จะทราบอย่างไรว่าเรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย PalmPlamnaraks, 21 กรกฎาคม 2006.

  1. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,790
    [​IMG]


    สนทนาภาษาธรรม:๕๗
    <O:p</O:p

    ๓๘.ทราบอย่างไรว่าปฏิบัติธรรมก้าวหน้า

    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ถาม
    <O:p</O:p
    จะทราบอย่างไรว่าเรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม

    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ตอบ
    <O:p</O:p
    ทราบโดย
    <O:p</O:p
    ๑.มีสติระลึกทันสิ่งกระทบที่เข้ามาทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ มากขึ้น

    <O:p</O:p๒.เห็นการเกิดดับของสิ่งกระทบมากขึ้น
    <O:p</O:p
    ๓.การปรุงแต่งอารมณ์ของจิตลดน้อยลง ทำให้เกิดความสงบขึ้นในใจ
    <O:p</O:p
    ๔.จิตเป็นอิสระจากโลกธรรมและวัตถุมากยิ่งขึ้น





    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ที่มา : หนังสือสนทนาภาษาธรรม จากเว็บไซต์กัลยาณธรรม <O:p</O:p
    ตอบปัญหาโดย ท่านอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    คัดลอกจากหนังสือโดยการพิมพ์ ของpalmnaraks ผิดพลาดประการใดขอน้อมรับความผิดแต่เพียงผู้เดียว<O:p</O:p
    หนังสือยืมมาจาก ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
     
  2. GenerationXXX

    GenerationXXX เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +2,159
    จริงๆ ถ้าจะรู้ว่าตัวเองระดับไหนแล้วแนะนำว่า...อย่าทำดีกว่า เพราะมารจะเข้าง่าย ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าถ้าอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่าไปทำ เดินแบบทื่อๆ และก็ค่อยๆ เดิน ไปต้องรีบ สำเร็จแล้วจะทราบด้วยตัวเอง
     
  3. GenerationXXX

    GenerationXXX เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +2,159
    จริงๆ ถ้าจะรู้ว่าตัวเองระดับไหนแล้วแนะนำว่า...อย่าทำดีกว่า เพราะมารจะเข้าง่าย ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าถ้าอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่าไปทำ เดินแบบทื่อๆ และก็ค่อยๆ เดิน ไปไม่ต้องรีบ สำเร็จแล้วจะทราบด้วยตัวเอง
     
  4. รสิตา

    รสิตา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +473
    ขอโมทนาด้วยนะคะที่นำมาแนะนำ และเห็นด้วยกับทั้งสองข้อความข้างบน
    (i)
    แนวทางที่ท่าน อ.สนองชี้แนะนั้น จะช่วยเสริมสร้างกำลังใจ ให้กับผู้ปฏิบัติที่รู้สึกว่าตนเองทำไปแล้ว ไม่รู้สึกถึงความก้าวหน้า ย่ำอยู่กับที่

    ยิ่งอยู่ห่างไกลครูบาอาจารย์ที่จะให้คำปรึกษาได้ ก็จะยิ่งคิดว่าตนเองปฏิบัติแล้ว ไม่เกิดอะไรที่เห็นผล หากกำลังใจยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ยังไม่คงที่ ไม่มั่นคง อาจจะท้อถอยได้

    แนวทางทั้ง ๔ ข้อของท่านอาจารย์ จะช่วยให้เป็นหลักเกณฑ์ หมั่นตรวจตราจิตตนเองได้ชัดเจนขึ้น เช่น ในข้อสอบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ คล้าย ๆ กัน เราโกรธเท่าเดิมมั้ย ?? นาน 3 วัน ถึงจะหายขุ่นเคืองแบบสมัยก่อนหรือเปล่า หรือฝึกปฏิบัติไปเรื่อย ๆ แล้ว มันกลายเป็นครึ่งวันหายโกรธ หายขุ่น แล้วพัฒนาไปเป็น 3 ชั่วโมงหายขุ่น เป็นต้น

