ข่าวสาร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี โดยเพจมูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, 19 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  2. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  3. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -22-กันยายน-2561-หลังจากท.jpg

    วันที่ 22 กันยายน 2561 หลังจากทำวัตรเช้า ท่นพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง พร้อดด้วยพระสงฆ์ ญาติโยม ทำพิธีบวงสรวงเพื่อยกชิ้นงาาเข้าติดตั้งบนเมรุ บริเวณลาน 25 ไร่
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    วันที่ ๒๑ ก.ย.๖๑ เตรียมงานทำบุญครบรอบวันมรณภาพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง ครบรอบ ๒๖ปี

    บริเวณด้านหน้ามหาวิหารแก้ว๑๐๐เมตร พระสงฆ์ได้นำฆราวาสและนักเรียนร.ร.พระสุธรรมยานเถระวิทยาล้างพื้น ทำความสะอาดทั่วลานที่จะใช้ในวันงาน

    -๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607763_109_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607764_674_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607764_523_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607764_51_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607764_246_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607765_898_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607765_147_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607765_580_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607766_396_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607766_971_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537607767_500_วันที่-๒๑-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  6. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  7. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    วันที่๒๒ก.ย.๖๑ บวงสรวงเตรียมติดตั้งประกอบยอดเมรุในงานพระราชทานเพลิงท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล

    ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺทโธ เจ้าอาวาส และพระสงฆ์วัดท่าซุง พร้อมด้วยญาติโยมที่อยู่วัด ได้มาร่วมในพิธีบวงสรวงยอดเมรุ สำหรับเตรียมติดตั้งชิ้นส่วนงานประกอบขึ้นตัวเมรุในงานพิธีพระราชทานเพลิงท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล

    -ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607043_448_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607044_260_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607044_261_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607044_513_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607045_64_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607045_688_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607045_508_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607046_794_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607046_169_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607047_143_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg
    1537607047_898_วันที่๒๒ก-ย-๖๑-บวงสรวงเต.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  9. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  10. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  11. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -๒๒-กันยายน-๒.jpg

    วันเสาร์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๒๐ น. หลังจากทำวัตรเช้า ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง ทำพิธีบวงสรวง ด้านหน้าเมรุชั่วคราว ลาน ๒๕ ไร่ ในงานนี้มีคณะพระสงฆ์ และญาติโยมที่อยู่ปฏิบัติธรรมในวัด มาร่วมพิธี เมื่อบวงสรวงแล้วท่านพระครูปลัดสมนึก ได้ประพรมน้ำมนต์ แก่ญาติโยม และชิ้นส่วนของแผงรังผึ้ง เสา และส่วนยอดของเมรุ จากนั้นปิดทองคำเปลวชิ้นส่วนดังกล่าว ช่างดำเนินการถยอยยกแผงรังผึ้ง มีน้ำหนักแผงละ ๙๐๐ กิโลกรัม ขึ้นติดตั้งก่อน ๔ ด้าน จากนั้นยกชิ้นส่วนเสา เข้าประกอบโดยมีน้ำหนักชิ้นละ ๗๐ กิโลกรัม หนึ่งเสามีสองชิ้น ช่างได้ถยอยติดตั้งไปจนถึงเวลา ๑๔.๐๐ น.ยกเสาชิ้นสุดท้ายเสร็จ ท่านพระครูปลัดสมนึกฯ เดินทางมาดูการยกส่วนของหลังคาและยอดของเมรุ รถเครนยกปลายยอดออกมาวางด้านข้างเมรุ แล้วทดลองยกในการยกครั้งแรกเครนวัดน้ำหนักได้ ๕,๐๐๐ กิโลกรัม ช่างประเมินว่าอันตรายเกินไป เนื่องจากตัวรถเครนห่างจากชิ้นงานมากไป จึงได้ขยับรถเครนยกชิ้นส่วนยอดเมรุมาวางใกล้ๆ ตัวเมรุ แล้วทำการยกขึ้นติดตั้งส่วนของหลังคา และ ปลายยอดเป็นไปตามลำดับ ดำเนินการยกแล้วเสร็จเวลา ๑๗.๐๕ น
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -๒๐-กันยายน-๒.jpg

    เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๑ คณะพระสงฆ์วัดท่าซุง ญาติโยมอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัด และคณะครูนักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ช่วยกันทำความสะอาดฉีดน้ำล้างพื้น บริเวณลานจอดรถด้านหน้าวิหารแก้วร้อยเมตร เพื่อจัดงานครบรอบ ๒๖ ปีแห่งการมรณะภาพ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ในวันที่ ๒๙ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ นี้
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -๒๔-กันยายน-๒๕๖๑-ท่.jpg

    วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง ตัดพรมปูพื้นสำหรับใช้งาน เนื่องในงานครบรอบ ๒๖ ปี แห่งการมรณะภาพพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ซึ่งจะมีงานในวันเสาร์อาทิตย์ ที่ ๒๙-๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ ณ วิหารแก้วร้อยเมตร วัดจันทาราม (ท่าซุง) จ.อุทัยธานี
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  15. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    วันนี้วันพระตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดิอน ๑๐ ปีจอ

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม

    บัณฑิตสามเณร

    เมื่อสมัยองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ เวลานั้นสมเด็จพระบรมครูทรงปรารภบุคคลผู้บำเพ็ญ ทาน เป็นกรณีพิเศษ
    คำว่า “เป็นกรณีพิเศษ” นี้ก็หมายความว่า ในชีวิตนั้นทั้งชีวิต ทำทานแต่ครั้งเดียวแล้วในที่สุด ภายหลังเกิดมาเป็นสามเณรอายุได้ ๗ ปี ก็บรรลุอรหัตผล พร้อมปฏิสัมภิทาญาณ
    เรื่องนี้องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาได้เคยตรัสว่า สมัยพระพุทธกัสสปทศพล เวลานั้นสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ได้แสดงพระธรรมเทศนาสอนคน เพื่อมีความเลื่อมใสในพระองค์ ให้ได้บรรลุมรรคผลตามๆ กัน
    อยู่มากาลวันหนึ่ง บรรดาประชาชนทั้งหลายได้ฟังธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระนามว่า พระพุทธกัสสปทศพล พระองค์ทรงเทศน์อย่างนี้ คือ ท่านเทศน์ว่า
    บุคคลใดบำเพ็ญทานด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนบุคคลอื่น เมื่อบุคคลนั้นตายไปแล้วจากโลกนี้ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะมีโภคสมบัติมากมีทรัพย์มาก เป็นคนรวย แต่ขาดบริวารสมบัติ คือขาดพวกขาดพ้อง ไม่มีพวกไม่มีพ้อง
    บุคคลใดไม่บำเพ็ญทานด้วยตนเอง แต่ชักชวนแนะนำบุคคลอื่นให้ทำทาน เกิดไปในชาติหน้า เป็นคนยากจนในโภคสมบัติ แต่มีเพื่อนมาก
    บุคคลใดบำเพ็ญทานด้วยตนเองด้วย และก็ชักชวนให้บุคคลอื่นบำเพ็ญทานด้วย บุคคลนั้นตายจากโลกนี้ไปแล้ว จะเป็นคนมีโภคสมบัติมาก คือเป็นคนร่ำรวยด้วย แล้วก็ยังเป็นคนมีเพื่อนมาก คือบริวารสมบัติ
    บุคคลใดไม่ชักชวนบุคคลอื่นบำเพ็ญทาน ด้วยตัวเองก็ไม่บำเพ็ญ บุคคลประเภทนั้นเกิดในชาติหน้า จะกลายเป็นคนยาจกเข็ญใจยากจนมาก และก็ขาดพวกพ้อง
    ในเมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้ทราบจากองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาเทศน์อย่างนี้ก็ตั้งใจคิดว่า ต่อนี้ไปเราจะถวายทาน ทานครั้งนี้จะเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ไพศาลมาก และการถวายทานในครั้งนี้จะให้บุญกุศลเพิ่มแก่ทุกคน คือ ถวายด้วยสลากภัต จับฉลากว่าใครถูกพระองค์ไหน ถวายองค์นั้น
    ถ้าหากว่าองค์หนึ่งคนอาจจะมากกว่า คือองค์หนึ่งถูก ๓-๔ ฉลากก็ได้ ให้ถวายองค์นั้น ไม่มีการเจาะจง จัดว่าเป็น สังฆทาน โดยแท้ เขาจึงป่าวประกาศให้ประชาชนทั้งหลายถวายทานเพื่อรับสลาก
    ป่าวไปป่าวมา ทั้งป่าวทั้งประกาศ เป็นอันว่าไปเจอะเอาคนๆ หนึ่ง คือ ท่านเป็นมหา เรียกกันว่า มหาทุกขตะ มหาทุกขตะ นี่แปลว่า จนมาก แสนจน
    คือคุณจอมจนคนนี้ แกกำลังตกปลาอยู่ เขาก็บอกว่า “นี่เธอ! รับสลากภัตพระสงฆ์สักองค์ซิ”
    และท่านก็บอกว่า
    “ฉันเป็นคนจนขนาดนี้ กินก็ไม่ค่อยจะมี จะถวายสลากภัตได้อย่างไร ถ้าของไม่ดี พระก็อาจจะไม่ฉัน”
