ติดตามกิจกรรมพระกรรมฐาน

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย มุ่งเต็มใจ, 2 กุมภาพันธ์ 2007.

  1. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    [​IMG]

    หมากัดขาเรา เราอย่าไปกัดขาหมาตอบ ถ้ากัดคงน่าเกลียดจริงๆ ถ้ามีคนอื่นตำหนิเรา เราอย่าไปตำหนิเขาตอบ
    ใครทำให้เราโกรธ เราอย่าหลงไปโกรธเขาตอบ ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก
    ล.ป.ท่อน ญาณธโร
     
  2. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  3. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  4. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    [​IMG]

    ขอเชิญร่วมบุญถวายบาตรศิลา2ใบ รวมค่าส่ง7,000บ.
    1.วัดไทยเกสรียา ประเทศอินเดีย (ที่พระพุทธเจ้าแระทานบาตรในสมัยพุทธกาล)
    2.วัดไทยสานาถ ประเทศอินเดีย (ใกล้ที่แสดงปฐมเทศนา)
    บาตรศิลานี้ทางคุณณัฏฐ์ภรณ์ ณัฐปัณฑร์ ฝากคุณสมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ ไปถวายที่ประเทศอินเดีย วันที่5-15เมษายน 2556 สนใจร่วมบุญตามกำลังศรัทธา ติดต่อคุณ ณัฏฐ์ภรณ์ ณัฐปัณฑ์ร ร.พ.วชิระภูเก็ต ตึกเวชศาสตร์ใต้น้ำ โทร 086-5954459 โอนทางATM ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 8051688910 ถ้าผู้มีจิตศรัทธาท่านใดโอนแล้วรบกวนแจ้งด้วยทางโทรศัพท์หรือข้อความ ขณะนี้ยังขาดปัจจัยซื้อบาตรอีก1ใบ ปิดยอดวันที่31 มกราคม 2556
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มกราคม 2013
  5. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    [​IMG]

    บรรยากาศถวายจังหันเช้า@TOT วันนี้มีครูบาอาจารย์หลายท่าน มีหลวงปู่เจริญ ราหุโล,หลวงปู่แปลง,หลวงปู่อุทัย,หลวงพ่อสุชิน,หลวงพ่อน้อย และอีกหลายท่าน อนุโมทนากับทุกๆท่านด้วย ^^
     
  6. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    [​IMG]

    งานหลวงตามหาบัวถ่ายกล้องธรรมดามองแทบจะไม่เห็นต้นข่อยใบข่อย
     
  7. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    โลกแตกไปนานแล้ว

    [​IMG]

    ห้องชมรมพุทธ บมจ.ทีโอที อาคาร 5 ชั้น 3
    สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ ช่วงประมาณเวลา 12.๐๐ น.
    วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 (21-12-2012)

    ผมกำลังนวดขาพระอาจารย์เยื้อน ขันติพโล วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์ กับเพื่อนๆ ชมรมพุทธ บมจ.ทีโอที ส่วนหนึ่ง
    ช่วงนั้นตามข่าวต่างๆมีผู้คนกังวลกันเรื่องโลกแตกตามข่าวทีวีหน้าหนังสือพิมพ์
    ท่านได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ประมาณทำนองว่า

    โลกแตกไปนานแล้ว ก็ที่เป็นทวีปต่างๆไงเล่า (ออสเตรเลีย เอเชีย อเมริกา ^_^)

    พวกเราโชคดีที่ได้เกิดมาในช่วงกึ่งพุทธกาล (^_^ :cool:)

    ท่านบอกทำนอง(กับเพื่อนชมรมพุทธฯที่ตั้งใจนั่งฟังอย่างสงบจำนวนหนึ่งที่เพิ่งมาถึงยังไม่เต็มห้อง เพราะยังไม่ถึงเวลาเริ่มแสดงพระธรรมเทศนา)ว่าในที่นี้พวกนี้ไปนิพพานกันหมดแล้วไม่อยู่แล้ว (ตอนโลกแตกอีกทีหนึ่ง?) เพื่อนๆกัลยาณมิตรชมรมพุทธฯ พากันสาธุแทบพร้อมกัน
    เว้นแต่หมอนี่(? ถ้ายังบำเพ็ญ เจ็บตัว แลกชีวิตได้) อยู่คนเดียว

    ประวัติพระอาจารย์เยื้อนครับ
    วัดเขาศาลา watkaosala.com - ความเป็นมา

    (ผมก็ได้อธิษฐานพุทธภูมิจากบุญกุศลนานาตามปรกติครับ)

    ผิดพลาดพลั้งไปขออภัยขมาทุกท่านโดยดีงามด้วยครับ

     
  8. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    ที่มาครับ
    http://palungjit.org/threads/บันทึกบาปและกรรมของข้าพเจ้า.89898/page-145
     
