ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวคุณ

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย rungdao, 28 ตุลาคม 2012.

  1. rungdao

    rungdao เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    2,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,736
    มนุษย์ทุกคนล้วนมีตาเอาไว้ดู มีหูเอาไว้รับฟัง มีจมูกเอาไว้ดมกลิ่น มีลิ้นไว้รับรส มีร่างกายไว้สัมผัสรู้ และมีอวัยวะเอาไว้กระทำพฤติกรรมต่างๆ โดยมีจิตเอาไว้นึกคิด และมีสมองเอาไว้บัญชาการด้วยกันทั้งสิ้น

    ถ้าเปรียบมนุษย์กับสรรพสิ่งแวดล้อม ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ความเป็นมนุษย์ย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่าสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นมากทีเดียว

    เพราะมนุษย์สามารถคิดได้ ทำได้ และสนองความต้องการของตนเองและผู้อื่นได้ดีกว่าสรรพสิ่งใดๆ เหล่านั้น ด้วยสติปัญญา และพลังอำนาจต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในของแต่ละคน ได้ชัดเจนกว่านั่นเอง
    เมื่อมนุษย์สัมผัสรู้ทางกาย ผ่านช่องทางประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มีอยู่ มันจะกลายเป็นสิ่งเร้าที่เป็นเงื่อนไขให้มนุษย์เกิดการคิด และอารมณ์รู้สึก ที่จะปลดปล่อยมันออกมาเป็นการกระทำ เพื่อตอบสนองสิ่งเร้านั้น ผ่านอวัยวะร่างกายต่างๆ ตามอารมณ์รู้สึกและการนึกคิดนั้นเสมอ

    กระบวนการตั้งแต่ต้น จนจบที่การแสดงออกและการกระทำภายนอก รวมเรียกว่า "จิตสำนึก"

    การคิดดี พูดดี และทำดี ด้วยจิตสำนึกที่ถูกต้องของมนุษย์ เป็นการสร้างคุณค่าในตนเองต่อผู้อื่น ทำให้เป็นคนมีเสน่ห์ที่ใครๆอยากคบหาเสมอ เนื่องจากไม่เป็นพิษภัยต่อใครๆ จึงไม่มีใครที่จะปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวผูกสัมพันธ์ด้วย ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้

    มีความคิดอ่านที่ใครๆ อยากให้ช่วยคิด
    มีคำพูดที่ใครๆ ใส่ใจรับฟัง
    มีการกระทำที่ใครๆ อยากข้องเกี่ยวด้วย
    มีความน่าเชื่อถือ น่านับถือ และน่ายึดถือเป็นเยี่ยงอย่าง

    ยิ่งถ้ามนุษย์รายนี้ มีคุณสมบัติทางความรู้และประสบการณ์สั่งสมเอาไว้มากพอ และมีความรักต่อผู้อื่นสูงพอ เขาจะกลายเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์ในสายตาของผู้อื่นไปทันที
    ความศักดิ์สิทธิ์ในการคิดแบบจิตมนุษย์ หมายถึง เป็นผู้มีความสมดุลทางจิตใจและพฤติกรรม และเป็นผู้ที่มีพลังอำนาจทางสติปัญญาเหนือบุคคลอื่น ที่พวกเขาพร้อมจะหยิบยื่นความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความศรัทธามอบให้อย่างจริงใจ
    มนุษย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงเปี่ยมด้วยความรัก ความช่วยเหลือ การแบ่งปัน และการให้ ต่อบุคคลอื่นที่ยังค้นหาพลังอำนาจในตนเองไม่พบ จากการร้องขอของคนอื่นๆเสมอ มนุษย์ที่คุ้นเคยกับความดีงามของกันและกัน จึงมักจะมองหาความสำคัญในตัวตนบุคคลอื่น เพื่อช่วยสนองความต้องการของตนมากกว่าการจะหันกลับมาร้องขอ ต่อตนเองบ้าง ทั้งๆที่ อำนาจวิเศษนั้นแต่ละคนล้วนมีอยู่ในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการบ่มความดีงามไว่ให้ผู้อื่นศรัทธา หรือว่ากลไกที่ใช้เป็นเครื่องมือภายในร่างกาย สร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้ตนเองได้ก็ตาม กลไกที่ว่านี้มนุษย์เรียกว่า พลังจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นอำนาจวิเศษที่จะน้อมนำ หรือบันดาลสิ่งใดๆ ที่จิตสำนึกของตนต้องการได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าดีหรือร้ายก็ตาม

    จิตใต้สำนึก คิดเองไม่เป้น เห็นเองไม่ได้ มันจะรับคำสั่งปฏิบัติจากจิตสำนึกของคนนั้นๆ โดยตรง ในการแสดงพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ด้วยกระบวนการที่มนุษย์มองไม่เห็น เพื่อน้อมนำเอาสิ่งที่ร้องขอมาให้นั้น แต่ละคนล้วนเผชิญกับปรากฏการณ์เหล่านี้กันชั่วชีวิต ซึ่งมนุษย์หลายรายไม่ล่วงรู้เลย

    มนุษย์เคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่า ถ้าเกลียดสิ่งใดมักจะได้สิ่งนั้น ถ้ารักชอบสิ่งใดก็มักจะได้สิ่งนั้นเช่นกัน หรือแม้แต่กลัวสิ่งใดก็มักจะเผชิญกับสิ่งนั้นเสมอ