    แต่ท่านที่เป็นหัวหน้าทานก็บอกว่า
    “พระไม่เลือก ถ้าสิ่งใดที่ไม่เป็นโทษพระฉันได้”
    แกก็เต็มใจรับ จำใจต้องทำเพราะมันจน
    วันนั้นก็แสนจะระยำ ตอนก่อนที่เขาจะไปบอกบุญ เขาก็ตกได้ปลาตะเพียนสีแดงเพียงตัวเดียว หางแดง หลังจากรับการบำเพ็ญกุศลให้รับสลากภัตแล้ว ไม่มีโอกาสได้ปลาเลย แม้เพียงปลาตัวเดียว แต่ว่าตั้งใจว่า ไอ้ปลาตัวนี้กูไม่กินละ จะเก็บไว้ทำอาหารถวายพระ คือ สลากภัต กลับมาบ้านก็มาบอกภรรยาว่า
    “ยาย! ฉันไปรับสลากภัตพระเขามาองค์หนึ่ง”
    ยายก็ตกใจบอกว่า
    “ไอ้เราน่ะกินก็ยังไม่ค่อยจะมี ไฉนไปรับมาอย่างนี้”
    แกจึงบอกยายว่า
    “พระท่านไม่เลือก กินได้ เราเป็นคนจนทำอย่างไรล่ะ มีอย่างไรก็กินอย่างนั้น เมื่อมีเท่าไรทำแบบนั้น ทำแบบไหนก็ทำแบบนั้น ฉันได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ตามใจท่าน ก็เรามันมีแค่นี้ มันจน”
    ยายก็รับรองว่า “เอ้า! ถ้างั้นก็ตกลง”
    “เอ..ไอ้ปลาตะเพียนแดงตัวเดียวนี่ พระท่านจะฉันอร่อยรึ เวลาเราจะกินอาหาร เราต้องกินอาหารที่มันดีๆ เราไปรับจ้างเศรษฐีเขาดีกว่า”
    สองคนตายายก็พากันไปรับจ้างมหาเศรษฐี มีเวลาอีก ๗ วันที่จะถวายสังฆทาน ท่านมหาเศรษฐีถามว่า
    “เธอต้องการอะไร?”
    ท่านทั้งสองบอกว่า
    “ต้องการอย่างเดียว คือของไปทำ สังฆทาน ถวายพระ ท่านจะให้อะไรก็เอา”
    ท่านทำงานให้เขา ๗ วัน เขาก็จัดถั่วบ้าง จัดงาบ้าง จัดของเนยนมบ้าง เท่าที่เศรษฐีเขามีอยู่ เขานึกว่าดีให้มาเพื่อเอาไปทำงาน เมื่อถึงวันเวลาพรุ่งนี้จะเป็นวันถวายสลากภัต สองคนตายายก็เริ่มช่วยกันปรุงข้าว ทำตามกำลังที่มันจะพึงได้มา ได้ปลาตะเพียนแดงมายืนพื้นมี ๑ ตัว หลังจากนั้นพอวันรุ่งขึ้น จะถวายสลากภัต ตอนกลางคืนวันนั้นท่านได้ไปหาหัวหน้าทาน ถามว่า
    “ฉันได้พระองค์ไหน ฉันจะถวายใคร สลากที่ฉันถูกใคร?”
    ท่านหัวหน้าทานก็บอกว่า
    “ตายจริงนาย ฉันลืมนายไปเสียแล้วซิ สลากแจกเขาไปหมดแล้ว นายไม่มีโอกาสแล้ว”
    แกก็เสียใจ ว่า “ฉันอุตสาห์มีปลาตะเพียนแดงตัวหนึ่ง ฉันก็ไม่กิน แล้วก็ลงทุนสองคนตายายไปรับจ้างเศรษฐีเขามา หวังที่จะถวายทานแก่บรรดาพระสงฆ์ แต่เวลานี้สลากหมดแล้ว ฉันจะทำอย่างไร เจตนาฉันก็ตกไป”
    เจ้าคนหัวหน้าทานก็ปัดสวะให้พ้นหน้าบ้าน บอกว่า
    “เอางี้ก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าไม่มีสลาก พระพุทธเจ้าย่อมสงเคราะห์ไม่ว่าบุคคลใด เธอไปรอรับพระพุทธเจ้าก็แล้วกัน…”
    แกก็ตั้งใจดีแล้ว เอ้า…พระพุทธเจ้าจะสงเคราะห์หรือไม่สงเคราะห์ก็ตามใจ ตอนเช้าตรู่แกก็ไป ไปยืนอยู่ที่หน้าวิหารที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่
    เวลานั้นคนที่ต้องการบาตรขององค์สมเด็จพระบรมครูมีมาก กษัตริย์หลายองค์ มหาเศรษฐีเยอะแยะ รอรับบาตรพระพุทธเจ้า แต่พวกนี้ไปคอยอยู่นานแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่เปิดประตู และบาตรของพระพุทธเจ้านี่ ถ้าไม่ส่งให้ใคร แล้วใครแย่งไปไม่ได้เลย ส่งให้คนไหนเป็นสิทธิของคนนั้น
    พอท่านมหาทุกขตะไปยืนปุ๊บหน้าประตู ท่านเปิดประตูพอดี คือตั้งใจคอย และท่านมหาทุกขตะก็ไม่ต้องคอยเลย แต่เขามีศรัทธามาก พระพุทธเจ้าไม่ทรงเลือกอาหาร เพราะว่าอาหารอะไรก็ได้ ถ้าไม่เป็นโทษท่านฉัน
    เมื่อเปิดประตูมาแล้ว ทุกคนก็ปราดเข้าไปหวังมารับบาตร แต่องค์สมเด็จพระบรมโลกนาถไม่ทรงประทานให้แก่บุคคลอื่น เดินตรงมาที่มหาทุกขตะแล้วส่งบาตรให้
