จะสวดมนต์บทไหนดี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาชีวิต

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย goodjob2u, 20 พฤษภาคม 2018.

  1. goodjob2u

    goodjob2u เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    675
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,402
    จะสวดมนต์บทไหนดี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาชีวิต

    %B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B5.jpg


    สวดมนต์ผิดบทยิ่งพาชีวิตเราสับสน ก่อนที่ท่านจะสวดมนต์ ขอท่านโปรดศึกษาหาความรู้จากคำสอนของครูบาอาจารย์เสียก่อนนะครับ อย่าสักว่าแต่เชื่อคำพูดของคนอื่น ขอให้ท่านโปรดมีพิจจารณญาณในรับฟังด้วยนะครับ ผมเคยพบเจอกับญาติธรรมบางท่านสวดมนต์เป็นชั่วโมงๆ ทุกวันแต่ขอประทานโทษ สวดทั้งน้ำตา กินน้ำตาต่างข้าว ชีวิตครอบครัวหาความสุขแทบไม่ได้เลย สามีภรรยาทะเลาะกันเช้า เย็นลูกเต้าเกเร ว่านอนสอนยาก ทำมาค้าขายขาดทุน ทุนหายกำไรหด เพราะอะไรทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็เพราะท่านสวดมนต์ไม่ถูกบท สวดสะเปะสะปะ ใครเขาว่าบทไหนดีสวดตะพึด ขอประทานโทษ สวดทุกวันแต่ไม่เกิดปัญญา

    มีญาติธรรมหลายท่านได้สอบถามปัญหากันเข้ามาเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการสวดมนต์ ว่าเราควรจะสวดมนต์บทไหนดี ถึงจะถูกต้อง สวดแล้วชีวิตของเราจะได้พบกับความสุข เพราะในหนังสือแต่ละเล่มก็จะมีการแนะนำให้สวดบทนั้นบทนี้ พาหุงมหากาก็ดี ชินบัญชรก็ดี ยอดพระกัณฑ์ไตยปิฏกก็ดี มหาเมตตาใหญ่ก็ดี บทสวดธรรมจักรก็ดี ถึงจะถูกต้องและเหมาะสม บางท่านก็ได้รับคำแนะนำมาว่าให้สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น สรุปเลยไม่ทราบว่าจะสวดบทไหนดี

    วันนี้ผมขออธิบายให้ทุกท่านทราบกันอย่างเข้าใจ เพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องนี้กันเสียที พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ท่านได้กล่าวแนะนำแก่ญาติธรรมที่ประสบกับความทุกข์ใจในชีวิตว่า

    ๑.บทสวดมนต์บทพาหุงมหากา นั้นมีอานิสงส์มาก เป็นบทสวดสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีความอดทน และความเพียรเอาชนะมารทั้งแปด จนพระองค์สามารถตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หากเรานำมาสวดทุกวันจะช่วยคุ้มครองปกปักรักษาชีวิตของเราและครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข ความแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง อานิสงส์จากการสวดช่วยทำให้เกิดสติมาปัญญาเกิด เราสามารถนำเอาปัญญาที่ได้มาแก้ไขปัญหาในชีวิตของเราได้ อุปสรรคต่างๆ ในชีวิตก็จะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไป โรคภัยไข้เจ็บที่เป็นก็จะห่างหาย เรียกสุขกายสบายใจ จิตใจปลอดโปร่ง ท่านจะนอนหลับอย่างเป็นสุข ตื่นมาหน้าตาใดใส

    ๒.บทสวดกะระณียะเมตตะสูตร เป็นบทสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับ พระภูมิเจ้าที่ ตลอดจนเทวดา สัมพเวสี ทำให้ท่านรักใคร่เมตตา หากเราสวดทุกวันแล้วท่านจะมาเป็นมิตรกับเรา ท่านจะคอยปกปักรักษาดูแลเราและครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข คนก็รัก ผีรัก หมาก็รัก หากสวดขณะเดินทาง จะทำให้เกิดความแคล้วคลาดจากอันตรายครับ ตำรวจไม่จับ

    ๓.บทสวดชินบัญชร สมเด็จโตพรมรังสี ท่านจรดขึ้นมาเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกทุกพระองค์

