ชวนไปหิมาลัย ทิเบต Leh - Ladakh

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย spiritualsoul6599, 3 มีนาคม 2018.

  1. spiritualsoul6599

    spiritualsoul6599 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2017
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +12
    1.jpg

    Leh Ladakh

    “เพราะการเดินทางทำให้โลกใบเดิมของเรากว้างขึ้น” ใครคนนึงกล่าวไว้

    เลห์ ลาดัก "Leh Ladakh" สู่ดินแดนทิเบตน้อย

    ลาดักห์ (Ladakh) คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงคาราโครัม กล่าวได้ว่านี่คือสุดเขตแดนตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงถึง 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขึ้นไปโอบล้อมเลห์ (Leh) อันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแคว้นแคชเมียร์และจัมมู ให้กลายเป็นดินแดนลี้ลับ ที่ยากแก่การเข้าถึง ดาลักห์เคยเป็นหนึ่งในอาณาจักรใหญ่ที่สุดที่เคยรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญแห่งหิมาลัยโบราณ อันได้แก่ เส้นทางสายแพรไหม เส้นทางเกลือ และ เส้นทางเครื่องเทศ โดยลาลักห์ทำหน้าที่เป็นชุมทางค้าขายสำคัญของพ่อค้าชาววาณิชที่เดินทางมาพบปะแลกเปลี่ยนซื้อขายกันบนเส้นทางแพรไหมทางบกเชื่อมต่อกับเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง และยุโรปเข้าด้วยกัน ลาดักห์ จึงไม่ต่างกับเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร



    เปลี่ยนบรรยากาศ ลองไปเที่ยวเลห์ ลาดักห์ หรือที่เรียกว่า "Little Tibet"


    จัดขึ้นวันที่ 17 - 27 พฤษภาคม 2561 นี้

    2.jpg

    อินเดีย เลห์ ลาดักห์

    ฤดูกาลท่องเที่ยว เลห์-ลาดัก เริ่มตั้งแต่ พฤษภาคม – ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวลาดักแบบไม่ทรมานในเรื่องสภาพอากาศจนเกินไป หิมะละลายแล้วรถและยานพาหนะสามารถวิ่งได้อย่างปลอดภัยและอากาศจะอุ่นขึ้นมากทีเดียวค่ะ ช่วงเดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาที่ฟ้าใสสวยอากาศไม่หนาว /เดือนตุลาคมเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีงดงามมากค่ะแต่สภาพอากาศก็หนาวมากเช่นกัน

    อัตราค่าบริการ
    กำหนดเดินทาง 11 วัน 10 คืน : เจาะลึกเลห์
    วันที่ 17-27 พฤษภาคม 2561

    เปิดจองแล้ว
    ผู้ใหญ่ ท่านละ 75,000 บาท
    ไม่มีราคาเด็ก

    พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 10,000 บาท

    ลักษณะทริป


    ** ใช้รถ innova นั่งคันละ 4 ท่านเพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพและชมวิว ระหว่างการเดินทางและนั่งกันไม่แน่นรถจนเกินไป สะดวกในการขับเคลื่อนบนทางเขาสูง


    ** เป็นทริปเฉพาะกลุ่มของลูกค้าที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ค้นหาตัวตนภายใน และการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณคืออะไร


    ** มีอุปกรณ์ถ่ายภาพเป็นของตัวเอง
    ** อาจจะได้รับประทานอาหารกลางวัน หรือ เย็นช้าสักหน่อย


    ** แวะจอดตลอดทางได้เรื่อยๆ


    ** อาหารอาจจะรับประทานยากสักหน่อย สำหรับท่านที่คิดว่าเป็นคนรับประทานยากคิดอาหารไทยไปเผื่อด้วยจะดีมากคะ


    **ฝึกสมาธิแนวใหม่ และฝึกจิตวิญญาณภายใน

    1.jpg



    ตารางเที่ยวบิน

    วันที่ เส้นทาง เที่ยวบิน เวลาออก เวลาถึง
    วันที่ 1 ของการเดินทาง กรุงเทพฯ – เดลี 20.10 23.15
    วันที่ 2 ของการเดินทาง เดลี – เลห์ 05.40 07.05
    วันที่ 9 ของการเดินทาง เลห์ – เดลี 07.40 09.10
    วันที่ 9 ของการเดินทาง เดลี – กรุงเทพฯ 14.00 19.45


    **เวลาบินของสายการบินมีการปรับเปลี่ยนตลอด ดังนั้นกรุณาสอบถามก่อนทำการจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศในกรณีที่ท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัดและแนะนำให้จองเที่ยวบินที่ห่างกันกับเที่ยวบินต่างประเทศอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเที่ยวบินล่าช้าค่ะ**



    โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ ฝึกจิตใต้สำนึก สมาธิแนวใหม่ ค้นหาตัวตนภายใน
    โปรแกรมนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ,ความดัน,หอบหืด,ภูมิแพ้ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนการเดินทาง

    map-2613858_960_720.jpg

    วันที่หนึ่ง กรุงเทพ เดลี

    17.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7-8 แถว P / M เคาน์เตอร์ สายการบิน
    20.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง บนเครื่องบินมีอาหารบริการ)
    23.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ อินทิราคานธีร์ เมืองเดลี ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาที่อินเดียช้ากว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมงครึ่ง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นรอต่อเครื่องเช็กอินที่เค้าเตอร์สายการบิน เพื่อทำการบินเข้าสู่เมืองเลห์ ลาดัก ต่อไป


    wb0708_t259_r5094

    วันที่สอง เดลี – เลห์ – พระราชวังเลห์ – Tsemo Gompa – เจดีย์สันติภาพ

    prayer-flags-669327_960_720.jpg

    05.40 น. เหิรฟ้าสู่เมืองเลห์ โดยสายการบิน เที่ยวบิน
    07.05 น. เมื่อถึง สนามบินเมืองเลห์ ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านเข้าโรงแรม พร้อมรับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 1) หลังอาหารให้ท่านได้พักผ่อนเพื่อปรับสภาพอากาศที่เบาบาง เนื่องจากเลห์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล หากอยู่ที่สูงแนะนำให้ดื่มน้ำบ่อยๆ ค่ะ เพราะอากาศค่อนข้างแห้งและเบาบาง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่ายและจำนวนมาก ซึ่งทางทีมงานมียาป้องกันโรคแพ้ความสูงให้รับประทานก่อนเดินทางมายังเมืองเลห์


    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม (มื้อที่ 2)
    บ่าย นำท่านเดินทางไปถ่ายภาพที่ พระราชวังเลห์ (Leh Palace) โบราณสถานบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากจัตุรัสกลางเมืองเลห์สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดัก จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัด Tsemo Gompa และ ป้อมปราการ Tsemo สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) ชมพระอาทิตย์ตกดินเจดีย์สันติภาพตั้งอยู่บนเขาเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวเมืองเลห์ในมุมสูงได้อย่างโรแมนติกและงดงามมากค่ะ เจดีย์นี้สร้างโดยญี่ปุ่นเพื่อประกาศพระศาสนาและจรรโลงสันติภาพ
    19.30 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 3 ) หลังอาหารอิสระพักผ่อน
    ที่พัก โรงแรม ระดับ A ในเมืองเลห์ หรือ เทียบเท่า

    62-640x424




    วันที่สาม เลห์ -วัดเฮมิส – Matho Gompa – วัดทิกเซ่ – พระราชวังเชย์


    07.00 น. อรุณสวัสดิยามเช้ารับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
    08.00 น. ออกเดินทางไปยังวัดเฮมิส (Hemis Gompa) เป็นวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากวัดติ๊กเชย์ เป็นวัดหลักของนิกายนิงมาปะ หรือนิกายหมวกแดงที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในแคว้นลาดัก และยังมีรูปปั้นองค์ปัทมาสมภพที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ด้วย สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ Matho Gompa เป็นวัดพุทธทิเบต อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ทางตะวันออกเฉียงใต้ 26 กม. ฝั่งแม่น้ำสินธุ สามารถมองเห็นวัดติ๊กเซ่ได้จากที่วัดแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 1410 โดยลามะ Dugpa Dorje.


    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 5) นำท่านเที่ยวชม วัดทิกเซ่ (Thiksey Gompa) เป็นวัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขามีภูมิทัศน์ที่สวยงาม วัดนี้ก่อตั้งเมื่อศตวรรษที่ 15 เป็นวัดในนิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง (นิกายเดียวกับดาไลลามะองค์ปัจจุบัน) ที่วัดยังมีพระศรีอาริยเมตไตรย์ ซึ่งถือเป็นมาสเตอร์พีซฝีมือช่างศิลป์ ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปีด้วยกัน จากนั้นเดินทางต่อไปยัง พระราชวังเชย์ (Shey Palace) เมืองเชเคยเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของลาดัก ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 เป็นพระราชวังฤดูร้อนมีอายุราว 500 ปีของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต พระราชวังหลวงและพระอารามสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ และประดิษฐานพระพุทธรูปทองแดงที่สูงใหญ่ขนาดตึกสามชั้น สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal และโปรดเกล้าให้สร้างสถูป Numgyal Chorten หรือสถูปแห่งชัยชนะ (Victory Stupa) ที่ด้านบนของสถูปสร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ สมควรแก่เวลาเดินทางกลับตัวเมืองเลห์
    19.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 6) หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่ โรงแรม ระดับ A ในเมืองเลห์ หรือ เทียบเท่า
    หมายเหตุ คืนนี้จัดกระเป๋าขนาดเล็กสำหรับเดินทางไปพักที่นูบร้าวัลเล่ย์ 1 คืน โดยเราจะฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่โรงแรม

