คาถาพระอรหันต์ (อายุยืน)

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 15 มีนาคม 2020.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    372
    ค่าพลัง:
    +61,039
    ?temp_hash=d5d61b49d239e074c2986d4ebb44998d.jpg
    คาถาพระอรหันต์ (อายุยืน)

    ท่านเจ้าคุณพระโสภณธรรมเมธีท่านให้สวดคาถาพระอรหันต์ ซึ่งคาถานี้มีที่มาคือท่านเจ้าคุณพระเมธีวรญาณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรส ท่านได้มาจากพระธุดงค์ในประเทศพม่า

    ท่านเจ้าคุณพระเมธีวรญาณท่านไปพม่า พบพระธุดงค์รูปหนึ่งและได้เสวนากัน พระธุดงค์ท่านเล่าว่าเมื่อท่านปักกลดอยู่ในแดนกะเหรี่ยง มีสตรีกะเหรี่ยงคนหนึ่ง อายุราว 45-50 ปี ได้นำอาหารมาถวายทุกวัน ท่านจึงถามว่าโยมมีอาชีพอะไร โยมชาวกะเหรี่ยงตอบว่าขายข้าวสาร ท่านก็ถามว่ารับจากที่ไหนมาขายหรือว่าทำนา โยมก็ตอบว่าไม่ได้ทำนา และไม่ได้รับจากที่ใดมาขาย แต่ตักออกมาจากตุ่มที่ใส่ข้าวสาร แล้วก็เล่ารายละเอียดว่า

    ตอนแต่งงาน มีพระอรหันต์มาเจริญพระพุทธมนต์และได้ให้คาถาพระอรหันต์ไว้ท่องเพื่อให้อายุยืน โยมก็ท่องทุกวันทุกเวลา โขลกน้ำพริกก็ท่องคาถาไปด้วย แต่สามีโยมเขาไม่เชื่อไม่ยอมท่อง เขาตายไปหลายสิบปีแล้ว ตอนตายอายุได้ร้อยเศษ นับแต่สามีตายโยมก็อยู่คนเดียว ท่องคาถาพระอรหันต์ทุกวันก็ปรากฎว่าข้าวสารในตุ่มงอกได้ โยมก็ตักแบ่งออกขาย ก็อยู่มาได้จนทุกวันนี้ และไม่รู้ว่าขณะนี้อายุเท่าไร เพราะไม่ได้นับอายุมานานแล้ว

    ธุดงค์ท่านฟังแล้วก็สรุปความได้ว่าสตรีผู้นี้จะต้องอายุเกินร้อย แต่วัยงามจึงดูเหมือนอายุ 45-50 ปี ท่านเลยขอคาถาพระอรหันต็มาฝากญาติโยม คาถานี้จำง่ายมี 3 ตอนดังนี้

    ๑. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง อะนิจจัง ทุกขัง อะนัตตา
    ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง นามรูป (ใจ-กาย) ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน

    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง อะนิจจังทุกขัง อะนัตตา
    ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง นามรูป (ใจ-กาย) ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน

    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง อะนิจจังทุกขัง อะนัตตา
    ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง นามรูป (ใจ-กาย) ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน

    ๒. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง

    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง

    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

    นามะรูปัง อะนิจจังทุกขัง อะนัตตา นามรูป (ใจ-กาย) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน

    ๓. อะนันตัง พะละวัง พุทธัง
    พระพุทธเจ้ามีพระกำลังหาที่สุดมิได้

    อะนันตัง โคจะรัง ธัมมัง
    พระธรรมคำสอนเป็นอารมณ์หาที่สุดมิได้

    อะนันตัง อะริยัง สังฆัง
    พระสงฆ์สาวกมีจำนวนหาที่สุดมิได้

    อะนันตัง โพธิมุตตะมัง
    พระโพธิญาณอันสูงสุดก็หาที่สุดมิได้

    (ภาวนาสวดมนต์ประจำวัน ๓-๕-๗ จบ ภาวนาประจำจะดีมาก)

    #จะทำให้ทำมาหากินคล่อง มีทรัพย์ ปราศจากโรค มีอายุยืน ไม่แก่ง่าย มีสุขภาพแข็งแรง

    #ตำนานคาถาพระอรหันต์

    ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระท่านเข้าไปธุดงค์ในรัฐกะเหรี่ยง ท่านได้ไปปักกลดอยู่ที่ชายป่าไม่ไกลจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง รุ่งเช้าได้มีอุบาสิกาคนหนึ่งจากหมู่บ้านนั้นได้มาถวายอาหารบิณฑบาต ท่านได้พักอยู่ที่นั้นสองสามวัน