    เขาได้น้อมรับบาตรจากองค์สมเด็จพระจอมไตร และอาราธนาให้ไปฉันภัตตาหารที่บ้าน การนิมนต์พระพุทธเจ้าไม่ต้องบอกสถานที่อยู่ สมเด็จพระบรมครูจะไปถึงเอง เมื่อเขาอาราธนาแล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็ทรงเดินนำหน้ามหาทุกขตะ มหาทุกขตะถือบาตรเดินตามมาข้างหลัง เศรษฐีก็ดี กษัตริย์ก็ดี ต่างคนต่างติดสินบนมหาทุกขตะว่า เธอให้บาตรเราเถอะ เราจะให้ทรัพย์เท่านั้นโกฏิเท่านี้โกฏิ ท่านมหาทุกขตะเฉย ไม่ยอมให้เฉยๆ บอกว่า
    “ฉันน่ะมันจนมานานแล้ว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้จักเลยว่าเงินมันเป็นยังไง หาเช้ากินค่ำมาตลอดเวลา เวลานี้อายุก็ปาเข้าไป ๔๐ ฉันต้องการอย่างเดียว คือทำบุญกับองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ เรื่องเงินน่ะมันเรื่องเล็ก มันใหญ่จริงสำหรับความต้องการของฉัน แต่ว่าฉันต้องการบุญมากกว่า”
    บรรดากษัตริย์ เศรษฐี ก็นึกดูถูกในใจว่า ไอ้เจ้าจอมจนนี้มันจะมีกับข้าวดีขนาดไหน จะเลี้ยงพระพุทธเจ้า เขาก็ตามไปจะไปเหยียดหยามดูน้ำหน้าว่า มันจะมีอะไรเลี้ยงพระพุทธเจ้า เวลานั้นพระอินทร์ก็ทรงแปลงกายลงมาเป็นชายแก่ เดินมาข้างบ้านถามว่า
    “ยายเจ้าของบ้านนี้จะทำอาหารไหม ฉันมีความถนัดในการทำกับข้าว แต่ฉันจะปรุงให้โดยไม่คิดค่าจ้างอะไรๆ ทั้งหมด”
    ยายก็เลยว่า “เออ..ก็ดีแล้ว ฉันก็มีของเท่านี้แหละ มันจะทำอะไรได้บ้างก็ไม่รู้”
    พระอินทร์เข้าไปดู บอกว่า “เออ..ของอย่างนี้ดีมาก ปรุงอาหารรสอร่อยรสเลิศ ท่านหามาจากไหนล่ะ?”
    ยายก็บอกว่า “ไปรับจ้างเศรษฐีเขามา และมีปลาตะเพียนแดงอีกตัวหนึ่ง”
    พระอินทร์ก็เข้าไปในครัว ท่านจะไปทำอะไรของท่าน ท่านมีหน้าที่อย่างเดียว คือนั่งนึก ก็คือนึกให้ปลาตะเพียนแดงเข้าผสมกับอาหารต่างๆ พร้อมด้วยอาหารทิพย์ ของนั้นก็เป็นของประเสริฐที่สุด มีกลิ่นอันหอม รสก็อร่อย กลิ่นหอมฟุ้งมาก
    เมื่อเวลาที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จมา บ้านของมหาทุกขตะหลังคาต่ำ พระพุทธเจ้ามีพระวรกายสูงถึง ๘ ศอก แต่ก็เป็นธรรมดาอีกอันหนึ่ง พระพุทธเจ้าไปไหน ไม่ก้มศีรษะ ไม้จะต่ำ หลังคาจะต่ำอย่างไรก็ตาม จะไม่ทรงก้มศีรษะเด็ดขาด
    เมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถเสด็จเข้าไป หลังคาต่ำๆ มันก็เลยสูงขึ้น ด้วยอำนาจพุทธานุภาพ พระพุทธเจ้าเข้าไปโดยไม่ก้มศีรษะเลย เข้าไปแล้วพระองค์ก็ทรงนั่งในที่ที่เขาปูให้ประทับ บรรดาเศรษฐี มหากษัตริย์ต่างๆ ก็พากันนั่งดู และดูกับข้าวของมหาทุกขตะ หวังจะเหยียดหยาม
    เวลานั้นท่านมหาทุกขตะก็ถามยายว่า
    “ยาย! พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว เวลานี้นำอาหารมาถวายองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว กับข้าวน่ะเสร็จแล้วหรือยัง?”
    ยายก็ถามพ่อครัววิเศษว่า
    “คุณตา กับข้าวเสร็จแล้วหรือยัง?”
    คุณตาก็ว่า
    “เรียบร้อยแล้วครับ ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย…”
    ยายเข้าไปก็ตกใจ ไอ้ถ้วยกะลาชามกะโหลก มันกลายเป็นถ้วยดีชามดี ถ้วยชามก็สวยไม่สกปรก ใสสะอาดสะอ้าน สวยสดงดงามมาก อาหารก็เต็มบริบูรณ์สมบูรณ์ มันมากกว่าอาหารเท่าที่มีอยู่ ท่านตาท่านยายจึงนำมาประเคนองค์สมเด็จพระบรมครู
    บรรดาเศรษฐีและกษัตริย์ก็นั่งดูว่า ไอ้นี่มันจะทำอะไรกิน นอกจากผักต้มผักดองก็แค่นี้แหละ พอสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเปิดภาชนะออกมา กลิ่นอาหารของความเป็นทิพย์ก็ฟุ้งขจรออกมา เป็นเหตุให้กษัตริย์ก็ดี เศรษฐีก็ดี อายมหาทุกขตะหนีกลับไปหมด