    ๔.บทสวดยอดพระกัณฑ์ไตยปิฏก สวดเพื่อบูชา และระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ที่เคยอุบัติขึ้นมาในโลกมนุษย์

    ๕.บทสวดมหาเมตตาใหญ่ เป็นบทที่เทวดาสวดกันบทนี้ เทวดาจะสวดมนต์เวลา ๒๔.๐๑น. เพราะเป็นเวลาที่เทวดาที่เป็นสัมมาทิฐิจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า บทสวดมนต์บทนี้เป็นการแผ่เมตตาไปทุกทิศโดยไม่มีประมาณ ใครที่นำมาสวดครอบครัวจะมีแต่สุข เพราะอานิสงส์จากการแผ่เมตตา จะนอนก็หลับอย่างเป็นสุข ตื่นขึ้นมาหน้าตาก็สดใส ผิวพรรณเปร่งปลั่งมีน้ำมีนวล เป็นที่รักใคร่ของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

    ๖.บทสวดธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร เป็นพระธรรมะเทศนาบทแรกที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ ทีป่าอิสิปมฤคทายวัน ทำให้พระอัญญาโกณทัญญได้ดวงตาเห็นธรรม

    หากใครที่นำไปสวดจะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ท่านกล่าวเอาไว้ว่าหากใครสวดครบ ๑ พันจบจะเกิดความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

    ๗. บทสวดมนต์ ทำวัตร เช้าเย็น นั้นมีเอาไว้สำหรับญาติธรรมที่ไปถือศีล ๘ หรือที่เรียกว่าบวชเนกขัมมบวชเพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ตัวเราเอง ศีล ๕ ยังรักษาไม่ได้ ไม่ต้องไปสวดนะครับ ให้เราสวดมนต์บทพาหุงมพากา และอิติปิโส เกินอายุ ๑ จบทุกวันเพราะนี่คือสิ่งที่จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของเราครับ

    ญาติธรรมท่านใดที่มีวิบากกรรมหนัก หรือเคยเกี่ยวข้องกับการทำแท้งให้สวดอิติปิโส ๑๐๘ จบทุกคืนก่อนนอนนะครับ หรือจะสวดทั้งวันก็ได้ ว่างเวลาไหนสวดได้เลยครับ

    เวลาที่เหมาะสำหรับการสวดมนต์

    เวลาตั้งแต่ ๑๙.๐๐น. ถึงเวลา๒๔.๐๐น. เพราะเป็นเวลาที่พระสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็นพร้อมกับปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เป็นช่วงที่ทำให้จิตใจของเราเกิดความสงบ และเป็นเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์

    เวลา ๒๔.๐๑น. เป็นเวลาที่เทวดาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อสนทนาธรรม ในเวลานี้เราไม่ควรเข้าไปหิ้งพระ เพราะเป็นเวลาที่เทวดาจะลงมาสวดมนต์ ห้ามลูกเด็กเล็กแดงเข้าไปนอนในหิ้งพระ หรือหน้าหิ้งพระ เพราะเทวดาจะเข้าไปสวดมนต์ในหิ้งพระไม่ได้ หากมีเด็กไปนอนในห้องพระ เวลาเที่ยงคืนเด็กๆ มักจะร้องไห้งอแง บางรายถึงกับป้วยไข้ไม่สบาย สาเหตุเพราะเทวดาท่านต้องการจะลงมาสวดมนต์

    เวลา๐๔.๐๐น. ถึงเวลา๐๖.๐๐น.ใกล้รุ่ง พระพุทธเจ้าจะทรงตรวจวินิจฉัยสัตว์โลกว่า วันนี้ใครพอที่จะมีบุญวาสนาพอที่พระองค์จะทรางไปโปรด แสดงธรรม สมควรแก่อุปนิสัยบารมีของคนเหล่านั้น ให้เขาได้เห็นดวงตาแห่งธรรม เวลานี้เป็นเวลาที่พระสงฆ์ลุกขึ้นมาสวดมนต์ทำวัตรเช้า จึงเป็นเวลาที่เหมาะแก่การสวดมนต์และการปฏิบัติกรรมฐานเพราะจิตใจจะเกิดความปลอดโปร่ง สงบเยือกเย็น ทำให้จิตเกิดสมาธิ

