ข่าวสาร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี โดยเพจมูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, 19 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันนี้วันพระตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้ง ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม

    “ภิกขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความกตัญญูรู้อุปการคุณที่ท่านทำแล้ว และเราตอบสนองคุณท่าน นี่เป็นความดีอันประเสริฐ เพราะการกตัญญูรู้คุณต่อบุคคลผู้มีคุณ ย่อมเป็นความดีที่ทำตนไม่ให้ตกอับ นั่นก็หมายความว่าถ้าเรารู้คุณท่าน และตอบสนองคุณท่าน เราจะไปในสถานที่ใดก็ตามที เมื่อใครเขาทราบข่าวว่าเรามีความกตัญญูรู้คุณ บุคคลทั้งหลายเหล่านั้นเขาจะสงเคราะห์ให้มีความสุข คนที่มีความกตัญญูรู้คุณ เมื่อมีชีวิตอยู่ก็มีความสุข ตายจากชาตินี้แล้วไปเกิดในชาติหน้าก็มีความสุข มีสวรรค์เป็นที่ไปเป็นต้น”
    หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ชี้ไปที่ พระสารีบุตร ว่า
    “ภิกขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความกตัญญูรู้คุณในบุคคลทั้งหลาย บุคคลผู้มีคุณนั้น ดูตัวอย่างสารีบุตร สารีบุตรเป็นสัตบุรุษ ผู้มีความกตัญญูกตเวทีรู้คุณของพราหมณ์”
    แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ในสมัยหนึ่ง ราธพราหมณ์ ราธพราหมณ์นี่เป็นคนแก่ แล้วก็เป็นคนจน มาวันหนึ่ง พระสารีบุตร ได้บิณฑบาตข้างบ้านนั้น เดินเฉียดไปท่านราธพราหมณ์ได้เอาข้าวมาใส่บาตร ๑ ทัพพี ความจริงท่านมีโอกาสใส่เพียงครั้งเดียวในชีวิตของท่านราธพราหมณ์ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะเป็นคนจนมาก ต่อมาอาศัยที่เป็นคนแก่ด้วย แล้วก็เป็นคนจนด้วย ลูกหลานก็เลยไม่อยากจะเลี้ยง เขาก็ปล่อยให้มีความอดๆ อยากๆ ในที่สุดท่านราธพราหมณ์ก็ต้องมาอาศัยพระในวิหารขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ที่นั่น อาศัยพระกินอยู่ ๓ ปี ก็ความจริง ๓ ปีนี้ พระพุทธเจ้าจะไม่รู้นั้นไม่มี รู้! แต่ว่ายังไม่ถึงวาระ
    ก็ปรากฏว่าเมื่อถึงปีที่ ๓ ผ่านไป วันหนึ่งองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาตรวจอุปนิสัยของสัตว์เวลาเช้ามืด ราธพราหมณ์ตกในข่ายพระญาณของพระองค์ ในตอนเย็นจึงได้ทรงเดินไปที่ราธพราหมณ์อยู่ บรรดาพระสงฆ์เห็นองค์สมเด็จพระบรมครูเดินไปอย่างนั้น ต่างคนก็ต่างตามไป พอไปถึงที่ตรงนั้น ก็ปรากฏว่าราธพราหมณ์บริโภคอาหารเย็นเสร็จ นำนํ้าที่ล้างภาชนะออกมาเทข้างนอก ก็พบพระพุทธเจ้าพอดี พระพุทธเจ้าก็ทรงหยุด ไม่เดินต่อไป ก็ถามพราหมณ์ว่าอยู่ที่ไหน พราหมณ์ก็ตอบว่ามาอาศัยพระกินพระพุทธเจ้าข้า
    แต่ในบาลีเขาเรียกว่า “วิฆาสาโท” วิฆาสาโท แปลว่า ผู้กินเดน ต้องมากินเดนพระพุทธเจ้า พระสงฆ์อยู่ พระพุทธเจ้าก็ถามว่าทำไม ท่านก็บอกว่าเป็นคนยากจนเข็ญใจ ลูกหลานไม่เลี้ยง พระพุทธเจ้าก็ถามว่าพราหมณ์ไม่อยากจะบวชรึ ทำไมจึงไม่บวช พราหมณ์ก็บอกว่าข้าพระพุทธเจ้าอยากจะบวช แต่ว่าไม่มีใครบวชให้พระพุทธเจ้าข้า พระพุทธเจ้าจึงได้หันไปถามพระว่า ใครรู้คุณของพราหมณ์นี้บ้าง พราหมณ์คนนี้เคยมีคุณกับใครบ้าง พระสงฆ์ทั้งหลายยืนเงียบ ก็มีพระสารีบุตรองค์เดียวนั่งคุกเข่าพนมมือ ตามบาลีว่านั่งกระหย่งของเราต้องนั่งคุกเข่า นั่งกระหย่งพนมมือกราบทูลว่า
    “ข้าพระพุทธเจ้ารู้คุณของพราหมณ์ พระพุทธเจ้าข้า”
    พระพุทธเจ้าก็ถามว่า
    “สารีปุตตะ ดูก่อนสารีบุตร พราหมณ์มีคุณกับเธอเมื่อไร? ทำอะไรให้กับเธอ?”
    พระสารีบุตรก็กล่าวว่า
    “เมื่อปีก่อนโน้น.. ข้าพระพุทธเจ้าไปบิณฑบาตใกล้บ้านของพราหมณ์ พราหมณ์ได้ใส่บาตรข้าพเจ้าทัพพีหนึ่ง พระพุทธเจ้าข้า”
    พระพุทธเจ้าจึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสว่า
    “สารีปุตตะ ดูก่อนสารีบุตร สัตบุรุษผู้มีความกตัญญูกตเวที มีความดีเป็นประเสริฐ จงเป็นอุปัชฌาย์บวชให้แก่ราธพราหมณ์”
    ในที่สุด พระสารีบุตร ก็บวชให้แก่ ราธพราหมณ์ เมื่อบวชแล้วเวลาเข้าพรรษาก็ลาองค์สมเด็จพระประทีปแก้วไปจำพรรษาที่อื่นกับพระสารีบุตร ความจริง พระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ นี่ไม่ได้อยู่ประจำกับพระพุทธเจ้า อยู่เป็นเขตกัน เพื่อรับสนองความดีความต้องการของคนผู้มีศรัทธา ในเมื่อตามพระสารีบุตรไป ไม่ช้าไม่นานไม่กี่วันนัก ท่านราธพราหมณ์ก็ได้สำเร็จอรหัตผล
    นี่แหละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน วันนี้เป็นวันสารทจีนใช่ไหม วันสารทจีนนี่ เจ๊กเขามีแสดงความกตัญญูรู้คุณ วันวานนี้ถามเจ๊ก เผอิญเจ๊กมีไม่ใช่เจ๊กมานะ ไม่ใช่เจ๊กหง่านะ ฮ่าๆ เจ๊กหง่านี่เจ๊กกิน ไม่ใช่เจ๊กไหว้ ถามว่าสารทจีนเขาทำอะไรกัน แกบอกว่าไหว้ปู่ย่าตายาย ก็สรุปแล้วว่าไหว้บรรพบุรุษผู้มีคุณ อันนี้มีความกตัญญูรู้คุณของเขานะ ประเพณีของจีนนี่ความจริงเขาดีมาก ไม่ใช่ไม่ดี
    หนึ่งเวลาตรุษก็ดี เวลาสารทก็ดี เขาตั้งเป็นระเบียบไว้เลยว่าต้องไหว้บรรพบุรุษ คือบุคคลที่มีคุณในกาลก่อน อันนี้เป็นความกตัญญูรู้คุณของเขา การเคารพบุคคลผู้มีคุณก็ดูเจ๊ก เจ๊กน่ะจนไม่นานนะ ตาหง่า นะใช่ไหม นานไหม แต่ก่อนนั้นพวกจีนนี่เวลาที่เขามาจากเมืองจีน มาประเทศไทยสมัยก่อนเขาไม่มีอะไรมา ไม่มีทุนมา เขาบอกว่าเสื่อผืนหมอนใบ ในที่สุดก็เป็นมหาเศรษฐี อย่างคนที่เป็นเจ้าของธนาคารใหญ่ ก็มีสภาพอย่างนั้นเช่นเดียวกัน
    ก็รวมความว่าความกตัญญูเขาทำอย่างไร นี่เหลือเวลา ๒ นาที กตัญญูแปลว่ารู้คุณ รู้คุณท่านที่กระทำแล้ว อย่างบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทมาบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นผู้รู้คุณในความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการสนองคุณท่าน
    พระพุทธเจ้าบอกว่าใครจะสนองคุณตถาคต ก็ให้ตั้งอยู่ในธรรม ธรรมที่ให้ตั้งอยู่ก็คือ:-
    ๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน ทานเป็นปัจจัยให้ตัด โลภะ ความโลภ เพื่อพระนิพพาน ถ้ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ทานจะเป็นปัจจัยให้เกิดมาเป็นคนรํ่ารวยในชาติต่อๆ ไป เป็นมหาเศรษฐี
    ประการที่ ๒ สีลมัย ศีลเป็นปัจจัยให้ตัด โทสะ ความโกรธ ถ้ายังไม่ถึงนิพพานเพียงใด ศีลจะเป็นปัจจัยให้มีความสุข ทั้งเกิดเป็นคนก็มีความสุข เกิดเป็นเทวดา หรือเป็นพรหมก็มีความสุข
    ๓. ภาวนามัย ภาวนาเป็นการให้เกิดปัญญา คนที่มีปัญญานี่มีความสุข
    ในที่สุดนี้ก็ปรากฏว่าถ้าพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา พระทุกองค์โปรดทราบว่า การบวชนี่เป็นลีลาเป็นความดีของท่าน ที่เป็นความกตัญญูรู้คุณต่อพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าเราก็ไม่มีผ้าเหลืองจะห่ม ถ้าไม่มีบารมีของพระพุทธเจ้า เราก็ไม่มีข้าวจะกิน ผ้าก็ไม่มีห่ม ข้าวก็ไม่มีกิน วัดก็ไม่มีอยู่ ที่เราบวชได้อย่างนี้เป็นเพราะอาศัยบารมีขององค์สมเด็จพระบรมครู การสนองคุณท่านก็ตั้งใจปฏิบัติความดีอยู่ในพระธรรมวินัยด้วย ปฏิบัติความดีด้วย ช่วยกันปฏิบัติให้เข้าถึงผลแห่งความดี จะเป็นที่สร้างความสุขแก่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท พระที่ปฏิบัติความดีเป็นปัจจัยให้เกิดความสุข
    เพราะอะไร เพราะว่าถ้าตอนเช้าพระทุกองค์เข้าฌานสมาบัติตามกำลังที่จะพึงได้ ถ้าสมาธิมากก็ตาม น้อยก็ตาม พยายามอันดับแรกกำจัดนิวรณ์ ๕ ประการก่อน จะทำวัตรได้แค่ทีสองทีก็ตามใจ ไม่เป็นไร ไม่ต้องมาก ต่อจากนั้นไปก็ตั้งอารมณ์วิปัสสนาญาณ ให้รู้จักการเกิด แก่ เจ็บ ตายว่ามันเป็นทุกข์ เวลานั้นอารมณ์จะปลอดจากกิเลส ก็ตั้งสมาธิภาวนานิดหน่อยก็ใช้ได้อย่างนี้ ทำอย่างนี้ชื่อว่าพระเข้าสมาบัติ ตอนเช้าทุกวันตอนเช้ามืด หลังจากนั้นก็ไปบิณฑบาต ญาติโยมพุทธบริษัทใส่บาตรก็ถือว่าใส่บาตรกับพระออกจากสมาบัติ อย่างนี้มีอานิสงส์สูงกว่าพระปกติธรรมดาหลายแสนเท่า
    เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย พูดมาพูดไป มันก็เหนื่อยทนไม่ไหว ต้องเลิกนะ เวลาหมดพอดี ก็ขอยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้
    ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนานี้ อาตมภาพขอตั้งสัตยาธิษฐานอ้างคุณพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ ทั้ง ๓ ประการ ขอจงดลบันดาลให้บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน มีแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล ปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้ได้สิ่งนั้นสมความปรารถนาจงทุกประการ อาตมภาพรับทานวิสัชนามาในกตัญญูคาถา ก็ขอยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้
    เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ สวัสดี*

