"ความฝัน เทพสังหรณ์" สัญญานเตือนจากเบื้องบน

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย kananun, 9 พฤษภาคม 2007.

  1. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    เวลาเหลือน้อย เกมล้มเจ้าได้เป็นเจ้าก็เริ่มขึ้น..

    หักล้างกันด้วยธรรม ใช้ปัญญาโต้วาที..

    ใครอ่อนแอก็ถอยไป หลบไป..

    ถ้ารู้ตัวเองว่าปัญญาไม่ถึงพร้อม ก็ถอยไป..

    เกม พระยาธรรม หักล้าง โต้วาทีกันด้วยธรรม..

    ถ้าคิดว่ามีเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแล คอยช่วยเหลือ ก็ ยก มา

    ดูว่าใครจะแน่กว่าใคร..

    **เกมพระยาธรรม**

    เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ..
     
  2. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    ผมทราบดีว่าท่านสงบ เคยมีอดีตที่เจ็บปวด กับใครคนหนึ่งมาแล้ว แต่ผมกล้ารับประกันได้เลยว่า คุณครูบัวสวรรค์ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใครคนนั้นเลยครับ คุณครูบัวสวรรค์ ตั้งใจทำงาน เพื่อในหลวง ร.9 และเพื่อประโยชน์กับมวลมนุษย์ชาติจริงๆครับ
     
  3. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    คนอื่นๆเขาฝึกจิตตภาวนา เห็นธรรม ได้พบอริยสัจจ ได้อภิญญาเป็นของแถม..

    เขาฝึกลดละกิเลส เขาฝึกขัดเกลาจิตใจ..

    แต่พวกท่านทำอะไร..

    เส้นทางผู้วิเศษ ชอบกันจัง..
     
  4. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    เราไม่เคยเจ็บปวดกับใครๆ นะ จะ บอก ให้..

    ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ละ ปล่อยวาง ทั้งสิ้น..
     
  5. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    ถ้ารู้ตัวเองว่าปัญญาไม่ถึงพร้อม ก็ถอยไป..

    เกม พระยาธรรม หักล้าง โต้วาทีกันด้วยธรรม..

    ถ้าคิดว่ามีเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแล คอยช่วยเหลือ ก็ ยก มา

    ดูว่าใครจะแน่กว่าใคร..
     
  6. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    เราจะบอกอะไรให้นะ คนที่ลำปางก็บารมีมากแล้ว ที่มาเกิด แค่มาทำ มาแสดงอีกบทบาทนึงเท่านั้น..

    คนที่ลำปางก็มาสร้างบารมี อนาคตจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่27 นับจากองค์ปัจจุบัน..

    เห็นใครทำอะไรไม่ถูกตา ไม่ถูกใจ อย่าเผลอไปปรามาส ซะล่ะ..

    เดี๋ยวจะเป็นกรรมติดตัว เปล่าๆ..

    ถ้าไม่ได้รับอาญาสิทธิ์ก่อนลงมาเกิด อย่าทำเป็นเล่นเด็ดขาด..

    อาญาสิทธิ์จะรู้ได้ไงว่าตนเองมี ก็ให้ดูตอนปฏิบัติถึงวิมุติ แล้วนั้นละ

    มันจะมีธรรมจักรสีแดงขึ้นที่กลางฝ่ามือ..
     
  7. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    อาญาสิทธิ์จะรู้ได้ไงว่าตนเองมี ก็ให้ดูตอนปฏิบัติถึงวิมุติ แล้วนั้นละ

    มันจะมีธรรมจักร
    สีแดงขึ้นที่กลางฝ่ามือ..



    เข้าใจตรงกันนะ..
     
  8. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    เราก็แน่พอตัวนี้ละ..

    ถ้าปราบพวกมิจฉาทิฏฐิไม่ได้ ถ้าปราบพวกผู้วิเศษไม่ได้

    เราไม่เข้ามาเว็บบอร์ดนี้หรอก..

    ถ้าเราไม่แน่จริง เราไม่ได้รับหน้าที่นี้หรอก..
     
  9. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    ถ้ามีญาณหยั่งรู้ ก็ส่องมาที่เราสื่อมาที่เรานี่..

    ถ้ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเทวดา คอยช่วยเหลือ ก็ สื่อมาที่เรานี่..

    แน่ไม่แน่ เราก็กล้าท้าผู้วิเศษมิจฉาทิฏฐิ ทั่วโลก ทั่วจักรวาล ทั่วสามแดนโลกธาตุ นี้ละ..

    ส่องมาเลย สื่อจิตมาเลย อยากรู้ว่าจิตวิญญาณภายในเราเป็นใคร ก็ ส่องมา..

    มาประลองฤทธิ์กันทางภายใน ทางจิตวิญญาณภายใน ดูสักตั้ง ว่าใครจะแน่กว่าใคร
     
  10. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    หลอนอย่างเรามีคนเดียวในโลก..

    หลอนอย่างเราที่โลกรอคอย..

    ;);)
     
  11. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    ศิษย์สำนักปฏิบัติธรรมเขากะลา เตือนไทยจะเกิดภัยพิบัติ เชื่อมนุษย์ต่างดาว เตรียมยานอวกาศพาหนีไว้แล้ว

    aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTU3My83ODY2MDk4L3Vmby5qcGc=.jpg

    จากกรณีที่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” มีการเผยแพร่คลิปกลุ่มบุคคลทำพิธีร่างทรง ทำนายดวงชะตาโลก โดยมีการอันเชิญเทพที่อ้างว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว ชื่อพลูโต มาลงประร่าง ก่อนจะมีการระบุว่า ในปี 2020 จะเกิดภัยพิบัติรุนแรงถึงขั้นล้างโลก จนทำให้มนุษย์และสัตว์อีกหลายล้านชีวิตตายลง ซึ่งพบว่าสถานที่เกิดคลิปตั้งอยู่ภายในสถานปฏิบัติธรรมเขากะลา พื้นที่ ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อวันอาสาฬหบูชาเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา

    >> ฮือฮา มนุษย์ต่างดาว "เทพพลูโต" ประทับร่างทรง เตือนเหตุล้างโลกปี 2020

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ส.ค.) ได้ตรวจสอบสถานที่ทำพิธีร่างทรงมนุษย์ต่างดาวตามที่ปรากฏอยู่ในคลิปอีกครั้ง พบว่า มีกำลังเจ้าตำรวจ สภ.หนองปลิง จังหวัดนครสวรรค์ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 เจ้าของพื้นที่ เดินทางขึ้นไปยังสำนักปฎิบัติธรรม เพื่อสอบถามและพบกับเจ้าของพื้นที่เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ถ่ายรูปและเดินทางกลับลงจากยอดเขาไป

    ด้าน นายประสิทธิ์ ผู้ดูแลสำนักแทนนายเจริญ กล่าวว่า ตนและลูกศิษย์ในฐานะผู้ปฏิบัติธรรมในสถานที่แห่งนี้ ยืนยันว่าเหตุการณ์ค้นพบจานบินจากมนุษย์ต่างดาวนั้น เกิดขึ้นจริงบนสถานที่แห่งนี้ เพราะที่ผ่านมานายเจริญบุคคลที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้นั้น ค้นพบและพบว่าสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของยานอวกาศมนุษย์ต่างดาว ทำให้นายเจริญเป็นผู้ค้นพบคนแรกไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ต้องมาปฏิบัติธรรมยังสถานที่แห่งนี้

    โดยใช้หลักการทำสมาธิในการสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว ด้วยวิธีการแสกนกรรมให้คนที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมยังสถานที่แห่งนี้ ได้ใช้ธรรมะในการสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวหรือนายอวกาศ ซึ่งนายเจริญ สามารถติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ แต่วันนี้นายเจริญไม่สามารถเปรากฎตัวได้ ตนและคนงานก็เฝ้าสำนักตามปกติและกำลังต่อเติมอาคารปฏิบัติธรรม เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมานั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมได้พักผ่อน

    ส่วน นายศรัณรงกรณ์ หรือ กร ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติธรรมบนยอดเขากะลาตั้งปีต้นปีที่ผ่านมา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สามารถติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ผ่านธรรมะของพระพุทธเจ้า จึงต้องอยู่ปฏิบัติภารกิจยังสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีพลังงานที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ และในไม่กี่เดือนนี้จะเกิดภัยพิบัติกับประเทศไทยและคนไทย

    แต่มนุษย์ต่างดาวจะสามารถพาคนกลุ่มหนึ่งรอดพ้นจากความตายได้ ด้วยยานอวกาศที่สามารถมาขึ้นยานอวกาศไปกับมนุษย์ต่างดาวได้ ผ่านมิติของพลังงานที่ไม่สามารถมองเห็นได้บริเวณเขากะลาแห่งนี้ ซึ่งมิติจักรวาลนี้สามารถสัมผัสได้ยังสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งพลังงานที่สัมผัสได้ด้วยตัวเอง และส่วนตัวของแต่ละบุคคลก็สัมผัสได้ไม่เหมือนกัน บางคนสัมผัสได้ บางคนสัมผัสไม่ได้

    “บริเวณสถานที่แห่งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจะมียานอวกาศ ซึ่งเอเลี่ยนเฝ้าอยู่จำนวน 3 ลำ เดินทางมารับคนที่สามารถมีจิตสื่อสารไปนอกมิติได้ โดยจุดที่ยานสามารถจอดได้ มี 3 จุดบริเวณรอบเขากะลาแห่งนี้ จะมีคนที่สามารถเดินทางมาขึ้นยานได้ที่นี่

    ตนจึงต้องปฏิบัติภารกิจนี้รอช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หากเกิดภัยพิบัติขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของพลังงานที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพียงแต่ต้องสื่อสารผ่านจิตที่มีธรรมะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อเท่านั้น โดยใช้หลักธรรมชาตินั่นเอง”

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายศรัณรงกรณ์ ได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปดูแหล่งที่ยานอวกาศสามารถมาลงจอดได้ และมีหินแหล่งพลังงานอยู่กระจายทั่วเชิงเขากะลา ยังสาธิตวิธีการทะลุออกนอกมิติด้วยการใช้หิน ลูกปัด ลูกแก้ว ในการเปิดประตูมิติ เหมือนภาพยนตร์รอบเขาพื้นที่

    อีกทั้งบริเวณรอบพื้นที่เขาลูกปัญหาดังกล่าว มีรถอีส้ม รถไถ มาปรับถนน ปรับพื้นที่เส้นทางขึ้นยอดเขา เพื่อเตรียมจัดงานกิจกรรมบางอย่างตลอดเวลา ซึ่งไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบไปดูแลควบคุมแต่อย่างใด

    เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางขอเข้าพบกับนายเฉลียว ภู่เจริญ นายก อบต.เขากะลา เพื่อสอบถามข้อมูลของพื้นที่และสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยว่า ส่วนใหญ่คนในพื้นที่ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครเห็นมนุษย์ต่างดาว จานบินอะไรเลย ส่วนใหญ่คนที่เชื่อคือคนต่างจังหวัดและเป็นคนมีชื่อเสียงทั้งสิ้น

    ส่วนตัวเคยเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อไปรับมอบห้องน้ำบนยอดเขา จึงเห็นว่าคนที่เชื่อจะมองก้อนเมฆสามารถสื่อสารกันได้ เชื่อว่ามีเทพมาโปรดแต่ตนก็มองไม่เห็น พยายามนั่งดูนั่งฟัง ก็มองไม่เห็นเหมือนเขา ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลไม่สามารถไปว่ากันได้ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสองภู มีภูเขาสองลูกประกบ และมีสำนักปฏิบัติธรรมอยู่ตรงกลาง รถยนต์สามารถขึ้นไปได้

    ไม่มีการสนับสนุนงบประมาณอะไรจากราชการ พื้นที่ตั้งของสำนักปฏิบัติแห่งนี้เป็นพื้นที่ภูเขา เดิมเป็นสำนักสงฆ์ มีพระอยู่บนเขา แต่ต่อมาไม่มีพระสงฆ์อยู่ เนื่องจากไม่ขึ้นตรงกับวัดคีรีสวรรค์ จึงทำให้นายเจริญใช้โอกาสนี้ขึ้นไปอยู่แทนพระสงฆ์ และดูแลเขาที่มีพระองค์ใหญ่ ซึ่งมีกุฏิพระอยู่ แต่เขาทั้ง 2 ลูกนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้เพราะพื้นที่อยู่บนเขา

    “สำหรับ อบต.พระนอนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าว จะเห็นว่าหากมีกิจกรรมสำคัญเจ้าสำนักจะขนเครื่องเสียง เครื่องปั่นไฟขึ้นไปด้านบนภูเขา ดึกๆ จะมีการนั่งสมาธิกันและกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นนายแพทย์ เรียนสูงๆ คนมีความรู้ทั้งสิ้น และส่วนใหญ่เดินทางมาจาก กทม.เป็นหลัก” นายก อบต.พระนอน กล่าว


    ที่มา https://www.sanook.com/news/7866098/
     
  12. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    คนอื่นๆเขาฝึกจิตตภาวนา เห็นธรรม ได้พบอริยสัจจ ได้อภิญญาเป็นของแถม..

    เขาฝึกลดละกิเลส เขาฝึกขัดเกลาจิตใจ..

    แต่พวกท่านทำอะไร..


    เส้นทางผู้วิเศษ ชอบกันจัง..

    ไปเริ่มต้นขัดเกลาจิตใจ ฝึกหัดจิตตภาวนา ซะนะ
     
  13. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    7,553
    ค่าพลัง:
    +1,132
    วันนี้วันพระ แรม15ค่ำ เดือน6..

    ของจริงล้วนๆ..

    ไม่มีแสตนอิน ไม่มีตัวแสดงแทน..
     
  14. Semntrcha

    Semntrcha สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    ภัยพิบัติอะไรน่ากลัวกว่าความโลภของมนุษย์ อย่ากลัวไปเลย ตายก็เพราะทำกันเอง ภัยพิบัติเกิดก็เพราะฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง

    แทนที่จะร้องหาเทพเทวดาเพื่อขอความช่วยเหลือ ลองถามตัวเองดูกันบ้างหรือยังว่านอกจากใช้งานโลกแล้วเคยตอบแทนอะไรคืนโลกแล้วบ้าง เอาซากศพมนุษย์ทั้งโลกคืนแผ่นดินยังตอบแทนสิ่งที่ล้างผลาญไปไม่พอเลย

    เกิดมานอกจากทดแทนคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หวังลมๆแล้งๆว่าตายไปจะหลุดพ้นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรม ถือศีล 5 ศีล ศีล1000ล้าน แต่ไม่เคยก้มลงดูใต้เท้าตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ให้ตัวเองเหยียบย่ำสิ่งที่ตัวเองดื่มกินอยู่ทุกวัน เอาของเขามาไม่ตอบแทนไม่ว่ายังไม่ดูแลอีก ตลกดีเนอะว่ามะ
     
  15. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    เศษวิบากกรรมของพระพุทธเจ้าสมณโคดม

    B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B22.jpg

    เรื่องกรรมเก่าของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงกระทำมาแล้วในอดีต ๑๔ ข้อ

