ความลับ...แห่งประวัติศาสตร์

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย wisarn, 24 กุมภาพันธ์ 2013.

  1. wisarn

    wisarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    699
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,488
    [​IMG]

    เกิดมาเป็นอยู่คู่กับต้องตายไป

    นายวิสูตร ศุภลักษณ์ ณ กรุงเก่า ถาม..............................?
    ท่านรู้ว่า จิตวิญญาณของท่าน ได้เข้ามาถือกำเนิดเกิดอยู่ในร่างกายของท่านได้ดี อีกทั้งยังรู้ด้วยว่า เมื่อร่างกายของท่านนี้สลายตายไป โดยหยุดการเคลื่อนไหวอะไรๆ ทั้งสิ้นแล้ว จิตวิญญาณของท่าน จักออกจากร่างกายไปอยู่ยังร่างโลกไหนๆ ต่อไปได้ดีเช่นนี้แล้ว
    ข้าอยากรู้ว่าในขณะที่ท่านยังมีชีวิตเป็นคนเช่นกับเราท่านอยู่อย่างนี้นี่แหละ ท่านมีพฤติกรรมคอยประกอบกิจกรรมทำงานแบบไหนชนิดใดให้เป็นแก่นสารแก่ตนและคนอื่นๆ อย่างไรอะไรกันบ้างน่ะ ?

    หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง ตอบ ...................................?
    ความคิดและการกระทำที่ฉันได้นำเอาออกมาใช้ในทุกขั้นตอนของหลายร่างหลายโลก แต่อดีตกาลนานมาหลายสิบชาติ จนถึงปี ๒๔๙๙ ขณะที่ฉันกำลังบวชเป็นเณรอยู่ในร่างรูปนี้ ฉันได้ค่อยเฝ้า สังเกตดูว่า เมื่อฉันได้ทำเหตุอันใดอะไรลงไปแล้วแต่ชาติอดีตกาลนานมานั้นๆ แล้ว ผลมันจักคอยติดตามมาเกิดแก่ฉันได้อย่างไรในชาติปัจจุบันนี้ เพราะฉันเป็นคนเชื่อคนอื่นยาก เหตุนี้จึงจำต้องศึกษาค้นคว้าหาความรอบรู้และทำการพิสูจน์ดูด้วยจิตวิญญาณของฉันเองนานกว่าสามพันปีทีเดียว
    อันข้อผิดพลาดบกพร่อง หรือข้อถูกต้องตรงดีมีคุณนั้น เท่าที่ฉันได้ผ่านพบมาแต่ชาติอดีตกาลนานแล้วนั้นๆ ช่างดีมีคุณยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ฉันยังจดจำทำเอาไว้ในจิตใจได้อยู่ จึงมาคอยเป็นครูอาจารย์เพื่อสอนเตือนบอกแก่ฉันได้ดีว่า “สิ่งนั้น ๆ มันผิดมีโทษทุกข์ภัยอย่าทำเลยนะ สิ่งนี้ดีมีคุณควรสร้างทำนะ”

    ดังเช่น ในขณะที่ฉันเกิดเป็น “นรสิงห์” ฉันมีจิตคิดเมตตาปรารถนาดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่อประชาชนคนทุกชั้นทุกเชื้อชาติศาสนา มิต้องการเห็นผู้คนต้องออกมารบราฆ่าฟันกัน มีความกตัญญูรู้จักคุณและคอยตอบแทนพระคุณนั้น ๆ ต่อ “พระเจ้าเสือ” โดยมิให้ต้องถูกเขาจับฆ่าทิ้งไป อีกทั้งได้สอนสั่งพระเจ้าเสือให้เลิกละในสิ่งที่เลวร้ายต่าง ๆ นั้นเสีย ก่อนที่ฉันจะสิ้นกายตายจากไป จิตใจของฉันนี้นั้นกำลังเป็นอยู่ด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้คนประชาชนทั่วไปจริง ๆ ครั้นคอฉันขาดกระเด็นต่อหน้าผู้คนที่แลเห็นกันอยู่ในบัดนั้น จิตใจของฉันนี้นั้นก็ได้พุ่งปราดขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยมีท่านเทพยดาพากันถือพานดอกไม้มารอรับ พร้อมกับคารวะสรรเสริญว่า “ท่านนี่เก่งกล้าน่าเป็นตัวอย่างที่ดีมีคุณยิ่งนัก” แล้วก็พากันไปยังโลกหนึ่งซึ่งสงบสะอาด อยู่นานพอประมาณ โดยมีนางเทพธิดาหลายสิบมาห้อมล้อมพร้อมกันเชิญชวนให้ไปร่วมสุขสนุกกันในวิมานของแต่ละท่านนั้น ๆ แต่ฉันหามีความใคร่แต่ประการใดไม่.

