คำสอนง่ายๆ เมื่อทำได้ ก็เป็นกำลัง

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 31 กรกฎาคม 2018.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,487
    38151869_1021475951345818_617358156745408512_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,487
    "มัชฌิมาปฏิปทา” ไม่ขยันเกินไป และไม่เกียจคร้านเกินไป


    การที่ไม่ขยันเกินไป ด้วยการตั้งเวลาไว้โดยเฉพาะว่า ๑ ชั่วโมง เราจะเลิก ๒ ชั่วโมง เราจึงจะเลิก ถ้าบังเอิญเวลานั้นอารมณ์จิตมันฟุ้งซ่าน มันจะทรงตัวไม่ไหว ถือเวลาเป็นสำคัญยังไม่ถึงเวลานี้จะตายก็ตายไป ฉันไม่ยอมเลิก แต่ใจมันก็กลับไม่จำ มันมีอารมณ์ฟุ้งซ่านใหญ่ กลายเป็นโทษ แทนที่จะเป็นคุณ

    นี่ข้อนี้ ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจงระมัดระวังให้มาก ถ้าทางที่ดีละก็ ปฏิบัติตามกระแสตามคำแนะนำขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจะมีประโยชน์กว่า ท่านแนะนำไว้แบบนี้

    ให้ดูอารมณ์ใจของเรา ว่ามันระงับความฟุ้งซ่านไว้ได้หรือไม่ เราตั้งใจจะกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก รู้สั้นรู้ยาว กำหนดไปกำหนดมา มันไม่เอากับเราแล้ว มันเตลิดเปิดเปิงนอกคอกไป

    นี่ให้ตั้งเวลาเสียใหม่ ให้ตั้งกำหนดว่าเราจะนับ ๑ ถึง ๑๐
    เอากันแค่๑๐ ความจริงให้นับเป็นจังหวะๆ แต่อาตมาไม่อย่างนั้น

    ขอบรรดาท่านพุทะบริษัทตั้งใจไว้ว่า เราจะนับลมหายใจเป็นคู่ๆ พอหายใจเข้า หายใจออก นับเป็น ๑ ..หายใจเข้า หายใจออก นับเป็น ๒ ถึง ๑๐ ตั้งใจไว้ว่าตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ นี้ เราจะไม่ยอมให้อารมณ์จิตของเราไปสู่อารมณ์ส่วนอื่น ไม่ยอมคิดเรื่องอะไรทั้งหมด นอกจากจะรู้ลมหายใจเข้าออก การนับเท่านั้น
    ถ้าบังเอิญนับไปถึง ๕ ถึง ๖ ก็ตาม จิตมันซ่านไปสู่อารมณ์อื่น มีอารมณ์อื่นเข้ามาแทรก พอรู้ตัวเราก็ปรับตั้งต้นใหม่ ลงโทษมัน นับ ๑ ใหม่ จนกว่าจะถึง ๑๐ ถ้าถึง ๑๐ แล้วก็เลิกไป มันจะคิดอะไรก็ช่างมัน

    ต่อไปถ้าทำใจสบายแล้วก็มาเริ่มต้นกันใหม่ ทำจังหวะแบบนี้สลับกันไป สลับกันมา จะมีประโยชน์กว่านั่งทรมานกาย


    นี่เป็นวิธีหนึ่งที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาแนะนำว่า ทำแต่น้อยๆ เพราะตามธรรมดานี่จิตมันมีอารมณ์คิดซ่านมานานเป็นแสนๆ ชาติ แสนๆกัป เราจะมาใช้เวลาปรับปรุงมันในชั่วขณะไม่กี่วันให้มันทรงตัว มันเป็นของยาก

    ฉะนั้น องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ทรงแนะนำให้ใช้วิธีอนุโลมกับมันบ้างใช้วิธีบังคับ ใช้เวลาน้อยๆ อย่าให้มากนัก พอกำลังใจทรงได้

