คาถา บูชาเสด็จเตี่ย (กรมหลวงชุมพร) - เอื้ออังกูร

ในห้อง 'รวมบทสวดมนต์และคาถา' ตั้งกระทู้โดย torphak, 1 กุมภาพันธ์ 2021.

  1. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    images?q=tbn:ANd9GcTfbuvEqqcnYFd9gd4zvclYecJ94E8Ynee1uQ&usqp=CAU.jpg

    หลังจากพระพุทธองค์ ได้เสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โปรดพระพุทธมารดา แล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จลงมาบนพื้นมนุษย์โลกในวันออกพรรษา เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งพระพุทธองค์เสด็จประทับยืนที่ฐานศรีษะบันไดในท่ามกลางเทพพรหม

    และพระองค์ ได้ทรงกระทำ "โลกวิวรรณะปาฏิหาริย์ เปิดโลกโดยอาการทอดพระเนตรไปในทิศต่างๆ รวมทั้ง เบื้องบนและเบื้องล่าง" และในทันใดนั้น ทุกทิศทุกทางจะแลโล่งตลอดหมด ไม่มีอันใดปิดบัง เทวดาในสวรรค์จะเห็นมนุษย์ และเห็นถึงยมโลก เห็นนรก และมนุษย์ก็จะเห็นเทวดาในสวรรค์ เห็นสัตว์โลก แม้สัตว์นรกก็จะเห็นมนุษย์ ตลอดเทวดาในสวรรค์ ไม่มีสิ่งใดปิดบัง


    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำปาฏิหาริย์เปิดโลก พร้อมกับเปล่งฉัพพรรณรังสี ๖ ประการ เป็นมหาอัศจรรย์ พระพุทธองค์เสด็จลงจากเทวโลก โดยบันไดแก้ว ลงมาที่มนุษย์โลก ที่ป่าหิมพานต์ และพระองค์ทรงเดินบิณฑบาต ในเมืองสังกะสะนคร โดยมีเทวดา มนุษย์ และสัตว์ป่า มาใส่บาตร พระพุทธเจ้า ซึ่งในช่วงนั้นเกิดฝนห่าแก้วตกลงมา(แก้ว ๗ ประการ) ซึ่งเป็นสิ่งซึ่งอัศจรรย์มาก และพระพุทธองค์ ทรงบิณฑบาตโปรดเวไนยสัตว์ ทั้งหลายในมนุษย์โลก จนมาถึงเขาช้างสาร พอพระองค์ ทรงจังหันเสร็จ พระพุทธองค์ทรงตรวจดูสถานที่นั้น ด้วยทิพย จักขุญาณว่า ใต้ภูเขาช้างสารจะเป็นที่สักการะที่พึ่งและเจริญรุ่งเรือง ในช่วงที่จะสิ้นศาสนาของพระองค์ (๕,๐๐๐ พระวัสสา)

    พระองค์ก็ทรงเมตตาประทับรอยพระบาทคู่ ไว้หน้าปากถ้ำดอยช้างสาร และประทับฝ่าพระหัตถ์ (ด้านขวามือ) ไว้ในถ้ำจั๊กต่อ เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่พระพุทธองค์ ได้ทรงเมตตาบิณฑบาตโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายและเหมือนกับทรงปลดปล่อยความทุกข์ ของสัพพสัตว์ทั้งหลายในอบายภูมิ เป็นต้น


    จึงได้ทรงประทับฝ่าพระหัตถ์เป็นสัญลักษณ์เป็นการเปิดโลก (เปิดสวรรค์ มนุษย์ นรก) โลกทั้ง ๓ ที่ได้เสด็จบิณฑบาตไปโปรดสวรรค์ มนุษย์ นรก จะพ้นบาปกรรมและบรรลุธรรมเข้าสู่พระนิพพานในที่สุด และพระองค์ทรงอธิษฐาน ในสถานที่แห่งนี้เป็นที่พึ่งแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพื่อจะได้เป็นที่สักการะในช่วงใกล้สิ้นศาสนาของพระองค์ (๕,๐๐๐ พระวัสสา) มีชาวป่าคนหนึ่งได้เดินทางไปพบพระพุทธเจ้าในที่นี้ จึงเกิดความศัทธาเลื่อมใส ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ จึงขอบวชเป็นฤาษี ปฏิบัติเฝ้ารอยพระบาทคู่และฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์ ในถ้ำนี้จะเป็นรอยเท้าฤาษีองค์นี้และอัฐิธาตุของฤาษีองค์นี้เหมือนกับโบราณกาล

    ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีประเพณีสืบกันมาช้านาน พอถึงวันออกพรรษาคือ วันเทโวโรหณะ วันที่พระพุทธเจ้าเปิดโลกก็จะทำบุญแต่งปราสาท เอาพระพุทธรูปตั้งไว้ และทำบุญตักบาตร พร้อมกับทำรูปสัตว์ป่าหิมพานต์ มีนาคเป็นต้น แห่และทำบุญตักบาตรพร้อมกันในวันนี้ โดยความหมายแล้ว ประเพณีอันนี้สืบเนื่องมาจากรอยพระพุทธบาทคู่และฝ่าพระหัตถ์

    ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความเป็นมาเหล่านี้ได้ เพราะพระพุทธบาทคู่และรอยฝ่าพระหัตถ์ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิด และการเดินที่จะไปกราบสักการะบูชา ต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก แต่มีผู้รู้บางคนวินิจฉัยว่า คงเหลือเวลาอีกไม่นานเท่าไหร่ ก็จะถูกเปิดเผย และเป็นที่สักการะบูชาของสัพพสัตว์ทั้งหลาย ในเมื่อยุคโลกาภิวัฒน์ วัตถุเจริญจนแตกสลายลงตามธรรมชาติ ตามสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่ว่ายุคไหน พระพุทธบาทคู่และรอยฝ่าพระหัตถ์ จึงเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่รองลงมาจาก พระพุทธบาทสี่รอย(เพราะเป็นรอยของพระพุทธองค์ๆเดียวเท่านั้น) พระพุทธบาทสี่รอยเป็นพี่ (เพราะเป็นรอยของพระพุทธองค์ทั้ง ๔ พระองค์) พระพุทธบาทคู่ (ถ้ำจั๊กต่อ) เป็นน้อง

    แต่ฤาษีที่ดูแลอยู่ที่พระพุทธบาทสี่รอยเป็นน้องฤาษีที่ถ้ำพระพุทธบาทคู่ หากเกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วมีโอกาสและเวลาแล้ว ก็ควรที่จะหาโอกาสไปกราบสักการะบูชาพระพุทธบาททั้งสองที่นี้ ด้วยอามิสบูชา และปฏิบัติบูชาย่อมได้ผลานิสงส์บุญบารมีตามความปรารถนา อยู่ที่ถ้ำจั๊กต่อ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จังหวัด แม่ฮ่องสอน ครับ เป็นถ้ำน้อง พระพุทธบาท 4 รอยที่แม่ริม จว.เชียงใหม่เป็นถ้ำพี่ อานิสงส์การกราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาท, พระพุทธหัตถ์และพระบรมสารีริกธาตุ ในต้อนท้ายของหนังสือตำนานพระพุทธเจ้าเหยียบโลกกล่าวไว้ว่า..."บุคคลใด คือคฤหัสถ์หรือนักบวชทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชาย ได้มีใจบังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส ในการคัดลอกตำนานเรื่องนี้ ด้วยตนเองก็ดี ได้มีจิตรำลึกคิดถึงเรื่องราวของตำนานก็ดี ได้สักการะบูชาด้วยสิ่งของต่างๆ เป็นต้นว่า ข้าวตอก ดอกไม้ ข้าว ปลาอาหาร แก้วแหวนเงินทอง ธูปเทียน ฉัตรเงินฉัตรทอง และธงด้วยความเคารพอย่างยิ่งก็ดี ได้จดจำเรื่องราวของตำนานไว้ก็ดี ได้บอกเล่าให้ท่านผู้อื่นฟังก็ดี ได้แสดงความเคารพด้วยกาย ด้วยวาจา และด้วยใจก็ดี ได้เทศน์ให้คนและเทวดาทั้งหลายฟังก็ดี เมื่อเทศน์หรือเมื่อฟังด้วยความเคารพ เกิดความเลื่อมใสยินดีในพระพุทธบาทและพระบรมธาตุที่พระพุทธเจ้าทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จไปเผยแผ่ และทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทและประดิษฐานพระบรมธาตุไว้เมื่อครั้งพระยังทรงพระชนม์อยู่ก็ดี และเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว

    พระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ อัญเชิญพระบรมธาตุไปประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของคนและเทวดาทั้งหลายก็ดี บุคคลชายหญิงคฤหัสถ์และนักบวชทั้งหลายนั้น ก็จะได้ผลานิสงส์เป็นอันมาก จนไม่อาจที่จะกำหนดนับได้ ท่านทั้งหลายที่กระทำดังกล่าวมา ได้ชื่อว่าเป็น "อวินิปาตบุคคล" คือบุคคลที่ไม่มีโอกาสได้ไปเกิดในอบายภูมิทั้งสี่ มีแต่จะพุ่งดิ่งตรงต่อพระนิพพาน เพราะบุคคลผู้นั้นเสมอดังได้รู้ได้เห็น และได้ปฏิบัติอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา
    ประการหนึ่ง เสมอดังได้พูดได้ คุยได้ ถามปัญหาซึ่งพระพุทธเจ้าทุกวันทุกเวลา
    ประการหนึ่ง เสมอดังได้เดินตามหลังพระพุทธเจ้าทุกบาททุกก้าว
    ประการหนึ่งเสมอดัง ได้ปลูกสร้างพระเจดีย์ พระวิหารอันเป็นที่สำราญของพระบาทและ พระธาตุเจ้าทั้งหลายที่ได้กล่าวมาทุกแห่ง
    ประการหนึ่งเสมอดัง ได้บำเพ็ญกุศล ส่วนบุญด้วยปาก ด้วยกายและด้วยใจ ทุกเวลาด้วยเดชแห่งผลานิสงส์ดังนี้ จะอุปถัมภ์ค้ำชูอุดหนุนให้ตั้งอยู่ในทางสัมมาปฏิบัติ ประกอบด้วยยศศักดิ์ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ เป็นผู้ฉลาด มีญาณปัญญายิ่งกว่าคนทั้งหลาย ภัยอันตรายต่างๆ ก็ดี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ดี อุบาทว์และศัตรูต่างๆ ก็ดี ย่อมระงับดับหายไป จะสัมฤทธิ์สมบูรณ์ด้วยทรัพย์ สิ่งของเงิน ทอง ข้าวเปลือก ข้าวสาร ทั้งปศุสัตว์ จักอุดมด้วยฤทธิ์เดชยิ่งนัก จะประสบสุขในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป ยิ่งกว่าคนและเทวดาทั้งหลาย หากมีบุญสมภารมาก ก็จะได้ถึงพระนิพพานในศาสนาของพระพุทธเจ้าโคตมะนั้นแน่นอน


    ตำนานพระพุทธหัตถ์
    พระพุทธศาสนาได้กล่าวถึง เรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าการลอยกายขึ้นไปบนอากาศ การเดินบนน้ำ การย่นระยะทาง และต่างๆ อีกมาก

    มีเรื่องเล่าไว้ว่า สมัยหนึ่งพระพุทธองค์ทรงเสด็จมายังแถบสุวรรณภูมิ ด้วยการเหาะมาทางอากาศ และได้ประทับรอยพระบาท และรอยพระหัตถ์ไว้ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยกัน แต่โดยมากแล้วจะประทับรอยพระพุทธบาทเอาไว้ ซึ่งตำนานที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะแถบภาคเหนือหรือล้านนานั้น มีบันทึกเป็นตำนานเรียกว่า ตำนานพระเจ้าเหยียบโลก หมายถึง การเดินทางของพระพุทธเจ้าไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อโปรดสรรพสัตว์นั่นเอง หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุด ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมายังแถบสุวรรณภูมิ คือ ถ้ำจั๊กต่อ จ.แม่ฮ่องสอน สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรอยพระบาทคู่ และสิ่งที่เป็นหัวใจของถ้ำแห่งนี้คือ รอยพระหัตถ์ข้างขวา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่หายากที่สุด