    1024px-Buddha_statue_inside_a_Tibetan_Buddhist_temple,_Sarnath



    วันที่สี่ เลห์ – ถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La Pass – นูบร้าวัลเล่ย์ – วัดดิสกิต- ขี่อูฐที่ฮุนเดอร์


    62-640x424.jpg

    06.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 7) หลังอาหารออกเดินทางสู่ นูบร้าวัลเล่ย์ ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยวันนี้เราจะใช้เส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La Pass ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางที่สวยมากค่ะ ณ จุดที่สูงที่สุดแห่งนี้เราสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาคาราโครัมของปากีสถานได้เลยค่ะ และที่จุดสูงสุดนี้เราจะไม่ให้คณะอยู่นานนัก เพราะอากาศที่เบาบางอาจทำให้เราแพ้ความสูงและไม่สบายได้ค่ะ
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 8)
    เที่ยง เที่ยวชมวัดดิสกิต เป็นวัดที่อยู่บนเขาเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามเช่นกันค่ะจากนั้นนำท่านไปขี่อูฐ ที่ทะเลทราย (ค่าขี่อูฐไม่รวมในค่าทัวร์ ประมาณ 500-1,000 รูปี) ที่นูบร้าวัลเล่ย์เป็นแหล่งปลูกแอปเปิ้ลและแอปปลิคอท มากมาย และมีอากาศไม่หนาวมากนักสบายๆ ในความสูงระดับประมาณสองพันกว่าเมตร ดังนั้นจึงเป็นเมืองที่สบายๆคล้ายกับบ้านเรา


    19.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 9) หลังอาหารอิสระพักผ่อน
    ที่พัก โรงแรม GRAND NUBRA HOTEL หรือเทียบเท่า
    72-640x424





    วันที่ห้า นูบร้าวัลเล่ย์ – Khardung La Pass – เลห์ – ถนนเมนบาร์ซาร์

    tibet-317457_960_720.jpg


    เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10) หลังอาหารนำท่านออกเดินทางกลับตัวเมืองเลห์ โดยใช้เส้นทางเดิม
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 11)
    บ่าย นำท่านเช็กอินเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อน สมควรแก่เวลานำท่านออกมาเดินเล่น ช็อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ที่ถนนเมนบาร์ซาร์
    เย็น รับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 12)
    ที่พัก โรงแรม HOTEL HOLIDAY LADAKH ในเมืองเลห์ หรือ เทียบเท่า
    lamayuru-gompa-4

    lamayuru_monastery.jpg

    วันที่หก เลห์ – Alchi – Moonland – ลามะยูรู – Basgo Castle – เลห์


    07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
    08.00 น. ออกเดินทางสู่หมู่บ้านอัลชิ (Alchi) ระหว่างทางแวะถ่ายรูปจุดที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกันระหว่างแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ เที่ยวชมวัดอัลชิ ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1020-1035 เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ศิลปกรรมการแกะสลักไม้ทั้งภายในและภายนอกตึกอาคารเป็นช่างศิลป์จากแคชเมียร์และธิเบต มีภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณอันทรงคุณค่าตั้ง ในเดือนสิงหาคมจะมีต้นแอปปริคอทและต้นแอปเปิ้ลออกลูกออกผลมากมาย จากนั้นออกเดินทางต่อผ่านเมืองคาลสี (Khaltsi) หยุดทำการตรวจพาสปอร์ต จากนั้นเดินทางสู่หมู่บ้านลามะยูรู แวะถ่ายรูป Moon Land อันเกิดจากกระแสคลื่นลมพัดพา การพังทลายที่ไม่สม่ำเสมอกันของหน้าดิน ที่เกิดจากการกัดกร่อนของหิมะละลาย ทำให้ภูเขาเป็นรูปร่างขรุขระ เป็นหลุมบ้าง คล้ายกับผิวของดวงจันทร์ (Moon Land)
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 14)
    บ่าย สมควรแก่เวลานำท่านเข้าชม วัดลามะยูรู(Lamayuru Gompa) ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,390 เมตร ห่างจากเลห์ประมาณกิโลเมตรที่ 125 เป็นวัดที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนยอดเขาหินทราย ดูแปลกตา มีอีกชื่อหนึ่งว่า ยุงตรุง ทาปาลิง กอมป้า (Yungdrung Tharpaling Gompa) ให้อิสระถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นออกเดินทางสู่ พระราชวังบาสโก (Basgo Palace) ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,292 เมตร ห่างจากเมืองเลห์ 40 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและการเมืองมักถูกเรียกว่าเป็นบันทึกแห่งลาดัก สร้างในศตวรรษที่ 15 เป็น 1 ใน 100 แห่งของมรดกโลกที่เสี่ยงต่อการพังทลาย
    20.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 15) พักผ่อนตามอัธยาศัย ที่โรงแรม Appricott Tree ระดับ A+ หรือ เทียบเท่า
    images