    อันวิมานในโลกโน้นนั้นมี ๑๒ ห้อง โดยตั้งเรียง ๒ แถว หันหน้าเข้าหากันรวมเป็น ๒๔ ห้อง ส่วนอีก ๔ ห้อง ตั้งสกัดอยู่หัวท้ายเป็น ๘ ห้อง จึงรวมเป็น ๓๒ ห้อง อีกทั้งยังมีวิมานหลังใหญ่ตั้งในระหว่างกลางนั้น ๆ ฉันได้ตั้งใจคอยสอบถามตามความในเรื่องราวต่าง ๆ แห่งการเข้ามาเกิดอยู่ของแม่นางเทพธิดาสาวสวยเหล่านั้นอยู่นานอยู่นานหลายเพลา และมีอยู่ ๒ นาง ที่ได้เคยมาเป็นเมียของฉันมาก่อน โดยได้ตายไปจากโลกนี้ เพราะเป็นคนดีมีคุณธรรมคอยแต่ประกอบกุศลกรรมด้วยการช่วยเหลือคนยากไร้และคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นประจำ แม่นางสาวสวยเหล่านั้นได้สอบถามเรื่องราวแต่หนหลังของฉันมากมาย ฉันก็บรรยายตอบไปจนหมดสิ้น เธอ ๆ ชวนเชิญให้ฉันอยู่กับพวกเธอนาน ๆ ซึ่งฉันได้ชี้แจงว่าจำต้องไปท่องโลกต่าง ๆ เพื่อจักได้รับความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ แล้วจักได้นำเอามาบอกแก่เธออีกในภายหลัง ซึ่งพวกเธอก็พอใจกัน ดังนั้น ฉันจึงได้ลาจากไปยังโลกต่าง ๆ เมื่อครั้นไปพบโลกนรกหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานไว้ใช้ทรมานสัตว์ที่เคยก่อกรรมทำไม่ดีเอาไว้ในโลกอื่น ๆ ที่ถูกยมทูตนำพามาส่งไว้ ฉันได้สนทนาหาความรู้จากท่านประธานใหญ่ “ยมราช” ของโลกนั้น ท่านได้ชวนให้รับทำหน้าที่แทน ฉันก็ยอมรับทำแทน เพื่อต้องการที่จักศึกษาหาความรู้จริงในสิ่งที่อยากจะรู้ เช่นว่า “สัตว์นรกในโลกนี้นั้นได้มาจากโลกไหนกันบ้าง พวกเขาได้ก่อกรรมทำอะไรกันไว้บ้าง จึงจำต้องถูกนำพาให้มาเกิดอยู่ยังโลกนี้ ได้รับทุกข์ทรมานนานมากมายจนถึงขนาดใดอย่างไร จึงจักสาสมกับกรรมของเขาที่ได้เคยก่อเคยทำเอาไว้นั้น ๆ”

    ส่วนสิ่งที่ควรละเว้น ดังเช่นในขณะที่ฉันเกิดเป็น “นเรศวร” ก่อนตายที่เมืองเหนือของไทยในขณะนั้นแต่บัดนี้เป็นแดนดินถิ่นของพม่าเขาเสียแล้ว ฉันนี้มีจิตคิดโกรธเกลียดอาฆาตพยาบาทต่อพม่าที่คอยมาเที่ยวรุกรานบ้านเมืองไทยและบ้านเมืองใกล้เคียงทั่ว ๆ ไปในขณะนั้นอยู่เสมอ ก่อนที่ฉันจะสิ้นใจตายจากร่างนั้นไป ฉันได้ตั้งจิตคิดเอาไว้ว่า “เราจะต้องไปเยี่ยมดูเมีย และประชาชนคนทั่ว ๆ ไปในกรุงศรีอยุธยา” แต่จิตวิญญาณฉันนี้ไร้พลัง ได้ล่องลอยไปเรื่อย ๆ สูงเพียงแค่ยอดต้นตาลเท่านั้น ครั้นมาถึง “นครสวรรค์” แล้ว ก็ถูก ๒ ท่านยมทูตได้นำพาฉันให้ไปเกิดเป็น “หมาดำตัวผู้” อยู่ที่บ้านไทยคฤหบดีมีคุณธรรม ณ ริมฝั่งแม่น้ำน้อย เมืองวิเศษไชยชาญนานถึง ๑๕ ปีทีเดียว

