ดาวลึกลับที่สุดแห่งกาแล็กซีทางช้างเผือก

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย วสุธรรม, 17 เมษายน 2020.

  1. วสุธรรม

    วสุธรรม พลังรักอมตะ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,325
    ค่าพลัง:
    +8,213
    1%E0%B8%9B%E0%B8%81-ep-36.jpg

    กาแล็กซี (Galaxy) หรือ ดาราจักร หมายถึง อาณาจักรของดาว กาแล็กซีหนึ่งๆ ประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่นและดาวฤกษ์และดาวเคราะห์หลายแสนล้านดวง กาแล็กซีมีขนาดประมาณหมื่นล้านถึงแสนล้านปีแสง กาแลกซีของเราชื่อ “ทางช้างเผือก” (The Milky Way Galaxy) ที่มีชื่อเช่นนี้เป็นเพราะ คนไทยถือว่ากษัตริย์เป็นเทวดาซึ่งอวตารมาจากสรวงสวรรค์ ช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของกษัตริย์ ทางช้างเผือกจึงปรากฎอยู่บนท้องฟ้าซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดาและนางฟ้า

    ส่วนชาวตะวันตกก็มีตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าเช่นกัน จึงมองเห็นเป็นทางน้ำไหลพาดผ่านท้องฟ้า ปัจจุบันเราอนุมานว่า กาแล็กซีทางช้างเผือกมีขนาดประมาณหนึ่งแสนปีแสง เนื่องจากโลกของเราอยู่ภายในทางช้างเผือก จึงมองเห็นทางช้างเผือกเป็นทางสว่างพาดผ่านท้องฟ้าเป็นฝ้าสีขาว การศึกษาโครงสร้างของทางช้างเผือก จำเป็นต้องศึกษาจากภายในออกมา จึงทำให้มองเห็นภาพรวมได้ยาก ดังนั้นการศึกษากาแล็กซีอื่นๆ ซึ่งอยู่ภายนอก จึงช่วยให้เราเข้าใจกาแล็กซีของตัวเองมากขึ้น

    milky-way-illustration-1169754.jpg
    ภาพกาแล็กซีทางช้างเผือก
    แต่โบราณกาลมนุษย์เข้าใจว่า ทางช้างเผือกเป็นปรากฏการณ์ภายในบรรยากาศโลกเช่นเดียวกับเมฆ หมอกและรุ้งกินน้ำ จนกระทั่งคริสตศตวรรษที่ 18 ได้มีการสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่จึงทราบว่า ทางช้างเผือกประกอบด้วยดวงดาวจำนวนมากมายมหาศาล เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล (Sir William Herschel) นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ค้นพบดาวยูเรนัส ได้ทำการสำรวจความหนาแน่นของดาวบนท้องฟ้าและวาดภาพว่า ดวงอาทิตย์อยู่ตรงใจกลางของทางช้างเผือก

    หนึ่งศตวรรษต่อมา ฮาร์โลว์ แชพลีย์ (Harlow Shapley) ทำการวัดระยะทางของกระจุกดาวทรงกลมซึ่งห่อหุ้มกาแล็กซี โดยใช้ความสัมพันธ์คาบ-กำลังส่องสว่างของดาวแปรแสงแบบ RR Lyrae ที่อยู่ในกระจุกดาวทรงกลมทั้งหลาย เขาพบว่ากระจุกดาวเหล่านี้อยู่ห่างไปจากโลกนับหมื่นปีแสง กระจายตัวอยู่รอบล้อมส่วนป่องของกาแล็กซี ดังนั้นดวงอาทิตย์ไม่น่าจะอยู่ตรงใจกลางของทางช้างเผือก แต่อยู่ที่ระยะห่าง 3 ใน 5 ของรัศมีกาแล็กซี

    Harlow-Shapley.jpg
    ภาพฮาร์โลว์ แชพลีย์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ futurism.com
    การศึกษาทางช้างเผือกทำจากด้านในออกไป จึงยากที่จะเข้าใจภาพรวมว่า กาแล็กซีของเรามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร นอกจากนั้นระนาบของทางช้างเผือกยังหนาแน่นไปด้วยดาว ฝุ่นและแก๊ส เป็นอุปสรรคกีดขวางการสังเกตการณ์ว่า อีกด้านหนึ่งของกาแล็กซีเป็นอย่างไร อุปกรณ์ที่ใช้ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีได้ดีที่สุดก็คือ กล้องโทรทรรศน์อินฟราเรด เนื่องจากเป็นคลื่นยาวซึ่งสามารถเดินทางผ่านกลุ่มแก๊สและฝุ่นได้