    ต้องพยายามหมั่นตรวจตราฝึกฝนดูเอง ใครก็มาดู มาขัดเกลาให้ไม่ได้ ต้องทำด้วยตนเอง
    ตัวของเราเท่านั้นที่จะรู้จิตตนเองดีที่สุด ว่าจิตเรามีกิเลสข้อใดฝังอยู่ มาก - น้อย เพียงไร
     
  5. KomAon11

    KomAon11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    4,810
    ค่าพลัง:
    +18,981
    ......

    มารเต็มไปหมดเลยครับยุคนี้ รวมทั้งมีกรณีแปลกๆเยอะแยะเต็มไปหมด

    [ สติ ] สำคัญมาก ...

    แต่ถ้าสมมติสติเราค่อนข้างดีแล้ว

    ผมขอสังเกตในแนวคิดของผมว่า ถ้าจะตัดสินว่าความก้าวหน้าเราไปถึงไหน... ให้ดูว่า ตัวเอง

    มีความสงบใจ เย็นใจลงรึเปล่า? แหะๆ
     
  6. varanyo

    varanyo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    925
    ค่าพลัง:
    +3,372
    ครับ...ความอยากรู้...ว่าเราอยู่ระดับไหนแล้วนะ...สำเร็จแล้วหรือยัง...
    ความอยากเป็นตัวกิเลสที่เป็นมารคอยกีดกั้นการพัฒนาจิตของเราครับ...
    ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้าไปได้เลย...ทุกครั้งที่ปฏิบัติทำเสมือนว่าเราเริ่มต้นใหม่เสมอแล้วผมนั้นจะปรากฏเองครับ...ขออนุโมทนาสาธุ...
     
  7. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +20,858
    คำตอบข้างบนก็ถูกต้อง แต่อยู่สูงขนาดยอดตาล
    คนเดินดินมองไม่เห็น

    ขออนุญาตแก้อย่างง่ายๆตามแนวของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก
    ท่านว่า หากตัว โลภะ โทสะ โมหะ ของเราเบาบางลงไปถือว่าใช้ได้ครับ
    เรื่องนี้สำคัญ ปฏิบัติได้ ต้องวัดผลได้ดังนี้ครับ
     
  8. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +26,535
    ยิ่งผิวน้ำสงบนิ่งลงเท่าใดจากการที่เคยเป็นลมมรสุมมาแสนนาน...คุณก็ใกล้เข้าไปแล้วละ
     
  9. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +1,935
    เห็นจริงและโมทนาด้วยครับ
    กับคำตอบของท่าน อาจารย์สนอง
     
  10. cheterk

    cheterk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    512
    ค่าพลัง:
    +1,568
    สาธุ ครับ


    แม่หนอ แม่เรา เห็นภาพแล้ว วันนี้ท่านรักแม่หรือยัง ?
    mms://www.luangta.com/archive1/video/vBorn.wmv
     
  11. โอมม์

    โอมม์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +35
    ผิวน้ำยิ่งสงบเท่าใด หมายความว่า ลมมรสุมลูกใหม่กำลังใกล้เข้ามา อย่าได้ นิ่งนอนใจและชล่าใจ คิดว่าน้ำที่นิ่งนั้นสวยงาม ธรรมชาติมักซ่อนอันตรายไว้ในความสวยงาม ยิ่งสงบยิ่งต้องระวัง เพราะความสงบจะทำให้เราไม่ระวังแล้วขาดสติ คิดว่าไม่มีอะไร เวลานั้นแหละเป็นเวลาที่จิตแห่งมารจะเข้าแทรก ความสบาย ความสวยงาม ทำให้เกิดกิเลส ทำจิตให้เป็นกลางไม่ไปลุ่มหลง อยากรู้อยากเห็นมากเท่าไหร่ นั้นคือผลดีกับเรามากเท่านั้น เมื่อปราศจากความอยาก ความสงบที่แท้จริงจะมา ประตูนิพพาน จะเปิดรับเอง
     
