@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQkFx4y9sNlc8flZX0pF6kTn1TpfQm5tkESnpcNXiXx6TKpOz8MgPLMqWqLga3y6AZQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    ••••• รูปข้าคุยกับแกได้ •••••
    ครั้งหนึ่งที่วัดสะแก ผู้เขียนกราบเรียนหลวงปู่ว่า "ผมอยู่กรุงเทพฯ มากราบหลวงปู่บ่อยๆไม่ได้ ไม่เหมือนพี่เขาอยู่อยุธยา" ตอนนั้นผู้เขียนรู้สึกอิจฉาพี่วรวิทย์อยู่ในใจ เพราะพี่เขามีรถ และบ้านก็อยู่หลังสถานีรถไฟอยุธยาไม่ไกลจากวัด นึกอยากจะมากราบหลวงปู่ขับรถมาแป๊ปเดียวก็ถึง พี่เขาจึงมากราบหลวงปู่อยู่แทบทุกคืนช่วงหัวค่ำ หลังจากหลวงปู่เข้ากุฏิตอนเย็น สวดมนต์ไหว้พระแล้วออกจากกุฏิมานั่งพักผ่อนอิริยาบท
    ผู้เขียนคิดอยู่อย่างนี้กระมัง หลวงปู่ท่านรู้วาระจิต จึงเมตตาพูดกับผู้เขียนว่า "รูปข้าคุยกับแกได้" ผู้เขียนมองหลวงปู่นิ่งอยู่ ยังงงๆว่า (รูป)ท่านจะคุยยังไง หลวงปู่จึงพูดต่อว่า "แกนั่งอยู่ที่บ้าน ที่แกไหว้พระอยู่นั่น ที่หน้ารูปนั่น ถ้าทำเป็น แกก็เห็นพระได้ องค์ไหนๆที่ท่านมา รูปข้าคุยกับแกได้"
    วันนั้นผู้เขียนกลับบ้านพร้อมกำลังใจในการปฏิบัติเพิ่มขึ้นอีกมากโขทีเดียว ที่หลวงปู่เมตตาศิษย์ที่บ้านไกลไม่สามารถเดินทางเอาตัวเป็นๆมาหาท่านได้ทุกวันทุกคืน จำได้ว่าคืนหนึ่งที่ผู้เขียนภาวนาอยู่ที่บ้าน คิดถึงหลวงปู่จับใจ นึกถึงคำที่ท่านบอกผู้เขียนไว้ "รูปข้าคุยกับแกได้" จึงกราบหลวงปู่ขอคำสอนจากท่าน ท่านเมตตาคุยกับผู้เขียนว่า "แกว่าอะไรที่ไม่มีอายุ" ผู้เขียนยังไม่ทันได้ตอบอะไรท่าน ท่านก็ว่า "แกลองดูรอบๆตัวแกสิ ทุกอย่างๆมีอายุทั้งนั้น" ผู้เขียนนึกทบทวนดู มีคำอยู่สองสามคำที่หลวงปู่พูดอยู่ในคำสอนท่านบ่อยๆคือ.....
    คำว่า "ของจริง"
    คำว่า "ของดี ของวิเศษ"
    คำว่า "พระเก่า พระแท้"
    หลวงปู่ตอบลูกศิษย์เรื่องความสุขว่า "ความสุขที่แท้จริง (ทางโลก) ไม่มีหรอก มีแต่ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่น ของจริง" หลวงปู่ท่านหมายถึง "มรรค" นั่นเอง ปลายทางของมรรคแปด คือ ปลายทางที่จะพบของดี ของวิเศษ คือ พระเก่า พระแท้ ของหลวงปู่ หรือ พระนิพพาน นั่นเอง ความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุ ความสุขที่ไม่กลับกลายเป็นความทุกข์อีก
    ความโลภ ความโกรธ ความหลง ดูเหมือนไม่มีอายุสำหรับผู้ที่ยังท่องเที่ยวในสังสารวัฏ เกิดตาย เกิดตาย เกิดตาย ไม่รู้จบ แตสำหรับผู้ปฏิบัติ "จริง" ตามแบบพระพุทธเจ้า ตามที่หลวงปู่สอน ความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือที่หลวงปู่เรียกสั้นๆว่า "โกรธ โลภ หลง" นี้ มีว้นหมดอายุ หมดไปได้
    @ หนังสือ.....
    บันทึก
    เรื่องจริงจากประสบการณ์ ๓
    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    คำสอน ศรัทธา และปาฏิหาริย์
    ***** เมธา พรพิพัฒน์ไพศาล *****
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    หลวงพ่อฤาษีฯ ท่านกล่าวถึงหลวงปู่สด อย่างไรบ้าง ลองฟังท่านดูครับ


     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    ฌานจริง ฌานหลอก

    "..คำว่าเป็นฌานให้สังเกตตามนี้ ถ้าฌาน
    เฉพาะเวลานั่งสมาธิน่ะ ไม่จริง ไม่ใช่ฌานจริง
    เขาเรียกว่า ฌานหลอก

    ถ้าฌานจริงๆ ต้องเป็นอย่างนี้ ถึงเวลานี้เราเคย
    บูชาพระ ถ้าเวลานั้นไม่ได้บูชาพระ เราไม่สบาย
    ใจ ต้องบูชาพระ ถ้าไม่มีพระจะบูชาก็นึกในใจ
    นึกบูชาเอาเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ถือว่าจิตมีฌาน
    ในการบูชาพระ

    การบูชาพระมีอะไรบ้าง
    ๑. พุทธานุสสติใช่ไหม นึกถึงพระพุทธเจ้า
    ๒. ธัมมานุสสติ นึกถึงคำสวดมนต์นี่เป็นธรรมะ
    ๓. สังฆานุสสติ นึกถึงพระสงฆ์ที่เราชอบใจ

    ก็รวมความว่า ในเมื่อจิตมันทรงตัวแบบนี้ เป็น
    อนุสสติแบบนี้ ถ้านึกอยู่เสมอว่า ถ้าถึงเวลา ถ้า
    เราไม่ได้ทำ ใจไม่สบายนี่ ละฌานแท้..."