    แต่ครั้นฉันได้ตายไปจากหมาดำ ในขณะที่ฉันกระโจนลงน้ำ แล้วก็ปล่อยตัวให้จมดิ่งพร้อมกับมีจิตนิ่งคิดแน่วแน่แต่ “อารมณ์ตาย” อย่างเดียว ลงไปสู่ก้นแม่น้ำน้อยนั้น เพราะถูก ๕ โจรฟาดตีจากเรือมาดที่พวกเขากำลังเข้ามาเพื่อจักปล้นบ้านเจ้าของผู้คอยเลี้ยงดูฉันตลอดมา ฉันกตัญญูกตเวทีต่อผู้เลี้ยงดูด้วยการเห่า ๆ ๆ กันมิให้พวกโจรขึ้นปล้นบ้านนั้นได้ พร้อมกันนั้นฉันก็มีจิตคิดเมตตามิกัดเขา เพียงแต่เห่า ๆ กรรมโชกต่อโจรนั้น ๆ อยู่นาน จนเจ้าของบ้านลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมได้ทัน

    ครั้นจิตวิญญาณฉันได้ออกจากร่างหมา ก็เปลี่ยนเป็นเทวดาในทันที โดยพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าแล้ว แล้วจึงย้อนกลับลงมาเยี่ยมดูบ้านเจ้าของที่มิต้องถูกปล้น ทั้งยังดีใจด้วยว่า เราได้ช่วยโจรภัยในคราวนี้ไว้ได้แล้ว พร้อมกับได้พูดขอบคุณต่อเจ้าของบ้าน อีกทั้งยังบอกด้วยว่า “ถ้าวันเวลาใดในชาติต่อ ๆ ไปที่ฉันได้เข้ามาเกิดเป็นคนในประเทศเขตแห่งนี้อีก ฉันจักต้องนำเอาเรื่องนี้มาเล่าบอกแก่ผู้คนเขาว่า “ฉันนเรศวร ตายแล้วมาเกิดเป็นหมาอยู่กับท่านนานถึง ๑๕ ปี อันความดีส่วนนี้นี่แหละ ฉันขอใช้เป็นเครื่องบูชาแด่ท่านที่เมตตาอุตส่าห์เลี้ยงดูฉันมาอย่างดีมีความสุข” และแล้วฉันก็ได้ลาจากไปท่องยังโลกต่าง ๆ มากมายที่สงบสุขสบาย อย่างเป็นอิสรเสรีจริง ๆ
    เพราะความจำดังที่ฉันได้เล่าย่อ ๆ มาพอให้รู้เรื่องกันเช่นนี้นี่แหละ เหตุนี้ ในขณะนี้ฉันยังมีชีวิตเป็นคนในร่างและโลกนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน ณ วันนี้ ฉันจึงพยายามตามประกอบกิจกรรม เพื่อทำให้จิตใจของฉันนี้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยตามใช้ให้พอเหมาะพอดีกับคน สัตว์ สิ่งของ ในกาลเวลาและสถานที่ที่ฉันกำลังสัมผัสอยู่นั้น ๆ แต่ในขณะเดียวกันนี้นั้น ฉันก็คอยมีสติตามดูจิตมิให้คิดโกรธเกลียด อาฆาต พยาบาท อิจฉา ริษยา ต่อคนสัตว์ ทั่ว ๆ ไปด้วย เพื่อช่วยให้จิตใจของฉันนี้นั้นอยู่ดีมีพลังเสมอ ๆ แต่ในบางครั้งบางคราวก็พลั้งเผลอ เมื่อพบปะเจอะเจอกับโลกธรรมฝ่ายร้าย ๆ เข้า ก็ไม่ค่อยจะทันเอาบ้างเหมือนกัน ทั้งนี้เป็นเพราะใจฉันยังไม่หนักแน่นมั่นคงพอ “โง่” โดยขาดสติปัญญาที่จักช่วยพาใจให้พ้นทุกข์ได้ในขณะที่จิตคิด ทำ พูดอยู่นั้น ๆ แต่ฉันก็พยายามทำต่อ ๆ ไป จนกว่าจะหมดตัวตน โดยไม่มีทั้งจิตและกาย เฮ้อ!...สบายดีนักแล.