    โพสต์โดย achaya

    1524985990_227_วันนี้วันพระตรงกับวันอ.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
  3. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันอังคารที่๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    งานพิธีหล่อพระปัจเจกพุทธเจ้าและพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดเขาวง จ.สระบุรี
    ช่วงเช้าวันนี้ ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง,พระครูภาวนาธรรมนิเทศก์(หลวงพ่ออาจินต์ ธมฺมจิตฺโต),หลวงพ่อชัยวัฒน์ อชิโต,พระอาจารย์บุญมา ปภาธโร และคณะสงฆ์วัดท่าซุงได้มาร่วมงานหล่อพระปัจเจกพุทธเจ้าและพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดเขาวง จ.สระบุรี โดยในช่วงเช้าเวลา๐๘.๐๐น.ท่านพระครูภาวนาพิลาศ(หลวงตาวัชรชัย อินฺทวํโส)ท่านเจ้าอาวาสวัดเขาวง รับสังฆทานญาติโยม หลังจากนั้นเวลา๐๙.๐๐น.มีพิธีฉลองวิหารพระปัจเจกพุทธเจ้าโดยมีการสวดเจริญพระพุทธมนต์และสวดพระคาถาเงินล้าน หลังจากนั้นท่านพระครูภาวนาพิลาศได้กล่าวนำญาติโยมเพื่อถวายวิหารพระปัจเจกพุทธเจ้าหลังนี้ไว้ในบวรพระพุทธศาสนา
    และพิธีพุทธาภิเษกวันนี้เริ่มในเวลาประมาณ๑๓.๐๐น. ซึ่งในพิธีพุทธาภิเษกวันนี้ ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ ได้นำแก้วจักรพรรดิทั้งองค์พี่และองค์น้องที่ท่านได้รับสืบทอดต่อมาจากหลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล ใช้ในงานพิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้ด้วย โดยในพิธี คณะสงฆ์ได้ร่วมกันสวดเจริญพระพุทธมนต์บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จำนวน ๘ จบ หลังจากนั้น พระสงฆ์เถระได้นั่งอธิษฐานจิตวัตถุมงคลเป็นเวลา ๓๐ นาที เมื่อเสร็จแล้ว ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ ได้ประพรมน้ำมนต์ที่วัตถุมงคลในพิธี และพระอาจารย์บุญมาและพระอาจารย์สุรเชษฐ์ได้ประพรมน้ำมนต์ให้แก่ญาติโยมที่มาร่วมพิธี หลังเสร็จพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ญาติโยมสาธุชนได้ทำบุญถวายปัจจัยส่วนองค์แก่คณะพระเถระและคณะพระสงฆ์ตามอัธยาศัย
    และพิธีหล่อพระปัจเจกพุทธเจ้า เริ่มในเวลาประมาณ ๑๖.๐๐น. โดยมีพระพรหมสิทธิ ท่านเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เดินทางมาเป็นประธานในพิธีหล่อพระปัจเจกพุทธเจ้าครั้งนี้
    และหลังจากพิธีหล่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเสร็จเรียบร้อย ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธและคณะพระสงฆ์วัดท่าซุงเดินทางกลับ

    -พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_178_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_909_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_474_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_922_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_228_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185665_978_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185666_321_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185666_712_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185666_980_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185666_925_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525185666_94_วันอังคารที่๑-พฤษภาคม-๒๕.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
  5. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๓ พ.ค.๖๑ ปรับปรุงพื้นที่ลาน๒๕ไร่ เตรียมสร้างเมรุสำหรับุพระราชทานเพลิงศพ
    เนื่องจากที่มีการปรับปรุงพื้นที่ลาน๒๕ไร่ ต่อเนื่องมาหลายวันแล้วจนถึงขั้นตอนการเทพื้นคอนรีตให้เต็มพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๗,๐๐๐ตรม. ตกตารางเมตรละประมาณ ๕๐๐บาท จึงใคร่แจ้งต่อญาติโยมสาธุชนท่านใดสนใจจะร่วมบุญในครั้งนี้ ให้ทำบุญถวายได้ที่ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสได้โดยตรง ในวันเวลาที่ท่าน
    มาสอนกรรมฐานที่บ้านสายลมในวันศุกร์นี้

    กำหนดการสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม
    วันศุกร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    เวลา ๐๘.๐๐ น พระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) พร้อมด้วยพระสงฆ์ ๓ รูป ฉันภัตตาหารเช้าแล้ว เดินทางไปบ้าน พล.อ.อ.อาทร – คุณสิริรัตน์ (ตุ๋ย) โรจนวิภาต ที่ดอนเมือง (กม.๒๗) เพื่อรับสังฆทานและฉันภัตตาหารเพล หลังจากฉันเพลเสร็จแล้ว เดินทางเข้าบ้านสายลม

    เวลา ๑๙.๐๐ น. – ๒๑.๓๐ น. ลงรับรับสังฆทาน

    วันเสาร์ที่ ๕ – วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๕.๓๐ น. ลงรับสังฆทาน
    เวลา ๑๒.๓๐ น. ถึง ๑๕.๐๐ น. ฝึกมโนมยิทธิ
    เวลา ๑๙.๐๐ น. ถึง ๒๐.๐๐ น. เจริญพระกรรมฐาน โดยเปิดเทปคำสอนของพระเดชพระคุณพระราชพรหมยาน และนั่งสมาธิจบแล้วรับสังฆทานต่อ จนถึง
    เวลา ๒๑.๐๐ น. ถึง ๒๑.๓๐ น. สวดมนต์ อุทิศส่วนกุศล และรับพร

    วันจันทร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๕.๓๐ น. รับสังฆทาน (วันนี้ไม่มีฝึกมโนมยิทธิ)
    เวลา ๑๙.๐๐ น. ถึง ๒๐.๐๐ น. เจริญพระกรรมฐาน โดยเปิดเทปคำสอนของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน และนั่งสมาธิจบแล้ว รับสังฆทานต่อ จนถึง
    เวลา ๒๑.๐๐ น. ถึง ๒๑.๓๐ น. สวดมนต์ อุทิศส่วนกุศล และรับพร

    วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ฉันเช้าแล้วเดินทางกลับวัด

    -๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_63_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_171_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_739_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_147_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_296_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356785_716_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356786_255_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356786_541_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356786_384_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356786_969_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg
    1525356786_73_วันที่-๓-พ-ค-๖๑-ปรับปรุงพื.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๔ พ.ค.๖๑ เดินทางมาสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม
    ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธฺมมถิรสฺทโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง พร้อมพระสงฆ์วัดท่าซุง เดินทางมาสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม โดยมาถึงในช่วงบ่าย และได้มีญาติโยมสาธุชนมารอรับเพื่อทำบุญและถวายสังฆทานกันเป็นวันแรก

    Cr. ภาพจาก คุณสุภาวดี รักซ้อน ,คุณกาญจนภณ,คุณศักดาคม(nent)

