ง่ายเกินไปรึเปล่า?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย casy99, 15 พฤศจิกายน 2004.

  1. casy99

    casy99 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    313
    ค่าพลัง:
    +447
    อ่านพบในกองทัพพลังจิต ว่ามีแต่ผู้ได้ อภิ__าแปดบ้าง มโนมยิทธิบ้าง และฤทธิ์อื่นๆอีกมากมาย จึงเกิดมีความสงสัยครับว่า การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุหลักธรรมที่แท้จริงของพระบรมสุคตนั้นมันง่ายขนาดนั่นจริงหรือ? และถ้ามันง่ายปานนั้น เหตุใดเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตร้สรู้ที่ใต้ต้นโพธิ์ หลังจากพิจารณาในเบื้องต้นจึงคิดว่า ธรรมะที่พระองค์ค้นพบยากสำหรับบุคคลทั่วไปจนเกือบจะไม่สั่งสอนและเผยแพร่ให้กับสัตว์โลกทั้งหลาย การเอ่ยอ้างในเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ต่างๆ สำหรับสงฆ์ที่นำมาพูดมาเอ่ยอ้างเรียกว่า "อวดอุตริมนุษธรรม" และถึงจะมีจริงได้อภิ__าสมาบัติจริงตามที่อ้างก็ยังผิดพระวินัยอยู่ดี เพราะการบรรลุธรรมไม่ใช่เพื่อการโอ่อวด ยกตนข่มท่าน หรือดูแคลนผู้อื่น ระดับอภิ__านั้นต้องตัดสังโยชน์ได้ทั้งหมดมิใช่หรือ? เมื่อเป็นเช่นนั้นลองย้อนกลับมองการดำรงชีพว่าทุกวันเป็นอย่างไร ตัด โลภ โกรธ หลง ไปหมด หรือได้แค่ไหนแล้ว ลองพิจารณานะครับ
     
  2. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,008
    บางคนเค้าก็โม้ อะไรในอินเตอร์เนตมันเอาแน่ไรไม่ได้
    แต่คนได้จริงๆก็มีนะคะ

    แต่พวกกระทู้คนเดิมๆ ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ อันนั้นเค้าบอกว่าเค้าเป็นอรหันต์ เป็นพระศรีอาริย์ อันนี้ก็น่าจะรู้กันดีว่า ไม่ต้องไปใส่ใจไร

    เวบบอร์ดที่เปิดเสรีก็แบบนี้แหละ
     
  3. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +1,934
    จริต มีของคนเรา มี 6 จริต
    แต่ละคนมีส่วนประสมของแต่ละจริต มาก น้อยแตกต่างกัน
    จึงทำให้มีสิ่งที่ชอบ หรือสิ่งที่ไม่ถูกใจ แตกต่างกัน

    กรรมฐาน มี 40 กอง + มหาสติปัฎฐานสี่
    ครูบาอาจารย์ที่เราๆท่านๆศรัทธากัน ก็มีจริตของท่านเอง

    บางสาย อาจะสอนให้เชื่อเรื่อง นรก สวรรค์ โดยสามารถ พิสูจน์ได้ โดยใช้อารมณ์ของกรรมฐานเป็นตัวพาไป

    บางสาย อาจจะสอนให้พิจารณาสิ่งต่างๆ ผลที่ได้คือใจเบาสบาย ค่อยๆละ วางสิ่งต่างๆ เป็นขั้นๆ ให้เบาสบายยิ่งๆขึ้น ตามระดับกำลังใจเท่าที่สามารถทำได้

    บางสาย อาจจะสอนให้ตามรู้ กาย เวทนา จิต ธรรม

    บางสาย อาจจะสอนเรื่องเน้น ศีล กับ สมาธิ ปั__า ไว้ที่หลัง เพราะต้องการให้พื้นฐานแน่น มั่นคง

    ฯลฯ (ยังมี่แนวทางอื่นๆอีก)


    ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็แล้วแต่จริต หรือ เจตนาของครูบาอาจารย์ท่านต่างๆ เพราะท่านเหล่านี้ดีอยู่แล้ว สมควรแก่การกราบไหว้กันทั้งหมดทั้งนั้น

    -------------------------------------------------------
    ธรรม ที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบ แล้วพวกเราปฎิบัติตาม เป้าหมายหลักมี สิ่งเดียวคือ "พ้นทุกข์" ส่วนเรื่องอื่น ถือเป็นเรื่องรองลงไปทั้งหมด
    เพราะเป้าหมายของศาสนาพุทธคือ พระนิพพาน หรือ พ้นทุกข์

    พระธรรมของพระพุทธเจ้า ไมได้มีไว้เพื่อให้เราไปยกตน ข่มใคร หรือเพื่อการโอ้อวด แต่การโอ้อวด ผมก็เข้าใจว่า เป็นธรรมดาของนักปฎิบัติ เพราะนักปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติถึงจุดๆนึง จะมีความคิดแบบนี้โผล่ขึ้นมา( มานะ) ซึ่งผมเคยเป็นแบบนั้นเช่นกัน


    ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส เป็นคำสอนในโอวาทปาติโมกข์ ซึ้งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ตรัสไว้เช่นนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤศจิกายน 2004
  4. อาคีลีส

    อาคีลีส บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ก็ของมันเคยได้แล้วนี่ เอามาทวนใหม่ มันก็ง่ายถ้ามีความขยันหมั่นเพียร ที่ไม่ได้เพราะไม่ตั้งใจเองนิ โฮะ โฮะ โฮะ
     
  5. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +1,934
    จะเคยได้อะไร หรือไม่เคยได้ สิ่งนี้มันก็ไม่ใช่เป้าหมายของพุทธศาสนา น่ะครับ เพียงแต่ถ้ามีของเก่าที่เคยทำมาแล้ว แล้วถ้ามันเป็นประโยชน์แก่การขัดเกลากิเลส มันก็ทำให้เราประหยัดเวลากว่าเดิมน่ะครับ

    ผมอยากให้มองการปฎิบัติธรรมเหมือนกีฬาวิ่งมาราธอนน่ะครับ

    ไม่ว่าคุณจะวื่งเร็ว หรือ ช้า ถ้าคุณวิ่งถูกเส้นทาง และ ไม่หยุดวิ่งเสียก่อน รับรองถึงเส้นชัยแน่นอน เป้าหมายของนักวิ่ง อยากแรกเลย คือวิ่งให้ถึงเส้นชัย
     
  6. Mr.Nobody

    Mr.Nobody บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ธรรมขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นของกลาง ไม่ยาก และไม่ง่ายครับ เพราะถ้ายากคงไม่มีผู้บรรลุธรรมตามบรมครูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากมายถึงปานนั้น และถ้าง่ายก็คงมีผู้บรรลุธรรมหมดทั้งโลก

    ที่ตอนแรกยากเพราะไม่รู้ แต่เมื่อได้รับคำแนะนำจากครูบาอาจารย์ อันมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้น เมื่อผู้ปฏิบัติตามทำอย่าง พอดี ถูกดี และถึงดี ก็จะไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับการบรรลุธรรม
     
  7. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +1,934
    ตรงหา ครุบา อาจารย์ ดีๆ ที่คอยตักเตือน เวลาเราหลงทางน่ะคับ

    เรื่องนี้ ไม่ใช่ง่ายเลย ถ้าไม่มีคนเตือน เข้าอารมณ์ผิด แล้วเข้าใจว่ามันใช่
    แค่นี้ก็ หลงแล้ว
     
  8. มารวิกะ

    มารวิกะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    196
    ค่าพลัง:
    +525
    ตอบคุณCASY99 ง่ายครับ

    ไม่เช่นนั้นเวลา พระพุทธองค์เทศที คนคงไม่บรรลุธรรมได้เป็นพันๆ

    หมื่นๆคนหรอกนะครับ (อย่าคิดว่าธรรมะเป็นของยาก)

    ผมเองว่าคุณกำลังดูแคลนคนอื่นอยู่ ถ้าบังเอิ_คุณไปดูแคลนคนที่เขา

    ได้จริง ผลมันจะเป็นอย่างไร...ไม่อยากคิด
     
  9. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,952
    กระทู้เรื่องเด่น:
    19
    ค่าพลัง:
    +11,919
    ที่บ้านสายลม คับ จะได้หายสงสัย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 กันยายน 2014
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,808
    กระทู้เรื่องเด่น:
    582
    ค่าพลัง:
    +67,084
    บ้าง ดูเต็มภายนอก แต่ ข้างในว่างเปล่า

    บ้าง ดูว่างเปล่าภายนอก แต่ ข้างในเต็ม

    บ้าง สารพัดคละเคล้าปะปนภายนอก และ ข้างในก็สารพัดคละเคล้าปะปน


    ...แต่ ผู้มีจิตดี ตา(ปัญญา)ดี ย่อมสามารถ คัดสรร และ ได้สาระ แม้จากสิ่งที่ดูเหมือน ..."ไร้สาระ"
     
  11. tsukino2012

    tsukino2012 หยุดจึงพบ สงบจึงเกิด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,313
    ค่าพลัง:
    +3,097
    คนเราเป็นสัตว์สังคม ชอบสรรค์หากิจกรรมสนุกๆทำร่วมกันอยู่แล้วครับ
    ถ้าทำให้เหมือนยาก ก็จะไม่มีใครอยากมาร่วม
    แต่พอทำให้คล้ายว่าง่าย ก็เข้ามาบองกันเยอะ
    ลองไปลองมา มโนไปมโนมา เพลินๆ สนุกสนาน
    คนเราก็มีเท่านี้ ทำสิ่งที่ชอบที่ถูกใจ อันไหนไม่ชอบไม่ถูกใจก็ไม่ทำ
     
  12. ZIGOVILLE

    ZIGOVILLE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    196
    ค่าพลัง:
    +792
    "แม้นจิตดวงใดๆจะบรรลุ หรือไม่บรรลุ "ธรรม" ก็ตาม ..."ธรรม" นั้นก็เป็นของที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในจิตทุกดวง ไม่มีกาลเวลา ส่วนทางแห่งความเสื่อมใน "ธรรม" คือ เมื่อจิตเห็น "ธรรม" แล้วเข้าไปยึดมั่นถือมั่นว่า "ธรรม" นั้นเป็นของของตน"

