ความน่าพิศวงของกรรม : สมเด็จพระสังฆราชฯ

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย nondanun, 30 กรกฎาคม 2010.

  1. nondanun

    nondanun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    5,980
    กระทู้เรื่องเด่น:
    13
    ค่าพลัง:
    +32,613
    [​IMG]

    ความน่าพิศวงของกรรม
    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
    วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร


    [​IMG] กรรม หมายถึง การกระทำ [​IMG]

    คำว่า “กรรม” ในพระพุทธศาสนา
    เป็นคำที่มีความหมายเป็นกลาง หมายถึงการกระทำ


    ไม่เจาะจงบ่งเป็นการกระทำที่ไม่ดี
    อันเป็นกรรมที่ไม่ดี เป็นบาปกรรม หรือเป็นอกุศลกรรม

    และไม่เจาะจงบ่งเป็นการกระทำดี
    อันเป็นกรรมดี เป็นบุญกรรม หรือเป็นกุศลกรรม

    คำว่า “กรรม” นั้น ทั่วไปใช้ในความหมายว่า ความไม่ดี
    เช่นเดียวกับคำบาปกรรมและอกุศลกรรม
    จึงเท่ากับทั่วไปใช้คำ “กรรม”
    เป็นคำย่อของกรรมไม่ดี คือ บาปกรรม หรืออกุศลธรรม

    อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุด [​IMG]

    พุทธศาสนสุภาษิตมีว่า

    “วโส อิสฺสริยํ โลเก อำนาจเป็นใหญ่ในโลก”

    ในบรรดาอำนาจทั้งปวงในโลก
    อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุด
    อำนาจเป็นใหญ่ในโลก
    และไม่มีอำนาจใดเสมออำนาจของกรรม


    กรรมดีมีอำนาจในทางดี
    กรรมไม่ดีมีอำนาจในทางไม่ดี



    คนดีมีอำนาจ ย่อมใช้อำนาจในทางดี [​IMG]

    เปรียบเช่นคนดีมีอำนาจ
    ย่อมใช้อำนาจในทางดีก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข
    ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น


    คนไม่ดีมีอำนาจ
    ย่อมใช้อำนาจในทางไม่ดี
    ก่อให้เกิดความทุกข์ ความร้อนทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น

    คนดีมีอำนาจในทางดี
    ผู้ทำกรรมดีจึงมีอำนาจในทางดี
    ย่อมใช้อำนาจนั้นก่อความร่มเย็นเป็นสุข
    ให้เกิดทั้งตนเอง ให้เกิดทั้งแก่ผู้อื่น


    คนไม่ดีมีอำนาจในทางไม่ดี
    ผู้ทำกรรมไม่ดีจึงมีอำนาจในทางไม่ดี
    ย่อมใช้อำนาจนั้นก่อความทุกข์ความร้อน
    ให้เกิดแก่ตนเอง ให้เกิดทั้งแก่ผู้อื่น

    กรรมเป็นของของตน [​IMG]

    ความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุขก็ตาม
    ความตกต่ำทุกข์ร้อนก็ตาม ย่อมเกิดจากกรรม

    ย่อมมีกรรมเป็นเหตุให้เกิด แน่นอนเสมอไป

    ผลดีทั้งปวงย่อมเกิดจากกรรมดี มีกรรมดีเป็นเหตุ
    ผล ไม่ดีทั้งปวงย่อมเกิดจากกรรมไม่ดี มีกรรมไม่ดีเป็นเหตุ


    กรรมของผู้ใด ผลย่อมเป็นของผู้นั้น
    ผลจักไม่เป็นของผู้อื่น


    ผู้ใดทำกรรมดี ผู้นั้นย่อมจักได้รับผลดี
    เป็นความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุข

    ผู้ใดทำกรรมไม่ดี ผู้นั้นย่อมได้รับผลไม่ดี
    เป็นความตกต่ำเป็นความทุกข์ร้อน

    ผลแห่งกรรม ย่อมตรงต่อเหตุที่กระทำไว้ [​IMG]