    ฉันมีชีวิตในความเป็นอยู่ด้วยสุจริตธรรมและสมถะเรียบง่าย ไม่เย่อหยิ่งถือตัวลืมตน เป็นคนปกติธรรมดา ทั้งไม่เกรงกลัวต่อเรื่องอันใดอะไร ๆ ที่จะเข้ามากร้ำกราย โดยยอมพร้อมที่จักรับผลกรรมที่ได้เคยก่อเคยทำเอาไว้แต่อดีตเสมอเมื่อพบเจอกับมันเข้าจริง ๆ คอยทำงานด้วยความสุขุมรอบคอบชอบด้วยเหตุผลจากต้นไปจนถึงปลาย โดยมิรอคอยลาภผลลอย ๆ ที่จักเข้ามาให้อย่างบังเอิญ ทั้งยังชอบศึกษาหาความรอบรู้ต่อกิจการงานที่กำลังทำอยู่นั้น ๆ ให้กระจ่างดียิ่งขึ้นไปอีก คอยมีจิตคิดสู้วินิจฉัยให้ละเอียดสุดจนหยุดหมดไม่มีอะไรเหลือเอาไว้ให้ค้างคาใจอีกต่อไป แต่บางครั้งก็ต้องจำต้องนิ่งสงบหลบเอาไว้ก่อน เมื่อถึงคราวที่ต้องพบกับปัญหาหนัก ๆ ที่ไหลทะลักผลักกันเข้ามามากมาย จำต้องเตรียมใจเอาไว้เป็นสองทางเสมอ เมื่อพบเจอกับมันเข้าจัง ๆ “ไม่ได้ก็เสีย ไม่บวกก็ลบ ไม่พบก็พราก ไม่มากก็น้อย ไม่หายก็ตาย” คอยทำสิ่งเรื่องที่ไร้สาระถึงร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีมีสาระอยู่เสมอ และแล้วก็พยายามตามเพ่งจ้องมองดูเพื่อให้รู้ซึ้งถึงเรื่องอนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนในกิจการงานทุกขั้นตอนแห่งสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง โดยยึดถือมาเป็นสรณะใส่ใจเอาไว้ เพื่อเป็นที่พึ่งสุดท้ายปลายแห่งเรื่องนั้น ๆ เสมอไป.

    อีกทั้งคอยมีจิตคิดประจำอยู่ว่า “ข้าต้องตายแน่ ๆ ข้าจำต้องตายไปในเร็ว ๆ วันนี้นะ” ดังนั้น ข้าต้องเร่งรีบเลือกคัดจัดทำงานทั้งรูปและนามให้ดีมีคุณแก่ตนและคนอื่น ๆ ให้ได้มากและดีที่สุด เท่ากำลังกายใจและความคิดของเราที่มีอยู่กันตลอดไป จนถึงตายไปในที่สุด โดยพยายามทำแบบสะสมเช่นกับฝน ซึ่งคนโง่เขลาเขายังไม่รู้และดูไม่ออก แต่ครั้งพอผลดีมีคุณนั้นได้ไหลบ่าออกมาเช่นกับน้ำบนภูเขาแล้วนั้นแหละ เขาจึงจักรู้ดีว่ามีคุณค่ามหาศาลตลอดกาลจริง ๆ ถึงกับต้องตกใจหนีกันจ้าละหวั่นตัวใครตัวมัน น่าขันเสียจริง ๆ

    อันงานใดที่ยากยิ่งเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่ามหาศาลตลอดกาลแก่คนส่วนใหญ่แล้วไซร้ แม้ข้าจักต้องเสียสละถึงชีวิตก็ตามที ข้าก็ยอมพร้อมที่จักทำลงไปให้ได้ในเร็วพลัน โดยมิต้องมีผู้ใดใคร ๆ มาคอยเตือนสั่งบอกบังคับจับให้ทำ แต่ครั้นภายหลังปรากฏว่างานที่กำลังทำอยู่นั้น ๆ มีความผิดพลาดบกพร่องต้องเกิดเสียหายขึ้นมา ข้าก็ไม่ขืนฝืนดันทุรังทำอีกต่อไป จำต้องหลีกหลบยอมรับฟังในความเห็นที่ดี ๆ มีคุณค่านั้น ๆ โดยนำเอามาปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่ งานบางอย่างข้าจำจักต้องใช้ความโง่เขลาทำเข้าไปเป็นสื่อ ซึ่งเป็นการแลกซื้อให้ได้ความฉลาดออกมา เพื่อจักได้นำเอามาเป็นครูตำราเก็บไว้ใช้สอนใจตัวเองต่อไปว่า “สิ่งนี้นั้นมันผิดหรือถูกแค่ไหนอย่างไรกัน” ดังเช่นโกรธก่อนตายแล้วก็ถูกจับให้ไปเกิดเป็นหมาทันที.