    -๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_484_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_585_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_644_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_458_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_901_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_69_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_984_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525439885_604_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๔ พ.ค.๖๑ เดินทางมาสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม วันศุกร์
    เวลาประมาณ ๑๙.๐๐น ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสลงรับแขกเจริญศรัทธาญาติโยมที่มาร่วมทำบุญกันวันแรก ซึ่งมีผู้มารอทำบุญสังฆทานกันพอสมควร ท่านพระครูปลัดฯสนทนากับญาติโยมตามอัธยาสัย จนถึงเวลาประมาณ ๒๐.๓๐น จึงขึ้นพัก

    1525473604_66_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_438_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_263_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_726_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_956_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_708_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_131_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_251_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_627_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_34_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_627_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525473605_751_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๔ พ.ค.๖๑ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
    ทางวัดท่าซุงได้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ตามอาคารสถานที่ภายในวัด เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้กระแสไฟฟ้า โดยเริ่มติดตั้งที่ ร.ร.พระสุธรรมยานเถระวิทยา ต่อมาติดตั้งที่อาคารที่พัก ๒๕ไร่ และจะดำเนินการติดตั้งสถานที่อื่นต่อไปอีก
    โดยราคาชุดแผงโซล่าเซลล์ พร้อมตัวจ่ายไฟราคาอยู่ที่ ชุดละ ๑ หมื่นบาท
    ท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบุญบริจาค สามารถทำได้ที่ท่านเจ้าอาวาสโดยตรงในวันเวลาที่ท่านเดินทางมาสอนกรรมฐานที่สายลม เดือนพ.ค.นี้

    -๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_95_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_640_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_219_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_787_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_851_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_998_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_268_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_155_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_635_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_415_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg
    1525495685_646_วันที่-๔-พ-ค-๖๑-ติดตั้งแผง.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๕ พ.ค.๖๑ เดินทางมาสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม วันเสาร์
    ช่วงเช้า ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสลงเจริญศรัทธาจากญาติโยมที่มาทำบุญ ทำสังฆทานกันจนถึงเวลา ๑๑.๐๐น พระสงฆ์พักฉันเพล ต่อมาเวลา ๑๒.๓๐น เริ่มฝีกกรรมฐานมโนมยิทธิ วันนี้มีผู้รับการฝึกเบื้องต้น ๙๖คน ไปนิพพานได้ ๘๒คน ไม่ได้ ๑๔ คน ฝึกญานแปด ๑๕๕คน ฝึกสรุปโดยท่านพระครูภาวนาธรรมนิเทศก์ ๙๔คน หลังจากนั้นญาติโยมสาธุชนเข้าทำบุญกันต่อ จนถึงเวลาประมาณ ๑๕.๓๐น ท่านพระครูปลัดฯจึงขึ้นพัก
    และวันนี้ทางบ้านสายลมได้มีการเตรียมทำบายศรี เพื่อสำหรับงานบวงสรว
    งไหว้ครูประจำปีบ้านสายลมในวันพรุ่งนี้เช้า

    -๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_135_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_914_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_82_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_741_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_369_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_635_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_768_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_885_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540024_6_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540025_523_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg
    1525540025_874_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-เดินทางมาส.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๕ พ.ค. ๖๑ งานซ่อมแซมตึกเสริมศรี ตึกกองทุน และอาคารบายศรีข้างวิหารหลวงพ่อ๕พระองค์
    ทางวัดท่าซุงได้มีการบูรณะซ่อมแซมอาคารเก่าในส่วนที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้แก่ตึกเสริมศรี ตึกกองทุน และอาคารที่ทำบายศรี ข้างวิหารหลวงพ่อ๕พระองค์ ฝั่งริมแม่น้ำ เพื่อให้มีสภาพคงทนถาวรดีขึ้น หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบุญการบูรณะในครั้งนี้ ติดต่อทำบุญได้ที่พระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทโธ เจ้าอาวาสในวันเวลาที่มีการสอนกรรมฐานที่บ้านซอยสายลม

    -๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564393_728_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564393_892_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564393_130_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564393_453_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564393_264_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564394_716_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564394_860_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564395_246_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564395_594_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564396_710_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg
    1525564396_574_วันที่-๕-พ-ค-๖๑-งานซ่อมแซม.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันที่ ๖ พ.ค.๖๑ บวงสรวงไหว้ครูบ้านสายลม
    เวลา ๘.๐๐น ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาส พร้อมด้วยท่านพระครูภาวนาธรรมนิเทศก์ พระครูสังฆรักษ์สุรจิต สุรจิตโต ทำพิธีบวงสรวงประจำปีที่บริเวณบ้านซอยสายลม โดยมีม.ร.ว ศรัณย์สุข สุขสวัสดิ์ จุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชาจากนั้นเริ่มพิธีบวงสรวง จนเสร็จ
    ต่อมาท่านพระครูปลัดฯประพรมน้ำมนต์ให้แก่ญาติโยมที่มาร่วมในพิธี
    ต่อจากนั้นท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาส ได้ลงเจริญศรัทธาญาติโยมที่ภายในบ้าน เริ่มจากคณะเจ้าของบ้านสายลมนำศิษยานุศิษย์และสาธุชนทั้งหมดกราบพระและขอขมาพระรัตนตรัย ต่อจากนั้นได้ถวายสังฆทานชุดใหญ่โดยมีผู้มาร่วมในงานบุญวันนี้ร่วมทำบุญและถวายสังฆทานกันต่อเนื่องทั้งวัน

    -๖-พ-ค-๖๑-บวงสรวงไหว.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันนี้วันพระตรงกับวันจันทร์ที่ ๗ แรม ๘ ค่ำ เดิอน ๖ ปีจอ

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม

    คำสอนสายกลาง
    เรื่อง..ทุกขสัจ
    (วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๒๑)

    ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย บัดนี้ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานแล้ว

    ต่อแต่นี้ไปขอทุกท่านตั้งใจสงบจิต มีความสำรวมใจ คิดไว้ว่าสำหรับวันนี้หรือเวลานี้เราตั้งใจจะประกอบความดีเพื่อความพ้นทุกข์ ทั้งนี้เพราะอะไร ก็เพราะว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ท่านกล่าวว่า

    ชาติปิ ทุกขา ความเกิดเป็นทุกข์

    ชราปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์

    มรณัมปิ ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์

    โสกปริเทวทุกขโทมนัสสุปยาส ความเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์ การพรากจากของรักของชอบใจเป็นทุกข์ เป็นต้น

    เป็นอันว่า สภาพที่เราเกิดขึ้นมานี้ไม่มีอะไรดี มันมีแต่ความทุกข์

    ทุกข์เพราะอะไร ทุกข์เพราะความเกิดเป็นเบื้องต้น ขณะที่เกิดมามันก็มีทุกข์ อยู่ในครรภ์ของมารดามันก็มีทุกข์

    การที่อยู่ในครรภ์ของมารดาเป็นทุกข์ก็ลองคิดดู เราต้องไปนอนคุดคู้อยู่ในครรภ์ของมารดา เต็มไปด้วยความไม่สะดวกไม่สบายด้วยประการทั้งปวง เรานั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ในครรภ์ของมารดาสิ้นระยะเวลานานถึง ๑๐ เดือน ลองนั่งคิดดู

    ฟังไปและก็ใคร่ครวญไปด้วย ว่าอาการอย่างนี้มันเป็นอาการของความสุขหรือว่าเป็นอาการของความทุกข์

    ถ้าไม่แน่ใจ ก็ลองนั่งกอดเข่าเล่นโก้ๆ เพียงใช้เวลาไม่มากสัก ๓ ชั่วโมง โดยที่ไม่มีการขยับเขยื้อนไปไหนมันจะมีความรู้สึกยังไง

    สำหรับนั่นใช้เวลาเพียง ๓ ชั่วโมง แต่ถ้าหากว่าเราจะต้องใช้เวลาทรมานกายอย่างนี้ถึง ๑๐ เดือน จะมีความรู้สึกยังไง มันจะสุขเพียงใดหรือมันจะทุกข์เพียงใด ข้อนี้ท่านทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลายจงพิจารณาเอา

    เป็นอันว่า เมื่อการอยู่ในครรภ์ของมารดาก็เป็นทุกข์

    ขณะที่อยู่ในครรภ์ของมารดา นั่งหลับตานึกถึงสภาพในท้องของคนมันมีอะไรบ้าง มีนํ้าเลือด นํ้าเหลือง นํ้าหนอง สิ่งที่เข้ามาทำความโสโครกแปดเปื้อนสกปรกต่อร่างกาย

    รวมความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในครรภ์ของมารดาเต็มไปด้วยความสกปรก

    อาหารที่จะพึงมีขึ้นได้ก็เพราะอาศัยมารดาเป็นเหตุ ถ้ามารดาบริโภคของร้อนเกินไป เผ็ดเกินไป เปรี้ยวเกินไป เค็มเกินไป ร่างกายของเราก็มีทุกข์

    รวมความว่า เราทุกข์มาตั้งแต่วันเกิด

    และก็ทุกข์อย่างสาหัส ต้องทรมานอยู่ในที่แคบๆ จะเหยียดมือเหยียดเท้าก็ไม่ได้

    ถ้าจะถามว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์ของมารดา ทำไมจะต้องคุดคู้ เหยียดมือเหยียดเท้าไม่ได้หรือ ก็ลองตามพิจารณาดูว่า ครรภ์ของมารดาใหญ่โตขนาดไหน เด็กที่คลอดมาวันเดียวโตขนาดไหน ไปเทียบเคียงกับครรภ์ของมารดาแล้วก็จะเห็นว่า มันทำไม่ได้ มันทำไม่ได้ก็จำใจจำอยู่ จำใจจะต้องทน จำใจที่จะต้องนั่งอยู่อย่างนั้น