  9. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    ตถุมงคลที่เป็นทางการของหลวงปู่หล้าแล้ว เห็นว่ามีอยู่ 2 รุ่นนี้เอง

    เหรียญธรรมกับพระแก้วมรกตหลวงปู่หล้า
    วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) มุกดาหาร

    -----------------------------------------------------

    ปฏิปทาขององค์หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต วัดภูจ้อก้อ ไม่เป็นไปในทางวัตถุมงคล ไม่รับนิมนต์ไปพิธีปลุกเสกพระเครื่อง ไม่อนุกญาตให้ใครสร้างวัตถุมงคลในนามท่าน แต่ท่านก็มีเรื่องแบบนี้อยู่เหมือนกัน

    เช่นเดียวกับหลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง แม้ไม่ไยดีในเรื่องวัตถุมงคลเลย ก็ยังมีอยู่อย่างน้อย 2 รุ่น มี เหรียญพัดยศฯ
    เป็นต้น

    ที่เหมือนกันที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องการสร้างรูปเหมือนของตัวท่านเอง ทั้งหลวงปู่เทสก์และหลวงปู่หล้า ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

    เหรียญธรรม

    กลางปี 2537 ได้เกิดเรื่องเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ คือการปรากฏของเหรียญธรรม

    ตั้งแต่สิ้นหลวงพ่อชา กับหลวงปู่สิม ก็มีหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ที่ผมได้ไปกราบนมัสการบ่อยที่สุด ทำให้ได้เห็นดีในครั้งหนึ่ง

    ท่านชูเหรียญธรรมในมือขณะเรียกผมให้คลานเข้าไปใกล้ ๆ

    “นี่ไม่ใช่เหรียญของเรา เป็นเหรียญของคุณณรงค์ เขาทำมาตั้ง 2 หมื่นเหรียญแน่ะ เขาบอกว่าไม่มีรูปของเราในเหรียญ ไม่มีชื่อเรา ไม่มีชื่อของวัดเรา”

    “หลวงปู่ไม่ทราบหรือครับว่าในเหรียญมีอะไร หรือเป็นเหรียญอะไร” ผมนมัสการถาม

    “หึ”

    ผมรับเอาเหรียญที่ท่านส่งให้มาดู และอ่านรายละเอียดในเหรียญถวายท่านฟัง

    “เป็นเหรียญที่มีแต่ตัวหนังสือ ไม่มีรูปไม่มีชื่อหลวงปู่หรือชื่อวัดจริงอย่างที่เขาว่า”

    “ตัวหนังสืออะไรบ้าง”

    “ด้านหนึ่งมีคำว่า “รู้” อยู่กลางเหรียญ อีกด้านหนึ่งเป็นมรรคแปดประการ เป็นเหรียญที่มีแต่ข้อความเกี่ยวเนื่องกับธรรมะเท่านั้น เขาเข้าใจคิดทำนะครับ”

    “ไม่รู้เขาทำมาทำไม” หลวงปู่รำพึง “เขาเอาวางลงที่หลวงปู่แล้วทิ้งไว้ ไม่ยอมเอากลับหรือเขาจะลองเรานะ”

    ท่านนิ่งไปอึดใจหนึ่งแล้วตัดบทว่า

    “เอ้าก็ดีเหมือนกัน มารับเอาคนละเหรียญ”

    ท่านก็แจกทันที มีคนเข้าไปรับเหรียญที่แจกครั้งแรกนี้ไม่เกิน 20 คน ถึงคิวผมก็นมัสการท่านตามสไตล์ว่า “หลวงปู่ของผมเอาเยอะ ๆเพราะว่าพวกมีมาก”

    ท่านกำให้ 7 เหรียญพอดี

    หลังจากนั้นในวันต่อ ๆ มาผมพยายามเกณฑ์คนที่รักใคร่คุ้นเคยทั้งเพื่อนทั้งญาติไปขอรับเหรียญอยู่ถึงสามวาระ ท่านก็เลิกแจก

    ของดีอยู่บนหัวนอน

    คุณปัญญา โกวิทธวงศ์ ไปกราบหลวงพ่อคำพอง วัดถ้ำกกคู่ จังหวัดอุดรธานี ได้เอาหนังสือประวัติฉบับที่หลวงปู่หล้าลิขิตเองไปถวาย

    หลวงพ่อคำพองรับหนังสือแล้วก็กล่าวว่า

    “เอาแต่หนังสือมา ของดีอยู่บนหัวนอนหลวงปู่หล้าไม่รู้จักเอา”

