ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    ชาร์จโทรศัพท์ทิ้ง ทำร้านเสริมสวยกลางเมืองศรีราชาวอด

    ศูนย์ข่าวศรีราชา - เพลิงไหม้ร้านเสริมสวยกลางเมืองศรีราชา เหตุเจ้าของบ้านเสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ในห้องเก็บของ
    เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ ( 12 ก.ค. ) เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เทศบาลเมืองศรีราชา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านจารุวัลย์ บิวตี้ แอนด์ สปา ตั้งอยู่เลขที่ 218 /15 ซอยโรงไม้ขีด ม. 2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังพร้อมรถน้ำจากเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ รวม 5 คัน เข้าระงับเหตุ โดยมี นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผู้กำกับการ สภ.ศรีราชา ,นายปรีชา เรืองอร่าม รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมหน่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา

    คลิก>>https://mgronline.com/local/detail/9610000069321

    #MGRonline #ชลบุรี #ร้านเสริมสวย #ชาร์จโทรศัพท์ #เพลิงไหม้ร้านเสริมสวย

     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    351175.jpg
    ปปง.ลุยสอบสาวคนสนิท 'อดีตปลัด พม.' แฉเกินกว่า 10 คนช่วยซุกเงินโกงคนจน
    วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 14.49 น.



    วันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. และ นายวิทยา นิติธรรม เลขานุกการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมหารือกับชุมสอบสวนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ถึงแนวทางการติดตามดำเนินคดีฟอกเงินซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ นายพุฒิพัฒน์ เลศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับ น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ หญิงสาวคนสนิท ที่ผู้ต้องหาคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้

    โดย พล.ต.ต.กมล เปิดเผยหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกันของพนักงานสอบสวน ปปป. ปปง. ปปท. เพื่อหารายละเอียดแนวทางดำเนินคดีฟอกเงิน เช่น จำนวนเงินที่กระทำความผิดเท่าไหร่ ความผิดเกิดขึ้นเมื่อใด และสถานที่กระทำความผิดที่ไหนบ้าง โดยเบื้องต้น ปปง.พบมีจำนวน 26 แห่ง เป็นงบประมาณปี 2559 ซึ่งจะตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีจำนวนเงินกระทำความผิดเท่าไหร่ รวมทั้ง นอกจาก 2 รายแรกที่เข้าแจ้งความแล้วยังมีคนอื่นหรือไม่

    สำหรับคดีอาญาของ นายพุฒพัฒน์ นั้นก็ต้องยุติลง เนื่องจากเสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตาย ส่วน น.ส.วาสนา ยังให้รักษาตัวไปก่อน หลังจากนี้จึงจะเรียกมาสอบปากคำอีกครั้ง แต่ในคดีทางแพ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงินหากเชื่อมโยงถึงบุคคลใดก็จะเรียกมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ต่อไป

    ด้าน นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบในส่วนของการใช้งบประมาณปี 2559 แต่ ปปง. จะขยายผลเพิ่มเติมหากพบกระทำผิดก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติอายัดทรัพย์สินครั้งแรกที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของ นายพุฒิพัฒน์ และพวก รวม 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท

    ทั้งนี้ยอมรับว่า การตรวจสอบทรัพย์สินค่อนข้างยาก เนื่องจากมีการแปรสภาพเป็นรถยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึง ไม่ได้ผ่านสถาบันการเงินแต่หิ้วเงินสด นำไปฝากบุคคลอื่น ทั้งเครือญาติและคนใกล้ชิด เชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศ ส่วนจะมีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ใหญ่กว่าปลัด พม. กำลังตรวจสอบ โดย ปปง. มาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน 2 ราย คือ นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา หลังจากนั้นจะขยายผลกล่าวโทษบุคคลอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ประเด็นการฆ่าตัดตอนนั้นดูจากพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมาประกอบกัน คาดว่าไม่น่าเป็นการตัดตอนเพราะไม่พบการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด
    http://www.naewna.com/local/351175
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    MOREMOVE


    #มอร์มูฟเป็นข่าว ก.คลังผุดไอเดีย #เล็งคืนภาษีแวตให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงสิ้นปี พร้อมยันไม่กระทบโครงสร้างจัดเก็บภาษี เพราะรัฐต้องตั้งงบฯมาคืนเท่ากับภาษีแวตที่กรมสรรพากรจ่ายคืนให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาขอคืนภาษีอยู่แล้ว เท่านั้นไม่พอ!! ยังเตรียมยกเลิกมาตรการช้อปช่วยชาติเพราะกำลังซื้อในประเทศดีขึ้น