    การเกลียด การรัก และการกลัวที่รุนแรงในการคิดของมนุษย์ จะถูกถ่ายทอดเป็นคำสั่งสู่จิตใต้สำนึกทันที เพื่อนำมาเป็นข้อมูลความต้องการ สู่การน้อมนำสิ่งนั้นมาให้ จากที่ไกลและใกล้ ในลักษณะที่เรียกว่า ความบังเอิญ หรือเหลือเชื่อ สำหรับมนุษย์คนนั้นๆเสมอ

    ไม่ว่าจะเกลียด รัก หรือกลัวสิ่งใด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดี และเป็นสิ่งที่มนุษย์ปราถนามันหรือไม่ จิตใต้สำนึกมันจะทำหน้าที่น้อมนำสิ่งเหล่านั้นมาให้ได้ทุกเรื่อง เนื่องจากมันไม่มีสติปัญญาเหมือนจิตสำนึก ที่จะแยกแยะความถูกผิดดีชั่ว ความต้องการไม่ต้องการออกจากกันได้เลย
    คิดฝังใจสิ่งใด เรื่องใด มันจะนำสิ่งนั้นมาให้ได้ทุกเรื่อง
    มนุษย์ที่ฉลาดพอ จึงไม่ควรคิดฝังใจสิ่งใดๆ ในเรื่องร้ายๆ ต่อตนเองโดยเด็ดขาด เช่น การทำงานเมื่อเจออุปสรรค ก็ไม่ควรคิดไปในทางต่ำว่าตนเองคงทำไม่ได้ การไม่ชอบพอสิ่งใดอย่าไปตั้งแง่รังเกียจในสิ่งนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับสถาณการณ์ใดที่คลุมเครือ ก็จงอย่าไปกลัวมัน ด้วยการสร้างความคิดให้เห็นเป็นเรื่องเลวร้ายจนเกินเหตุ เป็นต้น
    การคิดเช่นนี้ มันจะกลายเป็นคำสั่งให้จิตใต้สำนึก น้อมนำสิ่งนั้น เรื่องนั้น มาสู่ตนเองในที่สุด
    มนุษย์สามารถพิสูจน์ความจริงในข้อนี้ได้เสมอ สามารถทดสอบตนเองได้เลยว่า จริงอย่างที่กล่าวมาหรือไม่

    คนที่อยากประสบความสำเร็จ มักมีโอกาสสำเร็จมากกว่าคนที่กลัวความล้มเหลว
    คนที่คาดว่าตนเองคงทำไม่ได้ เมื่อลงมือทำแล้ว มักกระทำผิดๆ พลาดๆ และพบเจออุปสรรคแปลกๆ ให้ยุ่งยากในทุกขั้นตอนที่ทำ
    คนที่เกลียดกลัวการเปลี่ยนแปลง ชีวิตต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
    คนที่กลัวผี มักจะเป็นผู้เล่าเรื่องการเผชิญผีที่น่ากลัวให้คุณได้ฟัง จนขนลุกตั้งได้เรื่อยๆ

    คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าคุรยอมรับในพลังอำนาจจิตใต้สำนึกของคุณเอง และรู้จักการร้องขอต่อตนเองบ้าง แทนที่จะไปร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มนุษย์คนอื่นๆ หรือสรรพสิ่งใด ที่ใครๆ เล่าลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่คุณภาวนามันทุกวัน แสดงความปราถนาในสิ่งดีที่ต้องการ และหมั่นกระทำแต่ความดีงามเข้าไว้ ไม่ช้าไม่นานนัก คุณจะบรรลุความต้องการนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความดีงามที่เกิดจาก ความศรัทธาในตัวเอง และการคิดดีทำดีต่อผู้อื่น จะเป็นพลังอำนาจปลุกเร้าให้ จิตใต้สำนึกแสดงพลังอำนาจสูงสุดออกมาเอง

    แล้วคุณจะพบความศักดิ์สิทธิ์ในตัวคุณ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความงมงายเลย


    อาจารย์ปริญญา ตันสกุล

    -----------------------------------------------------------------------
     
  2. NARKA

    NARKA เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    1,571
    ค่าพลัง:
    +4,575
    อ.ปริญญาค้นคว้ามาได้ใกล้เคียง
    มีพระปฏิบัติหลายองค์พูดไว้ว่า คนทำดีก็เป็นพระอยู่ในตัวเองแล้ว ศักดิ์สิทธิ์แล้ว...
    แต่ คนเรา เมื่อไม่ได้ฝึก(คือเป็นพระนี่ก็ต้องฝึกสติตลอดเวลา)
    จิตก็มักตก ก็ขาดจากความเป็นพระ ก็ต้อง ตาย บาดเจ็บ ทุกข์ต่างๆก็เข้ามาหาทันที...
    ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องห้อยพระเครื่อง เพื่อเตือนสติ และเพื่อหวังพุทธคุณช่วย เมื่อจิตตก ฮา
     
  3. ตะลุ๊ก ตุ๊กติ๊ก

    ตะลุ๊ก ตุ๊กติ๊ก สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +1

แชร์หน้านี้

Loading...