ค น ล้ า ง โ ล ก - โ ล ก ล้ า ง ค น

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย คนจากวัด, 4 สิงหาคม 2010.

  1. คนจากวัด

    คนจากวัด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    72
    ค่าพลัง:
    +339
    ค น ล้ า ง โ ล ก - โ ล ก ล้ า ง ค น

    ....................................................................................................................................
    .....................................................................................................................................
    ....................................................................................................................................
    .....................................................................................................................................
    เรื่องนี้เขียนยากมาก แต่จะเขียน
    พวกคุณรู้หรือยัง ว่าโลกอาจจะแตกเมื่อไรก็ได้
    ภาวะ "โลกร้อน" ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น
    แต่เกิดมานานแล้ว !
    และ........ในหลวงทรงเล็งเห็นมา 3 ทศวรรษแล้ว!
    <TABLE style="WIDTH: 500px" border=9 cellSpacing=1 cellPadding=1><TBODY><TR><TD>
    "... เมื่อโลกนี้ร้อนขึ้น
    มีหวังว่าน้ำแข็งจะละลายลงทะเล
    และรวมทั้งน้ำในทะเลนั้นจะพองขึ้น...
    สิ่งที่ทำให้คาร์บอนในอากาศเพิ่มมากขึ้นนั้น
    มาจากการเผาเชื้อเพลิง
    ซึ่งอยู่ในดินและจากการเผาไหม้..."
    "... ที่จะทำให้เกิดมาพูดเรื่องคาร์บอน
    เรื่องจะร้อน จะเย็น น้ำจะท่วม ไม่ท่วม
    เพราะว่าถ้าเรามาศึกษาอย่างใจเย็น
    อย่างมีเหตุผลแล้ว ก็จะหาทางแก้ไขได้
    หรืออย่างน้อย ก็ให้พยายามแก้ไข
    มันจะดีกว่าที่จะมาขัดแย้งกัน
    แล้วเมื่อขัดแย้งกัน ก็มักก่อเกิดปัญหาใหม่
    คือปัญหาการเดินขบวนที ประท้วงที
    การจราจรวุ่นวาย เป็นต้น
    แล้วก็ทำให้ผู้ที่รับผิดชอบปวดหัว
    เลยไม่ต้องคิดแก้ไขอะไร ต้องมาคิดแก้แต่สิ่งวุ่นวาย..."
    พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ
    ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    พระราชดำรัสเมื่อปี 2532 (29 ปี) มาแล้ว
    ทำไมถึงบรรยายได้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในปี 2551 เป็นอย่างยิ่ง
    ปีนี้ ในวันสิ่งแวดล้อมโลก มีการรณรงค์ลดการใช้คาร์บอน เป็นพิเศษ
    แต่ในหลวงทรงคิดถึงเรื่องคาร์บอนมา 3 ทศวรรษแล้ว !
    โครงการพระราชดำริ เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรักษาป่า รักษ์ต้นน้ำ รักษาดิน เน้นเกษตรกสิกรรมทฤษฎีใหม่ แนวทางเศณษฐกิจพอเพียง ฯลฯ
    ทุกอย่างล้วนเพื่อ "รักษาโลก" ใบนี้ไว้ทั้งสิ้น
    ปี 2551
    ภาวะโลกร้อน ส่อเค้ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
    หลายประเทศทั่วโลกเผชิญความแปรปรวนทางธรรมชาติ ฤดูกาลผิดเพี้ยน ที่ควรหนาวกลับร้อน ที่ควรร้อนกลับหนาว
    น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลายในอัตราที่เร็วขึ้น
    ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะละลายเป็นน้ำหมด
    แต่เชื่อสิ กว่าจะรู้ ... ก็สายไปแล้ว
    น้ำจากมหาสมุทรจะทะลักท่วมท้นฝั่ง จนแผ่นดินผืนยักษ์ต้องจมอยู่ใต้บาดาล
    รอยเหลื่อมของแผ่นดินที่พลิก เคลื่อนตัวออกจากกัน จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เกาะจมหาย เกิดเกาะน้อยใหญ่ใหม่ๆขึ้น
    แล้วคนจะอยู่ได้หรือ ?
    ก็ขนาดไส้เดือน กิ้งกือ ยังจะไม่มีที่อยู่ คนจะไปเหลืออะไร !
    วันบุญใหญ่ที่จะมาถึง คือ วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษานี้
    ขอเชิญชวนคนไทย คนจีน คนฝรั่ง คนแขก จะผิวใดเชื้อชาติศาสนาใด ทั่วทุกที่ จะอยู่ที่ไหนก็ตาม
    ทำจิตให้สงบ สร้างบุญกุศลให้มากขึ้น ตามแนวทางศาสนาที่ท่านนับถือเลื่อมใส
    เมื่อพลังบุญทั่วโลกมารวมกันจะสร้างอานุภาพใหญ่หลวง อย่างน้อยก็ประวิงเวลาไปได้
    ถ้าเปรียบเสมือนโลกนี้มีผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาลกำลังประคองเอาไว้ เกิดท่านเผลอทำโลกหลุดมือไปได้ เพราะความเหนื่อยล้า ที่ต้องคอยประคับประคองพฤติกรรมมนุษย์ให้อยู่ในร่องในรอย .....
    แล้วสิ่งที่อยู่ในโลก ก็เอาแต่ทำลายโลกทุกวันทุกเวลาไม่หยุดหย่อน
    แรงสั่นสะเทือนจากธรรมชาติที่สูญเสียสมดุลย์ก็จะทำลายโลกให้เสื่อมในตัวเองลงไปทุกเวลา ทุกนาทีเช่นกัน
    ภัยธรรมชาติจากการเสียสมดุลย์นับวันจะกระจายไปทั่วผืนโลก และกระชั้นถี่ขึ้นทุกทีๆ
    ยิ่งโลกนี้มีการรบราฆ่าฟันมาก ล้มหายตายจากทันทีทันใดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาก
    วิญญาณที่ไม่มีที่ไป ตกค้างอยู่ก็ต้องการความช่วยเหลือให้ได้รับการปลดปล่อย
    แทนที่ดวงจิตแต่ละดวงจะรู้จักหาที่ชอบๆของตัวเอง ไปยังที่ที่ควรจะต้องไป
    กลับต้องถูกกักขังอยู่ ณ ที่ที่เขาเสียชีวิต เป็นวิญญณร่อนเร่ ไม่มีภูมิจะอยู่
    มาปะปนอยู่กับมนุษย์และสัตว์โลก บางเวลามีอำนาจครอบงำจิตใจให้คนหลงมัวเมากระทำผิด
    ก่อความยุ่งยากเดือดร้อน วุ่นวายในบ้านเมืองที่ตนอาศัย
    บางทีก็ก่อความเดือดร้อน ยุ่งยาก วุ่นวาย ข้ามประเทศ!
    เช่นก่อชนวนความขัดแย้ง ให้เกิดสงครามระหว่างชาติ แก่งแย่งแข่งขัน สร้างอาวุธร้ายแรงไว้ต่อสู้ข่มขู่กันและกัน

