ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    ผู้ว่าฯ พิจิตร สั่งเด้งผอ.ร.ร.โกงงบอาหารกลางวันเด็กมีผล 14 มิ.ย.นี้
    21:43 | 12 มิถุนายน 2561 |

    G0DL5oPyrtt5HBAi4AIW4laV1miXS04QdvEEbyj75bDq390kp1meVb.jpg

    ผู้ว่าฯ พิจิตร สั่งเด้ง ผอ.โรงเรียน สังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน ช่วยราชการกับทางจังหวัดเป็นเวลา 6 เดือน เปิดทางลุยสอบความผิดปกติโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน มีผล 14 มิ.ย.นี้

    วันนี้(12 มิ.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการพิจิตร ลงหนังสือคำสั่งส่งถึงเทศบาลเมืองตะพานหิน ต้นสังกัดของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อขอตัวผู้อำนวยการโรงเรียน มาช่วยราชการที่จังหวัด หลังจากผู้ว่าฯ ไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาลเมืองตะพานหิน ต้นสังกัดของโรงเรียนแห่งนี้ ที่ไม่ชี้แจงผลการสอบสวน ที่สั่งให้สิ้นสุด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย ที่ผ่านมา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป

    การสั่งย้ายครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ไทยพีบีเอส นำเสนอความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดเทศบาลตะพานหิน ซึ่งนายธัชธรรม ศรีทา รองผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะประธานตรวจรับพัสดุขณะนั้น พบว่าวัตถุดิบอาหารจัดส่งไม่ครบในชั้นอนุบาล และ ประถมศึกษา ส่วนชั้นมัธยม ไม่พบวัตถุดิบมาส่งแม้แต่รายการเดียว ในช่วงระหว่างการสุ่มตรวจสอบ 5-9 มิ.ย.2560

    TSNBg3wSBdng7ijM6GwPngMs8sqrhQpmZXO1zdvVwLb.jpg


    แม้ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองตะพานหิน เคยตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือนธ.ค.2560 แต่ระยะเวลากว่า 5 เดือนมานี้ ก็ไม่เคยเรียกนายธัชธรรม ผู้ร้อง ไปให้ข้อมูลสักครั้ง และเพื่งเรียกชี้แจงครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้ว่าฯพิจิตรจะสั่งให้สรุปผลวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    ความล่าช้าของกระบวนการ และการไม่รายงานผู้ว่าฯพิจิตร จึงนำมาสู่การสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนวันนี้ สำหรับโครงการอาการกลางวันเด็กนักเรียน ขณะนี้ไม่ใช่แค่การสั่งย้ายผู้อำนวนการโรงเรียนเท่านั้น แต่ผลสอบสวนในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตร คืบหน้าเกือบ 100% และเตรียมสรุปเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้ภายในเดือนก.ค.นี้
    http://news.thaipbs.or.th/content/272747
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    โวย จนท.บุก ‘รร.มุสลิมสงขลา’ มีพิรุธ! อ้างตรวสอบทุจริต-ไม่ให้ดูเอกสารขอค้น
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 - 14:44 น.

    %E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B8%A2-696x403.jpg
    เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสงขลา โวย เจ้าหน้าที่บุก ‘รร.มุสลิมสงขลา’ มีพิรุธ!อ้างตรวสอบทุจริตคอรัปชั่น-ไม่ให้ดูเอกสารขอค้น อ้างผู้ว่ายังไม่เซ็นต์ให้!
    เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สี่อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณี มีเจ้าหน้าที่แต่งกายชุดสีดำ (ตามภาพจำนวน 15 – 20 คน) และมีอักษรเขียนว่า CSI ที่เสื้อ มาที่โรงเรียนอนุสรณ์เตรียมปัญญา ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าอ้างว่าเข้ามาเพื่อตรวจค้น เพื่อตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นภายในโรงเรียน เมื่อผู้บริหารโรงเรียนขอดูคำสั่งเขาตรวจค้นโรงเรียนในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งอะไร เนื่องจากบอกแต่เพียงว่าคำสั่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้เซ็นต์

    โดยภายในแถลงการณ์ได้ระบุว่า

    เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เวลา 9:07-13:40 น โดยประมาณ มีเจ้าหน้าที่นำโดย ร.ท.ชัยยันต์ อำพันแดง ฝ่ายข่าว ฉก. ปัตตานี ร่วมกับ พ.ต.ต.พิทักษ์ ใจสมุทร รอง หน. บก. ฉก. พร้อมเจ้าหน้าที่แต่งกายชุดสีดำ (ตามภาพจำนวน 15 – 20 คน) และมีอักษรเขียนว่า CSI ที่เสื้อ มาที่โรงเรียนอนุสรณ์เตรียมปัญญา ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งในขณะนั้นมีนักเรียนจำนวนมาก (มีนักเรียนอนุบาล และนักเรียนประถมปีที่ 6) มีบุคคากรครูส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและครูผู้ชาย 4 คน เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง นายอับดลเลาะ แมเราะ ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนเชิญเข้าไปในห้องประชุม และกล่าวต้อนรับ หลังจากนั้นก็ให้หัวหน้าคณะที่มาได้บอกถึงวัตถุประสงค์การเข้ามาในครั้งนี้ (หลังจากนั้น นายอับดลเลาะ แมเราะ ขอดูคำสั่งในการเข้ามาตรวจในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตอบว่าคำสั่งผู้ว่ายังไม่ได้เซ็นต์)

    จากนั้น เจ้าหน้าที่บอกว่า ไปเจอใบเสร็จชื่อโรงเรียน ไปซื้อของร้าน เจ๊ะกูฟาตอนี นายอับดลเลาะ แมเราะ ก็ตอบว่าไม่เคยไป และไม่รู้จักร้านเจ๊ะกูฟาตอนี เจ้าหน้าที่จึงตรวจเอกสารทั้งหมดของโรงเรียน เอกสารการเงิน การเรียนฟรีของนักเรียนอาหารกลางวันและอื่นๆ (สำหรับกรณีใบเสร็จนั้น ได้ถามเจ้าหน้าที่ไปว่าใบเสร็จที่พบซื้อของกับร้านเจ๊ะกูฟาตอนี นายอับดลเลาะ แมเราะ ไปเอาอุปกรณ์อะไร ราคาเท่าไร ขอดูหน่อยได้ไหม ทางเจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่มี และได้บอกว่า นายอับดลเลาะ แมเราะเป็นหุ้นส่วน ด้านนายอับดลเลาะ แมเราะ ตอบว่าผมจะเป็นหุ้นส่วอย่างไร เพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิก ทำให้โรงเรียนเสียหายและกลายเป็นโรงเรียนเป้าหมายในด้านความมั่งคง ซึ่งส่งผลบุคลากรทุกคนกลัวและไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว)

    จากผลการตรวจค้นโรงเรียนในลักษณะดังกล่าว ทำให้โรงเรียนและบุคคลกรตกเป็นผู้ต้องสงสัยโดยไม่มีกระบวนการที่ถูกต้อง ส่งผลให้ทางโรงเรียนถูกมองจากผู้ปกครองว่ามีการกระทำผิด ผู้ปกครอง ได้โทรมาสอบถามทุกวัน และไม่มีความมั่นใจในโรงเรียน เนื่องจากไม่มีข้อเท็จจริงในข้อกล่าวหาทำให้ทางโรงเรียนไม่สามารถอธิบายทำความเข้าใจให้กับผู้ปกครองให้กระจ่างได้ เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาไม่สามารถแสดงหลักฐาน หนังสือหรือทำให้ผู้บริหารโรงเรียนมั่นใจว่าจะถูกดำเนินการจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรมและปราศจากอคติ การตรวจค้นดังกล่าวอาจเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของโรงเรียน ขณะเดียวกันนั้นครูและนักเรียนมีความหวาดกลัว เสียขวัญ ครูผู้ชายกังวลถึงความปลอดภัยของตนเอง

    จากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งเหตุการณ์ ตรวจค้นโรงเรียนบากงวิทยาและโรงเรียนประสานวิทยา จังหวัดปัตตานีตามที่เป็นข่าวในสื่อไทยและในสื่อต่างประเทศ โดยในบันทึกหลังการตรวจค้นว่า พบว่าใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร(ฉบับชั่วคราว)และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่3/2558 ลง วันที่1 เมษายน 2558 ทำการตรวจค้น/ตรวจยึด เอกกสารเพื่อ สอบการทุจริตโรงเรียน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ นั้น

    [​IMG]

    โดยทางเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ จะนะ นาทวี เทพาและสะบ้าย้อย ซึ่งอยู่ภายใต้สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลา ขอแสดงจุดยืนและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

    • 1. ขอแสดงจุดยืนเรื่องการต่อต้านการคอรัปชั่นและเชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนเป็นการบริหารกิจการที่สำคัญต่อการพัฒนาชีวิตของเด็กและเยาวชน การคอรัปชั่นทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย


    • 2. กรณีตรวจค้นโรงเรียนอนุสรณ์เตรียมปัญญา นั้นใช้อำนาจใดและมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่อย่างไร หากผลการดำเนินของเจ้าหน้าที่มีผลกระทบต่อโรงเรียนซึ่งอาจเป็นการกระทำทางปกครอง ที่ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร การกระทำที่เกินกว่าอำนาจ ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่รับผิด แสดงความรับผิดชอบผ่านผ่านสื่อ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบสวนทั้งทางวินัยและอาญา อีกทั้งคืนเอกสารสำคัญของโรงเรียนทั้งหมดทันที


    • 3. การใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร(ฉบับชั่วคราว)และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่3/2558 ลง วันที่1 เมษายน 2558ไทย หรือแม้กระทั่งคำสั่งที่ 35/2561 ของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ตามคำสั่ง กอ.รมน. ที่236/2561 ถือเป็นคำสั่งที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียน โดยเป็นการเลือกตรวจสอบแต่เฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยการนำกำลังทหารที่อาจติดอาวุธเข้าไปในสถานศึกษาโดยมีการขอตรวจค้นเอกสาร ในลักษณะจู่โจม ใช้กำลังคนจำนวนมาก ทำให้สถานศึกษาเสียภาพลักษณ์ บุคคลกรทางการศึกษาและนักเรียนมีหวาดกลัวและรบกวนการเรียนการสอน อาจถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน


    • 4. การตรวจสอบการคอรัปชั่นในกิจการของโรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นหน้าที่และบทบาทของหน่วยงานพลเรือนมาโดยตลอด แต่การนำกองกำลังทหารเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวอาจเป็นการทำให้โรงเรียนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเกินความจำเป็นเพราะหน่วยงานพลเรือนย่อมมีความเข้าใจในการบริหารจัดการการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ การใช้การทหารนำกิจการพลเรือนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงยืดเยื้อยาวนาน


    • 5. เครือข่ายมีความยินดีในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบโรงเรียนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และโปร่งใสตามหลักธรรมาธิบาล แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโดยยึดหลักในนิติธรรม นิติรัฐ ไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนา และเครือข่ายขอแสดงเจตจำนงในการปกป้องสิทธิความเป็นพลเมืองไทย
    https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1210430
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    พม.คาดสรุปผลวินัยร้ายแรง ปมโกงเงินคนจน ภายใน 30 มิ.ย. นี้13 มิ.ย. 2018 / 14:19 น.
    %E0%B8%9B%E0%B8%81-%E0%B8%9E%E0%B8%A1..jpg
    รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุ กระทรวงพม. ไม่ได้ส่งข้อมูลให้ ปปง. ขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตไปแล้ว 11 คน
    เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) มีมติยึดทรัพย์นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม. นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดพม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวง พม. ว่า ข้อมูลดังดกล่าวที่นำมาสู่มติของ ปปง . กระทรวงพม. ไม่ได้ส่งให้ โดยคาดว่าน่าจะเป็นข้อมูลจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจในภาครัฐ(ปปท.) โดยทางกระทรวงพม.จะสอบสวนในความผิดทางวินัยร้ายแรง

    โดยทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตไปแล้ว 11 คน แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่กันตัวไว้เป็นพยานอีก 15 คน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปผลในส่วนนี้ จึงต้องรอให้เสร็จเรียบร้อยถึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และพยานอาจจะมีหลักฐานเกี่ยวข้องกัน หากเปิดเผยรายละเอียดอาจจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางคดีความได้ และคาดว่าจะสรุปผลทั้งหมด รวม 26 ราย ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน นี้

    https://www.springnews.co.th/view/284515?sp=
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    tnews_img_1528805372_448.jpg
    ยังไงกันแน่!! ชาวเน็ตแฉรูปคู่ "พิสิฐชัย-เจ้าคุณจำนงค์" ก่อนหนีซุกเยอรมัน แถมบอกคู่นี้สนิทสนมกันมาก!!!??
    Publish 2018-06-12 19:09:33

    สืบเนื่องจากการที่ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงข้อความเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดไว้ 2 ครั้งติดๆกัน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. โดยครั้งแรกระบุว่า "ข่าวเตรียมจับ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาตฯ อีกวัดคาดว่าวัดบวรฯครับ" และจากนั้นถัดมาไม่กี่ชั่วโมง นายพิสิฐชัย ก็ได้โพสต์อีกครั้งโดยระบุว่า "ข่าวทำคดีเงินทอน เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาตฯ อีกวัดราชสิทธิครับ" จนกลายเป็นกระแสความขัดแย้งในหมู่ผู้คนพุทธศาสนา ทั้งๆที่ประเด็นดังกล่าวไม่มีมูลความจริง จนนำมาสู่การเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ฐานความผิด นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือพ.ร.บ.คอมพ์








    สำหรับนายพิสิฐชัย เป็นพนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กองสำนักคดีภาษีอากร ขณะที่มีการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และฟอกเงินจากการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงวัดพระธรรมกาย รวมทั้งนายพิสิฐชัยยังได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในชุดเจรจากับพระวัดพระธรรมกาย ในปฏิบัติการจับตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อช่วงต้นปี60 ที่ผ่านมา





    หากยังจำได้ในช่วงที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ (พศ.) ถูกย้ายออกจากตำแหน่งไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมีกระแสข่าวการแต่งตั้ง ผอ.พศ.คนใหม่ ก็ปรากฏชื่อนายพิสิฐชัยเป็นหนึ่งในแดนดิเดต ผอ.พศ.ด้วย ก่อนที่ในเวลาต่อมาได้มีการยกเลิกคำสั่งและ พ.ต.ท.พงศ์พรจะได้ย้ายกลับมาเป็น ผอ.พศ.จนถึงปัจจุบัน



    ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยวานนี้ (11 มิ.ย.) ว่านายพิสิฐชัยเคยบวชเรียน และเคยมีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัด ก่อนที่จะสึกมารับราชการ





    1283753.jpg



    ล่าสุดทางโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ภาพนายพิสิฐชัยคู่กับ อดีตพระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณจำนงค์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีคดีเงินทอนวัด ไปยังประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นการถ่ายก่อนที่อดีตพระพรหมเมธีจะหลบหนี พร้อมทั้งระบุด้วยว่า ทั้งคู่มีความสนิทสนมกันมาก


    HASTAG : เจ้าคุณจำนงค์

    เรียบเรียงโดย

    วิลาสินี แววคุ้ม
    http://www.tnews.co.th/contents/461760
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    รับ 55 ล้าน! เปิดรายชื่อ 6 วัดดังเอี่ยวทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 13 มิ.ย. 2018 / 07:20 น. 556.jpg
    จนท.เร่งแกะรอย 30 วัด เข้าข่ายทุจริตเงินทอนล็อต 4 พร้อมเปิดรายชื่อ 6 วัดชื่อดังในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรอบนี้
    หลังจากเมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า ตำรวจเตรียมเข้าตรวจค้นวัดสุทัศนเทพวราราม ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 แต่ท้ายที่สุดแล้ว ปฏิบัติการดังกล่าว ไม่เกิดขึ้นจริงนั้น ซึ่งทางสปริงนิวส์ ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ข่าวลือดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่พยายามแกะรอยงบประมาณอุดหนุนวงเงิน 72 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้ ในคดีล็อตที่ 3 ตำรวจได้ขยายผลเอาผิดวัดสามพระยาวรวิหาร ที่ได้งบประมาณ 5 ล้านบาท และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ที่ได้งบประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนงบที่เหลือจากก้อนนี้ ถูกโยงไปยังวัดชื่อดัง 6 แห่ง ในกรุงเทพ ประกอบด้วย

    13-6-2561-6-52-17-1024x574.jpg

    1.วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาท 2.วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาท 3.วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาท 4.วัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาท 5.วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร ได้รับงบประมาณ 5 ล้านบาท 6.วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาท

    ขณะที่ในส่วนวัดสระเกศวรมหาวิหาร ที่ถูกโยงทุจริตเบิกจ่าย 2 โครงการหลัก รวมเป็นเงิน 62 ล้าน 5 แสนบาท ที่รับเงินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อปี 2558-2559 เพื่อสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัด 13 แห่งนั้น พบว่า มีวัดและสถานศึกษาทางด้านสงฆ์ เพียง 4 แห่ง ได้รับเงินอุดหนุนวัดละ 2 ล้านบาท ประกอบด้วย วัดหลวงพ่อสด จังหวัดราชบุรี , วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ , วัดปากน้ำ จังหวัดอุบลราชธานี , และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

    2-66-1024x572.jpg

    ส่วนอีก 9 วัด ที่ไม่ได้รับการอุดหนุน ที่เหลืออยู่ 54 ล้าน 5 แสนบาท คือ วัดไตรธรรมาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี , วัดบุดดา จังหวัดสิงห์บุรี , วัดมหาพุทธาราม จังหวัดศรีสะเกษ , วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม , วัดอัมพวัน จังหวัดยโสธร , วัดบ่อชะเนง จังหวัดอำนาจเจริญ , วัดพระพุทธบาทเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ , วัดศรีมงคลใต้ จังหวัดมุกดาหาร , และวัดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสงขลา

    นอกจากนี้ยังมีอีก 30 วัด เข้ามาเกี่ยว ซึ่งในจำนวนนั้นประมาณ 10 กว่าวัด ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เช่น วัด 3 แห่ง ในจังหวัดพิจิตร อย่างวัดต้นชุมแสง , วัดหนองเต่า , และวัดธงไทยยาราม มีความเกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 ที่มีอดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค และอดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้เบิกถอนเงินเข้าบัญชีตนเอง หรือคนใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้ อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ ถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ทุจริตเงินทอนวัด 12 แห่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท

    13-6-2561-6-53-35-1024x572.jpg

    ส่วนพื้นที่ภาคกลางอีกนับ 10 วัด เข้ามาเกี่ยวข้องในล็อตที่ 4 เช่น วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดอยุธยา ที่เพิ่งถูกดำเนินคดีทุจริตงบอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม 13 ล้านบาท จากงบ 20 ล้านบาท ในล็อตที่ 2 ไปแล้ว อาจถูกดำเนินอีกครั้ง ในกรณีทุจริตเงินอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด รวมถึงเงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา จำนวน 24 ล้านบาท เป็นต้น

    https://www.springnews.co.th/view/284055
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    สาวลึกให้ถึงต้นตอ ‘เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง’ กับต้นเหตุ ทำไทยเปลี่ยนเป็นเมืองขยะอิเล็กฯเขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 07:58 น.เขียนโดย Thaireform หมวดหมู่ Isranews |

    “ตอนนี้มีการโบ้ยกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมบอกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของจังหวัด ซึ่งมีคณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการกำกับดูแล แต่ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงว่า ขั้นตอนแรกสุดของการอนุมัติอนุญาตให้มีการนำเข้าคือเขา แต่พอไปอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี หรือที่ไหนก็ตาม เป็นอำนาจของอุตสาหกรรมจังหวัด ฉะนั้นกรณีนี้หากจะพูดจริงๆ ต้นทางอยู่ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม”

    penchom130661.jpg

    ประเด็นหนึ่งที่สังคมกำลังสงสัย คือ การเปิดเสรีนำเข้าของเสียอันตรายภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น (Japan - Thailand Economic Partnership Agreement / JTEPA) เป็นต้นเหตุทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองขยะอิเล็กทรอนิกส์ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

    สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตั้งคำถามดังกล่าวกับ ‘เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง’ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ หนึ่งในผู้เคยขับเคลื่อนให้มีการคัดค้านข้อตกลงฉบับนั้น

    เพ็ญโฉม อธิบายว่า ปี 2550 ภาคประชาชน นำโดยกลุ่ม FTA Watch และมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้ร่วมกันคัดค้านรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น เนื่องจากเนื้อหาสาระปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึง ‘ขยะ’ และในภาคผนวกยังพบมีรายการพิกัดศุลกากรที่ชี้ชัดว่า เป็นของเสียประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ขยะเคมี ขยะเตาเผา ขยะเทศบาล ขยะสถานพยาบาล แต่การคัดค้านไม่เป็นผล

    อย่างไรก็ตาม ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น ไม่น่าจะเป็นต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองขยะอิเล็กทรอนิกส์

    โดยต้นเหตุที่มากไปกว่าข้อตกลงไทย-ญี่ปุ่น ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายของประเทศไทย นั่นคือ กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนอุตสาหกรรมหรือตั้งโรงงานอุตสาหกรรมคัดแยกขยะและฝังกลบขยะ ประเภทกิจการ 105 และแปรรูปขยะ ประเภทกิจการ 106

    จะเห็นได้ว่า การส่งเสริมดังกล่าว ทำให้ช่วงระหว่างปี 2547 - 2558 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ทยอยออกประกาศกระทรวงหลายฉบับที่เป็นการยกเลิกหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่เป็นกฎหมายควบคุมของเสียอันตราย

    “บัญชีรายการของเสียอันตรายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะมีบัญชี 5 ซึ่งหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ถูกจัดอยู่ในบัญชี 5.3 และ 5.2” เพ็ญโฉม กล่าว และว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกประกาศยกเว้นให้ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ผลิต ผู้มีไว้ในครอบครอง ของเสียอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น ไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

    นอกจากนี้ในปี 2558 กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังได้ออกประกาศกระทรวงยกเว้นให้ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ผลิต ผู้มีไว้ในครอบครอง สารอันตรายที่อยู่ในบัญชี 5.6 ไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 อีกด้วย ซึ่งกลุ่มดังกล่าวล้วนเป็นของเสียที่อยู่ในกลุ่มของเคมีวัตถุทั้งสิ้น

    จึงเห็นได้ว่า ประกาศกระทรวงหลายฉบับล้วนเป็นการปูทางล่วงหน้าให้กลุ่มธุรกิจนำเข้าของเสียและจัดการของเสีย สามารถนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีวัตถุ และของเสียอันตรายอื่น ๆ ได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535

    ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวต่อว่า การที่พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) นำกำลังเข้าจับกุมผู้กระทำความผิด ในมุมมองหากมีการตรวจสอบจริง ๆ เชื่อว่า สุดท้ายจะผิดกฎหมายน้อยมาก เพราะกฎหมายได้เอื้อทุกอย่างไว้หมดแล้ว

    “กรมโรงงานอุตสาหกรรมทำอย่างเงียบ ๆ ทยอยออกประกาศกระทรวงให้กลุ่มธุรกิจเหล่านี้มาตั้งโรงงานได้ สมมตินักลงทุนชื่อ ก. ตั้งโรงงาน 105 ขึ้นมา ต่อมานักลงทุน ข. ขอซื้อกิจการ โดยนาย ข.รับโอนแบบไม่ต้องขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ เพราะเท่ากับโอนให้หมดทุกอย่าง ซึ่งการโอนกิจการนี้ได้มีการออกประกาศกระทรวงรองรับภายหลังเช่นเดียวกัน”

    ทั้งนี้ ความจริงแล้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นธุรกิจอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และประกาศกระทรวงก่อนหน้านี้จึงมีการควบคุมเข้มงวดมาก ว่าจะต้องมีการขออนุญาตทุกขั้นตอน ต้องมีเอกสารกำกับ ให้ข้อมูลของเสีย ต้องเสียภาษีค่อนข้างสูง และต้องปฏิบัติตามมาตรการสิ่งแวดล้อม แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกลับทยอยยกเว้นไว้ทั้งหมด

    ในส่วนกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เพ็ญโฉมกล่าวว่า เคยมีประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเกี่ยวกับการห้ามนำเข้าเศษ ซาก ชิ้นส่วน รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทเข้ามาในไทย แต่ต้องเข้าใจว่า ประกาศดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะอำนาจห้ามนำเข้าจริงขึ้นอยู่กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม

    “กรมควบคุมมลพิษเป็นแค่หน่วยงานที่ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเท่านั้น เพราะฉะนั้นสินค้าอันตรายตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเพียงการแจ้งว่า คณะกรรมการไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าว แต่ไม่สามารถห้ามนำเข้าตามกฎหมายได้จริง”

    ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีฯ ได้มีการมอบอำนาจให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุมัติ อนุญาต นำเข้า ส่งออก ทั้งหมดแล้ว

    “ตอนนี้มีการโบ้ยกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมบอกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของจังหวัด ซึ่งมีคณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการกำกับดูแล แต่ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงว่า ขั้นตอนแรกสุดของการอนุมัติอนุญาตให้มีการนำเข้าคือเขา แต่พอไปอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี หรือที่ไหนก็ตาม เป็นอำนาจของอุตสาหกรรมจังหวัด ฉะนั้นกรณีนี้หากจะพูดจริงๆ ต้นทางอยู่ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม”

    ส่วนที่มีการโบ้ยความรับผิดชอบกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับกรมศุลกากร ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถหนีความผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

    ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าตรวจตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ อย่าลืมว่า ศุลกากรมีอำนาจน้อยมากในการตรวจสอบ เพราะเดิมเคยตรวจตู้สินค้าได้ 100% แต่กระบวนการจะช้า จึงมีการร้องเรียนของกระทรวงอุตสาหกรรม สุดท้ายองค์การการค้าโลก (World Trade Organization:WTO) ได้มีนโยบายผลักดันให้ทุกประเทศที่เป็นภาคีต้องผ่อนผันให้สุ่มตรวจจนกระทั่งไม่มีการตรวจสอบตู้สินค้าอีก โดยไม่กี่ปีข้างหน้าคาดว่า การตรวจตู้สินค้านำเข้าจะเหลือ 0% ทั้งนำเข้าและส่งออก จากปัจจุบัน 10% และ 20% ตามลำดับ

    “ถามว่ามีความผิดหรือไม่ ก็ผิดมาตั้งแต่นโยบายที่ให้ลดการตรวจสอบตรง และหาก 10% ตรวจสอบเจอ แล้วไม่แจ้ง นั่นจึงจะถือเป็นความผิดของศุลกากร แต่เอาความผิดแยกหน้า เพราะกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผ่อนผันหมดแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่แทบจะทำอะไรไม่ได้”