    ๑. กรรมดีในการเคยถวายผ้าไว้ในอดีต จึงได้รับผลบุญ
    กรรมเก่าข้อแรกนี้เป็นกุศลกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยให้พระองค์ได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าไว้ด้วยนั่นคือ ถวายผ้าเก่าแก่พระ

    พระองค์ตรัสเล่าว่าในชาติหนึ่งในอดีตนั้น ทรงเกิดเป็นคนยากจนเห็นพระสาวกของพระพุทธเจ้ารูปหนึ่ง ซึ่งถืออยู่ป่าเป็นวัตรแล้วเลื่อมใสจึงถวายผ้าห่มเก่าผืนเดียวที่ตัวเองมีอยู่แก่ท่านพร้อมกันนั้นก็ได้ฟังเรื่องราวของพระพุทธเจ้าจากพระสาวกรูปนั้นแล้วเกิดเลื่อมใสยิ่งขึ้นจึงตั้งจิตปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก

    การเริ่มต้นปรารถนาแต่ครั้งนั้นของพระองค์ส่งผลให้ทำความดีมาอย่างต่อเนื่องจนมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาตินี้

    ผลคือในชาติสุดท้าย เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงตัดพระโมลีแล้ว ตั้งสัจจะอธิษฐานโยนไปในอากาศว่า จักเป็นพระพุทธเจ้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมานทีแล้ว ก็ดำริอีกว่า ผ้าของชาวกาสีอย่างดีเหล่านี้ ไม่สมควรแก่ความเป็นสมณะของเรา ในทันใดนั้นเอง สหายเก่า ซึ่งไปเกิดเป็นพรหมชื่อว่า ฆฏิการมหาพรหม จึงถือสมณบริขาร ๘ อย่าง มาถวายด้วยตนเอง

    ๒. กรรมในการเคยแกล้งโคไม่ให้ดื่มน้ำ

    ชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นคนเลี้ยงโค ต้อนโคไปเลี้ยง เห็นแม่โคแวะดื่มน้ำข้างทาง เกรงจะชักช้าจึงไล่แม่โคไม่ให้ดื่มน้ำ ด้วยการแกล้งเอาไม้กวนน้ำให้ขุ่น

    บาปกรรมในชาตินั้นส่งผลมาถึงชาตินี้ คือ ทรงกระหายน้ำแล้วทรงตรัสให้พระอานนท์ไปตักน้ำให้แต่เนื่องจากมีขบวนเกวียนผ่าน ทำให้น้ำขุ่น จึงทรงไม่ได้เสวยสมปรารถนาในทันทีต้องทรงตรัสถึง 3 ครั้ง จึงจะได้เสวยน้ำ เมื่อคราวใกล้จะเสด็จ ดับขันธปรินิพพาน

    ๓. กรรมจากการเคยกล่าวตู่ผู้มีศีลด้วยเรื่องไม่จริง

    พระองค์ตรัสเล่าว่า เป็นกรรมเก่าทำไว้ในหลายชาติในอดีตดังนี้ ในชาติหนึ่ง ทรงเกิดเป็นนักเลง ชื่อ "ปุนาลิ" ได้กล่าวตู่ (ใส่ร้าย) พระปัจเจกพระพุทธเจ้าพระนามว่า "สุรภี" ว่าทำผู้หญิงท้อง โดยที่พระปัจเจกพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทรงโต้ตอบใด ๆ

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ ไปเกิดอยู่ในนรกนานแสนนาน เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส เกิดมาในชาติสุดท้ายนี้ แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เศษกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็ส่งผลให้พระองค์มาถูกนางสุนทริกา กล่าวตู่ว่า นางตั้งครรภ์กับพระองค์

    ๔. กรรมจากการเคยกล่าวตู่ผู้มีศีลด้วยเรื่องไม่จริง

    ต่อมาในชาติหนึ่ง มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ได้ทรงกล่าวตู่พระเถระชื่อ "นันทะ" พระสาวกองค์หนึ่ง ของพระพุทธเจ้าด้วยเรื่องทำนองเดียวกันคือ ด้านชู้สาว

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานนับหมื่นปี เกิดมา ในชาตินี้แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เศษกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ส่งผลให้พระองค์ถูก นางจิญจมาณวิกา กล่าวตู่ด้วยคำเท็จ ว่า นางตั้งครรภ์กับพระองค์อีกเช่นกัน

    ๕. กรรมจากการเคยกล่าวตู่ผู้มีศีลด้วยเรื่องไม่จริง

    เมื่อครั้นทรงเป็นพราหมณ์ชื่อสุตวา อันชนทั้งหลายสักการะบูชา สอนมนต์ให้กับมาณพ 500 คน อยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นฤาษีผู้น่ากลัว ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มาก มาในสำนัก จึงกล่าวตู่ฤาษีกับพวกศิษย์ของตนว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม

    ครั้งนั้นมาณพทั้งปวงเที่ยวไปภิกขาในสกุล ก็พากันบอกแก่มหาชนว่าฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม และด้วยด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ในภพชาติสุดท้ายของพระองค์ พระภิกษุทั้ง 500 เหล่านี้ก็ได้รับคำกล่าวตู่ทั้งหมด โดยนางสุนทริกาเช่นกัน

    ๖. กรรมเก่าจากการเคยฆ่าน้องชายต่างมารดา

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นลูกเศรษฐี บิดาของพระองค์มีภรรยาหลายคน ภรรยาคนหนึ่ง มีลูกชายพระองค์เกรงว่าทรัพยสมบัติส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปให้แก่น้องชายต่างมารดานั้นจึงลวงน้องชายไปฆ่าที่ซอกเขาแล้วเอาหินทับไว้ ตายจากชาตินั้นบาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานปี

    แม้เกิดมาในชาตินี้แม้จะได้ตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าแล้ว เศษกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ส่งผลให้พระองค์ถูกพระเทวทัตกลิ้งหินกระทบนิ้ พระบาทจนห้อพระโลหิต

    ๗. กรรมเก่าจากการเคยจุดไฟดักทางพระปัจเจกพุทธเจ้า

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นเด็กแสนซน วันหนึ่งขณะเล่นอยู่กับเพื่อนเด็ก เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้ารูปหนึ่งกำลังเดินมา จึงชวนกันจุดไฟดักทางเพื่อมิให้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานแสนนาน เกิดมาในชาตินี้แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เศษกรรมยังหลงเหลืออยู่ พระเทวทัตจึงชักชวนนายขมังธนูผู้ฆ่าคนตายมาก เพื่อให้ฆ่าพระองค์ ส่งผลให้พระองค์ถูกไฟไหม้ที่พระบาท

    ๘. กรรมเก่าจากการเคยไสช้างจับพระปัจเจกพระพุทธเจ้า

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต คราวที่โลกว่างจากพระพุทธเจ้า มีพระปัจเจกพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลก พระองค์เกิดเป็นควาญช้าง วันหนึ่งเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้ารูปหนึ่งบิณฑบาตแล้วเกลียดจึงไสช้างให้จับพระปัจเจกพุทธเจ้ารูปนั้น

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานแสนนาน เกิดมาในชาตินี้ แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เศษกรรมที่ยังหลงเหลือ อยู่ส่งผลให้พระองค์ถูกพระเทวทัตยุยงพระเจ้าอชาตศัตรู ให้ปล่อยช้างนาฬาคีรีมาแทงพระองค์

    ๙. กรรมเก่าจากการเคยนำทหารออกศึก

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นแม่ทัพนำทหารออกรบ ฆ่าข้าศึกตายเป็นจำนวนมากด้วยหอก