    เทคโนโลยี ทำลายมนุษยชาติ ทำลายความสมดุลย์ของโลก
    ถึงคราที่โลกจะเอาคืน แล้ว!
    อุ้งมือที่ประคองโลกไว้ จะประคองต่อไปได้อย่างไร ถ้าสรรพสัตว์บนโลกไม่รู้จักดูแลโลก ไม่รู้จักดูแลตัวเอง
    บ้าง "เกิดมาทำลายโลก" (รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เพราะบางคนคิดว่าตัวเป้น "ผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ"
    บ้างก็ "เกิดมาให้หนักโลก" เปล่าๆ
    ถ้า "สัตว์โลก" รู้จัก "หยุด"
    หันมาทำดวงจิตให้ "สะอาด-สว่าง-สงบ"
    สั่งสอน "สัตว์โลกที่เจริญทางจิตแล้ว" ให้ดำเนินทางสายกลางได้อย่างถูกต้อง (ไม่สร้างกรรมชั่ว ไม่ก่อกรรมให้ต้องกลับมาเกิดเพื่อชดใช้อีก ฯ)
    และบำเพ็ญภาวนา
    สร้างบารมีเพื่อให้ตน "รู้แจ้ง"
    ก็คงไม่เกิดมาล้นโลกอย่างนี้!
    พวกเกิดแล้วไม่สร้างประโยชน์
    พระพุทธเจ้าสั่งสอนมาร่วมสองพันหกร้อยปีแล้ว
    ของไทยเรามีผู้สอนตั้ง 3 ทศวรรษแล้วก็ไม่ฟัง ไม่คิด ไม่ทำ

