อยให้ขยับไป สักพักก็หยุดขยับ

    จากภาพเพชรสีขาว กลายเป็นเพชรมีสีรุ้งเหมือนฟองสบู่หรือฟองผงซักฟอกที่ต้องแสงไฟ ก็สวยดี

    ไม่เหมือนของวัดยานนาวาแฮะ ผมทำถูกหรือผิดไม่รู้สิ แต่ที่จำขึ้นใจจากเทปของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(ความจริงต้องบอกว่า mp3 ไม่ใช่เทป)

    "เพ่ง นี่แปลว่าจำ ไม่ใช่จ้อง เขาให้จำ คนที่ไปจ้องจนแสบตา น้ำตาไหล นั่นเขาเรียกทำเกินครู"

    ขอเพิ่มเติมนิดหน่อย...
    บางครั้งก็ไม่ได้นึกอะไรที่เป็นสีขาวหรอก แต่แค่พอใจสบาย แบบว่า ใจสบาย คือสบายใจจริงๆ ลองนึกในใจว่าขอกสิณสีขาวจงปรากฎ แค่นั้นแหละ อะไรโผล่มาไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นสีขาว หรือบางทีจับภาพพระแล้วเกิดนึก ขอภาพพระจงกลายเป็นกสิณสีขาว ภาพพระก็เป็นสีขาวโพรน ก็คิดถึงภาพนั้นไปเรื่อยๆพร้อมกับรู้ลมหายใจเท่าที่จะรู้ ผลที่ได้ก็เหมือนกัน

    แต่ถ้าต้องการสีขาวแล้วเห็นสีอะไรไม่รู้ก็คือเริ่มเพี้ยนแล้ว ใช้ไม่ได้แล้ว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  5. ซาตานคลั่ง

    ซาตานคลั่ง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    496
    ค่าพลัง:
    +1,449
    แต่ส่วนใหญ่ผมไม่ได้เล่นกสิณสีขาวหรอก จับภาพพระซะส่วนใหญ่ และเล่นกสิณแสงสว่าง คือขอภาพพระให้กลายเป็นกสิณแสงสว่าง แล้วจะเห็นภาพพระเปล่งแสงออกมาสว่างจ้าไปเลย แล้วก็เอาภาพนั้นแหละ เป็นกสิณแสงสว่าง


    ที่ว่าไปทั้งหมด ผมยังไม่เคยอธิษฐานให้น้ำแข็งเป็นดินได้ตามต้องการสักที
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  6. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    ภาพกสิณนี้ใช้ใจจำภาพนะครับ.....จริงๆแล้วไม่ได้ใช้ตาจำภาพนะครับ.....

    ไม่ทราบว่าไปศึกษาที่สำนักวัดยานนาวาหรือเปล่านะครับ......ถ้าศึกษาที่นั่นจะเอาแบบจากที่นั่นก็ได้นะครับ.....เคยเห็นวิดีทัศน์ครั้งหนึ่งของวัดยานนาวา...ก็เป็นตามลักษณะตามที่ จขกท ปฏิบัติ....ก็ถือว่าน่าจะถูกสำหรับผู้ฝึกใหม่นะ.....

    ตอนผมฝึกนั้น....ก็ฝึกอย่าง คุณ <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->ซาตานคลั่ง<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_4354589", true); </SCRIPT> ฝึกนั่นหละนะครับ.....ผลเป็นที่น่าพอใจ.....เอางีั้แล้วกันเดี๋ยวให้ลิงค์ไว้โหลดไปฟังนะครับ...จะได้รู้วิธีปฏิบัติตามแบบหลวงพ่อฤาษี...เพราะผมก็ฝึกกันตามแบบนี้....แบบวัดยานนาวาไม่ทราบครับ....เพราะไม่เคยได้ไปฝึกจากสำนักนั้น.....