    สำหรับตำนานของสถานที่แห่งนี้เล่ากันไว้ว่า สมัยที่พระพุทธองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่นั้น พระพุทธองค์ทรงได้ขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพุทธมารดาเป็นเวลา ๑ พรรษา เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วพระพุทธองค์ทรงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลก ทำให้นรก โลกมนุษย์ และเทวดาได้เห็นซึ่งกันและกัน จากนั้นพระพุทธองค์ได้ตรวจดูด้วยพระญาณว่า สถานที่แห่ง
    ใดจะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธศาสนาในกาลข้างหน้า

    upload_2021-11-25_18-40-36.jpeg

    พระองค์ทรงทราบว่า สุวรรณภูมิจักเป็นที่ประดิษฐาน และทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง พระพุทธองค์ จึงได้ทำปาฏิหาริย์เสด็จมายังสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยพระอรหันตสาวก มาทางอากาศ เพื่อทำการโปรดสรรพสัตว์ เล่าว่าพระพุทธองค์ทรงมาโปรดประทับรอยพระบาท ที่พระบาทสี่รอยก่อน เพื่อโปรดฤาษีที่บำเพ็ญภาวนาอยู่ที่เขาแห่งนี้ด้วย พระฤาษีตนดังกล่าว มีน้องบวชเป็นฤาษีจำศีลภาวนาอยู่ที่ถ้ำจั๊กต่อ จ.แม่ฮ่องสอน ด้วย

    เมื่อทำการประทับรอยพระพุทธบาทที่พระบาทสี่รอย เรียบร้อยแล้ว พระพุทธองค์ทรงจึงได้เสด็จไปโปรดฤาษีผู้น้องต่อไป และที่นั่นพระพุทธองค์ ได้ประทับรอยพระบาทคู่ พร้อมทั้งรอยพระพุทธหัตถ์เอาไว้ เพื่อเป็นที่สักการะของผู้ศรัทธา ตามตำนานกล่าวว่า รอยพระหัตถ์ข้างซ้ายนั้นประทับอยู่ในเมืองพม่า ลักษณะของรอยพระหัตถ์ที่ประทับลงบนแผ่นหินนั้น มีลักษณะใหญ่ นิ้วมือทั้ง ๕ เสมอกัน มีรอยก้นหอยชัดเจน มีผู้คนนำทองคำเปลวไปปิดจนเห็นเป็นสีทองอร่ามไปทั่ว เล่าว่า ถ้ำรอยพระหัตถ์แห่งนี้ เป็นสถานที่หวงแหนของเทพเทวดา มีพญานาคคอยรักษาอยู่ แม้ว่ามีหลายกลุ่มบุคคลพยายามทำการบุกเบิก แต่ก็ไม่สามารถทำได้คล้ายกับว่าสิ่งลี้ลับบางอย่างพยายามปกปิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เอาไว้ ด้วยเกรงว่าเมื่อคนเข้ามามากแล้วจะทำให้สถานที่ขาดความสงบและสกปรกได้ การเดินทางไปยังถ้ำพระพุทธหัตถ์ หรือถ้ำจั๊กต่อแห่งนี้นั้นนับว่ายากลำบากพอสมควร สถานที่ตั้งถ้ำแห่งนี้อยู่ที่บ้านหมอกจำแป่ ซึ่งไกลออกไปจากอำเภอปายนับร้อยกิโล

    หากเดินทางจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ต้องใช้เวลาอย่างต่ำถึง ๗ ชั่วโมงด้วยกัน รถของทางทีมงานต้องจอดไว้ที่ฝายน้ำ จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปเป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโล ใช้เวลาเดินทางร่วมชั่วโมง ธรรมชาติโดยรอบนั้นเป็นป่าเบญจพรรณ มีต้นสักขึ้นเป็นจำนวนมาก
    ทางขึ้นค่อนข้างลาดชันพอสมควร ทำให้การเดินทางขาขึ้นเป็นไปได้อย่างช้าๆ และต้องหยุดพักกันเป็นระยะๆ สิ่งที่แปลกคือ การเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปสักการะรอยพระหัตถ์นั้น บรรยากาศรอบตัวร้อนมาก แต่ทันทีที่ไปถึงถ้ำรอยพระหัตถ์แล้ว บรรยากาศกลับเย็นลงอย่างผิดสังเกตุ ความเย็นจากภายในถ้ำฝ่าพระหัตถ์นั้นเรียกว่าเย็นจนหนาวเข้าไปข้างใน นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ไม่น้อย จนบางคนที่มาสัมผัสเชื่อว่า นี่เป็นอีกหนึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของรอยพระหัตถ์ที่ประทับไว้ ณ ที่นี่ ตามตำนานกล่าวว่า การที่พระพุทธองค์ประทับรอยพระหัตถ์ลงในแผ่นหินนั้น เป็นการแสดงฤทธิ์ของพระพุทธองค์วิธีหนึ่ง เล่าว่า ยามที่พระพุทธองค์ประทับรอยพระหัตถ์นั้น หินจะอ่อนนิ่มลงไป ทั้งยังขยายขนาดออกไปเป็นพิสดาร