    เป็นอันว่าจำจะต้องทุกข์ ทั้งๆ ที่เราไม่ปรารถนาที่จะต้องทุกข์ มันก็ต้องทุกข์

    เมื่อออกจากครรภ์มารดาใหม่ๆ อยู่ในร่างกายของมารดามีแต่ความอบอุ่น ไม่เคยกระทบกระทั่งกับความร้อนจัด หนาวจัด หรืออากาศปกติ เพราะว่าอุณหภูมิในครรภ์ของมารดามีสภาพปกติ อุ่นสมํ่าเสมอกัน ออกมาข้างนอกกระทบกับความร้อนที่มีความร้ายแรงยิ่งกว่า กระทบกับความเย็นที่มีความร้ายแรงยิ่งกว่า กายทั้งกายก็แสบ เมื่อออกจากครรภ์มารดาทนต่อความแสบกายไม่ไหวจึงร้อง

    เป็นอันว่า ตอนนี้ออกจากครรภ์มารดาใหม่ๆ เราก็ทุกข์ ต่อมาก็ความทุกข์มันเกิดขึ้นอีก อยู่ในครรภ์ของมารดาทุกข์เพราะการคุดคู้ ออกจากครรภ์มารดา เหยียดมือ เหยียดแขน เหยียดขา เหยียดเท้า เหยียดมือ ได้ตามอัธยาศัย

    แต่ทว่าร่างกายของเรายังไม่มีกำลังแม้แต่จะพลิกซ้ายพลิกขวามันก็ยังไม่มี ยังไม่สามารถจะทำได้ ความไม่สบายกายไม่สบายใจมันก็เกิด เกิดตรงไหน เกิดตรงที่เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนอิริยาบถได้

    การที่จะต้องนอนอยู่ในสภาพเดิมอย่างนั้น ได้แต่ชักมือชักแขนชักขาขึ้นมาน้อยๆ ตะแคงซ้ายตะแคงขวาไม่ได้ มันเป็นทุกข์ ถ้าไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นทุกข์ก็ลองนอนดู นอนอยู่อย่างนั้นสัก ๓ วัน ไม่ต้องเอามากไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ที่เราคิดว่าเรานอนสบายลองนอนดู ก็จะพึงรู้ว่าการนอนอย่างนั้นมันเป็นทุกข์

    ในเมื่อเราทราบสภาวะความทุกข์มันเป็นอย่างนั้น เบื่อหรือยัง เบื่อการเกิดหรือยัง มันยังไม่ทุกข์แต่เพียงเท่านั้น อาหารที่เราจะต้องการบริโภคคืออาหารที่เราจะต้องการบำรุงร่างกาย เรายังพูดไม่ได้ เรายังบอกไม่ได้ ยังไม่ได้ศึกษาในวาจา หรือยังไม่ได้ศึกษาในสำเนียง

    ก็เป็นอันว่าเวลาเราหิว มารดาไม่รู้ว่าเราหิว เวลาปวดอุจจาระปัสสาวะมารดาหรือว่าพี่เลี้ยงไม่รู้

    ถ้าไม่รู้จะทำยังไง หิวต้องร้องเขาถึงจะรู้ หิวจัดมีสภาพเป็นยังไง มันมีความสุขหรือความทุกข์ ท่านฟังแล้วก็โปรดพิจารณาตามไปด้วย จงอย่าใช้แต่เพียงสัญญา

    คำว่า “สัญญา” ก็คือ ความจำ จำไว้เฉยๆ ไม่มีประโยชน์ จำแล้วก็ต้องคิด คิดแล้วก็ต้องหาทางหนีความทุกข์

    การที่เรามีความหิวกว่ามารดาหรือพี่เลี้ยงจะนำอาหารมาให้ มันก็ทุกข์ แล้วการปวดอุจจาระปัสสาวะมันทุกข์ขนาดไหน ในเมื่อทนไม่ไหวก็ต้องปล่อยให้อุจจาระปัสสาวะมันหลั่งไหลออกมา

    ตอนนี้จงนึกถึงสภาพความเป็นจริง

    จงอย่าคิดว่าเวลานั้นเราไม่มีจิตใจ มีสภาพเหมือนหัวหลักหัวตอมันไม่ใช่อย่างนั้น ความรู้สึกมันมีแล้ว

    การที่ต้องการความสกปรกโสมมอย่างนั้นไม่มีสำหรับเรา แต่ว่าเราทำไมต้องทำอย่างนั้นก็เพราะว่าเรามีความจำใจ เป็นเหตุสุดวิสัยที่เราสามารถจะเปลื้องตัวได้ มันเป็นอาการของความสุขหรือความทุกข์ ขอท่านทั้งหลายได้โปรดจงพิจารณาด้วยปัญญาของท่าน

    นอกจากนั้นเมื่อเดินได้พูดได้ แต่ก็ยังต้องอาศัยมารดาและพี่เลี้ยง ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามความปรารถนา ต้องการร้อนอาจจะได้เย็น ต้องการเย็นอาจจะได้ร้อน เพราะเขาจะให้อาหารเฉพาะอาหารที่เขาพอใจ

    ถ้าสิ่งใดไม่เป็นความปรารถนาของเขา เขาก็ไม่ให้ เขาไม่เคยถามเราเลยว่า เราต้องการอะไร

    ยามป่วยไข้ไม่สบายกว่าจะแสดงออกเรายังบอกไม่ได้ เขาก็ต้องอาศัยอาการที่แสดงออกทางกาย รวมความว่าเป็นการวินิจฉัยของหมอหรือพี่เลี้ยงหรือว่ามารดา แต่ไอ้การวินิจฉัยอาการอย่างนั้น มันจะตรงกับความประสงค์ของเราหรือไม่มันก็ไม่แน่ ก็เป็นอันว่าเราก็ต้องนั่งทนทุกข์และทรมานกันต่อไป

    เมื่อเติบโตขึ้นถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ความปรารถนามันมีมากยิ่งกว่านั้น ต้องทุกข์เพราะการประกอบกิจการงานทุกอย่างเพื่อการทรงตัว

    และเป็นไปตามคำบังคับบัญชาความปรารถนาของผู้ใหญ่ บางทีสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเป็นที่ไม่เต็มใจสำหรับเรา แต่ทว่าเป็นความพอใจของผู้ใหญ่ เราก็จำเป็นจำใจจะต้องประพฤติปฏิบัติตาม การกระทำด้วยความไม่เต็มใจมันเป็นอาการของความสุขหรือความทุกข์ ท่านลองนั่งนึกดู เพราะว่าเราไม่มีอิสระ ทั้งนี้เราก็อย่าไปโทษผู้ใหญ่

    เพราะเวลานั้นปัญญาแห่งความรู้สึกความรับผิดชอบของเรามีน้อย ที่เราเห็นว่าดี แต่ทว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นมันอาจเป็นปัจจัยของความทุกข์ ในเมื่อมันเป็นปัจจัยของความทุกข์ ความเดือดร้อน ผู้ใหญ่จะปล่อยให้เราทำอย่างนั้นไม่ได้

    เพราะว่าผู้ใหญ่เป็นผู้รับผิดแต่ผู้เดียว เด็กทำชั่วเขาก็ด่าว่าเป็นเพราะผู้ใหญ่ไม่ดี

    แต่ทว่าอารมณ์ของเรานี้ปรารถนาจะทำอย่างนั้น ก็เรามานั่งนึกความฝืนใจที่เราไม่ปรารถนาจะทำอย่างนั้น เรามีความต้องการอย่างหนึ่ง แต่ทว่าผู้ใหญ่ต้องการอีกอย่างหนึ่ง เมื่อความปรารถนาไม่สมหวังอย่างนี้มันเกิดขึ้นมา มันก็เป็นทุกข์

    นอกจากนั้นยังเป็นทุกข์จากการศึกษาวิทยาการต่างๆ การเรียนหนังสือเพื่อความรู้มันก็เป็นทุกข์

    การประกอบกิจการงานทุกอย่างที่หาจุดจบไม่ได้ในชีวิต รวมความว่างานประกอบอาชีพนี้ไม่มีจุดจบ จนกว่าจะสิ้นชีพตักษัยลงไปเมื่อไหร่นั่นจึงจะมีอาการหมดงาน

    การทำงานแต่ละอย่าง ค้าขายก็ดี รับราชการก็ดี รับจ้างก็ดี ทำไร่ไถนาก็ดี ใช้วิชาเวทมนตร์คาถาก็ดี แต่ละอย่างต้องใช้ความเพียรความพยายาม ต้องอดทนต่อความเหนื่อย ความร้อน ความหิว ความกระหาย เราจะนอนให้มันสบายๆ มันก็นอนไม่ได้ ทั้งนี้เพราะอะไร ถ้าไปนอนเข้ามันก็ไม่มีกิน บางรายเกิดในกองเงินกองทอง แต่ทว่ายังไม่พอ หาความพอไม่ได้ ยังตะเกียกตะกายด้วยประการทั้งปวง อาการอย่างนี้มันก็เป็นอาการของความทุกข์

    รวมความว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากความทุกข์

    เมื่อถึงคราวที่แต่งงาน อยู่คนเดียวคิดว่ามันไม่มีสุข แต่ความรักเกิดขึ้นในระหว่างเพศ สิ่งใดถ้าเรารักสิ่งนั้น

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวว่ามันเป็นปัจจัยของความทุกข์ ตามพระบาลีว่า

    “ปิยโต ชายเต โสโก
    ปิยโต ชายเต ภยัง”

    ซึ่งแปลว่า ความเศร้าโศกเสียใจมาจากความรัก ภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเราก็อาศัยความรักเป็นปัจจัย

    ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะสิ่งใดถ้าเราไม่รัก เราก็ปราศจากการหวงแหน ใครผู้ใดที่ไหนมีความปรารถนาอะไร นั่นเราก็คิดว่าจงทำตามนั้นทำตามปรารถนาของเธอ สิ่งใดที่เขาชอบใจจงเอาไปในสิ่งที่เราไม่รัก วัตถุก็ดี บุคคลก็ดี

    ถ้าเป็นสิ่งที่เรารัก ใครมายื้อแย่งเราก็โกรธ เพียงแค่ต้องการเราโกรธ ถ้าเขามายื้อแย่งอาจจะต้องประหัตประหารกัน เป็นอันว่าความรักเป็นปัจจัยของความทุกข์ ภัยความรักเป็นปัจจัยทำให้เกิดอันตรายต่างๆ

    ต่อมาความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้นกับเรามันเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ อาการเสียดแทงต่างๆ

    “โรคะ” แปลว่า โรค แปลว่า ความเสียดแทง

    เมื่อโรคมันเกิดขึ้นมาจุดใดจุดหนึ่ง มันก็หาความสบายกายสบายใจไม่ได้ เราต้องตะเกียกตะกายหาหมอมารักษา

    สำหรับหมอเราแน่ใจไหมว่า หมอจะมีความเข้าใจในทุกขเวทนาของเราทุกอย่าง ความจริงสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเราโทษหมอไม่ได้ หมอก็ทำตามความสามารถเท่าที่หมอมีอยู่ แต่ทว่าเราก็ยังเสวยทุกขเวทนา กว่าอาการเสียดแทงทั้งหลายเหล่านั้นมันจะหายไป ปัจจุบันหรือโบราณ

    ถ้าโบราณเราก็ต้องกินยาขม กินยาฝื่น กินยาขื่น ทุกข์จากร่างกายไม่ดีมันมีอยู่แล้ว ก็ต้องมาทุกข์เพราะรสนํ้ายาขมหรือรสยาฝื่นเป็นต้น

    ในสมัยปัจจุบันเราถูกแทงด้วยเข็มมันก็เจ็บ ถ้าเป็นยาฉีด เป็นอันว่าเราต้องเสวยทุกขเวทนาอย่างสาหัส เมื่อเรามีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นเพราะร่างกาย

    ต่อมาความแก่เกิดขึ้น

    ความแก่นี่หูก็ฝ้า ตาก็ฟาง กำลังก็ไม่ดี ความจำก็เลอะเลือนทุกสิ่งทุกอย่างช่วยตัวเองได้ยาก ความทุพพลภาพของร่างกาย เมื่อความปรารถนาสิ่งใดในสมัยความเป็นหนุ่มเป็นสาว เราจะต้องการทำอะไรก็ทำได้ตามใจนึก เพราะว่ากำลังวังชาดี

    แต่ทว่าพอเราแก่เข้าแล้วนี่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ตามใจเรา มือและเท้ามันอ่อนเพลีย เราอยากเดินให้มันไวมันก็ไวไม่ไหวเพราะกำลังมันตก อยากจะทำอะไรทุกสิ่งทุกอย่างตามที่สมัยเป็นหนุ่มเป็นสาวเราก็ทำไม่ได้ กำลังไม่ดี หูที่จะฟังสิ่งต่างๆ มันก็ฟังไม่ค่อยถนัด ตาก็ฝ้าฟางมองไม่ถนัด อาการอย่างนี้เป็นปัจจัยของความสุขหรือว่าความทุกข์

    ถ้าเราจะตอบกันอย่างสามัญชนคนธรรมดาก็ชื่อว่าความทุกข์

    ต่อมาเมื่อสิ่งที่เรารักพลัดพรากจากกัน

    เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างต้องจากเราไป ทั้งๆ ที่เรายังมีความรัก เราปรารถนาในสิ่งนั้นยังมีอยู่

    องค์สมเด็จพระบรมครูทรงกล่าวว่านี่มันก็เป็นปัจจัยของความทุกข์

    ต่อมาภัยใหญ่จะถึงกับเราคือร่างกายมันจะตาย

    ถ้าจิตใจของเรายังเกาะร่างกายถือว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา มีอารมณ์ฝืนกฎของธรรมดา เกิดเป็นเด็กอยากเป็นหนุ่มเป็นสาว อันนี้ตามธรรมดา

    พอถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเราไม่อยากแก่ ฝืนธรรมดาแล้ว เมื่อร่างกายเราเกิดมาไม่ต้องการจะมีโรคภัยไข้เจ็บ นี่ก็เป็นอารมณ์ฝืนธรรมดา

    ในที่สุดความตายมันเข้ามา เราก็ไม่อยากตาย บนบานศาลกล่าวกับปู่เจ้าทั้งหลายว่า

    “ขอข้าพเจ้าจงอย่าตาย จงอย่าป่วยไข้ไม่สบาย”

    แล้วจะมีผู้ใดมีอำนาจเกินกว่า พญามัจจุราช พญามัจจุราชจะห้ำหั่นไม่ว่าใครทั้งหมด ไม่ว่าคนหรือสัตว์เล็กหรือใหญ่ ย่อมไม่ให้อภัยแก่ใคร สามารถที่จะบดขยี้ชีวิตคนและสัตว์ทั้งหลายให้พินาศไปด้วยพลังอำนาจของตน

    องค์สมเด็จพระทศพลตรัสไว้ใน “ธัมมนิยาม” ว่า เหมือนกับภูเขาใหญ่เหล็กใหญ่ลุกจนไฟแดงโชน กลิ้งมาทั้ง ๔ ทิศ บดขยี้ร่างกายของคนและสัตว์ให้พินาศไปฉันใด “มรณภัย” คือความตายก็มีสภาพเช่นนั้น ไม่เคยให้อภัยกับใคร จะเป็นใครอยู่ในฐานะใดก็ตาม ก็ตายด้วยกันทั้งหมด เมื่อถึงเวลาจะตาย

    นี่แหละบรรดาท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย ที่พูดมานี้เพื่อให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า

    ความเกิดมันเป็นทุกข์

    ความแก่เป็นทุกข์

    โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับร่างกายมันเป็นทุกข์

    ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นทุกข์

    ความตายเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะเราไม่อยากจะตาย

    ในเมื่อเราเกิดมาเพื่อตายอย่างนี้ เพื่อแสวงหาความทุกข์อย่างนี้ เราจะเกิดชาติไหนหรือว่าเกิดชาตินี้จะมีฐานะอะไรก็ตามที มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะตั้งใจอยากจะเกิดต่อไปหรือยังไง

    ถ้าเราเกิดต่อไปเราก็ไม่พ้นความทุกข์ ก็ไปนั่งนึกดูถึง พระโมคคัลลาน์ และ พระสารีบุตร เป็นลูกมหาเศรษฐีมั่งมีทรัพย์มาก

    แต่ทว่าท่านได้พิจารณาเห็นแล้วว่า คนทุกคนที่มานั่งดูมหรสพตายหมด ผู้แสดงมหรสพไม่ช้าก็ตาย แม้แต่ท่านทั้งสองก็จะต้องตายเหมือนกัน จึงได้คิดว่า

    “ธรรมใดที่จะทำให้คนตายมีอยู่ ก็ต้องมีธรรมที่ทำให้คนไม่ตายมีอยู่เหมือนกัน”

    เพราะในโลกนี้มีแต่ของคู่กัน ของเดี่ยวไม่มี มีความสุขและก็ต้องมีความทุกข์ มีสว่างแล้วก็มีมืด

    เป็นอันว่ามันต้องมีคู่กันอย่างนี้ จึงได้แสวงหาความดีคือ “โมกขธรรม” คือ ธรรมที่เป็นเครื่องพ้น

    นี่สำหรับพวกเราทั้งหลายที่อยู่ร่วมกัน มีใครบ้างไหมที่ยังมองไม่เห็นทุกข์ คนที่มองไม่เห็นความทุกข์ก็คือ คนที่แสวงหาความโลภเป็นปัจจัย ยึดถือความโกรธ ความพยาบาท จองล้างจองผลาญ ระแวงสงสัยบุคคลทั้งหลายและบุคคลอื่น ว่าคนทั้งหลายเป็นศัตรูกับเรา นี่ยังมีความหลงอยู่มาก

    และหลงใหลใฝ่ฝันยึดว่าขันธ์ ๕ และทรัพย์สินทั้งหลายจะทรงอยู่กับเราตลอดกาลตลอดสมัย รวมความว่ามีใจติดอยู่ในโลกธรรมทั้ง ๘ ประการ คือ

    อยากได้ลาภ ได้ลาภมาแล้วดีใจ ไม่ได้คิดว่าลาภกับเราจะอยู่ด้วยกันได้นานขนาดไหน เมื่อลาภหมดไปก็เสียใจ

    อยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ได้ยศถาบรรดาศักดิ์มาก็ดีใจ ไม่ได้คิดว่ายศทั้งหลายเหล่านี้เขาให้เราได้ มันก็สลายลงได้

    นึกอยากจะปรารถนาความสุข สุขที่อิงไปด้วย อามิส คือสิ่งของ เมื่อความสุขมันมีมาก็ไม่ปรารถนาความทุกข์ แต่มันของคู่กัน สุขมีที่ไหน ทุกข์มีที่นั่น เป็นอันว่าเราก็ไม่พ้นความทุกข์

    และก็ต้องการนินทาและสรรเสริญ ใครเขานินทาไม่ชอบใจ ใครเขาสรรเสริญชอบใจ อาการอย่างนี้เป็นความหลงของคนที่เต็มไปด้วยความโง่ อาการอย่างนี้ทั้งหมดเราจะหาทางเลี่ยงด้วยอาการอย่างไร