    คุณปัญญาถามว่าอะไรคือของดี ท่านไม่ตอบ ทำยิ้ม ๆ เป็นปริศนาให้ไปหาคำตอบเอง

    วันหนึ่งผมไปกราบหลวงปู่หล้าเหมือนเคย พอท่านเลิกรับแขกเข้าพักผ่อน ก็ไปกราบสนทนากับท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์ กันตสีโล ที่กุฏิหลังภูเขา ได้กราบเรียนถามถึงเรื่องเหรียญธรรมที่หลวงปู่เคยแจกว่ายงมีเหลืออยู่หรือไม่ ท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์ตอบว่า

    “ยังมีอยู่ แต่ท่านไม่แจก ท่านเก็บไว้ที่หัวนอนของท่านตลอด”

    เมื่อเล่าให้คุณปัญญาทราบจึงร้องว่าอ้ออย่างนี้เอง

    เลยเป็นเรื่องอัศจรรย์ในหลวงพ่อคำพอง ท่านทราบอย่างไรว่าเหรียญธรรมเก็บอยู่บนหัวนอนหลวงปู่หล้า

    พระแก้วมรกต

    เพราะได้แวะกุฏิท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์เกือบทุกครั้งหลังนมัสการองค์หลวงปู่ จึงทำให้ได้เห็นดีอีกครั้งหนึ่ง คือเห็นท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์กำลังง่วนอยู่กับบล็อคพระ

    “อาจารย์ทำอะไรน่ะ”

    ท่านหันมาทำจุ๊ย์ปาก

    “อ้อ ทำพระเครื่อง” ผมว่า

    ท่านยกมือขึ้นเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากอีกครั้ง “เอ็ดไปน่ะ”

    “อ้าว ก็ทำพระอยู่จริง ๆ ไม่ใช่รึ ทำของใคร หลวงปู่รึ”

    “นั่นแหละ ก็แอบ ๆ ทำไม่มีใครรู้ ไม่กล้าขอท่าน กลัวถูกเอ็ด แต่มันอยากจะทำ ทำแล้วท่านจะเสกให้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้”

    “อาจารย์ไม่ต้องแอบหรอกครับ ไง ๆ ในวัดนี้ใครทำอะไร อยู่ที่ไหน หลวงปู่ท่านรู้หมด ไม่ต้องให้ใครไปฟ้อง
    ท่านก็รู้”

    “จริงสิ ท่านคอยเทศน์เป็นราย ๆ เป็นคน ๆ ทั้งที่บางเรื่องไม่มีใครรู้ เจ้าของรู้อยู่คนเดียวแท้ ๆ”

    “ทำแบบองอาจผึ่งผายไปเลย ไม่ต้องกลัวท่านเอ็ด เพราะร้ายที่สุดก็แค่เอ็ด”

    ท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์พยักหน้าหงึก

    “จริง ๆ แล้วไม่ทันได้คิดทำหรอก บังเอิญเขาไปซ่อมกุฏิหลวงปู่มั่น เขารื้อไม้ที่ผุออก ก็เก็บมาท่อนหนึ่ง เป็นไม้ส่วนที่มุงหลังคากุฏิหลวงปู่มั่น ก็เลยเสียดาย คิดอยากเอามาทำเป็นพระ” ท่านอธิบาย

    ไม้ที่กล่าวนี้คือไม้มุงหลังคากุฏิหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นั่นแหละครับ

    “ทำเสร็จแล้ว หลวงปู่เสกให้แล้วอย่าลืมผมนา” ผมออกวาจาจองไว้ก่อน

    “เออน่ะ ไม่ลืม” ท่านรับรอง

    วันที่ 3 ธันวาคม 2537 ท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์โทรศัพท์มาหาผม

    “เร็ว ๆ รีบมาเอาพระเดี๋ยวหมดก่อนนา”

    “หลวงปู่เสกหรือยัง”

    “เสกซี่ ไม่เสกจะกล้าแจกเรอะ มาเร็ว ๆ แล้วกัน”

    วันที่ 5 ผมรีบบึ่งไปหาท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์ทันที

    “ตกลงเป็นยังไง หลวงปู่ไม่เอ็ดรึ” ผมซัก

    “ไม่เอ็ดสิ” ท่านอาจารย์สิทธิศักดิ์ว่า “พระนี่ทำเสร็จตั้งนานแล้ว ทำได้แค่ 80 องค์ ทำเสร็จแล้วก็ยังไม่กล้าเอาไปใหลวงปู่ คิดหาอุบายจะไม่ให้ท่านเอ็ด ก็คิดไม่ออก พอดีมีพระจะสึกเลยได้การ จัดแจงฝากท่านที่กำลังจะไปลาสึกถือเขาไป ฉันเองก็ย่องเข้าไปด้วย พอเอาพระในกล่องถวายท่าน ท่านก็ถามว่ากล่องอะไร เรียนท่านว่าเป็นพระ ก็บอกให้เปิดดู แล้วหยิบขึ้นมาองค์หนึ่ง ท่านเห็นแล้วก็ออกปากว่านี่เพราะแก้วมรกต เลยได้เล่าเรื่องพระแก้วมรกตให้พระทุกองค์ที่อุปัฏฐากในห้องพักฟื้นฟังอย่างละเอียด แล้วก็อธิษฐานจิตให้เลย ไม่เอ็ดไม่ว่าสักคำ พูดแต่ว่าดีแล้ว ๆ”