    ดังนั้น รอยพระหัตถ์และรอยพระบาทที่พระองค์ทรงประทับไว้ จึงมีขนาดใหญ่กว่ารอยฝ่ามือ ฝ่าเท้าของคนธรรมดาทั่วไป เป็นที่เชื่อกันว่า ร่างกายของพระพุทธองค์นั้นเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นเส้นเกศา อัฐิที่เรียกว่าพระบรมสารีริกธาตุ หรือรอยพระบาทและรอยพระหัตถ์ สำหรับรอยพระหัตถ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งพิเศษ เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งการห้ามบาปทั้งปวง เพราะยามเมื่อพระพุทธองค์ไปโปรดสัตว์ที่กำลังจะทำบาป พระองค์จะยกมือ (พระหัตถ์ขึ้นปราม) หรือการประทานพรก็ดี พระองค์จะทำการยกมือประทานพรให้ ดังนั้น พระหัตถ์ของพระพุทธองค์จึงถือว่าเป็นสิ่งที่ทรงพลังและเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นมงคลอย่างที่สุด

    ในขณะที่พระบาทของพระองค์เป็นเครื่องหมายแห่งการก้าวไปสู่สิ่งที่ดี เดินไปสู่ความสงบ และพระหัตถ์พร้อมทั้งพระบาทนั้น ยังเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการกระทำความดี เพราะมนุษย์เรานั้นย่อมทำการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยการใช้สองมือและสองเท้า
    ดังนั้น รอยพระหัตถ์และรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ทรงประทับไว้นั้น ย่อมเป็นเครื่องหมายแห่งการกระทำความดี เพื่อประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมนั่นเอง จากคติดังกล่าว ผู้ที่นิยมมาสักการะรอยพระพุทธหัตถ์ ณ ถ้ำแห่งนี้ จึงมักมาขอพรให้ตนเองเจริญขึ้นในเรื่องการทำกรรมฐาน มีผู้แสวงหาธรรมจำนวนมากที่ดั้นด้นมา ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อมาเจริญกรรมฐาน หวังมรรคผลนิพพาน
    ซึ่งหลายท่านกล่าวว่า สถานที่แห่งนี้แปลกกว่าสถานที่ทั่วไป เพราะเมื่อมาเจริญกรรมฐานแล้ว สามารถสงบจิตในระดับลึกได้ง่ายกว่าสถานที่อื่นๆ เหมือนว่ามีพลังงานบางอย่างคอยสนับสนุนในการทำกรรมฐานนั้น


    upload_2021-11-25_18-40-36.jpeg

    นอกจากนี้ ยังเล่ากันว่าภายในถ้ำที่ลึกลงไปยังมีสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ เข้าตำราลักษณะถ้ำที่เรียกว่า ถ้ำลอดปรอทขาว ซึ่งหมายถึง ถ้ำที่มีแร่กายสิทธิ์ มีสิ่งลี้ลับซ่อนอยู่ ชาวบ้านเล่าว่า ภายในถ้ำนั้นมีโครงกระดูกของผู้ปฏิบัติธรรม นั่งละสังขารอยู่ภายในถ้ำลึก แต่ด้วยความยากลำบากในการเข้าถ้ำ ซึ่งบางช่วงต้องลอด บางช่วงต้องปีนบนโขดหิน ซึ่งสภาพภายในถ้ำนั้นมีลักษณะเป็นโขดหินสลับกับพื้นดินเหนียว มีน้ำลอดใต้ถ้ำ การเดินทางจึงยากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง อาจเกิดอุบิเหตุขึ้นได้ อย่างไรก็ตามจากการไปสัมผัสถ้ำพระพุทธหัตถ์ หรือถ้ำจั๊กต่อแห่งนี้ นับว่าเป็นถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งที่ยังซ่อนสายตาของคนทั่วไป และตามคติความเชื่อของทางเหนือนั้น ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่กันกับพระพุทธบาทสี่รอย

