คนที่ตายไปแล้วยังสามารถทําบุญได้ไหมครับ ?

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย วิญญาณนิพพาน, 23 มิถุนายน 2014.

  1. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    17,126
    กระทู้เรื่องเด่น:
    33
    ค่าพลัง:
    +20,774
    สวัสดีครับ คือพอดีผมมีคําถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจคือ อยากจะถามว่า คนที่ตายไปแล้วนั้นเค้ายังสามารถทําบุญกันได้ไหมครับ ? ยกตัวอย่าง สมมุติคนที่ตายไปแล้วเป็นสัมพเวสี ทําบุญในที่นี้ของผมคือ สมมุติเขาอยากจะนั่งสมาธิ ทําจิตใจตัวเองให้สงบอะไรแบบนี้ แต่พูดถึงคนที่ตายไปแล้ว เค้าก็ไม่น่าจะมีลมหายใจแล้ว คือสมมุติเค้าอยากทําสมาธิให้ตัวเองสงบในตอนที่เค้าเป็นดวงวิญญาณแล้ว แบบนี้เค้าจะสามารถได้บุญได้อานิสงส์จากการทําสมาธิได้ไหมครับ ? ผมก็ไม่รู้นะ แต่ผมลองจินตนาการดู ยกตัวอย่างอย่างพวกเทวดา ผมเคยได้ฟังมาบ้างที่จะมีการฟังเทศน์บนสวรรค์ด้วย คือถ้าเทวดาฟังเทศน์เค้าก็จะได้รับบุญจากการฟังธรรม และผมคิดว่าพวกเทวดานางฟ้าบนสวรรค์เค้าก็สามารถทําสมาธิได้ด้วยเช่นกัน ยังไงช่วยแนะนําด้วยครับ พอดีกําลังค้นหาข้อมูลในด้านนี้อยู่ ขอบคุณมากครับ อนุโมทนาครับ สวัสดีครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2018
  2. tsukino2012

    tsukino2012 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,277
    ค่าพลัง:
    +3,099

    ความเป็นผีนั้นลำบากในช่วงหนึ่ง อย่าเพิ่งไปนึกถึงการสร้างบุญ เอาแค่ตั้งสติระลึกให้ออก ว่าตนเองเป็นใคร ทำอะไรมา มีเป้าหมายอะไร ตายได้อย่างไร เพียงแค่นี้ก็ยังยากเลย เพราะเมื่อตาย เราได้ทิ้งขันธ์ ส่วนสำคัญในกระบวนการคิด การอ่าน ความทรงจำ ทั้งหลาย แล้วไปแต่เพียงจิตซึ่งมีภาวะสุดท้ายนำไป เมื่อมีแต่จิต จะไปฝึกจิตได้อย่างไร จิตที่สงบย่อมไม่ไหลไปตามกระแสกรรมแต่แรก แต่เมื่อไหลไปแล้วก็ต้องไปแก้ตัวใหม่ ในชาติกำเนิดถัดไป
     
  3. สุชีโว

    สุชีโว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กุมภาพันธ์ 2013
    โพสต์:
    149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +566
    ขอยกข้อความ


    สารีบุตร ! สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีถ้อยคำมีความเห็นว่า “ความ
    บริสุทธิ์ มีได้เพราะการท่องเที่ยวในสังสารวัฏ”. สารีบุตร ! ก็สังสารวัฏที่เรา
    ไม่เคยท่องเที่ยวมาแล้วแต่หลัง ตลอดกาลยืดยาวนานนั้น หาได้ไม่ง่ายเลย,
    เว้นเสียแต่ในหมู่เทพชั้นสุทธาวาส. สารีบุตร ! ถ้าเราท่องเที่ยวไปในหมู่เทพ
    เหล่าสุทธาวาส, ก็จะไม่พึงมาสู่โลกนี้ได้เลย. (ย่อมปรินิพพานในภพนั้น).


