ตามรอยธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 25 กรกฎาคม 2013.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    การระวังตัวเองนั้นถูกต้องแล้วส่วนมากมักระวังแต่ผู้อื่นสิ่งอื่น

    ไม่ย้อนมาระวังตัวเองซึ่งเป็นตัวการสำคัญบ้างเลย

    จึงมักผิดพลาดอยู่บ่อยๆธรรมะท่านสอนให้ดูตัวเองระวังตัวเอง

    จะได้เห็นความบกพร่องของตัวเองแล้วแก้ไขไปเรื่อยๆจนสมบูรณ์ได้
     
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    มีดพร้าที่วางไว้นอกกายของเราเป็นอย่างหนึ่ง

    ที่เหน็บพกไว้เป็นอย่างหนึ่ง

    และที่ถือไว้กับมือเราเป็นอีกอย่างหนึ่ง

    เวลาจะนำออกมาใช้ให้ทันท่วงที

    มีดที่วางไว้นอกกายย่อมนำมาใช้ช้ามาก

    ที่เหน็บพกก็เร็วขึ้นบ้าง

    ส่วนมีดที่เราถือไว้ในมือย่อมใช้ได้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    ธรรมที่เราเรียนมาอย่างหนึ่ง

    ธรรมที่ได้จากการศึกษาอบรมกับอาจารย์อย่างหนึ่ง

    และธรรมที่เกิดขึ้นภายในใจของเรา

    ซึ่งเนื่องจากอบรมกับครูอาจารย์นี้เป็นอีกอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน

    ธรรมที่ได้จากการศึกษาเล่าเรียนมา

    โดยที่ไม่ได้อบรมทางด้านจิตใจเลย

    เช่นเดียวกับมีดที่วางไว้นอกกาย

    ธรรมที่จำมาได้จากการอบรมสั่งสอนของครูอาจารย์

    ว่าท่านสอนอย่างไรเช่นเดียวกับมีดที่เหน็บไว้ในพก

    ส่วนธรรมที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติซึ่งเนื่องมาจากอุบาย

    ที่ได้จากอาจารย์เป็นผลประจักษ์ขึ้นกับใจ

    เช่นเดียวกับมีดที่ถือไว้ในมือ

    และธรรมส่วนนี้แลจะเป็นเครื่องรักษาความปลอดภัยให้แก่เรา

    ได้มากกว่าธรรมทั้งสองประเภทนั้น
     
  3. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    ตามรอยธรรมพระอาจารย์ชยสาโร

    [​IMG]


    ความสุขที่ได้จากรูปเสียงกลิ่นรสและการสัมผัสทางกาย

    คับแคบ และไม่ไปไหนคือกี่ปีกี่ปีก็เหมือนเดิม กี่ภพกี่ชาติก็แค่นั้นแหละ

    อายุเรามากขึ้นสุขภาพร่างกายอ่อนลงโรคประจำตัวเพิ่มมากขึ้น

    โอกาสจะได้ความสุขจากสิ่งนอกตัวน้อยลง

    สุดท้ายน่ากลัวจะเหมือนนกกระเรียนแก่ ซบเซาอยู่ที่เปลือกตมไร้ปลา

    พระพุทธองค์ให้เราเห็นว่าการช่วยคนอื่น

    การดำเนินชีวิตภายในกรอบของศีล

    การขัดเกลานิสัย การฝึกสมาธิ และการพัฒนาปัญญา

    เป็นทางไปสู่ความสุขที่แน่กว่า และมีจุดจบ
     
  4. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    อาตมา เชื่อว่าความละอายเป็นคุณธรรม

    ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของคนไทย

    ถ้าเราสามารถให้การศึกษาที่ถูกต้อง

    เรามีหวังว่าคนไทยทั่วไปเห็นได้ว่า

    การกระทำบางอย่างน่าละอาย

    และความรู้สึกละอายจะเป็นแรงดลบันดาลใจให้เลิก

    ตำราวิสุทธิมรรคท่านอุปมาว่า

    ความรู้สึกละอายเหมือนความรู้สึกของคน

    ที่จำเป็นต้องไปนั่งถ่ายอุจจาระกลางตลาด

    ถ้าเป็นตัวเองจะรู้สึกอย่างไร

    หรือเห็นคนอื่นทำจะรู้สึกอย่างไร

    ก็คงรู้สึกรังเกียจว่ามันน่าละอาย

    การเบียดเบียน การเอารัดเอาเปรียบคนอื่น

    ก็เป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างนั้นเหมือนกัน
     
  5. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    ที่จริงเราทุกคนก็มีปัญญาของตนเองอยู่แล้ว

    เพียงแต่ว่าปัญญานั้นถูกความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายทับถมเอาไว้

    แต่เมื่อเราสามารถปล่อยวาง

    และกล้าเสียสละความยินดีในสิ่งไร้แก่นสารสาระ

    ปล่อยวางความคิดเรื่อยเปื่อย

    เมื่อนั้นความคิดสร้างสรรก็มีโอกาสบังเกิดขึ้น

    เพื่อประโยชน์แก่ชีวิตของเราได้

    ดังนั้น เรามีโอกาสที่จะฉลาดอยู่ตลอดเวลา

    แม้ในโอกาสที่มีการกระทบกระทั่ง

    เกิดความกดดัน มีสิ่งคุกคาม

    ถ้าเราภาวนาด้วยความจริงใจ

    ภาวนาสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

    เราก็สามารถสร้างที่พึ่งภายในได้

    มีหลักการของตนเองที่ยังคงทนอยู่

    ไม่หวั่นไหวตามการแปรปรวนของสิ่งภายนอก

    ทำยากแต่ไม่เหลือวิสัย
     
  6. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    ให้ความรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน

    คือ เขาจะรักหรือไม่รักเรื่องของเขา

    แต่ว่าเราจะให้ เราพอใจกับการให้

    แต่ไม่มีความต้องการในความรัก

    เพื่อแก้ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว

    หรือว่างเปล่าในใจของตัวเอง

    มีธรรมะเป็นที่พึ่ง ความรักเป็นที่พึ่งไม่ได้

    แต่ธรรมะเป็นที่พึ่งได้

    ธรรมะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตมนุษย์
     
  7. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    ความสบายมันอยู่ที่ความพอดี

    คำว่าพอดีจึงเป็นปริศนาธรรมของพุทธ

    เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพยายามเข้าถึง

    เราไม่ต้องพูดถึงมรรคผลนิพพาน

    ไม่ต้องพูดถึงสุญญตาความว่างอะไรสูงส่งอย่างนั้น

    เราพูดถึงง่ายๆธรรมดาๆคำนี้ก็พอแล้ว

    ทำอย่างไรชีวิตของเราจึงจะพอดีทุกแง่ทุกมุมของชีวิต

    หากเรามีความพอดีก็จะสบาย
     
  8. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    เราต้องพิจารณาดูว่าเรามีฉันทะในการทำงานไหม

    ถ้ายังไม่มีก็ต้องรู้จักใช้ความคิดให้เกิดฉันทะในการทำงาน

    ไม่ว่าเรามีจะมีหน้าที่อะไรก็ตาม เราก็ต้องมีฉันทะ

    บางทีก็อาจจะรู้สึกขี้เกียจ หรือบางคนตั้งแต่เล็กๆ พ่อแม่มีฐานะดี

    เลี้ยงดูเรามาอย่างดี ตามใจเรามาตลอด

    อยากให้ลูกสบายไม่ต้องทำอะไร จะทำอะไรก็มีคนคอยรับใช้

    เมื่อโตขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากทำอะไรเหมือนกัน

    ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่เป็น

    เราต้องใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นโทษของความไม่มีฉันทะ