    หมวดกสิน ๑๐ ปี 2521<!-- google_ad_section_end -->

    <HR style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff; COLOR: #ffffff" SIZE=1>Artist: หลวงพ่อ ฤาษีลิงดำ


    <FIELDSET class=fieldset><LEGEND>ไฟล์แนบข้อความ</LEGEND><TABLE border=0 cellSpacing=3 cellPadding=0><TBODY><TR><TD width=20><INPUT id=play_299 onclick=document.all.music.url=document.all.play_299.value; value=attachment.php?attachmentid=299 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>หมวดกสิน 10 ม้วนที่1a.mp3 (3.19 MB, 17713 views)</TD></TR><TR><TD width=20><INPUT id=play_300 onclick=document.all.music.url=document.all.play_300.value; value=attachment.php?attachmentid=300 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>หมวดกสิน 10 ม้วนที่1b.mp3 (3.00 MB, 6871 views)</TD></TR><TR><TD width=20><INPUT id=play_30338 onclick=document.all.music.url=document.all.play_30338.value; value=attachment.php?attachmentid=30338 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>01.กสิณ๑๐ (2521) ม้วน 1 หน้า A.mp3 (6.64 MB, 2764 views)</TD></TR><TR><TD width=20><INPUT id=play_30339 onclick=document.all.music.url=document.all.play_30339.value; value=attachment.php?attachmentid=30339 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>02.กสิณ๑๐ (2521) ม้วน 1 หน้า B.mp3 (6.49 MB, 2238 views)</TD></TR><TR><TD width=20><INPUT id=play_30340 onclick=document.all.music.url=document.all.play_30340.value; value=attachment.php?attachmentid=30340 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>03.กสิณ๑๐ (2521) ม้วน 2 หน้า A.mp3 (6.48 MB, 2434 views)</TD></TR><TR><TD width=20><INPUT id=play_30341 onclick=document.all.music.url=document.all.play_30341.value; value=attachment.php?attachmentid=30341 type=radio name=Music>ฟัง</TD><TD>[​IMG]</TD><TD>04.กสิณ๑๐ (2521) ม้วน 2 หน้า B.mp3 (6.75 MB, 2246 views)</TD></TR></TBODY></TABLE></FIELDSET>
    <SCRIPT type=text/javascript><!--google_ad_client = "ca-pub-3613660359512476";/* 300x250 */google_ad_slot = "9338204229";google_ad_width = 300;google_ad_height = 250;//--> </SCRIPT><SCRIPT type=text/javascript src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"> </SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/r20101117/r20110202/show_ads_impl.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/expansion_embed.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://googleads.g.doubleclick.net/pagead/test_domain.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/render_ads.js"></SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT><!-- google_ad_section_start -->หมวดกสิน 10 สอนปี 2521

    เสียงเทศน์เดี่ยวกันแต่ต่างที่คุณภาพ อันหลังคุณภาพดีกว่า<!-- google_ad_section_end -->


    <SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/r20101117/r20110202/show_ads_impl.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://googleads.g.doubleclick.net/pagead/test_domain.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/render_ads.js"></SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("ads_core.google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT>
     
  7. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    ถ้าทำกสิณสีขาวนะ แล้วอยากจะรู้ว่า การเพ่ง หรือ จดจำ หรือ ใคร่ครวญระลึก
    นี้ต่างจาก การเห็นด้วยตาอย่างไร ผมมีวิธีทดสอบ การใช้อยาตนะ ระหว่าง ตา
    กับ มโน

    คุณลองลืมตา ทำจิตใจให้สดชื่น สดใส ไม่หนัก ไม่หน่วงที่ตา แล้ว ยกมือ
    ขึ้นมา แล้วลองวางภาพซ้อนลงไปที่มือของเราให้เห็น "ข้อกระดูกนิ้วมือสีขาว"
    ที่อยู่ภายใต้หนังสีเหลืองๆนั่น

    พอเริ่มรู้สึกว่า นึกภาพออก มีภาพกระดูกเป็นข้อๆ ซ้อนทับมือ ได้ก็วางใจ
    ระลึกว่า นี้ มโนอยานตนะ พอคุรเห็นหนังสีเหลืองๆ ก็น้อมนึกว่า นี้ จักษุ
    อยาตนะ