    “ไหมล่ะ ผมก็ว่าแล้ว”

    “ก็เท่านั้นเอง พระเลยแทบจะหมดไปทันที ทุกองค์ที่รู้เรื่องพากันมาขอคนละองค์ เหลืออยู่แค่นี้เอง”

    ผมจึงถือเป็นวาสนา ที่ได้พระแก้วมรกตนี้กับเขาด้วยคนหนึ่ง

    วัตถุมงคลที่เป็นทางการ

    ถ้าจะนับวัตถุมงคลที่เป็นทางการของหลวงปู่หล้าแล้ว เห็นว่ามีอยู่ 2 รุ่นนี้เอง

    เหรียญธรรม กับพระแก้วมรกต

    ลักษณะเหรียญธรรม เป็นเหรียญทองแดง ไม่รมดำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร มีจำนวนสร้างทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นเหรียญ ผู้สร้างคือ คุณณรงค์ (ใครก็ไม่รู้) เริ่มแจกตอนกลางปี 2537 ราว ๆ เดือนกันยายน-ตุลาคม

    พระแก้วมรกต ลักษณะมวลสารหยาบ ๆ ไม่มีความสวยงาม เพราะคนสร้างไม่ใช่นักสร้างพระมืออาชีพ มีมวลสารหลักเป็นไม้มุงหลังคากุฏิหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถร เกศาหลวงปู่หล้า ข้าวก้นบาตร ผงดอกไม้บูชาพระ และน้ำที่เหลือจากหลวงปู่หล้าฉัน มีจำนวนสร้างสุทธิ 80 องค์ แจกพระเณรบนวัดภูจ้อก้อเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีแพร่หลายออกข้างนอก

    วัตถุมงคลทั้ง 2 รุ่น ถือเป็นทางการที่สุด

    เป็นมรดกขลัง มรดกแห่งมงคลที่หลวงปู่หล้าเมตตาทิ้งไว้ให้ผู้เคารพเลื่อมใสในองค์ท่านใครได้ไป ย่อมเป็นวาสนาของผู้นั้นอย่างแท้จริง

    บันทึกเอาไว้เพื่อไม่ให้มรดกหลวงปู่หล้าทั้งสองอย่างนี้สาบสูญไป

    (พระอาจารย์สิทธิศักดิ์ กันตสีโล เวลานี้ท่านธุดงค์ไปอยู่ไหน ใครรู้จักท่านช่วยกราบเรียนหรือส่งข่าวท่านให้ผมทราบด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง)
    ----------------------------------------------------------------------

    ข้อมูลจากนิตยสารศักดิ์สิทธิ์ ประมาณปี 2537
    http://www.suankhlang.com/ipb//index.php?showtopic=195
     
  10. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    การอธิษฐานจิตของท่านเจ้าคุณนรฯ

    " การอธิษฐานจิตของท่านเจ้าคุณนรฯ "
    [​IMG]
    พระเถระผู้ทรงคุณธรรมเป็นพิเศษในอดีตเป็นอันมาก
    เมื่อจะถือกำเนิดในครรภ์โยมมารดานั้น
    มักจะสำแดงนิมิตให้ปรากฏแก่โยมบิดาและโยมมารดาต่างๆ กัน
    เป็นต้นว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสองค์สำคัญยิ่ง
    ซึ่งเป็นสมเด็จอุปัชฌาย์ของ “ท่านธมฺมวิตกฺโก”
    และเชื่อกันว่าท่านเป็นพระอริยบุคคลรูปหนึ่งนั้น
    เมื่อปีที่ท่านจะเกิดโยมบิดาก็ฝันไปว่ามีผู้นำช้างเผือกมาให้

    หรือเมื่อตอนที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
    แต่ครั้งยังเป็นสามเณร จะย้ายเข้าไปอยู่วัดระฆังโฆสิตาราม
    เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น
    ก็เล่ากันว่าพระอาจารย์ของท่านฝันในคืนวันที่ท่านจะไปถึงว่า
    มีช้างเผือกเชือกหนึ่งเข้าไปกินคัมภีร์พระไตรปิฎกในตู้จนหมด ฯลฯ

    โดยเหตุที่เคยมีเรื่องราวเล่ากันมาดังกล่าวนี้
    จึงทำให้ผู้เขียนสนใจสืบถามนิมิต
    เมื่อตอนที่ ท่านธมฺมวิตกฺโก จะถือกำเนิดอยู่เหมือนกัน
    เพื่อจะได้ “เกร็ด” ประวัติตอนสำคัญของท่านมาเผยแพร่
    แต่ก็มิได้ความกระจ่างแต่อย่างไร