    อ้างอิง – หนังสือหัวใจแห่งการปฏิบัติ เล่ม ๓ หน้า ๔๕-๔๙ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,487
    ทีนี้ตามที่ปฏิบัติกันมาก อาตมาเองก็โดนมาเหมือนกัน แค่นับ ๑ ถึง ๑๐ นี่ บางวันมันเอาไม่ไหวเหมือนกัน ในระยะต้นๆ ผ่านมาแค่ ๑ ถึง ๕ ถึง ๖ มันก็ไม่เอาเรื่อง มันไม่ยอมทรงตัวจริงๆ อย่างนี้ก็มี บางทีวันนี้ปฏิบัติดีจิตสงบ รุ่งขึ้นคิดว่าจะทำให้มันดีอย่างวันนั้น หรือจะให้ดีกว่า มันกลับไม่เอาเรื่อง อย่างนี้ก็มีมาก

    นี่ถ้าอารมณ์จิตเป็นอย่างนี้แล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงแนะนำว่าใช้วิธีใหม่ ทำเหมือนกับคนฝึกม้าตัวพยศ ไอ้ม้าที่มันพยศมันมีกำลังมาก มันไม่พยายามจะเข้าขอบเขตของการบังคับ คือเส้นทางที่เราต้องการ เวลาเราบังคับให้มันวิ่งไป มันออกนอกลู่นอกทาง ข้อนี้มีอุปมาฉันใด แม้การบังคับจิตให้กำหนดรู้ลมหายใจก็เหมือนกัน

    องค์สมเด็จพระภควันต์กล่าวว่า ถ้าม้ามันพยศจริงๆ บังคับมันไม่ได้ เราก็ต้องไม่บังคับมัน ปล่อยให้มันวิ่งไปตามใจของมัน แต่ว่ากอดคอมันเข้าไว้ เราไม่ยอมปล่อยมัน มันจะวิ่งไปทางไหนก็ปล่อยให้มันวิ่งไป ในที่สุดมันจะสิ้นกำลัง โดยกำลังใจเหนื่อยและก็หมดแรง ตอนที่ม้าหมดแรงนี่ ไม่สามารถจะพยศได้ เราก็บังคับให้เข้าเส้นทางได้ตามความประสงค์

    ข้อนี้มีอุปมาฉันใด องค์สมเด็จพระจอมไตรบอกว่าการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกบังคับจิตในด้านนี้ก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าจิตมันซ่านจริงๆ ไม่สามารถจะบังคับได้ ถ้าเรายังไม่เลิก ก็ปล่อยให้จิตมันคิดไปตามอัธยาศัย มันจะคิดอย่างไรก็ปล่อยให้มันคิดไปแต่ว่าใช้สติสัมปชัญญะกำหนดเข้าไว้

    เมื่อใช้เวลาไม่นาน เคยสังเกตมา อาตมาก็พบมาเหมือนกันอาการอย่างนี้ เวลาไม่นานอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๕ นาทีหรือ ๒๐ นาที มันก็ไม่อยากคิด มันเหนื่อย

    พอมันไม่อยากคิด ทีนี้เราใช้จิตกำหนดลมหายใจเข้าออกเพียงแค่ชั่วระยะไม่ถึง ๒ นาที จิตจะตั้งอารมเป็นฌาน จะมีความสงบสงัดนิ่ง ตั้งสติอยู่ได้นานแสนนาน เกินกว่าที่เราจะคิด
    นี่ละบรรดาท่านพุทธบริษัท วิธีฝึกจิตให้อาศัยความฟุ้งซ่านเป็นสำคัญ ถ้ามันเกิดมีแก่บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน ก็ใช้อารมณ์ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำ จะมีประโยชน์มากในฐานะที่เราเป็นสาวกขององค์สมเด็จะพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ควรจะทำตามท่าน

    นี่วันนี้จะพูดอะไรก็เห็นจะหมดเวลาเสียแล้วบรรดาท่านพุทธบริษัท เป็นอันว่าคิดไว้ก็แล้วกัน ว่าถ้าเราสามารถกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก บังคับลมหายใจได้ ที่เรียกกันว่า “อานาปานุสสติกรรมฐาน” ถ้าวันหนึ่งหรือขณะหนึ่งเราทำได้ชั่วขณะจิตเดียว บังคับได้ ๒-๓ นาที ๕ นาที ๑๐ นาที เป็นสำคัญ ประเดี๋ยวอารมณ์ฟุ้งซ่านมันก็เกิดขึ้นกับใจ ไม่สามารถจะควบคุมได้ มันซ่านไปซ่านมา พอสติสัมปชัญญะจับเข้ามาได้ เราก็เริ่มต้นกันใหม่ สักครู่เดียวมันก็หนีไปอีก อย่างนี้ท่านเรียกว่า “ขณิกสมาธิ”