    สารีบุตร ! สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีถ้อยคำมีความเห็นว่า “ความ
    บริสุทธิ์มีได้เพราะการอุบัติ (บังเกิด)”. สารีบุตร ! ก็การบังเกิดที่เราไม่เคย
    บังเกิดมาแล้วแต่หลัง ตลอดกาลยืดยาวนานนั้น หาได้ไม่ง่ายเลย เว้นเสียแต่
    การบังเกิดในหมู่เทพชั้น สุทธาวาส. สารีบุตร ! ถ้าเราบังเกิดในหมู่เทพ
    ชั้น สุทธาวาส, ก็จะไม่พึงมาสู่โลกนี้ได้เลย, (ย่อมปรินิพพานในภพนั้น).


    สารีบุตร ! สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีถ้อยคำมีความเห็นว่า “ความ
    บริสุทธิ์มีได้เพราะภพเป็ นที่อยู่อาศัย”. สารีบุตร ! ก็ภพที่เราไม่เคยอยู่อาศัย
    มาแล้วแต่หลัง ตลอดกาลยืดยาวนานนั้น หาได้ไม่ง่ายเลย เว้นเสียแต่
    การอยู่อาศัยในหมู่เทพชั้น สุทธาวาส. สารีบุตร ! ถ้าเราอยู่อาศัยในหมู่เทพ
    ชั้น สุทธาวาส , ก็จะไม่พึงมาสู่โลกนี้ได้เลย, (ย่อมปรินิพพานในภพนั้น).
    -----------
    จากที่ยกมาแสดงถึงว่า นอกจากภพภูมิมนุษย์แล้ว
    ภพภูมิของพรหม ก็สามารถบำเพ็ญบุญบารมี ต่อยอดจนเข้าสู่นิพพานได้
    (พรหมชั้นสุทธาวาส มาจากเฉพาะผู้ได้พบพุทธศาสนาในโลกมนุษย์ได้ทำสมาธิจนเมื่อสิ้นอายุมนุษย์แล้วก็ไปทำสมาธิต่อจนถึงนิพพานได้)

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มิถุนายน 2014
  4. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,294
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,264
    ขอบคุณที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาค่ะ มานึกย้อนดูเรื่องของตัวเอง เราก้ออยากอุทิศให้เค้าเหมือนกันแต่ไม่รู้จะเอาตรงไหนมาให้ เพราะมันเป็นช่วงที่เราไม่มีกะจิตกะใจจะภาวนาเลย แต่ศีล5ยังรักษาได้อยู่ มันแปลกตรงที่เค้าน่าจะมาช่วงที่เรามีบารมีเยอะภาวนาก้าวหน้า แต่เค้ากลับมาช่วงที่กำลังใจเราตกต่ำ ..มีครั้งนึง สวดชินบัญชรพอจิตรวมเป็นสมาธิยังสวดไม่จบด้วยซ้ำ เค้าก้อไปทันทีเลย เหมือนเค้าร้อนรึเปล่า เรื่องจักระจุดท้ายทอยนั้น ก้อมีผู้ใหญ่ช่วยปิดให้แล้ว ขอโทษด้วยที่เขียนตอบในกระทู้นี้ วันก่อนเขียนเล่าซะยืดยาวเน็ตerrorข้อความหายหมดเลย เราเองก้อเคยโดนวิญญาณเด็กเกาะที่ตัวนะ นานแล้วแหละ ก่อนกำลังใจจะตกอีก แบบว่าเรารู้จากจิตที่เป็นสมาธิ รู้สึกได้เอง ว่าเด็กน้ำหนัก-ขนาดตัวแค่ไหน คือเรานอน แล้วเค้ามานอนกอดเรา หายใจรดคอเราเลย ขาก่ายเราด้วย เราตกใจมากเลย แต่ตอนนั้นลืมคิดเรื่องการอุทิศบุญ (เราไม่เคยทำแท้ง แต่ไม่แน่ใจว่าเคยยุเพื่อนให้ทำรึป่าว)
     
