(ความจริงในใจ)

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย แค่พลังงานที่มีความรู้สึก, 27 สิงหาคม 2019.

  1. แค่พลังงานที่มีความรู้สึก

    แค่พลังงานที่มีความรู้สึก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    364
    ค่าพลัง:
    +198
    ใจหรือสมอง

    ความจริงรู้สึกผิดเต็มหัวใจ
    ต่อคนข้างกายฉันที่ยังคงเดินด้วยกัน
    ใจเจ้ากรรมยังคงไหวหวั่น
    กลับไปคิดถึงเธอคนเดิมคนนั้น
    ก็รู้ว่าไม่ควรคิด
    ก็รู้ว่าผิดต่อเขาที่อยู่ตรงนี้
    ฉันรู้ว่าควรจะลืมเรื่องของเธอ
    ถ้าคนข้างฉันรู้เรื่องเธอ เขาคงหมดใจ
    ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลใด
    ภาพเธอนั้นยังคงรบกวนจิตใจ
    ก็รู้ว่าไม่ควรคิด
    ก็รู้ว่าผิดต่อเขา
    แต่เธอคนนั้น
    ความจริงในใจ
    ไม่เคยมีใครแทนที่ความรู้สึก
    ที่ฉันยังมีให้เธออยู่
    เธอยังคงมาวนเวียนอยู่ในความฝันยามค่ำคืน
    ให้ฉันเองสับสนในใจ
    ก็รู้ว่าไม่ควรคิด
    ก็รู้ว่าผิดต่อเขา
    แต่เธอคนนั้น
    ความจริงในใจ…
     
  2. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    พิฬารสูตร
    ว่าด้วยแมว​
    [๒๓๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ...

    สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเที่ยวไปในตระกูลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายจึงกล่าวตักเตือนเธอว่า ‘ท่านอย่าเที่ยวไปในตระกูลเกินเวลาเลย’ เธอถูกภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือน (แต่)ยังไม่เลิก ลำดับนั้น ภิกษุจำนวนมากเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

    “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุรูปหนึ่งในพระธรรมวินัยนี้เที่ยวไปในตระกูลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือนเธอว่า ‘ท่านอย่าเที่ยวไปในตระกูลเกินเวลา’ เธอถูกภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือนจึงไม่พอใจ”

    “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ได้มีแมวยืนคอยจับลูกหนูอยู่ที่กองหยากเยื่อข้างทางระบายคูถจากบ้าน ระหว่างเรือนสองหลังต่อกัน ด้วยคิดว่า ‘ลูกหนูนี้จักไปหาเหยื่อในที่ใด เราจักจับมันกินในที่นั้น’ ต่อมา ลูกหนูออกไปหาเหยื่อ แมวก็จับ
    ลูกหนูนั้นแล้วรีบกัดกลืนลงไป ลูกหนูก็กัดทั้งไส้ใหญ่และไส้น้อยของแมวนั้น แมวนั้นจึงถึงความตายหรือทุกข์ปางตายเพราะการกินนั้น

    ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ก็เหมือนกัน เวลาเช้าครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวร ไม่รักษากายวาจาจิต ไม่ตั้งสติให้มั่นคง ไม่สำรวมอินทรีย์เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม เธอเห็นมาตุคามนุ่งห่มไม่เรียบร้อยในที่นั้น ราคะก็รบกวนจิตของเธอ เพราะเห็นมาตุคามนุ่งห่มไม่เรียบร้อย เธอถูกราคะรบกวนจิต จึงถึงความตาย หรือทุกข์ปางตาย การที่เธอบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์นั้น จัดเป็นความตายในวินัยของพระอริยะ การที่เธอต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง (และ) การประพฤติวัตรเพื่อออกจากอาบัติตามที่ต้องนั้น จัดเป็นทุกข์ปางตาย

    ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักรักษากายวาจาจิต ตั้งสติให้มั่นคง สำรวมอินทรีย์ เข้าไบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม’ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้”
     
  3. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    จ หรือ ส


    ตอบ



    ผัสสะ ฯ
     
  4. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    กุกกุฏชาดก
    ว่าด้วย ผลของการไม่เชื่อง่าย

    พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันจะสึกรูปหนึ่ง ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สุจิตฺตปตฺตจฺฉาทน ดังนี้

    ความย่อว่า พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า เหตุไฉน? เธอจึงกระสันอยากสึก. เมื่อเธอทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นหญิงคนหนึ่งผู้ประดับประดาตกแต่งตัวแล้ว จึงกระสันอยากสึกด้วยอำนาจกิเลสดังนี้.