    หากใครได้ไปไหว้พระบาทสี่รอยแล้วก็ควรมากราบไหว้ ถ้ำพระพุทธหัตถ์แห่งนี้ให้ได้ ใครได้มากราบไหว้สองสถานที่นี้ ถือว่าเป็นบุญกุศลในชีวิตอย่างสูงสุด เมื่อมากราบไหว้แล้ว ก็ควรอธิษฐานให้ตนเองได้ประสบมรรคผลนิพพาน มีดวงตาเห็นธรรม หากอธิษฐานด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาแล้ว ชีวิตของบุคคลผู้นั้ นย่อมประสบแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตต้องการและเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาซื้อได้ ด้วยเงินทอง แม้ว่าจะมีเงินมหาศาล มีอำนาจในการบังคับผู้อื่น แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจแลกกับความสุขของชีวิตได้เลย ดังนั้นการแสวงหาความสงบสุขในชีวิตจึงนับว่าเป็นมงคลอย่างหนึ่งที่เราทุกคน ควรแสวงหา ......

    ที่มา : http://www.watkaokrailas.com/index.php?mo=3&art=41908907
     
  2. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  3. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    ที่มา : youtube อุ๋มอิ๋ม ไดอารี่
    นางไม้ริมน้ำ | ในถ้ำที่ไม่มีใครรู้ | เรื่องเล่าแคมป์ไฟ EP.8
    www.youtube.com/watch?v=EfTzZSn_ANs

    เรื่องถ้ำจั๊กต่อ นาทีที่ 09.11ค่ะ;)
    .......................................................
    ที่มา : youtube
    TAI MAEHONGSON
    ถ้ำจั๊กต่อ บ้านหมอกจำแป่ แม่ฮ่องสอน
    www.youtube.com/watch?v=LoFMKXQd6Ew
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤศจิกายน 2021
  4. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  5. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  6. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  7. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤศจิกายน 2021
  8. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    ศาล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
    ตำบล แม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58110


    AF1QipMYW5WTcxPBn3W1kpi-d9B2Z0ufYtVjZ73nKCmj=w1080-k-no.jpg

    AF1QipOoMlwY_mnUzgqjq_Qqv-g6jEv1ZmV_sHIEdGjy=w1080-k-no.jpg

    ที่มา : https://th.worldorgs.com/แคตตาล็อก/...ศาสนา/ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์-แม่สะเรียง
     
  9. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
    อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน


    20120210180446f7PR.jpg

    201202101804225a7A.jpg
    ทหารผ่านศึกชาวญี่ปุ่นได้เคยแต่งบทกลอนมอบให้แก่ชาวขุนยวม
    upload_2021-11-26_7-14-40.jpeg images?q=tbn:ANd9GcQIebVA5egEWcNqT_KsEBKVrWH9-2PODlxAEg&usqp=CAU.jpg

    "40 ปีก่อนเสี้ยวหนึ่งของชีวิต หากแจ่มกระจ่างในความทรงจำ
    ความกรุณาที่มีให้นั้น เกินขอบเขตกั้นของภาษา
    ใครเล่าจะลืมความเมตตา จวบจนสิ้นชีวาวาย
    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ญี่ปุ่นหรือไทยกันเล่า
    ต่างผิวพรรณ ต่างเผ่า เราอยู่ใต้จันทร์เจ้า ดวงเดียวกัน"