  12. พลรัฐ

    พลรัฐ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    610
    ค่าพลัง:
    +1,111
    ...เอาตามแบบ ใช้วิปัสสนาญาณ9 เข้าเทียบ หรือ ใช้สังโยชน์10
     
  13. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +1,935
    ความเห็นส่วนตัวน่ะครับ นักปฏิบัติส่วนใหญ่แล้ว เวลาๆที่สงบนิ่ง ไม่ว่าจะใช้กรรมฐานกองใดก็ตอบ จะได้ผลคือความสงบ จะสงบมากหรือน้อยก็แล้วแต่กำลังของแต่ละบุคคล แต่การสงบแบบนี้ถือเป็นการสงบแบบสมาถะ หรือเรียกว่าการสงบด้วยการทำสมาธิ ซึ่งการสงบแบบนี้ยังไม่มี"ปัญญา"เกิดขึ้น

    ผลข้างเคียงที่นักปฏิบัติส่วนใหญ่ได้รับก็คือทำให้คิดว่าตัวเองเก่ง สามารถภาวนาให้จิตสงบได้หรือหลงตัวเองว่า กิเลสลดลงแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วกิเลสไมได้ลดลงเลย และการที่ภาวนาให้จิตสงบได้บ่อยๆ มีผลทำให้เกิด "อัตตา' ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าสามารถควบคุมจิตให้สงบได้

    ลักษณะสงบด้วยสมาธิ เปรียบเหมือน"หินทับหญ้า" คือเราเอาก้อนหินไปทับหญ้าไว้ หญ้ามันก็ไม่โต ไม่โผล่ขึ้นมา
    แต่พอเราเอาก้อนหินออก หญ้ามันก็โผล่ขึ้นมา และเจริญเติบโตต่อไป

    ความสงบด้วยสมาธิ ไม่ใช่ว่าเป็นของไม่ดี ครับ เป็นของดี มีประโยชน์ แต่ต้องรู้จักใช้ให้เป็น จะได้ไม่หลงสมาธิ ส่วนวิปัสสนาเปรียบเหมือนการขุดราก ถอดโคน ขัดเกลากิเลส ผลทีสุดคือการหมดกิเลส เปรียบเหมือนการขุดราก ถอนโคน ต้นหญ้า ทิ้งไป ซึ่งวิปัสสนาทุกฐาน ย่อมมีจุดเริ่มต้นมาจาก"ความรู้ตัว" พอเราสามารถรู้ตัว หรือตื่นได้แล้ว ถึงจะเริ่มเจริญวิปัสสนาได้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กรกฎาคม 2006
  14. gitti

    gitti เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    398
    ค่าพลัง:
    +1,043
    ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่นำกระทู้ดีๆมาให้อ่านนะคะ โมทนาสาธุค่ะ ศีล สมาธิ สติ ปัญญา
     
  15. jomr0547

    jomr0547 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มกราคม 2006
    โพสต์:
    73
    ค่าพลัง:
    +261
    ถูกต้องคับ คุณ Nirvana
    >>>ขออนุญาตแก้อย่างง่ายๆตามแนวของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก
    ท่านว่า หากตัว โลภะ โทสะ โมหะ ของเราเบาบางลงไปถือว่าใช้ได้ครับ
    เรื่องนี้สำคัญ ปฏิบัติได้ ต้องวัดผลได้ดังนี้ครับ<<<

    ใช่เลยครับ วัดได้แน่นอน
    พระโสดาบันใจเย็น อยู่กับพระโสดาบันจะรู้สึกเย็น
    พระอรหันต์ เย็นที่สุด<!-- / message -->
     
  16. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,790
    ...
     
  17. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,790

แชร์หน้านี้

Loading...