    แต่งานบางอย่าง ข้าจำต้องรีบเร่งรัดจัดทำให้เป็นไปตามลำดับก่อนและหลัง โดยให้แล้วเสร็จเร็วพลัน ด้วยจิตมุ่งมั่นจดจ่อแน่วแน่แต่ในงานเดียวนั้น ๆ โดยคอยปิดกั้นความคิดอื่น ๆ เอาไว้ก่อน ทั้งลงทุนน้อยแต่ควรให้ได้รับผลมาก ๆ ทำไปอย่างฉลาดถูกวิธีที่ดีนั้น ๆ ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับการใช้ยาดีมีคุณยิ่งเพียงแค่หนึ่งหรือสองขนานก็ได้การ โดยทำให้โรคนั้น ๆ หยุดชะงักหายได้ในทันที หรือเสียกระสุนเพียงนัดเดียว ได้นกหลายตัว แต่ในงานบางอย่าง จำต้องรอคอยโอกาสอันเหมาะสมกับเหตุปัจจัยนั้น ๆ ก่อน แล้วข้าจึงจักลงมือกระทำโดยมิปล่อยให้ผ่านพ้นไปโดยไร้ค่าทั้งต้องเสียเวลานั้น ๆ ด้วย

    ข้าถือว่า อันกิจการงานทุกชนิดที่มีคุณแก่ตนและคนอื่น ๆ จัดว่าเป็นงานที่ควรแก่การกระทำทั้งสิ้น ดังนั้น ข้าจึงพอใจใคร่ที่จักทำกันได้ทั้งนั้น จากต่ำถึงสูงสุดโดยมิได้เกี่ยงงอนแก่ใคร ๆ เขา เพราะเราต้องการลดตัวให้หมดตนเป็นเช่นกับคนธรรมดาได้วิธีหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ แล้ว ข้าจักไม่สั่งวานจ้างให้ใคร ๆ เขาเข้ามาช่วยทำ เพราะข้าต้องการที่จักทำด้วยลำแข้งแรงกายใจตนเอง อีกทั้งยังเป็นการประหยัดมากมายหลายเรื่องด้วย ที่สุดไม่บ่นว่าด่าโกรธโทษใคร ๆ เขาที่ไม่ช่วยเรานั้น ๆ

    ข้าจำต้องมีจุดหมายในชีวิตนี้และชีวิตหน้า ว่าข้าจักทำงานการอะไรบ้าง เหตุนี้ข้าจึงมีแผนงานของการทำงานทั้งระยะใกล้ ไกล วันนี้ วันหน้า ชาตินี้ ชาติหน้า ทั้งรูปและนาม โดยตามด้วยประโยชน์ตนและคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังมีอยู่เป็นอยู่คู่กันตลอดไปในทุก ๆ เรื่องแห่งชีวิตประจำวันหนึ่ง ๆ นั้น และข้าจักไม่คุยโวโอ้อวดก่อนที่จักลงมือปฏิบัติงานนั้น อีกทั้งมิหวังเพื่อที่จักให้ผู้ใดใคร ๆ เขามายกย่องสรรเสริญแต่ประการใด โดยปล่อยให้ผลงานนั้นแสดงด้วยแรงของมันเองตามธรรมชาติ แห่งความเป็นจริงต่อสิ่งนั้น ๆ ขอเพียงเป็นบุพการีคอยทำดีเอาไว้ก่อนเป็นพอ ส่วนใครผู้ใดเขาจักแลเห็นหรือไม่อย่างไรนั้น มิใช่เรื่องของเราที่จักโฆษณาหาเสียงนิยมในสังคมโลก.

    งานบางอย่าง ข้าจำจักต้องทำลงไปแต่เพียงแค่อย่างเดียวให้สำเร็จก่อนแล้ว เพื่อสำหรับใช้เป็นฐานสานให้รับทำงานการต่อ ๆ ไปได้อีก ซึ่งเป็นเช่นกับสายห่วงของโซ่ที่เกี่ยวคล้องต้องกันไปนั้น ๆ แต่สำหรับงานบางอย่าง ข้อจำต้องทำลงไปให้พร้อม ๆ กัน เป็นเช่นกับสายเกลียวของเชือกที่คอยรัดมัดรวมกันเอาไว้ในเส้นเดียวกัน งานทุกชิ้นจำต้องมีการฝังรากตอกเข็ม ตั้งเสาหลักปักลงไว้ให้มั่นคงก่อนแล้วจึงปูพ้น วางหลังคา จึงเกิดมีฝาขึ้นมาอีก เพื่อมิให้พังครืนขึ้นได้ในภายหลัง โดยก้าวไปทีละขึ้นทีละตอน เพื่อจักเกิดมีความมั่นคง จะได้มิหักสดุดหยุดล้มกลิ้งลงได้ในภายหลัง ดังเช่นการที่ฉันมาเกิดอยู่ในขณะนี้ มิใช่ว่าฉันจะมาพูดบอกหรือหลอกคุณได้ง่าย ๆ แต่จำเป็นที่ฉันได้สร้างเหตุก่อต้นมาหลายสิบชาติ โดยพยายามมุ่งมั่นทำความกระจ่างในเรื่องสังสารวัฏฏ์นี้ให้จงได้ เพราะเหตุนี้ฉันจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย แล้วจึงกลับมาเกิดเป็นคนอีกในบัดนี้ เพื่อมาย้อนถามคุณอยู่ขณะนี้ว่า “ฉันบอกหลอกคุณหรือไง”

