ตอบปัญหาทางธรรม กฏแห่งกรรม-ภพภูมิ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย tjs, 20 มีนาคม 2017.

แท็ก: แก้ไข
  1. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    ขออนุโมทนาครับสาธุ
     
  2. So_blue_

    So_blue_ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2019
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +1
    คุณtjsคะ ดิฉันส่งคำถามไปในข้อความส่วนตัวนะคะ รบกวนชี้แนะด้วย ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าค่ะ
     
  3. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมได้ไปทำบุญไหว้พระ2วัด ดังนี้
    1.วัดน้อย จ.สุพรรณ ไปกราบสักการะหลวงปู่เนียม บรมครู
    2.วัดถวิลศิลามงคล จ.ฉะเชิงเทรา

    โดยผมได้ทำบุญสักการะพระ หลวงพ่อสมปราถนา ทำบุญร่วมสร้างพระ หลวงพ่อสมปนราถนาและสร้างวิหารหลวงพ่อ ร่วมทำบุญโลงศพ และอื่นๆ

    จึงบอกบุญมา ขอทุกท่านอนุโมทนาร่วมกันครับ สาธุ

    IMG20191117142121 (Medium).jpg IMG20191117141946 (Medium).jpg IMG20191117143001 (Medium).jpg IMG20191117142920 (Medium).jpg IMG20191116115726 (Medium).jpg IMG20191117142849 (Medium).jpg
     
  4. Januari

    Januari Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2013
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +36
    ขออนุโมทนาบุด้วยคะ
     
  5. Charinya

    Charinya สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +1
    รบกวนคุณ tjs ขอสอบถามด้วยคะ
    1.เมื่อชาติที่แล้วดิฉันเกิดเป็นอะไรค่ะ ดิฉันขอทราบรายละเอียดคราวๆได้ไหมค่ะ
    2.เจ้ากรรมนายเวรที่ส่งผลต่อชาตินี้ เป็นภพภูมิไหนบ้างค่ะ มีทางไหนที่จะทำให้เบาลงบ้างค่ะ
    3. เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษา มีท่านใดบ้างค่ะ
    4 ดิฉันต้องปฏิบัติแนวทางไหนและควรเน้นด้านใดค่ะ ถึงจะเข้าถึงสมาธิได้ดี

    ขอบคุณนะคะ
     
  6. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    ใกล้ปีใหม่แล้ว ทุกอย่างก็ยังคงหมุนเวียนแปรเปลี่ยนไปตามกระแสกรรม ตามวัฏฏะ มีกรรมเป็นเครื่องกำหนดนำไป
    การทำความดีแม้จะมีอุปสรรคมาก แต่ก็ต้องทำ ทำแบบไม่ได้หวังผลอะไรกับตนเอง หวังแค่ประโยชน์สุขของผู้อื่น
    ชีวิตที่เหลือน้อยลงทุกวัน เห็นสัจจะธรรมที่เกิดดับ ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง ความทุกข์ที่เกิดดับ เหตุแห่งทุกข์ ที่ปรุงแต่งคือกิเลสตัณหาราคะที่ครอบงำไม่จบสิ้น
    เราสอนใครไม่ได้ เราเปลี่ยนแปลงกรรมของใครไม่ได้ เราทำได้คือสอนตัวเอง พาตัวเองให้รอด ส่วนผู้อื่นเราทำได้เพียงบอกทาง ชี้ทาง ให้เขาเห็นหรือเข้าใจ แม้มันยากแต่ก็ต้องทำ ทำไปแค่ปราถนาให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งทุกข์ไปให้ได้ ผ่านพ้นชะตากรรมที่เลวร้ายไปให้ได้ ปราถนาแค่ให้มัความสุข ตั้งมั่นในความดี สั่งสมไปจนกว่าจะหลุดพ้นจากวัฏฏะ นั่นเอง
    ดังนั้น ขอทุกท่านจงอย่าท้อถอยเกิดมาแล้วจงอดทนต่อสู้ พากายใจเรานี้และคนรอบข้างไปให้ได้ ไปสู่เส้นทางแห่งกุศล เส้นทางธรรม เส้นทางแห่งความสุขโดยแท้จริง ยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะในโลกนี้ โลกหน้า โลกไหนๆก็ไม่มีสิ่งใดประเสริฐไปกว่าพระรัตนตรัยอีกแล้ว
    เมื่อมีความตั้งมั่นดีแล้ว ความดีความสุขย่อมบังเกิดขึ้นในชีวิตเราแน่นอน ลดละปาบ ชำระจิตให้สะอาด ชีัวิตย่อมผ่านพ้นอุปสรรคทั้งปวงไปได้ในที่สุดครับ สาธุ
     