    เวลา ๐๖.๐๐น. ไปจนถีงเวลา ๐๗.๐๐น.จะเป็นเวลาที่พระพุทธเจ้า และพระสงฆ์ออกบิณฑบาตรโปรดสัตว์ เมื่อเราสวดมนต์เสร็จแล้วให้จัดเตรียมอาหารคาวหวานเอาไปใส่บาตรในเวลาที่พระสงฆ์เดินมารับบิณฑบาตร คนที่หมั่นตักบาตรทำบุญชีวิตครอบครัวมีอยู่ดีมีความสุขมาหากินไม่ขัดสน ค้าขายดี ในยามที่ทุกข์เทวดาท่านจะคอยช่วยเหลือ ขอให้ท่านหมั่นตักบาตรทำบุญกันเข้าไว้นะครับ สะสมบุญกันวันละเล็กละน้อย เรามีอะไรก็ใส่ไป ข้าวขันแกงถ้วย น้ำพริกต้มผัก ไข่ต้ม น้ำปลาร้า ไม่ต้องอายนะครับ ถึงเราจะยากดีมีจนเราก็ใส่ไปตามที่เรามี เพราะอานิสงส์จากการใส่บาตรจะช่วยทำให้ชีวิตของเราให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาหากินไม่ขัดสน จะมีคนคอยเมตตาช่วยเหลือ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ขอให้ท่านหมั่นสวดมนต์พร้อมกับการตักบาตรทำบุญ หากญาติธรรมท่านใดที่ไม่มีเวลาไปใส่บาตร ก็ใช้วิธีหนอดกระปุกออมสินแทน เวลาที่เราสวดมนต์ไหว้พระ ให้เราเอาเงินมาจบใส่ในมือวันละ ๑ บาท ๓ บาท ๕ บาท ๙ บาท เรามีน้อยก็ทำแต่น้อยเมื่อเราทำบ่อยๆ เข้าบุญนั้นก็จะมากขึ้นตาม อย่าดูถูกนะครับว่าเงินที่เราทำนั้นน้อยนิด บุญกุศลไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน ว่าใครทำมากจะได้บุญมาก ใครทำน้อยจะได้บุญน้อย ตรงนี้ยังมีอีกหลายท่านที่ยังมีความเข้าใจที่ผิดๆ บุญกุศลจะมากหรือน้อยนั้นอยู่ที่เจตนาครับ อยู่ที่ว่าทรัพย์ที่เราหามาได้นั้น ได้มาจากสัมมาอาชีพหรือไม่ ขณะที่เราทำบุญเรามีศีล ๕ ไหม จิตของเราบริสุทธิ์มากน้อยแค่ไหน เวลาที่เราให้ทานเราควรจะยกจิตของเราให้สูงขึ้น

    ” ยามใดให้ผ่องแผ้วเหมือนกับแก้วมีค่าชูราศี

    ยามใดที่ใจหมองหม่นเหมือนมณีแตกหมดลดราคา ”

    นี่ตรงนี้ที่หลายคนไม่ทราบ เวลาไปทำบุญที่วัด ขอให้เราสำรวมกาย วาจาใจ อย่าไปคุยกัน อย่าไปพูดแข่งกับพระ อย่าไปนั่งนินทากันปากยื่นปากยาว เวลาที่ผมไปวัด ขอประทานโทษ โอ้โฮ้ โยมคุยแข่งกับพระ เวลาที่พระให้ศีลให้พร ฟังไม่รู้เรื่องเลย ทั้งลูกเด็กเล็กแดงเสียงดังเอ็ดตะโล หากท่านไปวัดน่าจะเงียบกันเข้าไว้

    ไปวัดกระซิบบอกเบาๆ ฟังเขาสอน ชีวิตเราที่เกิดมาไม่ถาวร

    อย่ามัวนอนหลงเล่นไม่เป็นการ ไฟสามกองกองเผาเราเสมอ

    อย่าเลินเล่อควรทำกรรมฐาน

    ไหนๆ ชีวิตเราเกิดมาต้องตายทุกคน ในเมื่อใกล้ตายญาติมิตรบอกให้คิดถึงพระอรหัง รู้ได้ดีที่สุดคือคุณพระพุทธัง เพราะกำลังเวทนาทุกข์กล้าเอย