    เมื่อสมเด็จพระบรมสุคตทรงฉันแล้ว สมเด็จพระประทีปแก้วก็ทรงเทศน์เรื่อง อานิสงส์ของทาน
    ประการที่ ๑ กิตติสัทโธ บุคคลที่ให้ทานแล้ว จะมีชื่อเสียงฟุ้งขจรไปในที่ต่างๆ
    ประการที่ ๒ วิสารโท คนให้ทานแล้ว จะเป็นผู้แกล้วกล้าในสังคมของคนดี ไปที่ไหนก็อาจหาญรื่นเริง เฉพาะคนดีนะ คนดีเขาสรรเสริญ
    ประการที่ ๓ อสัมมุฬโห คนที่ให้ทานแล้ว จะไม่หลงตาย ตายแล้วจะไปเกิดบนสวรรค์เบื้องต้น
    ประการที่ ๔ ปิโย คนที่ให้ทานย่อมเป็นที่รักของบุคคลทั่วไป
    องค์สมเด็จพระจอมไตรบอกว่า คนให้ทานเป็นคนมีชื่อเสียง คนนับหน้าถือตา คนให้ทานแล้วจะเป็นคนแกล้วกล้าในหมู่ของคนดี คนดีสรรเสริญ สองคนตายายได้ฟังก็ชอบชื่นใจ คนให้ทานแล้วเวลาทุกข์จะไม่หลง ตายจะไม่หลง ตายจะมีสติสมบูรณ์แบบ คนตายแล้วอย่างเลวที่สุดได้ไปสวรรค์ แกก็ชื่นใจ พอใจมาก เมื่อเทศน์แล้วองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเสด็จกลับ
    วันนั้นเป็นเรื่องน่าแปลก พระพุทธเจ้าไม่เทศน์เรื่องศีล ๕ เลย เพราะท่านทราบว่าคนจน ถ้าเทศน์เรื่องศีล ๕ การอาชีพก็ลำบาก ท่านเทศน์เฉพาะอานิสงส์ทาน และองค์สมเด็จพระพิชิตมารก็ทรงทราบว่า ถึงแม้ว่าจะไม่เทศน์ เขาก็ต้องปฏิบัติในศีล ๕ ถ้าไปเทศน์ว่าการรับศีล ๕ ปาณาติบาต อย่าไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไอ้ปลาตะเพียนแดงนั่นเขาตกมา กำลังใจมันก็จะเสีย
    การเทศน์ของพระพุทธเจ้า จะไม่ทำให้กำลังใจของบุคคลทั้งหลายเสียไป เพราะผลของบุญตามที่ท่านกล่าวว่า
    “บุคคลใดทำความชั่วไว้ จงอย่าตามนึกถึงกรรมชั่วนั้น จงตั้งใจนึกถึงแต่ความดีอย่างเดียว”
    ฉะนั้น วันนั้นองค์สมเด็จพระประทีปแก้วไม่เทศน์เรื่องปาณาติบาต ไม่เทศน์เรื่องศีล ๕ ถ้าเทศน์เรื่องศีล ๕ เขาจะสะเทือนใจ องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงเทศน์เฉพาะ อานิสงส์ของทาน เขาเองก็ปลาบปลื้มใจมากอยู่แล้วว่า
    แหม..ของเลวๆ ที่เรามี ถ้วยชามเลวๆ ก็เป็นถ้วยดีชามดี สำรับดี ของที่เรามีอาหารที่มันไม่ดีกลับเป็นอาหารรสอร่อย หอมฟุ้งตลบ กลิ่นก็ดีมาก แกไม่ทราบว่าตาคนนั้นเป็นพระอินทร์ปลอมมาปรุงอาหาร รวมความว่า พระอินทร์กับเทวดาท่านผสมผเสกันทำบุญกับคนอยู่ตลอดเวลา โดยเลือกเฉพาะพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
    ก็เป็นอันว่า เมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมารเสด็จกลับ เขาทั้งสองได้ช่วยกันรักษาศีล ๕ ครบถ้วนบริบูรณ์ และก็เลิกตกปลา กินผักกินหญ้า ตัดฟืน ตัดตอง ขุดหัวเผือกหัวมันขาย ขายแล้วก็ซื้อของมากิน ไอ้ปลาที่ซื้อมากินก็กินปลาตาย
    เมื่อตายจากความเป็นคน คนสองคนไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เวลาที่พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม ทรงอุบัติขึ้นในโลก เขาก็ลงมาเกิดในหมู่คนที่นับถือศาสนาขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว คือคนในหมู่บ้านนั้นก็เป็นชาวประมงโดยปริยาย คือไม่ใช่ชาวประมงเต็มอัตรา ก็เป็นชาวบ้านธรรมดาหากินโดยการตกปลา หาปลาไหล หาเผือกหามันไปตามเรื่อง ไม่ใช่ว่าการประมงจะต้องทำปาณาติบาตทุกวัน
