ข้อคิดดีๆ จากชายชราที่จากไป

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย vichian, 26 พฤศจิกายน 2010.

  1. vichian

    vichian เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2005
    โพสต์:
    8,162
    ค่าพลัง:
    +41,831
    [FONT=Default Sans Serif,Verdana,Arial,Helvetica,sans-serif] เมื่อได้อ่านแล้ว
    ผมรู้สึกคุ้มค่ากับเวลาที่เสี<wbr>ยไปครับ




    [​IMG]
    ข้อคิดดี ๆ จากชายที่จากไป

    แง่คิดดีๆ จากชายชราผู้จากไป
    โดย พิษณุ นิลกลัด





    สัปดาห์ สุดท้ายของปี 2548

    ผมไป งานสวดและงานเผาศพผู้ชายวัย 81 ปีที่ผมรู้จักเขา มา

    ยาว นาน 30 ปี ไม่ใช่ญาติ แต่ สนิทกันรักใคร่เสมือนญาติ



    ก่อน เสียชีวิตไม่กี่วันเขาสั่งลู<wbr>กและภรรยาแบบคนไม่ครั่นคร้<wbr>ามความตายว่า

    สวด 3 วันแล้วเผา

    ไม่ ต้องบอกใครให้วุ่นวาย
    [/FONT]
    อย่า เศร้า
    อย่า ร้องไห้
    ทุกคน ต้องมีวันนี้
    เพียง แต่เขาอยู่หัวแถวเลยต้องไปก่อน
    แล้ว ลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง
    สวด 3 วันเผา
    งาน สวด 3 คืนมีคนฟังพระสวดคืนละ 14 คน
    คือเมีย ลูก หลาน เขย สะใภ้ และผม ซึ่งเป็นคนนอก

    เป็น งานศพที่มีคนไปร่วมงานน้อยที่สุ<wbr>ดเท่าที่ผมเคยไปฟังสวด

    วันเผามีเพิ่มเป็น 17 คน
    สามคน ที่เพิ่มเป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุ<wbr>ยด้วยเกือบทุกเย็น
    คน หนึ่งเป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่<wbr>เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย
    เลย เอาล็อตเตอรี่ทยอยผ่อนใช้หนี้<wbr>แทนเงินงวดละสองใบคนหนึ่ง
    และคนสุดท้ายเป็นหญิงที่ผู้<wbr>ตายเคยผูกปิ่นโตทุกมื้อเย็น
    ทั้ง สามคนบอกว่าเกือบมาไม่ทันเผา
    เคราะห์ ดีที่แวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
    เจ้าหน้าที่บอกว่าเสียชีวิ<wbr>ตไปแล้ว 3 วัน

    หลังฌาปนกิจพระกระซิบถามเจ้าหน้<wbr>าที่วัดว่าเจ้าของงานจ่ายเงินค่<wbr>าศาลาสวดพระ อภิธรรมแล้วหรือยัง
    พระท่านคงไม่เคยเห็นงานศพที่มี<wbr>คนน้อยแบบที่ผมก็รู้สึกตั้งแต่<wbr>สวดคืนแรก

    จริงๆ แล้วผู้ตายเป็นคนค่อนข้างมีสตั<wbr>งค์
    ทำงาน ธนาคารแห่งประเทศไทยจนเกษี<wbr>ยณอายุที่ ตำแหน่ง หัวหน้าหน่วย
    แต่ ด้วยความที่รักและศรัทธา อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
    อดีต ผู้ว่าการแบงค์ชาติ [​IMG]
    จึง ดำเนินชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้<wbr>ใครเดือนร้อน - แม้กระทั่งวันตาย

    ผมสนิทกับเขาเพราะเขามีความฝั<wbr>นในวัยเด็กอยากเป็นนักประพันธ์<wbr>แบบไม้เมืองเดิม
    ที่ เขาเคยนั่งเหลาดินสอและวิ่งซื้<wbr>อโอเลี้ยงให้
    เมื่อ ตัวเองเป็นนักเขียนไม่ได้ พอมาเจอะผมที่เป็น นักข่าวก็เลยถูกชะตาและให้<wbr>ความเมตตา
    การมีโอกาสได้พูดได้คุยกั<wbr>บเขาตามวาระโอกาสตลอด 30 ปี
    ทำให้ได้แง่คิดดีๆมา ใช้ในการดำรงชีวิต