    และเห็นประโยชน์ของความมีฉันทะว่าเป็นอย่างไร

    อันนี้ก็อาศัยความคิด รู้จักคิดดีคิดถูก

    เมื่อเกิดฉันทะแล้วความพอใจในการจะทำงานนี้ให้สำเร็จก็จะเกิดขึ้น

    เมื่อเราทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานที่เราชอบหรือว่าไม่ชอบก็ตาม

    ทำงานก็ได้ค่าตอบแทน ได้เงินเดือน

    เราก็ต้องพิจารณาว่างานที่เราทำนี้มีประโยชน์กับชีวิตตัวเอง

    มีประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อสังคมประเทศชาติหรือไม่

    ถ้าคิดได้แบบนี้ฉันทะก็จะเกิด
     
  9. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    บางคนมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการปฏิบัติ

    เพียรถามคนนั้นคนนี้ตรงนี้

    ท่านอาจารย์ชาเคยกล่าวสอนเอาไว้อย่างหนึ่งว่า

    "ความสงสัยในการปฏิบัติธรรมไม่เคยหายไป

    ด้วยคำพูดคำอธิบายของคนอื่น

    แต่จะหายไป ก็ด้วยการปฏิบัติของตนเอง"
     
  10. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    นี่ความอดทนทำไมบางคนอดทนสูง บางคนอดทนน้อย

    เหตุผลอย่างหนึ่งคือความเคยชิน เพราะมันเคยนี่

    ความเคยชินก็เป็นสังขาร คือถ้าเป็นคนที่ไม่เคยอดทน

    นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องประทับตราตัวเองว่า

    เป็นคนไม่อดทนตลอดกาลนาน

    หากเป็นคนที่แต่ก่อนไม่เคยอดทน

    ตั้งใจว่า ต่อจากนี้เราจะเป็นผู้ที่พยายามเพิ่มความอดทนทุกวัน ทุกวัน

    คนที่ไม่ค่อยทนก็กลายเป็นคนที่อดทนได้

    ถ้าเรามีตัวอย่างที่ดี มันก็ช่วยอีกแรงหนึ่ง
     
  11. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    ถึงแม้ว่าพุทธศาสนาไม่ยกศรัทธาเป็นใหญ่

    เหมือนศาสนาบางศาสนาก็จริง

    แต่อย่างน้อย เราต้องมีศรัทธาในคุณค่าของการปฏิบัติธรรม

    เชื่อมั่นว่าความพ้นทุกข์มีจริง

    เชื่อมั่นว่าการประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

    เป็นทางไปสู่ความดับทุกข์จริง

    เชื่อว่าการทำสมาธิภาวนาสามารถนำเราไปสู่ความสงบสุขได้

    ศรัทธาเหล่านี้จะแรงกล้าและปลอดภัยไม่งมงายด้วยพลังปัญญา

    คอยเกื้อหนุนจุนเจือ ปัญญานั้นเห็นโทษในกิเลส

    เกิดความเบื่อหน่ายในการที่จะเป็นทาสของมันอีกต่อไป
     
  12. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    อิทธิพลที่พ่อแม่มีในการกำหนดชีวิตของลูกมีมากทีเดียว

    เพราะเหตุนี้นั่นเองที่พระพุทธองค์ถือว่า

    ความเป็นลูกกตัญญูเป็นสัญลักษณ์ของคนดี

    เพราะคนดีย่อมตระหนักชัดว่า

    ถ้าพ่อแม่ไม่เลี้ยงเราดี ให้พื้นฐานที่มั่นคง เราคงไม่เป็นอย่างนี้

    ถ้าใครภูมิใจว่าตนประสบความสำเร็จในชีวิต

    เพราะสติปัญญาความสามารถของตัวเองคนเดียว

    นักปราชญ์ถือว่าเหลิง
     
  13. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    มันเหมือนกับเราเป็นหนี้สินจำนวนมหาศาล