    ซ้อมเล่นๆ นิดๆหน่อยๆ คราวนี้ ลองกลับไปที่ รูปแบบกรรมฐาน ที่ฝึกอยู่

    ซึ่งน่าจะทำให้ รู้จักวางกำลังของจิตในการ เพ่ง หรือ ใคร่ครวญ หรือ
    น้อมระลึกเห็น ได้ไม่มากก็น้อย

    ระหว่างที่ซ้อมนี่ จะได้ทำ พวกอสุภะกรรมฐานไปด้วยในตัว ซึ่งมีอานิสงค์
    มากเหมือนกัน ไม่ทำให้กรรมฐานอีกอันเสียหายด้วย มีแต่จะเสริมส่งกัน
     
  8. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    นี่คุณ เอกวีร์ ที่คุณแนะนำมันไม่ใช่กสิณนะ....มันเป็นกายาคตาสติและอสุภะกรรมฐาน....

    นี่เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ที่บอกไป.....กสิณ จะให้ภาพนิมิตเป็นอารมณ์เจริญสมาธิฌาน....ของคุณเมันเป็นอารมณ์กรรมฐานในกาย...

    คุณตอบแล้วสองครั้งบอกได้เลยว่าคุณไม่เคยฝึกกสิณมาก่อน.....คุณพอเถอะ.....ไม่รู้ก็ให้คนที่เขาเคยทำมาตอบ.....รังแต่จะทำให้ผู้ฝึกใหม่เขาเป๋....

    ไม่แนะนำให้ผู้ปฏิบัติใหม่....ฝึกกรรมฐานพร้อมกันหลายกองนะครับ.....เพราะว่าคุณจะไม่ได้อะไรเลย......
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  9. marineboy51

    marineboy51 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2007
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +46
    ขอบคุณทุกๆท่านที่กรุณาให้คำแนะนำกับผมนะครับ แต่อย่าให้ต้องมีการขุ่นเคืองใจกันเลยนะครับ ผมอ่านกระทู้ของพี่ Phanudetแล้วเข้าใจในความหวังดีครับ แต่กลัวว่าพี่ เอกวีร์ อ่านแล้วอาจไม่สบายใจก็ได้ ไม่อยากให้กระทู้ถามของผม มาทำให้พี่ๆต้องมาขุ่นเคืองใจกันนะครับ อย่างไรเสีย พวกเราก็เป็นผู้มีใจใฝ่ในธรรมเหมือนๆกันนะครับ ^_^
     
  10. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    ไม่เป็นครับน้อง..เป็นเรื่องปกตินะ....อย่าได้เอามาใส่ใจ...ในบอร์ดนี้ใครไม่รู้จัก เอกวีร์....อีกหน่อยถ้าเราฝึกได้ฝึกสำเร็จแล้ว....จะเข้าใจอะไรอีกมาก....

    น้องทำของน้องให้ดีที่สุด..ในส่วนที่เคยศึกษาและปฏิบัติมาต่อไปได้....เป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับ.....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  11. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    [298] วิโมกข์ 8 (ความหลุดพ้น, ภาวะที่จิตปลอดพ้นจากสิ่งรบกวนและน้อมดิ่งเข้าไปใน
    อารมณ์นั้นๆ อย่างปล่อยตัวเต็มที่ ซึ่งเป็นไปในขั้นตอนต่างๆ — liberations; the eight stages of release)

    1. ผู้มีรูป มองเห็นรูปทั้งหลาย (ได้แก่ รูปฌาน 4 ของผู้ได้ฌานโดยเจริญกสิณที่กำหนด
    วัตถุในกายของตน เช่น สีผม — Remaining in the fine-material sphere, one
    perceives corporeal forms.)