    แล้วตรัสว่า ธรรมดาผู้หญิงลวงให้ชายลุ่มหลงแล้วให้ถึงความพินาศ ในเวลาชายตกอยู่ในอำนาจของตน เป็นเหมือนแมวตัวเหลวไหล แล้วได้ทรงนิ่ง.

    เมื่อถูกภิกษุนั้นทูลอ้อนวอน จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้:-

    ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดไก่ในป่า มีไก่หลายร้อยตัวเป็นบริวารอยู่ในป่า.

    ฝ่ายนางแมวตัวหนึ่ง ก็อาศัยอยู่ในที่ไม่ไกลพระโพธิสัตว์นั้น มันใช้อุบายลวงกินไก่ที่เหลือ เว้นแต่ไก่โพธิสัตว์. พระโพธิสัตว์ไม่ไปสู่ป่าชัฏของมัน.

    มันคิดว่า ไก่ตัวนี้อวดดีเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเราเป็นผู้โอ้อวด และเป็นผู้ฉลาดในอุบาย เราควรจะเล้าโลมไก่ตัวนี้ว่า จักเป็นภรรยาของมัน แล้วกินในเวลามันตกอยู่ในอำนาจของตน มันจึงไปยังควงไม้ที่ไก่นั้นเกาะอยู่

    เมื่อขอร้องไก่นั้นด้วยวาจาที่มีภาษิตสรรเสริญนำหน้า จึงได้กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า

    ดูก่อนพ่อนกน้อยสีแดง ผู้ปกคลุมด้วยขนที่สวยงาม เจ้าจงลงมาจากกิ่งไม้เถิด เราจะเป็นภรรยาของท่านเปล่าๆ.

    บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุจิตฺตปตฺตจฺฉาทน ความว่า ผู้มีเครื่องห่อหุ้มที่ทำด้วยขนอันสวยงาม. บทว่า มุธา ความว่า เราจะเป็นภรรยาของท่าน โดยปราศจากมูลค่า คือโดยไม่รับเอาอะไรเลย.

    พระโพธิสัตว์ได้ฟังคำนั้นแล้วคิดว่า แมวตัวนี้กัดกินญาติของเราหมดไปแล้ว บัดนี้ มันประสงค์จะล่อลวงกินเรา เราจักขับส่งมันไปแล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

    เจ้าเป็นสัตว์ ๔ เท้าที่สวยงาม ส่วนฉันเป็นสัตว์ ๒ เท้า เนื้อกับนกจะร่วมกันไม่ได้ในอารมณ์ เป็นที่รื่นรมย์ใจ เจ้าจงไปแสวงหาผู้อื่นเป็นสามีเถิด.

    พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป พระโพธิสัตว์กล่าวว่า มิคี หมายเอาแมว. ด้วยบทว่า อสํยุตฺตา พระโพธิสัตว์แสดงว่า แมวกับไก่ร่วมกันไม่ได้ สัมพันธ์กันไม่ได้เพื่อเป็นผัวเมียกัน สัตว์ทั้ง ๒ เหล่านั้นไม่มีความสัมพันธ์เช่นนี้.

    นางแมวนั้นได้ฟังคำนั้นแล้ว ลำดับนั้นจึงคิดว่า ไก่ตัวนี้โอ้อวดเหลือเกิน เราจักใช้อุบายอย่างใดอย่างหนึ่งลวงกินมันให้ได้ แล้วได้กล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-

    ฉันจักเป็นภรรยาสาวผู้สวยงาม ร้องไพเราะเพื่อคุณ คุณจะพบฉันผู้เป็นพรหมจารินีที่สวยงาม ด้วยการเสวยอารมณ์อย่างดี คือสุขเวทนา.

    พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้น ด้วยบทว่า โกมาริกา นางแมวกล่าวว่า ฉันไม่รู้จักชายอื่นตลอดเวลานี้ ฉันจักเป็นภรรยาสาวของคุณ, บทว่า มญฺชุกา ปิยภาณินี ความว่า เราจักเป็นผู้มีถ้อยคำไพเราะ พูดคำน่ารักเป็นปกติต่อคุณทีเดียว. บทว่า วินฺท มํ ความว่า คุณจะกลับได้ฉัน. บทว่า อริเยน เวเทน ความว่า ด้วยการกลับได้ที่ดี. นางแมวพูดว่า เพราะว่าฉันเองก่อนแต่นี้ไม่รู้จักสัมผัสตัวผู้ ถึงคุณก็ยังไม่รู้จักการสัมผัสตัวเมีย ฉะนั้น คุณจะได้ฉันผู้เป็นพรหมจารินีตามปกติด้วยการได้ที่ไม่มีโทษ คุณต้องการฉัน ถ้าไม่เชื่อถ้อยคำของฉัน ก็ให้ตีกลองประกาศในนครพาราณสีชั่ว ๑๒ โยชน์ว่า นางแมวนี้เป็นทาสของฉัน คุณจงรับฉันให้เป็นทาสของตนเถิด.

    พระโพธิสัตว์ได้ยินคำนั้นแล้ว ถัดนั้นไปก็คิดว่า ควรที่เราจะขู่แมวตัวนี้ให้หนีไปเสีย แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-

    ดูก่อนเจ้าผู้กินซากศพ ผู้ดื่มโลหิต ผู้เป็นโจรปล้นไก่ เจ้าไม่ต้องการให้ฉันเป็นผัว ด้วยการเสวยอารมณ์ที่ดี คือสุขเวทนา.

    บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตวํ อริเยน ความว่า พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เจ้าไม่ประสงค์ให้ข้าเป็นผัว ด้วยลาภที่ประเสริฐ คือการอยู่ประพฤติเหมือนพรหม แต่เจ้าต้องการลวงกินฉัน. ดูก่อนเจ้าผู้ลามก เจ้าจงฉิบหาย ดังนี้แล้ว ให้แมวนั้นหนีไปแล้ว.

    ส่วนแมวนั้นหนีไปแล้ว ไม่อาจแม้เพื่อจะมองดูอีก
    เพราะฉะนั้น พระศาสดาจึงได้ตรัสอภิสัมพุทธคาถาเหล่านี้ว่า :-

    หญิง ๔ คนเห็นนรชนผู้ประเสริฐ แม้อย่างนี้แล้ว ชักนำด้วยวาจาอ่อนหวาน เหมือนนางแมวชักนำไก่ ฉะนั้น.

    ก็ผู้ใดรู้ไม่เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นจะตกอยู่ในอำนาจของศัตรู และจะเดือดร้อนภายหลัง.

    ส่วนผู้ใดรู้ทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นจะพ้นจากการเบียดเบียนของศัตรู เหมือนไก่พ้นจากนางแมว ฉะนั้น.

    คาถาเหล่านี้เป็นพระคาถาของท่านผู้รู้ยิ่งแล้ว คือคาถาของท่านผู้ตรัสรู้แล้ว.

    บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จตุรา คือผู้ประกอบหญิงจำนวน ๔ คน. บทว่า นารี ได้แก่ หญิงทั้งหลาย. บทว่า เนนฺติ ความว่า นำเข้าไปสู่อำนาจของตน. บทว่า วิลารี วิย ความว่า นางแมวนั้นพยายามชักนำไก่นั้น ฉันใด หญิงเหล่าอื่นก็ชักนำภิกษุนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน. บทว่า อุปฺปติตํ อตฺถํ ความว่า เหตุการณ์บางอย่างนั่นเอง ที่เกิดขึ้นแล้ว. บทว่า น พุชฺฌติ ความว่า ไม่รู้ตามสภาพความจริง และจะเดือดร้อนภายหลัง. บทว่า กุกฺกุโฏว มีเนื้อความว่า ภิกษุนั้นพ้นจากการเบียดเบียนของศัตรู เหมือนไก่ตัวที่ถึงพร้อมด้วยความรู้ พ้นจากแมวฉะนั้น.

    พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ประมวลชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจจะ ภิกษุผู้กระสันจะสึก ตั้งอยู่แล้วในโสดาปัตติผล

    ก็พระยาไก่ในครั้งนั้น ได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล.
     
  5. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,636
    ค่าพลัง:
    +1,293
    ฮ่วย จังได๋ คือคึดจังซั่น
     
  6. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,636
    ค่าพลัง:
    +1,293
    เคยคิดแบบว่าสุดโต่งเลยนะ เห็นว่า อะไรๆก็กินได้ เลยนึกถึงคน นึกแล้วพบว่า เออกินได้นะ ทำไมเราไม่กินมัน ลองมองลงไปอีก ตรงไหนมันน่าอร่อยหว่า แขน ขา หัว หรือโน่นนี่นั้น คิดเพลินๆ กลับมาที่ เออแล้วทำไมเขาไม่กินกันละ ออ มันคงไม่ใช่ของกิน เพราะมันมีสภาพที่ให้ค่าได้ สวย น่ารัก แต่นึกถึงว่า เออทำไมสัตว์เช่นเสือ มันเห็นเรา มันไม่ว่าอย่างนั้น เห็นเรานี่ถ้ามันหิวกินเลย ย้อนกลับมันเป็นเสือเราถ้าอยากกินมันก็ไม่ได้มันผิดเพราะเขาบอกว่าผิด เพราะมันมีสภาพธรรมชาติที่สวยตามแบบของมัน โดยสรุปคนเราคิดมากกว่าสัตว์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ สรุปเลย สนองอะไร หิวเพราะเป็นเครื่องอยู่ หรือหิวเพราะหลงไป
     
  7. คนไทบ้านๆ

    คนไทบ้านๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2018
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +267
    ใจหรือสมอง?

    เคสนั้นควรเป็นทั้งสมองทั้งใจ
    คือทั้งความคิดปรุงจิต และจิตปรุงความคิด
    จะมีสติหรือไม่ ดูที่การรู้ระงับยับยั้งชั่งใจ

    มองๆไปอันหนึ่งคือ สังขารฝ่ายเกิด
    อีกอันหนึ่งคือ สังขารฝ่ายดับ
    ในที่สุดก็ดับทั้งคู่ ไม่เหลือ
    ถ้าถือขึ้นมาใหม่ก็จะตีกันไม่เลิกครับ
     
  8. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    621
    ค่าพลัง:
    +1,193
    อาการเพลงผุดขึ้นมานี้ผมเคยเป็นอยู่นะ
    แต่ไม่ได้ผุดออกมาเป็นเพลงนี้




    แต่มันผุดขึ้นมาเป็นเพลงนี้เฉยเลย แบบไม่ได้มีเจตนา



    โดยส่วนตัวผมปรับด้วยการสวดมนต์ในใจหากจะให้เพลงหายไป
    แล้วอาการที่เพลงมันผุดขึ้นมาเองโดยไม่ได้เจตนามันจะหายไปเอง

    แต่ในความที่ไม่ได้เจตนาที่มันผุดขึ้นมาก็สังเกตว่ามันมีความอยาก
    ในความชอบใจจากเนื้อเสียงนั้นๆด้วย

    หากเรานำเนื้อเรื่องของเพลงนั้นๆมาเป็นตัวเรา
    มันก็จะเป็นการสร้างบรรยากาศให้เรา ระลึก+นึกคิด ถึงเรื่องต่างๆในตัวเรา
    เพื่อทำการสอดคล้องให้เราเข้ากับตัวเพลงนั้นๆ

