ข้อความต่างมิติ-อีกสาเหตุหนึ่งที่บางคนมักพบเห็น UFO อยู่บ่อยๆ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Chayutt, 8 กันยายน 2021.

  1. Chayutt

    Chayutt ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,763
    **อีกสาเหตุหนึ่งที่บางคนมักพบเห็น UFO อยู่บ่อยๆ**

    UFO-2.jpg
    (Credit the picture from internet)

    ก่อนอื่น..ขอข้ามประเด็นเรื่อง เห็นจริงหรือไม่จริง, และ UFO มีจริงหรือไม่ และเป็น UFO จริงหรือ UFO ปลอม..อะไรพวกนั้นไปก่อนนะครับ ไปเถียงกันนอกรอบเอาเด้อ

    เพราะประเด็นที่ผมจะพูดถึงนี้ ผมสรุปเอามาให้อ่านจากหนังสือที่ผมกำลังอ่านอยู่นี้ ( The Convoluted Universe โดย Dorales) และจากข้อความของครายออนที่ผมเคยแปลไว้นานแล้ว

    #สาเหตุที่อาจจะเป็นไปได้อีกสาเหตุหนึ่ง คือ:

    1).ก่อนลงมาเกิด บุคคลผู้นั้นเคยเป็น (และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่) รูปธรรมชีวิตต่างมิติ ที่มาจากมิติที่สูงๆ และมีพลังงานสูงมากๆ เพราะบางทีที่ๆพวกเขาจากมานั้น ก็อาจจะเป็น..จากพระผู้สร้างเองเลยก็ได้

    ดังนั้น ด้วยความที่พวกเขาไม่เคยลงมาเกิดบนดาวเคราะห์โลกมาก่อนเลย พวกเขาเลยจำเป็นต้องมีทีมงานคอยช่วยเหลือในการเตรียมพร้อม "ร่างกายเนื้อ" ให้พวกเขาก่อน

    ซึ่งในสมัยก่อนนั้น หมายถึงสมัยที่ Starseed (หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่) ระลอกแรกและระลอกที่ 2 ลงมาเกิดนั้น (ราวๆช่วงก่อนปี ค.ศ.1980) พวกเขาเคยพบว่า ถ้าจิตวิญญาณที่จะลงมาเกิดในร่างนั้น มีพลังงานที่สูงมากๆหละก็ และถ้าอยู่ๆจิตวิญญาณดวงนั้น เข้าไปในร่างนั้นทันทีเลย ร่างนั้นก็จะรับไม่ไหว แล้วเด็กทารกผู้นั้นก็จะตายตั้งแต่อยู่ในท้อง หรืออาจแท้งไปเลยก็ได้

    ดังนั้น หลังจากที่พวกเขาได้ทำการทดลองเพื่อหาวิธีการได้สำเร็จแล้ว พวกเขาจึงพบว่า การใช้วิธีการ Walk-Ins ก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

    ดังนั้น พวกเขาจึงใช้วิธีการ Walk-ins ที่ว่านี้ ซึ่งก็คือ ให้ส่วนของจิตวิญญาณที่เชี่ยวชาญในการผสานรวมกับร่างกายเนื้อของมนุษย์ลงมาเกิดก่อน จากนั้น เมื่อร่างนั้นอายุได้ราวๆ 12-13 ปีแล้ว และความแข็งแรงของร่างกายเนื้อมีมากพอแล้ว จิตวิญญาณที่ตั้งใจจะลงมาทำภารกิจตัวจริง..ที่มีพลังงานสูงๆนั่นแหละ..ก็จะค่อยๆเข้ามาสู่ร่างด้วยวิธีการ Walk-ins

    แต่ว่าจิตวิญญาณดวงแรกก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับเพราะพวกเขาผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในร่างกายเนื้ออันนั้น เพราะว่าจิตวิญญาณเป็นพลังงาน และเป็นของหลากมิติ จึงสามารถผสานรวมกันได้ และแบ่งแยกย่อยออกเป็นหลายส่วนก็ได้ด้วย

    ดังนั้น ในช่วงที่ยังเป็นเด็กอยู่นั้น ทีมงานผู้คอยให้ความช่วยเหลือ ในการเตรียมความพร้อมให้กับร่างนั้น ก็เลยต้องคอยลงมาวนเวียน ตรวจสอบ ตรวจวัด ค่าต่างๆของคนผู้นั้นอยู่เป็นระยะๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่จิตวิญญาณตัวจริงลงมาแล้ว ร่างกายเนื้อนั้น จะไม่ช็อต หรือช็อกตายไปซะก่อน