    พื้นที่อำเภอขุนยวม ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นทางเดินทัพของกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งโดยพันตำรวจโทเชิดชาย ชมธวัช เมื่อเข้ามารับแต่งตั้งหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปี พ.ศ. 2538 พบว่ามีเครื่องใช้ไม้สอยของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กระจัดกระจายอยู่ตามบ้านคนและได้รวบรวมสะสมไว้ และได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน และจากเอกสารต่าง ๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 นายอำเภอขุนยวมร่วมกับพันตำรวจโทเชิดชายก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรมขึ้นเพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง แสดงสิ่งของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นที่ตนเองเก็บสะสมไว้ จากนั้นเริ่มมีคนบริจาคเพิ่มเติมทั้งจากชาวไทยและทหารผ่านศึกชาวญี่ปุ่น ของสำคัญชิ้นหนึ่งคือ ป้ายผ้าไหมญี่ปุ่น เขียนข้อความเป็นภาษาญี่ปุ่นกล่าวถึงเหตุผลที่ญี่ปุ่นต้องเข้าร่วมสงคราม ซึ่งเป็นลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต้ ที่ทรงพระราชทานแก่กองทัพญี่ปุ่น กล่าวกันว่ามีเพียง 5 ผืนเท่านั้น ต่อมาปี พ.ศ. 2549 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดแสดงใหม่ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาล มีนิทรรศการ ที่แบ่งส่วนออกเป็นเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ของทหารญี่ปุ่น โดยจะมีข้าวของและภาพถ่ายเก่าที่หาชมได้ยากประกอบ เศษซากรถยนต์ หีบใส่ของ ที่สื่อถึงการคมนาคมและการลำเลียงสิ่งของของทหารญี่ปุ่น ชีวิตความเป็นอยู่ของทหารที่จัดแสดงผ่านบ้านพักของทหารญี่ปุ่นที่มีเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว การตำข้าวและการหุงหาอาหาร อาวุธและเครื่องมือต่าง ๆ อาทิ ดาบปลายปืน เครื่องมือดับเพลิง หีบบรรจุสิ่งของ หม้อสนาม
    ที่มา : https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/754
     
  10. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  11. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    ที่มา : youtube ประวัติศาสตร์ นอกตํารา
    "ขุนยวม มิตรภาพกลางไฟสงคราม" ความทรงจำของชาวขุนยวม ต่อทหารญี่ปุ่น I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP.39
    www.youtube.com/watch?v=13C6v5lZyJE

    .......................................................
    ที่มา : youtube M39 Club
    MV อังศุมาลิน (คู่กรรม) - ณเดชน์ [Official HD]
    www.youtube.com/watch?v=l4-4wxjc068

    ......................................................
    ที่มา : youtube THE STANDARD
    The Master of the Katana Sword มือดาบซามูไร
    www.youtube.com/watch?v=zY2kVXzpmwo
    พวกเธอเชื่อไหม ไม่เชื่อก็ลองไปสู้กะอาจารย์เดวิดนะ เราจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ :D พร้อมเวชภัณฑ์
    ....................................................................
    ที่มา : youtube
    The Spy Man Show
    The Spy Man Show | 29 JAN 2018 | EP. 61 - 2 | คุณเดวิด สุทธาหลวง [อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ ]
    www.youtube.com/watch?v=8NMxfO_i23E

    ......................................................
    ผู้ชายชอบมองหาคนไว้พลิก (ร่าง) เอ้ย! พิง:D
    ที่มา : youtube tataew sp
    NONT TANONT - พิง(ในที่สุดก็ได้ฟังสด) (LIVE) @ คอนสด คอนเสิร์ต | Cr.TATAEW
    www.youtube.com/watch?v=z2EBzb9utDw


    ช่วงนี้ผู้ชายไทยคงอยากไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปกินขนม (ตามข่าวดัง) คุณยายใส่คอกระเช้าขายหนมครกหน้าปากซอยเราก็อร่อยนะ ไม่ต้องไปไกลด้วยo_O
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2021
  12. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  13. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  14. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  15. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  16. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    IMG_9141.jpg

    พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ "คุ้มเจ้าหลวง"
    คุ้มเจ้าหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435 โดยเจ้าพิริยเทพวงษ์ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารโอ่โถง มีประตู หน้าต่างทั้งหมด 72 บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น และจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในปีพ.ศ. 2435 คุ้มนี้งดงามใหญ่โตเพราะเงินคงคลังในสมัยพระยาพิมพิสารราชานั้นมีมาก ตกมาถึงรุ่นเจ้าพิริยเทพวงษ์ผู้เป็นลูก จึงสามารถสร้างคุ้มใหม่หลังใหญ่ได้ แม้ว่าในปี พ.ศ. 2433 เป็นปีที่เมืองแพร่ฝนแล้งราษฎรทำนาได้หนึ่งส่วน เสียสี่ส่วนต้องเปิดคลังหลวงไปช่วยราษฎรก็ตาม แต่เมืองแพร่ยังมีเงินมากพอที่จะสร้างสถาปัตยกรรมงดงามล้ำค่าหลังนี้ขึ้นมาได้