  5. ปากะธัง

    ปากะธัง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +47

    ----------------------------
     
  6. ปากะธัง

    ปากะธัง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +47

    รู้จริงแล้วทำบาปไปทำไม หรือแค่โฆษณาให้ใครๆมาสนใจ





    สมาชิกให้ระวัง การโพสที่เหมือนดูดีครั้งแรกๆ





    นายพลศักดิ์ หรือ USER คนดีมากๆ ปรามาสหลวงตา

    เมือ 2 คืนก่อน ผมคุยกับหลวงตามหาบัวในจิต + ถามพระพุทธเจ้าภาคขาวว่า... - ข้อคิดประสบการณ์และน

    และ


    เจาะลึกนายบัว โลหิตดี และธรรมกาย(อรหันต์)ของหลวงตามหาบัว - ข้อคิดประสบการณ์และนิพพานฉบับ




    ทั้งๆที่ ทางเว็บเคย http://palungjit.org/threads/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8F-%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B8%B4beckham-1-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5.316111/
     
  7. teww

    teww เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2011
    โพสต์:
    604
    ค่าพลัง:
    +1,528
    เทวดานางฟ้าบนสวรรค์เค้าไม่นั่งสมาธิกันหรอกค่ะ เพราะเสพสุขกันจนล้น อย่างเก่งก็แค่ฟังธรรม

    หรือชั้นยามาที่วันๆเอาแต่นั่งสวดมนต์

    ถ้านั่งสมาธินี่ต้องไปเป็นพรหมแล้วค่ะ
     
  8. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    17,126
    กระทู้เรื่องเด่น:
    33
    ค่าพลัง:
    +20,774
    ตัดเรื่องบนสวรรค์กับพรหมไปก่อนก็แล้วกันครับ คือสมมุติกับพวกวิญญาณที่ยังไปไหนไม่ได้ เช่น วิญญาณของคนที่ตายเพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน แล้วเค้ายังไปไหนไม่ได้ ยังคงวนเวียนอยู่ตรงที่เค้าเสียชีวิต สมมุติแบบพอเค้าตายไปแล้ว เค้าก็รู้แล้วว่า สุดท้ายแล้วก็นําอะไรติดตัวมาไม่ได้เลย แต่พอดีด้วยความที่เค้าเคยนั่งสมาธิในสมัยตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วเค้าก็อยากจะแบบนั่งสมาธิในตอนที่เป็นวิญญาณอยู่บนท้องถนน เอาเป็นว่าไม่ได้นั่งในท่าสมาธิก็แล้วกัน สมมุติแบบเวลาเค้าไปไหน แล้วเค้าดูลมหายใจของตัวเอง คือทําให้ตัวเองมีสติอยู่กับลมหายใจ ในกรณีนี้ มันจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหม ? ถ้าใครมีข้อมูลหรือบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ผมกําลังเขียนอยู่ รบกวนช่วยนํามาลงให้อ่านหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ
     
  9. tsukino2012

    tsukino2012 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,277
    ค่าพลัง:
    +3,099
    สัมภเวสี ต่างกับเทวดาครับ
    เทวดามีกาย สามารถปฏิบัติธรรมได้
    สัมภเวสีเป็นพลังงาน ไม่มีกาย
    แต่ผู้สัมผัสผีจะเห็นด้วยความปรุงแต่งของเดิมตอนมีชีวิต
    สัมภเวสีคือจิตยึดติดกับอะไรบางอย่างไว้ จึงไปตามวาระกำเนิดไม่ได้
    เช้น ห่วงบ้าน , ห่วงครอบครัว , ห่วงสมบัติ , อาฆาตแค้น เป็นต้น
    จิตวิญญาณพวกนี้ จะไม่คิดอะไร นอกจากความรู้สึกที่ยึดมั่นไว้เท่านั้น
    หากจิตวิญญาณนั้นปฏิบัติธรรม ฝคกสมาธิเป็นประจำ
    ไม่ต้องเสียเวลามานึกถึงการทำสมาธิ ว่าทำอย่างไรบ้าง
    แค่พวกเขาระลึกผล คือความสงบได้
    แม้จะเผลอยึดติดสิ่งใดๆตอนตาย
    แต่ก็จะปล่อยวางและพ้นสภาพได้ในทันที
    ผีที่ไปไม่ได้ ก็เพราะวางไม่เป็น เท่านั้นเอง
    ( ส่วนเทวดาเป็นสภาพของผู้ที่ไปเกิดแล้ว )
     