    2. ผู้มีอรูปสัญญาภายใน มองเห็นรูปทั้งหลายภายนอก (ได้แก่ รูปฌาน 4 ของผู้ได้ฌาน
    โดยเจริญกสิณกำหนดอารมณ์ภายนอก — Not perceiving internal corporeal forms,
    one perceives corporeal forms externally)

    3. ผู้น้อมใจดิ่งไปว่า “งาม” (ได้แก่ ฌานของผู้เจริญวรรณกสิณ กำหนดสีที่งามหรือเจริญ
    อัปปมัญญา — One is intent on the thought, ‘It is beautiful’.)

    4. เพราะล่วงเสียซึ่งรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะปฏิฆสัญญาดับไป เพราะไม่ใส่ใจ
    นานัตตสัญญา จึงเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ โดยมนสิการว่า อากาศหาที่สุดมิได้ (One
    attains and abides in the Sphere of Unbounded Space.)

    5. เพราะล่วงเสียซึ่งอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จึงเข้าถึงวิญญาณัญจายตนะ
    โดยมนสิการว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ (One attains and abides in the Sphere
    of Unbounded Consciousness.)

    6. เพราะล่วงเสียซึ่งวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จึงเข้าถึงอากิญจัญญายตนะ
    โดยมนสิการว่า ไม่มีอะไรเลย (One attains and abides in the Sphere of Nothingness.)

    7. เพราะล่วงเสียซึ่งอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง จึงเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะอยู่
    (One attatins and abides in the Sphere of Neither-Perception-Nor-Nonperception.)

    8. เพราะล่วงเสียซึ่งเนวสัญญานาสัญญายตนะโดยประการทั้งปวง จึงเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่
    (One attains and abides in the cessation of Perception and Feeling.)

    <TABLE class=ref width="100%"><TBODY><TR vAlign=top><TD width="50%">D.III.262, 288;
    A.IV.306.


    <TD>ที.ปา. 11/350/276; 453/328;
    องฺ.อฏฺฐก. 23/163/315.


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    o การพิจารณา กระดูก จะได้ กสิณสีขาว

    หาฟังอรรถธิบายได้จาก คำเทศน์หลวงพ่อพุธ

    อีกท่าน ไม่รู้ว่าจำผิดหรือเปล่า น่าจะเป็น พระ นามว่า ท่านจิตโต ฝึกมโนยิทธิ แล้วไปภาวนาพุทโธ
    ก่อนจะมาลงเอยด้วย กสิณกระดูก เพราะ พิจารณาจิตที่รวมอยู่ตรงหน้าผาก ท่านบอกว่า ได้กสิณขาว
    ด้วยเพราะกระดูกหน้าผากมันสีขาว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  12. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850
    chearrchearrกรั๊ก กรั๊ก กรั๊ก พี่เอกวีร์ วี๊ วี๊ ดัง ดั๊ง ดัง เอ้า ช่วย ฮิ๊วววววว

    ขอจักดอก กิ๊ว กิ๊ว
     
  13. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850

    catt4 เอกวีย์ .. อุย กลับมาแก้ สะกดผิดต้องแบบนี้ เอกวีร์


    คุณอย่าเอาเข้าทางกิเลสคุณซิ เดี๋ยวปั๊ด อยากเอาชนะเหรอ

    pig_ballet
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  14. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    pig_ballet.............
     
  15. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    กลับไปดูแหล่งอ้างอิงอีกครั้งนะครับ.....แหล่งอ้างอิงยังไม่ถูกเลย...


    เอาที่ใหนมาครับ....ผมว่าถ้าต้องการยกบทกสิณจริง....น่าจะเอาในวิสุทธิมรรคมานะครับ......เพราะว่าเป็นบทกรรมฐานที่ใช้มาจนปัจจุบัน ไม่ว่าสายการปฏิบัติใหน ไม่ว่าพระป่า และ พระปฏิบัติที่ไม่ปลีกสังคม.......

