เรื่องเด่น คาถาย่นระยะทาง

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 มกราคม 2020.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,947
    กระทู้เรื่องเด่น:
    231
    ค่าพลัง:
    +4,066
    EB7AE1F2-AC0A-490F-BD7C-29921E2DF3EE.jpeg
    ย่นระยะทาง

    ถาม :
    จะถามเรื่องคาถาย่นระยะทาง เราจะใช้ภาวนาคาถาเงินล้านหรือว่าภาวนาพุทโธนี่ถือเป็นการย่นระยะทางได้หรือเปล่าคะ ?
    ตอบ : จริง ๆ แล้วการย่นระยะทางต้องมีพื้นฐานจากวาโยกสิณ แล้วโดยเฉพาะไม่ใช่วาโยกสิณตัวเดียว ลักษณะของการย่นระยะทางเป็นของผู้ชำนาญในกสิณ ๑๐ พอตั้งใจใช้กำลังของอภิญญา กำลังของกสิณอธิษฐานแล้วก็จะเป็นไป แต่ว่าเท่าที่เคยใช้ก็ได้ผลนะ คาถาสัมปจิตฉามิ อาตมาเดินส่วนเขาควบมอเตอร์ไซค์ไล่ไม่ทัน อาตมาไม่รู้หรอก รู้สึกว่าเดินไปตามปกติ

    สมัยที่ไปอยู่ทองผาภูมิใหม่ ๆ แล้วเดินบิณฑบาตไป ๕ กิโลเมตรเศษ กลับ ๕ กิโลเมตร รวมแล้ว ๑๐ กิโลเมตรครึ่ง คราวนี้ต้องขึ้นเขาขึ้นเนินตั้งหลายลูก พอไปบิณฑบาตได้พวกข้าวของมาเยอะ ชาวบ้านเขาก็ช่วยถือมาส่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นพวกมอญพวกทวายที่ทำงานอยู่กับหน่วยป่าไม้นั่นแหละ ไปอยู่กันที่แคมป์ข้างบน เขาก็ถือของมาส่ง วันแรกวันสองวันสามก็มาส่ง พอท้าย ๆ หายกันไปหมด อาตมาก็ไม่รู้

    พอจนกระทั่งวันหนึ่งหัวหน้าคนงานเขาบอกว่า "หลวงพี่เดินเร็วจริง ๆ ครับ" ถามว่า "ทำไมวะ ?" เขาบอกว่า "ปกติพวกคนงานเดิน ผมต้องวิ่งไล่ตาม แต่หลวงพี่เดินคนงานต้องวิ่งไล่ ก็ไล่กันไม่ไหว...มันเหนื่อย เขาว่างั้น ผมก็สงสัยหลวงพี่เดินอย่างไร ? ผมจึงเอามอเตอร์ไซด์ไล่ตามดู ไล่ไม่ทันจริง ๆ ครับ" เขาว่างั้น อาตมาไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้อยู่อย่างเดียวว่าเดินไปตามปกติ

    ถาม : ภาวนาอะไรคะ ?
    ตอบ : สัมปจิตฉามิ เพราะว่าหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสั่งไว้ตั้งแต่บวชพรรษาแรก บอกว่าให้ภาวนาบทนี้ให้เป็นปกติ เพราะว่าบทนี้จะเป็นคาถาสำหรับสร้างอภิญญา ถ้าใครทำทรงตัวจะเหมือนกับได้กสิณ ๑๐

    ท่านบอกว่านานไปข้างหน้าบรรดาเดียรถีย์จะโจมตีศาสนาพุทธมาก โดยเฉพาะเรื่องของอภิญญาสมาบัติ เขาจะกล่าวว่าเป็นเรื่องหลอกลวงกัน เมื่อถึงเวลานั้นแล้วพวกแกจะต้องไปแสดงให้เขาดู ว่าเรื่องของอภิญญาเป็นเรื่องจริง ท่านสั่งให้ทำตั้งแต่พรรษาแรกเลย

    แล้วอีกครั้งหนึ่งก็เดินทางไปเยี่ยมสถานีวิจัยลุ่มน้ำแม่กลอง ก็เดินขึ้นไปดูพื้นที่การจัดการลุ่มน้ำของเขา เดินไปเรื่อย ๆ ก็ ๑๑ โมงครึ่งแล้ว อยู่ห่างจากสถานีประมาณ ๔ กิโลเมตรเศษ หัวหน้าเขาบอกว่านิมนต์ฉันเพลด้วยครับ เพราะว่าสั่งเขาจัดของไว้แล้ว

    อาตมามองนาฬิกา..ตายห่า ! ๔ กิโลเมตรมีเวลาครึ่งชั่วโมง.....อย่างไรก็ไม่ทันอยู่แล้วใช่ไหม ? ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ บอกเออ.....ถ้าอย่างนั้นขอเดินล่วงหน้าไปก่อนนะ พวกโยมตามมาทีหลังก็แล้วกัน แล้วก็เดินไป

    มาถึงข้างสถานีมีรถออกมาบอกว่ากำลังจะไปรับพอดี เออ..ไปรับหัวหน้าของคุณกับคนอื่นเขามาก็แล้วกัน ไอ้ของอาตมาไม่ต้องรับแล้วแล้ว ก็ลงไปนั่งฉันเพล ดูนาฬิกาเพิ่งจะ ๑๑ โมง ๔๐ นาทีเท่านั้น

    ปรากฎว่าเขาตามมาถึงอาจารย์เบ็ญจาเขาบอกว่า "ท่านเดินทำไมเร็วขนาดนั้น ลูกจุ๊บวิ่งตามซะจนเลือดกำเดาไหลก็ยังไล่ไม่ทัน" บอกว่า "ไม่รู้เหมือนกัน อาตมาเดินปกตินี่แหละ รู้สึกว่าระยะทางไกลเท่าเดิม แต่ว่าถึงเร็วเท่านั้น"

    เท่าที่เคยใช้ดูก็ใช้บทนี้แหละ แต่ว่าถ้าหากว่าอย่างหลวงปู่จงพาหลวงพ่อวัดท่าซุงไปสุวรรณวิหาร อย่างนี้เป็นอำนาจของกสิณ ๑๐ ไม่ใช่ประเภทคาถงคาถาอย่างนี้หรอก

    สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนมีนาคม ๒๕๔๕
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...