วีดีโอ ดูจิตอย่างไรไม่ให้เป็นคนเฉยชา ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย วิญญาณนิพพาน, 15 พฤศจิกายน 2018.

  1. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    18,282
    กระทู้เรื่องเด่น:
    35
    ค่าพลัง:
    +20,863
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,733
    อุเบกขารับรู้อยู่ในใจอย่างนั้น
    คล้ายรู้ตามความเป็นจริงแต่ไม่มีการปรุงแต่ง
    ยกตัวอย่าง
    เช่น เจออากาศร้อน รู้ว่ามันทำกายร้อน แต่ไม่บ่น
    ถ้าร้อนมากไปจะส่งผลต่อสุขภาพ แต่มีความจำเป็น
    ต้องทำงานอยู่ถูกแดดอยู่
    ก็กลางร่ม หรือหาที่หลบชั่วคราว หลังสั่งงานเสร็จ
    บางทีเจอเพื่อนร่วมงาน ก็เตือนเค้าว่าระวังแดด
    ส่วนเค้าจะฟัง ไม่ฟัง ย้อนคืน ขอบคุณ
    หรือทำอย่างไร มันเรื่องของเค้า
    ส่วนความร้อนที่มันส่งผลให้รู้สึกหิว
    ก็หาน้ำรับประทานซะ

    ส่วนเฉยชา คือกิริยา ที่จิตปรุงแต่งอย่างหนึ่ง
    คือปรุ่งให้อยู่ในกิริยาเฉยๆ ไม่ส่งออก ไม่นำเข้า
    ไม่รับรู้กิริยาใดๆ เรียกว่า การจมหรือแช่
    เจออาการร้อน ก็พยายามสร้างว่าไม่ส่งออกไปรู้ว่าร้อน
    ถึงจะรู้ว่าร่างกายเริ่มร้อน
    ร่างกายจะตากแดด จะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ
    จะได้รับผลกระทบอย่างไรไม่สน
    ผิวจะไหม้ช่างมัน จะเป็นฮีทสโตกช่างมัน
    เจอคนยืนตากแดด ก็ไม่สนใจ เฉยอย่างเดียว
    จะอยู่ในกิริยาที่จิตฟอร์มว่าเฉยอย่างเดียว
    เค้าเรียกว่า อาการจิตชื่อบื้อหรือ พิการนั่นแล

    การจมแช่อยู่ในอารมย์สมาธิใดๆก็ตามอารมย์เดียว
    จะส่งผลให้จิตพิการและซื่อบื้อได้เหมือนกันหมด
    ต่อให้เข้าญานได้แล้ว ใช้งานทางจิตได้แล้ว
    แต่ถ้าไม่ทิ้ง ไม่วาง มันก็จะติดในญานและเตรียม
    ใช้งานตลอดเวลา ก็ส่งผลให้จิตพิการและซื่อบื้อเหมือนกัน


    ซื้อบื้อพิการทางจิตคือ กิริยาที่จิตไม่ได้รู้เห็นอารมย์ตามจริง
    ด้วยใจที่เป็นกลาง จึงไม่เกิดปัญญาใดๆ จากการที่ปล่อยให้จิต
    ว่างรับรู้อยู่ภายในอย่างนั้น โดยมีสติคอยกำกับ
    ที่จะเกิดเป็นปัญญาทางธรรมขึ้นมาได้


    ไม่ต้องไปพูดเรื่องปัญญาน เรื่องรอบรู้ในการปรุงแต่งต่างๆ
    หรือรอบรู้ในกองสังขาร หรือ วงจงวงจรอะไร
    ถ้ายังไม่มีพื้นฐานเริ่มต้นมาจากปัญญาทางธรรม
    ให้เสียเวลา เพราะจะไม่ส่งผลใดๆ
    ต่อการพัฒนาคุณภาพทางจิต
    ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการเข้าถึงกรรมฐานต่างๆ
    ตลอดจนความเข้าใจทางด้านนามธรรม
    ที่ส่งผลต่อการควบคุมความคิด
    และพฤติกรรมของจิตตนเอง
    ที่จะไม่เผลอ ส่งตัว โมหะ โทสะ โลภะ
    ออกไปดึง เอาลาภ ยศ สุข สรรเสริญ
    ซึ่งส่งผลต่อเนื่องในเรื่องของ
    การชื่นชมในกามคุณ และยินดีต่อกามคุณ
    ในลำดับต่อมานั่นเองครับ