    พอเทวดาสององค์นั้น เทวดาผัว เทวดาเมีย ต่างคนต่างก็ลงเข้าท้องคนละท้อง เทวดาผัวลงมาสู่ครรภ์ของท่านผู้ใดในขณะนั้น นับแต่วันแรกเข้าปฏิสนธิ หมู่บ้านนั้นทั้งหมด ต่างคนต่างมีศีล ๕ ครบถ้วน คือทุกคนไม่อยากละเมิดศีล ๕ ใจมันดีขึ้นมา มีความเมตตาปรานี และต่อมาเมื่อเขาปฏิบัติในศีล ๕ ครบถ้วนก็จริง ปรากฏว่ามันน่าจะจนลง แต่หมู่บ้านนั้นกลับมีความเป็นอยู่ครบถ้วนบริบูรณ์ สุขสันต์หรรษาดีกว่าเดิมมาก
    ฉะนั้น เมื่อเด็กคนนี้ออกมาจากครรภ์มารดา จึงได้นามเรียกว่า บัณฑิต บัณฑิตนี่คือ คนฉลาด เป็นคนปฏิบัติดี คือการทำดี พูดดี คิดดี
    การที่ให้นามเด็กคนนี้ว่า บัณฑิต เพราะนับตั้งแต่เข้าท้องมา คนทุกคนในบ้านทรงศีลบริสุทธิ์หมด เป็นบัณฑิตหมด เด็กคนนี้เป็นที่รักของ พระสารีบุตร คือพระสารีบุตรท่านมีเสน่ห์สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ท่านก็มีเสน่ห์ ผู้ใหญ่ก็รัก เด็กก็รัก เวลาเข้าบ้านใครท่านก็นำของเล่นไปด้วย เข้าบ้านไหนก็ตามเด็กเห็นเข้าก็บอกว่า
    “หลวงลุงสารีบุตรมาแล้ว…”
    “หลวงอาสารีบุตรมาแล้ว…”
    “หลวงน้าสารีบุตรมาแล้ว…”
    วิ่งเข้าไปเกาะแข้งเกาะขา ดึงสบงกับจีวร ขี่คอบ้าง ลากแขนบ้าง ท่านก็ไม่ว่าอะไร ดีไม่ดีก็นั่งกลางบ้านเล่นกับเด็กเสียก่อน แล้วจึงไปหาผู้ใหญ่ เด็กจึงเป็นที่ชอบใจพระสารีบุตรมาก พระสารีบุตรเข้าไปในตระกูลนั้น เด็กคนนี้ก็มีความรัก และเมื่อเธอมีอายุ ๗ ปี พอที่จะเป็นอรหันต์ได้ก็ลาพ่อลาแม่
    แต่ความจริงเธอไม่รู้ว่าจะเป็นอรหันต์นะ (ความจริงคนอายุ ๗ ปี ถึงจะมีสิทธิ์เป็นพระอรหันต์ ถ้าอายุไม่ถึง ๗ ปี ยังไม่มีสิทธิ์) เธอก็ตั้งใจจะไปอยู่กับพระสารีบุตร จึงลาพ่อลาแม่บอกว่า จะไปอยู่กับหลวงลุงสารีบุตร พ่อแม่ก็อนุญาต
    เมื่อมาแล้วพระสารีบุตรก็พาไปบวชเณร รุ่งขึ้นเช้าก็ไปบิณฑบาต อันดับแรกก็เจอะคนเหลาศร คนเหลาศรเหลาแล้วก็เล็ง เหลาแล้วก็เล็ง เธอก็ถามพระสารีบุตรว่า
    “หลวงลุง นั่นเขาทำอะไร?”
    พระสารีบุตรก็บอกว่า “เขาเหลาลูกศร”
    “เขาเหลาแล้วเล็งทำไม?”
    “เล็งให้ตรง ลูกศรถ้าคดหน่อยเดียวก็จะยิงไม่ถูกเป้าหมาย”
    จุดที่ ๒ ไปพบคน กำลังขุดเหมืองทำรางน้ำเข้านา เณรก็ถามว่า “หลวงลุงเขาทำอะไร?”
    พระสารีบุตรก็บอกว่า “เขาขุดเหมือง”
    “เขาขุดทำไม?”
    “เขาทำรางน้ำให้น้ำเขานา”
    ถามว่า “น้ำเข้าทำไม?”
    บอกว่า “ต้นข้าวจะได้งามจะได้ออกรวง ถ้าน้ำไม่เข้านาแล้วต้นข้าวจะไม่งาม ไม่ออกรวงแล้วจะไม่มีกิน”
    เธอก็บอกว่า “ถ้าอย่างนั้นหลวงลุงไปบิณฑบาตเถอะ ผมจะกลับล่ะ แล้วหลวงลุงไปวันนี้เอาอาหารที่เขาทำด้วยปลาตะเพียนแดงมาให้ผมด้วยนะ”
    พระสารีบุตรก็ถามว่า “หลวงลุงจะได้มาจากใครล่ะ หลวงลุงขอเขาไม่ได้นี่”
    เณรบอกว่า “ถ้าไม่ได้ด้วยบุญของหลวงลุงก็ต้องได้ด้วยบุญของผม” แล้วเธอก็กลับ กลับมาเจริญพระกรรมฐาน
    เป็นที่อัศจรรย์ที่พระสารีบุตรไปในวันนั้น ทุกบ้านใส่อาหารที่ทำด้วยปลาตะเพียนแดงทั้งหมด พระสารีบุตรรับบาตรแล้วก็กลับมา พอกลับมาแล้ว สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงคอยพระสารีบุตรอยู่หน้าวิหารหลังที่เณรกำลังทำกรรมฐาน เพราะทราบว่าถ้าพระสารีบุตรมาถึงเรียกเณร เณรจะไม่ได้อรหันต์
    เณรกลับไปปิดประตูลงกลอนจะเรียนกรรมฐาน เพราะอาศัยลูกศรกับเหมืองน้ำ กำลังจวนจะบรรลุอรหันต์ ยังไม่บรรลุด้านปัญญา ต้องตัดกันด้านปัญญา
    เมื่อพระสารีบุตรเข้าไปพบพระพุทธเจ้านั่งอยู่หน้าวิหาร พระพุทธเจ้าก็ทรงเรียกพระสารีบุตรมาแล้ว ทรงถามปัญหาพระสารีบุตรตามที่เณรกำลังสงสัยอยู่ องค์สมเด็จพระบรมครูถาม พระสารีบุตรก็ตอบ ท่านถาม พระสารีบุตรก็ตอบ เณรก็ฟัง จุดที่สงสัยอยู่ก็ตัดขาดในเวลานั้น เป็นอรหันต์ทันที พร้อมกับปฏิสัมภิทาญาณ