    อย่าไปทำเสียงดังเหมือนนกกระจิบ นกกระจอก ที่ร้องแซ่งแซ้เสียงดัง ระวังนะแทนที่จะได้บุญท่านจะหอบเอาบาปกลับมาแทน ไปวัดเราต้องนิ่ง หูฟังปากนิ่ง คอยรับศีลรับพร เวลาที่พระท่านสวดขึ้นต้นว่า ”ยะถา ให้ผี ” เราต้องรีบสำรวมจิตกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้แก่เปรตถุชน และญาติที่ล่วงลับไปแล้วตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

    ” ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง

    เปตานัง อุปะกัปปะติ อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง

    ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา

    จันโท ปัณณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา “

    พอพระท่านสวดขึ้น ” สัพพีติโย ” ก็ให้เรารับพรให้แก่ตัวเอง บางคนที่ผมเห็นยังกรวดน้ำกันไม่เสร็จแล้วตกลงเลยไม่ได้รับพร เพราะเราไม่เข้าใจว่าพระท่านให้ผีหรือให้คน เพราะไม่ฟังและไม่ถาม เมื่อไม่รู้ก็ทำกันแบบผิด ๆ มันก็เลยพากันเข้าป่าเข้าดงไปกันทั่ว เรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองน่าจะคิด ศึกษาหาความรู้กันเอาไว้เสียบ้าง นี่ละหนอมนุษย์ เป็นชาวพุธแค่เพียงทะเบียนบ้าน

    ” สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ

    มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ

    อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน

    จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ, อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง “

    บางคนนะครับสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน แต่ขอประทานโทษไม่เคยตักบาตรทำบุญเลย ถึงพระจะเดินผ่านหน้าบ้านก็บอกว่าไม่มีเวลา บางคนบอกว่าไม่มีศรัทธาในตัวพระ กลัวจะเป็นพระปลอม เราไม่ต้องไปสงสัยหลอกนะครับว่าพระที่เดินมาบิณฑบาตรหน้าบ้านเรานั้นจะเป็นพระจริงหรือพระปลอม ให้เราน้อมนำจิตข้าพเจ้าขอตักบาตรทำบุญแก่พระภิกษุสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติดีแล้ว แค่นี้เองบุญเกิดขึ้นแล้ว บุญถึงแล้ว หากท่านจะมัวแต่จะรอใส่บาตรพระอรหันต์ สงสัยว่าชาตินี้ท่านคงจะไม่ได้ทำบุญกันพอดีเพราะไม่รู้จะไปหาพระอรหันต์กันได้ที่ไหน พอดีตายเสียก่อนเลยไม่ได้ทำบุญ เรียกว่าโง่แล้วยังเซ่ออีกด้วยผมเคยได้ยินคนแก่แถวบ้าน พูดกันว่าพระองค์นี้ฉันไม่ชอบ ฉันเลยไม่ใช่บาตร ท่านก็อดได้บุญไป จะไปเลือกพระกันทำไม ท่านจะดีหรือชั่วมันก็ตัวของท่าน เราทำบุญเราย่อมได้บุญ หากท่านคิดเช่นนั้นแสดงว่าจิตของท่านไม่บริสุทธิ์ทำบุญยังเลือกพระมีที่ไหน ถ้าเช่นนั้นหากพระองค์ไหนที่เราไม่ชอบเราก็ไม่ต้องไปใส่บาตรพระท่านก็เลยอดฉัน พอดีเลยหากพระรูปนั้นท่านเป็นพระต่างถิ่นท่านมาอยู่ แล้วญาติโยมไม่เกิดความศรัทธาในตัวท่าน เมื่อไม่มีใส่บาตร ท่านก็เลยไม่ต้องฉัน เมื่อท่านอยู่ไม่ได้ท่านต้องจากไป สุดท้ายเลยไม่มีพระมาให้เราใส่บาตร เพราะเราทำบุญตามใจเรา เมื่อไม่มีพระแล้วท่านจะไปใส่บาตรกับพระที่ไหน หรือว่าท่านจะไปใส่บาตรกับพระพุทธรูปที่วัด ไปถวายข้าวพระพุทธแล้วคงจะได้บุญว่างั้นเถอะ ตรงนี้ขอให้ท่านทั้งหลายโปรดคิดจะทำบุญอย่าเลือกพระ บุญกุศลนั้นอยู่ที่ใจ หากท่านยังคิดเช่นนี้อยู่ท่านแสดว่าจิตของท่านยังต่ำ ท่านจะไม่มีโอกาสได้ทำบุญเหมือนกับคนอื่นเขาเลย เป็นที่น่าเสียดายมาก ชีวิตของคนเราเกิดมาอยู่ไม่นานเดี๋ยวก็ตายแล้ว น่าจะรีบขนขวายทำบุญกันเข้าไว้ ไม่ใช่มัวแต่มานั่งคิดเลือกพระที่จะทำบุญ หน้าโง่ที่สุด พอตายลงไปต้องไปอยู่ในเมืองนรก ไปตกนรก