    เพ็ญโฉมยังแสดงความคิดเห็นต่อการจัดระเบียบขยะอิเล็กทรอนิกส์ว่า ที่ผ่านมาคสช.ฟังข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและมีความวิตกกังวลกับปัญหาขยะ จึงเชื่อว่า การเพิ่มโรงงานแปรรูปและคัดแยกขยะ จะเป็นหนทางทำให้จัดการขยะได้ จึงมีการบังคับใช้มาตรา 44 อนุญาตให้เปิดได้ทุกแห่ง โดยไม่ติดปัญหากฎหมายผังเมือง มิฉะนั้น ชาวบ้านจะคัดค้าน อย่างไรก็ตาม เชื้อเพลิงในประเทศไม่สามารถใช้ได้ เพราะเป็นขยะชั้นเลว ดังนั้น จึงต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหากจะให้จัดระเบียบใหม่จริง ๆ ต้องไปจัดการกับกระทรวงอุตสาหกรรมให้เร่งออกประกาศกระทรวงแก้ที่ยกเว้นเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด รวมถึงแก้บทลงโทษใน พ.ร.บ.โรงงาน ให้หนักขึ้นด้วย

    “ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับแก้ไข หนักเข้าไปใหญ่ หากประกาศใช้เมื่อไหร่ จะทำให้การตั้งโรงงานคัดแยกขยะ ฝังกลบขยะ และการกำจัดของเสียอื่น ๆ ยิ่งง่ายขึ้น และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจะยิ่งน้อยลง นั่นหมายถึง จะมีการเปิดเสรีการจัดการของเสียในไทย จนทำให้เป็นประเทศถังขยะที่ใหญ่มาก” ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวในที่สุด .

    อ่านประกอบ:จ่ายใต้โต๊ะตู้ละแสน!เอกชนร่วม จนท.รัฐลอบนำเข้าขยะอิเล็กฯ-ถก รมว.อุตฯแก้ปัญหา13มิ.ย.
    https://www.isranews.org/isranews/66763-isranews_66763.html

    https://www.isranews.org/isranews/66797-e-wastet-66797.html
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2018
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    วิกฤติปัญหาสังคมที่ชายแดนใต้ ผลพวงจากไฟความรุนแรงยืดเยื้อ
    เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 10:29 น.เขียนโดย ศูนย์ข่าวภาคใต้
    หมวดหมู่ คุยกับบรรณาธิการ

    เหตุการณ์ฆ่าหมู่ใน 2 อำเภอ คือ สุคิริน จ.นราธิวาส กับ บันนังสตา จ.ยะลา ในห้วงเวลาห่างกันเพียง 5 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ และยังมีเหตุยิงรายวันอื่นๆ อีกหลายเหตุการณ์ รวมแล้ว 5 วัน (7-11 มิ.ย.61) สังเวยไปทั้งสิ้น 12 ศพ ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามว่า นี่ไฟใต้ไม่ได้ใกล้มอดเหมือนที่ฝ่ายความมั่นคงตอกย้ำอยู่บ่อยๆ ใช่หรือไม่?

    dozen1.jpg

    แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามสรุปเบื้องต้นว่าเหตุรุนแรงบางเหตุการณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ทางความมั่นคงก็ตาม แต่เป็นความขัดแย้งเรื่องการแย่งชิงทรัพยากร (หาแร่ทองที่สุคิริน) หรือผลประโยชน์เรื่องยาเสพติด (ข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ฆ่าหมู่ที่บันนังสตา) ทว่าเหตุผลเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอธิบายเชิงสนับสนุนว่าสถานการณ์ไฟใต้มันดีขึ้นตรงไหน อย่างไร

    หากเราเชื่อทฤษฎีของฝ่ายความมั่นคงที่ว่า การสร้างสถานการณ์ของพวกอ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน เช่น บีอาร์เอ็น กำลังลดระดับลง แต่เหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นระยะหลังกลายเป็นฝีมือของพวกผู้มีอิทธิพล ค้าของเถื่อน ยาเสพติด และเช็คบิลกันเรื่องการเมืองท้องถิ่น ผมกลับคิดว่าสถานการณ์แบบนี้กำลังน่าวิตกยิ่งกว่า เพราะศัตรูของสันติภาพที่กวนสถานการณ์ให้ขุ่น กำลังมี "ผู้เล่น"มากขึ้นกว่ากลุ่มที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนพวกเดิมๆ

    จริงๆ จะว่าไป ปัญหายาเสพติด ค้าของเถื่อน หรือผู้มีอิทธิพล ก็เป็นปัญหาเก่าๆ ในพื้นที่นี้อยู่แล้ว บางทฤษฎียังพยายามอธิบายว่าไฟใต้จากพวกอ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนก็ทับซ้อนกับปัญหาฐานรากของอำเภอชายแดนและอาชญากรรมพื้นฐานพวกนี้ด้วยซ้ำ

    แต่ต้องไม่ลืมว่า การก่อเหตุได้เกือบจะเสรีของกลุ่มเหล่านี้ เป็นเพราะสถานการณ์ความรุนแรงจากพวกที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนที่ยืดเยื้อยาวนาน และฝ่ายความมั่นคงปิดเกมไม่ได้จริงๆ เสียที จึงเกิดช่องว่างให้พวกใต้ดินสามารถสร้างอาณาจักรแห่งความหวาดกลัว และปฏิบัติการความรุนแรงได้แทบจะตามใจชอบ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะยังมีพวกอ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเป็นเป้าหมายหลักในมุมมองของรัฐอยู่

    การที่กลุ่มใต้ดินใช้ความรุนแรงได้แบบอหังการ์ ย่อมสะท้อนว่าสังคมที่ชายแดนใต้มีปัญหายาเสพติด ธุรกิจผิดกฎหมาย และผู้มีอิทธิพลหนักมาก และปัญหาเหล่านี้ถูกซุกไว้ใต้พรม (แต่มีบทบาทบนพรม) เพราะมีสถานการณ์ที่สร้างโดยกลุ่มอ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนบดบัง แถมเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเองนั่นแหละก็ได้ผลประโยชน์จากปัญหาพวกนี้ โดยหลบอยู่หลังเงาปัญหาแบ่งแยกดินแดนเช่นกัน

    ประเด็นที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ปัญหาไฟใต้ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี ก่อความหวาดระแวงให้กับผู้คนต่างศาสนา ความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และความหวาดระแวงระหว่างประชาชนด้วยกันเอง จนไม่เหลือ "ทุนทางสังคม" ที่มากพอในการจัดการปัญหาให้ลุล่วง ไม่บานปลาย หรือขยายวง อย่างเช่น ปัญหา "ฮิญาบอนุบาลปัตตานี" หรือการขอแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามของนักเรียนมุสลิมโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ซึ่งคุกรุ่น คุมเชิงกันนานร่วมเดือน ท่ามกลางกระแสข่าวลือบ้าง จริงบ้าง ที่สร้างรอยแยกระหว่างคนสองศาสนาให้ถ่างกว้างยิ่งขึ้นไปอีก น่าแปลกที่ป่านนี้หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ยังดับเชื้อไฟไม่ได้เลย

    เช่นเดียวกับการรวมตัวของชาวบ้านสุุคิริน จ.นราธิวาส จำนวนหลายพันคน เพื่อแสดงจุดยืนปฏิเสธการตั้ง "หมู่บ้าน" รองรับผู้เข้าร่วมโครงการคนกลับบ้านของกองทัพภาคที่ 4 จนฝ่ายความมั่นคงต้องยอมถอย ล้มเลิกโครงการ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนภาพความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และไม่ได้ให้อภัยกับ "ผู้กลับใจ" ตามที่ฝ่ายความมั่นคงเรียกขาน แม้คนเหล่านั้นจะไม่เคยมีหมายจับในคดีความมั่นคงเลยก็ตาม แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมก็ยังตั้งข้อรังเกียจ

    หากใครได้ศึกษา "กระบวนการ" ของโครงการพาคนกลับบ้านที่ลอกแนวทางมาจากโครงการ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" ที่เคยเปิดป่าต้อนรับคนที่ถูกมองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในอดีตให้กลับคืนสู่เมือง และอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ธงชาติไทยผืนเดียวกัน จะพบความจริงว่าเมื่อชุมชนยังตั้งข้อรังเกียจ "คนกลับใจ"ก็เท่ากับโครงการพาคนกลับบ้านที่ทำกันมานานนั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะการต้อนรับ "คนกลับบ้าน" หรือ "คนกลับใจ" คือหัวใจที่สำคัญที่สุดของโครงการลักษณะนี้

    นี่คือสารพัดปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ท่ามกลางความรุนแรงที่ดูจะลดระดับลง แต่โจทย์ของการดูแลสังคมหลังความรุนแรงเริ่มผ่านพ้นไป ดูจะยากเสียยิ่งกว่าการลดสถิติระเบิด วางเพลิง และยิงรายวันเสียอีก นี่ยังไม่นับปัญหาแม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กกำพร้าจากความรุนแรงที่กำลังจะ "ฝีแตก" ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้