    เคยมีผู้สนใจซักถามโยมบิดาของท่าน
    (พระนรราชภักดี-ตรอง จินตยานนท์) ว่าประพฤติตนเช่นไร
    สวดมนต์อย่างไร ท่องคาถาบทไหน ฯลฯ
    จึงได้มีบุตรที่ดี (หมายถึงท่านธมฺมวิตกฺโก) เช่นนี้
    โยมบิดาของท่านก็ได้ตอบไปว่า
    เห็นจะเป็นด้วยเหตุที่ท่านได้ใส่ใจภาวนา
    สวดพระคาถามงคลสูตรอยู่เสมอนั่นเอง

    อันพระคาถามงคลสูตรนี้
    ตัวท่านธมฺมวิตกฺโกเองก็นิยมท่องบ่นเจริญภาวนาอยู่เสมอเช่นกัน
    ตลอดทั้งได้แนะนำผู้ใกล้ชิดบางคน เช่น คู่หมั้นของท่าน
    ให้หมั่นสวดภาวนาทุกวัน ทั้งเวลาเช้าตื่นนอน และเวลาค่ำก่อนเข้านอน

    โดยท่านได้ให้อรรถาธิบายว่า
    “มงคลคาถานี้ เป็นพระสูตรที่คัดมาจากพระไตรปิฎก
    ผู้ใดเล่าบ่นหรือสวดและปฏิบัติตาม
    ย่อมเป็นสิริมงคลอันประเสริฐ จึงเรียกว่าคาถามงคลสูตร”

    ในตอนปีท้ายๆ ก่อนที่จะถึงแก่มรณภาพนี้
    รู้สึกว่าท่านธมฺมวิตกฺโกได้ตั้งใจอธิษฐานจิต
    และแผ่เมตตาลงในพระเครื่องมากมายเป็นพิเศษ
    ยิ่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ด้วยแล้ว ถึงกับมีพิธีสวดอธิษฐานจิตครั้งใหญ่
    ในวัดเทพศิรินทราวาสถึงสองครั้งสองหน
    คือเมื่อเสาร์ห้า ตรงกับวันที่ ๒๕ เมษายน ครั้งหนึ่ง
    กับวันที่ ๕ ธันวาคม อีกครั้งหนึ่ง

    โดยเฉพาะวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓
    ซึ่งเป็นพิธีสวดอธิษฐานจิตครั้งสุดท้ายของท่านนั้น
    ได้มีผู้นำพระเครื่องพระบูชา และวัตถุสิ่งของต่างๆ
    ไปให้ท่านอธิษฐานจิตให้อย่างมากมายเป็นประวัติการณ์
    มงคลวัตถุเหล่านั้นวางเต็มอาสนะสงฆ์ในพระอุโบสถ
    จนดูแทบจะทานน้ำหนักไม่ไหว
    มีผู้กล่าวกันว่าน้ำหนักสิ่งของทั้งหมดที่นำไปให้ท่าน
    อธิษฐานจิตในวันนั้น คะเนรวมแล้วเห็นจะไม่ต่ำกว่า ๓ ตัน !

    นอกจากนี้ยังมีการถวายให้อธิษฐานจิตและแผ่เมตตาย่อยครั้งละไม่กี่นาที
    ในพระอุโบสถบ้าง ข้างกุฏิท่านบ้างอีกนับครั้งไม่ถ้วน
    จนเกือบจะไม่มีการยกเว้นว่าบุคคลใดจะเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาสก็แล้วแต่
    หากมีประสงค์จะสร้างพระเพื่อหารายได้ไปใช้ในการกุศลแล้ว
    ท่านก็จะอนุโลมตามความปรารถนา อธิษฐานจิตให้ทุกรายไป

    เป็นเรื่องที่บุคคลบางคนเห็นเป็นเรื่องแปลกประหลาด
    เพราะแต่ก่อนมานั้นท่านไม่ยอมอธิษฐานจิตสิ่งของให้แก่ใครได้ง่ายๆ
    เป็นเรื่องนอกลู่นอกทาง มิใช่แนวของพระพุทธศาสนาโดยตรง

    เชื่อกันว่าการที่ท่านยอมอธิษฐานจิตและแผ่เมตตา
    ลงในพระเครื่องอย่างมากมายในระยะหลังๆ นี้ ก็เพื่อเป็นสิ่งของที่ระลึก
    เป็นเครื่องหมายแทนตัวท่านสืบต่อไปในอนาคตอีกนานแสนนาน
    เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะดึงคนให้หันเข้ามาสู่ศาสนา
    เข้าสู่หลักธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระบรมศาสดา
    เพราะคนที่นิยมสะสมพระ
    หรือที่ชอบเรียกกันติดปากว่า “เล่นพระ” นั้น
    ในที่สุดก็หันมาปฏิบัติธรรมด้วยกันทั้งสิ้น
    โดยมีพระเครื่องนั้นเป็นสื่อจูงใจในเบื้องต้น