    ดังนั้น เด็กคนนั้น ตั้งแต่เกิดมา จึงอาจจะพบเห็น UFO มาวนเวียนอยู่เป็นประจำ ทั้งยามหลับและยามตื่น เพราะว่าพวกเขาต้องคอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิดนั่นเอง เพื่อไม่ให้ภารกิจแห่งแสงสว่าง ที่ได้ตั้งใจลงมาเพื่อที่จะมาช่วยยกระดับ vibration ของโลกของพวกเขาล้มเหลวได้

    และมิหนำซ้ำ เด็กคนนั้นตั้งแต่เกิดอาจจะมองเห็นรูปธรรมชีวิตหลากมิติเหล่านั้นได้ด้วยตาเนื้อด้วยซ้ำไป และอาจจะพูดคุย หรือมีปฏิสัมพันธ์กับรูปธรรมชีวิตเหล่านั้นด้วยซ้ำไป ในขณะที่พ่อแม่และคนอื่นๆมองไม่เห็น

    แต่ว่า..ตั้งแต่ราวๆหลังปี ค.ศ.1980 เป็นต้นมา Starseed ที่ลงมาเกิดก็จะเป็นระลอกที่ 3 แล้ว และเด็กๆรุ่นใหม่ๆก็จะเป็นพวก Indigo, Crystal, Rainbow หรืออะไรพวกนั้น ที่มีระบบร่างกายเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่ Upgrade ขึ้นกว่ามนุษย์โลกทั่วไปแล้ว

    ดังนั้น ปัญหาการผสานรวมกับจิตวิญญาณที่มีพลังงานสูงๆจึงไม่มีอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น การ Walk-ins จึงอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ยกเว้นบางกรณี

    ดังนั้น สาเหตุของการพบเห็น UFO ของ Starseed กลุ่มหลังๆนี้จึงอาจจะเป็นเหตุผลในข้อ 2 และ 3 ถัดไปนี้แทนนะครับ

    2).อีกกรณีหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ใหญ่ ถ้าพบเห็น UFO อยู่บ่อยๆ..สาเหตุก็คือ อาจจะเพราะว่าคนๆนั้น ก็มาจากต่างดาวหรือต่างมิติเหมือนกันครับ เพื่อมาทำภารกิจแห่งแสงสว่างของตัวเอง บนโลกใบนี้เหมือนกัน

    ดังนั้น ทีมงานผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือทั้งหลาย และรวมถึง "เจ้าตัวของคนคนนั้นเองด้วย" จึงคอยมาสอดส่องดูแล และคอยชี้นำทาง และคอยมาตรวจวัดค่าต่างๆของร่างกายเนื้อ และค่าอื่นๆอยู่เป็นระยะๆนั่นเอง

    สรุปว่า..ก็ทีมงานของเขาเอง และตัวเขาเอง (ส่วนที่เป็นแก่นแท้ หรือจิตวิญญาณของเขา) นั่นแหละ ที่เป็นคนมาคอยสอดส่องดูแลเขา และคอยให้ความช่วยเหลือเขาอยู่

    และ..ที่ผมใช้คำว่า "เจ้าตัวของคนคนนั้นเอง" นี้ก็เพราะว่า จิตวิญญาณเป็นพลังงานและเป็นของหลากมิติครับ ดังนั้น การลงมาเกิดในร่างกายมนุษย์ของพวกเขาพวกเขาจึงไม่ได้เอา "Consciousness" หรือ ความตระหนักรู้ของพวกเขาลงมาเกิดทั้งหมด เพราะว่าจะมีส่วนหนึ่งที่อยู่ ณ.ฟากฝั่งโน้นของม่านพรางอยู่เสมอ

    ดังนั้น จิตวิญญาณจึงสามารถไปอยู่ และไปเกิด ในหลายๆสถานที่ และในหลายๆร่าง และในหลายๆภพชาติ และในหลายๆยุคสมัยได้ในเวลาเดียวกันหมด!