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานแสนนาน เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส

    แม้เกิดมาในชาติสุดท้าย หลังจากที่พระเทวทัตทำให้พระองค์ทรงห้อพระโลหิตแล้ว เสด็จไปให้หมอชีวกรักษา หมอชีวกได้รักษาโดยปรุงยาอย่างแรงกล้าเพื่อสมานแผลแล้ว ปิดแผล แล้วเข้าไปทำธุระในเมือง แต่กลับมาไม่ทันเอายาออก ประตูเมืองปิดก่อน ทำให้พระองค์เกิดความเร่าร้อนในสรีระตลอด ซึ่งต่อมาได้รับสั่งให้พระอานนท์นำยาที่ปิดแผลนั้นออกในตอนค่ำนั่นเอง

    ๑๐. กรรมเก่าจากการเคยชอบใจเมื่อเห็นคนฆ่าปลา

    (ข้อนี้แสดงให้เห็นว่า เพียงแค่ดีใจ ที่เห็นคนทำบาป แค่นั้นกรรมก็ตกกับเราแล้ว)

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นลูกชาวประมง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมง เห็นชาวประมงฆ่าปลาแล้วเกิดความสนุกยินดีสนุกสนาน

    มาเกิดในชาตินี้ แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว บาปกรรมก็ยังส่งผลให้พระองค์รู้สึกปวดพระเศียรเมื่อคราวที่พวกเจ้าศากยะพระประยูรญาติของพระองค์ ถูกพระเจ้าวิฑูฑภะกษัตริย์แห่งแคว้นโกศลยกทัพบุกสังหาร

    ๑๑. กรรมจากการเคยด่าพระสาวกของพระพุทธเจ้า

    พระองค์ตรัสเล่าว่า ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นคนปากกล้าด่าว่าพระสาวกของพระพุทธเจ้าผุสสะว่า “ท่านทั้งหลายจงเคี้ยว จงกินแต่ข้าวแดง อย่ากินข้าวสาลีเลย”

    ตายจากชาตินั้นบาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรกนานแสนนาน มาเกิดในชาตินี้แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วบาปกรรมก็ยังส่งผลให้พระองค์ได้รับนิมนต์จากพราหมณ์เวรัญชาให้ไปจำพรรษาในเมืองเวรัญชา ซึ่งเกิดข้าวยากหมากแพง ทำให้พระองค์ต้องเสวยข้าวชนิดเลว(ข้าวแดง) อยู่นานถึง 3 เดือน

    ๑๒. กรรมจากการเคยจงใจดัดหลังนักมวยปล้ำให้เจ็บ

    พระองค์ตรัสเล่าว่า คราวหนึ่งทรงเกิดในตระกูลคหบดี มีกำลังมากมหาศาล แต่ตัวเตี้ย ต่อมามีนักมวยปล้ำต่างถิ่นมาท้าต่อสู้ พระโพธิสัตว์แม้ถึงจะตัวเตี้ย แต่ก็ได้จับนักปล้ำผู้นั้นขึ้นแล้วหมุนไปในอากาศ แล้วทุ่มลงภาคพื้น แล้วจับดัดหลัง จนนักปล้ำผู้นั้น กระดูกหักเจ็บปวดอย่างมาก และยอมแพ้ในที่สุด

    ด้วยกรรมนั้น แม้ในชาตินี้ ถึงจะทรงพลังอย่างนับไม่ได้ แต่ก็ยังเป็นโรคปวดพระปฤษฏางค์ (ปวดหลัง)

    ๑๓. กรรมจากการเคยเป็นหมอยารักษาคนไข้ตาย

    ชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นหมอยารับรักษาลูกชายเศรษฐี โดยวิธีให้ถ่ายยา จนลูกชายเศรษฐีตายด้วยความจงใจ

    ตายจากชาตินั้น บาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดอยู่ในนรก มาเกิดในชาตินี้แม้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วเศษกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ส่งผลให้พระองค์เกิดพระโรคปักขันทิกาพาธ(โรคท้องร่วง) หลีงจากเสวยสุกรมัททวะก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน

    ๑๔. กรรมจากการเคยเยาะเย้ยพระพุทธเจ้า

    ในชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เกิดเป็นชายหนุ่มชื่อ "โชติปาละ" วันหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากัสสปะ แล้วกราบทูลทำนองเย้ยหยันว่า ทำไมจึงได้ตรัสรู้ช้าต้องบำเพ็ญพียรอยู่นานกว่าจะตรัสรู้ได้

    มาเกิดในชาตินี้ซึ่งแน่นอนว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่ แต่ด้วยผลกรรมนั้นจึงส่งผลให้พระองค์หลงทาง ในการแสวงหาโมกธรรมจนต้องบำเพ็ญทุกรกิริยา อันทำให้พระองค์ต้องประสบกับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสกว่า 6 ปี จะตรัสรู้ได้

    ****************************************************

    ทั้งหมดนี้คือกรรมเก่าของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงกระทำไว้ในอดีต ตั้งแต่ยังมิได้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกุศลเพียงข้อ ๑ ข้อเดียวเท่านั้น ที่เหลืออีก ๑๓ ข้อเป็นอกุศลทั้งสิ้น

    สิ่งที่ควรทำ ยามหลีกหนีไม่พ้นกรรม ไม่มีใครหนีพ้นผลของกรรม แม้พระมหาโมคคัลลานะ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์เดช ก็ยังถูกทุบจนร่างกายแหลกเหลว เพราะชาติก่อนเคยทุบตีพ่อแม่ไว้

    ฉะนั้น ทุก ๆ ครั้งที่จะเริ่มทำกรรม ทางกาย วาจา และใจ ขอให้สร้างเป็นบุญ สร้างเป็นกุศลอย่างเดียว เพราะบุญเท่านั้น เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย

    และหากเจ็บปวดมากแค่ไหนกับผลกรรมที่ได้รับในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวทางการงาน การหาเงิน ความรัก เรื่องเพื่อน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ให้ใช้ขันติ เพื่อสะกดความเดือดเนื้อร้อนใจให้หยุดเป็นความแข็งแกร่ง และให้ใช้โอกาสนี้เรียกปัญญามาเพื่อมองเห็นความจริง ที่รู้ว่าโลกมีสภาพอย่างนี้ ทำให้แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะเลวร้ายแค่ไหน จิตใจก็กลับสงบ

    เมื่อวางจิตเป็นกลางได้แล้ว ก็ให้รู้ว่ากรรมเก่านั้นสักแต่ว่ารับ ไม่ยินดี ยินร้าย และจะไม่ทำกรรมใด ๆ ใหม่อีก ด้วยการรักษาศีลห้า และปิดกั้นอกุศลทุกทางที่จะเกิด ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเอง ใครจะสำคัญยิ่งไปกว่าตน

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ในการใช้ชีวิต ที่ต้องดำเนินผ่านความทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ และหลายท่าน ก็ต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่ทำไว้ในอดีต


    ที่มา https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/54745/-dhart-
     
  16. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    บาปกรรมทางอินเทอร์เน็ต(ดังตฤน)

    8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%25A7.jpg

    ถาม – การเขียนข้อความ หรือนำเสนอเนื้อหาอะไรผ่านอินเตอร์เน็ต โดยใช้นามแฝง ถือเป็นกรรมหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อเรา ไม่มีใครเห็นหน้าเรา ไม่มีใครได้ยินเสียงเรา เหมือนเราไม่มีตัวตน