    นอกจากนี้ท่านยังเคยกล่าวว่า
    “ให้เขาได้ทำบุญทำกุศลกันเสียบ้าง
    ดีกว่าเอาเงินไปสุรุ่ยสุร่าย เที่ยวตามบาร์ตามไนท์คลับกัน”

    เพราะเงินรายได้ที่ได้จากการจำหน่ายพระเครื่องเหล่านี้
    ท่านผู้สร้างก็นำไปใช้จ่ายในการกุศล สร้างโรงเรียน สร้างโบสถ์
    เป็นทุนการศึกษาของพระภิกษุสงฆ์สามเณร ฯลฯ
    อันเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่การศึกษาและการศาสนาทั้งสิ้น

    อีกประการหนึ่ง สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกโดยรอบประเทศของเรา
    ในระยะนั้นก็มีแต่ความคับขันและอันตรายรอบด้าน
    ต้องส่งทหารไปร่วมรบในสมรภูมิสาธารณรัฐเวียดนาม
    สถานการณ์ในลาวและเขมร ประเทศเพื่อนบ้าน
    ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศเรา กำลังผจญกับสงครามอย่างหนัก
    อันจะส่งผลกระทบกระเทือนมาถึงประเทศชาติของเราด้วย
    และการคุกคามของผู้ก่อการร้าย ซึ่งกำลังแผ่ขยายไปทั่วประเทศ
    ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ฯลฯ
    บางครั้งก็รุนแรงน่าสะพึงกลัวเป็นอันมาก

    ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ที่ทำให้ท่านธมฺมวิตกฺโก
    ยอมอธิษฐานจิตและแผ่เมตตา
    ลงในพระเครื่องให้แก่บุคคลต่างๆ เป็นอันมากในระยะหลังๆ นี้
    จึงเกิดอภินิหารเป็นที่ปรากฏประจักษ์แก่มหาชนอย่างกว้างขวาง
    จนพระเครื่องที่ท่านอธิษฐานจิตและแผ่เมตตาให้นั้น
    กลายเป็น “พระเครื่องยอดนิยม”
    เป็นที่กล่าวขวัญและแสวงหาของชาวพุทธทั่วเมืองไทยในยุคนี้

    มีคนเป็นอันมากเชื่อว่าการที่ท่านอธิษฐานจิตและแผ่เมตตา
    ลงในพระเครื่องเป็นการใหญ่ในระยะหลังๆ นี้
    แสดงว่าท่านจะต้อง “สำเร็จ” อย่างหนึ่งอย่างใดแล้วแน่นอน

    หากการอธิษฐานจิตลงในพระเครื่องเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ
    ไม่สามารถประจุพลังศักดิ์สิทธิ์ลงสถิตในองค์พระปฏิมาขนาดเล็กนั้นได้จริง
    ท่านก็จะไม่ยอมแผ่เมตตาให้โดยเด็ดขาด

    ท่านได้ทุ่มเทศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเรื่องเกี่ยวกับอำนาจจิต
    การทำสมาธิทั้งวิชาฝ่ายโยคะและพระพุทธศาสนา
    มาตั้งแต่วัยหนุ่มและกระทำมาตลอดชีวิตของท่าน
    ท่านได้เคยใช้พลังจิตผจญกับโรคร้าย ความเจ็บไข้ ตลอดจนอสรพิษ
    ได้ผลจนเป็นที่อัศจรรย์ใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นหรือที่ทราบเรื่องมาแล้ว
    ฉะนั้น ท่านจึงยินยอมอธิษฐานจิตและแผ่เมตตาลงในพระเครื่องให้

    คราวหนึ่งเมื่อพิธีสวดอธิษฐานจิตในพระอุโบสถ
    วันเสาร์ห้า วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๑๓ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
    ท่านได้หันไปหา พระมหาเสริม อนุจโย
    ซึ่งเป็นพระสวดพุทธาภิเษกในวันนั้นว่า

    “เรื่องของขลังนี้ ท่านมหาเชื่อไหม ?”