    อำนาจของกรรมทั้งใหญ่ยิ่ง ทั้งล้ำลึก
    ยากที่สามัญชนคนทั้งหลายจะเข้าใจได้ถูกแท้


    แต่แม้ผู้ใดจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม
    ย่อมไม่พ้นผลของกรรมที่ตนกระทำแล้วได้
    ย่อมต้องได้รับผลของกรรมที่ตนกระทำแล้ว


    ทำกรรมดีใดจักได้รับผลของกรรมดีนั้น
    ทำกรรมไม่ดีใด... จักได้รับผลของกรรมไม่ดีนั้นแน่นอนเสมอไป


    ผลที่เกิดแต่กรรมใด ย่อมตรงกับกรรมที่เป็นเหตุแห่งผลนั้นเสมอ

    เช่น ความขี้โรคย่อมเกิดแต่ความเบียดเบียน
    ความขี้โรคเป็นผลอันตรงกับกรรมที่เป็นเหตุคือ ความเบียดเบียน

    ความเบียดเบียนเป็นการทำให้เกิดความไม่เป็นสุข
    ความขี้โรคก็เป็นความไม่เป็นสุข
    ผู้ทำเหตุคือความเบียดเบียน
    ก็ย่อมได้รับผลเป็นผู้ขี้โรค ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้


    ไม่เบียดเบียน เป็นผู้มีอายุยืน [​IMG]

    ความมีอายุยืน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
    ย่อมเกิดแต่ความไม่เบียดเบียน


    ความมีอายุยืน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุคือความไม่เบียดเบียน

    ความไม่เบียดเบียนเป็นการทำให้มีความสุขความเจริญอายุ
    ความมีอายุยืน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
    เป็นความสุขความเจริญอายุ


    ผู้ทำเหตุคือความไม่เบียดเบียน
    ก็ย่อมได้รับผลเป็นผู้มีอายุยืน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้


    ผู้มีศีล จิตใจจักเบิกบาน ผิวพรรณผ่องใส [​IMG]

    ความมีหน้ามีตาเบิกบานแช่มชื่น
    ผิวพรรณผ่องใสงดงาม ย่อมเกิดแต่ความมีศีล


    ความมีหน้าตาเบิกบานแช่มชื่นผิวพรรณผ่องใสงดงาม
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุ คือความมีศีล

    ความมีศีลเป็นการทำให้มีจิตใจเบิกบาน แจ่มใส เป็นสุข

    ความมีหน้าตาเบิกบานแช่มชื่น ผิวพรรณผ่องใสงดงาม
    แสดงถึงความมีจิตใจเบิกบานแจ่มใสเป็นสุข

    ผู้ทำเหตุ คือ ความมีศีล
    ก็ย่อมได้รับผลเป็นผู้มีหน้าตาเบิกบาน
    แช่มชื่น ผิวพรรณผ่องใสงดงาม


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้


    ความไม่มีศีล ทำให้จิตใจเศร้าหมอง [​IMG]

    ความมีหน้าตาผิวพรรณเศร้าหมองไม่ผ่องใส
    ย่อมเกิดแต่ความไม่มีศีล


    ความมีหน้าตาผิวพรรณเศร้าหมองไม่ผ่องใส
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุ คือ ความไม่มีศีล

    ความไม่มีศีลเป็นการทำให้จิตใจเศร้าหมอง ไม่เบิกบานเป็นสุข

    ความมีหน้าตาผิวพรรณเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส
    แสดงถึงความมีจิตใจเศร้าหมอง ไม่เบิกบานเป็นสุข

    ผู้ทำเหตุ คือ ความไม่มีศีล
    ก็ย่อมได้รับผลเป็นผู้มีหน้าตาผิวพรรณเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้


    ผู้อ่อนน้อมต่อผู้ควรอ่อนน้อม จักเกิดในตระกูลสูง [​IMG]

    ความได้เกิดในชาติตระกูลสูง
    ย่อมเกิดแต่ความอ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม


    ความได้เกิดในชาติตระกูลสูง
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุ
    คือ ความอ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรได้รับความอ่อนน้อม


    ความอ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม
    ย่อมทำให้ได้เกิดในชาติตระกูลสูง

    ความได้เกิดในชาติตระกูลสูง
    จักทำให้ได้รับความอ่อนน้อม
    แตกต่างกับความเกิดในชาติตระกูลต่ำ


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้

    ผู้ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม จักเกิดในตระกูลต่ำ [​IMG]

    ความได้เกิดในชาติตระกูลต่ำ
    ย่อมเกิดแต่ความไม่อ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม


    ความได้เกิดในชาติตระกูลต่ำ
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุ
    คือ ความไม่อ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรได้รับความอ่อนน้อม


    ความไม่อ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม
    ย่อมทำให้ได้เกิดในชาติตระกูลต่ำ

    ความได้เกิดในชาติตระกูลต่ำ
    จักทำให้ไม่ได้รับความอ่อนน้อม
    แตกต่างกับความเกิดในชาติตระกูลสูง


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้

    ผู้พรั่งพร้อมด้วยสมบัติ สมบูรณ์บริบูรณ์ เกิดแต่กรรมคือการบริจาค [​IMG]

    ความพรั่งพร้อมด้วยสมบัติ ย่อมเกิดแต่ความบริจาค

    ความพรั่งพร้อมด้วยสมบัติ
    เป็นผลที่ตรงกับกรรมที่เป็นเหตุ คือ ความบริจาค


    ความบริจาคเป็นเหตุที่ผู้จะทำได้
    จะต้องมีความพอใจระดับหนึ่ง
    และมีความเมตตากรุณาในระดับหนึ่ง
    ซึ่งนับเป็นสมบัติของใจ

    สมบัติของใจ คือ ความพอและความเมตตากรุณา
    ที่ประกอบด้วยการสละบริจาคเป็นกรรมฝ่ายเหตุ
    มีความพร้อมด้วยสมบัติเป็นผล


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้

    ความขาดแคลน เกิดแต่การไม่บริจาค [​IMG]

    ความขาดแคลน ย่อมเกิดแต่ไม่มีการบริจาค

    คือไม่ได้ทำเหตุ
    คือ การบริจาคที่จะให้เกิดผลเป็นความไม่ขาดแคลน
    ไม่ได้ทำเหตุที่จะให้ผลเป็นความพรั่งพร้อม


    แม้ทำเหตุแห่งความพรั่งพร้อมไม่ขาดแคลน
    ย่อมได้รับผลเป็นความพรั่งพร้อม ไม่ขาดแคลน


    ผลย่อมตรงต่อเหตุดังนี้

    ผู้ปรารถนาความมีปัญญา พึงทำจิตให้สงบ [​IMG]

    ความมีปัญญา ย่อมเกิดแต่การปฏิบัติอบรมจิตให้สงบ

    จิตสงบเพียงไร ปัญญาย่อมยิ่งเพียงนั้น
    จิตวุ่นวายเพียงไร ปัญญาย่อมหย่อนเพียงนั้น


    ปัญญาเป็นความฉลาดที่เกิดแต่เรียนและคิด
    จิตที่สงบจะทำให้ใช้ความคิดได้อย่างดี
    ต้องการจะคิดเรื่องใดให้แตกฉานรู้จริงด้วยตนเอง
    มิใช่เป็นเพียงความรู้ของผู้อื่น

    จิตที่สงบก็จะทำได้ให้เป็นปัญญาขึ้นมาได้
    แต่จิตที่ไม่สงบวุ่นวายจะทำไม่ได้


    ผู้มีปัญญา...จึงเป็นผู้มีจิตสงบ

    แม้ปรารถนาจะเป็นผู้มีปัญญา ถึงทำใจให้สงบ
    คือ สงบจากความโลภ ความโกรธ ความหลง


    ปรารถนาเป็นผู้มีปัญญาเพียงไร พึงทำให้สงบเพียงนั้น
    อีกนัยหนึ่งก็คือ ทำใจให้สงบได้เพียงใด
    ก็จะสามารถอบรมปัญญาให้ยิ่งขึ้นได้เพียงนั้น