    เอาแต่ "สร้างความเจริญบนหายนะ" ของโลกและสรรพสัตว์ (ส่วนใหญ่ ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง)
    นี่แหละจึงเรียกว่า "ค น ล้ า ง โ ล ก"
    ใกล้จะถึงเวลาที่ "โ ล ก ล้ า ง ค น" มาถึงแล้วละนะ
    ไม่เฉพาะคนที่จะต้องล้มหายตายจาก เผลอๆโลกเองก็อยู่ไมใด้
    เพราะสิ่งที่คนทำลงไป นานเนิ่น หลายศตวรรษมาแล้ว
    เดี๋ยวนี้ก็จะยังไม่หยุด "ขุด" "เจาะ" "ดูด" กันเข้าไป
    สิ่งที่อยู่ใต้โลก ก็ควรอยู่ใต้โลก แม้จะเอามาแปลงเป็นพลังงานให้เราใช้ได้ แต่ก็ไม่นาน ทรัพยากรเหล่านี้มีวันหมดไป สูญไป เสื่อมไป
    หยุดทำร้ายโลกสักที!

    ขอบคุณที่มาอ่าน และแสดงความคิดเห็น
     
  2. Kongp

    Kongp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,696
    ค่าพลัง:
    +3,909
    น่าจะทำตัวเล็กๆ หน่อยครับ อ่านยากจัง
     
  3. deity

    deity เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,139
    ค่าพลัง:
    +1,645
    2532 / 3 ทศวรรษ

    เลย 2560 แล้วหรือครับ

    ทำไมไวจัง
     
  4. คนจากวัด

    คนจากวัด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    72
    ค่าพลัง:
    +339
    สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
    ไม่มีใครหนีกรรมได้หรอก จงทำใจ และร่วมกันภาวนา
    เพื่อให้เหตุการณ์ไม่รุนแรงอย่างที่คิด
    แต่ก็ไม่มีใครแก้ไขธรรมชาติได้ สาธุ
     