    พอยมบาลถามว่าเคยทำบุญมาบ้างไหม

    อิฉันไม่เคยทำบุญใส่บาตรเลยเจ้าคะ เพราะอิฉันไม่ชอบพระ ท่านเดินผ่านหน้าบ้านอิฉันทุกวัน แต่อิฉันไม่ใส่บาตรเจ้าคะ

    สาธุ ชีวิตของท่านเลยไม่ได้บุญ เพราะเวลาในชีวิตของท่านมันหมดลงก็เลยต้องไปตามเวรตามกรรมหมดโอกาสสร้างบุญกุศล น่าเสียดายมาก

    หากเราไม่สร้างบุญกุศลแล้วจะมีบุญที่ไหนมาช่วยเราหนอ ขนาดพระเดินผ่านยังบอกไม่มีเวลา บุญมาหาเราจนถึงหน้าบ้านน่าจะรีบลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อตักบาตรทำบุญ บุญกุศลนั้นเราต้องรู้จักขนขวาย ไม่ใช่นั่งรอบุญวาสนา บุญเราไม่เคยสร้างราชรถที่ไหนจะมาเกยหัวกะไดบ้าน น่าจะรู้จักคิด แค่ลุกขึ้นมาใส่บาตรกับบอกว่าไม่มีเวลา แล้วอยากจะร่ำรวย อยากจะให้ขายของดี มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ บางคนนั่งกินแต่บุญเก่าในอดีต พอบุญเก่าหมดลงหัวทิ่มเลย อย่างนี่เขาเรียกว่าหน้าโง่ หน้าจะรีบสร้างบุญกุศลเข้าไว้ แข่งรถแข่งเรือนั้นอาจจะแข่งกันได้ แต่แข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้หนอ ถึงชาติก่อนเราไม่ได้สร้างบุญกุศลเอาไว้ ชาตินี้ยังไม่สายที่เราจะรีบลุกขึ้นมาสร้าง ขอให้ท่านทำให้จริง ทำด้วยความศรัทธา ทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แล้วท่านจะเห็นถึงอานิสงส์แห่งการทำบุญ การตักบาตรทำบุญนั้นอย่าทำแบบเสียไม่ได้ บางคนทำเพื่อหวังจะให้ตัวเองร่ำรวย คิดจะเอาบุญมาแลกบาป เหมือนกับการไปช๊อบปิ้ง อย่างนั้นช่วยไม่ได้

    บางคนสวดมนต์ก็ไม่อยากจะสวด ทำบุญก็ไม่อยากจะทำ เวลาใครมาบอกบุญ ทำหน้าเหมือนกับเซ็งจะตาย พอเขาเดินผ่านไปยังไม่พ้นหลังเลยนินทาว่าร้ายเขาเสียแล้ว อะไรมาบอกแต่บุญ วัดโน่นก็มา วัดนี่ก็มา ซองกฐินผ้าป่ามากันเต็มไปหมด ใครเขามาบอกบุญกับเรา หากเราไม่ไม่มีจิตศรัทธาก็ควรวางเฉยเสียหากเรามีศรัทธาก็ทำ ๕ บาท ๑๐ บาท นี่บุญนะครับ เมื่อเราทำบุญนั้นย่อมเกิดขึ้นแก่ตัวเรา อย่าไปคิดไม่ดีกับพระ หรือแม่ชีที่มาบอกบุญ หรือกับคนที่เขามาเดินเรี่ยรายเงินไปทำบุญ เราทำบุญเราย่อมสุขใจ บุญย่อมนำมาซึ่งความสุข อย่าไปสงสัยคนอื่นเขา หากเราทำไปแล้วเขาเอาเงินไปทำอย่างอื่นก็ช่างเขาปะไร บุญใครทำคนนั้นย่อมได้รับ เวลาที่เราทำบุญขอให้เรายกจิตของเราให้สูง สาธุ นี่บุญอยู่ตรงนี้ แต่เราไม่เข้าใจคิดว่าต้องทำบุญด้วยเงินทองถึงจะได้บุญ ถึงเราไม่ทำ แต่คนอื่นทำเขาเอาบุญมาฝากเราร่วมอนุโมทนาบุญด้วยอย่างนี้เราก็ได้บุญ บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา นี่เราต้องฉลาดในการสร้างบุญ