    จิตไม่สงบ จะคิดแบบไม่สงบ
    คือ คิดสับสนวุ่นวายจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง
    ไปอีกเรื่องหนึ่ง ไปอีกเรื่องหนึ่ง
    เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ จากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้น จากเรื่องนั้นไปเรื่องโน้น
    โดยไม่เข้าใจถูกต้องชัดเจนในเรื่องใดเลย

    ทั้งนี้เป็นไปด้วยอำนาจ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
    ที่ทำให้จิตวุ่นวายไม่สงบ

    ความเข้าใจในเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม [​IMG]

    ความเข้าใจในเรื่องล้ำลึกอย่างที่สุด
    คือเรื่องของกรรม และการให้ผลของกรรม
    ก็จะเกิดได้ด้วยความมีปัญญายิ่ง


    ความใช้ปัญญายิ่งคิดตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในเรื่องของกรรมว่า

    กรรมดี...ย่อมให้ผลดี
    กรรมชั่ว... ย่อมให้ผลชั่ว

    ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ย่อมต้องได้รับผลกรรมนั้น
    แม้ใช้ปัญญาคิดเช่นนี้เนือง ๆ ย่อมได้ความเข้าใจถูกต้อง


    หยิบยกพระพุทธดำรัสเรื่องกรรมขึ้นพิจารณา ด้วยใจที่สงบ ไม่วุ่นวาย

    แม้ในระยะแรกจะไม่เชื่อว่าเป็นจริง
    แต่แม้คิดใคร่ครวญพิจารณาเนือง ๆ ก็ย่อมจะได้ปัญญา
    เป็นแสงสว่างทำลายความมืดไม่รู้
    ให้เป็นความเห็นถูกรู้ถูกในเรื่องของกรรมและการให้ผลของกรรม


    ตามที่พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธดำรัสไว้ด้วยพระมหากรุณาต่อสัตว์โลกทั้งปวง


    ความจริงที่เที่ยงแท้ [​IMG]

    ส่วนของกรรม ย่อมเป็นไปตรงตามกรรม
    อันเป็นส่วนเหตุที่ได้กระทำแล้ว
    คือผลดีย่อมเกิดแต่เหตุดี ผลไม่ดีย่อมเกิดแต่เหตุไม่ดี

    พระพุทธองค์ทรงแสดงความจริงนี้ ที่แม้เห็นได้ยาก
    แต่ก็เป็นความจริงที่เที่ยงแท้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้


    จะมีผู้เข้าใจหรือไม่ จะเข้าใจผิดถูกอย่างไรก็ตาม
    ความจริงนี้ย่อมเป็นความจริงตลอดไป


    ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
    ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น


    หมั่นพิจารณาในเรื่องของกรรมเสมอ [​IMG]

    โอกาสมีอยู่เสมอสำหรับที่จะพิจารณาให้เกิดปัญญา
    รู้ตามพระปัญญาในเรื่องของกรรมและการให้ผลของกรรม

    ทุกลงหายใจเข้าออก
    พิจารณาเรื่องของกรรมได้ด้วยกันทุกคน
    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร
    เพียงทำใจให้สงบพอสมควรก่อน


    เพื่อเหมาะแก่การน้อมไปใช้พิจารณาให้เกิดผลให้เป็นความรู้ของตน
    มิใช่เป็นความรู้ของพระพุทธองค์ ที่ตนเพียงจดจำไว้เท่านั้น
    เพราะความรู้ของผู้อื่นนั้น
    แม้จดจำไว้อย่างมิได้รู้มิได้เข้าใจจริงด้วยตนเอง

    ความรู้นั้นก็ยังมิใช่ปัญญาของตน

    เห็นอะไร ได้ยินอะไร
    อย่าสักแต่ว่าเห็น อย่าสักแต่ว่าได้ยิน
    อย่าสักแต่ว่ารู้เช่นที่ได้เห็น อย่าสักแต่ว่ารู้เช่นที่ได้ยิน
    อันมิใช่ปัญญา