    ดิ้นรนแทบตายก็ได้แต่ดอกเบี้ยไปให้เขา

    เขาทวงเงิน เราจะอ้างความเหน็ดเหนื่อยกับเจ้าหนี้ไม่ได้

    ไม่ใช่ประเด็น เขาสนใจแต่เงินที่ยังเหลืออยู่

    เราทำอะไรให้พ่อแม่ก็เหมือนกัน

    เราอาจคิดว่าเราทำได้มากแล้ว

    จริงๆแล้วถ้าไม่ช่วยทางด้านธรรม

    การปรนนิบัติเป็นแค่การชำระดอกเบี้ยเท่านั้นเอง

    เพราะหนี้พ่อแม่ไม่ใช่หนี้ธรรมดาแต่เป็นหนี้ศักดิ์สิทธิ์
     
  14. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    ขณะที่โกรธก็ไม่รู้ ขณะที่รู้ก็ไม่โกรธ

    สังเกตดู โกรธแล้วก็รู้ มีตัวรู้เกิดขึ้น

    แต่ตัวรู้นั้นมันไม่ค่อยเข้มแข็ง มันก็ฟุบไป

    แล้วโกรธก็กลับมาใหม่ โกรธแล้วรู้ รู้ไม่นานแล้วก็โกรธ

    เพราะโลภ โกรธ หลงเกิดจากความไม่รู้ ไม่เห็นตามความเป็นจริง
     
  15. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    "ความฉลาด ความดี และความสุข"

    มาพร้อมกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แยกออกจากกันไม่ได้

    เพราะถ้าเราฉลาดจริงๆแล้วจะไม่มีทางทำความชั่วได้เลย

    และเมื่อไม่ทำความชั่วจิตใจก็เป็นกุศลเป็นสุข
     
  16. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    พระอาจารย์ชยสาโรเล่าเรื่องถูกหลอก

    ...พระฝรั่งเศสรูปหนึ่ง มาบวชที่วัดหนองป่าพง
    ท่าทางท่านเคร่งสงบสำรวมมาก เพียรนั่งทำสมาธิทั้งวัน
    ท่านฉันอย่างสำรวม ค่อยๆ ฉัน ฉันน้อยมาก ไม่มองนอกบาตร
    ฉันแล้วก็ล้างบาตร เช็ดบาตรเงียบๆ แล้วรีบปลีกตัวไปทำความเพียร
    ไม่พูดคุยหลังอาหารเหมือนเพื่อนสมณะรูปอื่นๆ
    ดูท่านเคร่งครัด ปฏิบัติเข้ม น่าเลื่อมใสในปฏิปทามากๆ
    ท่านชยสาโรยังเคยคิดว่า
    "ทำอย่างไรหนอ จะขยันภาวนาและสำรวมได้อย่างนั้น"

    ต่อมาพระฝรั่งเศสนี้มาลาสึก ทุกองค์ช๊อค ตกใจข่าวนี้มาก
    จะเป็นไปได้อย่างไรกัน...แต่ต่อมาหลวงพ่อชา ท่านพูดว่า
    พระฝรั่งเศสรูปนี้ ท่านเหมือนผลไม้ที่ "สุกนอก เน่าใน" ทุกองค์ก็ยังงง
    จนเมื่ออดีตพระฝรั่งเศสนั้น มาพูดเฉลยให้ฟังเองว่า

    ตลอดมาในเพศพรหมจรรย์ที่ผ่านมา ไม่เคยมีความสุขเลย
    ทำสมาธิภาวนาไม่เคยสงบแต่เป็นเรื่องที่ทุกข์และเครียดมาตลอด
    (เห็นนั่งสมาธินิ่งอย่างกับพระอรหันต์..ที่แท้ท่านเครียดมากๆ)
    เรื่องการฉันนั้น ตามนิสัยชาวฝรั่งเศส จะพิถีพิถันเรื่องรับประทาน
    จัดโน่นวางนี้งดงาม พอมาบวช ทุกอย่างรวมลงในบาตร
    ทำให้คลื่นไส้ ฉันไม่ค่อยลง ฉันได้น้อย เป็นทุกข์เหลือเกิน