  7. อุบลดารา

    อุบลดารา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2016
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +8
    ขออนุญาติเรียนถามค่ะ

    1) ที่ทำงานหนู มีคุณป้าที่มีเมตตาสูงมากๆท่านหนึ่ง ท่านน่าจะได้ สภาะธรรม ขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่า ขั้นโสดาบัน สกิทาคามี หรือ อนาคามี คะ
    2) คุณป้าท่านบอกว่า ท่านเป็นของว่าง คือ สามารถรับความรู้สึก ทุกข์ของคนที่เข้ามาใกล้ๆท่านได้ บางครั้งท่านก็รับความรู้สึกที่ไหลเข้ามาของคนอื่นมากเกินไป จนท่านต้องเลี่ยงไปไกลๆ
    3) จิตท่านละเอียด ถึงขั้นไหนแล้วคะ
    4) ขาตินี้หนูมีเนื้อคู่ไหมคะ
    5) คนที่หนูเคยหลงรัก แล้วพลัดกันไป ชาตินี้จะได้เจอกันตัวเป็นๆ อีกไหมคะ (ตอนนี้หมดรักแล้ว แต่ยังนึกถึงอยู่ มีบ้างที่อยากเจอนิดๆ)
    6) ในจิตมีใครที่หนูอยากพึ่งพิงให้เป็นที่คุ้มครองรักษาอยู่ เมื่อชาติก่อนของหนู เคยทันได้เจอกันไหมคะ
    7) เคยเจอกันชาติสุดท้าย เมื่อไหร่คะ
    8) จิต กับ ความรู้สีกต่างกันตรงไหนคะ
    9) จิต กับ กิเลส อยุ่ใกล้กันแค่ไหน เราจะแยกรู้้ไหม อะไรจิต อะไรกิเลส
    10) จิต ไม่ใช่ความว่าง นิพพาน คือ สูญจากกิเลส แต่จิตไม่สูญ ตือยังไงคะ
    11) จิต เป็น ธาตุรู้ เกิดขึ้นไดยังไง
    12) ถ้าตอนที่จิตเกิดขึ้นครั้งแรกไม่มีกิเลส แล้วจิตที่เข้าสุ่พระนิพพานแล้ว กลับเป็นธาตุธาตุรู้เหมือนเดิม ไม่มีกิเลสอีก แล้วจะวน loop กลับมาให้กิเลิสเกาะอีกครั้ง แล้ว วนกลับเข้า วัฏสงสาร อีกได้ไหมคะ

    ที่หนูถามมากขนาดนี้ เพราะหนูต้องการมั่นในพระนิพพาน ไม่ต้องการสับสนจากคำของคนที่ยังไม่รู้จริงค่ะ

    ขออาจารย์โปรดสงเคราะห์ให้ความสว่างด้วยเถิดค่ะ
    ขอบคุณพระมากค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 พฤศจิกายน 2019
  8. ทาสความดี

    ทาสความดี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2007
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +25
    สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์
    ...ชาตินี้หนูจะได้เจอเนื้อคู่ดังที่ใจปรารถนา มั๊ยค่ะ
     
  9. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    ====
    1 ชาติที่แล้วเกิดในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เป็นชาวบ้าน ทำไร่ทำสวน บ้านติดริมน้ำ ฐานะดีปานกลางครับ ชอบทำบุญทาน

    2 เจ้ากรรมที่มาในชาตินี้ตามมาหลายชาติแล้วจากกรรมที่เคยไปทำร้ายและฆ่าสัตว์และคน ดังนั้นในบางปีที่ชะตาตกหรือปีชง ก็จะเกิดเรื่องไม่ดี นำทุกข์มาให้เรา ต้องทำบุญแก้ไขครับ

    3 เทพมีแม่ธรณี ท้าวองค์อินทร์ มีแม่ชีพราหมด้วยครับไม่ทราบชื่อ

    4 สาย ลป มั่น หรือสายกรรมฐานครับแล้วจะก้าวหน้าทางสมาธิครับ
     
  10. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    =======
    1 ได้สภาวะไหนตอบไม่ได้ครับ เอาเป็นว่า ท่านสงบดี มีสีลดีงาม จิตเบิกบาน ในธรรม ท่านนำความเย็นใจมาสู่เราได้ ก็ควรแก่การนับถือท่านครับ

    2 จิตท่าป้า ว่างดีครับ สาธุ แต่ก็นั่นแหละ ยังว่างไม่มากพอเท่าอรหันต์ ดังนั้นก็ต้องสั่งสมไปอีก อบรมจิตเพิ่มอีก เมื่อถึงเวลาพร้อมก็ว่างหมดจดได้ในที่สุดครับ