    เห็นแล้วต้องให้เป็นปัญญา
    ได้ยินแล้วต้องให้เป็นปัญญา
    มากน้อยก็ต้องให้เกิดปัญญาขึ้นมาบ้าง


    คือเห็นอะไรแล้วก็ต้องคิด
    ได้ยินอะไรแล้วก็ต้องคิด
    คิดให้ดี คิดให้มีเหตุผล ด้วยใจที่สงบ คิดเนือง ๆ



    ปัญญาอันเกิดแต่การเรียนและการคิด [​IMG]

    ปัญญาเกิดแต่เรียนและคิด
    เรียนนั้นหมายได้ทั้งเรียนด้วยหู เรียนด้วยตา
    คือฟังที่มีผู้สอนก็ได้ อ่านที่มีผู้เขียนก็ได้
    เห็นที่ปรากฏให้เห็นก็ได้

    เรียนดังกล่าวทุกอย่างต้องเรียนและคิดจนเป็นปัญญา
    จึงจะได้ประโยชน์จริงจากการเรียน


    อะไร ๆ มากมายที่ได้พบได้เห็นได้ยินได้ฟังอยู่ไม่ว่างเว้น
    แม้ใช้ความคิดประกอบความรู้ทางพระพุทธศาสนาที่ได้ศึกษาแล้ว

    ย่อมได้ปัญญาเห็นจริงได้ แม้ทำให้เนือง ๆ



    ความแตกต่างอันน่าพิศวงของกรรม [​IMG]

    ผู้ที่ได้พบเห็นอยู่ทุกเวลาหามีที่เหมือนกันไม่
    ทุกคนแตกต่างกันแม้จะอบรมตาปัญญา
    ให้เห็นเรื่องของกรรมอย่างชัดแจ้ง
    จงตั้งข้อสังเกตความแตกต่างของทุกผู้ทุกคนที่ได้ประสบพบผ่าน


    ทำไมจึงมีผู้เกิดในชาติตระกูลสูง
    พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สิน เงินทองของน่าใคร่น่าปรารถนา

    ทำไมจึงมีผู้เกิดในชาติตระกูลสูง
    แต่ไม่พรั่งพร้อมด้วยสมบัติทั้งปวง

    ทำไมจึงมีผู้เกิดในชาติตระกูลต่ำที่ลำบากยากแค้น

    ทำไมจึงมีผู้เกิดในชาติตระกูลต่ำที่อุดมสมบูรณ์

    ทำไมจึงมีผู้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
    เป็นที่เจริญตาเจริญใจของผู้ได้พบเห็น

    ทำไมจึงมีผู้มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์น่ารังเกียจ


    ทำไมมากมายหลายทำไมนี้แหละ
    แม้หาคำตอบไม่ได้ที่แน่ใจจริงว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
    ก็พึงพยายามเข้าใจว่าเป็นเรื่องของกรรม
    กรรมที่ต่างได้ทำไว้แตกต่างกัน
    อันเป็นเหตุทำให้เกิดผลที่แตกต่างกันดังกล่าว


    ความแตกต่างกันอย่างน่าพิศวงของใครต่อใคร
    ที่มีให้เห็นอยู่มากมายทุกหนทุกแห่ง


    บางคนดีแสนดี บางคนเลวแสนเลว
    ที่แสนสุขด้วยความพรั่งพร้อม
    เหล่านี้มิใช่เพราะเหตุใดอื่น
    มีกรรมของตนเองเป็นเหตุทำให้เป็นไป

    แต่การจะทำใจให้เชื่อว่าเป็นกรรมเช่นนี้
    ก็มิใช่เป็นไปได้แก่คนทั่วไป


    ใจของคนทั่วไปจึงยังไม่เชื่อเรื่องกรรม
    ไม่อาจปลงใจลงไปได้ว่าอะไรทั้งหลายที่เกิดขึ้นทั้งแก่ตนเอง ทั้งแก่ผู้อื่น
    ล้วนเป็นเรื่องของกรรม เป็นผลของกรรม
    ที่ต่างได้พากันทำไว้ทั้งนั้น
    อาจจะในชาตินี้ หรืออาจจะในอดีตกาลนานไกล