  5. ไผ่มรกต

    ไผ่มรกต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +1,896
    เมื่อถึงคราวอับจนสิ่งใดเป็นที่พึ่งที่อาศัย
    จะขอกล่าวถึงท่านพระอาจารย์มั่น เมื่อครั้งท่านไปนั่งสมาธิที่เมืองลาว ที่นี้ก็เมื่อถึงตอนกลางคืน ท่านก็ไปนั่งอยู่ที่หุบเขาแห่งหนึ่ง เพราะท่านเห็นว่าเป็นที่สงัด เงียบสงัดดีไกลผู้คน ใครไม่มารบกวน ถึงแม้ว่าจะมีเสือสางนางร้าย จะเข้ามาในที่นั่น แต่ท่านก็ไม่กลัว คือสละชีวิตแล้ว เดินธุดงองค์เดียว ก็ไปบำเพ็ญอยู่ที่นั่น ทีนี้พอตอนบ่าย ประมาณสักสองโมง ท่านก็นั่งสมาธิอยู่ พอนั่งสมาธิจนจิตใจเคลิ้มๆ หรือสงบลงหน่อยหนึ่ง ก็เห็นชีปะขาวหรือพ่อขาวแก่ๆ นุ่งขาวห่มขาวเป็นผู้ชายเดินเข้ามา นิมนต์ว่า หลวงพ่อขึ้นไปอยู่เชิงเขานู้นเถอะ เพราะว่าน้ำป่าจะมา จะมีอันตรายให้โยกย้าย ขึ้นไปอยู่บนเขานู้นเถอะ แล้วหลังจากนั้น พ่อขาวชีปะขาวก็หายไป ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านพระอาจารย์มั่นก็สงสัย เอ๊ะอะไรกัน มีคนมาบอก ว่าน้ำป่าจะมา ฝนจะตกใหญ่ ทีนี้ก็ลองถอยสมาธิออกมา ลืมตาออกมาดูทั่วๆ รอบๆ ฮืม! ยังเห็นเดือน ยังแจ่มแจ๋วอยู่ บนท้องฟ้าไม่มีเมฆหมอก ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่ง มันจะมีอะหยั๋ง ฝนที่ใหนจะมา น้ำที่ใหนจะมา มันจะมาจากทางใหน ถ้าฝนจะตกตามธรรมดา มันต้องตั้งเค้า ท้องฟ้าจะต้องมืดครึ้ม ทีนี้ท่านก็ไม่เชื่อ เพราะไม่เห็นจะมีอะไร แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ลองหยั่งดูด้วยญาณของเราเองดูก่อน อันนี้ก็คล้ายๆกับพระพุทธเจ้าของเรา ที่เทวดามาบอกอันนั้น มาบอกอันนี้ ท่านก็ไม่เชื่อ ต้องรู้ด้วยตนเอง จึงจะกระจ่างในความคิด ความเชื่อ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ คิดจะไปโปรดท่านอารามดาบส อุทกดาบส แล้วมีเทวดามาบอกว่าท่านตายแล้ว เมื่อวานนี้เอง พระพุทธเจ้าก็ยังไม่เชื่อ ก็เลยเข้าญาณของตัวเอง แล้วเห็นว่าเป็นจริงอย่างที่เทวดามาบอก ทีนี้ส่วนท่านอาจารย์มั่น ก็เข้าญาณดูว่าจะจริงหรือจะเท็จ ท่านก็ตรวจดูว่ามันจะเป็นอย่างไร จะจริงอย่างที่เทวดามาบอกจริงหรือ ท่านก็นั่งสมาธิจิตใจเข้าที่ ก็ปรากฎนิมิตรเห็นว่า ฝนเกิดขึ้นทางเหนือแล้วก็มีน้ำใหญ่มารุนแรงมากทีเดียว แต่ท่านก็ไม่คิดว่าเป็นความจริง ท่านคิดว่ามันยังอยู่ไกล ท่านพระอาจารย์มั่นก็ยังอิดๆออดๆ เพราะฮักอยู่ในทีนั้น มีความอิ่มใจ ก็นั่งทบทวนอยู่ในที่นั้นแม้เทวดามาบอกให้รีบไป แต่สักประเดี๋ยว ท่านก็เอะใจ เสียงอะไรอู้ๆ มาเหมือนกับหูจะแตก เหมือนกับมีรถไฟ ๓-๔ ขบวนมาชุมนุมกัน และท่านก็นึกทบทวนได้ว่า อ๋อนี่น้ำป่ามาแล้วนี่ พอนึกได้อย่างนั้น ว่าเป็นจริงตามที่เทวดามาบอก ก็รีบเก็บกลดบาตร อัฐบริขาร พอเก็บกลดเสร็จจะออกเดินเท่านั้นเอง น้ำป่าก็เข้ามาถึงตัวท่าน ก็ชนปั้ง!เข้าให้ เหมือนกับรถที่มาแรงๆ แล้วก็ชนท่านกระเด็นไปเลย เมื่อท่านกระเด็นไปแล้ว ก็ขาดสติไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่ออยู่บนก้อนผาสูงแห่งหนึ่ง ไปอยู่บนก้อนผาสูงแห่งหนึ่ง ท่านก็นึกทบทวนดูว่า เรามาอยู่บนนี่ได้อย่างไร น้ำป่ามาปะทะตัวเรา ชนกระเด็นไป แล้วเรามาอยู่บนโขดหินผาได้อย่างไร ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ก็เป็นอันตัดสินรู้ได้ว่า เทวดาที่มาบอกเรานั่นเอง ท่านช่วยไว้ นี่ก็คือถึงเวลาอับถึงเวลาจน พุทธบริษัทคนไทยเรา ก็หั่นไปพึ่งเอาสิ่งที่เป็นวัตถุก็ดี วิญญาณก็ดี เทพเจ้าทั้งหลายก็ดี ก็มักจะหันไปเอาสิ่งเหล่านั้น มายึดเหนี่ยว เวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นมา สิ่งที่มาใกล้ตัวเรา หรือสิ่งที่คนอันมากหลาย กล่าวกันบ่อยๆ พูดกันหนาหูว่าปีค.ศ.