  10. teww

    teww เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2011
    โพสต์:
    604
    ค่าพลัง:
    +1,528
    อย่าว่าแต่นึกเรื่องนั่งสมาธิเลยเลยพวกนี้นึกอะไรไม่ออกหรอก นึกได้แต่ญาติของตัวเองก็บุญแล้ว
    ถ้าญาติไม่เรียกกลับบ้านก็อยู่อาศัยตรงที่ตายนั้นแหละ เช่นตายในโรงพยาบาล วิญญาณก็วนเวียนอยู่ในโรงพยาบาล หรือตายบนท้องถนน วิญญาณก็วนเวียนอยู่แถวท้องถนนที่ตาย พอมีคนดวงตกดวงอ่อนเดินผ่านก็กระโดดเกาะหลังเกาะขาเขา หรือแฝงเข้ามาในตัวคนนั้น เพราะพวกนี้เค้ายังต้องกินและต้องการที่อยู่อาศัยเหมือนสมัยที่เค้าเป็นคน เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายเขาไม่มีเท่านั้นเอง
     
  11. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,021
    ค่าพลัง:
    +18,790
    เป็นคำถามที่ดีมากครับ เพราะเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรรู้

    ผมเห็นมีบางท่านให้ความรู้แล้วบางส่วนถึงเห็นตรงกับผม

    เรื่องนี้ผมขอช่วยอธิบายว่า

    การเป็นจิตวิญญาณ นั้น สามารถทำบุญได้หรือไม่ คำตอบ คือ ทำได้หรือไม่ได้ นั้นขึ้นอยู่ว่า จิตวิญญาณเหล่านั้น เมื่อตายแล้ว เปลี่ยนอัตภาพไปสู่อะไร หรือเรียกว่า จิตวิญญาณนั้น เป็นอะไร อยู่ในสภาพอย่างไร

    ความเป็นจิตวิญญาณ เองเป็นตัวกำหนด นั่นหมายความว่า ถ้าจิตเหล่านั้น
    1 ไปเสวยทุกข์ ในนรกภูมิ ก็ไม่สามารถสร้างบุญได้ ผลกรรมหนักให้ผลมาก จิตมีทุขเวทนาทุขขณะจิต
    2 เสวยทุกข์สุขใน ผี เปรต อสูรกาย โอปาติกะ สัมพเวสี โอกาสสร้างบุญมีต่อน้อยมากเพราะผลกรรมชั่วให้ผลหนักรองลงมา
    3 เสวยทุกข์สุข จาตุมหาราชิกา ก็มีโอกาสสร้างบุญได้มากขึ้นกว่าข้อ2 เพราะมีโอกาสมากขึ้น แม้ในช่วงเสวยสุข จิตวิญญาณ ย่อมมีโอกาสได้ไปฟังธรรมได้บ้างแต่ก็น้อย
    4 เสวยสุขตั้งแต่ชั้น ดาวดึงส์ ถึงชั้นพรหมมา ก็มีโอกาสสร้างบุญได้มากขึ้นทั้งฟังธรรมหรือ หรือร่วมกับมนุษย์สร้างความดีสร้างกุศล ได้ตามโอกาสอำนวย แต่ก็ไม่ง่าย เพราะเสวยสุขจนลืม ทุกข์ ไม่สนใจอย่างอื่น แต่ก็ยังมี ท้าวสักกะส่วนหนึ่ง พระวิษณุกรรมเทพบุตรส่วนหนึ้ง ในดาวดึงส์ มีปัญญามาก รู้จักดึงจิตของตนออกมาร่วมสร้างบุญกับมนุษย์ หรือเทพอีกส่วนหนึ่งที่ต้องสร้างบุญร่วมกับมนุษย์แบบเป็นหน้าที่ คือเหล่าพระโพธิสัตว์ชั้นดุสิตเป็นต้น
    ส่วนชั้นพรหมมา นั้นโอกาสร้างบุญส่วนใหญ่ทำได้ยาก เสวยสุขแห่งฌาณ แต่ก็ยังมีพระพรหมทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม ส่วนหนึ่งที่สามารถดึงจิตของตนออกมาและด้วยทรงมีปัญญามาก จึงแบ่งจิตร่วมสร้างบารมีกับมนุษย์ก็มี ถือศีล เจริญสมาธิ ฟังธรรมก็มี อย่าง ผกาพรหม เป็นต้น
    5 เสวยสุขแห่งพรหมสุธาวาสพรหม อันนี้ก็เป็นไปตามที่พระพุทธองค์ตรัสสอน ไว้