    จาก โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม ๔ หน้า ๗๙
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    มีโยมมาจากสหรัฐอเมริกา เล่าให้พระอาจารย์ฟังว่า ตะกรุดมหาสะท้อนที่ตัวเองพกอยู่นั้นใช้ได้ผล พระอาจารย์จึงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

    "จริง ๆ แล้วถึงเราไม่มีตะกรุดมหาสะท้อน ใช้คาถาอย่างเดียวก็ได้ผล แต่สมาธิต้องทรงตัว เราภาวนา เมสัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา ไปเรื่อย ๆ ถ้าสมาธิทรงตัว จะมีอานุภาพเหมือนกับใช้ตะกรุดมหาสะท้อน เพราะตะกรุดก็ปลุกด้วยคาถานี้ ต่างกันแค่พวกเราขาดความมั่นใจเท่านั้นเอง ถ้าสมาธิดีหน่อย มีความมั่นใจ ไม่ต้องไปเสียเงินบูชาตะกรุดแพง ๆ ก็ได้

    เมื่อเช้านายทหารเขาเอาเช็คมาให้ เขาบอกว่าทำกระเป๋าเงินหาย แล้วตะกรุดอยู่ในนั้นด้วย ก็เลยต้องเสียเงินอีกหนึ่งหมื่นมาเอาของใหม่ อยากจะบอกว่าเป็นถึงระดับผู้บัญชาแล้ว ไม่ควรงมงายเรื่องนี้ แต่ก็พูดไม่ออก

    วัตถุมงคลทุกประเภทสำคัญตรงกำลังใจของคนใช้ วัตถุมงคลเหมือนกับเครื่องส่ง มีการส่งคลื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้ากำลังใจของคนใช้ไม่เปิดรับ มีวัตถุมงคลไว้ก็เท่านั้น เหมือนกับไม่มีนั่นเอง

    ดังนั้น..เราจะเห็นได้ว่า คนที่เอาวัตถุมงคลไปใช้ ถึงเป็นของรุ่นเดียวกัน อย่างเดียวกันก็จริง แต่ได้ผลไม่เท่ากันหรอก คนที่กำลังใจเข้มแข็งมาก มีความศรัทธาเชื่อมั่นมาก ใช้ได้ผลมากกว่า คนที่อยู่ต่างประเทศใช้ได้ผลมากกว่าคนในประเทศ เพราะว่าอยู่ไกลแล้วไม่รู้จะพึ่งอะไร จึงต้องอาศัยวัตถุมงคลเป็นหลัก"

    พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    ที่มา www.watthakhanun.com
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQnue-PBz_vMC19h_weR6askEWFIhQi4Ix_KTECfYEBQ8VilQnpHqE9EO9YPa1lHmpQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg


    #คำอธิฐานชำระหนี้สงฆ์
    ของต่างๆในวัดทั้งหลาย ที่มีพระสงฆ์ก็ดี หรือไม่มีพระสงฆ์ก็ดี เป็นวัดร้างที่มี พระพุทธรูปก็ดี หรือเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่มีสภาพ เป็นวัดก็ตาม ถ้าข้าพเจ้าไปนำอะไร มาจากที่นั่นก็ตาม จะเป็นของหนัก ก็ดี ของเบาก็ดี ของน้อยก็ตาม ของมากก็ตาม ของมีค่ามากก็ตาม ของมีค่าน้อยก็ตาม ข้าพเจ้าขอชำระหนี้สงฆ์ ด้วยเงินจำนวน......บาท นี้
    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    ✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨
    ทุกคนอย่าลืม #ชำระหนี้สงฆ์ เราจะเป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ก็ตาม เอาเงินจำนวนหนึ่ง แค่ ๑๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท ก็ได้ตามใจชอบเท่าที่มี ฝากเขาไปบอกว่า ขอชำระหนี้สงฆ์ เพียงเท่านี้จะตัดกรรมที่ขวางหน้าเรา
    ธรรมโอวาท หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    เป็นทั้งทานบารมี เป็นทั้งสัจจบารมี

    พระอาจารย์กล่าวว่า "โยมท่านนี้หยอดเหรียญทำบุญวันละ ๒๐ บาท ถ้าทำได้สม่ำเสมอแบบนี้
    ถือว่าเป็นทั้งทานบารมี เป็นทั้งสัจจบารมี
    สัจจบารมี คือ การที่เราจริงจังจริงใจ ทำอะไรสม่ำเสมอทุกวัน ถามว่าจะดูตัวอย่างสัจจบารมีที่ชัดเจนดูอย่างไร ? ดูจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ท่านได้ตรัสในวันบรมราชาภิเษกว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี พระองค์ท่านทำได้ตามที่ตรัสไว้ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะความสุขสบายส่วนพระองค์ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวไทย

    ตัวอย่างที่ชัด ๆ อีกก็คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านนั่งลงที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งพระทัยว่า จะไม่ลุกขึ้นถ้าไม่บรรลุธรรม ในบาลีว่า แม้เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป ชีวิตินทรีย์นี้จะสิ้นไป ถ้าไม่บรรลุธรรมแล้วพระองค์ท่านจะไม่ลุกขึ้น พระองค์ท่านก็บรรลุธรรมที่ทรงค้นคว้ามาตลอด ๖ ปีเต็ม

    ในเรื่องของการทำบุญ บุคคลที่มีสัจจบารมี ก็คือใช้ความพยายามกระทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างที่โยมหยอดกระปุกวันละ ๒๐ บาท ถ้าจะให้ดีควรภาวนาคาถาเงินล้านไปด้วย ทำทุกวันผลพิเศษที่จะพึงได้ก็คือ มีความคล่องตัวในความเป็นอยู่ของเรามากขึ้น เราทำจริงมาแล้วก็เพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง เสียเวลาไม่มาก ภาวนาสักจบหนึ่งก็ได้ ถ้ามีเวลาก็เอาสัก ๙ จบ"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี อ.ทองผาภูมิ ต.ท่าขนุน
    ภาพ และที่มา : เว็บวัดท่าขนุน
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQml0Xa_PSRAmXlF0F5QdEhMH3pdGQwJQX4Zqkloq2h-1h7kLUXROXaGRUsJyYj_k54&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    มีประโยชน์อะไรล่ะ ชื่อเสียงของหลวงตาในเรื่องการปฏิบัติ อย่างเคร่งขัด ไม่ออกจากถ่ำ โด่งดังมาก หลายคนมาเล่าปาฏิหารย์ต่างๆเกี่ยวกับท่าน เยอะมาก หลายคนติดตามท่านเพราะเชื่อในสิ่งเหล่านี้ หลายท่านมักจะมาเล่าเรื่องอิทธิปาฏิหารย์ต่างๆมากมาย ที่ได้รู้มา บางคนเล่าเรื่องฝึกฤทธิต่างๆนานา ท่านจะนั่งฟังไม่ค่อยตอบโต้อะไรมากแค่ยิ้ม ยิ่งทำให้คนอยากรู้ มีโอกาสจึง ถามหลวงตาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ประโยคเด็ดที่หลวงตาชอบตอบคือ มันมีประโยชน์อะไรล่ะ ท่านถามกลับมา เอ็ง ต้อง กิน ต้องขี้ ต้องนอน ไหมล่ะ นั่นแหล่ะของจริง สิ่งเหล่านี้เป็นปกติธรรมชาติ คนฝึกธรรมเพื่อให้เข้าใจธรรม ธรรมชาติ ฝึกเพื่อให้ ลด ละ เลิก จากตัวตน กิเลส ตัณหาต่างๆ ให้ฉลาด รู้ตามความจริง ถ้าเหาะเหินเดินอากาศ ดำดิน แล้วหมดกิเลสตัณหา ได้ก็ดี ง่ายๆเอ็งว่าเทวดาท่านมีฤทธิ์ไหม ทำไมท่านยังไม่เข้านิพานล่ะ ทำไมยังติด เห็นไหมล่ะว่า ความเป็นปกติที่แหล่ะ ทรงฤทธิที่สุด ทำจิตปกติได้ต่อสิ่งต่างๆมีความเป็นกลาง ไม่ถูกดึงไปตามสิ่งเร้ากิเลสตัณหา กระทบไม่กระเทือน สิ่งนี่แหล่ะคือที่สุด เพราะอิทธิฤทธ์ เป็นแค่ผลพลอยได้จากการภาวนา ชึ่งจะมาตามกำลังและจริตของผู้ภาวนา คนเค้าภาวนาเพื่อพ้นทุกข์ แล้วมันจะมาเองทั้งบุญฤทธิ และอิทธิฤทธ ที่เค้าพูดกันแสดงกัน มันมีประโยชน์อะไร พ้นทุกได้ไหม เอ็งว่าจริงไหม ท่านหัวเราะ และแล้วหลวงตาก็แสดงฤทธิ ท่านบอกเอ็งดูนี่ เพลวันนั้นท่านฉัน กะเพราไข่ดาวหมดไป สองจานไข่ดาวสี่ฟอง ท่านหัวเราะ นี่ไงเสกหายไปกับตา ฤทธของจริง เรายิ้มหัวเราะ ท่านสอนสิ่งต่างๆตามธรรมชาติจริงๆ ไม่ให้เพ้อเจ้อ งมงาย ให้มีสติมีปัญญา หลวงตาพูดเมสอว่าท่ายเป็นแค่พระธรรมดาๆ เราผู้เป็นศิษย์ก็ควรทำตัวเป็นคนธรรมดาๆ เพราะความธรรมดานี่แหล่ะ คือธรรมที่แท้จริง
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQmqzBIYVQeVRXTr_T_5E-h6LzRCCl3cKSN0ATM3PuSNd30_NhC25pVXFtyQn0W4fio&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    ไม่ปรุง ...