๑๙๙๙เขาทำนายกันว่าจะมีภัยพิบัติ เกิดขึ้นแก่โลก ความพินาศจะบังเกิดขึ้นแก่โลกมนุษย์เรานี้ คำทำนายที่ใช้กันทั่วไป ก็เป็นภัยที่มาจากนอกโลก ภัยพิบัติจะมาในรูปแบบใหน อันนี้ก็เล่าลือกันไปในแบบต่างๆ เป็นต้นว่าเมืองกรุงจะทรุด จะจมลงในแม่น้ำ หรือเมืองชายทะเลจะจมใต้น้ำหมด เมืองไทยถึงจะไม่จมไปหมด แต่บางส่วนก็ถูกภัยคุกคาม เช่นแผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด ก็พูดต่อๆกันไป ปากคนยาวกว่าปากกา ก็กลายเป็นข่าว ทีนี้พวกที่มีความรู้ก็ผสมผสานกันไป พวกที่มีความรู้เป็นต้นว่า นักดาราศาสตร์ นักโหราศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ มาจนถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ชุมนุมกัน จนถึงกับพิมพ์หนังสือออกแจกจ่าย ถึงเรื่องการเตรียมตัวที่จะป้องกันภัย หาที่คุ้มครอง ภัยอันตรายที่จะมาถึง อันนี้ก็มาพูดถึงมนุษย์ต่างดาว เขาจะมาอย่างไรก็ไม่รู้ จะมาออกในทีวี เขาก็เชิญออกทีวีทั่วๆไป ก็มาเตือนถึงเรื่องภัยต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมานี้เหมือนกัน ว่ามันจะมีจะเกิดขึ้นในระยะที่กล่าวมานั้น ทีนี้จะเป็นจริงหรือไม่แค่ใหน ก็ย้อนมากล่าวถึงท่านหลวงปู่ธรรมเทพโลกอุดร หลวงปู่ธรรมเทพโลกอุดรนี้ ก็คนไทยเกือบครึ่งเมือง นับถือว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นพระสำเร็จอภิญญา เป็นผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และผู้ที่ใกล้ชิดท่านหลวงปู่เทพโลกอุดร ก็คือหลวงปู่หลุ่น ท่านอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง มีอะไรท่านก็ติดต่อกันได้ กับหลวงปู่เทพโลกอุดร และท่านก็เคยพบกัน แล้วทีนี้สิ่งที่สำคัญ คือท่านว่าปากคนยาวกว่าปากกานั่นแหละ ดังที่ว่าโลกจะแตกจะเติกอะไรกันนั่น โลกมันไม่แตกอะไรหรอก ก็หลักสำคัญมันอยู่ในตัวคนเรานี้เอง และอีกประการหนึ่งก็คือบ้านเมืองในระยะนี้เศรษฐกิจมันจะพัง เศรษฐกิจจะพังแล้วคนเราจะยากจน จะผิดจะเถียงกันคนครัวเรือนเดียวกัน ก็จะแตกแยกเหินห่าง คนที่เคยอยู่ด้วยกันมีความสุขก็จะลาจากกัน ไอ้คนที่เคยรักกันก็จะแตกแยกกัน ผัวเมียก็จะทุบตีผิดเถียงกัน ไม่สมัครสมานสามัคคีกัน แต่ท่านเตือนไว้ว่า อย่างไรก็ดี ขอให้มีศีล ยึดมั่นในศีลในภาวนา ในคุณงามความดีทั้งมวล มันไม่เป็นอะไรหรอก และท่านหลวงปู่เทพโลกอุดรสั่งมาทุกปี ให้สืบชะตา เมื่อถึงคราวอับจนขึ้นมา ก็ย่อมปลอดภัยเสมอ อย่างน้อยก็อยู่ดีมีสุข เมื่อมีข่าวขึ้นมา ท่านว่าความจริงแท้จะเป็นอย่างไร เราก็อย่าพึ่งไปเชื่อเสียทั้งหมด และก็อย่าไม่เชื่อเสียทั้งหมด แต่หลักสำคัญที่ท่านสอน ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ให้ตั้งอยู่ในคุณงามความดี ตั้งอยู่ในศีลภาวนาเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามถึงเวลา ฉุกเฉินขึ้นมาก็ย่อมจะถึงความสวัสดีทุกเมื่อ ขอยุติเนื้อความย่อๆลงแต่เพียงเท่านี้ ท่านพระคุณเจ้าดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต เทศนาไว้เมื่อ -วันพระที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2542 ขึ้น๑๕ค่ำ
     
  6. comfx22

    comfx22 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2011
    โพสต์:
    137
    ค่าพลัง:
    +234
    เรื่องนี้คงต้องทำใจ ได้ข่าวว่าน้ำแข็งขั้วโลกมีอัตราการละลายสูงเข้าขั้นวิกฤตแล้วครับ.
    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=LHkZf5FTniQ]A Shock to the System....Emergency Management & Preparedness - YouTube[/ame]
     
  7. ชัยบวร

    ชัยบวร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กันยายน 2011
    โพสต์:
    928
    ค่าพลัง:
    +1,642
    เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงก็ทรงนำมาจาก "ทางสายกลาง" ในพระพุทธศาสนานั่นเอง ซึ่งพระองค์นำมาประยุกต์และปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน...ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...