    อนึ่งความเป็นเทพพรหม นั้น ผู้มีบุญญาบารมีมาก ย่อมสามารถดึงจิตออกจากสุข จากทิพย์วิมาน ในบางโอากส เพื่อร่วมสร้างบารมีกับมนุษย์ และฟังธรรมได้ แม้ในคราวที่พระพุทธองค์บังเกิดขึ้นในโลก และแสดงธรรม เหล่าเทพพรหมส่วนมาก ก็ดึงจิตออมาจากทิพย์วิมานที่ตนเสวยสุข ออกมาเพื่อฟังธรรม หรือร่วมกับมนุษย์สร้างความดี ส่วนพรหมสุทธาวาส นี้พิเศษกว่าส่วนอื่น สามารถเจริญสมาธิต่อเนื่องกำจัดอาสวะจนหมดสิ้นสำเร็จเป็นอรหันต์หลุดพ้นได้ในชั้นนี้ครับ

    การสร้างบุญของเทพพรหม ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่กล่าวได้ยากและซับซ้อน เพราะเทพพรหมทั้งหลายนอกจากเสวยสุขตามผลแห่งกุศลกรรมดีงามที่ตนได้รับเพราะสร้างบุญไว้แล้วนั้น ส่วนหนึ่งก็สามารถดึงจิตออกจากการเสวยสุข เพื่อสร้างบุญได้ ทั้งด้วย
    1การฟังธรรมตามโอากสวาระที่ประจวบเหมาะ
    2สามารถถือศีลเจริญสมาธิได้บ้างตามโอกาส แต่ก็ขึ้นอยู่บุญบารมีของเทพนั้นๆ
    3สามารถดึงจิตออกมาร่วมกับมนุษย์สร้างบุญ ข้อนี้ก็ทำได้ยาก ต้องมีบารมีมากเช่นกัน หรือมีโอกาสประสบเหมาะจึงทำได้

    อย่าลืมว่า เทพพรหมแม้ครึ่งหนึ่งจะต้องเสวยทิพยสมบัติวิมาน เสวยสุข แต่อีกครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ได้ยึดติด และด้วยจิตมีปัญญาในธรรมมากพอสมควร สามารถดึงจิตออกมาได้ เพื่อสร้างบุญครับ มีตัวอย่างเยอะแยะมากมายครับ สาธุ
     
  12. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,021
    ค่าพลัง:
    +18,790
    ===================

    ขยายความเพิ่ม
    จากข้อ2,3นั้น ที่ผมอธิบายว่ามีโอกาสร้างบุญได้แต่น้อยนั้นเพราะ จิตวิญญาณต้องเสวยทุกขเวทนาเป็นส่วนใหญ่แต่ก็อาจมีบางเวลาบางโอกาส หรือจิตบางดวง รู้แจ้งสำนึกในบาปกรรม เมื่อมีโอกาสสบเหมาะจึงช่วยหรือร่วมกับมนุษย์สร้างบุญได้ แต่ก็ทำได้ยาก ส่วนจิตเหล่านี้จะถือศีลเจริญสมาธินั้นไม่สามารถทำได้ หรือทำได้น้อยมากๆ เพราะผลแห่งวิบากกรรมฝ่ายอกุศล ให้ผลหนักประกอบกับจิตเหล่านี้ ส่วนใหญ่ขาดปัญญาทางธรรม ไม่สามารถควบคุมจิตดึงจิตให้หลุดออกมาได้ ครับ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากครับ

    สรุปคือการสร้างบุญของจิตวิญญาณ จะทำได้มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของเขาที่เขาสั่งสมมานั่นเองครับ สาธุ
     
  13. แมวน้ำ9

    แมวน้ำ9 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +496
    ได้แน่นอนค่ะ อย่างเจ้าแม่สร้อยดอกหมากเป็นต้น พระนางทรงเล่าว่าพระนางไม่ใช่เทวดา แต่เป็นดวงวิญญาน แต่ก็มีอานุภาพ เพราะชอบรักษาศีล เจริญกรรมฐาน แต่ด้วยวิบากกรรมที่ชาติที่แล้วเกิดเป็นแม่ชี แต่เกิดเบื่อหน่ายในการเป็นมนุษ คิดว่าตัวเองจะบรรลุจึงฆ่าตัวตาย (ซึ่งหลายๆคนชอบหลงแบบนี้) ในที่สุดบุญที่เคยทำในสมัยเป็นแม่ชีทำให้มาเกิดใหม่เป็นพระราชธิดาพระเจ้ากรุงจีน แต่กรรมจากการฆ่าตัวตายก็ส่งผลให้ชาตินี้ต้องกลับมาฆ่าตัวตายอีก แล้ววิญาณต้องอยู่บนโลกนี้2000ปี รักษาศีล เจริญกรรมฐานต่อไปตามนิสัยเดิมๆๆๆๆ มีเรื่องอีกมากมายทียังเข้าไม่ถึง หลายเรื่องเราคิดว่าใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่ อย่างพระสวามีของพระนาง (พระเจ้าสายน้ำผึ่ง) ทำบุญสร้างวัดต้องหลายวัด สร้างพระพุทธรูปใหญ่ๆต้องหลายองค์ แต่ตอนนี้เป็นเทวดาอยู่ชั้นจาตุมหาราชิกา ทำไม่บุญไม่ส่งผลให้ไปเกิดในภพภูมิที่สูงกว่านี้???????วิหารทานนี่บุญใหญ่นะ?การสร้างพระนี่ก็บุญใหญ่? มันไม่มีอะไรเป๊ะๆๆอย่างที่เราคิดหลอก....
    ผู้ถ่ายทอดเรื่องนี้คือหลวงปู่สีโห ศิษย์หลวงปู่มัน ตอนที่หลวงปู่สีโหธุดงไปแถวอยุธยา ที่วัดพนันเชิง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กันยายน 2014
  14. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,021
    ค่าพลัง:
    +18,790
    แต่แท้จริงแล้ว การเป็นมนุษย์ นี่แหละมีโอกาสในการทำบุญสร้างกุศล ดีที่สุดแล้ว ไม่มีอัตถาพใด ยิ่งกว่ามนุษย์ ที่มีโอกาสในการสร้างบุญสร้างกุศล ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลายอย่าช้าอยู่เลย ละบาป ทำดี ชำระจิตให้ดีงามบริสุทธิ์นะครับ

    บุญที่ทำไม่ยากไม่ต้องใช้เงินมีมากมายให้เราเลือกทำ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาศีล การสวดมนต์ การภาวนา การมีเมตตา อภัยทาน การทรงพรหมวิหารธรรม หรืออื่นๆครับ อย่าไปท้อกับการทำบุญทำความดีนะครับ และขอให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท มีศรัทธา ปัญญาประกอบนะครับ สาธุ
     
  15. ถิ่นธรรม

    ถิ่นธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    1,828
    ค่าพลัง:
    +5,399
    เทวดาสามารถปฏิบัติสมาธิภาวนาได้ ดังตัวอย่างในพระไตรปิฏก เช่น
    --------------------------------------------