    ตอบ - ผมเห็นว่าคำถามนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องกรรมได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังนึกว่าการก่อกรรมเป็นเรื่องที่ต้องโชว์ตัว โชว์เสียง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีชื่อแซ่ของเจ้าตัวปรากฏเป็นที่รับรู้เสียก่อน ความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ กรรมนั้นคือเจตนา ต่อให้คุณนอนคิดร้ายอยู่บนยอดเขา ไม่มีใครเห็น คุณก็ทราบชัดอยู่แก่ใจ และสามารถสำเหนียกรู้สึกได้ว่าใจคุณดำมืดเพราะโดนเมฆหมอกอกุศลทาบทับแล้ว

    สำหรับกรรมที่ทำอยู่ในใจจริงๆ มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจคุณเองคนเดียวนั้น เรียกว่า ‘มโนกรรม’ สำหรับมโนกรรมนั้นจะสำเร็จสมบูรณ์เต็มขั้นในทันทีที่ตั้งใจคิดและมีความยินดีกับความคิดนั้น หากจะพูดว่ามโนกรรมคือกรรมที่ก่อแล้วยังไม่ทันส่งผลกระทบดีร้ายกับผู้อื่นก็คงได้ ตัวอย่างเช่นคุณคิดจะด่าเขา แต่ระงับใจไม่ด่า อย่างนั้นก็เป็นเพียงมโนกรรมอันเป็นอกุศล มีผลให้จิตคุณทุกข์ร้อนอยู่คนเดียว ยังไม่เป็นวจีกรรม ยังไม่มีเสียงกระทบหูใครให้ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา

    แต่หากคลื่นความคิดแรงจนทะลักรั้วกั้น หลุดจากสมองไปกระทบผู้อื่น ไม่ว่าจะทางภาษาพูดหรือภาษาเขียน ทำให้เขาเกิดความเข้าใจว่าคุณคิดอย่างไร ตรงนั้นจัดว่าเป็นวจีกรรมได้หมด พูดง่ายๆว่า ‘ภาษา’ นั่นเองคือเครื่องมือก่อวจีกรรมของมนุษย์

    ฉะนั้นคุณจะแอบเขียนอะไรทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝงเฉพาะกิจ ไม่มีใครอื่นรู้เห็น ไม่มีใครรู้จักเลย แม้เพียงครั้งเดียวก็นับว่าสร้างวจีกรรมไปแล้วหนึ่งครั้ง และกรรมก็จะติดตามคุณเป็นเงาตามตัว ไม่ผิดต่างไปจากกรรมอื่นๆที่กระทำโดยเปิดเผยหน้าตาตัวตน เจตนาเกิดขึ้นที่จิตของคุณ กรรมก็เกิดที่จิตของคุณเช่นกัน เพราะกรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าบุคคลคิดแล้วจึงก่อกรรมทางกาย วาจา ใจ

    อินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้เราเห็นอะไรหลากหลายจริงๆ แม้แต่การทำงานของกรรม อย่างเช่นที่ผมรู้จักหลายๆคน เห็นกรรมทางวาจาของเขาในเบื้องต้น แล้วได้เห็นพัฒนาการหรือความเสื่อมทรามทางจิตใจในเวลาต่อมา เป็นไปตามวิธีคิดเขียนให้ดีให้ร้ายแก่ผู้อื่น

    ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ

    ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

    บอกได้เลยครับว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร? เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ‘ไอ้โง่’ ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า ‘ไอ้โง่’ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้

    ผมเห็นแล้วนึกเสียดายครับ หลายคนยังเป็นเด็ก และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่เอง

    โอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่นครับ กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที ผลอาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อยล่ะ

    ที่มา www.dungtrin.com
     
  17. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    พระอรหันต์จี้กง ท่องแดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย

    881804.jpg

    วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2521

    ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:

    โลกมนุษย์ วุ่นวายหนอ มิควรยุ่ง
    เนื้อนาบุญ ปลอดภาษี หว่านไถนา
    ลูกคลื่นหลัง ซัดคลื่นหน้า ในคงคา
    ชั่วพริบตา ใบไม้ร่วง อีกคราเอย

    อรหันต์จี้กง: อ่านตามคำกลอนนี้แล้ว อาจมีคนพูดว่าอาตมานั้นเป็นผู้ที่หมดความมานะ เป็นผู้สิ้นหวัง ก็ล้วนแต่คนจะพูดไป อาตมาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปห้ามปรามได้ ความมีมานะบากบั่นคล้ายกับการไต่บันได หากคิดจะมุ่งก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อบรรลุถึงขั้นสุดแล้ว ไม่รู้จักยับยั้งฝีเท้าก็จะต้องล่วงหล่นลงร่างกาย ก็จะย่อยยับแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ดังนั้นชาวโลกควรจะสำนึกรู้ตัว ชีวิตของผู้คนในชาติหนึ่งมิได้ยืนยงยาวนานอะไรนักหนา

    ห้องหอบ้านช่องตึกรามนั้นเพียงให้ท่านได้ยืมอาศัยอยู่ได้ไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีวิธีใดที่จะยึดอยู่ได้ตลอดกาล เมื่อเหยียดแข้งเหยียดขานอนแผ่เมื่อใด ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสูญสิ้น พวกลูกหลานก็จะเชิญให้ท่านย้ายไปอยู่ยังแหล่งอื่นลูกคลื่นในแม่น้ำคลื่นลูกหลังซัดไล่คลื่นลูกหน้า คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนคนรุ่นเก่า หากไม่สำนึกรู้ตัวโดยเร็ว รอคอยจนฝุ่นไอ (ผืนดิน) เต็มตัว (กลบหน้า) มองไม่เห็นวี่แววแห่งความสดใสใหม่แล้ว เวลานั้นก็จะกลายเป็นบุคคลในอดีตกาลเสียแล้ว วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงจงขึ้นดอกบัวเสีย

    หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา คำสวดมนต์หน้าศาลเจ้าได้ดังกังวานขึ้น คือเสียงดนตรีที่สวดส่งผู้คนกลับขึ้นไปสู่แดนตะวันตก

    อรหันต์จี้กง: เสียงสวดเร่าให้คนตื่นขึ้น คนตายแล้วไม่มีวันกลับเราไปนรกกันเถิด…ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงลงจากดอกบัวเสีย

    พัศดี: ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งมาเยี่ยมชมคุกนี้ และคุกนี้คือ “แดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย” อยู่ในความปกครองของขุมที่ 7 ท่านทั้งสองแต่งหนังสือตามเทวโองการมีความดีใหญ่หลวง น่าสรรเสริญเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง

    หยางเซิง: ที่ท่านพัศดียกย่องนั้น ข้าพเจ้าไม่สามารถจะรับไว้ได้ การท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือก็ได้รับการดูแลคุ้มครองอุ้มชูจากท่านอีกด้วย ต้องขอขอบคุณจากขั้วหัวใจโดยแท้ วันนี้ได้มาถึงคุกของท่าน ขอท่านจงเปิดประตูแห่งความสะดวกให้ด้วย

    พัศดี: ต้องเปิดประตูแห่งความสะดวกให้แน่นอน ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้า เข้าไปภายในคุกตรวจชมให้ละเอียดถ้วนถี่ได้

    หยางเซิง: ขอบคุณมาก…ถึงหน้าประตูคุกแล้วยามรักษาการณ์ตั้งแถวแสดงความเคารพอยู่ ภายในคุกส่งเสียงขรมระงมไปด้วยเสียงคร่ำครวญทรมาน ยมทูตใช้ตะขอเหล็กงัดปากของพวกวิญญาณโทษออกแล้วก็สับเกี่ยวดึงเอาลิ้นออกมา เห็นวิญญาณโทษร้องตะโกนขึ้นทันที แล้วก็ใช้มีดที่คมกริบตัดเอาลิ้นให้ขาดเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนเต็มหน้าอก ถึงขนาดนี้แล้ว พวกยมทูตยังไม่ยอมหยุด ยังหย่อนเอาเหล็กเจาะๆ เอาแก้มของวิญญาณโทษทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้เส้นลวดร้อยไว้ ล่ามให้ติดกับเสาหลัก วิญญาณโทษก็ร้องครวญคราง แล้วก็สลบเหมือดไป การลงโทษแบบนี้สยดสยองและรุนแรงเหลือหลาย