    องค์สมเด็จพระพิชิตมาร ก็ทรงตรัสว่า
    “สารีบุตรเรียกเณรได้แล้ว มันสายแล้วนะ เณรจะหิว เณรน่ะเป็นอรหันต์แล้ว เป็นอรหันต์เพราะเราถามปัญหาเพื่อเธอ” พระสารีบุตรก็เรียกเณรออกมา
    นี่แหละ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้า ขึ้นชื่อว่าบุญกุศลถ้าบุคคลทำแล้วด้วยดี อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยถามไว้ในเรื่อง จาคานุสสติกรรมฐาน ทรงถามว่า จาคะตัวเดียวนี่ไปนิพพานได้ไหม? อาตมาก็ต้องตอบว่าได้ ตอบว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้าท่านตอบว่าได้ในเรื่องนี้…
    ฉะนั้น การที่ท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้า บำเพ็ญกุศลโดยจรรยาสัมมาปฏิบัติมากกว่าบัณฑิตสามเณร คือ บัณฑิตสามเณร ทำระยะต้นเพียงแค่ให้ทาน ถวายสังฆทานครั้งแรกในชีวิต และก็ครั้งเดียวในชีวิต เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดา จุติจากเทวดามาเกิดเป็นคน กลายเป็นคนที่เป็นบัณฑิต ทำให้คนอื่นเป็นบัณฑิตไปด้วย ในที่สุดบุญก็ช่วยตัวให้เป็นอรหันต์ ภายในอายุ ๗ ปี
    สำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัทนี้มีความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระชินสีห์ บุญหลายอย่างทำมากกว่าสามเณรมาก คือ:-
    ๑. พุทธานุสสติ เวลาไปทำบุญตั้งใจไหว้พระพุทธรูปเป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน อันนี้เป็นอนุสสติใหญ่มาก อานิสงส์ใหญ่มาก
    ๒. มีความพอใจในธรรม เป็น ธัมมานุสสติกรรมฐาน
    ๓. มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ เป็น สังฆานุสสติกรรมฐาน และก็
    ๔. การสมาทานศีล เป็น สีลานุสสติกรรมฐาน
    ๕. การถวายทาน เป็น จาคานุสสติกรรมฐาน
    ฉะนั้น บัณฑิตสามเณร ท่านทำความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาติก่อนคือท่านทำเพียงอย่างเดียว ตายจากความเป็นเทวดาแล้วลงมาเกิดเป็นคนอีกครั้งเดียว เป็นอรหันต์เข้านิพพานได้ฉันใด
    บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เวลาทำบุญทำมากกว่าท่านหลายประการ มากมายกว่าเยอะ หากว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ตั้งใจกำหนดจิตจับเอาอารมณ์นี้ไว้ให้ทรงตัว คือ:-
    ๑. พุทธานุสสติ ยังเคารพพระพุทธเจ้า
    ๒. ธัมมานุสสติ ยังเคารพพระธรรม
    ๓. สังฆานุสสติ ยังเคารพพระสงฆ์
    ๔. สีลานุสสติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีล ๕ ทรงศีล ๕ ให้บริสุทธิ์
    ๕. จาคานุสสติ ตัดอารมณ์โลภในทรัพย์สมบัติของคนอื่น ต้องการเฉพาะทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้โดยชอบธรรมเพียงเท่านี้
    และเพิ่มกำลังใจเพียงคิดว่า ร่างกายนี้เป็นที่ก่อแห่งความทุกข์ โลกนี้เรามาเกิดเมื่อใด ก็มีความทุกข์เมื่อนั้น เมื่อตายไปจากโลกนี้ไปเมื่อไร เราจะไม่ยอมกลับมาโลกนี้ จะไม่ยอมไปเกิดในเทวดาหรือพรหม เรามีความนิยมโดยเฉพาะ คือ พระนิพพาน
    ถ้ากำลังใจของท่านพุทธบริษัทตั้งใจไว้อย่างนี้ทุกท่าน กำลังส่วนนี้พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่าเป็นกำลังใจของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี จะได้มีกำไรดีกว่าบัณฑิตสามเณรมาก
    เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ตามที่ได้เล่าเรื่อง บัณฑิตสามเณร มา ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้
    สวัสดี*