    ส่วนงานใด ๆ ที่ใคร ๆ ผู้ใดเขาได้ปลูกสร้างทำเอาไว้ดียิ่งแล้ว ข้าจำจักต้องสานทำกันต่อ ๆ ไป โดยขอสนับสนุนช่วยค้ำจุนส่งเสริมขอเพิ่มเติมให้ดียิ่ง ๆขึ้นไปอีก พร้อมกับขอสรรเสริญยกย่องบูชาเขา ๆ เหล่านั้นต่อไปด้วย เพื่อช่วยให้กำลังใจท่านผู้นั้นที่ได้นำทำให้อนุชนคนต่อ ๆ ไปอยู่ดีมีสุข อีกทั้งจักเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตของมนุษย์โลก แต่ถ้าไม่ดีมีโทษทุกข์ภัยต่อใคร ๆ เขาแล้ว ข้าก็จำจักต้องท้วงติง มิใช่นิ่งแต่ท่าเดียว คอยเตือนบอกกันบ้างตามจังหวะอันเหมาะควรนั้น ๆ

    และก่อนที่ข้าจักตัดสินใจทำการอะไรลงไป ข้าจักต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนแล้ว แต่ครั้งเมื่อได้กระทำลงไปแล้ว ถึงแม้จะมีอุปสรรคนานัปการมากมายหลายร้อยพันเรื่องเข้ามาขัดขวาง ข้าก็ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งอันใดอะไรทั้งสิ้น โดยพยายามอดทนและอดทนฝ่าฟันทำไปและทำไปจนสำเร็จได้ผลเป็นที่ต้องการ ถึงแม้จะนานแสนนานโดยใช้เวลาเป็นแรม ๆ ปีหรือเป็นแรม ๆ ชาติก็ตามที ข้าก็ต้องทำไปและทำไป ดังเช่นกับการศึกษาค้นคว้าหาความรู้จริง ๆ ในสิ่งที่ลี้ลับของสังสารวัฏฏ์ การเวียนเกิดเวียนตาย และกรรมคือการกระทำของสัตว์โลก ที่มีการสืบต่อเป็นเหตุและผลของกันและกันนั้น ๆ โดยฉันได้นำเอาตัวเองเข้าไปเป็นเครื่องทดลอง สละทั้งชีวิตล่างกาย เป็นคนตนแรกในสากลจักรวาลโลก ซึ่งก็มีประจักษ์ดังที่คุณได้รู้เห็น เช่นว่า “ฉันตายแล้วมาเกิดอีกหรือไม่ กลับมาเกิดเพื่อใคร ๆ กัน”

    อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่า “วิธีปกครองสัตว์โลกด้วยสติปัญญาขั้นสูงสุด” แล้วเราจะเรียกว่าอะไรดี ในขณะที่ฉันกำลังเป็น “พระเจ้าแผ่นดินผู้เกรียงไกรกว่าใคร ๆ ทั้งนั้น” ฉันได้เคยสั่งบอกแก่คนเขาไปว่า “นี่ควรทำ นั่นอย่าทำ” ต่อหน้าเขารับพะยะค่ะ แต่ครั้นรับหลังแล้ว เขาขืนฝืนทำตามใจชอบกัน ซึ่งเราเรียกกันว่า “ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก” หรือ “หน้าไหว้ หลังหลอก”

    แต่วิธีที่ทำให้ผู้คนเขาดูรู้ด้วยสติปัญญาของเขาเองแล้ว เขา ๆ ก็ใช้สติปัญญานั้น ๆ คอยปกครองบังคับจับจิตใจของเขาเอาไว้ได้ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ก็ถ้าเราไม่เลือกคัดจัดเอาวิธีการปกครองแบบนี้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในสากลจักรวาลโลกแล้ว จะไปหาวิธีการใด ๆ มาปกครองกันล่ะ ท่านยมราชผู้เป็นใหญ่ในการปกครองแห่งโลกนรกทั้งหลาย แม้ให้สร้างคุกและโลกนรกเพิ่มขึ้นมาอีกมากเท่าไร ๆ ก็ไม่พอกันใส่ใช่ไหม ท่านพัสดีและท่านยมราชที่เคารพรัก.......?