    ปล.แค่เพียงแต่เล่าให้ฟัง


     
  3. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    มาดูในแง่ คำตถาคต ซึ่ง ถูกกดด้วยวลีว่า ตำรา

    การติดเฉย หรือ จิตมีอุเบกขาแล้วสำคัญว่าปัญญาจะเกิดตอนถอย......ไปพิจารณา..

    อันนี้ หลวงพ่อท่านจะพูดเสมอ ว่า ไม่ทันกิน

    จนทำให้เกิด กรณีเอาตำรวจไปดักจับสึก

    ในเชิงคำตถาคต ก้ กล่าวไว้ว่า อวิชชานสัย
    จะเจริญเติบโตเปนดอกเห็ด ตอนไหน

    "ตอนที่จิตเปนอุเบกขา อวิชชาตามนอน" (คำตถาคต พุทธวจน ตึง ตึง ตึง ตึง.....)

    ทีนี้ หากผู้ใดมีภูมิธรรมดังกล่าว คือ เหนอุเบกขา
    ปรากฏเมื่อไหร่ ...อวิชชาจะตามนอน (เกิดชึ้นใน
    จิตประดุจใยเห็ดไม่ได้ตัดใยฉันนั้น) เต็มภูมิจิต

    จิตผู้นั้นจะผลิกกลับ จะไม่ยอมให้จิตรวม เด็ดขาด

    จิตรวมไปแล้ว จะมาถอยหลัง มันไม่ทันกินแล้ว
    เพราะ อวิชชาเกิดยุบยับเอาตอนจิตรวมนั่นแหละ
    บางคนกลับออกมา สามารถเอาอวิชชาสวะไป
    สะกดใส่อายตนะบุคคลอื่นด้วย

    พอไม่ยอมให้จิตรวม แล้วได้อะไร

    ได้เหนว่า ภูมิจิตปรกติมนุษย์ นั้นมี อัพยกตา
    อัพยากฤติ หรือ อุเบกขาสัมปยุติกับจิตทุกดวง
    ที่เกิดแสนโกฏิในหนึ่งคาบลมหายใจ

    ทุกขสัจจ จึงชัด ทุกขณะจิต ไม่ต้องไปอึกๆ อักๆ
    ควักคว้าอวิชขานุสัยพิสดารมาแสดงแต่อย่างใด

    หากหนึ่งคาบลมหายใจ ไม่เหน อัพยากฤติ
    อัพยากตามีอยู่แล้วทุดขณะจิต อวิชชานุสัย
    หรือ โมหะย่อมเจริญอยู่ แน่นวล
    ( ที่ว่า ถอยมาพิจารณา ก้หมายเอา กายคตาสติดังกล่าว)


    ปล. กรณีจิตรวมเปน สัญญเวทยิต ยกเว้น รวมได้ รวมไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤศจิกายน 2018
  4. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    ไหนๆ ก้ ไหนๆ

    สำหรับบางคน ที่ ชำนาญดูจิต จนกล่าว
    ว่า อาสัยการดูจิตเปนวิหารธรรม ภูมิจิต
    จะอยู่ในภพมนุษยเปนส่วนมาก เวทนา
    ในกาลก่อนๆ กามสัญญาในกาลก่อนๆ
    จะทยอยปรากฏเปนจิต ชีวิตา

    ซึ่งจะมี ธรรมเอก ปรากฏ เหนือ อุเบกขา
    ทำให้ไม่เกิดการฉวยจิต และ ก้ไม่ได้ซื่อบื้อ
    ทำงาน ทำการ ประชุม พูดคุยกับใครไม่ได้

