ขอถามเรื่องสวรรค์ชั้นปรนิมตวสวตี

ในห้อง 'ภพภูมิ-สวรรค์ นรก' ตั้งกระทู้โดย newpakin, 20 สิงหาคม 2010.

  1. newpakin

    newpakin Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +34
    ขอถามเรื่องสวรรค์ชั้นปรนิมตวสวตี ชั้นนี้เทวดาทําอะไรกันบ้างครับ
     
  2. สีฆะสีฆัง

    สีฆะสีฆัง บุญเป็นเรื่องด่วนต้องรีบทำ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    82
    ค่าพลัง:
    +428
    เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดี เป็นเทวดาชั้นที่ ๖ ชั้นสูงสุดของฝ่ายกามาวจรสวรรค์ ปรนิมมิตวสวัสดี แปลว่าเป็นเทวดาที่จะต้องการใช้ของอะไร ผู้ที่ทำให้ก็คือ เทวดาชั้นนิมมานรดี เทวดาชั้นนี้มีอายุถึง ๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์ (ถ้าจะเทียบกับปีในมนุษย์ ๑๖,๐๐๐ ปีมนุษย์เป็น ๑ วันของท่าน) เทวดาชั้นนี้มีวิมานสวย เป็นที่อยู่ของพระยามาราธิราช วิมานใหญ่มีแสงสว่างมาก แสงสว่างจากกาย เป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ เทวดาทุกองค์มีนางฟ้าหน้าตาสวยนับเป็นหมื่นองค์เป็นบริวาร บุญบารมีของเทวดาในชั้นนี้ในสมัยที่เป็นมนุษย์ ท่านทรงฌาน ๔ แต่ว่าไม่ทรงอภิญญา ได้ฌาน ๔ เฉยๆ และทรงฌาน ๔ เป็นปกติ รักษาอารมณ์เป็นกุศล แต่ว่าเวลาตายไม่ได้เข้าฌานตาย เมื่อตายแล้วเพราะอาศัยทรงฌาน ๔ ยิ่งมาเป็นเทวดาชั้นนี้ ครั้นเมื่อมาเป็นเทวดาชั้นนี้แล้วต่อไปทรงฌานปกติตามเดิม พ้นภาวะจากเทวดาชั้นนี้ก็ไปเกิดเป็นพรหม
    พระยามาราธิราช นี่ ชาวสวรรค์เรียกว่าท้าวมาลัย เวลานี้ท่านไม่ได้เป็นมารแล้ว ท่านคุยสนุกหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ท่านบอกว่าเวลานี้ไม่ใช่มาร พระอุปคุตเล่นงานท่านเข้าให้ เป็นคู่ปรับกัน ความเป็นมารของท่านที่จะเป็นศัตรูกับพระพุทธเจ้า คือว่าในสมัยหนึ่งตอนที่พระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีใหม่ๆ เมื่อปรารถนาพุทธภูมิ ท่านพระยามาราธิราชกับพระพุทธเจ้า เป็นเพื่อนกัน ต่างคนต่างเลี้ยงม้าเหมือนกัน วันหนึ่งก็ไปเกี่ยวหญ้าให้ม้าด้วยกัน พระยามาราธิราชก็เกี่ยวแยกออกไป ต่างคนต่างเกี่ยวคนละทาง วันนั้นบังเอิญมีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งต้องการหญ้า ก็มายืนที่พระพุทธเจ้าเกี่ยว พระพุทธเจ้าถวายหญ้าท่านฟ่อนหนึ่ง ท่านก็เหาะไป ครั้นจะเอาของเพื่อนให้ไปด้วยก็เกรงว่าเพื่อนจะไม่มีความเลื่อมใส จะด่าเอาเลยไม่ให้ไป ตอนเย็นเก็บหญ้ามารวม พระพุทธเจ้าก็บอกกับเพื่อนว่าวันนี้พระมาบิณฑบาตหญ้าเรา เราเอาของเราให้ไป แต่ว่าของเพื่อนเราไม่ได้ให้ไปเพราะเกรงว่าเพื่อนจะไม่เลื่อมใส พระยามาราธิราชสมัยเป็นเพื่อนเจ็บใจ หาว่าพระพุทธเจ้าเอาดีคนเดียวเลยจองล้างไว้ ถ้าหากแกจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อไรก็ตาม หรือก่อนเป็นพระพุทธเจ้าก็ตาม ข้าจะคอยขัดขวางการบำเพ็ญบารมีของแกตลอดไป ทั้งนี้ เพราะว่าท่านเองก็ปรารถนาพุทธภูมิเหมือนกัน
    ในสมัยที่พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้า ที่คอยขัดขวางเป็นเพราะความโง่ของท่าน ท่านคิดเกรงว่าพระพุทธเจ้านี่น่ะจะเทศน์สอนคนไปนิพพานเสียหมด แล้วเวลาที่ท่านเป็นพระพุทธเจ้าจะไม่มีคนรับการฟังเทศน์ ที่โง่ก็เป็นเพราะกรรมที่จองล้างจองผลาญกันไว้ ท่านรู้สึกเสียใจว่าไม่น่าจะทำ ต่อมาเมื่อพระอุปคุตทรมานเสียจนหมดฤทธิ์ จึงมาได้คิดว่าเราโง่เกินไป ตอนนี้ท่านเป็นพระโพธิสัตว์
     

แชร์หน้านี้

Loading...