    นี่แหละคือ “ปัญญาวุธ” หนึ่งซึ่งนอกเหนือไปจาก “ความสงบเงียบและความสุภาพอ่อนน้อมอันเป็นเครื่องมือที่ฉันถือเก็บเอาไว้ใช้ “ปรามและปราบ” ต่อบรรดาคนโง่อวดฉลาด ที่มีปากคอยพูดกันเสมอ ๆ ว่า “มีใครคนไหนบ้างนะ ที่ได้ตายไปแล้วกลับมาเกิดอีก โดยบอกว่าไปไหนมาในเวลานั้น ๆ” นี่แหละคือตัวฉันล่ะ “หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง” ผู้กำลังฟื้นคืนชีพรีบมาบอกว่า “ฉันได้ไปไหนมาแต่เวลานั้น ๆ แล้วนะ”

    ก็เมื่อฉันได้รู้ว่า ร่างกายสิ้นสลายตายไปแล้ว เหลือเฉพาะแต่จิตวิญญาณ สิ่งที่ยังคงอยู่คู่กันไปกับจิตวิญญาณนั้นก็คือ “ความฟูใจ ความแฟบใจ” ที่ฉันได้เคยทำดีหรือทำไม่ดีเอาไว้ ซึ่งได้มีอยู่ในจิตใจของฉันนี้นี่แหละ อันตัวพลังหรือไร้พลังนี้นั้น ๆ ที่คอยชักนำพาให้จิตวิญญาณของฉันนี้นั้นไปเกิดยังร่างและโลกไหน ๆ ได้แน่ ๆ แต่ก็ยังมีท่านผู้กำกับคอยดูแลอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้มิคิดเดาปั้นเรื่องหรือไปลอกเลียนคำสอนจากท่านผู้ใดใคร ๆ เขามาบอก หากฉันได้ไปดูไปรู้ไปสัมผัสด้วยชีวิตร่างกายและจิตใจของตัวฉันเอง ขณะที่ฉันกำลังเปลี่ยนร่างจากคนไปเป็นเทวา ไปเป็นสัตว์เดรัจฉานมาหลายครั้งหลายคราวแล้วนั้น ๆ

    เพราะเหตุดังที่ฉันกล่าวเล่ามาจนถึงบัดนี้ ฉันจึงเกิดมามิใช่คอยจะเอา เอาแต่มาคอยแต่ให้ ให้ทั้งรูปและนามสภาวะฐานะหน้าที่เท่าที่ฉันมีอยู่และเป็นอยู่คู่กันตลอดไปต่อคนสัตว์ที่เหมาะสม ดังเช่นการให้วัตถุสิ่งของเครื่องใช้ไม้สอย อาหารข้าวน้ำ ตามด้วยหยูกยาที่พักอาศัย และรับใช้บริการงานช่วยเหลือเกื้อกูลอันมีคุณประโยชน์ไม่เกิดโทษทุกข์ภัยต่อผู้ใดทั้งสิ้น การให้อภัยไม่ถือโทษโกรธต่อใคร ๆ เขา ให้ความมีน้ำใจในเรื่องที่เหมาะที่ควรกับอัตภาพของตนและคนอื่น ๆ และสำคัญที่สุดคือการให้ “ธรรมปัญญา” อันเป็นแสงสว่างทางจิตใจ ที่ใคร ๆ ผู้ใดเขาไม่รู้กันจริง ๆ เพราะยังเป็นสิ่งลี้ลับของผู้คนทั่วไป เพื่อช่วยให้เขาเหล่านั้นเดินทางในชีวิตได้ถูกต้องตรงดีมีความสุขทั้งกายและใจ ทั้งในชาตินี้และในชาติต่อ ๆ ไป ว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตาม กรรมเก่าและกรรมใหม่ของตนเอง” และ “สัตว์โลกย่อมมีการเวียนเกิดเวียนตายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น นอกเสียจากมีสติปัญญาจนสามารถหยุดการปรุงแต่งแห่งจิตของตนเองได้” เพราะความรู้ที่ลี้ลับอันยากยิ่งดังว่ามานี้นี่แหละ ฉันจึงจำต้องกลับมาเกิดเป็นคนในโลกนี้อีก เพื่อกำลังบอกต่อคุณเป็นคราวครั้งสุดท้ายว่า “การเวียนเกิด ๆ ตาย ๆ และกรรมที่ได้ทำเอาไว้นี้นั้น ๆ มีการให้ผลสืบต่อจนถึงข้ามภพข้ามชาติกันจริง ๆ”