    มีเพลงเป็นบทแสดง มีการ ระลึก+นึกคิด เป็นนักแสดง
    เป็นบรรยากาศแบบโลกมายา ที่หาความจริงไม่ได้
    จะดีใจ หรือ เสียใจ ก็มาจากที่ระลึก+นึกคิด ไปตามบทนั้นๆ
     
  9. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,189
    ค่าพลัง:
    +8,708
    +++ ดี ถ้ารู้จัก "ปล่อย" ให้มัน "วิวัฒน์ตัวมันเอง" โดยไม่มีการแทรกแซง
    +++ เรียกว่า "รู้ธรรมเฉพาะหน้า" แต่บอกได้เลยว่า "คงไม่ได้ทำ" หรอกนะ
    +++ "เพลงผุด" เป็นอาการ "ไม่ประกอบเจตนา"
    +++ และที่สำคัญ คือ "ไร้กิริยาจิต" ตรงนี้แหละ "สำคัญนัก"
    +++ หาก "ทำเป็น" ก็จะถึง "บางอ้อ" ได้ในหลาย ๆ กรณีทีเดียว
    +++ "เพลงผุด" เป็น "ภพ ของคนธรรพ์" ถ้า hyuga ทำเป็น ก็จะรู้ได้เอง
    +++ นี่แล... เป็นการ "แทรกแซงอาการ รู้ธรรมเฉพาะหน้า" แบบตรง ๆ
    +++ ตรงนี้เป็นอาการ "ไม่เอา ดำรงค์สติมั่น (อยู่กับรู้)"
    +++ แล้วยัง "แทรกแซงธรรมเฉพาะหน้า" อีกด้วย ด้วยการ สวดมนต์ในใจ นั่นแล...
    +++ ตรงนี้เป็น "ตัณหา ในระดับ จิตใต้สำนึก (Desire in The Subconsciousness)"
    +++ อยู่ในระดับของ "จุติจิต" ที่จะ "เคลื่อนเข้าสู่" สภาวะธรรมแห่ง "เพลงผุด" นั้น
    +++ นี่แล... "เหตุจำลองของ กฏแห่งกรรม ที่ทำให้ จุติจิต เกิดขึ้น"
    +++ หาก ทำได้/ทำเป็น ก็จะ "ชัดเจนอย่างยิ่ง" ในเรื่อง "ความเป็นจริงของ สวรรค์/นรก"

    +++ คงยอมรับนะว่า "ปรากฏการณ์นี้ ห้ามไม่ได้ และ พ้นเจตนา" โดยสิ้นเชิง
    +++ ตรงนี้ เป็นอาการเดียวกันกับ "วิปากะปัจจัยโย" วิบากแทรก มันมาเอง...
    +++ ผู้ที่ไม่เคยฝึกฝน ย่อม "ตกอยู่ภายใต้ กระแสวิบากนี้" อย่าง "ช่วยไม่ได้เลย"
    +++ ถ้า "ทำได้ถูกต้อง" ก็จะรู้ได้เองว่า "มันไม่เป็นเช่นนั้น"
    +++ เพลงและอุปกรณ์เพลง จะโดนแยกออกเป็นส่วน ๆ
    +++ ตรงนี้เป็น "อาการของ อนัตตาธรรม" จะปรากฏมาเอง เช่นกัน
    +++ ในยามที่ "ความเป็นตน" แหวกเข้าไปในสถานการณ์