    เรื่องรวมกลุ่มกันพูดคุยหลังฉัน ซึ่งพระฝรั่งเศสนี้ก็ไม่เคยทำ
    ทั้งที่หลวงพ่อชาเคยตำหนิพระที่คุยกัน..ถึงขนาดว่า
    "ผมไม่เคยเห็นอะไรจะชั่วมากกว่า
    การจับกลุ่มคุยกันหลังอาหารของพวกพระ"
    (พระอาจารย์ชยสาโรท่านว่า..ถูกด่าอย่างนี้สะดุ้งเลย)
    จึงนึกชมพระฝรั่งเศสที่ไม่เคยร่วมวงคุยเลย

    (พระอาจารย์ชยสาโรเล่าว่า ต้องตื่นตั้งตี ๒-ตี ๓
    ทำวัตร นั่งสมาธิ ทำวัตร เดินไปบิณฑบาตไปกลับ ๕-๖ กิโล
    กลับมาก็มาสวดมนต์ นั่งสมาธิ กว่าจะได้ฉัน
    และฉันมื้อเดียว ฉันข้าวเหนียวเป็นหลัก
    ตอนล้างบาตรเช็ดบาตรจึงมักพูดคุยกันเป็นการผ่อนคลาย)


    ท่านนึกศรัทธาพระฝรั่งเศสที่สำรวม ไม่เคยมาคุยหรือร่วมวงด้วย
    แต่อดีตพระฝรั่งเศสมาเฉลยว่า
    "พวกท่านพูดคุยกัน มีเมตตาต่อกัน ดูมีความสุข เป็นเพื่อนสมณะที่ดีต่อกัน
    แต่ผมพูดคุยไม่เป็น ไม่รู้จะคุยอะไร ก็ยิ่งเหงาเหลือเกิน"

    ท่านอาจารย์ชยสาโรจึงสรุปว่า สิ่งภายนอกอาจหลอกเราสนิท...
     
  17. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    [​IMG]


    คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่เงินเดือน

    คุณค่าของชีวิตอยู่ที่สิ่งที่ดีงามภายในจิตในใจของเรา

    อยู่ที่สิ่งดีงามที่เรากระทำด้วยกาย ด้วยวาจา

    เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงถือได้ว่า

    ชีวิตของเรามีคุณค่าได้จนถึงลมหายใจสุดท้ายเลย

    เมื่อเรามีอายุมากขึ้นเราก็ควรตั้งอกตั้งใจ

    ทำแต่สิ่งที่ดีพูดแต่สิ่งที่ดีฝากจิตให้น้อมไปในสิ่งที่ดีงาม

    การเพิ่มคุณภาพชีวิตของตนเอง

    เพื่อเพิ่มคุณงามความดีในโลกนี้ไว้

    ทำให้ชีวิตเรามีเป้าหมาย

    มีคุณค่าทุกวันทุกเวลามีงานต้องทำ

    ชีวิตของเราต้องมีการหยุดต้องมีการทบทวนว่า

    เรากำลังทำอะไรอยู่เพื่อเราจะได้เห็นตนเอง

    ชีวิตของเราจะมีความสุขที่แท้จริง

    ก็อยู่ที่คุณภาพของชีวิต

    อยู่ที่ความรู้สึกภาคภูมิใจตัวเอง

    คุณภาพชีวิตเกิดจาก

    คุณภาพของการกระทำของเราด้วยกายด้วยวาจาด้วยใจ

    สิ่งที่สร้างสรรค์นั้นคือตัวชีวิตที่งามแล้ว

    ตีราคาในตลาดไม่ได้วัดคุณค่าด้วยเงินไม่ได้

    ต้องใช้เครื่องวัดของพระพุทธเจ้า

    เป็นหลักที่แน่นอนบริสุทธิ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิเลส
     

แชร์หน้านี้

Loading...