    “เกล้าเชื่อ” เป็นคำตอบจากพระมหาเสริม

    อีกคราวหนึ่ง ท่านได้บอกกับนายสุวัฒน์ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มเชื้อจีน
    อยู่ร้านตัดเสื้อแถวสี่แยกวัดตึกที่มีความเคารพท่านมาก
    เคยฝันเห็นท่านมาก่อนระหว่างเจ็บป่วย จึงได้เพียรพยายามมาดูตัวจริง
    จนได้พบท่านแล้วก็เกิดศรัทธาเคารพมั่นในองค์ท่านยิ่งขึ้น
    เมื่อทราบว่าเขามีการสร้างพระเครื่องถวาย
    ให้ท่านอธิษฐานจิต ก็พยายามหาเช่าไว้บูชาเป็นอันมาก
    วันหนึ่งเมื่อได้มีโอกาสพบท่าน ท่านก็ได้กล่าวเป็นเชิงสั่งสอนว่า

    “คุณ พระนี่ช่วยได้นะถ้าไม่จำเป็นอย่าไปปล่อย”

    ที่ท่านว่า “อย่าไปปล่อย” ก็เพราะท่านคาดว่าจะเอาพระเครื่องนั้น
    ไปให้คนอื่นเช่าต่อ หรือขายต่อให้คนอื่นไป

    การที่ท่านกล่าวดังนี้ แสดงว่าท่านเชื่อมั่น
    ท่านทราบได้อย่างแน่ชัดปราศจากข้อสงสัยใดๆ ว่า
    พระเครื่องต่างๆ ที่ท่านอธิษฐานจิตนั้น จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์จริง
    คุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอุปัทวันตรายได้จริง
    สามารถเสริมส่งให้ผู้เคารพบูชาประสบความเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้จริง
    แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ท่านสั่งสอนให้คนหันมาลุ่มหลงงมงาย
    อยู่กับเรื่องพระเครื่องของขลังต่างๆ

    คราวหนึ่งท่านได้เคยพูดกับ นายอธึก สวัสดิมงคล
    นายกยุวพุทธิกสมาคมชลบุรี
    ภายหลังจากถวายของให้ท่านอธิษฐานจิตแล้ว เป็นคติน่าฟังมาก

    “ทั้งหมดนี่” ท่านกล่าวขึ้นพร้อมกับชี้มือ
    ไปยังหีบพระเครื่องต่างๆ ที่ท่านอธิษฐานจิตแล้ว
    “สู้ธรรมะไม่ได้”

    แสดงว่า ท่านยกย่องการประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรม
    ของสมเด็จพระบรมศาสดานั้น ว่ามีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
    สำคัญยิ่งกว่าการมีพระเครื่องไว้ประจำตัว

    อีกคราวหนึ่งในปี ๒๕๑๓ หลังจากพิธีสวดอธิษฐานจิต
    เมื่อวันเสาร์ห้าผ่านไปเพียงเล็กน้อย
    นายแพทย์สุพจน์ ศิริรัตน์ ได้นำพระเครื่องพิมพ์นาคปรกเนื้อนวโลหะ
    ที่ท่านเจ้าคุณอุดมฯ สร้างเพื่อจำหน่ายหารายได้สมทบทุน
    สร้างโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ นครนายกนั้น
    ราว ๔-๕ องค์ไปถวายให้ท่านอธิษฐานจิตซ้ำอีก
    ก่อนที่ท่านจะยินยอมอธิษฐานจิตให้
    ได้ถูกท่านเทศนาสั่งสอนอย่างเจ็บๆ อยู่นานร่วม ๑ ชั่วโมง

    “หมอนี่เรียนมาเสียเปล่า มาหลงงมงายอะไรกับเรื่องพรรค์นี้ !”

    ท่านได้ว่ากล่าวสั่งสอน มิให้ลุ่มหลงมัวเมา
    อยู่กับเรื่องของขลังและอภินิหาร เพราะอภินิหารต่างๆ นั้น
    มิได้ช่วยให้ทุกคนรอดพ้นจากภัยอันตรายได้ทุกครั้งอยู่เสมอไป

    ตลอดเวลาที่ท่านเทศนาว่ากล่าวอยู่นานโขนั้น
    นายแพทย์สุพจน์ได้โต้แย้งท่านอยู่ไม่หยุดเช่นกัน
    โดยปกตินั้นท่านชอบคนโต้เถียงด้วยเหตุผลอยู่เหมือนกัน

    การที่นายแพทย์สุพจน์โต้เถียงท่านในเรื่องอภินิหารนั้น
    ก็เป็นด้วยนายแพทย์ผู้นี้ได้เคยเอาพระเครื่องกรุเก่า
    มาทดลองยิงด้วยปืนพกด้วยมือของตนเองมาหลายครั้งหลายหน
    จนกระสุนหมดไปหลายกล่อง ปรากฏผลเป็นที่น่าทึ่งมาก
    โดยใช้วิธีอาราธนาพระไว้ที่ตัวปลาหมอ
    ในระยะที่ยิงได้แม่นยำอย่างสบาย แล้วก็ระเบิดกระสุนใส่เข้าไป !