    ที่น่าเศร้าใจก็คือ งานแบบนี้ดูจะเป็นงานที่กองทัพไม่ถนัดเอาเสียเลย ทั้งยังแทบไม่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้แก้ไขปัญหาสังคมที่กำลังล่มสลาย แม้ว่าจะละลายงบไปแล้วกว่า 3 แสนล้านบาทแล้วก็ตาม!

    https://www.isranews.org/south-news/talk-with-director/66803-crisis_66803.html
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    เจาะเส้นทางโกง! แฉโอนให้วัด18ล้าน ขอทอนเงิน17ล้าน โวยพระครูรับเคราะห์
    750x422_804671_1528870182.jpg
    13 มิถุนายน 2561

    เปิดเส้นทางการโกง "เงินทอนวัด" แฉโอนให้วัด18ล้าน แต่โดน "จนท.พศ." ขอทอนเงินสด17ล้าน วัดได้แค่1ล้าน โวย "พระครู" รับเคราะห์โดนป้ายความผิด

    จากที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ตรวจสอบกรณีเงินทอนวัด ล็อต 4 โดยได้เดินทางมาที่วัดธาตุ พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น ตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัด หลังมีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาเกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดที่โอนมาเมื่อปี 2556

    จากการสอบถามนายสมศักดิ์ คุณเงิน ในฐานะที่ปรึกษาและทนายความ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวิสุทธาจารย์ วัดธาตุ พระอารามหลวง กล่าวว่า โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุพระอารามหลวง เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่มีการสอนทั้งสายสามัญ และบาลี มีพระและเณร มาศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงได้รับงบประมาณอุดหนุนการศึกษาจาก กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ผ่านมาจะมีการโอนเงินอุดหนุนการศึกษาตามปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้โรงเรียนปริยติธรรมถือเป็นศูนย์กลางในการศึกษาจึงต้องมีการติดต่อประสานงานกันต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องปกติที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ พระเถระจะรู้จักกัน เพราะต้องติดต่อประสานงานทั้งเรื่องงาน เรื่องการศึกษา แต่ละคนจะรู้จักกันมานาน 5-10 ปี

    สำหรับเส้นทางการเงินที่เป็นกรณีปัญหาเงินทอนวัด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทั่งปี 2556 อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังพระครูศรีวิสุทธิวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง และผู้อำนวยการโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา จ.ขอนแก่น บอกว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของวัด ที่เหมือนที่เคยโอนให้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้จะขอเงินคืนกลับ โดยให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเดินทางไปรับเงินที่วัดธาตุ โดยอ้างว่าจะได้นำเงินจำนวนนี้ไปใช้ด้านพระพุทธศาสนา และการศึกษา ส่วนผู้รับผิดชอบของวัดธาตุมีความเข้าใจว่า เป็นขั้นตอนของทางราชการตามปกติที่สามารถทำได้ จึงมอบหมายให้คณะกรรมการที่ดูแลด้านการเงินถอนเงินในบัญชีคืนให้

    “เมื่อปี 2556 เจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โอนเงินให้ทางวัดธาตุโดยที่ไม่ได้ร้องขอ หรือทำโครงการใดๆ มีการโอนเงิน 3 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 5 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 3 ล้านบาท ทั้ง 2 ครั้งนี้ สำงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาที่วัดแล้วขอคืนไปทั้งหมด และครั้งที่ 3 จำนวน 10 ล้านบาท แต่ครั้งนี้เหลือไว้ให้วัด 1 ล้านบาท รวมจำนวนเงินทั้งหมด 18 ล้านบาท โอนกลับ 17 ล้านบาท 1 ล้านเหลือให้วัด การโอนเงินทั้ง 3 ครั้ง ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ก็จะมีเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเดินทางมารับเงินสดด้วยตัวเอง ซึ่งลักษณะการโอนเงินเข้าบัญชีวัด แล้วมีเจ้าหน้าที่เดินทางมารับเงินสด ทำให้เชื่อว่าเป็นการยืมบัญชีวัดโยกย้ายเงิน เมื่อมีเจ้าหน้าที่เดินทางมารับเงินสดก็จะไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่เมื่อเกิดกรณีอย่างปัญหาเงินทอนวัด ก็จะเป็นภาระกับวัดและพระที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นการสร้างภาระและป้ายความผิดให้กับพระ โดยอาศัยความสนิทสนิม ความเชื่อใจกัน” นายสมศักดิ์ กล่าว

    สำหรับกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ สอบปากคำ พระครูศรีวิสุทธิวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง และผู้อำนวยการโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา จ.ขอนแก่น เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

    โดยแหล่งข่าวระบุว่า หลังจากที่ ปปป. ได้เข้าตรวจสอบที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พบหลักฐานเส้นทางการเงินที่พบว่าได้มีการโอนผิดปกติเข้ามาที่บัญชีวัด จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบทั้งที่โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุพระอารามหลวง รวมทั้งตรวจสอบกับสถาบันการเงินที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โอนเข้ามาให้ทางวัด เพื่อหาหลักฐานในการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ทำการทุจริต ก่อนจะเสนอไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทุจริต

    สำหรับจังหวัดขอนแก่น มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ ทั้งหมด 26 แห่ง ซึ่งโรงเรียน วิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุพระอารามหลวง เป็น 1 ใน60 แห่งทั่วประเทศ ที่ บข้อมูลว่า ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากโครงการอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ในช่วงปีงบประมาณ 2554-2559

    http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/804671
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    ยึดทรัพย์ข้าราชการกังฉิน คืออีกหนึ่งผลงานของรัฐบาลนายกฯลุงตู่ รัฐบาลที่ถูกชี้หน้าเป็นเผด็จการ แล้วไงล่ะที่ผ่านมารัฐบาลเลือกต้ัง ประชาธิปไตยจ๋าเคยสะสางปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โกงชาติบ้านเมืองได้หรือเปล่า?


    เปล่าเลย! นอกจากเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ซ้ำร้ายรัฐบาลบางยุคร่วมด้วยช่วกันโกงแล้วแบ่งกันอีกต่างหาก นี่แหละเค้าเรียกว่า "โกงในยุครัฐบาลเลือกตั้ง สางปัญหาได้ในยุครัฐบาลเผด็จการ" ฮะฮ่า

    ....

    ข่าวใหญ่วันนี้ปปง.มีมติยึดทรัพย์อดีตข้าราชการระดับสูง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ทุจริตเงินช่วยเหลือคนยากไร้ ประกอบด้วย 1.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม. 2.นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดพม. 3.นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการพม.


    กลุ่มคนเหล่านี้โกงกันเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดทั่วทุกภาค และมีการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหาร กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและแปลงเงินไปเป็นทรัพย์สินในรูปแบบอื่นเช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ


    สำหรับทรัพย์สินที่ปปง.อายัดและยึดไว้เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท


    กรรมไล่ล่าเช็คบิลโกง อ่วมอรทัยกันเป็นแถบๆ!!!


     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    เตรียมยึดทรัพย์ "อดีตปลัด-รองปลัด พม." 88 ล้านบาท
    18:52 | 12 มิถุนายน 2561 |

    G0DL5oPyrtt5HBAi4AIW4lbJp8T9MrLgE78r1Y7Iv9zNjPicgcFp0L.png

    ปปง.เตรียมยึดทรัพย์อดีตปลัด-รองปลัด พม. 88 ล้านบาท เหตุเชื่อมโยงทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ขณะที่ ป.ป.ท.เดินหน้าตรวจสอบทุจริตพบศูนย์คุ้มครองฯ มูลทุจริตแล้ว 68 จังหวัด ล่าสุด ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงไปแล้ว 60 จังหวัด

    วันนี้ (12 พ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการธุรกรรมสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เตรียมยึดทรัพย์ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดกระทรวง และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมพวกมูลค่าทรัพย์สินกว่า 88 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน

    TSNBg3wSBdng7ijM6GwPngO9epwZqJGNrUXyMqifrB6.png

    จากการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคล รวมทั้งผู้ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานฟอกเงิน พบว่าเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในห้วงเวลาเดียวกันที่พบปัญหาการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ปี 2560 งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท

    ทีมข่าวไทยพีบีเอสตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พบว่า นายพุุฒิพัฒน์ ยังให้เพื่อนหญิงคนสนิท ที่อดีตเคยเป็นข้าราชการกระทรวง พม. แต่เพิ่งลาออกจากราชการเมื่อปี 2559 ดำเนินการซื้อทรัพย์สินหลายรายการอีกด้วย

    TSNBg3wSBdng7ijM6GwPngO9epwZqJKBXlFT9WXEz1I.png

    ขณะที่อดีตผู้บริหารกระทรวง พม.ทั้ง 3 คน ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. โดยถูกตัดขาดจากสวัสดิการเงินเดือนทุกอย่าง จนกว่าผลการสอบวินัยร้ายแรงแล้วเสร็จ

    คดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง เริ่มจากนิสิตฝึกงานคนหนึ่งที่ออกมาเปิดโปง ศูนย์ช่วยเหลือที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้น ป.ป.ท.ก็ปูพรมตรวจทั้งประเทศ พบมูลทุจริตมากถึง 68 ศูนย์ การทุจริตครั้งนี้อาจมีผู้เกี่ยวข้องมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพราะพบว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนถึง 267 คน

    TSNBg3wSBdng7ijM6GwPngO9epwZqI9iMPrUV1cSYLO.png

    ความกล้าหาญของนักศึกษาฝึกงาน 1 คน ทำให้สำนักงาน ป.ป.ท.ขยายผลตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 76 จังหวัด พบมูลทุจริตมากถึง 68 ศูนย์ มีข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้อง 267 คน ล่าสุด ป.ป.ท.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงไปแล้ว 60 จังหวัด

    แม้ศูนย์คุ้มครองบางแห่งยังไม่พบมูลทุจริตแต่ ป.ป.ท.จะตรวจสอบว่ามีการนำเงินช่วยเหลือไปใช้จ่ายในกรณีอื่นๆ หรือไม่ เพราะล่าสุดศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี ตรวจสอบไม่พบการทุจริตการจ่ายเงินช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าผู้อำนวยการศูนย์ฯ นำเงินบางส่วนไปจัดซื้อผ้าห่มเกรดต่ำแต่ราคาสูง และคาดว่าจะเป็นจังหวัดที่ 69 ที่ ถูก ป.ป.ท.กล่าวหาทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง

    TSNBg3wSBdng7ijM6GwPngO9epwZqJINrMf2jqWy56Z.png

    ทั้งนี้ ผลสอบวินัยร้ายแรงทั้งอดีตปลัด รองปลัด และผู้ตรวจราชการกระทรวง พม.พร้อมพวก พบว่ามี 11คนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุจริต โทษสูงสุดคือปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ และมีข้าราชการอีก 15 คน ที่มีส่วนรู้เห็น แต่ถูกกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ รวมแล้วมีผู้บริหารและข้าราชการ พม.ทุจริตมากถึง 26 คน


    http://news.thaipbs.or.th/content/272745
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    เผยภาพ บ้าน ดอยสุเทพ อาจถล่ม หลังน้ำเซาะดินเป็นโพรง!! คาดสร้างต่อลำบาก
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 - 17:41 น.

    %E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-696x403.jpg
    เผยภาพ บ้าน ดอยสุเทพ อาจถล่ม หลังน้ำเซาะดินเป็นโพรง!! คาดสร้างต่อลำบาก
    ถึงแม้จะมีข้อสรุปแล้วว่า บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เจรจาหารือร่วมกับเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกันว่า จะไม่มีการเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าว พร้อมเตรียมให้ธนารักษ์ดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่าดังเดิมที่ครอบคลุมบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุดที่พัก 9 หลัง ขึ้นไปทางดอยสุเทพ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชนต่อไป
    อย่างไรก็ตามมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Aunnie Anndisun โพสต์ภาพถ่ายมุมสูงในโครงการบ้านพักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งยังมีแสงไฟส่องสว่างเปิดอยู่ทั่วบริเวณ จนเป็นที่ข้องใจ เมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป

    ล่าสุด วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า คำศรีดา แป้นไทย กล่าวถึง การย้ายเข้าบ้านพัก บริเวณเชิงดอยสุเทพ โดยกลุ่มเครือข่ายประชาชน ถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าไปตรวจสอบ ด้านคณะกรรมการที่เข้าไป ได้ออกมาให้ความเห็นว่า อีก 3 เดือน ก็คงไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ เพราะ ความยากของการทำงานก่อสร้าง ทั้งหญ้าที่นำไปแปะไว้บนผิวดิน ที่มีแต่หินมันที่คาดว่าไม่น่าจะโตได้ สภาพการก่อสร้างโดยรวมก็ยังไม่เกิน 85 เปอร์เซ็นต์ แนวดินสโลปเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ดินใต้ร่องน้ำเริ่มถูกเซาะด้วยแรงของน้ำที่ไหลดิ่งลงมาจากที่สูง สภาพหน้าดินเริ่มเห็นร่องรอยการไหลของน้ำ มันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะขึ้นไปปลูกบ้านบนพื้นที่เสี่ยงเช่นนั้น
    ในโพสต์บางตอนระบุว่า

    #พี่น้องเราเตรียมตัวให้พร้อม

    #เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
    วันนี้จะมาเล่าถึงเหตุการณ์บ้านเจ้าปัญหา #บ้านป่าแหว่ง ให้ฟัง
    มติในที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่และฟื้นฟูสภาพป่าจากกรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

    ให้ทำหนังสือโดยกรมธนารักษ์ เมื่ิอวันที่ 7 มิย.61 ไปยังศาลอุทธรณ์ ภาค 5 เพื่อขอให้คณะกรรมการและอนุกรรมการเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรวม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ส่งไปยังคณะกรรมการใหญ่เพื่อหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการในวันนี้คือ 12 มิย.61 เวลา13.30น.

    แต่ก็ยังไม่ได้รับหนังสือตอบรับ ผู้ประสานจึงประสานไปเพื่อขอทราบคำตอบว่าตกลงจะอนุญาตให้เข้าไปหรือไม่ จนสายของวันนี้ เวลาประมาณ 8 น.กว่าๆ ก็ได้รับคำตอบว่ามีหนังสืออนุญาตแล้วแต่มีข้อแม้ว่า อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะข้าราชการและนักวิชาการเท่านั้น

    แนวดินสโลปเกิน 30% ดินใต้ร่องน้ำเริ่มถูกเซาะด้วยแรงของน้ำที่ไหลดิ่งลงมาจากที่สูง สภาพหน้าดินเริ่มเห็นร่องรอยการไหลของน้ำ มันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะขึ้นไปปลูกบ้านบนพื้นที่เสี่ยงเช่นนั้น
    คนที่ขับรถขึ้นไปถึงยอดสุดของหมู่บ้านยังปรารภให้ฟังว่าขับไปขนหัวลุกไป คนเดินขึ้นยังหัวใจแทบจะหยุดเต้น แล้วไหนจะต้องขนเอาดินขึ้นไปโปะถมตรงคานคอดิน ปรับสนามหน้าบ้านที่ชันดิ่ง จะทนแรงน้ำฝนชะพาเอาหน้าดินดิ่งลงมาอีกกี่มากน้อย ผู้รับเหมาดูท่าก็คงถอดใจ

    หรือการแก้ปัญหาด้วยเหตุด้วยผลอย่างสร้างสรรค์ ที่เราตั้งใจไว้แต่แรกอาจไม่เป็นผล จนต้องหันไปใช้กระบวนยุทธ์แบบโบราณอีกแล้ว #เตขว้าง!!
    #คำศรีดา

    https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1210943
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2018
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    ก่อนหน้านี้ อดีตปลัด พม.ถูกให้ออกจากราชการไว้ระหว่างการสอบสวน แต่ระหว่างนี้ ปปง.พบทรัพย์สินที่เข้าข่ายการฟอกเงิน เชื่อมโยงกับการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง

    คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เตรียมยึดทรัพย์ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดกระทรวงฯ และ นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมพวก มูลค่าทรัพย์สินกว่า 88 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน

    จากการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรม เกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคล รวมทั้งผู้ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานฟอกเงิน พบว่าเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในห้วงเวลาเดียวกันที่พบปัญหาการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ปี 2560 งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท

    ทีมข่าวตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ พบว่า นายพุฒิพัฒน์ยังให้เพื่อนหญิงคนสนิท ที่อดีตเคยเป็นข้าราชการกระทรวง พม. แต่เพิ่งลาออกจากราชการเมื่อปี 2559 ดำเนินการซื้อทรัพย์สินหลายรายการอีกด้วย

    ขณะที่อดีตผู้บริหารกระทรวง พม.ทั้ง 3 คน ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน โดยถูกตัดขาดจากสวัสดิการเงินเดือนทุกอย่าง จนกว่าผลการสอบวินัยร้ายแรงแล้วเสร็จ

     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    นโยบายรัฐบาลนี้ เฉือนเนื้อคนจน ไปให้คนรวย ซ้ำสอง หรือไม่?