    น้อยคนที่จะรู้ว่า เวลาหลวงตา ฉันอะไรท่านจะไม่ใส่เครื่องปรุงเลย สังเกตมาหลายปี ทั้ง สุกี้ ก้วยเตี๋ยว ข้าวผัดอาหารต่างๆ ท่านไม่เคยปรุง มีโอกาสจึงถามท่าน หลวงตาค่ะ ทำไมหลวงตาไม่เคยปรุงอะไรเลย หลวงตายิ้มหันมาตอบว่า เอ็งไม่รู้หรอ ว่าเรากินเพื่ออะไร บำรุงร่างกายหรือตอบสนองจิตใจ ถ้ากินแค่หล่อเลี้ยงร่างกาย ทุกอย่างเหมือนกันหมดกินไปอยู่ในท้องค่าเท่ากัน แต่ถ้าสนองตอบจิตใจคือชอบไม่ชอบ อร่อยไม่อร่อย ก็ต้องปรุงให้ถูกใจ เอ็งว่าจริงไหม คนที่เค้าทำอาหารมาเค้าชิมมาแล้วว่าดี ถูกใจเค้า เรามีหน้าที่กินก็แค่กิน แต่ถ้าเราปรุงหมายถึง ไม่ถูกใจเรา ความชอบใจ พอใจ ของคนเราแตกต่างกัน จริงไหม เราภาวนาเพื่อให้เราลดความแตกต่างตรงนี้ ให้เป็นผู้ที่กินง่าย อยู่ง่าย นอนง่าย จะได้ไม่เป็นภาระใคร ที่สำคัญเป็นการฝึกตนเอง ปรับนิสัยให้ ง่ายต่อการดำเนินชีวิต ทำให้เบาบาง จากความอยากต่างๆ เอ็งจำไว้ ธรรมก็คือชีวิตเรานี่เอง ฝึกธรรมภาวนาเพื่อให้ชีวิตเราปกติ เรียบง่าย คลายจากความอยาก อยู่ตามความจริง จำไว้นะใช้ชีวิตให้เป็น เอ็งจะเอายังไงกับชีวิตล่ะ........


    ใต้เงาวิริยะธโร
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQnzI8YDed6UZ0I-WzmuxInW9_qBEAGXCxTH3lZJVuX38PM7418g6oTSoIJEwK5V5dc&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    เรื่อง "ข้าวที่ถวายพระพุทธรูป โยมเอามากินได้ไหม"

    (วิสัชนาธรรมโดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    ผู้ถาม :- จัดอาหารไปเลี้ยงพระที่วัด และได้จัดอาหารถวายพระพุทธรูป ลาแล้วก็เอาให้ลูกกิน รวมทั้งครอบครัวด้วย เอามากินที่บ้าน จะมีบาปหรือไม่คะ?"

    หลวงพ่อ :- "ชักสงสัยนะ ความจริงถวายพระพุทธรูปแล้ว อย่าเอามาดีกว่า เวลาที่วางไปแล้ว เรากล่าวเป็นสังฆทานนี่ ใช่ไหม...ทีหลังถวายพระพุทธรูปที่บ้านดีกว่าไม่มีเรื่องดี หรือว่าถ้าถวายพระพุทธรูปแล้ว ก็เก็บถวายพระในตอนเพล จะได้อานิสงส์อีก"

    ผู้ถาม :- "ที่บ้านหนูทำบุญบ้าน นิมนต์พระ ๙ องค์ แล้วถวายข้าวพระพุทธด้วย เสร็จแล้วก็เอามาทาน จะได้ไหมคะ...?"

    หลวงพ่อ :- "สาธุ...ทีหลังอย่าทำก็แล้วกันนะ"

    ผู้ถาม :- "ต้องชำระหนี้สงฆ์ใช่ไหมคะ...?"

    หลวงพ่อ :- "พระยายมท่านตอบว่า หมิ่นไป ท่านบอกว่า ควรจะถวายพระเอาไปวัด"

    ผู้ถาม :- "แล้วในเวลาเพลแล้วเล่าคะ...?"

    หลวงพ่อ :- "เพลแล้วก็เป็นเรื่องของพระไป ถ้าถวายพระแล้วท่านไม่เอา ก็ใช้ได้เลย"


    ***************************


     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-facebook-ask-luangta-51-png.png
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    c_oc=AQkx8h_1vybf7za3krWB3WS_vwKvHDMhATJXUIxNkytHtFXD1w5psr91cM3ChS3CEEg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg




    +++ อย่าศึกษาในลักษณะหลับหูหลับตาปฏิบัติตามอย่างเดียว +++

    พระอาจารย์กล่าาว่า "การศึกษาในปัจจุบันของเราทั้งหลาย #อย่าศึกษาในลักษณะหลับหูหลับตาปฏิบัติตามอย่างเดียว ให้พยายามศึกษาเปรียบเทียบกับพระไตรปิฎกว่า #ผู้สอนนั้นสอนนอกเหนือจากพระไตรปิฎกหรือไม่ ? ไม่ใช่เขาอ้างว่าสอนตรงกับพระไตรปิฎกแล้วเราก็เชื่อเลย ถ้าเห็นว่าพระไตรปิฎก ๔ - ๕ เล่มอ่านยากมาก โดยเฉพาะฉบับอรรถกถามหามกุฎราชวิทยาลัย มีถึง ๙๑ เล่มด้วยกัน #เราก็ไปอ่านวิสุทธิมรรคแทน

    วิสุทธิมรรคมีอยู่ทั้งหมด ๓ นิเทส คือ สีลนิเทส สมาธินิเทสและปัญญานิเทส ถ้ายังเห็นว่าวิสุทธิมรรคเล่มหนามหึมาใช้แทนหมอนหนุนหัวได้ อ่านยาก เนื้อหายังมากอยู่ #ก็ไปอ่านคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐานของหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุง #นั่นคือวิสุทธิมรรรคฉบับย่อ สอบสวนทวนความดู ถ้าสิ่งทั้งหลายที่สอนมาเนื้อหาไม่ผิดเพี้ยนไปจากนั้น ก็เชื่อได้ว่าสอนตรงตามพระไตรปิฎก #แต่ให้ดูด้วยว่าตัวผู้สอนประพฤติตนอย่างไร