    [๒๕๓] เราเป็นอุบาสิกาของพระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ นามของเราได้ปรากฏ
    ว่า โคปิกา เราเลื่อมใสยิ่งแล้วในพระพุทธเจ้า พระธรรม
    และมีจิตเลื่อมใสบำรุงพระสงฆ์ เพราะความที่พระธรรมของ
    พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแหละ เป็นธรรมดี เราได้เป็นบุตร
    ท้าวสักกะ มีอานุภาพมาก มีความรุ่งเรืองใหญ่หลวง เข้าถึง
    ชั้นไตรทิพย์ แม้ในที่นี้ พวกเทวดารู้จักเราว่า โคปกเทวบุตร
    เราได้มาเห็นพวกภิกษุที่เป็นสาวกของพระโคดม ซึ่งเคยเห็นมา
    แล้ว ครั้งที่เรายังเป็นมนุษย์ และบำรุงด้วยข้าวน้ำ สงเคราะห์
    ด้วยการล้างเท้าและทาเท้าให้ในเรือนของตน มาเข้าถึงหมู่คน
    ธรรพ์ อยู่ในหมู่คนธรรพ์ ท่านพวกนี้เอาหน้าไปไว้ไหน จึง
    ไม่รับธรรมของพระพุทธเจ้า ก็ธรรมที่วิญญูชนพึงรู้เฉพาะตัว
    อันพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงดีแล้ว แม้
    เราก็เข้าไปหาพวกท่าน ได้ฟังสุภาษิตของพระอริยะทั้งหลาย
    เราได้เป็นบุตรท้าวสักกะ มีอานุภาพมาก มีความรุ่งเรืองใหญ่-
    *หลวง เข้าถึงชั้นไตรทิพย์ ส่วนพวกท่านเข้าไปนั่งใกล้
    พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธเจ้าผู้
    ยอดเยี่ยม ยังมาเข้าถึงกายอันต่ำ การอุปบัติของพวกท่านไม่
    สมควร เราได้มาเห็นสหธรรมิกเข้าถึงกายอันต่ำ นับว่าได้เห็น
    รูปที่ไม่น่าดูแล้ว พวกท่านผู้เข้าถึงหมู่คนธรรพ์ ต้องมาสู่ที่
    บำเรอของพวกเทวดา ขอให้ท่านดูความวิเศษอันนี้ของเราผู้อยู่
    ในเรือนเถิด เราเป็นสตรี วันนี้เป็นเทวบุตร ผู้พร้อมพรั่งไป
    ด้วยกามอันเป็นทิพย์ คนธรรพ์พวกนั้นมาพบโคปกเทวบุตร
    อันโคปกเทวบุตร ผู้สาวกพระโคดมตักเตือนแล้ว ถึงความ
    สลดใจ คิดว่า เอาเถิด พวกเราจะพากเพียรพยายาม พวก
    เราจะไม่เป็นคนใช้ของผู้อื่น บรรดาคนธรรพ์ทั้ง ๓ นั้น คน
    ธรรพ์ ๒ คน ระลึกถึงคำสอนพระโคดมแล้ว ปรารภความ
    เพียร คลายจิตในภพนี้
    ได้เห็นโทษในกามแล้ว ตัดกาม
    สังโยชน์ และเครื่องผูก คือกามอันเป็นบ่วงของมาร ซึ่งยาก
    ที่จะล่วงไปได้ ก้าวล่วงเสีย ซึ่งพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ เพราะ
    ตัดเสียได้ ซึ่งกามคุณอันมีอยู่ ประดุจช้างตัดบ่วงบาสได้
    ฉะนั้น เทวดาทั้งหมด พร้อมทั้งพระอินทร์ พร้อมทั้งท้าว
    ปชาบดี เข้าไปนั่งประชุมกันในสภา ชื่อ สุธรรมา ล้วนเป็น
    ผู้แกล้วกล้า ปราศจากราคะ บำเพ็ญวิรชธรรมอยู่ ก็หาก้าว
    ล่วงเทวดาพวกนั้นไม่ ท้าววาสพผู้เป็นใหญ่ยิ่งของเทวดา ทรง
    เห็นเทวดาเหล่านั้นในท่ามกลางหมู่เทวดาแล้ว ได้ทรงสลด
    พระทัยว่า ก็เทวดาเหล่านี้เข้าถึงกายอันต่ำ บัดนี้ กลับก้าวล่วง
    พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ เมื่อท้าวสักกะเกิดสลดพระทัย เพราะ
    ทรงพิจารณาเทวดาเหล่านั้น โคปกเทวบุตรได้ทูลท้าววาสพว่า
    พระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมชน มีอยู่ในมนุษยโลก ทรงครอบงำกาม
    เสียได้ ปรากฏพระนามว่า พระศากยมุนี เทวดาพวกนั้นเป็น
    บุตรของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้เว้นจากสติแล้ว อัน
    ข้าพระองค์ตักเตือน กลับได้สติ บรรดาท่านทั้ง ๓ นั้น ท่าน
    ผู้หนึ่ง คงเข้าถึงกายคนธรรพ์อยู่ในภพนี้ อีก ๒ ท่านดำเนิน
    ตามทางตรัสรู้ เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว จะเย้ยพวกเทวดาก็ได้
    การประกาศธรรมในพระวินัยนี้ เป็นเช่นนี้ บรรดาพระสาวก
    มิได้มีสาวกรูปไรสงสัยอะไรเลย เราทั้งหลายขอนอบน้อม
    พระชินพุทธเจ้าผู้เป็นจอมชน ทรงข้ามโอฆะได้แล้ว ทรงตัด
    ความสงสัยได้แล้ว บรรดาคนธรรพ์ทั้ง ๓ นั้น คนธรรพ์ ๒ คน
    นั้น รู้ธรรมอันใดของพระองค์แล้ว ถึงความเป็นผู้วิเศษ เข้า
    ถึงกายอันเป็นชั้นพรหมปุโรหิต บรรลุคุณวิเศษแล้ว ข้าแต่
    พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอประทานพระวโรกาส ถึงพวกข้าพระองค์
    ก็มาเพื่อบรรลุธรรมนั้น หากพระองค์ทรงกระทำโอกาสแล้ว จะ
    ขอทูลถามปัญหา ฯ