     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    เจาะลึกตะวันออกกลาง

    #ครบรอบ_ISIS_สังหารโหด_1566_คนในวันเดียว!!!
    FB_IMG_1528933161391.jpg
    ครบรอบการสังหารหมู่ที่ค่ายทหารสไปเกอร์ อิรัก โดยกลุ่มก่อการร้าย ISIS

    ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,566 คน
    .
    ในขณะนั้น ภาพของ ISIS ก็คืออสูรกายที่ไม่มีวันตาย ไม่มีใครหยุดมันได้ แค่ได้ยินชื่อทุกคนก็จะเผ่นหนี

    เผอิญภาพหลอนดังกล่าวใช้ไม่ได้กับทีมงาน #เฮซบอลเลาะห์ แห่งเลบานอน

    เฮซบอลเลาะห์ส่งคอมมานโดไปขัดตาทัพ ยันไว้ไม่ให้ ISIS ยึดแบกแดด และเมืองศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิมชีอะห์อย่าง นาจัฟ กับ การ์บาลา

    ISIS เสียรังวัดที่ไม่สามารถรุกคืบชิวๆได้อย่างเคย สิ่งนี้ทำให้ชาวอิรักเริ่มตื่นตัว ตรงกับช่วงที่ผู้นำทางศาสนาสูงสุดในอิรักอย่าง อายะตุลลอห์ (สมณะศักดิ์ทางศาสนา) อาลี ซีสตานี ได้ออกประกาศิตให้ชายชาวอิรักออกไปทำจีฮัดกับ ISIS

    ส่วนอิหร่านก็เริ่มส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มาให้ และยังมาช่วยเทรนกองกำลังอาสาที่เกิดขั้นหลังประกาศิตดังกล่าว

    ส่งผลให้เกิดกองกำลังอาสา ฮะชัด ชะอ์บี ทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟัน ISIS ยึดเมืองสำคัญต่างๆคืนมาได้ และสามารถแก้แค้นเหตุการณ์ที่ค่ายสไปเกอร์ได้สำเร็จ!!!
    .
    .
    ป.ล.ล่าสุดสมาชิกกลุ่มนี้บางคนตั้งพรรคลงเลือกตั้ง ก็ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 สำเร็จเช่นกัน
    .
    .
    .........................
    ขอบพระคุณที่ติดตาม กดไลค์ แสดงความคิดเห็น และร่วมกันแชร์ครับ

    เพจเจาะลึกตะวันออกกลาง
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    Cr.ภาพ Rachen Voraman

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    กองทัพเยเมนยิงถล่มเรือรบของผู้รุกรานในชายฝั่งของเยเมน Published: Wednesday, 13 June 2018 22:57 |
    Yemeni-Forces-Warship1.jpg

    เรือบรรทุกทหารของสหรัฐฯ ซึ่งมีเจตนาที่จะส่งกองกำลังขึ้นชายฝั่งของจังหวัดอัล-ฮุดัยดะฮ์ได้ตกเป็นเป้าของจรวด 2 ลูกของกองทัพและคณะกรรมการประชาชนเยเมน

    ตามการรายงานของสำนักข่าว "IRIB." แหล่งข่าวทางทหารประกาศว่า มีเรือและเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่รวมทั้งเรือเร็วโจมตีหลายลำได้มาถึงยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ แต่ถูกยิงอย่างหนักจากกองทัพเรือของเยเมนและจำเป็นต้องหลบหนี


    ความเสียหายที่หนักหน่วงของผู้รุกรานชาวซาอุฯ ในพื้นที่ต่างๆ

    ตามการรายงานของโทรทัศน์อัล-มุซีเราะฮ์ กองกำลังของเยเมนได้สร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงต่อผู้รุกรานชาวซาอุดิอารเบียและทหารรับจ้างของพวกเขาในพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่น จังหวัดนัจรอนและอะซีร หน่วยปืนใหญ่ของกองทัพและคณะกรรมการประชาชนเยเมนได้ถล่มตำแหน่งและที่มั่นต่างๆ ของทหารรับจ้างของซาอุดิอาระเบียในจังหวัดญีซาน

    ในภาพที่ถ่ายโดยหน่วยข่าวสงครามของเยเมนจะเห็นฉากของการยิงถล่มตำแหน่งและที่มั่นต่างๆ ของทหารรับจ้างเหล่านี้ ผลของการโจมตีนี้ สร้างความสูญเสียอย่างหนักหน่วงกับบรรดาทหารรับจ้าง และส่วนหนึ่งที่เหลือนั้นพวกเขาได้หลบหนีไป


    การถล่มเรือรบสองลำของผู้รุกราน

    แหล่งข่าวเยเมนกล่าวว่า กองทัพเรือของเยเมนได้ยิงเรือรบสองลำของผู้รุกรานในบริเวณชายฝั่งฆอลีฟเกาะฮ์ ของจังหวัดอัล-ฮุดัยดะฮ์

    พันเอกอะซีซ รอชิด รองโฆษกของกองทัพเยเมนกล่าวว่า : เรือรบลำหนึ่งของกองกำลังผู้รุกรานได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี

    แหล่งข่าวเยเมนกล่าวว่า มีลำควันไฟได้พวยพุ่งขึ้นให้เห็นจากเรือรบที่ถูกโจมตีในบริเวณชายฝั่งตะวันตกของเยเมน

    แหล่งข่าวทางทหารยังได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับอัล-อาลัมว่า การปะทะกันในอัล-ฮุดัยดะฮ์ยังคงดำเนินอยู่ และยูเออีประกาศปฏิบัติการที่ได้เริ่มต้นขึ้นนี้เป็นสงครามจิตวิทยาและการโฆษณาชวนเชื่อ

    แหล่งข่าวทหารของเยเมนกล่าวว่า เรามีความสามารถที่จะกำหนดเป้าหมายไปที่ยูเออีด้วยขีปนาวุธจำนวนมาก


    ที่มา : สำนักข่าว IRIB

    ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม
    http://www.iicth.com/news01/muslim-news/283-news-120
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    ชาวตูนิสชุมนุมประท้วงขับไล่ทูตของยูเออีออกจากตูนิเซีย
    Published: Wednesday, 13 June 2018 16:41 | Written by Admin_taem |
    UAE-protes-Tunisia-1.jpg

    หลังจากที่ความพยายามของยูเออีในการก่อรัฐประหารในตูนิเซียได้ถูกเปิดโปง ประชาชนในเมืองหลวงของประเทศนี้ได้มารวมตัวกันชุมนุมบนท้องถนน ประท้วงเรียกร้องให้ขับไล่ทูตของยูเออีออกจากตูนิเซีย

    ตามรายงานของอัฟการ์นิวส์ ผู้ประท้วงได้แสดงปฏิกิริยาต่อรายงานล่าสุดที่ถูกเผยแพร่เกี่ยวกับความพยายามของยูเออี ในการก่อการรัฐประหารในประเทศตูนิเซีย พร้อมได้เรียกร้องให้ขับไล่ทูตของยูเออีออกจากประเทศนี้ เนื่องจากการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศของตน

    ชาวตูนิสจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมกันที่ถนน "Al-Habib Bourguiba" หน้าตึกกระทรวงมหาดไทยของตูนิเซียและวิพากษ์วิจารณ์ความพยายามของยูเออีที่จะทำรัฐประหารในประเทศของตน

    ที่มา : อัฟการ์นิวส์
    ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

    http://www.islamicstudiesth.com/ind.../18-news_articles/1461-uae-protest-in-tunisia
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    345183.jpg
    เปิดปูมพฤติกรรม 'อดีตปลัด พม.' ก่อนโดนอายัดทรัพย์ฐานโกงเงินคนจน วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 20.18 น.

    ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมฯ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แก่นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม., นายณรงค์ คงคา อดีตรองปลัด พม., และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท หลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้

    สำหรับพฤติกรรมการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของข้าราชกลุ่มนี้ที่มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม.นั้น พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน (รรท.) เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า จากการดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกของคณะกรรมการธุรกรรมฯ พบว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้ง 3 รายมีลักษณะการทำงานเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดทั่วทุกภาค และมีการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น และแปลงเงินไปเป็นทรัพย์สินในรูปแบบอื่นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ

    "จากการสืบสวนข้อมูลทางการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องพบว่า มีการได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของกลุ่มข้าราชการดังกล่าวมูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน"

    "ทั้งนี้ นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว หากใครมีพฤติการณ์ในการรับหรือโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตก็อาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง กล่าวโดยสรุปแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัด ทรัพย์สินแล้ว ตัวผู้กระทาความผิดเอง ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินี ที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทาความผิดทุกคนก็ยังอาจต้องถูกลงโทษจาคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย" พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าว

    เมื่อย้อนดูประวัติของนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จบปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

    ปี 2542 ดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษาจังหวัดชลบุรี, ปี 2543 ที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สำนักงานแรงงานในประเทศกรีซ, ปี 2545 อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น, ปี 2547 ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี, ปี 2548 ผู้ปกครองสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, ปี 2549 ผอ.ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 9 จังหวัดชัยนาทและปฏิบัติหน้าที่ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล จังหวัดกำแพงเพชรอีกตำแหน่งหนึ่ง

    ปี 2550 ผอ.ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 62 จังหวัดสระบุรีและปฏิบัติหน้าที่ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี อีกตำแหน่งหนึ่ง, ปี 2551 ผอ.สำนักบริหารกลาง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, ปี 2552 ผอ.สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ปี 2553 รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, ปี 2556 ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ปี 2557 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และปี 2560 ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    เมื่อ 23 ก.พ.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ให้นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม.ในขณะนั้น และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.ในขณะนั้นให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ หลังจาก พม.ได้รับแจ้งข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกรณีตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่ง พม. ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงมาแล้วคณะหนึ่ง ผลการสืบตรวจพบความผิดปกติจริงแต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และ พม. อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยที่ความผิดปกติดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการของข้าราชการระดับสูงของ พม. และอาจเกี่ยวพันกับข้าราชการในวงกว้าง ซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไปฯ

    ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวมีความถูกต้องและเป็นธรรม จึงมีคำสั่งให้นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม.และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ทั้ง 2 ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในความควบคุมและกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับการปฏิบัติราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    26 ก.พ.61 ข้อมูลในเว็บไซค์กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปรากฎชัดเจนว่า นายพุฒิพัฒน์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งดูแลศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 ก่อนได้รับตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงเมื่อตุลาคม ปี 2560

    ส่วนการตรวจสอบพบการทุจริตในศูนย์คนไร้ที่พึ่งจากข้อมูลพบว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยมีหนังสือด่วนลับมาก ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อ 30 มิ.ย.60 ว่า ให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง หลังได้รับร้องเรียนความไม่ชอบมาพากลการเบิกจ่ายเงิน แม้จะพบว่ามีการทุจริตจริง แต่ไม่พบข้อมูลว่านายพุทธิพัฒน์ เกี่ยวข้องหรือไม่ จนกระทั่งมีคำสั่งย้ายนายพุทธิพัฒน์ ออกจากพื้นที่

    แม้จะยังระบุไม่ได้ว่าการสั่งย้ายปลัด พม.คนดังกล่าว เชื่อมโยงกับการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งหรือไม่ แต่จากคดีทุจริตศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ของสำนักงาน ป.ป.ท.ได้ขยายผลจนพบการทุจริตในศูนย์อื่นรวม 14 ศูนย์ที่น่าสนใจ คือ พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ทุจริตมีลักษณะคล้ายกัน ในลักษณะนำรายชื่อประชาชนที่เคยทำกิจกรรมอื่นมาสวมสิทธิ์เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการนี้

    ขณะที่บางส่วนพบว่าในระเบียบการช่วยเหลือระบุให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายเงินได้ ว่าจะช่วยเหลือในอัตราเท่าไหร่ ส่งผลให้มีการทุจริตในรูปแบบการเบิกเงินเต็มจำนวน 3,000 บาท แต่มอบให้ประชาชนไม่ครบจำนวน

    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของนายพุทธพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม.ยังพบว่า เคยถูกนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ขอให้ตรวจสอบการทุจริตโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน ผู้ป่วยโรคเอดส์ เพื่อให้มีคำสั่งย้ายนายพุฒิพัฒน์ และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.กับพวกรวม 5 คนออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมาแล้ว เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา

    โดยในหนังสือร้องเรียนได้ระบุข้อน่าสังเกต คือ นายพุทธพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม.นั้น มีประวัติการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลถึง 4 ครั้ง คือ
    ชื่อที่ 1 ชื่อดั้งเดิม นายศิริพงษ์ โชคสถิตย์
    ชื่อที่ 2 เปลี่ยนชื่อ นายพุฒิพัฒน์ โชคสถิตย์
    ชื่อที่ 3 เปลี่ยนชื่อ นายพุฒิพัชร์ โชคสถิตย์
    ชื่อที่ 4 เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์
    http://www.naewna.com/likesara/345183
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    37,636
    ค่าพลัง:
    +34,628
    ยิว-มะกันเงิบ! สมัชชาใหญ่ UN ลงมติท่วมท้นประณาม “อิสราเอล” เข่นฆ่าปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เผยแพร่: 14 มิ.ย. 2561 10:23 โดย: MGR Online
    561000006150801.jpg

    คณะผู้แทน 120 ประเทศจากทั้งหมด 193 ประเทศในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติโหวตสนับสนุนร่างญัตติประณามอิสราเอลที่ใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.)
    เอเอฟพี - ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจาก 120 ประเทศประณามอิสราเอลใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา พร้อมปฏิเสธเสียงเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้นานาชาติกล่าวโทษกลุ่มฮามาส

    กลุ่มชาติอาหรับได้นำเสนอร่างญัตติซึ่งมีเนื้อหาประณาม “การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ไม่เหมาะสม และไม่เลือกหน้า” ที่อิสราเอลกระทำต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมาตรการปกป้องชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

    จนถึงขณะนี้มีชาวปาเลสไตน์ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 129 คนจากเหตุชุมนุมประท้วงใกล้พรมแดนกาซาที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. ขณะที่อิสราเอลยังไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว

    ร่างญัตติที่แอลจีเรียและตุรกีนำเสนอต่อที่ประชุมในนามกลุ่มชาติอาหรับและมุสลิมได้รับเสียงสนับสนุนจาก 120 ประเทศ คัดค้าน 8 ประเทศ และงดออกเสียงอีก 45 ประเทศ จากรัฐสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศในสมัชชาใหญ่ยูเอ็น

    นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น วิจารณ์ร่างญัตติดังกล่าวว่าเลือกข้าง “ฝ่ายเดียว” (one-sided) พร้อมกล่าวหาผู้นำชาติอาหรับว่าพยายามล็อบบื้ยูเอ็นให้ประณามอิสราเอลเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากคนในประเทศตนเอง

    “สำหรับบางประเทศ การโจมตีอิสราเอลคือเกมการเมืองที่พวกเขาโปรดปราน พวกเขาถึงได้มารวมตัวกันที่นี่วันนี้” เฮลีย์ กล่าวต่อที่ประชุม

    สหรัฐฯ ได้เสนอร่างญัตติประณามขบวนการฮามาสซึ่งมีอิทธิพลในฉนวนกาซาว่าเป็นฝ่าย “ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง” ทว่าว่าญัตติดังกล่าวตกไป เนื่องจากได้เสียงสนับสนุนไม่ถึง 2 ใน 3

    กลุ่มชาติอาหรับตัดสินใจนำร่างญัตติปกป้องชาวปาเลสไตน์เข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นแทน หลังถูกสหรัฐฯ ใช้สิทธิ์วีโตยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ การลงมติในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นไม่มีผลบังคับผูกพันต่อรัฐสมาชิก และไม่มีชาติใดสามารถใช้สิทธิ์วีโตได้ ซึ่งแตกต่างจากการลงมติในคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นที่สมาชิกถาวรทั้ง 5 ชาติมีสิทธิ์วีโตคัดค้านให้ร่างญัตตินั้นๆ ตกไป

    ร่างญัตตินี้กำหนดให้เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เป็นผู้จัดทำและเสนอ “กลไกปกป้องจากนานาชาติ” (international protection mechanism) เพื่อชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ โดยอาจเป็นเพียงการตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ หรืออาจถึงขั้นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพอย่างเต็มรูปแบบ ทว่าตัวเลือกเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น และมีสิทธิ์ที่จะถูกสหรัฐฯ “วีโต” ได้อีก

    ริยาด มันซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำยูเอ็น กล่าวต่อที่ประชุมว่า “สิ่งเดียวที่เราอยากจะวิงวอนขอ นั่นคือการช่วยปกป้องพลเรือนของเรา”

    ด้าน เฟริดุน ฮาดี ซินีร์ลิโอกลู เอกอัครราชทูตตุรกีประจำยูเอ็น ก็ได้พูดปกป้องร่างญัตติประณามอิสราเอลว่าเป็นการ “เลือกเข้าข้างกฎหมายระหว่างประเทศ” และแสดงให้ชาวปาเลสไตน์ได้เห็นว่า “ทั่วโลกยังเป็นห่วงกังวลต่อความทุกข์ทรมานของพวกเขา”

    แดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอล วิจารณ์ร่างญัตตินี้ว่าเป็นความพยายาม “ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของเราในการป้องกันตนเอง” พร้อมเตือนบรรดาทูตว่าการสนับสนุนร่างญัตตินี้ก็เท่ากับ “ส่งเสริมพวกฮามาสให้มีกำลังกล้าแข็งขึ้น”

    จีนและรัสเซียโหวตสนับสนุนร่างญัตติประณามอิสราเอล ส่วนฝรั่งเศสเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ที่ยกมือสนับสนุน ขณะที่อังกฤษ อิตาลี โปแลนด์ และอีก 13 รัฐอียูเลือกที่จะงดออกเสียง

    8 ประเทศที่คัดค้านได้แก่ อิสราเอล, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, หมู่เกาะมาร์แชลส์, ไมโครนีเซีย, นาอูรู, หมู่เกาะโซโลมอน และโตโก

    สำหรับร่างญัตติประณามฮามาสของสหรัฐฯ นั้นได้รับเสียงสนับสนุนจาก 62 ประเทศ คัดค้าน 58 ประเทศ และอีก 42 ประเทศงดออกเสียง

    561000006150802.jpg


    561000006150803.jpg


    561000006150804.jpg


    561000006150805.jpg


    561000006150806.jpg

    https://mgronline.com/around/detail/9610000059039
     

แชร์หน้านี้

Loading...