    กสิณจริงๆ.....เขา ยกแบบใน วิสุทธิมรรค โดย สมเด็จพระพุทธโฆสาจารย์มหาเถระ พระอรรถกถาจารย์ ครับผม....

    หรือจะเอาคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    หรือ แม่บท กรรมฐานมัชชิมา โดย สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน)


    แล้วท่านจะรู้ว่าที่ปฏิบัติเขาทำอย่างไร....ถ้าท่านยอมที่จะคลายทิฏฐิของท่านลง....


    เอาเป็นว่าเจ้าของกระทู้เขาเข้าใจดีแล้วในการปฏิบัติ....ป่วยการที่จะยกมาเพื่อต่อล้อต่อเถียงกับท่าน(บอกกับใครก็ตามที่ต้องการศึกษาด้านกสิณศึกษาได้จากหนังสือที่ผมแจ้งมานะ....จะไม่ยกมาให้...๓ เล่ม เล่มใดก็ได้..หรือศึกษาจากครูบาอาจารย์โดยตรง)....เสวนากับท่านทั้งสองเป็นไปเพื่อการชนะ...ไม่เอื่อต่อการปฏิบัติ ...ถึงชนะท่านก็ไม่ใช่ชัยชนะที่น่าภูมิใจ....ถึงอย่างไรท่านก็ไม่ปฏิบัติให้เห็นผลอยู่แล้ว...เสียเวลา....


    เตือนท่านทั้งสองไว้แล้วกันนะครับ.....กรรมนั้นย่อมรู้อยู่ย่อมตามทัน.....ท่านทั้งหลายทำดีทำชั่ว....ย่อมรู้อยู่แก่ใจ.....หยุดเถอะครับ...หยุดไฟที่จุดเผาตัวท่านเอง.....คุณวิษณุถ้าท่านคิดว่าท่านทำเพื่อพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์จริง...ท่านหันหน้าไปหาพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ท่านดู...ท่านกล้าสู้หน้าท่านทั้งหลายอยู่เหรอ....คุณเอกวีร์..แมัหลวงพ่อชาคุณยังด่าธรรมท่านได้..ผมคงหมดปัญญาที่จะคุยกับคุณได้...เพราะใจคุณคงจะหยาบเกินเยียวยา....คุณวิษณุคุณก็ดูแล้วกันว่าจะยืนข้างคนคนนี้อยู่ก็แล้วแต่คุณ...ถ้าท่านทั้งสองจะทำแต่เพื่อตนเอง..เพื่อความสมใจเท่านั้น..ขอให้ท่านทั้งสองจงมีความสุขเถอะ...ผมคงไม่เดินทางไปกับท่าน...เราคงเดินทางกันคนละเส้นทาง....

    เจริญสุขสวัสดีกันทุกท่านนะครับ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  16. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    ข้างบนนี้ อ้างอิงจาก เว็บพลังจิตเอง แต่ไม่ได้บอกที่มาส่วนพระไตรปิฏก

    แต่ดูจากสำนวนการสอน อีกทั้ง การระบุว่า "จะมีการคัดค้านว่าไม่ใช่"
    ก็อาจจะแปลว่า

    สมัยพุทธกาล ภิกษุในธรรมวินัยพุทธศาสนา จะได้รับการสอน กสิณที่
    พิจารณาจากอวัยวะ แต่จะมี พวกทำตัวเป็นอาจารย์จากที่อื่นๆ มา
    ปฏิเสธว่าไม่ใช่การทำกสิณ

    จึงมีการสำทับว่า ให้ภิกษุประกาศตนออกไปว่า ที่ตนทำมาได้ผลหรือ
    ไม่ได้ผลอย่างไร ให้สาธยายอย่างสามารถ( อาจหาญโต้แย้ง )

    ที่ผมเอามาแสดงนี้ ก็ไม่ได้หวังโต้แย้งอะไรหลอก แค่ค้นๆ เอามาให้พิจารณา

    แต่ถ้าใครก็ตาม ที่สืบได้ว่า บทสัทธรรมข้างต้น เป็น พุทธวัจนะ แล้วต้องการ
    รักษาสัทธรรมให้ตรงตาม พุทธโองการ ก็ลองตั้งสำนึกดู