    รวมความว่าที่มันจะมีเหตุอย่างนี้ได้ก็อาศัย “ความเกิด” เป็นปัจจัย

    อันดับต้น ขอให้บรรดาท่านทั้งหลายรวบรวมกำลังใจของตน ไม่ใช่เฉพาะเวลานี้ ผมถือว่าต้องใช้อาการอย่างนี้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง นั่นก็คือ สำรวมใจอยู่ในขอบเขตของความดี

    อันดับแรก กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้นก็รู้อยู่ เป็นการคุมสติสัมปชัญญะ ถ้าจะใช้คำภาวนาเวลาหายใจเข้าภาวนาว่า “พุท” เวลาหายใจออกภาวนาว่า “โธ” ไม่ต้องออกเสียงนึกในใจ รวบรวมกำลังใจของเราไว้ในขอบเขตเพียงนี้ นี่เป็นอันดับต้นของการเจริญพระกรรมฐาน แต่ผมว่าไม่ต้นสำหรับท่านทุกคน เพราะบางท่านเจริญพระกรรมฐานมานับเป็นปีๆ ก็ยังมีอารมณ์ฟุ้งมีอารมณ์ซ่าน มีอารมณ์ทะเยอทะยาน แสดงว่าไม่ได้ลดอะไรลงไปเลย การไม่ลดของการบวชก็แสดงว่าเป็นการเพิ่มโทษของกิเลสให้มันเพิ่มขึ้น หากว่าท่านทั้งหลายพยายามฝึกใจเพียงเท่านี้

    วิธีฝึกใจของท่านทุกคนจงลง “พรหมทัณฑ์” ตัวเอง หมายความว่า ถ้าไม่จำเป็นใดๆ เราจะไม่พูดกับใครทั้งหมด กำหนดจิตไว้อย่างนี้ เพราะว่าเราจะถืออารมณ์ คุมอารมณ์ไว้ในด้านของความดี คือจิตไม่ยอมรับสภาวะของกิเลส ไม่ยอมเคารพอารมณ์ของกิเลส ถ้าไม่จำเป็นจงอย่าพูดกับใคร ถ้าพูดกับใครก็จงพูดโดยธรรม พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์

    และก็ไม่ก้าวก่ายพาดพิงไปถึงอำนาจของความรัก อำนาจของความโลภ อำนาจของความโกรธ อำนาจของความหลง เจรจาโดยธรรม ก็คือว่าเจรจาเฉพาะเหตุที่จะทำยังไงให้เราพ้นทุกข์

    เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่ายังไง อันนี้เป็นของไม่ยาก

    ถ้าคิดอย่างนั้นมันไม่สบายใจ มีคาสเซ็ท มีเครื่องบันทึกเสียง เอาคาสเซ็ทไปฟังตามอัธยาศัย ใจมันจะอยู่ที่ธรรม

    เมื่อใจมันอยู่ที่ธรรม หูมันอยู่ที่ธรรม อย่างนี้จิตใจมันก็สงบ ความฟุ้งซ่าน ความเดือดร้อนมันก็ไม่มี อารมณ์ระยำอัปรีย์คือความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง มันจะเบาบางไปทีละน้อยๆ เพราะอาศัยใจของเราที่ไม่คบกับมัน

    นี่แหละบรรดาท่านพระโยคาวจรทุกท่าน การแก้อารมณ์จากมารที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยของความทุกข์ แก้แบบนี้ ค่อยๆ ทำไปทุกทีๆ นานเข้าอารมณ์มันจะชิน ในที่สุดจิตเราก็จะมีแต่ความสงบ สามารถที่จะบังคับให้อารมณ์ที่เป็นอกุศลไม่สามารถที่จะมายุ่งกับอารมณ์จิตของเราได้ เราก็จะสบาย

    จุดนี้ถือเป็นจุดปัจจัยอันหนึ่งที่จะเป็นเหตุให้ทำให้เราพ้นทุกข์

    เอาละ ท่านทั้งหลาย สำหรับวันนี้พูดมาก็ครบ ๒๙ นาทีแล้ว ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้

    ต่อแต่นี้ไปขอทุกท่านทั้งหลายพยายามตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าท่านทั้งหลายจะเห็นว่าสมควร และเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเวลานี้ผมจะไม่ตั้งเวลาไว้ให้ และจะไม่เตือนใจเวลาสำหรับเลิก เพราะว่าบางทีบางท่านพอได้เวลาอย่างนั้น พอได้ยินเสียงการกรวดนํ้าก็ตกใจ แต่ไอ้ความที่จิตยังสบายอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายทำไปตามสะดวก ทำตามความประสงค์ของตน จึงจะไม่เร่งรัด ให้บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนอยากจะทำนานเท่าไหร่ก็ได้ นั่งไม่สบายก็นอน นอนไม่สบายก็ยืน ยืนไม่สบายก็เดิน จะนั่งอิริยาบถใดก็ได้ ถ้าเราอยู่คนเดียว

    เอาละ ต่อแต่นี้ไปขอทุกท่านจงตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าที่ท่านจะเห็นว่าสมควร สวัสดี*

    ภาพโดย คุณสุพัฒน์
    โพสต์โดย Achaya

    .jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันอังคารที่๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    ช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่คณะพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จแล้ว เวลาประมาณ๐๗.๔๕น. ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ ท่านเจ้าอาวาสวัดท่าซุงและคณะพระสงฆ์เดินทางกลับวัดจันทาราม(ท่าซุง) จ.อุทัยธานี
    ทางมูลนิธิฯ และทางวัดท่าซุงขออนุโมทนาบุญลูกหลานหลวงพ่อทุกคนที่ได้มาร่วมกันปฏิบัติธรรมและทำบุญที่บ้านสายลมและขอขอบคุณกลุ่มคณะอาจารย์วิชชุและคณะลูกหลานหลวงพ่อทุกคนที่ได้ร่วมกันช่วยจัดเตรียมสถานที่ที่บ้านสายลมและทำความสะอาดพื้นที่หลังจากเสร็จงานครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว
    ขอแจ้งประชาสัมพันธ์กำหนดการงานบ้านสายลมครั้งหน้า ตรงกับวันที่ ๑-๔ มิถุนายน ๒๕๖๑

    -พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744930_752_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744930_828_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744931_508_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744931_761_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744933_150_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744933_22_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744934_69_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744934_785_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744934_122_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744934_934_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg
    1525744935_859_วันอังคารที่๘-พฤษภาคม-๒๕.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    -๕๐.jpg

    พิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ ๕๐ วัน แห่งการมรณะภาพ ท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล (อนันต์ พทฺธญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) จ.อุทัยธานี
    คณะสีลมจัดทำ
    น้อมถวายกุศลแด่ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
  16. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันพฤหัสบดีที่๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑
    งานบวงสรวงพิธีไหว้ครูและสอนกรรมฐาน ณ สำนักปฏิบัติธรรมบ้านก๋ง จ.ฉะเชิงเทรา
    ในงานวันนี้ ท่านพระครูภาวนาธรรมนิเทศก์(หลวงพ่ออาจินต์ ธมฺมจิตโต)และท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ ท่านเจ้าอาวาสวัดท่าซุงและคณะพระสงฆ์จากวัดท่าซุงได้เดินทางมาร่วมงานในพิธี โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวง โดยอาจารย์สมพงษ์ หลุนประยูร จุดธูปเทียนที่โต๊ะบวงสรวง และหลังจากที่หลวงพ่ออาจินต์ทำพิธีบวงสรวงเสร็จ ท่านได้นำญาติโยมกล่าวขอขมาต่อพระรัตนตรัยและนำญาติโยมสวดมนต์บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และนำอุทิศส่วนกุศล หลังจากนั้นคณะพระสงฆ์ได้เข้าพัก และอาจารย์สมพงษ์ หลุนประยูร ได้นำญาติโยมทำพิธีบูชาครูต่อ
    เวลาประมาณ ๑๐.๓๐น. คณะพระสงฆ์ได้สวดเจริญพระพุทธมนต์ และหลังจากนั้น อาจารย์สมพงษ์ หลุนประยูร ได้กล่าวนำญาติโยมกล่าวถวายอาหารพระ และคณะพระสงฆ์พักฉันเพล และหลังจากพระสงฆ์ฉันเพลเสร็จแล้ว คณะญาติโยมได้ร่วมกันถวายเครื่องไทยทานและทำบุญใส่ย่ามพระสงฆ์ตามอัธยาศัย และหลวงพ่ออาจินต์รับสังฆทาน
    เวลาประมาณ ๑๒.๔๕น. ท่านพระครูปลัดสมนึก สัธมฺมถิรสทฺโธและคณะพระสงฆ์วัดท่าซุงเดินทางกลับ

    ขอแจ้งประชาสัมพันธ์กำหนดงาน สำนักปฏิบัติธรรมบ้านก๋ง
    คืนนี้เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. หลวงพ่ออาจินต์ ธมฺมจิตโตสอนกรรมฐานแบบวิชามโนมยิทธิครับ

    -พฤษภาค.jpg
    1525949769_24_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949770_335_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949770_169_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949770_94_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949770_687_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949771_271_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949772_417_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949772_803_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949772_764_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949773_36_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg
    1525949773_118_วันพฤหัสบดีที่๑๐-พฤษภาค.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    เมื่อวันที่ ๙ พ.ค.๖๑ ติดตั้งถังเก็บน้ำที่ตึกรับแขก วัดท่าซุง
    ทางวัดท่าซุงได้ติดตั้งถังเก็บน้ำขนาดความจุ ๓๐ ลูกบาศ์กเมตร ความสูงจากพื้นดิน ๓๐เมตร สำหรับจ่ายน้ำใช้บริเวณตึกรับแขก หอฉัน ฝั่งวังมัจฉาที่เลี้ยงปลาของวัด โดยสิ้นค่าใช้จ่าย ๔๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมฐานราก
    และได้ทำการเจาะบ่อบาดาลลึก ๕๑ เมตร ข้างๆถังส่งน้ำ ๑ บ่อ และจะทำการซ่อมแซมถังเก็บน้ำของเก่าให้ใช้งานได้

