เรื่องเด่น ชื่นชม’หมอจิตอาสา’ ทำดีกับพระ-ผู้ป่วยบุญหลายชั้น

ในห้อง 'บันเทิงและศิลปวัฒนธรรม' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ ชาวพุทธ, 22 กันยายน 2019.

  1. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    3,365
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,595
    ค่าพลัง:
    +5,804
    Untitled-1 copy3.jpg


    ตามที่ได้นำเสนอไปในตอนที่แล้วเรื่อง “โยมไม่มาอาตมาไปหาเอง”ว่าเป็นโครงการที่ดีควรค่าแก่การยกย่องของหลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม นอกจากได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และคนชราทั้งทางกาย และทางใจแล้วยังเป็นแบบอย่างให้ลูกศิษย์ลูกหาได้ปฏิบัติตามต้นแบบในเรื่องจิตอาสา ซึ่งในวันสัมภาษณ์หลวงพ่อฯได้พบคุณหมอแพทย์แผนไทยท่านหนึ่งที่ขอตามหลวงพ่อฯไปช่วยตรวจรักษาผู้ป่วย-บันทึกอาการก่อนส่งยาแผนไทยมาให้ชาวบ้านฟรี ๆ

    โดยชายคนดังกล่าวชื่อว่า “ภพ รักษาพุทธ” หรือหมอภพ อายุ 54 ปี ชีวิตเขาผ่านเรื่องราวมามากมาย เริ่มต้นด้วยการเป็นทหารชั้นประทวน ประจำ พล.ร.16 จ.ประจวบฯ ด้วยความมานะเขาเรียนปริญญาตรี สาขานิเทศศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราชไปด้วย เมื่อเรียนจบก็มาทำงานเอกชนในสายสื่อสิ่งพิมพ์ที่สนใจ ก่อนจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช เมื่ออายุมากขึ้น-ฐานะไม่ลำบากจึงตัดสินใจลาออกเพื่อรับเงินเกษียณฯแล้วมาใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนสังคมด้วยการเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยชื่อเวชสิทธาคลินิกการแพทย์แผน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ปณิธานว่าพระภิกษุสงฆ์ และผู้ป่วยยากไร้รักษาฟรี ส่วนผู้มีกำลังทรัพย์ก็เรียกเก็บในราคาที่สามารถเลี้ยงคลินิกให้สามารถดำเนินการต่อได้

    news_vqrvFrUEOS105231_533.jpg

    หมอภพ บอกว่า วิชาแพทย์แผนไทยสนใจตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณแม่ชอบพาไปเดินเล่นในวัดโพธิ์ จึงสนใจท่าฤษีดัดตนแต่นั้นมา อีกเหตุหนึ่งคือสมัยเด็กเป็นฝีในหูทรมานมากจะไปโรงพยาบาลก็แพง แม่เลยพาไปหาหลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์ ท่านใช้วิชาแพทย์แผนไทยผสมผสานกับการท่องคาถาแล้วสับไปที่ขอนไม้ และให้น้ำมันมาทา กลับมาถึงบ้านก็เริ่มยุบลง 2-3 วันอาการก็หายไปเอง จึงเชื่อว่าแพทย์แผนโบราณมีความสามารถรักษาคนได้จริง จึงเริ่มศึกษาอ่านหนังสือตำราแพทย์ไทย จนเมื่อเรียนมัธยมไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ วัดถ้ำสองพี่น้อง จ.สระบุรี นอกจากท่านจะเป็นหลวงอาของเพื่อนสนิทแล้วยังเป็นพระหมอยาด้วย ปิดเทอมจะไปช่วยบดยาตลอด

    เมื่อเรียนจบทำงานเป็นหลักแหล่งก็สนใจทางแพทย์แผนไทยจริง ๆ จัง ๆ ไปเรียนวิชาทำยาดมยาหม่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.พาณี พันธุมนาวิน เป็นครูคนแรกแนะนำให้ไปเรียนที่สมาคมเภสัช และอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย เป็นสถาบันการเรียนการสอนที่เก่าแก่เทียบเท่ากับวัดโพธิ์ ได้เรียนวิชาแพทย์แผนไทยทั้งเวชกรรม เภสัชกรรมและการนวด มีครูหลาย ๆ ท่านที่ควรระลึกถึง โดยเฉพาะอาจารย์ธนาพล คงน้อย เป็นต้นแบบในการรับใช้สังคม เพราะท่านจะไปช่วยรักษาผู้ป่วยยากไร้ตามชุมชนวัดต่างๆ ซึ่งวิชานวดสายแม่ชีบุญเรือนก็ได้ความรู้จากท่าน

    news_OUqdaZHbhK105232_533.jpg

    news_LwyFMQLBPm105231_533.jpg

    หมอแผนไทย บอกต่อว่า จากนั้นก็สอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยได้ แต่ยังคงทำงานสื่อสิ่งพิมพ์เรื่อยมา กระทั่งทราบพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ทั้งสองพระองค์ทรงเห็นว่าแพทย์แผนไทยเป็นภูมิปัญญาของชาติควรค่าแก่การรักษาไว้เลยอยากเป็นหนึ่งในผู้สืบสานมรดกของบรรพชนนี้ตามแนวพระราชดำรัส ช่วงแรกเนื่องจากติดงานประจำจึงเข้าช่วยเหลือสมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย เป็นทั้งวิทยากรและกรรมการสมาคม เน้นไปที่การส่งเสริมให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นยิ่งๆ ขึ้นไป จนเมื่ออายุและฐานะถึงเวลาที่เหมาะสมเห็นว่าควรได้เวลาช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง จึงตัดสินใจลาออกมาเปิดคลินิก