    ผลจากการปลงใจเชื่อในเรื่องของกรรม [​IMG]

    ความปลงใจเชื่อให้จริงในเรื่องกรรม
    และการให้ผลของกรรมมีผลใหญ่ยิ่ง
    จะทำให้กำลังการทำกรรมไม่ดี

    เมื่อไม่ทำกรรมไม่ดี ผลไม่ดีย่อมไม่เกิดแก่ตน
    ความสบายทั้งปวงย่อมมีมา

    แต่อย่างไรก็ตาม
    แม้ยังไม่เชื่อเรื่องการให้ผลของกรรมว่าตรงตามเหตุ
    จะลองพิสูจน์ด้วยการไม่ทำกรรมไม่ดีให้ตลอดไป
    ก็ย่อมจะได้ผลเป็นการรับรองความถูกต้อง
    ว่าผลของกรรมจักไม่ผิดไปจากเหตุ


    ความสบายใจที่เกิดจากความปลงใจเชื่อในเรื่องกรรม
    และการให้ผลของกรรมนั้นใหญ่ยิ่งมาก
    เมื่อต้องประสบความทุกข์ยากใดก็ตาม

    ความเชื่อในเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม
    จะทำให้ปลงใจยอมรับว่า ตนเป็นผู้ทำเหตุที่ไม่ดีไว้
    อาจจะในปัจจุบันชาติหรือไม่ก็ในอดีตกาลนานไกล
    ที่นานจนจำไม่ได้ ระลึกไม่ได้

    และการให้ผลของกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงให้พ้นได้
    จะเร็วหรือช้าก็ต้องให้ผลแน่ ข้ามภพข้ามชาติก็ให้ผล


    เรื่องของกรรมจึงล้ำลึก เข้าใจยากนักหนา
    ถ้าเข้าใจแม้เพียงพอสมควร
    ก็จะได้ความสบายใจกว่าไม่เข้าใจเสียเลย

    ความไม่เข้าใจในเรื่องกรรม และการให้ผลของกรรม
    มีโทษสถานเดียว ไม่มีคุณเลย
    ไม่ว่าจะเป็นกรรมของตัวเอง
    หรือกรรมของผู้อื่นก็ตาม


    ผู้มีปัญญาแม้พอสมควร
    จึงพยายามทำความเข้าใจในเรื่องของกรรม
    หรือแม้ไม่เข้าใจจริงก็ใช้วิธีเชื่อไว้ก่อน
    ซึ่งก็เป็นการแสดงความเป็นผู้มีปัญญายิ่งกว่าผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อเลย




    (ที่มา : "ความพิศวงของกรรม" พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก)
    <!-- m -->http://www.dharma-gateway.com/monk/prea ... -36-01.htm

    แสดงกระทู้ - ความน่าพิศวงของกรรม : สมเด็จพระสังฆราชฯ &bull; ลานธรรมจักร






     
  2. lionking2512

    lionking2512 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +7,635
    เรื่องกรรมนับเป็นที่ยากเกินการคาดเดาหนอ เรื่องกรรมนับเป็นเรื่อง อจิณไตยหนอ อนุโมทนา สาธุ ครับ

    ทาน ศีล ภาวนา คือ บุญ

    ศีล สมาธิ ปัญญา คือ กระบวนการในการแยกแยะชั่ว ดี บาป บุญ
     
  3. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    ขอบคุณที่นำมาให้อ่านค่ะ
     
  4. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    กราบสาธุ ค่า
    พระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช
    อ่านแล้วเย็นใจมาก ทุกตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ เหมือนๆ กับที่อ่านในพระไตรปิฎก

    (จะอ่านแล้วเข้าใจไหมก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะ)
     

แชร์หน้านี้

Loading...