    -๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070304_651_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070305_738_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070306_819_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070306_22_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070307_494_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070308_562_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070308_878_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070309_128_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070309_666_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070310_443_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg
    1526070311_547_เมื่อวันที่-๙-พ-ค-๖๑-ติดตั.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    ในวันอังคารที่ ๑๕ พ.ค.๖๑ ทางมหาวิหารอนุสรณ์๑๐๐ปี หลวงพ่อพระราชพรหมยานจะทำการปรับปรุงระบบไฟฟ้าตลอดช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา ๘.๐๐-๑๕.๐๐น.โดยประมาณ จึงของดพิธีสวดอภิธรรมถวายกุศลแด่หลวงพ่อพระราชภาวนาโกศลในช่วงเวลาดังกล่าว และจะเริ่มพิธีตามปกติในเวลา ๑๙.๐๐น

    – ในกรณีที่ญาติโยมแจ้งความประสงค์จะขอใบอนุโมทนาตามจุดสถานที่ในวัดที่ได้ทำบุญ ขอให้ตรวจสอบแน่ชัดตามขั้นตอนก่อนออกใบอนุโมทนาบัตร

    -๑๕-พ-ค-๖๑-ท.jpg
    1526235676_302_ในวันอังคารที่-๑๕-พ-ค-๖๑-ท.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
  20. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,668
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +156
    วันนี้วันพระตรงกับวันจันทร์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนหก(๖) ปีจอ