    แต่ในขณะที่จิตวิญญาณมีแก่นแท้เป็นพลังงานล้วนๆนั้น การที่ต้องมาทำงานร่วมกับรูปธรรมชีวิตอื่นๆในหลากหลายระดับจิต และหลากหลายมิตินั้น บ่อยครั้งพวกเขาก็จะมีฐานปฏิบัติการอยู่บนยานอวกาศลำใดลำหนึ่ง ที่เป็นยานอวกาศหลากมิติ และมีชีวิตด้วยเช่นกัน (เหมือนอย่างที่ดาวเคราะห์โลกของเรา และดวงดาวทุกๆดวงบนท้องฟ้า รวมถึงดวงอาทิตย์ด้วย ก็เป็นสิ่งมีชีวิตนี่แหละครับ)

    3).อีกกรณีหนึ่ง โดยเฉพาะที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว (ต่อเนื่องมาจากข้อ 2) คนผู้นั้น มีภารกิจแห่งแสงสว่างอะไรบางอย่างที่ต้องการลงมาทำ เพื่อรับใช้โลกใบนี้และมวลหมู่มนุษยชาติทั้งมวล แต่สภาวะร่างกายของคนๆนั้น จำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งอะไรบางอย่าง เพื่อให้ Hardware เก่า สามารถทำงานร่วมกับ Software ใหม่ ที่ถูกดาวน์โหลดลงมาจากจักรวาลได้

    ดังนั้น จึงมีทีมงานลงมาช่วยปรับแต่งให้ หรือมาคอย Calibrate ให้ อยู่เป็นระยะๆ และมาคอยตรวจติดตามความเป็นไปของสภาวะต่างๆของคนๆนั้นให้ด้วย เป็นระยะๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่น แต่เป็นแบบที่เราไม่รู้ตัว หรือจำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

    ตัวอย่างของการปรับแต่ง หรือ Calibrate ที่เขาพูดถึงก็เช่น ผ่านการใช้พลังงานแสงสว่างที่มีคลื่นความถี่สูงๆบางอย่าง และผ่านทางรหัสพลังงานที่สื่อผ่านมาในสัญลักษณ์ต่างๆ หรือบุคคลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ เช่น รูปทรงศักดิ์สิทธิ์, มันดาลา, คริสตัล เป็นต้น

    (ปล.ประเด็นนี้ผมเคยเขียนเป็นบทความไว้บ้างแล้วนะครับ)

    แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ ตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 3 นี้ ล้วนอยู่ภายใต้การเห็นชอบของทุกฝ่ายเสมอนะครับ คือพวกเขาได้ทำพันธะสัญญากันไว้ตั้งแต่ก่อนลงมาเกิดแล้ว พวกเขาถึงมาช่วยกันแบบนี้ได้

    หาไม่แล้ว พวกเขาก็ไม่อาจล่วงละเมิดทางเลือกอิสระ หรือ Free will ของมนุษย์โลกได้เลย เพราะผิดกฎของจักรวาลครับ

    ปล.2 : เมื่อสักครู่นี้มีคนถามผมมาว่า ถ้าเราเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเขาจริง เราควรทำตัวอย่างไร เพื่อให้ชีวิตมีคุณค่าสูงสุด

    ผมก็เลยตอบไปว่า :

    "เป็นเผ่าพันธุ์ไหนนั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลยครับ เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนไหนเลย ที่เป็นชาวโลกจริงๆอยู่แล้ว เพราะทุกจิตวิญญาณ ล้วนมาจากมิติอื่นและดาวดวงอื่นทั้งนั้นเลย เพื่อมาเรียนรู้และทำภารกิจบางอย่าง เพียงแต่ว่า..ใครจะมาก่อนหรือมาหลังเท่านั้นเอง

    ดังนั้น ไม่มีสิ่งใดแปลกหรือพิสดารที่เราจะต้องไปทำเป๋นพิเศษหรอกนะครับ ก็แค่..ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความรักและความเมตตากรุณาเป็นบาทฐาน ให้ได้มากที่สุดเท่านั้นก็พอ แล้วอย่างอื่นก็จะตามมาเอง"

    Chayutt Naowarat
    22/04/20
    ..............................

    #Facebook: Chayutt Naowarat https://web.facebook.com/chayutt.deejaroen

    ?temp_hash=5b2a256136d0e513ecac26433db8d45a.jpg
    #เพจขายหินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย: Alchemistic Power of Stones (https://facebook.com/chayutt.naowarat)
    #ฝากกระทู้เกี่ยวกับหินด้วยนะครับ http://Alchemistic.2.vu/AlchemisticHere
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กันยายน 2021

แชร์หน้านี้

Loading...