    พัศดี: ลิ้นติดเนื่องถึงขั้วหัวใจ ผู้ที่โดนตัดเข้าล้วนมีความเจ็บปวดแสนจะทรมาน บรรดาที่ถูกทำโทษแบบนี้ มือไม้เท้าตีนสั่นเทาไปหมด อุจจาระ-ปัสสาวะเรี่ยราดลงพร้อมกันในทันที

    หยางเซิง: ยมโลกทำเครื่องมือทำโทษผู้คน ล้วนเป็นยาขนานที่ตรงต่อโรคทั้งนั้น เป็นที่น่าทึ่งน่าประหลาดใจมาก มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้มันทำผิดโทษฐานอะไรบ้าง?

    พัศดี: บรรดาที่มารับโทษในคุกนี้ ล้วนมีความผิดทางวาจา การสูญเสียศีลธรรมในการพูด ข้าพเจ้าจะสั่งให้วิญญาณโทษมาบอกเล่าถึงความผิด ในตอนที่มันมีชีวิตอยู่ เพื่อลงพิมพ์ “เที่ยวเมืองนรก” ปลอบเตือนชาวโลก

    หยางเซิง: ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้ความร่วมมือ

    พัศดี: วิญญาณโทษออกมาแล้ว ท่านหยางเซิงจงสอบถามได้ทุกประการ

    หยางเซิง: ขอถามคุณยายผู้นี้ว่า ท่านมารับโทษยังที่นี้ด้วยเหตุใดมิทราบ?
    วิญญาณโทษ: ฉันเพียงแต่พูดพล่อยไปเท่านั้น มิได้ทำความผิดอะไรเลยนี่!

    อรหันต์จี้กง: ฆ่าคนด้วยคำพูดมิใช่ความผิดดอกหรือ? เธอไม่พูดความจริงต้องถูกลงโทษให้หนักกว่านี้อีก

    วิญญาณโทษ: เอาละค่ะ! อีฉันจะพูดความจริงก็แล้วกัน ตอนมีชีวิตอยู่อีฉันชอบอิจฉาริษยาคนอื่นมาก มักจะยุยงให้แตกกันเสมอๆ เคยใช้วาจากล่าวร้ายให้โทษผู้อื่น ทำให้เกิดความบาดหมางปั่นป่วนในครอบครัว พี่น้องต้องแตกแยกออกจากกัน ทำให้พ่อแม่ที่แก่เฒ่าขาดการเลี้ยงดูสงเคราะห์ นอกจากนั้น ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้อื่นต้องรับเคราะห์กรรมนี่

    พัศดี: เธอเป็นผู้หญิง “ปากหมา” (ปากเสีย) ที่ชาวโลกชอบกล่าวถึงนั่นแหละ ตัวเป็นผู้หญิง ไม่มีศีลธรรมในวาจา ใช้คำพูดยุยงปลิ้นปล้อน ทำลายครอบครัวที่มีสุขอย่างกลมกลืนสมบูรณ์และก็เคี้ยวหมาก ดื่มเหล้า เมายาไม่ขาดปาก ยามปรกติคำพูดคำจาก็ไม่มีการยับยั้ง บางครั้งก็ตะเบงเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้าน บางครั้งก็พูดแนบหูผู้ชายกระซิบสั่ง ที่กระทำไปล้วนคำพูดที่ไม่สุจริตหรือเป็นเรื่องไม่ดีไร้สาระ ลิ้นของเธอนั้นมีพิษสงจำตัดให้ขาดลง จึงจะทำให้เธอนิ่งเฉยพูดไม่ออก เพื่อจะได้ให้ไปบำเพ็ญทางวจีธรรมอีก

    อรหันต์จี้กง: ลิ้นนั้นคมดังมีดดาบ “นรกตัดลิ้น” มีพวกผู้หญิงเป็นส่วนมาก เพราะว่าผู้หญิงนั้นพูดมากแล้วใจคอคับแคบ ทำให้เกิดคลื่นลมปั่นป่วนได้ง่ายที่สุด บ้างก็ตัวนั้นเป็นหญิง แต่ไม่มีคุณสมบัติที่อ่อนหวานแม้แต่น้อย พูดจาทีไรเสียงดังยังกับฟ้าร้อง โดยวาจานั้นไปทำให้ผู้อื่นเกิดความโกรธเคืองก็ยังไม่รู้สึกตัว เมื่อตายลงต้องให้หัวควายหน้าม้าตัดซ่อมลิ้นของมัน เพื่อทำให้สุ้มเสียงนั้นได้ลดต่ำลง จึงหวังว่าบรรดาผู้หญิงในโลกมนุษย์ จงใช้วาจานุ่มนิ่มจะดีกว่า เพื่อไม่ต้องไปขัดใจขัดคอใครให้เสียน้ำใจกัน

    หยางเซิง: ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้ ว่าท่านทำผิดฐานอะไรบ้าง จึงต้องมารับโทษชนิดนี้ยังที่นี้เล่า?

    วิญญาณโทษ: ตอนมีชีวิตอยู่นั้น ผมมีนิสัยร้อนรุนแรงมาก พอพบเห็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือได้ยินคำพูดที่ขัดหูเข้า ก็จะแหกปากแผดเสียงด่าทอเป็นการใหญ่ โดยไม่เกรงกลัวผู้หลักผู้ใหญ่ หรือโคตรเหง้าบรรพบุรุษของผู้อื่น ล้วนด่าเปิงไปหมด นอกจากนี้แล้วก็มิได้ทำอะไรชั่วร้ายเลย เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลไม่ลดละจะเล่นงานผม หาว่าผมปากเสียชอบด่าคน ทำสกปรกให้อภัยมิได้ ตัดสินให้เข้ามาตกอยู่ในคุกนี้รับการลงโทษให้ตัดลิ้นร้อยแก้ม แสนที่จะทรมานจึงขอเตือนชาวโลก จงอย่าได้เลียนแบบผมเที่ยวไปด่าทอผู้อื่น มิเช่นนั้นเมื่อตกถึงนรกแล้ว ทุกข์นั้นจะไม่สามารถบรรยายได้ถูก

    พัศดี: ภาษิตท่านว่า “ใจร้ายนั้นคนมองไม่เห็น ปากร้ายทุกคนต่างได้ยิน” ปากที่ร้ายกาจนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บใจได้ง่ายที่สุดก่อเรื่องก่อราวเสมอๆ ทำให้กินแหนงแคลงใจไร้ความสมัครสมานที่เรียกว่า “บาดแผลจากคมมีดหายได้ง่าย แต่เจ็บช้ำจากคำกล่าวร้ายยากที่จะลบเลือน” เวลาด่าทอนัยน์ตาไม่ยอมมองคนเลยหยาบช้าสามานย์สิ้นดี เหยียดหยามฉีกหน้าผู้คนสารพัด เรียกได้ว่า “ไม่เว้นแม้แต่โคตรเหง้า” ก็เป็นความผิดที่หนักหนาชนิดหนึ่ง เฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บำเพ็ญธรรม คำพูดคำจายิ่งต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม ห้ามใช้คำพูดที่มีสิ่งสกปรกปะปนเคลือบแฝงเป็นอันขาด มิเช่นนั้นศีลธรรมทางปากเสื่อมคลาย ผลธรรมก็เน่าเปื่อย หมดสิ้นความหวังที่จะบรรลุธรรม แต่ตายลงแล้ว “นรกตัดลิ้นร้อยแก้ม” จะมีส่วนให้รับ