    เพียงแค่ “ขณิกสมาธิ” แบบนี้ ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัททรงได้วันละเล็กวันละน้อยอย่างนี้ ตายไปแล้วก็เกิดเป็นเทวดาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะเกิดเป็นเทวดาบน “สวรรค์ชั้นดาวดึงส์”
    ถ้ามีอารมณ์จิตดีขึ้นไปกว่านั้น ถ้าเราจะสังเกตลมหายใจเข้าออก ให้สังเกตแบบนี้ พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้จับลมเป็น ๓ ฐาน หายใจเข้ากระทบจมูก กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือนิดหน่อย หายใจออกกระทบศูนย์เหนือสะดือ กระทบอก กระทบริมฝีปาก หรือว่าจมูก

    เวลาที่จิตของเราสามารถกำหนดได้ จับได้เฉพาะลมหายใจเข้า หายใจออก กระทบแค่จมูกหรือแค่ริมฝีปาก เป็นศูนย์เดียว เป็นจุดเดียว อย่างอื่นจับไม่ได้ อย่างนี้ท่านเรียกว่า “ขณิกสมาธิ” คือสมาธิเล็กน้อย

    ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัททรงได้อย่างนี้ วันละเล็กละน้อยไม่มากนัก ครั้งละ ๒ – ๓ นาที ๕ นาที อย่างมาก ทรงได้แบบนี้ทุกวันๆ องค์สมเด็จพระทรงธรรม์กล่าวว่าตายแล้วไปสวรรค์ได้แน่นอน

    ถ้าจับลมได้ ๒ ฐาน คือฐานจมูกกับฐานหน้าอกเวลาลมกระทบมีความรู้สึกอย่างนี้ ท่านเรียกว่า “อุปจารสมาธิ” ถ้าตายจากคน ก็ไปเกิดเป็น “เทวดาชั้นยามา”

    ถ้าจับลมได้ ๓ ฐาน คือลมหายใจกระทบจมูก กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือเล็กน้อย ทำได้แบบสบาย หูไม่รำคาญเสียงภายนอก อย่างนี้ท่านเรียกว่าเป็น “ปฐมฌาน”



    ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัททรง “ปฐมฌาน” ได้วันหนึ่งสัก ๕ นาที ๑๐ นาที ก็ตามได้ทุกวัน วันหนึ่งใช้เวลาเล็กน้อย แต่อาจจะใช้หลายๆ เวลา ครั้งหนึ่งใช้เวลาเล็กน้อยมันจะทรงได้ ถ้าจิตมันทรงได้อย่างนี้ทุกวัน อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ทรงฌาน ตายแล้วก็ไปเป็นพรหม



    วันนี้จะพูดถึงความเป็นพระอริยเจ้า เรื่องพระอนาคามีก็เวลาหมดเสียแล้ว

    ต่อไปนี้ไป ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย สำหรับผู้มาใหม่ ตั้งใจกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก แล้วก็ภาวนาตามไปด้วยเวลาหายใจเข้านึกว่า “พุท” เวลาหายใจออกนึกว่า “โธ” พยายามบังคับจิตให้มันรู้ หยุดแค่นี้ไม่ต้องเอาอย่างอื่น อย่าไปหลงใหลใฝ่ฝันในแสงสี และการเห็นต่างๆ มันก็ไม่มีประโยชน์
    สำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัทเก่า ที่มีอารมณ์สูงกว่านั้น ก็ให้พิจารณาและภาวนาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกหมดเวลา

    อ้างอิง – หนังสือหัวใจแห่งการปฏิบัติ เล่ม ๓ หน้า ๔๙-๕๒ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,487
    37632204_1011911795635567_5357927850143907840_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,487
    37644907_1012974502195963_3446364707013787648_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...