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม

    “บารมี” นี่เขาแปลตามภาษาบาลีแปลว่า เต็ม แต่เนื้อแท้จริงๆ ต้องใช้กำลังใจให้เต็ม ไม่ใช่เอาวัตถุมาเต็มคือ:-
    (๑) ทานบารมี จิตใจของท่านพร้อมแล้วหรือยังที่จะให้ทานตามความสามารถ เพราะการให้ทานนี่เป็นการทำลายโลภะ ความโลภ
    (๒) ศีลบารมี ศีลของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือเปล่า ทุกวันท่านพิจารณาศีลของท่านหรือเปล่าว่าครบถ้วนไหม
    (๓) เนกขัมมบารมี การถือบวช การถือบวชในที่นี้ก็หมายถึงว่าเป็นการระงับนิวรณ์ ๕ ประการ คือ “กามฉันทะ” เห็นรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย และสัมผัสที่ต้องการการมั่วสุมไปด้วยกามารมณ์เป็นโทษ มันเป็น “อนิจจัง” ไม่มีการทรงตัว รูปมันสวยไม่จริงสวยนิดหนึ่ง แล้วแก่ไปเสื่อมไปทุกวัน เสียงผ่านหูแล้วก็หายไป กลิ่นหอมกระทบจมูกแล้วก็หายไป สัมผัสที่เรานึกว่าดี ความจริงมันเป็นปัจจัยนำโทษมา นี่หมายถึงว่าสัมผัสระหว่างเพศมันนำโทษมาให้ หากต้องการสัมผัสแบบนั้นงานมาก งานมันก็เกิดขึ้นมาก กำลังใจก็ต้องรักษาไว้ซึ่งกันและกัน ต้องเอาใจคนโน้น ต้องเอาใจคนนี้หนักใจมาก
    (๔) ปัญญาบารมี นี่เราเห็นหรือยังว่าการเกิดเป็นทุกข์ เกิดมาแล้วนี่ภาระต่างๆ เต็มไปหมด ที่พูดไปแล้วนี่มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น หาความสุขไม่ได้ ถ้าเราจะสุขได้จริงๆ ก็ต้องวางการเกิดคือ “วางขันธ์ ๕” นี่เป็น “ปัญญาบารมี”
    (๕) ทีนี้ วิริยบารมี ได้แก่ความเพียร เรามีความเพียรครบถ้วนแล้วหรือยัง คือใช้กำลังใจเป็นสำคัญ ไปหักห้ามความชั่วไม่ให้เข้ามายุ่งกับใจ
    (๖) ทีนี้มา ขันติบารมี แปลว่า ความอดทน การกระทำความดีที่ฝืนอารมณ์เดิมต้องอดทนเพราะใจมันคอยจะตํ่า มันคบกิเลส ตัณหา อุปาทาน คือมีความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง นี่เราก็พิจารณาเห็นว่าความรักก็เป็นโทษ ความโกรธก็เป็นโทษ ความหลงก็เป็นโทษ ในเมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มันเป็นโทษ เราจะฝืนกำลังใจที่มันคบกันมานานแล้ว เราก็ต้องใช้ความอดทน ไม่อย่างนั้นเราก็จะทรงตัวอยู่ไม่ได้
    (๗) ต่อไป สัจจบารมี ความจริงใจ ที่เราตั้งใจจะหํ้าหั่นกิเลสทั้ง ๓ ประการให้มันสิ้นไป เราจะไม่ละความพยายามทรงสัจจะเข้าไว้ จะไม่ยอมทิ้งสัจจะคือความจริงใจ แต่ว่าการรักษาสัจจะต้องให้มันพอดีพอควร อย่าทำเกินพอดี การนั่งกรรมฐานเครียดเกินไป พระพุทธเจ้าไม่ใช้ ใช้อารมณ์ย่อหย่อนเกินไปไม่ใช้ ใช้อารมณ์แค่พอดีๆ เพื่อรักษาอาการของขันธ์ ๕ ให้ปกติ
    (๘) และต่อไป อธิษฐานบารมี อธิษฐานต้องตั้งใจไว้เลยว่าการปฏิบัติแบบนี้ เราต้องการพระนิพพาน ไม่ใช่สักแต่เพียงว่าทำเป็นแค่อุปนิสัย ถ้าอารมณ์คิดว่าเป็นแค่อุปนิสัยมันขี้เกียจง่าย ตั้งใจไว้เฉพาะว่าชาตินี้ทั้งชาติ อย่างเลวที่สุดเราจะเป็นพระโสดาบันให้ได้
    (๙) และอีกอันหนึ่งคือ เมตตาบารมี เมตตาบารมีตัวนี้ก็เป็นตัว “ตัดโทสะ” ความพยาบาท ที่เป็นกิเลสตัวสำคัญ
    สำหรับ ปัญญาบารมี นั้น “ตัดโมหะ”
    (๑๐) อุเบกขาบารมี ทรงอารมณ์เฉย ในเมื่อกฎของกรรมที่เราทำไว้เป็นอกุศลในชาติก่อนที่เราทำมันมาให้ผล เราก็มีอารมณ์สบาย อะไรมันจะเกิดแก่เราบ้าง เราก็สบายที่เรียกว่า “สังขารุเปกขาญาณ” คือร่างกายมันจะแก่เราก็สบาย เฉย..เรารู้ว่าจะแก่ ถ้ามันจะป่วยใจเราก็สบาย เพราะรู้ว่ามันจะป่วย รักษาตัวเหมือนกัน หายก็หาย ตายแหล่ช่างมัน! ของรักของชอบใจที่จะต้องพลัดพรากจากกัน เรารู้ว่านี่เป็นธรรมดา อารมณ์ใจก็เฉย สบาย..เพราะรู้ว่าเป็นธรรมดา มันจะจากไปเราก็ห้ามมันไม่ได้ คนที่รักกันกับเราเขาประกาศเป็นศัตรูก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเขากับเรายังมีกิเลสกัน ต่างคนต่างมีกิเลส เขาจะไปมันเป็นเรื่องของเขาเราไม่ตาม ถ้าเขาจะมาเราก็ไม่ปฏิเสธพร้อมยอมรับ ใจสบายเป็น อุเบกขาบารมี ร่างกายมันจะตายจะพังก็ช่าง จัดเป็น อุเบกขาบารมี
    รวมความว่าบารมีทั้ง ๑๐ ประการ คือ:-
    (๑) จิตพร้อมจะให้ทาน
    (๒) จิตทรงศีลอยู่เสมอ
    (๓) เราพร้อมที่จะระงับนิวรณ์ ๕ ประการ
    (๔) เรามีปัญญาที่จะรู้แจ้งเห็นจริงตามกฎของธรรมดา มีอารมณ์ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาเป็นปกติ
    (๕) เรามีความเพียรเพื่อจะทำลายกิเลสให้พินาศไป
    (๖) เรามีขันติคือความอดทน ทนต่อการฝืนอารมณ์เพราะอารมณ์มันคอยตํ่า เราจะดึงขึ้นสูง มันก็จะคอยลงตํ่าต้องทนดึงเข้าไว้
    (๗) สัจจะ เมื่อตั้งใจว่าจะทำลายกิเลสแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำลายกิเลสกันเรื่อยไป ไม่ถอยหลัง
    (๘) อธิษฐานตั้งอารมณ์ไว้ตรงว่าเราจะเข้าไปหาพระนิพพานให้ได้ จะไม่ยอมถอยหลัง จับจุดไว้จุดเดียวเท่านั้น
    (๙) เมตตา ประกาศตนเป็นคนมีความรักปรารถนาในการสงเคราะห์คนทั้งหมดและสัตว์ทั้งหมด ไม่ถือว่าใครเป็นศัตรูร้ายของเรา
    (๑๐) อุเบกขา มีความวางเฉย วางเสียได้เมื่อกฎของกรรมจะเข้ามาสนองตน
    ที่องค์สมเด็จพระทศพลทรงสอนบารมีทั้ง ๑๐ ประการ ก็คือกำลังใจ ถ้ากำลังใจของท่านทั้ง ๑๐ ประการครบถ้วนบริบูรณ์ละก็ ความเป็นพระโสดาบันก็เป็นเรื่องเล็ก เพราะอะไร เพราะว่าเรามีเครื่องมือพร้อมแล้ว ทีนี้เราก็มาพิจารณาบารมีทั้ง ๑๐ ประการ ตอนนี้เราก็ต้องหันเข้าไปดูความเกิด เรื่องของความเกิดนี่มีความร้ายแรงอีกตัวหนึ่ง นี่เวลาเหลือไม่ถึง ๑๐ นาที นี่เราก็มานั่งดูกันว่าอะไรหนอ ความเกิดมันนำมา สร้างความทุกข์ นั่นก็คือความหิว
    ที่พระพุทธเจ้ากล่าวว่า
    “ชิฆัจฉา ปรมา โรคา” ความหิวมันเป็นโรคอย่างยิ่ง ความหิวนี่ต้องทำให้เราลำบาก หิวนี่มันหลายหิว หิวอาหารก็หิว หิวเหล้าก็หิว หิวรักก็หิว หิวรวยก็หิว หิวอยากจะมีความเด่น อยากจะมีวาสนาบารมีก็หิว หิวอยากจะฆ่าชาวบ้าน อยากจะด่าชาวบ้านก็หิว มันหิวไปทุกอย่าง ความหิวประเภทนี้มันเป็นภัย ทีนี้เรามาว่ากันถึงความหิว ถึงเรื่องอาหารอย่างเดียวก็พอ การกินข้าวเข้าไปคำหนึ่งนั้นบรรดาท่านผู้ฟัง หรือพระโยคาวจรที่รัก อาหารที่จะตกเข้ามาถึงปากเรา มันมีทุกข์ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้อย่างนั้น เคยรับฟังมาแบบนี้เพราะว่ามีทุกข์หนัก
    คำข้าวคำเดียวนี่ทุกข์หนัก จะพูดให้ฟังแต่โดยย่อ เอาไปเป็นเครื่องคิดว่าไอ้ความเกิดมันไม่ดีแบบนี้แหละ ข้าวสุกที่มันจะเข้าปากเรา ก่อนที่มันจะเป็นข้าวสารกว่าจะทำเป็นข้าวสารได้ ถ้าทำเป็นข้าวสุกก็ต้องหาอุปกรณ์คือ หม้อ เตา นํ้า ฟืน เอาข้าวสารมาแล้วก็หุงกิน อาการที่ต้องหุงแบบนี้มันต้องประกอบการงาน ต้องใช้กำลังกาย กำลังปัญญา กำลังความคิด แล้วก็ต้องใช้ทรัพย์หาวัตถุนี่มันก็สร้างความลำบาก สร้างความทุกข์ เรานั่งๆ นอนๆ สบายกว่า นี่มันจะเป็นข้าวสารมาได้ก็มาจากข้าวเปลือก ก่อนที่จะมาเป็นข้าวเปลือก ข้าวสารมันก็ต้องสีต้องซ้อมต้องทำให้เป็นข้าวสารขึ้นมา นี่ก็ต้องใช้ความเหน็ดเหนื่อย บางท่านไม่ได้ซ้อมไม่ได้สี เราจะซื้อข้าวสารและการจะมีเงินซื้อข้าวสาร เราก็ต้องทำงานที่มันเหนื่อย ไอ้เรื่องจากการกินนี่มันเหนื่อยที่สุดถึงยันวันตาย ไม่มีจบ เราเกิดกี่ปีกี่ชาติถ้าเรายังเกิดอยู่ เราก็ต้องเหนื่อยแบบนี้
    ทีนี้คำข้าวคำเดียวพระพุทธเจ้าบอกว่าข้าวเปลือกมาจากไหน มาจากต้นข้าวมันอยู่ในรวง ทีนี้การที่จะไปนำมาเป็นข้าวกินได้มันก็ต้องไปเก็บไปเกี่ยว ไปตากแดดมาเหนื่อยลำบากยากกายมาก ทนความร้อนความหนาว บางทีหนาวจัดๆ ก็ต้องแช่ในน้ำเกี่ยวข้าวกันก็มี อาการอย่างนี้มันเป็นอาการของความทุกข์ เป็นผลมาจากการเกิด ทีนี้ข้าวก่อนที่จะเป็นรวงมันก็ต้องเป็นต้น เราก็ต้องไปไถนาต้องไปหว่านข้าวเสียก่อน และก็ต้องมาบำรุงข้าวให้เจริญ อันนี้ก็ต้องอาศัยความเหน็ดเหนื่อย ก็ไปนั่งนึกเอาเองแล้วกัน จะไม่พูดให้ยาวนัก
    ทีนี้ต่อมาพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ไอ้เจ้านานี่มันจะปรากฏขึ้นได้ยังไง ก่อนที่เราจะไถนาจะหว่านข้าวก็ต้องมีอุปกรณ์ มีวัว มีควาย มีแอก มีไถ มีอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหลายเหล่านี้ เราต้องหามาได้ด้วยเงิน กว่าจะหาเงินมาซื้ออุปกรณ์ได้เสร็จ มันก็แสนลำบากยากเหลือเกิน เหน็ดเหนื่อยมาก เมื่อได้แล้วก็ต้องมาทำนาทำไร่ทำหว่าน นี่องค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงถอยหลังลงไปว่าพื้นที่นาที่เราจะปลูกข้าวได้นี่เดิมมันเป็นป่า เราก็ต้องไปโค่นป่ามาทำนา ลองคิดดูว่าตัดไม้กว่าจะขาดแต่ละต้น ขุดตอแต่ละตอ กว่าจะลากไม้ไปพ้นพื้นที่ที่เราจะทำนามันมีความเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน
    อันนี้ก็มาเป็นเรื่องของความทุกข์ ไอ้การเหนื่อยเป็นเรื่องของความทุกข์ ทีแรกก็ทุกข์เพราะอาหาร ทีนี้กว่าที่อาหารจะเกิดขึ้นมาได้ เราก็ต้องไปนั่งบุกป่าฝ่าดง และก็ในเมื่อเรามีที่ทำมาหากินเสร็จ มีอาหารกินเสร็จและก็อาหารประเภทไหนบ้างที่สร้างความสุขให้แก่เรา นี่เจ้าตัวเกิดนี่มันหาความทุกข์มาให้ มานั่งดูสิว่าอาหารประเภทไหนมันสร้างความสุขให้แก่เรา กินแล้วไม่แก่ กินแล้วไม่ป่วย กินแล้วไม่จน กินแล้วไม่มีการขัดคอขัดใจกับใคร กินแล้วไม่ตาย และกินแล้วมีความสุขตลอดเวลาทั้งกำลังกายกำลังใจมีไหม มีบ้างไหม และก็อาหารประเภทไหนกินแล้วอิ่มตลอดกาลตลอดสมัยมีบ้างไหม ถ้าอย่างนี้ท่านก็จะตอบว่าไม่มี ถ้ามันไม่มีอย่างนี้ที่เราจะต้องกินอาหารเพราะอะไร ทำการงานเพราะอะไร ก็เพราะเราเกิด ถ้าเราไม่เกิดเสียอย่างเดียว ความทุกข์ประเภทนี้มันมีหรือเปล่า ก็ไม่มี
    ที่พระพุทธกล่าวว่า “ชาติปิ ทุกขา” ความเกิดเป็นทุกข์ บรรดาพระโยคาวจรทั้งหลายเห็นหรือยังว่าการเกิดอย่างเดียว ขณะที่มันอยู่ในครรภ์มารดามันก็ทุกข์มากอยู่แล้ว พอออกมาจากครรภ์มารดานี่มันยิ่งทุกข์หนัก พวกท่านเห็นความทุกข์ของการเกิดแล้วหรือยัง เกิดแล้วมันก็พาพ่วงสิ่งอื่นมาอีกตั้งเยอะแยะ นับไม่ถ้วน ทำงานตั้งแต่วันเกิดถึงวันตายมันก็ไม่จบ ถ้าเราไปเกิดใหม่มันก็เป็นแบบนี้ เพราะอาศัยความเกิดมี พระพุทธเจ้าจึงได้ค้นคว้าหาคุณธรรมที่ทำให้ไม่ต้องเกิดพบ
    นี่องค์สมเด็จพระนราสภทรงค้นพบแล้ว จึงได้มาสอนเราเหล่าพุทธบริษัท ว่าการที่จะไม่เกิดได้จริงๆ ต้องมีเครื่องมือทั้ง ๑๐ ประการที่เรียกกันว่า “บารมี ๑๐ ประการ” ให้เรามีกำลังใจพร้อมเสมอ ถ้าจิตใจของท่านพร้อมเสมอเมื่อไรท่านเป็นพระอริยเจ้าเมื่อนั้น “บารมี ๑๐” นี่มีความสำคัญมาก เห็นไหมล่ะบรรดาท่านพุทธบริษัทว่า “บารมี ๑๐” นี่เป็นตัวบรรลุทีเดียว ถ้าหากว่าเราพร้อมแบบเบาๆ เราก็เป็นพระโสดาบัน พร้อมละเอียดลงไปอีกหน่อยหนึ่งเราก็เป็นพระสกิทาคามี พร้อมมากขึ้นไปกว่านั้นหน่อยหนึ่งมีกำลังใจสูง เราก็เป็นพระอนาคามี ถ้าพร้อมหมดบริบูรณ์เราก็เป็นพระอรหันต์…

    โพสต์โดย achaya

    1526319305_293_วันนี้วันพระตรงกับวันจ.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...