    บทดังกล่าว หากเป็น พุทธพจน์ แล้วมีรับสั่งสำทับว่า ให้อาจหาญชี้แจง
    กสิณนี้แทนกสิณแบบอื่นที่พวกอาจารย์เหล่านั้นจะกล่าวปฏิเสธ แถมยัง
    มีข้อความให้ สัปบุรุษเหล่านั้น พึงหันมาเจริญแนวทางนี้ อันนี้ก็พิจารณา
    เอาเองว่าจะต้องตั้งจิตสำนึกอย่างไร


    อ้างอิง :
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  17. ซาตานคลั่ง

    ซาตานคลั่ง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    496
    ค่าพลัง:
    +1,449
  18. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    ปฏิบัติต่อไปนะครับ จขกท ...สังคมที่นี่เป็นอย่างนี้หละ....เลือกดู...เลือกเอาแต่ส่วนที่ดี....อย่าได้เชื่อใครแม้แต่ผม.....ไปทำให้ได้...ได้เมื่อไร...คุณจะเข้าใจเอง....

    ผมควรที่จะจบกระทู้นี้ของผมเพียงแค่นี้....เพราะสิ่งที่ควรพูดพูดไปหมดแล้ว...

    เป็นกำลังใจให้ปฏิบัตินะครับ..จขกท......ผมเชื่อว่าคุณทำได้...
     
  19. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    นั่นสิ สงสัยจะเป็น กรรมของคุณ marin

    o ที่จะเป็น คนแรก ในยุคกึ่งพุทธกาล ที่หยุดปิดบังซ่อนเร้น พุทธวัจนะ

    o ที่จะเป็น คนแรก ในยุคกึ่งพุทธกาล ที่หยุดยึดถืออาจารย์ที่คัดค้านคำสอนของตถาคต
    เหล่านั้นให้ตกเป็นเพียงผู้มีฐานะเป็น สัปปายะบุคคลในกาลก่อนๆ ส่วนปัจจุบัน
    ให้ผลิกตัวคุณกลับมาเป็นอาจารย์แทน(แต่ต้องทำให้ได้ก่อนนะ) แล้วหยิบยื่นสิ่งที่ถูกให้
    ตามพุทธวัจนะรับสั่ง

    o ที่จะเป็น คนแรก ในยุคกึ่งพุทธกาล ที่เก็บกวาดตำราที่แต่งขึ้นใหม่ของบรรดา
    อาจารย์เหล่านั้น เพื่อให้ พุทธวัจนะกลับมาเจิดจรัส อีกครั้งหนึ่ง

    .......ไหนๆ ก็พึ่งเริ่ม ก็ลอง ค้นคว้าดู หากเป็น พุทธวัจนะจริง ละก็...
    กล้าพอไหม อาจหาญพอไหม ทำโดยสามารถได้ไหม ที่จะทำตาม

    พันธสัญญา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กุมภาพันธ์ 2011
  20. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,917
    ค่าพลัง:
    +9,182
    จะอาจหาญ ไปเผชิญความจริง เราต้องมีความรู้ระดับหนึ่งด้วยการสืบค้นที่ตัวเองก่อน ระงับจิตใจที่ตนเองไม่ให้ตามกิเลสให้เป็นเสียก่อน เพราะนั่นแสดงว่า เรารู้เนื้อรู้ตัวมีสันดานที่ไม่คล้อยไปตามกิเลส อยู่เป็นนิจ

    จึงจะพอวางใจตนเองได้บ้าง

    แต่ถ้ากิเลสไม่เคยฝืน สมาธิไม่เคยทำ จะไปอาจหาญท้าทายความจริงด้วย ตรรกะตน มันก็ตรรกะของกิเลสนั้นแหละ มันก็ผิดหมด
     

แชร์หน้านี้

Loading...