ความสามารถรับภัยพิบัติ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย guawn, 6 กันยายน 2006.

  1. guawn

    guawn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    10,642
    ค่าพลัง:
    +42,103
    สถานการณ์ภัยธรรมชาติ จากน้ำป่าไหลหลาก น้ำ ท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม ที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดทางภาคเหนือ และบางจังหวัดทางภาคใต้ขณะนี้ มีระดับความรุนแรง ที่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนอย่างกว้างขวาง สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ บางพื้นที่เกิดซ้ำ ทั้งที่สาเหตุหลัก มาจากฝนตกหนัก ซึ่งมิได้เกินจากค่าเฉลี่ยมากมายนัก และสภาวะภัยที่เกิดมีแนวโน้มจะถล่มจุดเดิม ๆ ที่เคยประสบความเสียหายอีกครั้ง และนับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปความรุนแรงจะขยายตัวทั่วถึงจากภาคเหนือจดใต้ทีเดียว

    รายงานล่าสุดของกรมชลประทานระบุว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศขณะนี้ มีปริมาตรน้ำทั้งหมด 53,140 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 78 ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด มากกว่าปี 2548 (42,748 ล้าน ลบ.ม.) 10,392 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร 1,621 ล้าน ลบ.ม. (82%), ศรีนครินทร์ 16,049 ล้าน ลบ.ม. (90%), เขื่อน วชิราลงกรณ 7,991 ล้าน ลบ.ม. (90%), เขื่อนแก่งกระจาน 708 ล้าน ลบ.ม. (100%) โดยเฉพาะเขื่อนแก่งกระจานต้องระบายน้ำให้เหลือ 71% ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อรอรับน้ำหลากช่วงฝนชุกตอนปลายฤดู

    ขณะเดียวกันกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำบทวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มการเกิดสาธารณภัยว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะนำความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย เข้าปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมากขึ้นเนื่องจากปรากฏการณ์ลานินญ่า ส่วนร่องความกดอากาศต่ำก็จะเลื่อนจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงมาทางภาคกลางและภาคตะวันออกจึงทำให้ประเทศไทยมีฝนชุกหนาแน่น มีฝนตกหนักและฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่ อาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวในทะเลอันดามันและอ่าวไทย รวมทั้งพายุหมุนเขตร้อนที่จะมีความถี่ในการเข้าสู่ประเทศไทยประมาณร้อยละ 25.4 ของจำนวน 177 ลูก โดยปีนี้มีปริมาณฝนเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติประมาณ 279 มม. ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

    สถานการณ์โดยรวมที่วิเคราะห์คาดหมายไว้นี้ แม้ จะได้เผยแพร่ให้ความรู้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว แต่ข้อเท็จจริงในการรับมือกับ ปัญหา พบว่ายังขาดการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะดำเนินการอย่างเป็น ระบบ เช่นการลดระดับน้ำตามแหล่งน้ำต่าง ๆ การจัดระบบอพยพหนีภัย การ ศึกษาการถล่มของดินและการหาทางป้องกันในระยะสั้น การจัดการมิให้เกิดน้ำ ท่วมซ้ำในจุดที่เคยเกิดปัญหา ทั้งนี้ ที่ผ่านมา การจัดการมักเป็นไปตามกระแส และความรู้สึกนึกคิดของผู้นำที่อาจไม่ตรงจุด เช่นอ้างถึงและทุ่มเทงบประมาณ กับการจัดการถนนที่ขวางทางน้ำไหล การพยายามออกข่าวจะเอาผิดกับการบุกรุก ลำน้ำบางสาย หรือทำฝายขนาดเล็กในลำน้ำบางสาย ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ควรเป็นเรื่องที่ระดมความคิด ความร่วมมือทุกฝ่าย แล้วทำให้ได้จากเรื่อง ง่ายไปหายาก ไม่ใช่สั่งนโยบายเฉพาะจุดที่ไปเจอน้ำท่วม ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น.


    ที่มาhttp://www.dailynews.co.th/dailynew...ult.aspx?ColumnId=27447&NewsType=2&Template=1




    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...