    วันที่เจ็ด Appricott Tree – เลห์ – เมนบาร์ซาร์
    07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
    08.00 น. หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับเมืองเลห์ โดยใช้เส้นทางเดิม แวะที่ไหว้พระตามเส้นทาง
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 17) ในตลาดเส้นทางก่อนถึงเลห์
    19.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 18) หลังอาหาร พักที่โรงแรม HOTEL HOLIDAY LADAKH ในเมืองเลห์ หรือ เทียบเท่า
    lamayuru_monastery

    1024px-Buddha_statue_inside_a_Tibetan_Buddhist_temple,_Sarnath.jpg
    วันที่แปด ไปวัด Stok monastery


    วันที่ เก้า ไป Shey palace


    วันที่สิบ ช้อปปิ้งตลาด
    07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 19)
    10.00 น. เดินตลาดช้อปปิ้ง
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 20)
    บ่าย เดินช้อปปิ้ง
    20.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 21) พักผ่อนตามอัธยาศัย ที่โรงแรม Hotel Holiday Ladakh ระดับ A ในเมืองเลห์ หรือ เทียบเท่า เตรียมตัวเดินทางกลับ
    2.jpg


    วันที่สิบเอ็ด เลห์ เดลี กรุงเทพฯ
    05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 22) จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่สนามบินเลห์
    07.40 น. เหินฟ้ากลับเดลี โดยสายการบิน เที่ยวบินที่
    09.10 น. เดินทางถึงสนามบินเดลี หลังจากที่ได้กระเป๋าและสัมภาระครบแล้ว นำท่านเดินทางเช็คอินต่อ ที่เคาท์เตอร์สายการบิน JET AIRWAYS ผ่านพิธี ตม. จากนั้น
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 23) ภายในสนามบิน
    14.00 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดย สายการบิน เที่ยวบินที่
    19.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
    หมายเหตุ :
    1.โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและความปลอดภัย
    2.มาเป็นกรุ๊ปตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปมีหัวหน้าทัวร์เดินทางไปด้วย


    flags-1384193_960_720.jpg

    สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ wisdomjourney

    บริษัท วิสดอมเจอร์นี่ จำกัด
    ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่ 11/07453


    Line : wisdomjourney
    oraphan.wj@gmail.com

    หรือ Line 092 3656554
     
  2. spiritualsoul6599

    spiritualsoul6599 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2017
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +12
    LADAKH …..เลห์ลาดักห์ ทิเบตน้อย (little tibet) สวรรค์บนดินที่อินเดีย

    “เพราะการเดินทางทำให้โลกใบเดิมของเรากว้างขึ้น” ใครคนนึงกล่าวไว้

    เลห์ ลาดัก "Leh Ladakh" สู่ดินแดนทิเบตน้อย

    อินเดีย ใครๆก็ไปมาแล้วแต่มีกี่คนที่เคยไป LADAKH …..เลห์ลาดักห์ ทิเบตน้อย (little tibet) ที่นี่เหมือนสวรรค์บนดินจริงๆ มีธรรมชาติที่สวยงาม เลือกเดินทางไปเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงไม่หนาวมากเกินไปและท้องฟ้าจะสวยงามที่สุดในช่วงนี้ ตามไปเที่ยวกันครับ

    17 - 27 พฤษภาคม 2561 นี้

    11 วัน 10 คืน

    สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ wisdomjourney

    บริษัท วิสดอมเจอร์นี่ จำกัด
    ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่ 11/07453
    Line : wisdomjourney
    oraphan.wj@gmail.com

    หรือ Line 092 3656554



    lamayuru_monastery.jpg
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...