    แรกเริ่มตั้งใจรักษาฟรีให้แก่ภิกษุสงฆ์เพื่อเป็นพุทธบูชา แต่นึกถึงพระราชกรณียกิจของในหลวง ร. 9 ที่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นนิจเลยอยากเดินตามรอยของพระองค์ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ เป็นการสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงช่วยประชาชนคนไทยเสมอมา ในส่วนผู้มีกำลังทรัพย์ก็เรียกเก็บในราคาไม่สูงเพียงเพื่อช่วยเลี้ยงคลินิกให้พอดำเนินการต่อไปให้ได้นานที่สุด เน้นไปที่การทำการกุศล แม้ว่าแพทย์แผนไทยไม่เป็นที่นิยมมากนักในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงจะดำเนินการต่อไปเท่าที่มีแรง เพราะอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพที่ดีจากภูมิปัญญาแบบไทย ๆ

    news_AoJJgomxsg105232_533.jpg

    หมอจิตอาสา บอกอีกว่า ส่วนที่ไปร่วมโครงการของหลวงพ่ออวยพรนั้น สมัยทำงานที่ไทยวัฒนาพาณิชย์ งานมีปัญหาติดขัด บริษัทเองก็ลงทุนไปกับโครงการนั้นมาก ถ้าไม่สำเร็จอาจจะถึงขั้นต้องเลิกกิจการ ตอนนั้นเองตนในฐานะที่เป็นผู้จัดการแผนกก็ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ แต่ติดต่อราชการไปก็ปฏิเสธแบบไม่ใยดี ระหว่างนั้นเดินทางไปกราบหลวงพ่อแช่มอาจารย์ของหลวงพ่ออวยพร ขอเมตตาบารมีจากทั้งสองท่านเป็นที่พึ่งทางใจ ท่านก็พรมน้ำมนต์อวยพรให้ปัญหาลุล่วง เมื่อกลับออกมาทางราชการติดต่อกลับมาว่าให้นำเอกสารมาพิจารณา เนื่องจากมีคณะกรรมการชุดหนึ่งว่างพอดี เห็นดังนั้นก็เกิดความนับถืออยู่เป็นทุนเสมอมา และได้ศึกษาวัตรปฏิบัติของทั้งสองหลวงพ่อ

    กระทั่งเห็นเฟซบุ๊กชมรมศิษย์หลวงพ่ออวยพรที่มีลูกศิษย์ติดตามไปร่วมโครงการถ่ายภาพมาบอกเล่าโครงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วย -คนชรา เกิดความคิดที่ว่าขนาดหลวงพ่อเป็นพระไม่ใช่หมอยังมีความห่วงใยไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน เราเสียอีกเป็นหมอแท้ๆ กลับนั่งรอให้คนป่วยมาหา จึงปวารณาตนขอร่วมโครงการฯกับหลวงพ่อ สิ่งใดพอที่จะสนับสนุนปณิธาน-ความตั้งใจของท่านได้ เราต้องขวนขวาย อีกด้านหนึ่งในเรื่องของบุญมองว่ามันเป็นบุญหลายชั้น ได้ช่วยคนป่วย ได้ช่วยชาวบ้าน ได้ช่วยหลวงพ่อ ได้เชิดชูศาสนาพุทธที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้ศึกษาธรรมในศาสนานี้นำมาปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

    news_UlJJnveoQn105233_533.jpg

    ความรู้สึกบอกไม่ถูกเดินตามท่านหลาย บ้าน ผมเหนื่อยนะ แต่ท่านกลับเบิกบาน เดินลิ่ว ทั้ง ที่ชราภาพ เจอคนทักคน เจอวัวทักวัว เจอหมาแมวก็ทักหมาแมว ดูท่านอารมณ์ดี เหมือนปีติอยู่ในบุญทุกขณะ และยิ่งเห็นภาพตอนผู้ให้กับผู้รับเจอกัน ทั้งสองฝ่ายมีแต่รอยยิ้ม ผู้ป่วยบางคนน้ำตาไหลพรากดีใจมากที่หลวงพ่อมาหา–มาเยี่ยมถึงที่บ้าน ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ใกล้พระโพธิสัตว์ที่กำลังสร้างบุญบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ใครได้ร่วมบุญกับท่านก็พลอยจะได้อานิสงไปด้วย

    หลวงพ่อฯช่วยเหลือสังคมอย่างไม่เคยลดละ อันท่านจิตกุศลของได้ต่อยอดให้ลูกศิษย์ลูกหาหลายคนเอาเป็นแบบอย่าง และเริ่มต้นโครงการช่วยเหลือสังคมมากมาย อาทิ พระมหาใจ วัดดอนยายหอมที่ช่วยเผยแพร่ศาสนาในประเทศอเมริกา คุณแอร์–ไชยากรที่บูรณะโรงเจเพื่อช่วยระดมทุนดูแลคนยากไร้และประสบภัยพิบัติและทนายแจ็ค– ศราวุธ ที่ช่วยอุปถัมภ์โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 ทุกคนล้วนดำเนินรอยตามของหลวงพ่ออวยพรทั้งสิ้น.

    ขอขอบคุณที่มา
    https://www.dailynews.co.th/article/732301
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 24 กันยายน 2019

แชร์หน้านี้

Loading...