    หยางเซิง: ขอถามครูบาผู้นี้ ท่านมาสวดมนต์ที่นี้ด้วยหรือ

    วิญญาณโทษ: นะโมพุทโธ มนต์ช่างสวดยากหนักหนาหวนนึกถึงปางก่อน เลื่อมใสในอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธอันใหญ่ยิ่งมโหฬาร จึงได้ออกบวชรับศีลเป็นภิกษุสงฆ์ขยันท่องอ่าน ค้นคว้าในทางพระธรรมคัมภีร์จนรู้ซึ้งแตกฉาน ได้แต่งตำราประกาศธรรมหรือขึ้นธรรมมาสน์บรรยายธรรมะ มักจะวิจารณ์ติเตียนศาสนาอื่นๆ เขา โดยถือเอาพระพุทธเป็นใหญ่แต่องค์เดียว ว่า นอกนั้นแล้วเช่นเทพเจ้า เจ้าชั้นกษัตริย์ เจ้าแม่ต่างๆ ล้วนเป็นเจ้ากระจอกกว่าเป็นภูต

    เป็นมารนอกศาสน์มิใช่ศาสนาของพระพุทธท่านที่เป็นศาสน์แท้เพียงองค์เดียว ไม่ต้องไปเคารพนับถือ ผู้ที่รับการกล่อมเกลาอบรมจากผมก็มีไม่น้อย จากนั้นมาดูหมิ่นดูแคลนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นินทาให้ร้ายศาสนาอื่น ทั้งนี้ผมได้ทำตามพูดตามคำจดบันทึกของคัมภีร์พระธรรม จึงไม่รู้ว่ามีความผิด เมื่อตายลงแล้วดวงวิญญาณโดนผูกมัด ไม่สามารถเอาตัวรอด ที่แท้นั้นคือโดนควบคุมตัวจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โดยโทษที่กล่าวร้ายเสียดสีผู้อื่นไม่เบาเลย จึงทำให้ผมต้องตกเข้ามาอยู่ในนรก ไม่สามารถไปยังแดนตะวันตก ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือกอบกู้ผมด้วย

    อรหันต์จี้กง: ไอ้ศิษย์เวร ทางพุทธไม่มีศิษย์เลวๆ เหมือนอย่างเองนี่น่ะ ธรรมแห่งพระพุทธให้ความเสมอภาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะสามารถบำเพ็ญสำเร็จธรรมได้ ภายใต้กาลสมัยและสถานที่ๆ ต่างกันได้ เว้นแต่วาจาที่ยกขานขนานนามต่างกันเท่านั้นเอง เทพยดาเจ้าแม่ต่างๆ ที่ช่วยชาวโลกกอบกู้ผู้คนล้วนแล้วแต่เป็นผู้บำเพ็ญธรรม ฝึกอบรมจนบรรลุสำเร็จเป็นสิ่งสูงศักดิ์ สลายเรือนร่างแล้วขึ้นสู่สวรรค์เสพสุขยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ซึ่งไม่ตรงกับได้กล่าวไว้ว่า โลกแห่งความสุดยอด เนื่องจากผู้บำเพ็ญธรรมยังห่างไกลจากการบรรลุถึงผลธรรมนั้น มีอยู่จำนวนมากมักอวดถือว่าตนฉลาดเก่งมากแล้ว เพื่อที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกลูกศิษย์สาวก

    ทำการตัดทอนต่อเติมคัมภีร์ตำรา หรือแต่งหนังสือขึ้นโดยเอาความเห็นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เลยทำให้เกิดความพิพาทวุ่นวายทางศาสนา ทำให้ผู้เลื่อมใสในทางบำเพ็ญธรรม เชื่อถือทำตามอย่างงมงายจนเกิดคติในการดูหมิ่นศาสนาอื่น ตัวเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันแต่จิตใจต่างกัน การกระทำของมนุษย์จึงทำให้คลื่นลมโหมแรงจัดมาก โทษฐานนั้นจะให้อภัยมิได้ จึงขอเตือนพวกพระพวกนักบวชในโลกมนุษย์ว่า การบำเพ็ญธรรมสำคัญที่จิตใจต้องบรรลุ มิได้อยู่กับการก่อเรื่องทำเหตุ บรรดาที่ประกาศธรรมบิดเบือนสกปรก แต่งหนังสือด้วยใจอคตินั้น หากไม่เผาหนังสือโยนพู่กันทิ้ง (คือสำนึกผิด) โดยด่วน แล้วประกาศธรรมที่ถูกต้องถ่องแท้โดยปากที่สะอาดหมดจด เมื่อตายลงแล้วล้วนจะโดนลงโทษจากนรกตัดลิ้นร้อยแก้ม ให้ไปถ่องบน “ตำราทุกข์” ทุกวันคืนจะได้รู้รสแห่งการที่ใช้ปากทำลายคน วันนี้ได้เวลาแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก

    พัศดี: สิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใด ขอได้โปรดอภัยด้วย ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

    หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย เราศิษย์ขอลาละ ท่านอาจารย์ครับกระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้วเชิญออกเดินทางได้….
    อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
    หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม

    ที่มา http://book.mindcyber.com/content-1052.html
     
  18. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    คำพยากรณ์วันชำระล้างโลก


    6 พ.ค. 2020
    คำพยากรณ์โลก : การชำระล้างโลกของพระบิดา ในวันชำระครั้งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น 15 วัน แกนหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ที่ทำมุมกันแนวดิ่งอยู่ 23.5 องศานั้น จะถูกกำหนดให้มันค่อย ๆ ขยับตัวเพื่อเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิมเรื่อย ๆ จะทำให้ขั้วโลกเหนือก้มหัวลงหันเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้น

    2. น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น จากกรณีที่เกิดขึ้นในข้อแรก ทำให้น้ำแข็งละลายกลืนกับน้ำในมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว

    3. เมื่อโลกเอียงในลักษณะก้มหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ น้ำจากขั้วโลกก็จะพากันไหลหลั่งลงสู่เบื้องล่างเป็นคลื่นน้ำระลอกใหญ่ ในอันที่จะนำไปสู่คลื่นยักษ์ถาโถมแผ่นดิน และปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่จะกลืนแผ่นดินต่อไป

    4. ขณะเดียวกันก็จะกำหนดให้เกิดการสั่นสะเทือนใต้มหาสมุทร บริเวณขั้วโลกใต้ เพื่อกระเทาะเอาก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ให้หลุดออก เพื่อใช้เป็นมวลในการถ่วงดุลด้านน้ำหนักมวลระหว่างขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้ ในกระบวนการทางเทคนิคที่จะกล่าวถึงในข้อ 5 และ 6 เป็นลำดับต่อไปนั่นเอง

    5. เมื่อครบ 15 วัน ตามกำหนดที่จะชำระความครั้งใหญ่แล้ว แกนหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลกจะเบี่ยงเบนไปจากเดิม 8.5 องศา หรืออยู่ที่ 32 องศากับแนวดิ่งแล้ว ตรงพิกัดตำแหน่งนี้จะเป็นกำหนดเวลาที่ส่วนโค้งของโลก จะเริ่มบดบังแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้อย่างเหมาะเจาะพอดีอีกต่างหากด้วย