    วันที่ท่านจะเดินทางต่อ หลังจากได้รับอาหารบิณฑบาตจากโยมอุบาสิกาคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านจึงได้กล่าวปฏิสันธานพูดคุยกับอุบาสิกานั้น ถามถึงว่า อยู่สุขสบายดีหรืออายุเท่าไหร่ แล้วทำมาหากินอะไร เป็นต้น

    อุบาสิกาคนนั้นก็ตอบว่า “อยู่สบายดีเจ้าค่ะ ที่หมู่บ้านนี้ก็อยู่กันอย่างสงบตามประสาบ้านนอก ช่วยเหลือเจือจานกันตามฐานะ ส่วนอายุนั้นดิฉันไม่ได้นับมานานแล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้อายุเท่าไหร่แล้ว”

    คำพูดของอุบาสิกาซึ่งดูแล้วอายุประมาณสัก ๔๐-๕๐ ปีเท่านั้น กลับบอกว่าอายุเท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ทำให้พระสนใจ จึงถามว่า “คุณโยมมีของดีอะไรหรือ จึงมีอายุยืน?” “เจ้าค่ะ” อุบาสิกาเรียนถวาย “ดิฉันเองก็อยากถวายท่านเพื่อท่านจะได้ไปบอกคนอื่นๆเป็นธรรมทาน หากเขามีศรัทธานำไปปฏิบัติ ก็อาจได้ผลเยอ่างที่ดิฉันได้รับอยู่ก็ได้”

    เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อตอนที่ดิฉันเป็นสาวในวันที่แต่งงานได้นิมนต์พระมาในงานพิธี พระองค์ที่เป็นประธานสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านส่วนมากเลื่อมใสศรัทธา ท่านว่าเป็นพระอรหันต์ ท่านได้เมตตาให้พระคาถาไว้สวดมนต์ภาวนา จึงขอเรียกพระคาถานี้ว่า “พระคาถาพระอรหันต์” โดยให้สวดจำนวนจบเท่าอายุทุกวัน ดิฉันมีความเลื่อมใส จึงได้ท่องบ่นภาวนาทุกๆ วัน ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็สวดอยู่เสมอเป็นประจำไม่ขาด อานิสงค์ที่ได้ก็เท่าที่ท่านเห็นนี่แหละเจ้าค่ะ ดิฉันมีสุขภาพดี อายุมากแล้วก็ยังแข็งแรง สามีของดิฉันเขาไม่ค่อยเชื่อ สวดบ้างไม่สวดบ้าง ตอนนี้เสียชีวิตนานแล้ว ตอนที่เสียชีวิตอายุร้อยปีเศษ “แล้วคุณโยมทำมาหากินอะไรเล่า ? ”

    “ขายข้าวสารเจ้าค่ะ” อุบาสิกาตอบ “ที่บ้านขายข้าวสาร โอ่งข้าวสารของดิฉัน พอตักขายแล้วมันก็กลับเต็มขึ้นมาอีกทุกครั้ง ดิฉันก็ได้อาศัยรายได้จากการขายข้าวสารนี้แหละเจ้าค่ะ กินบ้างใช้บ้าง ทำบุญบ้าง นี่ก็เป็นอานิสงค์จากการที่ดิฉันได้สวดมนต์ภาวนาคาถาพระอรหันต์นี้เป็นประจำ จึงขอถวายพระคาถานี้แด่พระคุณเจ้าเพื่อที่จะนำไปบอกกล่าวแก่ผู้ที่สนใจ มีศรัทธาในการจะสวดมนต์ภาวนาต่อไป”

    หมายเหตุ อาตมาได้พระคาถานี้มาจากประเทศพม่า เมื่อคราวไปอยู่ที่นั้น ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๖ เห็นว่าพระคาถานี้มีประวัติดี และตัวพระคาถาก็มีความหมายดี รู้คำแปลแล้ว สวดอยู่เสมอก็เป็นการเจริญกรรมฐานไปในตัวด้วย จึงได้นำมาเผยแพร่ให้ญาติโยมหลายท่านนำไปใช้ก็บอกว่าได้ผลดี หากท่านมีศรัทธา ก็จงท่องบ่นภาวนาสวดคาถานี้เป็นประจำเถิด

    ท่านเจ้าคุณพระเมธีวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรส

    ข้อมูลจาก goodthings-goodthings.blogspot.com/2008/12/blog-post.html
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...