    กรณีที่ชำนาญดูจิต มีการดูจิตเปนวิหาร
    หากสังโยชน์ไม่ตัด หรือตัดไม่หมด แม้นจะไปเกิดใน
    ภูมิจิตอากิญนัญจวิญาตนะ ก้ จะภาวนาต่อได้
    เพราะ สามารถในการ"เหน"อุเบกขา

    (กรณีพระโพธิสัตว์ จึงไม่พลาดไปเกิดเปนพระพรหม)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤศจิกายน 2018
  5. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +115
    5555

    ดูจิตยังไง ไม่ให้เฉยชา อาศัย มรรคมีองศ์ 8 เป็นปัจจัย ไปตามสัจจะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตามความเข้าใจของตนเอง โดยมีอกุศลกรรมบ้าง มีกุศลกรรมบ้าง โดยรู้ที่เหตุแสดงไปตามสิ่งที่มีที่เป็น ความปกติมีสัจจะโดยตัวของมันเอง แต่เพราะนี้เราเป็นเหตุของความไม่เข้าใจ
     
  6. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,733
    เฉพาะ 2 # repข้างบน
    ที่ User เล่าปัง พูดมา
    ไล่ดูกิริยาเทียบทางปฎิบัติก็ตรงดี
    ถือว่าพูดได้เข้าท่าดี จนน่าประหลาดใจ
    แม้ว่าจะศัพท์แสงเยอะ
    แต่ก็เป็นสไตล์การถ่ายทอด
    เฉพาะบุคคลเนาะ

    มีคำถามหนึ่ง ที่ยังไม่เห็น
    กิริยาทางนามธรรมจากบทความที่เขียนมา
    คือคำว่า “ธรรมเอก” รบกวนช่วยอธิบาย
    ให้ฟังหน่อย ว่ากิริยา
    หรือว่าที่เข้าใจตอนนี้
    ของคำว่า “ธรรมเอก”
    มันคืออะไร.ส่วนตัว
    จะรับฟังเฉยๆ

    แซงกิว. ^_^
     
  7. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    ถ้า ถามเพื่อสอบอารมณ์ ก้ข้ามเลยนะขอรับ
    คุยกันคนละภาษา จะ ยุ่ง

    แต่ถ้า มีความเอะใจในสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

    อันนี้ ก้ไม่ต้องฟังผู้อื่นได้เลย

    ให้เฝ้นธรรมที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ไปตรงๆ

    สภาวะที่จะใช่ มันจะพ้นบัญญัติ จะต่างคนต่างอุปมา

    เราภาวนาก้เพื่อ มนสิการ ธรรมบางประการที่พ้น
    การแสดงจากขันธ์5 แม้นจิตก้หมดสิทธิแสดง
    ธรรมชาตินั้น

    มาร ก้หมดาสิทธิไปด้วย

    มหาภูตรูป ก้ ตั้งไม่ได้ในธรรมชาตินั้น

    จิตดับใน ธรรมหนึ่ง บริบูรณ์ โดยที่อายตนะ
    ก้ยังมีอยู่ ภูมิจิตมนุษย์นี่แหละ

    ตามเหน ธาตุนั้นเนืองๆ ว่ากันไป ปัจจัตตัง


    "จนกว่าปัญญาแก่รอบ ก้จะ เกิดจิตรวม เกิด...." อันนี้คำพระชลบุรี
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,733
    ส่วนตัวรู้จักแยกแยะ
    ถ้าดีก็ต้องชื่นชม เป็นเรื่องธรรมดา

    อึมม เคร ขอบคุณครับ
    ถามเพราะไม่รู้ลักษณะกิริยาที่สื่อ ณ ตอนแรก
    อาจด้วยภาษาสมมุติยังปิดอยู่
    ตอนนี้พอจะเกทบ้างแล้ว
    จากที่เขียนให้อ่านทั้งหมดข้างบน

    ส่วนตัวค่อนข้าง
    แปลกประหลาดใจนะที่ เฮีย User เล่าปัง
    สามารถเข้าถึงแบะเข้าใจกิริยาแบบนี้ได้ ^_^
    อะ ถือว่ายินดีด้วยแล้วกันนะครับ

    Thx. กิวหลาย อีกรอบ ^_^
     

แชร์หน้านี้

Loading...