    ในปี พ.ศ. 2445 ได้เกิดความไม่สงบขึ้นในเมืองนครแพร่ ทำให้เจ้าพิริยเทพวงษ์ได้หลีภัยการเมืองไปอยู่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และไม่ได้มาอีกจนถึงพิราลัย สยามจึงได้ยึดราชสมบัติ และคุ้มของเจ้าหลวง และได้ใช้เป็นที่ตั้งของกองทหารม้าจากกรุงเทพฯ ที่ส่งมารักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองแพร่อยู่ระยะหนึ่ง บริเวณตรงข้ามคุ้มเจ้าหลวงเคยมีคอกม้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อปี พ.ศ. 2454 พระยานิกรกิตติการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่คนที่ 4 ได้ย้ายโรงเรียนตัวอย่างเมืองแพร่ โรงเรียนหนังสือไทยตัวอย่างตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มาตั้งอยู่ตรงข้ามคุ้มเจ้าหลวง โดยโรงเรียนนี้เมื่อแรกก่อตั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า "โรงเรียนเทพวงษ์" ตามนามของเจ้าพิริยเทพวงษ์ผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2443 ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 เมื่ออาคารเรียนไม้สักสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งได้รับความร่วมมือร่วมใจจากมหาชนชาวเมืองแพร่ทุกหมู่เหล่าเป็นอย่างดีและได้รับบริจาคไม้สัก 100 ท่อน จากพระยาบุรีรัตน์ คุ้มวงศ์บุรี กรมที่ปรึกษาโรงเรียนตัวอย่างเมืองแพร่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานนามใหม่ว่า "โรงเรียนพิริยาลัย" ลงวันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2456 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าหลวงนครแพร่องค์สุดท้ายและเป็นพระบรมราชานุสรณ์แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แต่ต่อมาโรงเรียนก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ถนนยันตรกิจโกศล คือ โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ในปัจจุบัน ส่วนคุ้มเจ้าหลวงก็กลายเป็นจวนหรือบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จนเมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้มอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ดูแล มีการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นจนถึงปัจจุบัน

    นอกจากนี้ คุ้มเจ้าหลวง หลังนี้ยังเคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15 - 17 มีนาคม พ.ศ. 2501 และได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบัน และสาธารณะ ประจำปี 2540

    ปัจจุบัน คุ้มเจ้าหลวงเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าชมเพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา โดยไม่เสียค่าเข้าชม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มีบริการรถรางนำเทียวสถานที่สำคัญในตัวเมืองจังหวัดแพร่ ทั้งหมด 2 รอบ แบ่งเป็นรอบเช้า เวลา 10.00 น. และ รอบบ่าย เวลา 14.00 น.

    ติดต่อสอบถามได้ที่ 054 524 158 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ "คุ้มเจ้าหลวง"
    ติดต่อสอบถามบริการรถราง อบจ.แพร่ ได้ที่ 054 532 485 ต่อ 102 ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพาณิชย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่

    ที่มา : https://www.phraepao.go.th/main/พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่-คุ/
     
  17. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
  18. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
    ที่มา : youtube Icemedia Channel
    คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่
    www.youtube.com/watch?v=sBlIHQyzDrc

    ..............................................
    ที่มา : youtube ช่อง8 : Thai Ch8
    เปิดห้องลับ #คุ้มเจ้าเมืองหลวง จังหวัดแพร่ | อึ้ง ทึ่ง เสียว | ช่อง8
    www.youtube.com/watch?v=aAtcyD1JYcI
    ..............................................
    ที่มา : youtube one31
    มารักกันใหม่ : แพรว รัตนาพร | The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 3 EP.33 | one31
    www.youtube.com/watch?v=vc_v5-JLovo
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2021
  19. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175
     
  20. torphak

    torphak Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,826
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +175

แชร์หน้านี้

Loading...