    ภาพโดย คุณสุพัฒน์
    โพสต์โดย ACHAYA

    1537851610_947_วันนี้วันพระตรงกับวันจ.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  17. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    วันที่ ๒๕ ก.ย.๖๑ เตรียมงานทำบุญครบรอบวันมรณภาพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง ครบรอบ ๒๖ปี
    ท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺทโธ เจ้าอาวาส นำพระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุงและฆราวาสที่อยู่วัดพร้อมทั้งนักเรียนร.ร.พระสุธรรมยานเถระวิทยา ช่วยกันปูพรมในพื้นมหาวิหาร ๑๐๐ เมตร ซึ่งเป็นพรมชุดใหม่ทั้งหมดที่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามอบถวายมาเริ่มใช้ในงานนี้

    -๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894023_314_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894023_301_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894023_100_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894024_130_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894024_793_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894024_508_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894024_432_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894025_276_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894025_724_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894025_177_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg
    1537894025_221_วันที่-๒๕-ก-ย-๖๑-เตรียมงาน.jpg

    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
  19. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -๒๔-กันยายน-๒.jpg

    เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ ท่านพระครูปลัดสมนึก เจ้าอาวาสวัดท่าซุง คณะพระสงฆ์วัดท่าซุง และญาติโยม พร้อมด้วยนักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ภายใน วิหารแก้วร้อยเมตร
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,840
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +245
    -วันที่-๒๖.jpg

    วันนี้ช่วงเช้า วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ นักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา มาช่วยเย็บพรม และเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ ท่านพระครูปลัดสมนึก เจ้าอาวาสวัดท่าซุง คณะพระสงฆ์วัดท่าซุง และญาติโยม พร้อมด้วยนักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ภายใน วิหารแก้วร้อยเมตร
    ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...