ขอคำแนะนำในการฝึกสมาธิพื้นฐานที่บ้านหน่อยครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย KamenRiderFourze, 28 พฤศจิกายน 2018.

  1. KamenRiderFourze

    KamenRiderFourze สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +18
    เท้าความก่อน คือปัจจุบันนี้ผมสวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน (ขาดบางแต่ไม่บ่อยครับ) แล้วรู้สึกว่าสงบดีครับ ทีนี้ผมเลยอยากฝึกสมาธิบ้างครับ (คือเมื่อก่อนเคยพยายามฝึกน่ะครับแต่ก็ก็อ่านเอาเลยจับต้นชนปลายไม่ถูก) ขอคำแนะนำจากผู้รู้หน่อยครับว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ
     
  2. นิทานก่อนนอน

    นิทานก่อนนอน สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +16
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,454
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,515
    มีสติ มีคำบริกรรม ทุกลมหายใจเข้าออก ในปัจจุบัน ไม่ฟุ้งซ่าน อดีตที่ผ่านมา หรือ อนาคต ให้จดจ่ออยู่กับคำบริกรรม ไม่ให้ขาดสาย เมื่อขาดสติ ฟุ้งซ่านออกไป เมื่อรู้ตัว สติตามทัน ให้กลับมาคำบรริกรรมในกรรมฐาน ต่อไป อานาปานสติ ยืน เดิน นั่งนอน จนจิตสงบลงสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว พิจารณาธรรมต่อไป
     
  4. แผ่บุญ

    แผ่บุญ ชอบ~ศรัทธา 40 อสงไขย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2018
    โพสต์:
    361
    ค่าพลัง:
    +313
    ภาวนาคำบริกรรม ตามชอบ ควบลมหายใจ เข้า-ออก สั้นยาวตามถนัด นึกภาวนาได้ทุกเวลาที่ยังหายใจเข้าออกอยู่ทั้งหลับตาลืมตาทำกิจการงานทั้งวัน เบื้องต้นมีเท่านี้
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,289
    ค่าพลัง:
    +31,396
    พื้นฐานสำคัญที่สุด ถ้าไม่อยากเสียเวลา
    เช่น ฝึกกี่ปีก็เท่าเดิม ฝึกกรรมฐานอะไร
    ก็ไม่สำเร็จ เผลอๆเบื่อเลิกไปเลย
    เพราะไม่เห็นผลอะไร หรือเหมือนจะดีแรกๆ
    แต่กลับไปต่อไม่ได้ซักที อะไรประมานนี้
    จำไว้สมาธิถ้าเริ่มต้นมันเหมือน
    ให้เราเข้าใจว่าง่ายๆ
    นั้นหละ คือหายนะของการไม่พัฒนา
    ในอนาคตและไม่ได้ผลอะไรเลย ^_^


    สมาธิควรเริ่มต้นด้วยการนั่งแบบพิธีการและการฝึกเจริญสติ
    ในชีวิตประจำวันให้ต่อเนื่องจริงๆควบคู่กัน
    จะอย่างไรก็ได้ขอให้มีฐานอยู่ที่กาย
    เช่น เวลาเดินนับจำนวนก้าว(ไม่เว้นแม้ไปทำธุระส่วนตัวต่างๆ เช่น ทานข้าว เข้าห้องน้ำ)
    เวลานิ่งๆว่างๆระลึกรู้ลมหายใจเข้า
    และออกหยุดที่ปลายจมูกพอ เพื่อปรับระบบหายใจใหม่ไว้รองรับการยกระดับสมาธิให้สูงขึ้นตลอดจนการต่อยอดกรรมฐานต่างๆเผื่ออนาคตอาจสนใจ(เพื่อสร้างสติทางธรรมตรงนี้สำคัญมากสำหรับการผ่าน
    กิริยาต่างๆทางนามธรรมระหว่างทาง
    เพื่อให้เราไม่ยึดไม่สนและรู้ว่ามันเรื่องธรรมดา จะได้ไม่ยึด ไม่ดึงมาสงสัย
    และมัวแต่คิดถึงมัน
    ในระหว่างทางของระดับสมาธิขั้นต่างๆ)
    และให้ดันลมหายใจเข้าและออกให้ลึกถึงท้อง(ถ้าหายใจถึงหน้าอก ต่อไปจะรู้สึกแน่น
    และไปต่อไม่ได้เพราะความละเอียดไม่พอ)
    แต่***ห้ามไปตามลมหายใจ (ไม่งั้นจะแป๊กที่
    ระดับปฐมฌานทั้งชาติ)
    ส่วนคำภาวนาแล้วแต่ชอบ เพราะช่วงนี้
    เป็นเพียงอุบายในการเขื่อมโยงให้จิตสงบ