    ----------------------------------------------------------
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กันยายน 2014
  16. ถิ่นธรรม

    ถิ่นธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    1,828
    ค่าพลัง:
    +5,399
    ถ้าตายแบบกะทันหัน ส่วนใหญ่จะขาดสติไม่ทันนึกถึงบุญกุศลใดได้ทัน จึงต้องวนเวียนอยุ่แถวนั้นไม่เกิน 7 วัน ในระยะนั้นขึ้นกับว่าบุญหรือบาปที่เคยทำไว้ สิ่งใดจะได้โอกาสก่อนกัน ถ้าบาปชิงจังหวะได้ก่อนก็จะไม่สามารถทำสมาธิหรือนึกถึงบุญกุศลใดได้ออก ก็จะไปอบายก่อน แต่ถ้าบุญชิงช่วงได้ก่อน ก็จะระลึกถึงกุศลที่เคยทำไว้จนเคยชิน ก็อาจจะนั่งสมาธิแบบที่เคยทำเป็นประจำแล้วไปสุคติโลกสวรรค์ได้เลย
     
  17. รำพึงถึงธรรม

    รำพึงถึงธรรม สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 เมษายน 2018
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +1
    อ่านแล้วรู้สึกสงสารตัวเองเลย ตายไปคงไม่มีโอกาสได้ฟังธรรมอีกแล้ว TT
     
  18. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    862
    กระทู้เรื่องเด่น:
    19
    ค่าพลัง:
    +1,242
    เทวดา พรหม ทำบุญได้ครับ
    สัตว์เดรัจฉานก็ทำได้
    ส่วนเปรต อสุรกาย สัตว์นรกบางประเภท ก็ต้องคอยรับบุญกุศลจากคนอื่นเท่านั้น
     

แชร์หน้านี้

Loading...