    6. ดาวเคราะห์โลกจะค่อย ๆ ม้วนตัวก้มหัวเอาขั้วโลกเหนือ คว่ำลงแทนที่ตำแหน่งขั้วโลกใต้อย่างช้า ๆ โดยมีน้ำหนักจากขั้วโลกเหนือที่ไหลลงสู่ด้านล่าง และก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ทางด้านขั้วโลกใต้ช่วยส่งเสริม กระบวนการทางเทคนิคนี้ให้แนบเนียนกลมกลืนยิ่งขึ้น เมื่อขั้วโลกเหนือย้ายตนเองไปสู่ขั้วโลกใต้แล้วก็จะค่อย ๆ พลิกม้วนตัวขึ้นเพื่อย้อนคืนสู่ตำแหน่งเดิมของตนต่อไป โดยไม่ย้อนรอยเดิม แนวแกนหมุนรอบตัวเองตำแหน่งใหม่ในยุคพลังงานใหม่ก็คือ 22 องศากับแนวดิ่ง เพื่อสร้างฤดูกาลใหม่ที่สมดุลให้กับมนุษย์


    #วันล้างโลก #คำพยากรณ์ #คำทำนาย
     
  19. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    ยุคทองของพระมะฮุดี (จากบันทึกในศาสนาอิสลาม)

    a.jpg

    การมาของมะฮฺดี จะมีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อมวลมนุษย์และโลก ?

    เราจะมาหาคำตอบสำหรับคำถามนั้นในภาพยนตร์ของเรา เราจะมาดูกันว่าจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง หลังจากการมาปรากฏกายของมะฮฺดี และมาสำรวจดูลักษณะของช่วงเวลาที่ถูกเรียกว่า “ยุคทอง” กัน ยุคทองคือช่วงเวลาที่มะฮฺดีทำให้หลักคำสอนอันมีคุณค่าจากอัล-กุรอานแพร่หลายออกไป และประชาชาติได้มาพบกับการศรัทธาที่แท้จริง การพัฒนาทั้งสองด้านนี้จะทำให้เกิดผลทางกายอย่างมากมายขึ้นในยุคทอง ความปลอดภัย ความมั่นใจ และความยุติธรรมจะถูกสถาปนาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ มวลมนุษย์จะทิ้งความเสียหายทางเศรษฐกิจเอาไว้ข้างหลัง
    จะไม่มีใครขัดสนและยากจนอีกต่อไป และผู้ที่ขอจะได้รับมากกว่าที่เขาขอ จะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างชนิดที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน และสินค้าจะถูกแจกจ่ายไปให้แก่ผู้ที่ขอทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณนับเลย

    ลักษณะที่เด่นอีกอย่างของเวลานี้คือ สงครามและความขัดแย้งจะจบสิ้นลง บรรยากาศแห่งความสงบสุขและมิตรภาพจะพัฒนาขึ้น ระหว่างชุมชนที่เป็นศัตรูกัน ในช่วงเวลานี้มนุษย์จะได้รับประโยชน์จากคุณค่าของเทคโนโลยีทั้งหมด และการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะถูกนำมาใช้เพื่อความสะดวกง่ายดาย เพื่อความสนุกสนานและการพักผ่อนของมนุษย์ จะมีการเปิดศักราชใหม่ในวงการแพทย์ การเกษตร การสื่อสาร เทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมและการขนส่ง นับเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับมุสลิมทุกคน ที่ได้รับรู้ข่าวอันน่ายินดีแห่งช่วงเวลาเป็นสุขนี้ ยุคที่เจริญรุ่งเรืองจะผ่านมาด้วยการมาของมะฮฺดี และหลักธรรมคำสอนอันประเสริฐที่จะเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าหลักคำสอนนั้น คือ หลักคำสอนจากอัล-กุรอาน

    ที่มา http://www.freethailand.com/indexsit...at=8970&act=mc

    มารู้จักมะฮฺดีย์

    รายงานจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และบรรดาอะฮฺลุบัยต์ (อ.) จำนวนมากมายกล่าวถึงคุณลักษณะของอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) เอาไว้ แต่ ณ ที่นี้จะขอกล่าวบางส่วนเท่านั้น เช่น กล่าวว่า

    อิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) เป็นผู้มีใบหน้าสวยงาม หน้าผากกว้าง คิ้วโค้งเป็นรูปเดือนเสี้ยว ดวงตาดำสนิทส่องประกาย จมูกโด่งเป็นสันยาว ฟันเรียงสวยและขาวเป็นประกายมุข หัวไหล่ด้านขวามีไฝสีดำ ระหว่างหัวไหล่ทั้งสองมีสัญลักษณ์คล้ายสัญลักษณ์ของนบูวัต อิมามมีร่างกายสูงใหญ่สมส่วน

    คุณลักษณะบางประการของอิมาม (อ.) ทราบได้จากคำอธิบายของอิมามท่านอื่น เช่น กล่าวว่า อิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) เป็นผู้ดำรงการเคารพภักดีเสมอ มีความยำเกรงและใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความอดทนสูง มีความยุติธรรม และประพฤติดี อิมามจะมาพร้อมกับความรู้และวิชาการที่สร้างความตะลึงงันแก่ชาวโลก เป็นผู้ยืนหยัด เป็นผู้นำโลก เป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก เป็นผู้ปลดปล่อยโลกจากอธรรมความชั่ว ผู้ถูกสัญญาให้เป็นผู้ปรับปรุงแก้ไขโลกมนุษย์

    อิมามเป็นทายาทของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และเป็นบุตรของฟาฏิมะฮฺ (อ.) เป็นทายาทคนที่เก้าของท่านซัยยิดุชชุฮะดา (อ.) ท่านจะปรากฏกายข้างบัยตุลลอฮฺ มือข้างหนึ่งจะถือธงของท่านศาสดา ท่านยืนหยัดเพื่อฟื้นฟูศาสนาของพระเจ้า และเพื่อนำบัญญัติของพระเจ้าขึ้นปกครองโลก ท่านจะสถาปนาโลกให้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและความยุติธรรม ดั่งที่โลกเคยเปี่ยมไปด้วยความอยุติธรรม

    สภาพชีวิตของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) แบ่งออกเป็น 3 ช่วงดังนี้

    1. ช่วงที่ลำบากที่สุด หมายถึงช่วงที่อิมาม (อ.) ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ นับตั้งแต่วันที่ท่านประสูติจนกระทั่งถึงวันที่อิมามฮะซัน อัซการีย์ (อ.) ชะฮีด

    2. ช่วงของการเร้นกาย เริ่มตั้งแต่วันที่อิมามฮะซันอัซการีย์ (อ.) ชะฮีด จนกระทั่งถึงวันที่พระเจ้าทรงกำหนดให้ปรากฏกายอีกครั้ง

    3. ช่วงของการปรากฏกาย หลังจากการเร้นกายที่ยาวนาน ท่านจะปรากฏกายอีกครั้งหนึ่งตามพระประสงค์ของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และจะสถาปนาความยุติธรรมขึ้นปกครองโลก พร้อมกับทำให้โลกเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี และความสวยงาม ไม่มีบุคคลสามารถทราบได้ว่า อิมาม (อ.) จะปรากฏกายเมื่อใด ดังที่อิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) กล่าวว่า บุคคลใดกำหนดวันปรากฏกายให้กับฉัน เขาได้พูดโกหก


    ที่มา http://quran.al-shia.org/th/ahlulbayt-quran/009.htm
     
  20. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    22,474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +76,414
    เปิดเผยคำทำนายพุทธกาล รู้เเล้วช่วยบอกต่อจะเป็นกุศลอย่างยิ่ง


    14 พ.ย. 2017
     

แชร์หน้านี้

Loading...