    ทำตามที่แนะนำได้ จะไปได้เร็วทางสมาธิ
    มากกว่า การมานั่งแบบทางการอย่างเดียว
    ถึง ๑๐ เท่า ใจเย็นๆอย่าใจร้อน
    เพราะแม้ว่าจะนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวัน
    แต่กำลังมันจะถูกใช้ไปในชีวิต
    ประจำวันของเรา เป็นเหตุให้พัฒนา
    ได้ช้ามากๆ

    ดังนั้นจึงต้อง
    มาเสริมด้วยการเจริญสติ
    ในชีวิตประจำวันให้ต่อเนื่องนั่นเอง
    ส่วนถ้าทำงานก็ตั้งใจทำงานให้เต็มที่
    เอาหน้าที่การงาน เป็นการฝึกสติฝึกสมาธิ
    ไปในตัว.

    ที่สำคัญจริงๆคือ ควรจะ
    เอาระบบหายใจแบบที่บอกให้ได้ก่อน
    อย่างน้อย ๒ เดือน(๒ สัปดาห์แรก
    มันจะหลงๆ ขาดๆ เกิ๊นๆ ลืมๆ เรื่องปกติ)
    เพื่อให้ร่างกาย
    มันปรับตัวจนระบบหายใจเข้าออก
    ลึกถึงท้องมันเป็นระบบหายใจ
    ธรรมชาติของเราในชีวิตประจำวัน

    และถ้าจะให้มีผลทางด้านปัญญาด้วย
    เวลาก่อนจะนอนและลืมตาตื่นตอนเช้า
    ให้มาระลึกย้อนว่า วันที่ผ่านมา
    ทำอะไรมาบ้าง แต่งตัวอย่างไร
    เจอใครมาบ้าง และดูว่า วันที่ผ่านมา
    เราสอบตกเรื่องอะไรบ้าง เช่น โกรธใคร
    อยากได้อะไร คิดไม่ดีกับใครบ้าง
    แล้วก็ให้มาระวังไว้ ในวันต่อมา

    ทำไปจนสามารถเห็นผลว่าจิต
    สามารถแยกรูปแยกนามได้
    แล้วค่อยมาเดินปัญญาต่อไปอีกระยะหนึ่ง
    ตอนนั้นหากว่าสนใจจะฝึกอะไรต่อ
    ค่อยมาว่ากันอีกที
    ปล. ช้าแต่ชัวร์ พื้นฐานดีอนาคต
    จะไปทางด้านกรรมฐานหรือทางด้านปัญญา
    มันจะไปได้เร็ว ไปได้หมดและไม่เสียเวลา
    ทิ้งไปเฉยๆครับ

     
  6. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +54
    แนะนำอานาปานสติ คำบริกรรมภาวนา พุธ โธ แล้วให้รู้ พุธ โธ นั้นเป็นวิตก วิจารณ์ เมื่อคำบริกรรมหายไป ถ้ามีความคิดขึ้นมาให้ตามรู้ความคิดจนความคิดสิ้นสุด หรือ คำบริกรรมหายไป สู่ความว่างให้รู้ว่าว่าง หรือ เห็นแสงสีอะไร เป็นนิมิตรก็ให้ตามรู้ คำบริกรรม เป็น การเริ่มต้นให้จิตอยู่กับสิ่งๆหนึ่ง การลงญาณนั้นคือ ผู้รู้ นั่นแหละครับ ถ้าไปรู้นู่นรู้นั่นก็ให้รู้เฉยอยู่ครับ แล้วจิตเค้าจะปฎิวัติตัวเอง
     
  7. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,216
    ค่าพลัง:
    +1,187
    เวลานั่งอย่าให้จิตใจวอกแวก ตั้งจิตใจอารมณ์เป็นหนึ่ง
     