    3 ละเอียดมากน้อยดูที่ผลที่ออก ที่แสดงออกจากายวาจา จิต ย่อมรู่้ได้ครับ

    4 มีคุ่แต่ยังไม่ถึงอายุไขที่ต้องมี ครับ

    5 หมดกรรมต่อกันแล้วต่างคนก็ต่างไปตามเส้นทางกรรมที่เหลือของตน

    6 ตามดูแลมาทุกชาติหลายชาติแล้วครับ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามวาสนาของตน กรรมที่ตามให้ผล จึงไม่มีความเที่ยงแล้วแต่ความพร้อมของเหตุปัจจัยครับ

    7 สามชาติที่แล้ว ชาตินี้ชาติที่สี่ก็ไม่ได้เจอเป็นคนเป็นๆครับเขายังไม่มาเกิดเพราะยังเสวยกรรมในโลกทิพย์ไม่หมด

    8 จิตคือตัวรู้ เป็นเครื่องรองรับทุกสิ่ง ความรู้สึกเป็นอาการหรือกริยาอย่างหนึ่งของจิตที่มีความปรุงแต่งให้รู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้

    9 จิต กับ กิเลส แยกได้เพราะธรรมชาติเดิม มันคนละส่วนกัน แต่กิเลสที่ครอบงำจิต จึงกลายเป็นสิ่งเดียวกันสัมปยุตรวมกัน มันอยู่ด้วยกัน มันจะแยกได้ก็ต้องมีปัญญามากพอจึงแยกกิเลสออกจากจิตได้

    10 จิตก็คือจิต นิพพานคือความว่างคือสภาวะหรืออาการอย่างหนึ่งที่จิตเข้าถึงไม่มีอะไรสูญหายไปไหน ทุกอย่างคือธรรมธาตุ มันก็มีอยู่เป็นธรรมดาของมัน แต่จิตที่มีปัญญมากพอย่อมชำระแยกแยะกระเทาะกิเลสออกไปไดครับหรือแค่จิตที่สะอาดบริสุทธิ

    11 ธาตุรู้ เป็นธรรมชาติของสิ่งๆหนึ่ง สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนมีลักษณะจำเพาะที่ธรรมชาติกำหนดมาให้เป็นธรรมดาแบบนั้น

    12 ถ้าจิตที่ยังไม่เข้านิพพานแบบถาวร เราท่านที่เป็นปุถุชน ก็มีโอกาสเข้านิพพานชั่วคราวกันได้ทั้งนั้น และก็เพราะเรายังอบรมจิตไม่มากพอยังไปไม่ถึงนิพพานถาวร จึงมีสภาพแบบกิเลสจรไปจรมาได้ตลอดเวลา
    แต่ถ้าจิตท่านถึงพระนิพพานถาวรแล้ว กิเลสจะไม่จรมาอีกครับ เมื่อจิตบริสุทธิแล้วมันจะแปดเปื้อนอีกได้อย่างไรกัน ครับสาธุ
     
  11. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    =====
    ได้เจอแต่ยังไม่ถึงเวลาครับ ชะตากรรมกำหนดเส้นทางไว้แล้วทุกอย่างมีเวลาของมัน เมื่อเราทำเอาไว้เราต้องได้รับผล
    ถ้าไม่ได้ทำเอาไว้ รอเท่าไหร่ก็ไม่มีมาครับ สาธุ
     
  12. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    ถ้าผมตกค้างการตอบคำถาม ขอให้ถามย้ำเข้ามาใหม่ได้นะครับ จะทะยอยตอบให้ครบครับ
    ต้องขออภัยด้วยครับ ปลายปีงานและภาระเยอะจริงๆครับ สาธุ แต่ก็ต้องแบ่งเวลามาตอบให้แน่นอนครับ
     
  13. อุบลดารา

    อุบลดารา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2016
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +8
    7 สามชาติที่แล้ว ชาตินี้ชาติที่สี่ก็ไม่ได้เจอเป็นคนเป็นๆครับเขายังไม่มาเกิดเพราะยังเสวยกรรมในโลกทิพย์ไม่หมด

    ขอถามต่อ อีกหน่อยนะคะ

    1) จากข้อ 7 ที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยเจอเป็น คนเป็นๆ หมาย ความว่า ชาตินี้ จริงๆแล้วก็เคยพบกัน แต่ไมใช่ ในรูปแบบ ของ คนเป็นๆ หรือคะ