    วันหนึ่งเขารู้ว่าขโมยยกชุดกอล์<wbr>ฟของผมไปสองชุดราคา 4 แสนกว่าบาท
    เขาปลอบใจผมว่า ของที่หายเป็นของฟุ่มเฟื<wbr>อยของเรา
    แต่มันอาจเป็นของจำเป็นสำหรับลู<wbr>กเมียครอบครัวเขา
    คิดซะว่าได้ทำบุญ จะได้ไม่ทุกข์

    เขามี วิธีคิด ' เท่ๆ '
    แบบผม คิดไม่ได้มากมาย
    เป็น ต้นว่า
    สุขและทุกข์อยู่รอบตัวเรา
    อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบเลื<wbr>อกคว้าอะไร
    คงเป็นเพราะเขาเลือกคว้าแต่<wbr>ความสุข
    ช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาต่อสู้<wbr>กับโรคชรา
    เบา หวาน หัวใจ ความดัน เกาต์
    และไต ทำงานเพียง 5 เปอร์เซ็นต์โดยไม่ปริปากบ่น
    แถม ยังสามารถให้ลูกชายขับรถพาเที่<wbr>ยวในวัน หยุดสุดสัปดาห์
    โดยที่ตัวเองต้อง หิ้วถุง ปัสสาวะ ไป ด้วยตลอดเวลา
    เนื่อง จากไตไม่ทำงาน ปัสสาวะเองไม่ได้
    6 เดือน สุดท้ายของชีวิตต้<wbr>องนอนโรงพยาบาลสามวันนอนบ้านสี่<wbr>วันสลับกันไป
    เวลา ลูกหลาน หรือเพื่อนของลูกรวมทั้ง ผมด้วยไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
    เขามี แรงพูดติดต่อกันไม่เกิน 10 นาที
    แต่ 10 นาที ที่พูด มีแต่เรื่องสนุกสนาน
    เรียก รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนไป เยี่ยม ไข้
    ทุกคน พูดตรงกันว่า
    ' คุณตาไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย
    ตลกเหมือนเดิม '
    พอ แขกกลับ ลูก หลานถามว่าทำไมคุยแต่เรื่องตลก <wbr> เขาตอบว่า

    ' ถ้าคุยแต่เรื่องเจ็บป่วย
    วันหลังใครเขาจะอยากมาเยี่ยมอีก '

    เขาเป็นคนชอบคุยกับผู้คนไม่ว่<wbr>าจะอยู่บนเตียงคนไข้หรืออยู่<wbr>บนรถแท็กซี่
    บ่อยครั้งที่นั่งรถถึงหน้าบ้<wbr>านแล้ว
    แต่สั่งให้โชเฟอร์ขับวนรอบหมู่<wbr>บ้านเพราะยังคุย
    ไม่จบเรื่อง แล้วจ่ายเงินตามมิเตอร์ !

    4 เดือน สุดท้ายของชีวิตแพทย์ที่รั<wbr>กษาโรคไตมาตั้งแต่สมัย เป็นแพทย์อินเทิร์น
    จนกระทั่งเป็นหัวหน้<wbr>าแผนกแนะนำให้พักรักษาตั<wbr>วในโรงพยาบาลให้แข็งแรงแล้วค่อย กลับบ้าน

    แต่ อยู่ได้ 4 วันเขาวิงวอนหมอว่าขอกลับบ้าน
    หมอ ซึ่งรักษากันมา 16 ปีไม่ยอม
    เขา พูดกับหมอด้วยความสุภาพว่า
    ' ขอให้ผมกลับบ้าน เถอะ
    ผมอยากฟังเสียงนกร้อง'
    คุณ หมอไม่รู้หรอกว่าคนคิดถึงบ้านมั<wbr>นเป็นอย่างไร
    เพราะ พอเสร็จงานหมอก็กลับบ้าน '
    หมอ ได้ฟังแล้วหมดทางสู้
    ยอม ให้คนไข้กลับบ้าน
    แต่ กำชับให้มาตรวจตรงตามเวลานัดทุ<wbr>กครั้ง