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า ยถาการี ตถาวาที #พระองค์ท่านทำอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ยถาวาที ตถาการี พระองค์ท่านตรัสอย่างไรก็ทำอย่างนั้น แปลว่าไม่มีเบื้องหลังให้คนอื่นขุดคุ้ยได้ #เพราะว่าทรงทำเหมือนกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่ถ้าอยู่ในลักษณะทำอย่างหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง หรือว่าพูดอย่างหนึ่งแล้วทำอีกอย่างหนึ่ง ขอให้เข้าใจไว้ก่อนว่ายังไม่ดีจริง

    ดังนั้น หลักธรรมในพุทธศาสนาของเรา นอกจากประพฤติปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของตนเองแล้ว ถ้าหากว่าเราพร้อมใจกันทำจำนวนมาก ๆ ด้วยกัน #ก็จะสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้แก่ประเทศชาติและพระศาสนาของเราด้วย"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    งานหล่อหลวงพ่อนาก วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑


    **********************************************************

     
  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    ถ้าสมาธิเราไม่ทรงตัว ก็ต้องอาศัยวัตถุมงคลช่วย

    ถาม : (ถามเรื่องไสยศาสตร์)

    ตอบ : ต้องบอกว่าพอสมาธิเราทรงตัว เขาทำอะไรไม่ได้หรอก เพียงแต่ว่าอย่าเผลอ อย่างน้อย ๆ ต้องมีวัตถุมงคลติดตัวแล้วอาราธนาไว้ทุกวัน สมาธิเรายิ่งทรงตัวมากเท่าไร เขาก็ยิ่งหมดสิทธิ์มากเท่านั้น #แต่ช่วงอกุศลกรรมที่เปิดนั้นมีอยู่ #ถ้าเผลอก็พลาดได้ ก็คือถ้าเขาไม่จ้องเฉ่งเรา ก็คงไม่โผล่มานานขนาดนั้นหรอก แต่ทำเท่าไรก็ทำไม่ได้ ก็เลยเบื่อไปเอง เห็นไหม..การเป็นคนดีนี่แหละที่ทำให้เขาระลึกถึงเราได้นาน ๆ..!

    สำคัญที่สุดก็คือตัวเราคุ้มครองตัวเราเอง #ถ้าสมาธิเราไม่ทรงตัว #ก็ต้องอาศัยวัตถุมงคลช่วย ถ้าสมาธิเราทรงตัวก็รักษาตัวเองได้เลย พวกไสยศาสตร์กำลังใจเขาขาดตัวอุเบกขา เพราะจิตมักจะมุ่งร้ายคนอื่น #ในเมื่อขาดตัวอุเบกขา #สมาธิเขาจะไม่ทรงตัวจริง ๆ แค่ได้เป็นพัก ๆ ได้ชั่วครั้งชั่วคราว เพราะฉะนั้น..ถ้าสมาธิเราทรงตัวได้ เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก #เพียงแต่ว่าอย่าเผลอแล้วกัน ส่วนใหญ่พวกเราไปเผลอตอนไหน ? ตอนกำลังกิน ตอนนอนใกล้จะหลับ ตอนเข้าห้องน้ำห้องส้วม

    #สมัยก่อนเวลาจะไปเล่นงานพวกหนังเหนียว เขาก็อาศัยจังหวะพวกนี้แหละ ตอนกำลังกิน ตอนกำลังเข้าห้องน้ำห้องส้วม #เขาถือว่าทวารเปิด ก็คืออ้าปากตั้งใจจะรับข้าวเข้าไป ก็กลายเป็นว่าอะไรมาก็ต้องรับเข้าไปด้วย หรือไม่ก็ตอนนอนเคลิ้ม ๆ ใกล้จะหลับ #ถ้าสมาธิไม่ทรงตัวสติจะขาด #มักโดนตอนนั้นแหละ เพราะฉะนั้น..ให้ภาวนาไว้เป็นปกติ ถึงเวลาเช้าขึ้นมาก็อาราธนาบารมีพระให้ท่านช่วยสงเคราะห์ นึกถึงภาพพระคลุมตัวเราเอาไว้ อันตรายใด ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๖
     
  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    อาจาริยบูชา

    " ดวงจิตของหลวงพ่อกวยในวัตถุมงคล รุ่น กตัญญู "

    " หลวงพ่อกวย ท่านให้หมดทั้งใจ "

    กราบขออนุญาติพระครูวิลาศกาญจนธรรม ดร. ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อเล็ก เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี ศิษย์เอกหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง เผยแพร่บทความที่ได้สนทนาไว้กับอาจารย์เฒ่า สุพรรณ

    ในงานมหาพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลหลวงพ่อกวย รุ่น กตัญญู พิธีใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ณ อุโบสถมหาอุฒม์วัดเดิมบาง ๓๐ มี.ค.๖๒

    ....ภายหลังจากเสร็จสิ้นการบริกรรมภาวนาอธิษฐานจิตปลุกเสก วัตถุมงคลหลวงพ่อกวย ในอุโบสถวัดเดิมบาง แล้วหลวงพ่อเล็กได้มานั่งสนทนากับอาจารย์เฒ่า สุพรรณ (ตามภาพ) โดยมีเนื้อความอันน่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้ได้รับฟังดังต่อไปนี้

