คุณพระปะทะคุณไสย 6

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย pongio, 14 ตุลาคม 2013.

  1. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
    หลวงปู่เผือก วัดสาลีโขภิตาราม
    ชื่อ นี้อาจไม่ใคร่คุ้นกับคนเพิ่งรู้ตัวว่าชอบพระ แต่สำหรับเซียนใหญ่ผู้โลดแล่นในวงการมานานย่อมทราบถึงความเป็นมา ด้วยชื่อนี้กว่าจะปักมั่นในหัวใจคนรักพระได้ต้องให้ประสบการณ์ฉกาจฉกรรจ์ เพียงไหน
    พระครูธรรมกิจโกศล หรือหลวงปู่เผือก เป็นพระเถระในสมัยอยุธยาตอนปลาย ท่านอพยพภัยสงครามมาอยู่นนทบุรี หัวเมืองสมัยอดีตพร้อมพกพากฤษฎาภินิหารจากจิตทรงอภิญญามาสงเคราะห์สาธุชน ด้วยสติปัญญาอันเลิศในการเรียนพระไตรปิฎก ด้วยปาฏิหาริย์แสดงได้ไม่จำกัดในคราวจำเป็น ทำให้หลวงปู่เผือกเป็นที่เคารพรักศรัทธาใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยิ่งนัก
    จึงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรพิเศษตำแหน่งสังฆปาโมกข์ แขวงสระบุรี – เจ้าคณะเมืองนนทบุรี ที่ “พระธรรมโกศล” และท่านก็ถึงแก่มรณภาพในรัชสมัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2405 สิริอายุได้ 106 ปี
    “หลวงพ่อสาลีโข” เป็นนามที่ศิษย์ขานถวายโดยเคารพเฉกเช่น หลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งเมื่อเอ่ยย่อมแน่ใจได้ว่าคือ หลวงพ่อสด จันทสโร
    หลวงพ่อสาลีโข ชื่อแท้ท่านคือ หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญอดีตพระลูกวัดสาลีโขภิตาราม ที่ถูกหลวงปู่เผือกในสภาวะวิญญาณ ซึ่งทรงอานุภาพดวงหนึ่ง เปลี่ยนชะตาชีวิต หน้ามือเป็นหลังมือในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ ของปี พ.ศ.2502 ขณะที่ ท่านบวชได้เพียงพรรษาเดียว
    ดวง วิญญาณที่ไร้รูปแต่เต็มปรี่ด้วยทิพยอำนาจอันยากหยั่งถึง ได้พร่ำสอนถ่ายทอดความรู้นานาให้พระสมภพโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อย นับแต่เรื่องเล็กน้อย เช่น คาถาอาคมจนถึงเรื่องใจ คือ สมาธิ
    และ ยังบรรจุพระเวทย์สารพัดประดามีให้พระสมภพหมดสิ้น กระทั่งพาพระหนุ่มผู้อ่อนโลกออกธุดงค์ในป่าลึกเพื่อฝึกฝนจิตตานุภาพ เพื่อทบทวนวิชาที่ให้ไป และเพื่อทดสอบอำนาจจิตอภิญญาของพระสมภพ
    ก้อเก่งกล้าสามารถผ่านทุกขั้นตอน
    จากไปหลายปี กลับมาอีกทีก็มิใช่พระสมภพองค์เดิม หากเป็นพระอาจารย์สมภพที่เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะแห่ง “คุรุ” ทางไสยเวทย์ความแตกฉาน และอภินิหารของพระอาจารย์สมภพ เป็นสิ่งที่ผู้ไปพบจะทราบดี
    หาคนเก่งอย่างนี้ได้ยากนัก

    ราวปี พ.ศ.2515 หนังสือพิมพ์ “บางกอกไทม” ลง ข่าวหน้าหนึ่งครึกโครมว่า สตรีนางหนึ่งนาม น.ส. แป๋ว มีอาการเจ็บป่วยอย่างหนักหาสาเหตุไม่ได้ ครั้นญาติมั่นใจว่าเห็นทีจะถูกคุณไสยเข้า ก็หอบหิ้วกันมาพบพระอาจารย์ ท่านเริ่มรักษาตามกระบวนการที่หลวงปู่เผือกสั่งสอนมา ผู้ป่วยก็เกิดขยอกขย้อนจะอาเจียน
    เมื่อ นำกระโถนใบใหญ่วางลงตรงหน้า น.ส.แป๋ว ก็อาเจียนโอ้กใหญ่ กลิ่นคาวปนเน่าคละคลุ้ง ในภาชนะนั้นไม่เพียงมีของเหลวสีคล้ำช้ำเลือดช้ำหนอง หากปรากฎซากงูเน่า จนเห็นกระดูกโพลนทั้งตัวนอนอยู่ก้นกระโถนอย่างน่าตกตะลึง
    ท่านพระ อาจารย์อธิบายว่า มีบางคนประสงค์ให้ น.ส.แป๋ว ตายอย่างทรมานจึงใช้เดรัจฉานวิชาชั้นสูงปล่อยงูเป็นๆ เข้าท้อง หากแก้ไม่ตกย่อมถึงตาย นี่งูก็เน่าจวนหมดตัวแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในท้องอีกไม่นาน น.ส.แป๋ว ไม่รอดสมใจฝ่ายตรงข้ามแน่นอน
    ข่าว นี้เป็นดุจเชื้ออย่างดีที่โหมศรัทธามหาชนให้ลุกโชน คนนับพันนับหมื่นหลั่งไหลไปวัดสาลีโข เพื่อพึ่งใบบุญแห่งหลวงปู่เผือกและพระอาจารย์สมภพผู้เป็นตัวแทน ทุกคนได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ อย่างไม่เลือกชั้นวรรณะ และทุกคนร่ำร้องหาความสงเคราะห์จากหลวงปู่เผือก ดวงวิญญาณอมตะของท่านก็ยังแผ่บารมีครอบคลุมทั่วถึงอย่างไม่เลือกรักเลือกชัง
    http://www.pantown.com/board.php?id=39149&area=4&name=board19&topic=1124&action=view
     
  2. pokpok111

    pokpok111 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2011
    โพสต์:
    802
    ค่าพลัง:
    +4,735
    ขอบคุณครับที่นำมาให้อ่าน แต่ที่ได้อ่านมาผู้เขียนนคงจะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนไปเยอะเหมือนกัน (ก็ไม่ว่ากันนะ) ครูบาอาจารย์ที่ได้ระดับอภิญญา ดวงวิญญาณไม่มีแล้วครับ ถ้าละสังขารไปหากยังไม่เข้าถึงนิพพาน ก็จุติในพรหมโลก เพราะฉะนั้นพรหมก็คือพรหมไม่ไช่วิญญาณ หากท่านเป็นพระขีณาสพเข้าแล้ว วิญญาณก็ไม่มี จิตก็ไม่มี หากเป็นดวงวิญญาณ ควรเรียกใช้กับสัมภเวสีนะครับ จริงๆแม้แต่คำว่าวิญญาณก็เอามาใช้กันผิด เพราะ คำว่าวิญญาณในที่นี้หมายถึง 1 สภาวะในขันธ์ 5 เป็นธาตุรู้ เพราะวิญญาณเวียนว่ายตายเกิดไม่ได้ ผู้ที่เวียนคือสัตว์ สัตว์มีวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูกท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ เช่นคำว่าพระโพธิสัตว์ คือ สัตว์ผู้ที่จะมาตัสรู้ในกาลต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ตุลาคม 2013

แชร์หน้านี้

Loading...