    +++ และนี้เป็นอาการ "อยู่เหนือวิบาก ทั้ง ๆ ที่วิบากยังดำรงค์อยู่" หากทำเป็น
    +++ เมื่อ "ดำรงค์" อยู่ในสภาพนั้นได้ จึงจะ "รู้จัก คนธรรพ์ภูมิ" ได้เอง
    +++ แทนที่จะ "รู้/อยู่ กับธรรมเฉพาะหน้า"
    +++ กลับกลายเป็น "มโนธรรมเฉพาะหน้า" ไปแล้ว
    +++ นี่แล... ผู้ที่ยัง "ดำรงค์สติมั่น" ไม่เป็น
    +++ มันเป็นเช่นนั้นแล... สำหรับการ "มโนธรรมเฉพาะหน้า"
    +++ แต่หากทำ "ดำรงค์สติมั่น รู้ธรรมเฉพาะหน้า"
    +++ เหตุการณ์มันจะ "กลับตาลปัตร (พระ)" แบบพลิกเหรียญ กันเลย
    +++ แล้วจะ "รู้จัก" จุติจิต การที่จิตเข้าสู่ (โอปนยิโก) ภพภูมิต่าง ๆ
    +++ รวมทั้ง การดำรงค์อยู่ในภูมินั้น ๆ โดย "อิทธิพลของภูมิ มาไม่ถึง"
    +++ น่าเสียดาย "เพลงผุด" หากจัดการได้ถูกต้อง
    +++ ย่อมเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของวิชชา 3 นั่นแล...
     
  10. แค่พลังงานที่มีความรู้สึก

    แค่พลังงานที่มีความรู้สึก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    364
    ค่าพลัง:
    +198
    ไม่ได้ติดตามกระทู้เท่าไร ว่างเมื่อไรก็มาต่อ
    ขออภัย ติดงานงานซ่อมงานวางระบบ


    ขอบอกกงๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความรัก
    แต่เนื้อหามันสื้อแบบนั้น กำลังจะสื่อความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้
    กับควบคุมได้ แบบนี้ นะครับ
    เป็นบ่อยนะครับ
     
  11. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    ภาษา ไตรปิฏก ปุราณ

    ท่านใช้คำว่า "ครอบงำ"

    คุมได้ ควบคุมไม่ได้ เปนคำ
    ที่ กวมกำ ...หาก ใช้บรรยาย
    ธรรม แปลว่า ยังมี มิจฉาทิฏฐิ
    เจืออยู่

    เสียงที่ได้ยิน ควบคุมได้ ก้
    หยุดกริบ ทำสมาธิหยุดคิด
    อาสัญยีสัตตาถามหา ตามนอน

    เสียงที่ได้ยิน "ครอบงำ" ได้
    จะดังก้คลาย จะกลายก้ช่าง
    จิตตั้งมั่นเสมอกันตลอด
    พรากออกสองฝาก แบบนี้จะ
    ธรรมหนึ่ง

    เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน
    หัวใจมันพูดกับเธอ
    ทุกทีที่พบ... ที่ได้เจอ
    พลันรู้ว่าเธอไม่เคย
    จะสัมผัสถึง... ในใจนั้น
    มันเปลี่ยนไปแล้ว..
    คำว่าเคลื่อน..





    ปล.คำสมัยใหม่ บ้างใช้ "ย้อมติดจิต"
    "จม" "ไหลตาม"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 สิงหาคม 2019
  12. แค่พลังงานที่มีความรู้สึก

    แค่พลังงานที่มีความรู้สึก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    364
    ค่าพลัง:
    +198
    ปัจจัย ที่ควบคุมได้ ไม่ได้เป็นอาการหยุดกึก แต่เป็นอาการตั้งที่สงบ
    ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คืออาการไหลตาม เข้าไปสัมผัสกับมัน
    อย่างนั้นมั้งครับ
     
  13. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    นั่นแหละๆ

    ไหลเข้าไปรวม นี่ ตก กำกระถาง

    ขันธ์5 มันร่วมกัน แยกไม่ออก นี่
    ก้จัดว่า ตกจาก กัมกระถาง(กัมมัฏฐาน)