    อ้อ ! มีอยู่วิธีเดียวซึ่งดีที่สุด นั้นก็คือตัวคุณนี้นี่แหละ จำต้องเพียรพยายามคอยติดตามศึกษาค้นคว้าหาความรอบรู้คู่กันไปกับการพิสูจน์ดู เพื่อจักได้รู้ข้อเท็จจริงในสิ่งที่ยังลี้ลับจับใจของผู้คนทั่วไปอยู่นี้ให้จงได้ ถ้าสามารถรู้ได้จริงยิ่งสบายใจดี เพราะเป็นของแปลกใหม่ที่ใคร ๆ เขายังไม่รู้กัน เป็นปัจจัตตังรู้ได้แต่เฉพาะตัว คนอื่น ๆ ไม่เกี่ยว เพราะเดี๋ยวก็หาว่า “เราบ้า” น่าอนุโมทนาจริงในสิ่งนี้นั้น ถ้าสามารถทำสำเร็จ แต่ที่สุด เราก็ควรให้อภัยแก่เขา ๆ เหล่าผู้ยังโง่เง่าเขลานั้น ๆ ด้วยเถิดนะ นี่แหละทางสุดท้ายที่เราจักได้ชื่อ “ผู้ชนะอมตะตลอดกาลนานจริง ๆ” เรียกว่า “ผู้ชนะทั้งภายนอกและภายในคือใจของเราเองด้วย” เพราะช่วยให้ “ไม่โกรธเขา เราสบาย” ตายก็สุขไปสนุกยังโลกอื่น ๆ อีกต่อไป ยังไงล่ะ ท่าน ! ขอจบก่อนในตอนนี้.

    “ถ้าจิตเราสามารถประจัญบานต่ออารมณ์ได้ในทุกสถานการณ์ นั่นคืองานของผู้ชนะ”


    --บุเรธช์ ฤกษ์บุรี--


    [​IMG] [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 26 กุมภาพันธ์ 2013
  2. wild win

    wild win เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2011
    โพสต์:
    158
    ค่าพลัง:
    +435
    ขออนุโมทนากับน้าบุเรธช์ด้วยค่ะ คิดถึงน้าด้วยความรักและนับถือเสมอ

    ขอบคุณคุณwisarn_it ที่นำมาลงค่ะ
     
  3. porntips

    porntips เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +2,416
    ม่วนชื่นแท้ เหมือนดังคำสอนของพระพุทธองค์ว่าจิตสุดท้ายก่อนตายสำคัญนัก การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง
     
  4. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,649
    เป็นความลับ ที่เป็นความรู้สำหรับการเตรียมตัว,
    เตรียมจิตและเตรียมใจได้ดีทีเดียวค่ะ

    ขออนุโทนาบุญเป็นอย่างสูงกับทุกท่าน ที่มีส่วนในการนำเรื่องนี้มาเผยแพร่
    ทั้งหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง,นายวิสูตร ศุภลักษณ์ ณ กรุงเก่า,
    คุณธช์ ฤกษ์บุรีและคุณwisarn_it ด้วยค่ะ
     
  5. bananakpt

    bananakpt สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +4
    ขออนุโมทนาสาธุค่ะ

    "งานใดๆๆที่ว่าสำคัญในชิวิต
    ก็ไม่ยากและสำคัญเท่างานที่เฝ้ารักษาจิต เป็นอารมณ์"
    (เพราะฉัน นั้นไม่เก่ง)
     
  6. poppyrose

    poppyrose เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +11,525
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ ชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ
    “ผู้ชนะอมตะตลอดกาลนานจริง ๆ” เรียกว่า “ผู้ชนะทั้งภายนอกและภายในคือใจของเราเองด้วย” เพราะช่วยให้ “ไม่โกรธเขา เราสบาย” ตายก็สุขไปสนุกยังโลกอื่น ๆ อีกต่อไป

    “ถ้าจิตเราสามารถประจัญบานต่ออารมณ์ได้ในทุกสถานการณ์ นั่นคืองานของผู้ชนะ”
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มีนาคม 2013
  7. kimberly

    kimberly เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2006
    โพสต์:
    1,627
    ค่าพลัง:
    +5,220
    "ธรรมปัญญา" ที่ใครๆหรือผู้ใดเขาไม่รู้กันจริงๆ
    เพราะยังเป็นสิ่งลี้ลับของผู้คนทั่วไป.
    ความลี้ลับอันยากยิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าใจ
    ฉันจึงต้องจำกลับมาเกิดในโลกนี้อีก...
    (ประทับใจข้อความนี้เป็นพิเศษ)

    ปล.กระทู้ปี13 ขอบคุณผู้upมากค่ะ
    ขอโมทนา...
     
  8. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +107
    คุง วิสาน ....

    ตกลงใครเปน พระนเรศ

    มิใช่ คนที่ ลพ.ฤ พยากรณ์ ดอก รึ!?
     
  9. wisarn

    wisarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    699
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,488
    ลพ.ฤ ท่านตอบตามเทวดา เทวดาอาจจะบอกผิดหรือถูกก็ได้ อย่างไรก็ตาม ให้ฟังหูไว้หู ทำใจเป็นกลาง ตักตวงแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ก็พอ.
     

แชร์หน้านี้

Loading...