    หลายคนมักจะบ่นว่าไม่มีเวลาสวดมนต์ เพราะหน้าที่การงานยุ่งมากจะเอาเวลาที่ไหนมาสวดมนต์กว่าจะกลับถึงบ้านหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ถ้าจะให้มานั่งสวดมนต์คงจะไม่มีเวลา บางคนขอต่อรองว่าสวดอิติปิโส ๙ จบได้ไหมเพราะเลขนี้เป็นเลขมงคล หากท่านอยากจะให้ชีวิตของท่านอยู่ดีมีความสุข ท่านก็เลือกเอาเองนะครับ ทำความดียังต่อรอง ทำความดียังพลัดวันประกันพรุ่งแล้วชีวิตของท่านจะได้พบกับของดีได้ยังไงกัน หากท่านอยากจะให้ชีวิตของท่านและครอบครัวอยู่ดีมีความสุข ขอให้ท่านสละเวลามาสวดมนต์ไหว้พระกันเถอะนะครับ ความดีไม่มีขายใครอยากจะได้ต้องทำเอง

    มีญาติธรรมหลายท่านที่สอบถามกันเข้ามาว่า หากเราเหนื่อยมากจะนอนสวดได้ไหมตรงนี้ต้องขออธิบายให้เข้าใจกันเสียก่อนนะครับว่า บางคนที่เขาเจ็บป่วยไม่สบาย ร่างกายไม่แข็งแรงที่เขานอนสวดแล้วหายป่วยนั้นเพราะเขาเกิดศรัทธา เมื่อเขาสวดโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ก็หาย ส่วนตัวเรามือดีเท้าดีกลับไม่ยอมนั่งสวดจะขอนอนสวด ระวังนะครับเกิดชาติหน้าจะกลายเป็นงูเหลือมเพราะมีหลายท่านชอบนอนสวดมนต์

    ก่อนที่เราจะเข้าห้องพระสวดมนต์นั้น เราควรจะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ชำระล้างร่างกายให้สะอาดเสียก่อน ควรแต่งตัวให้เรียบร้อย ไม่ควรสวมชุดนอนสวดมนต์นะครับเพราะเป็นการไม่เหมาะ เราควรจะสวมชุดสีขาวเวลาเข้าห้องพระสวดมนต์

    สถานที่ในการสวดมนต์ หลายท่านสอบถามกันเข้ามาว่า หากที่บ้านไม่มีห้องพระจะสวดมนต์ในห้องนอนได้หรือเปล่า ได้ครับการทำความดีนั้นเราสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา การสวดมนต์ในห้องนอนนั้นเราสามารถทำได้ ปูผ้ากับพื้นหาหมอนมาวาง เราก็เอาหนังสือบทสวดมนต์มาวางไว้บนหมอน เสร็จแล้วก็กราบพระข้างๆ กับที่นอน แต่ไม่ควรขึ้นไปสวดมนต์บนที่นอนนะครับเพราะที่นอนสูงเกินไป เพราะเวลาที่สวดมนต์จะทำให้นั่งไม่สบาย ควรจะนั่งกับพื้นด้านล่างครับ บางท่านถามกันมาว่าในห้องนอนไม่มีพระพุทธรูปจะทำยังไง เราใช้วิธีน้อมนำพระเข้ามาในอกครับ

    กราบครั้งแรกนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า

    กราบครั้งที่สองนึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

    กราบครั้งที่สามนึกถึงคุณของพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า