    หลวงพ่อเล็ก เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน

    " ...พอผมเข้าไปในโบสถ์ เห็นอาสนะตรงด้านหน้าว่างอยู่ (เบื้องหน้ารูปเหมือนหลวงพ่อกวย ขนาดเท่าองค์จริง องค์แรกของวัดเดิมบาง องค์ประธานแห่งวัตถุมงคลในพิธีทั้งหมด) จึงขึ้นนั่งทันที ไม่ทันได้ฉุกใจคิดว่าเป็นอาสนะประธานสำหรับดวงวิญญาณของหลวงพ่อกวยท่าน

    พอลงนั่งเข้าสมาธิปุ๊บ ดวงจิตของหลวงพ่อกวยก็เข้าร่างผมในทันที พร้อมบอกกับผมว่า ท่านก็แน่จริงเหมือนกันนี่ (หมายถึงหลวงพ่อเล็ก)

    ผมก็เลยต้องเลยตามเลย โดนหลวงพ่อกวยตรึงอยู่ตรงอาสนะนั้น ...หลวงพ่อท่านเสกพระของท่านในพิธีทั้งหมดนานนับชั่วโมง... ท่านจึงดึงจิตออกไปจากร่างผม เล่นเอาซะผมเหนื่อยเลย..."

    ขอน้อมกราบถวายสักการบูชาในภูมิธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเล็ก เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ได้เมตตาเดินทางมาเข้าร่วมงานมหาพิธีพุทธาภิเษกครั้งประวัติศาสตร์ ณ วัดเดิมบาง

    ทั้งยังได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นในพิธีครั้งประวัติศาสตร์นี้ แก่หนึ่งในศิษย์อาวุโสของหลวงพ่อกวย ให้เป็นตำนาน เป็นมรดกขลังสืบต่อไป

    (**ศิษย์หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ในวันงานพิธีฯแล้วว่า เหตุใดหลวงพ่อเล็ก จึงได้นั่งปรกปลุกเสกเป็นเวลายาวนานกว่าปกติมาก เพราะปกติแล้ว ท่านจะนั่งปรกในแต่ละงานพิธีเพียงไม่เกิน ๑๐-๑๕ นาทีเท่านั้น

    ...แต่ท่านนั่งปรกในงานพิธีฯที่วัดเดิมบาง ยาวนานถึงกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ!!)

    บทความทั้งหมดนี้ได้รับการถ่ายทอดบอกเล่ามาจาก อ.เฒ่า สุพรรณ ในคืนวันแรกของงานประจำปีวัดเดิมบาง วันที่ ๔ เม.ย.๖๒

    คณะศิษยานุศิษย์วัดเดิมบาง ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
    ขอขอบคุณที่มาจาก เพจหลวงพ่อกวย รุ่น กตัญญู
    ขออนุญาตินำมาเผยแพร่ด้วยครับ
    https://www.facebook.com/606369166487433/posts/657808621343487/

    ******************************************


     
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
     
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    a.jpg



    ให้ถวายเป็นสังฆทาน

    หลวงพ่อท่านได้ชี้แจงถึงอานิสงส์ของการถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ สามเณรว่า จะได้บุญยิ่งใหญ่ไพศาล เพราะพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ... พระสงฆ์เป็นประมุขหรือประธานของผู้ต้องการบำเพ็ญทาน พระสงฆ์เป็นประมุขของบุญ ถ้าต้องการบุญก็ให้ถวายในหมู่พระสงฆ์ จะเจาะจงภิกษุองค์ใด องค์หนึ่งนั้นไม่ควร ให้ทำใจให้เป็นกลาง

    หลวงพ่อท่านเน้นว่า "เป็นทายกต้องฉลาด โง่ไม่ได้ เพราะถ้าถวายเจาะจงเสียแล้ว ผลบุญก็ลดน้อยลงไป คนฉลาดต้องถวายให้เป็นกลาง จึงจะได้ผลบุญยิ่งใหญ่ไพศาล ที่เรียกว่าสังฆทาน และได้ชื่อว่า วางหลักพระพุทธศาสนา เพราะศาสนาของพระบรมศาสดา จะดำรงอยู่ได้ ก็เพราะอาศัยความเป็นกลาง"

    ภิกษุสามเณรก็ต้องประพฤติในพระธรรมวินัยให้เป็นกลาง ปฏิบัติให้เป็นกลาง ไม่เข้าข้างตน ไม่เข้าข้างบุคคลอื่น อุบาสก อุบาสิกาบริจาคทานในพระพุทธศาสนาให้ ให้เป็นกลาง ไม่ค่อนข้างตน หมู่ตนพวกตน ให้ให้เป็นกลาง อย่างนี้ได้ชื่อว่า บริจาคถูกทางสงฆ์ ถูกเป้าหมายของบุญ...