    ดาวโบยาเจียน ดาวลึกลับที่สุดในจักรวาล
    การศึกษาทางช้างเผือกทำจากด้านในออกไป จึงยากที่จะเข้าใจภาพรวมว่า กาแล็กซีของเรามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร นอกจากนั้นระนาบของทางช้างเผือกยังหนาแน่นไปด้วยดาว ฝุ่นและแก๊ส เป็นอุปสรรคกีดขวางการสังเกตการณ์ว่า อีกด้านหนึ่งของกาแล็กซีเป็นอย่างไร อุปกรณ์ที่ใช้ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีได้ดีที่สุดก็คือ กล้องโทรทรรศน์อินฟราเรด เนื่องจากเป็นคลื่นยาวซึ่งสามารถเดินทางผ่านกลุ่มแก๊สและฝุ่นได้ ดาวฤกษ์ KIC 8462852 หรือ “ดาวโบยาเจียน” (Boyajian’s star) ได้รับการขนานนามให้เป็นดาวลึกลับเป็นปริศนาที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก หรืออาจจะลึกลับที่สุดในจักรวาล เนื่องจากดาวมีความสว่างขึ้นและมืดมัวลงสลับกันเป็นช่วง ๆ แบบที่ไม่เหมือนกับดาวดวงใดซึ่งเคยค้นพบมาก่อน ทั้งยังมีผู้ตั้งสมมติฐานว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากผลงานของสิ่งมีชีวิตต่างดาวหรือ “เอเลียน” ก็เป็นได้

    pia22081-opt.jpg
    ภาพดาวKIC 8462852 – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ nasa.gov
    ดาวโบยาเจียนอยู่ห่างจากโลกออกไปกว่า 1,200 ปีแสงในกลุ่มดาวหงส์ ซึ่งเป็นแถบที่สุกสว่างและสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดแถบหนึ่งของแขนดาราจักร มีการรายงานถึงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของดาวดวงนี้ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2015 โดยนักดาราศาสตร์สาว ทาเบธา โบยาเจียน ได้รับข้อมูลจากกลุ่มพลเมืองนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นว่า พบดาวที่มีความเปลี่ยนแปลงในระดับการส่องสว่างอย่างสูง ซึ่งเธอพบว่าในแต่ละครั้งดาวจะมืดมัวลงถึง 22% นับว่าไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับปรากฎการณ์คล้ายกันในระบบสุริยะ เช่นดาวพฤหัสบดีนั้นสามารถลดแสงสว่างของดวงอาทิตย์ลงขณะโคจรผ่านหน้าได้ แต่ก็เพียงราว 0.5% เท่านั้น

    มีผู้เสนอคำอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับการส่องสว่างของดาวโบยาเจียน ไว้มากมายหลายแบบ ตั้งแต่ความเชื่อที่ว่ามีหลุมดำ ฝูงดาวหาง หรือกลุ่มเมฆฝุ่นละอองคอยโคจรบดบังอยู่เป็นระยะ ไปจนถึงสมมติฐานที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาสร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่โคจรรอบดาวฤกษ์นั้นอยู่ เพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานไปใช้ หรือเพื่อสร้างสัญญาณที่คล้ายกับรหัสมอร์สติดต่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาล

    boyajian-star-dimness-still-makes-scientists-scratch-their-heads-in-finding-the-reason-for-it.jpg

    ภาพจำลองฝูงดาวหางกับดาวโบยาเจียน – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ sciencetimes.com
    ที่มา
    https://blog.eduhub.tv/ดาวที่ลึกลับ...-cnYDPuqrFmd5-KKeF2WzJkeSMDJlfaBfQkA_fzZhv7fw
     
  2. auUthaithani

    auUthaithani สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +11
    คิดแบบง่ายๆครับ โลก็คือดาวดวงหนึ่งที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แล้วทำไมจะไม่มีดาวดวงอื่นที่มีสิ่งมีชวิตอาศัยอยู่ (คหสต.นะครับ)
     
  3. kokoro❤️ខ្មៅ

    kokoro❤️ខ្មៅ ចិត្តអាក្រក់

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    217
    ค่าพลัง:
    +146

แชร์หน้านี้

Loading...