    นี่คือการกราบพระครับ บางท่านกังวลใจเรื่องการจุดธูปเทียนบูชาพระ ไม่จำเป็นนะครับหากสถานที่ไม่อำนวยเราไม่จำเป็นต้องจุดครับ เราสวดมนต์ไหว้พระเราปฏิบัติเป็นพุทธบูชาอย่างนี่ถือว่าได้บุญมาก ไม่จำเป็นต้องหาธูปเทียนมาจุดเพราะจะทำให้เกิดความลำบากไหนจะกลิ่น ไหนจะเกิดอันตรายจากไฟ บางบ้านจุดธูปเทียนบูชาพระแล้วลืมดับ เกิดไฟไหม้แทนที่จะได้บุญกับเกิดความทุกข์แทน เพราะเราขาดสติ นี่ตรงนี้น่าจะคิด บางคนห้องพักเล็กนิดเดียวพอจุดธูปเสียควันโขมงเลยอากาศไม่ถ่ายเททำให้ร่างกายเกิดเจ็บป่วยปวดแสบปวดร้อนหายใจไม่ออกบางคนเกิดสำลักควันกลายเป็นโรคภูมิแพ้ไปอีก อย่างนี้ไม่ควรจุดนะครับ หากเป็นห้องพระอากาศถ่ายเทสะดวกเราสามารถจุดได้ เมื่อกราบพระเสร็จแล้วควรจะดับธูปเทียนเสีย อย่าปล่อยเอาไว้เพราะจะเกิดอันตราย

    หลายท่านกังวลใจเรื่องการสวดมนต์เพราะไม่มีเวลา เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลนะครับ การสวดมนต์ไหว้พระนั้นท่านสามารถที่จะสวดตอนไหนก็ได้ ว่างตอนไหนก็สวดตอนนั้นจะเช้าสายบ่ายเย็น สวดบนรถ สวดในเรือ หรือสวดบนเครื่องบิน ขณะเดินทางไปทำงาน หรือแม้แต่เวลาที่เราทำงานเราก็สามารถที่จะสวดได้ครับ วิธีการคือสวดเบาๆ หรือสวดในใจ คือให้เรามีสติรู้ตัวอยู่ ใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์

    ยกตัวอย่างนะครับ คนเป็นแม่บ้าน หากมีเวลาน้อยท่านสามารถที่จะสวดมนต์ไปพร้อมๆ กับการทำงานบ้านได้ จะล้างถ้วยล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน จะขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือล่องใต้ ไปจ่ายตลาด ท่านสามารถที่จะสวดมนต์ได้ครับ อย่างตัวผมเองเวลาที่ต้องเดินทาง ขับรถผมก็สวดมนต์ นั่งอยู่บนเครื่องบินผมก็สวดมนต์ นั่งอยู่ในเรือผมก็สวดมนต์ คือเรารู้จักใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ผมปฏิบัติอย่างนี้มาหลายปีครับ ผมไม่เคยละเว้นการสวดมนต์เลย การสวดมนต์ทำให้เราเกิดสติ พอสติมาปัญญาเกิด นี่เราได้ของดีคือปัญญา จะเหลียวซ้าย แลขวา ตาดูหูฟัง มองหนอ รู้หนอ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ นี่สติ เมื่อเราสวดมนต์เราจะมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ส่วนท่านที่ทำงานอยู่ท่านก็สามารถที่จะสวดมนต์ในใจไปด้วยทำงานไปด้วย เวลาที่เรานับอิติปิโสเราก็นับในใจ ใครจะไปรู้ นับไปเรื่อยๆ ทำงานก็จะไม่เสียหาย เพราะเรามีสติ จะเดินไปไหนมาไหนเราก็สวดในใจ หากเราสวดมนต์เวลาเดินทางจะทำให้ปลอดภัยจากการเดินทาง มีแต่คนรัก เจ้านายรัก คนก็รัก หมาก็รัก ผีก็รัก ชีวิตของท่านจะปลอดภัย มีแต่ความสุข เพราะอานิสงส์ที่เกิดจากการสวดมนต์ไหว้พระ

    ผมหวังว่าหลายท่านคงจะได้รับความเข้าใจที่ถูกต้องในการสวดมนต์กันมากขึ้นนะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะครับ ขอบุญรักษาครับ

    Credit : http://www.bansangarun.com

    ขออุทิศบุญจากการให้ธรรมะนี้แด่ดวงจิตของนายสามารถ โต๊ะโต ขอให้ดวงจิตของท่านไปสู่สุขคติภูมิด้วยอำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยด้วยเถิดสาธุ
     

แชร์หน้านี้

Loading...