    **จากหนังสือ ตรีธาเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ
     
  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    ...ผู้เชี่ยวชาญพระกรรมฐานท่านติดต่อกันได้ด้วยญาณ จะเป็นญาณอะไรข้าพเจ้าไม่ทราบ

    #คือเมื่อ ๕-๖ ปีล่วงมาแล้ว ผู้เขียนได้ไปวัดมงคลเทพาราม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

    ในงานกุศลที่วัดนั้น และมีโอกาสไปวัดคลองเลียบ เขาเล่าอภินิหารของสมภารวัดคลองเลียบว่าเฮี้ยน เมื่อข้าพเจ้าไปนั้นท่านมรณภาพเสียแล้ว

    #เขาเล่าให้ฟังว่า เจ้าอาวาสไม่ยอมรับพระภิกษุวัดไหนๆทั้งสิ้น ชอบสันโดษ

    #มีพระวัดปากน้ำไปหา ท่านออกไปต้อนรับ ถามว่าลูกศิษย์อาจารย์สด วัดปากน้ำ กรุงเทพฯหรือ อาจารย์คุณมีไฝที่หน้าเม็ดเท่าพุทรา

    ความจริงท่านไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนเลย

    #ฝ่ายวัดปากน้ำ อ.ภาษีเจริญ จ.ธนบุรี เล่า เจ้าอาวาสคือ เจ้าคุณพระมงคลเทพมุนีก็ไม่ใช่ย่อย แอบสั่งลูกศิษย์ว่า

    ⭕ให้ไปนมัสการหลวงพ่อวัดคลองเลียบ ท่านปฏิบัติธรรมสูงมาก เข้าใจว่าเพราะ “อานุภาพธรรมกาย”

    เรื่องได้ยินมาแต่สงขลาโดยไม่คิดว่าจะได้ยินอย่างนี้...

    ***********************************************
    **พระนิพนธ์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(ปุ่น ปุณฺณสิริ)
    สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗
    วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม



     
  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    ร่างสังขารของพระเถระไห่เสียน แห่งวัดไหลฝอซื่อ มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เก็บร่างไว้ในตุ่มนาน 6 ปีกับอีก 100 วัน ร่างไม่เน่าเปื่อย ท่านสวดอามิตาภพุทธเป็นประจำ จึงบรรลุสภาวะวัชระธรรมกายไม่เน่าเปื่อย

    ?temp_hash=7b2d8e093147efb293957838750b0393.jpg

    ?temp_hash=7b2d8e093147efb293957838750b0393.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    17,514
    กระทู้เรื่องเด่น:
    375
    ค่าพลัง:
    +61,340
    การสัพเพส่งวิญญาณในศาสตร์หลวงปู่ดู่