    ทีนี้

    อย่าไปเข้าใจว่า จะต้อง ทำให้เที่ยง

    ต้องแยกตลอด ....อันนี้ เปน มิจฉา
    ทิฏฐิ

    แยก... เราเอา พอเปน ญานทัสนะ

    ญาน จึงไม่ใช่ สติ

    จึงอย่าไป ค้างให้มันเที่ยง

    เหนมัน เดี๋ยวแยก เดี๋ยวรวม

    แล้ว ยกเหน จิตผู้รู้ไม่เที่ยง
    วิญญานไม่เที่ยง มีไหม

    ไม่มี ก้ มนสิการช่วย คิดไปเลย
    จิตผู้รู้ไม่เที่ยง

    สักพัก มันจะปล่อย ไม่ต้องดี
    ตลอดก้ได้

    จะเหน ความเปนกลางต่อ
    สังขารด้วยปัญญาญานทัสนะ

    เรียกว่า สังขารุเบกขาญาน

    ทำงาน ทำอาชีพ ตามหน้าที่
    โลกไมเสีย ธรรมไม่เสีย

    ครอบงำสามโลกได้

    ผั๊วะ!!!!
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 สิงหาคม 2019
  14. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    แต่ เริ่มปล่อย เริ่มมี สังขารุเบกขา
    ในช่วง startup อันนี้ อย่ารีบ distrup
    สมถะ นะ

    ต้องจัดเวลา เก็บ สมถะ ตามรูปแบบ
    จัดเต็ม ตามไปด้วย . .......พระสาวก
    จะเน้นมาก

    แต่โดยส่วนตัว .....ป๋ม จะ อนุโลมไปหมด

    มอมแมม สาหัสอยู่ ....

    อันนี้ ก้ขึ้นกับว่า มี ญานเหน
    "แมวบ้าจี้" เก่งแค่ไหน

    เคยเหนเป่า แมวบ้าจี้ อยู่ดีๆ มันวิ่ง
    ไปทั่ว ข่วนไปทั่ว คลี่ไปทั่ว..เรียก
    ชื่อตัว....เหนทัน ก้ จะละ อัสสมิ
    มานะ ได้ ไม่มากก้น้อย
     
  15. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    แล้ว พอ ญานทัสนะ แม่น

    คือ มีความขัดเจน ใน สัมมาทิฏฐิ
    ว่าด้วย จิตไม่ใช่เรา ก้ดี

    หรือ ชันธ์5 ในภูมิจิตมนุษย์ ปรกติ
    มันแยกอยู่แล้ว ตลอดเวลา

    หรือ เหนชัดมันรวมกันเฉพาะ ตอน
    เหนผิด จิตมีอุปทานขันธ์ มีกิเลส
    มันจึง รวมกัน ด้วยความเปน ภพ

    คราวนี้ จะไม่เลือก ไม่มีลูบคลำ
    จะภาวนาได้ ทุกขณะจิต ไม่มี
    การ ลาออก จาก สติปัฏฐาน

    บรรลุ ไหม

    อาจจะ ชาตินี้ หรือ ชาติไหนก้
    ไม่ทราบ แต่ รู้แน่ว่าจบ ( เหมือน
    ธิดาช่างทอฮูก ...เธอ รู้เหรอ..
    เธอไม่รู้เหรอ...เธอรู้เหรอ )
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 สิงหาคม 2019
  16. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    ดูดีๆ นะ ฮับ

    ธรรม ของ ศาสดา ไม่ใช่เรื่อง
    ทำตามๆกันไป

    ธรรม ของ ศาสดา ลึกซึ้ง เหนได้ยาก
    ปุถุชนขาดการเพียร สดับ เหนไม่ได้

    ไม่มีสิ่งใด ชี้ได้

    แต่ ผู้มีความเพียร เหนได้ แน่นอน
     
  17. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    images?q=tbn%3AANd9GcSIOFlHB9AiwC5cZpNOcoIUZWEHJrnFctaoyBfbarW5kWTAy5gs.jpg
     
  18. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    images?q=tbn%3AANd9GcTUYKYN8LwMDD5u-4FbWlNrII7Or4uMxR3_MJ78HmLQMgSPBorX.jpg
     
  19. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    160
    ค่าพลัง:
    +84

    ขยายความได้ไหมๆ สื่ออะไร อยากรู้ อยากรู้ใจจะขาดแล้ว
     
  20. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    1391594937-1390130349-o.gif
     

แชร์หน้านี้

Loading...