    1 เดือน ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
    เขา สูญเสียการควบคุมอวัยวะของร่<wbr>างกายเกือบทั้งหมด
    เคลื่อน ไหวได้อย่างเดียวคือกะพริบตา
    แต่ แพทย์บอกว่าสมองของเขายังดีมาก
    เวลา ลูก เมียพูดคุยด้วยต้องบอกว่า
    ' ถ้าได้ยินพ่อกะพริบตาสองที '
    เขา กะพริบตาสองทีทุกครั้ง !
    เห็น แล้วทั้งดีใจและใจหาย

    เขา ยังรับรู้
    แต่ พูดไม่ได้
    นี่ กระมังที่เรียกว่าถูกขังในร่<wbr>างของตนเอง

    สิบ วันก่อนพลัดพราก
    ภรรยา กระซิบข้างหูว่า
    ' พ่อสู้นะ '
    เขา ไม่กะพริบตาซะแล้ว
    ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้สองเดือนเคยตอบว่<wbr>า ' สู้ '

    เขา สู้กับสารพัดโรคด้วยความเข้<wbr>าใจโรค
    สู้ ชนิดที่หมอออกปากว่า
    ' คุณลุงแกสู้จริงๆ '

    ตอน ที่วางดอกไม้จันทน์
    ผมนึก ถึงประโยคที่แกพูดกับลูกเมื่อสี<wbr>่เดือนก่อนว่า

    ' โรค ภัยมันเอาร่างกายของพ่อไปแล้ว
    อย่าให้มันเอาใจของเราไปด้วย '
    ' แง่คิดดีๆ จากชายชราที่จากไป '
    สอน ให้เรารู้ว่า...

    เราเกิดมาพร้อมกับจิตใจบริสุทธิ<wbr>์
    และมันสมองมหัศจรรย์
    ที่จะสามารถเรียนรู้
    แยกแยะเรื่องดีๆและสิ่งร้<wbr>ายๆในชีวิต
    จงใช้โอกาสดีๆที่ร่างกายและจิ<wbr>ตใจของเรา
    ยังทำอะไรๆได้อย่างที่สมองสั่ง

    จงเรียนรู้
    และสร้างประโยชน์สุข
    ให้กับตนเองและผู้อื่นอย่<wbr>างพอเพียง
    และดำรงชีวิตอย่างพอเพี<wbr>ยงทางเศรษฐกิจ!

    หากทุกๆครั้งที่เรียนรู้ เราล้ม
    เราพลาดอาจจะรู้สึกท้อบ้<wbr>างในบางที
    แม้ไม่มีกำลังกายที่จะลุกในทั<wbr>นที..แต่ข้อให้มีกำลังใจที่จะสู<wbr>้ ต่อไป
    ถ้าเราเรียนรู้...ก็จะทำให้<wbr>เราพบว่า

    การล้มหรือพลาดครั้งต่อไป
    เราจะไม่เจ็บเท่าเดิม
    [​IMG]
    ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้แต่ไม่ต้<wbr>องเอามาโชว์
     
  2. Mantalay

    Mantalay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    1,678
    ค่าพลัง:
    +5,063
    [​IMG]
    อ่านแล้วซึ้งในหัวใจ จิตใจท่านผู้นี้งดงามมากค่ะ
     
  3. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    มาอ่านค่ะ.....................
     
  4. jurung5

    jurung5 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    64
    ค่าพลัง:
    +75
    ดีมากๆเลย แต่จะมีสักกีคนที่จะคิดได้เหมือนคุณลุงท่านนี้:cool: อย่างที่พระพทธุเจ้าสอนไว้ว่า คนเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน คือ ความคิด ความอ่าน และการดำรงชิวิต คนเราท่าเกิดมาแลวสามารถเลือกเกิดได้ก็ดีนะ แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเลือกได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ อยากเป็นอะไรละ เอาสักทางหนีงทำม้นให้ดี ที่สำคัญควรมี ( สติ รู้ )
     

แชร์หน้านี้

Loading...