    ศิษย์ : อย่างที่เราสวดแผ่วิญญาณนี่ คือการสร้างบารมีใช่ไหมค่ะ
    หลวงตา : ใช่ การสร้างกระแสบุญคุณโดยไม่ต้องใช้ทรัพย์ ใช้พลังงาน ต้องผ่านพลังงานให้เป็น สมมุติเรามีศีลอยู่นะ นึกถึงหลวงปู่ปุ๊บ พลังงานมันก็ผ่านตัวเราไปที่ภูมิมัน อยู่ที่ตัวกลางที่ฟอกเนี่ยถ้าอารม์ไม่ดี ขุ่นมัว มันก็ผ่านไม่ได้ จะสัพเพสักแสนจบก็ไม่ได้ คล้ายๆเครื่องมันไม่ไป สายไฟขาด อยู่ที่เราเป็นตัวกลาง ท่านถึงบอกว่าต้องไปพรหมไง พระโพธิสัตว์ถึงต้องผ่านพรหมไง พอลงมาแล้วถึงเลยผ่านพลังงานได้ดี พรหมน่ะมันเป็นทางสามแพร่ง มันเป็นกำลังไง ระหว่างจะไม่เกิดและสร้างบารมีได้ดี เลือกเกิดได้อีก มองเห็นทุกขั้นอีก เพราะความละเอียดเยอะ ไม่ใช่ว่า คือเรารักษาศีล เจริญภาวนามันอยู่ที่เรา บารมีที่เราสร้างเนี่ยแหละได้กำลังบุญ แต่ถ้าบารมีนะต้องไปที่คนเยอะๆ อย่างชาตินี่เราดึงคนไม่ได้ ก็ดึงพลังงานของภพภูมิฝากกระแสไว้กับวิญญาณ สัมภเวสี เทวดา พวกนี้แหละจะเป็นบริวารจะเป็นพวกที่ช่วยเราในอนาคต เขามาเกิดเราก็ตาย เราเกิดเขาก็ตาย ไอ้สามโลกเนี่ยนะมันต้องเจอกัน ถึงเขาเป็นเทวดาเราเป็นมนุษย์ก็เจอกันอยู่ดี สลับไปแบบนี้อาศัยซึ่งกันและกัน เราสังเกตเวลาเราไปไหนเราแผ่ไปเรื่อยๆเนี่ย ยิ่งแผ่ยิ่งดี แล้วพอเวลาเราจะทำบุญอะไรสักอย่างเนี่ย เช่นหล่อพระ พอเราน้อมปุ๊บ อัญเชิญภพภูมิที่เกี่ยวกับเรา กระแสมันจะพุ่งไปที่เขา ถึงเขาจะมาไม่ได้เขาจะมาตามกระแสนะ บางภูมิมาไม่ได้เพราะไม่มีกำลังเหมือนไม่มีค่ารถนั่นแหละ แต่เราจับหลวงปู่ปั๊บ พอเขารับบุญปั๊บโมทนาปั๊บก็กลับไปที่เดิม ทีนี้เป็นโอกาสที่ดีของเรา รักษาศีลทรงสมาธิให้ดี เวลาไปไหนเราก็แผ่ไปเรื่อย นึกถึงหลวงปู่แต่ถ้าอารมณ์ขุ่นมัวอย่าทำ กระแสมันไม่ผ่าน มันก็ได้แต่เรานะ ได้เราอยู่ ทีนี้เราไปไหนมาไหน นี่แหละธุรกิจของหลวงปู่ท่านไม่ได้ต้องการอะไร ส่งวิญญาณครอบวิมานนี่แหละพวกนี้ ส่งวิญญาณให้มดก็ได้ หมูก็ได้ ไก่ก็ได้ ขนาดวันนี้ยังเจอหมูตั้งหลายตัว หมูที่เขาเอาไปฆ่านะ ขนาดนั่งอยู่ในกุฏิยังแผ่ได้เลย เราไม่มีโอกาสที่จะดึงคน ดึงคนมันดึงยาก ไม่มีอะไรยากเท่าดึงคน เพราะคนมันมีธาตุทั้งสองธาตุ มีทั้งจิตและกาย กายปกติจิตไม่ปกติ จิตปกติกายไม่ปกติ พออารมณ์ไม่ดี อารมณ์หงุดหงิด ขนาดปวดท้องยังทำอะไรไม่ได้เลย ปวดท้องนี่ลองแผ่สิ โอ๊ย ไม่ได้ มันติดไง มันติดที่ท้องมันปวดนะ มันยาก ไม่ต้องไปฝึกอย่างอื่นหรอก เอาสองอย่างนี้ก็เหลือกินแล้ว ฟอกเราเป็นพรหมวิหารในตัว เป็นการสร้างกระแสของพรหมวิหารละเอียดนะ เรามีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในตัวทุกวัน มันกระทบชิ่งไปมาผ่านที่เรา ทำแล้วมันสนุกมันเพลิน โอ้ปีหนึ่งนี่จริงๆแล้วบารมีเยอะกระแสพวกเยอะ เพิ่มไปจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น เวลาคนตายเยอะๆนี่ เราส่งไปนี่ โอ้ เป็นสายเลยนะ เช่น ไปโรงฆ่าสัตว์ โรงพยาบาล เยอะเลย เป็นลาภของเรา ทำงานแบบนี้สบายไม่ต้องไปสนใจกับคน จริงมั๊ย
    ศิษย์ : หลวงตาครับ แล้วถ้าเป็นพวกสัตว์เขาจะช่วยเรายังไง อย่างเป็นปลาครับ
    หลวงตา : มันจะเกิดเป็นคนอยู่ ไม่ใช่มันจะเกิดเป็นปลาอย่างเดียว วันหลังจะพาไปส่งปลา เพราะส่งแล้วมันจะเป็นเทวดาทันทีเลย
    ศิษย์ : เทวดาอะไรครับหลวงตา เทวดาปลาเหรอครับ
    หลวงตา : หึๆ เทวดาคนนี่แหละ อย่างหมานี่ พอเราสัพเพปุ๊บ มันเป็นรูปร่างคนทันที พอมันมีบุญอยู่มันก็ทรงอยู่ ถ้าไม่มีบุญแล้วก็ ชิ่วววว เข้าท้องหมาอย่างเดิม คือ ถ้ามันเปลี่ยนนี่มันเปลี่ยนเป็นเทวดาหมดเลยนะพวกสัตว์ แต่ก็ไปตามกรรมของเขา แต่ถ้าเราฉลาดหน่อย ส่งเขาเสร็จเราบอก เอ้าโมทนาบุญที่ข้าพเจ้าทำ ที่หลวงปู่ทำ พอมันสาธุ มันก็อยู่นั่นอีกแหละ ตามเรา คราวนี้ตามเรา แล้วมันก็สวดกับเรา ตามเราไปแสงสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันก็อายุยืนขึ้น แต่มันตามจิกเราตลอด มันจะเอาบุญเรื่อยๆนะ วิญญาณที่กรรมหนักๆนี่พอส่งปั๊บลงนรกเลยก็มีเยอะไปตามกรรมเขาเลย เราไม่สามารถจะตามไปช่วยได้
    ศิษย์ : คือเวลาเราต้องให้เขาโมทนาเลย ?
    หลวงตา : อย่างเดียวแค่นั้นเองที่เราทำ เขาไปตามกรรมของเขา ไม่งั้นเขาก็ตอดที่ภูมิตรงนี้ ถ้าเขาติดก็ติดนาน สมมุติว่าหลวงตาตายไป อายุจริงๆ60 แต่ดันไปตาย50 เหลืออีก10ใช่ไหม เอา50ไปคูณ10เข้าไปก็นับเป็นโลกทิพย์ละ พอเราส่งปั๊บมันก็ขึ้นละ ภ้ามีบุญอยู่ มันก็กลายเป็นเทวดาโดยไม่ต้องรออายุทิพย์ คือไปก่อนว่างั้นเถอะ เราไม่สามารถจะไปเปลี่ยนภพอื่นได้นะ เปลี่ยนคนไม่ได้ เปลี่ยนได้อย่างเดียวนั่นคือคนที่มีกรรม คนที่มีวิญญาณแฝง เจ้ากรรมนายเวรแฝง เราก็ส่งวิญญาณเขาไป แล้วก็ขอให้หลวงปู่ท่านเทศน์ให้มันฟังหน่อย ขอท่านเทศน์ให้มันฟังการอาฆาตซึ่งกันและกันนี้ เป็นการผูกกระแสเวียนว่ายตายเกิด ให้ท่านเทศน์ให้ฟังเดี๋ยวมันก็ยอม เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน



    จากหนังสือ.....หลวงตาสอนศิษย์ เล่ม 1
    เรื่องพลังงาน กำลัง กระแส และกำลังจักรพรรดิ
    หน้า 37-39
    พระอาจารย์วรงคต วิริยะธโร (หลวงตาม้า)
    วัดพุทธพรหมปัญโญ (ถ้ำเมืองนะ) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...