    หลายคนที่วิปลาส อวดเก่ง อวดอุตริ อาจมีบางส่วนที่เกิดจากการเข้าไปยึดมั่น ว่า"ธรรม" นั้นเป็นของตน ตนบรรลุขั้นนั้น ขั้นนี้ จนกลายเป็น "อุปทาน" คิดเอง เออเอง แล้วเอามาแสดงต่อ กลายเป็นอุปทานหมู่ไป...แต่ในธรรมชาตินั้น มีทั้งของดี และไม่ดี จะแยกแยะได้ต้องฝึกให้เชี่ยวชาญคงจะคล้ายกับการแยกเพชรแท้ เพชรปลอม
     
  13. tsukino2012

    tsukino2012 หยุดจึงพบ สงบจึงเกิด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,313
    ค่าพลัง:
    +3,097
    ของจริงก็ไม่เจอครับ
    เพราะของจริงนั่งหลับตา ไม่สนใจใคร
    คงมีวิธีเดียว คือทำตัวเองให้เป็นของจริงเท่านั้น
     
  14. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    คนเข้าเวปนี้ มีเป็นแสน ๆ เลยจ้า ทั้งที่ตอบ ไม่ตอบ อ่านเฉยๆ
    ที่เคยเข้า และยังเข้าอยู่

    ยังไม่เคยเห็นหน้าใครสักคน ก็รู้แล้วว่าคนนั้น คนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้

    เก่งจัง...

     
  15. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    ธรรมไม่ได้มีอยู่ในตัวเราตั้งแต่แรกหรอกจ้า ไม่งั้น ทำไมมี ฆาตกร มิจฉาชีพ เยอะแยะไปหมด
    ธรรมมันก็อยู่อย่างนั้นของมันจ้า คนวิ่งเข้าหาจ้า
    ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด ไม่ใช่ passive skill ต้องดิ้นรนเอาเองจ้าา
    ไม่ฟังธรรม = โง่ จ้าา
    ฉลาดคือ ไปนิพพาน หมดแล้วจ้า
    นั่ง ๆ อยู่นี้ ยังโง่กันอยู่จ้า เพราะยังไม่รู้ธรรมอันมีความหลุดพ้น เรียกว่ายังมีความโง่ อยู่ จ้า
    สมาธิทำให้เกิดปัญญา แต่ก็ทำให้บ้าได้จ้า
    บ้าอะไร ก็คือบ้าสมาธิเกินไป จนไม่เอาอย่างอื่น
    รู้จักไตร่ตรองปัญหาต่างๆ เมื่อเกิดปัญญาศีลก็เกิดขึ้นมาเอง<< เค้ามีศีลกันก่อนจ้าา
    ปัญญาเกิดจากการฟังธรรม จ้า

    รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ต้องมายึดติดกับสิ่งใดๆๆๆๆ แค่ทำอะไรต้องมีสมาธิ มีสติทุกครั้ง ชีวิตมีสุข<< โลกสวยจ้า ชีวิตจริงทำไม่ได้หรอกจ้าา ต้องฝึกฝน อย่างหนักเท่านั้นจ้าา



     
  16. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    ของจริงไม่ได้วัดที่หลับตา จ้าา
    คนพิการ ก็หลับตาจ้า
    นอนน้อยก็หลับตา ขี้เกียจก็หลับตา จ้า

    พวกนั่งสมาธิเยอะ ๆ ก็มีจ้าา
    มีมาก่อนพุทธการ แล้วจ้าา
    นั่งมา 1,000 ปี ยังไม่หลุดพ้น ก็นั่งกันต่อไปเถิดจ้าา
    พระพุทธเจ้าหลุดพ้นแล้ว จ้าาา อยากช้า ก็หลับหูหลับตา นั่งต่อกันเถิดจ้าา

    ของจริงวัดกันที่กิเลสภายใน เป็นของเฉพาะตน รู้ได้เฉพาะตน
    หลับตาเป็นของภายนอกจ้าา
     
  17. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    อยากมีปัญญาจากการนั่งสมาธิ
    นั่งไปเลยจ้าา แสนกัลป์ ไปเป็นพระพุทธเจ้าเสียเองเลย ไปเลยจ้าา
     
  18. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    ส่วนข้าพเจ้า ไม่มีอภิญญาอะไรสักอย่างเลยจ้าา
    ตอบแทนคนที่มี เลยจ้าาา
     
  19. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    การทำความเพียร ไม่จำเป็นต้องหลับตาก็ได้ครับ
    ถ้าพูดถึงหลับตาในที่กล่าวมา ตีความได้อย่างเดียวว่า
    นั่งสมาธิหลับตา
    ใคร ๆ ก็ตีความเป็นแบบนั้นแน่นอน เชื่อผม
     
  20. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +973
    นั่งหลับตาทั้งนั้น


    ไม่ใช่นั่งสมาธิแล้วคืออะไรเอ่ย?
     

แชร์หน้านี้

Loading...