    2) จากข้อ 7 โลกทิพย์ที่ว่านี้ คือ สวรรค์ หรือ ที่ไหน

    3) จากข้อ 7 ชาตินี้ ทำบุญทุกครั้ง จะ อุทิศกุศลไปให้ แล้ว อธิษฐาน ประมาณว่า ถ้าตายจากชาตินี้ ไปแล้ว ขอให้ได้ไปอยู่ในภพเดียวกัน คือ สรุป ขออยู่ด้วยแล้วกันนะ จะเป็นได้ดังใจ ไหมคะ

    4) หนูเคยเรียนถามบางอย่างทาง Inbox ไปเมื่อ 1 เดือน แล้ว อาจารย์ยังไม่ตอบหนูเลยค่ะ

    ขอบพระคุณมากค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 ธันวาคม 2019 at 09:39
  14. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,232
    ค่าพลัง:
    +19,431
    79385660_10215953298533093_2104532785334059008_n.jpg ขอนำมาเผยแผ่เป็นธรรมทานครับ

    1. อะไร คมที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า มีดที่ลับหินดีแล้ว คมที่สุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. วาจาที่ใส่ร้ายผู้อื่น ทำร้ายหัวใจผู้อื่น คมที่สุด

    2. อะไร ไกลที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า ดวงอาทิตย์ สุดขอบจักรวาล ไกลสุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. อดีดที่ผ่านมาตั้งหลายกัปหลายกัลป์ ยาวที่สุด

    3 อะไร ใหญ่ที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า. ภูเขา โลก มหาสมุทร ใหญ่ที่สุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. ตัณหาความทยานอยาก ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ก่อภพก่อชาติ ใหญ่ที่สุด

    4 อะไร หนักที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า. หิน เหล็ก แร่ ดิน น้ำ หนักที่สุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. คำสัญญาใดๆ ที่พูดง่ายแต่ทำยาก คำสัญญานั้นแล เป็นสิ่งที่หนักสุด

    5. อะไร เบาที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า. นุ่น สำลี ลม ใบไม้แห้ง
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. การปล่อยวาง การรู้เท่าทันว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แบบนี้แล เบาที่สุด

    6. อะไร ใกล้เราที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า. พ่อแม่ ญาติ ใกล้เราที่สุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. ความตายที่วิ่งตามเหมือนเงาตามตัวต่างหาก ที่ใกล้ตัวเราที่สุด

    7. อะไร ง่ายที่สุด
    พราหมณ์ตอบว่า กิน นอน พูด หายใจ ง่ายที่สุด
    พระพุทธเจ้าตอบว่า. การพูดธรรมะ แบ่งปันให้แสงสว่างแก่ผู้อื่น ง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย

    พราหมณ์ได้ฟังคำตอบจากพระพุทธเจ้าแล้ว ไตร่ตรองพิจารณา โดยเหตุผลแล้ว จึงยอมมอบกายถวายตัวยอมสมาทานศีล เป็นพุทธมามะกะ และได้ดวงตาเห็นธรรมโดยทั่วกัน. พร้อมกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า สัถถาเทวะมนุสสานัง พระองค์เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายโดยแท้จริง

    พระพุทธองค์ตรัสว่า.. "บุคคลแม้ไม่มีทรัพย์สินเงินทองแต่ก็สามารถให้ทานกับผู้อื่นได้ด้วยสิ่งของ 5 ประการ"
    1. ใบหน้าเป็นทาน : สามารถให้รอยยิ้มความสดใส
    2. วาจาเป็นทาน : พูดให้กำลังใจ ชื่นชมและปลอบประโลมผู้อื่นให้มาก
    3. จิตใจเป็นทาน : สามารถเปิดอกเปิดใจกับผู้อื่น ด้วยความนอบน้อมและจริงใจ
    4. ดวงตาเป็นทาน : ใช้แววตาแห่งความหวังดีความโอบอ้อมอารีย์ให้กับผู้อื่น
    5. กายเป็นทาน : สามารถใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
    อย่าได้ตระหนี่ในการส่งต่อให้ผู้อื่น ประโยชน์จะเพิ่มพูนโปรดส่งให้กับคนที่รู้จักและเป็นญาติ ให้ได้ 108 คนแล้วจะโชคดี ร่ำรวย มั่งคั่งอย่างยิ่ง...

    การทำบุญทาน แท้จริงนั้น เกิดจากจิตที่เป็นบุญกุศลนั่นเอง
    จิตที่เป็นบุญกุศลย่อมแสดงออกสู่ภายนอก ก็เป็นบุญกุศลแผ่กระจายออกไปนั่นเองครับ สาธุ
     

แชร์หน้านี้

Loading...