  8. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,810
    ค่าพลัง:
    +7,198
    +++ ให้ "เริ่มต้น" ที่ตรงนี้เลย ตรงอาการที่ "รู้สึกว่า สงบดี" ตรงนั้นแหละ
    +++ ตรงอาการ "รู้สึกว่าสงบดี" นั่นแหละ เป็น "อาการของสมาธิ" เรียบร้อยแล้ว

    +++ ถ้าคุณ "ปล่อย/แช่/อยู่" ให้อาการ "รู้สึกว่าสงบดี" มันดำรงค์อยู่ของมันอย่างนั้น
    +++ โดยไม่ไป "จุ้นจ่าน" อะไรกับมัน มันก็จะ "ตั้งมั่น" ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลามาก

    +++ คุณเพียงแค่ "ฝึก ให้มันดำรงค์คงอยู่ ของมันไปเอง" เท่านั้นเอง
    ==============================================
    +++ การฝึกสมาธิ ที่ยังไม่ถึงอาการ "รู้สึกว่าสงบดี" ตรงนี้
    +++ ก็ต้องกลับไปฝึก "อานาปานสติ" ใหม่ ดู/รู้ ลมหายใจใหม่
    +++ เพื่อเข้ามาสู่อาการ "รู้สึกว่าสงบดี" ตรงนี้ อยู่เสมอ

    +++ ส่วนที่ต้อง "มีคำบริกรรม ทุกลมหายใจเข้าออก" นั้น
    +++ เพราะว่า "มันสงบ ไม่ได้/ไม่เป็น" นั่นเอง มันถึงต้อง "บริกรรม" ไปเรื่อย ๆ
    +++ จนกว่าจะ "วางลมหายใจ/วางคำบริกรรม" แล้วเข้าสู่อาการ "รู้สึกว่าสงบดี" ตรงนี้

    +++ อาการ "รู้สึกว่าสงบดี" ของคุณนั้น มันเป็นอาการ "สงบอยู่/เฉยอยู่/รู้อยู่" นั่นเอง
    +++ ตรงนี้เป็น "อัปปนาสมาธิ (เป็นสมาธิโดยสมบูรณ์)" เรียบร้อยแล้ว
    +++ แค่ "ปล่อย/แช่/อยู่" ให้ "ตัวคุณ "เป็น" เช่นนั้น" แค่นั้นพอ
    +++ ถ้า ไปทำอย่างอื่น "มันจะเสียของ เสียสมาธิ" ท้ายที่สุดก็ "เสียสมาธิ" ไปหมด
    ==============================================
    +++ รู้แล้วนะว่า "อ่านเอาเลยจับต้นชนปลายไม่ถูก" มันเป็นอย่างไร
    +++ เพราะ "คนเขียนมาให้อ่าน ยังไม่ได้สมาธิ อย่างที่คุณเป็น" นั่นแหละ

    +++ คุณเพียงแค่ปล่อยให้ "สงบอยู่/เฉยอยู่/รู้อยู่" มันดำรงค์อยู่ แค่นั้นพอ
    +++ เมื่อชำนาญแล้ว คุณจะสามารถ "เลือกอาการ" ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง

    +++ เช่น เลือกอาการ "สงบอยู่/สุข-สบายอยู่/เบากาย-ใจอยู่" ก็จะได้อาการของ "ฌาน 3" มาเอง
    +++ หากจะ เลือกอาการ "สงบอยู่/เฉยอยู่/กาย-ใจมั่นคงอยู่" ก็จะได้อาการของ "ฌาน 4" มาเอง

    +++ หาก เลือกอาการ "รู้อยู่/เฉยอยู่" แล้วเลือก "รู้อยู่" คุณก็จะข้ามเข้าสู่อาการ "ไร้ตัว (อรูป)"
    +++ แล้ว "สำเหนียก" ให้ชัดเจนว่า "ยังมีอาการ ตัวกู/ของกู" เหลืออยู่หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ "กาย/ตัว" ไม่มี

    +++ ไม่มีกาย/ไม่มีตัว (อรูป) ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีตน (ตัวกู/ของกู)
    +++ ให้ฝึก "รู้อยู่" ให้เป็น ถ้าทำได้ถูกส่วน ก็จะ "รู้อาการที่เป็น ตัวกู/ของกู" ได้เอง

    +++ อ่านทบทวนสัก 2-3 รอบ แล้ว "ลงมือทำ" ก็จะพ้นจากอาการ "จับต้นชนปลายไม่ถูก" ได้เอง นะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...