    ผลของการทดลอง ปรากฏว่าจากการยิงพระนางพญากรุพิษณุโลก
    ราว ๗-๘ องค์ ส่วนใหญ่ยิงถูกแต่ไม่เข้า (คงกระพัน)
    บางองค์ยิงไม่ถูก (แคล้วคลาด) มีอยู่องค์หนึ่งยิงไม่ออก (มหาอุด)
    และพระปิดทวารของหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง พิมพ์ใหญ่ชนิดสองหน้า
    ที่เรียกกันว่าพิมพ์พระประกับนั้น ยิงไม่ออก เป็นยอดมหาอุดจริงๆ

    จากประสบการณ์ดังกล่าวนี้เองทำให้นายแพทย์สุพจน์ ศิริรัตน์
    เชื่อมั่นในอภินิหารของพระเครื่องเป็นยิ่งนัก
    และเอาเรื่องนี้มาโต้แย้งกับท่านธมฺมวิตกฺโก
    ที่ท่านกล่าวหาว่ามาหลงงมงายอยู่กับอภินิหารไม่เข้าเรื่อง !

    “เรื่องอภินิหาร พระเดชพระคุณว่ามีจริงไหม ?”
    นายแพทย์สุพจน์ เอ่ยขึ้นตอนหนึ่ง

    “จริง” ท่านตอบ จากนั้นท่านกล่าวสืบต่อไปว่า

    “หมอเคยเห็นเคยได้ยินข่าว
    เรื่องโจรผู้ร้ายที่แขวนพระไว้เต็มคอ
    แต่แล้วก็กลับถูกตำรวจยิงตาย
    หรือไม่ก็ถูกจับได้ ต้องติดคุกไปบ้างไหม ?
    ถึงแม้จะมีพระอยู่เต็มคอก็ช่วยอะไรไม่ได้ใช่ไหม ?”

    แล้วท่านกล่าวสำทับในที่สุดว่า
    “อภินิหารนั้นหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น”

    เมื่อถูกท่านขนาบด้วย “ไม้ตาย” เช่นนี้
    ก็ทำเอานายแพทย์สุพจน์ต้องนิ่งงันสงบปาก
    ไม่อาจจะกล่าวโต้แย้งในเรื่องอภินิหารใดๆ กับท่านได้อีกต่อไป

    ตามที่กล่าวมานี้ จะเป็นที่เห็นได้ชัดว่า
    แม้ท่านธมฺมวิตกฺโกจะตั้งใจ “อธิษฐานจิต” และ “แผ่เมตตา”
    ลงในพระเครื่อง ด้วยความเชื่อมั่นว่า
    มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถปกป้องคุ้มครองผู้สักการบูชาได้ก็จริง
    แต่ผู้มีพระเครื่องไว้คุ้มครองนั้น
    ก็จะต้องประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน
    ของสมเด็จพระบรมศาสดา เจ้าของที่มาแห่งองค์พระปฏิมานั้นด้วย

    https://www.facebook.com/photo.php?...650.1073741830.222085381235218&type=1&theater
     
  11. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    สรุปบทสนทนาคร่าวๆ จากงานตักบาตรพระธุดงคกรรมฐานที่ชมรมพุทธทีโอทีงานหนึ่งครับ หลายเดือนมาแล้ว

    พระเถระธุดงคกรรมฐานอาวุโสรูปหนึ่งถามผมว่า ที่เรานำพระมาแจก(มาถวาย)นึ่สร้างพระในใจตนเองได้หรือยัง

    ผมตอบว่าไม่ทราบ(ไม่แน่ใจ)ครับ

    ท่านถามกลับว่าทำไมไม่ทราบล่ะ

    ผมตอบว่า ให้ผู้อื่นเป็นผู้พิจารณาครับ

    ท่านเมตตา กล่าวว่า เรานะสร้างพระในใจตนเองได้แล้ว สร้างพระแจกได้

    ^_^ ^_^ ^_^

    (ปิติใจ^_^ นึ่คงเป็นสาเหตุหนึ่ง? ที่หลวงปู่ครูบาอาจารย์ มักเมตตาเรียกตัวผมไปดำเนินการสร้าง พระเครื่อง พระพุทธรูป พระไตรปิฎก เจดีย์ ถวายพระพุทธศาสนา บ่อยๆกระมังครับ)


    เพื่อนๆผมมาถามว่า ท่านแสดงธรรมอะไร คุยอยู่ตั้งนาน ไม่มาบอกกันบ้าง

    ผิดพลาดพลั้งไปขออภัยขมาด้วยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2013
  12. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  13. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  14. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  15. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  16. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  17. naron

    naron เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2009
    โพสต์:
    2,528
    ค่าพลัง:
    +3,599
    กราบๆๆๆทุกๆหลวงพ่อและอนุโมทนาสาธุบุญกับทุกๆท่าน ทุกๆกองบุญกองกุศลครับผม
     
  18. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  19. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
  20. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555

แชร์หน้านี้

Loading...