    Source : http://www.moneychannel.co.th/news_detail/22776



    โดยเรื่องนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.กระทรวงการคลังได้กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยว่า #กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT-แวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านคนสำหรับเงินที่นำไปซื้อของใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ #ต้องซื้อของผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนำเงินสดของตัวเองไปเติมใส่บัตรและนำไปซื้อสินค้ากับร้านค้าที่มีเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)


    "#เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยผู้มีรายได้น้อยได้มากขึ้น สำหรับวงเงินซื้อสินค้าและเพดานการขอคืนภาษีแวตยังไม่ได้กำหนด และการดำเนินการนี้ไม่ได้ทำให้โครงการสร้างภาษีแวตของกรมสรรพากรเสียหาย เพราะรัฐบาลจะตั้งงบประมาณมาคืนเท่ากับภาษีแวตที่กรมสรรพากรจ่ายคืนให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาขอคืนภาษี" รมว.กระทรวงการคลัง กล่าว


    ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ยังกล่าวต่อไปอีกด้วยว่า #สำหรับสินค้าที่ซื้อและนำมาหักลดหย่อนภาษีได้จะเปิดกว้างไม่มีการจำกัด เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก เช่น เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ แต่จะยกเว้นสินค้าอบายมุข เช่น สุรา เบียร์ และบุหรี่ เป็นต้น


    "#การยกเว้นภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อยเป็นแนวทางเดียวกันกับโครงการช็อปช่วยชาติ ที่สามารถนำรายได้จากการซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทซึ่งได้ดำเนินการมา 3 ปีแล้วเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศ แต่ในปีนี้อาจไม่มีการดำเนินการอีก #เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อและมีความสามารถในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น" รัฐมนตรีคลัง ทิ้งท้าย.


     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    MOREMOVE

    IMG_1078.JPG

    #มอร์มูฟเป็นข่าว โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด โดยล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมญี่ปุ่นพุ่งสูงถึง 179 ศพ มากสุดในรอบ 30 ปี สื่อญี่ปุ่นตั้งคำถามต่อ ‘ระบบเตือนภัย’ ในประเทศ #เชื่อประกาศล่าช้าจนเป็นเหตุให้พื้นที่เสียหายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ตั้งรับกับภัยพิบัติทางธรรมชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


    Source : https://greennews.agency/?p=17606

    Photo : www.channelnewsasia.com


    นับแต่ช่วงสายของวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาและรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเรื่องพายุฝนที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ 11 เมือง บริเวณตะวันตกของประเทศ รายงานล่าสุดพบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 179 คน ผู้สูญหายกว่า 90 คน และมีประชาชนอีกกว่า 1,000 คนยังคงติดอยู่บนหลังคาเพราะเส้นทางอพยพถูกตัดขาด #การอพยพผู้คนออกมาต้องใช้เฮลิคอปเตอร์และเรือเท่านั้น


    ขณะที่ประชาชนอีกหลายแสนคนยังไม่มีน้ำประปาใช้และต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อน เกิดเป็นโรคลมร้อนและอาหารเป็นพิษเนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง 30-35 องศาเซลเซียสทั่วประเทศ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิในประเทศจะสูงระดับนี้ไปอีกอย่างน้อย 7 วัน โดยนี่นับเป็นความสูญเสียจากหายนะทางสภาพอากาศที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2525 หรือมากกว่า 3 ทศวรรษ ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาประเมินความเสียหายทางธุรกิจ แต่คาดว่ากระบวนการบูรณะจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี


    ทั้งหมดนี้นำไปสู่การวิเคราะห์และตั้งคำถามจากรายงานข่าวในประเทศจำนวนหนึ่งว่าเหตุใดญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ตั้งรับกับภัยพิบัติทางธรรมชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 180 คน


    อนึ่ง Japantimes* ได้ระบุว่า #การที่อุทกภัยครั้งนี้รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมากเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงและมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 6-8 ก.ค. โครงสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไม้และตั้งอยู่บริเวณภูเขา ซึ่งเสี่ยงต่อการทรุดตัวเพราะดินสไลด์และน้ำท่วมเป็นทุนเดิม แต่สิ่งที่ Japantimes รวมถึงบทวิเคราะห์ใน NHK World-Japan มองตรงกันคือประเด็นเรื่อง #การเตือนภัยที่ล่าช้า โดยแบ่งเป็น 2 กรณีใหญ่ตามพื้นที่เสียหายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก


    เขตเมืองคุระชิกิ ในโอคายามา

    วันที่ 6 ก.ค. ทันทีที่มีการยืนยันว่าน้ำในแม่น้ำ Oda เอ่อล้น เป็นเหตุให้เขื่อนเก็บน้ำในบริเวณใกล้เคียงใกล้พังทลาย เมืองคุระชิกิในโอคายามามีประกาศให้ผู้ที่อาศัยทางตอนใต้ของแม่น้ำ Oda อพยพทันที ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือของแม่น้ำ Oda ยังถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่เพียงสองชั่วโมงต่อมา พื้นที่ทางตอนเหนือของแม่น้ำถูกประกาศให้อพยพเช่นกัน แม้ประกาศอพยพจะห่างกันเพียง 2 ชั่วโมง และเจ้าหน้าที่อธิบายว่าเป็นการประเมินตามสถานการณ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติอธิบายว่า #การประกาศให้ผู้คนอพยพภายหลังหรือในขณะที่น้ำในเขื่อนเอ่อล้นแล้วเป็นเรื่องไม่สมจริง ซึ่งเพียงประเมินว่าเขื่อนจะแตก เห็นน้ำเอ่อล้น การเคลื่อนย้ายประชาชนก็เป็นไปได้ยากแล้ว


    เอฮิเมะ

    วันที่ 7 ก.ค. มีคำเตือนในพื้นที่ 3 ครั้งว่าขณะนั้นวัดปริมาณน้ำฝนในได้ 100 มิลลิเมตร ในเมืองอุวาจิมะและเมืองเซโย ขณะที่น้ำในแม่น้ำฮิจิซึ่งพาดผ่านเมืองโอซุก็ปริ่มเกือบเต็มเขื่อนแล้ว แต่ประกาศระวังภัยอย่างเป็นทางการถูกประกาศในวันที่ 8 ก.ค. เวลา 5.50 น. ซึ่งขณะนั้นมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยดังกล่าวแล้วจำนวน 18 ราย


    มหันตภัยครั้งนี้จุดประกายคำถามต่อหน่วยงานรัฐ เรื่องการประกาศเตือนภัย รวมทั้งการปฏิบัติตามของผู้คนหลังประกาศ ที่จะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด


    อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต่อภัยพิบัติยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กองกำลังป้องกันตัวเองญี่ปุ่น หน่วยดับเพลิงและการจัดการภัยพิบัติ การทำงานทางข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงงานภาคเอกชนต่างๆ เช่น บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ในประเทศ ที่กำลังเร่งหารือเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเบื้องต้นจะเลื่อนการชำระหนี้ เช่น ค่าประกันอัคคีภัย ไฟไหม้ หรือบริการต่างๆ จากบริษัทไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า.


     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    MOREMOVE

    IMG_1079.JPG

    #มอร์มูฟเป็นข่าว อั๊ยยะ!! ผลวิจัยเผยชัด ประชากรไทยมากกว่า 90% ติดเชื้อ EBV หรือ 'Kissing disease' ซึ่งก็ตามชื่อคือ #เป็นโรคติดต่อทางน้ำลาย การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วเชื้อไวรัสจะ #แอบแฝงอยู่กับบุคคลนั้นไปตลอดชีวิต โดยไม่ทำให้เกิดอาการ แต่มีโอกาสแพร่สู่คนอื่นได้เรื่อยๆ จากเชื้อที่ออกมาปนอยู่ในน้ำลาย การติดเชื้อชนิดนี้จึงเกิดขึ้นได้กว้างขวางทั่วโลก จนมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า Everybody's Virus (เชื้อไวรัสของทุกๆ คน) #เชื้ออาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆได้หลายโรค รวมถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก #บอกเลยว่ายากมากที่เราจะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้


    Source : https://www.sanook.com/health/11729/

    Photo : Movie Poster - Blue is the Warmest Color


    นอกจากการจูบ เรายังสามารถติดเชื้อ EBV ได้จากการใช้ช้อนส้อม แก้ว หรือของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน หลอดดูด ฯลฯ ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ


    #Fact เชื้อไวรัส EBV เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเริม อีสุกอีใส งูสวัด ไวรัสชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2507 โดยนายแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ Michael Anthony Epstein และนักวิทยาศาสตร์หญิงชาวอังกฤษชื่อ Yvonne M. Barr ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสนี้


    #การติดเชื้อครั้งแรกไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่มักไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมา แต่หากเป็นการติดเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 หรือร่างกายมีปฏิกิริยาต่อเชื้อไวรัสขึ้นมาจากการถูกกระตุ้นจนเกิดอาการ เช่น ติดเชื้อจากการจูบปากกับคนที่มีเชื้อไวรัสตัวนี้ในร่างกาย อาจมีอาการไข้สูง เจ็บคอจากคอหอย ทอนซิลอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และอาจพบอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศรีษะ ตับโต ม้ามโต จุดเลือดออกที่เพดานปาก ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีน้ำมูก ฯลฯ #โดยส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะหายไปภายใน2สัปดาห์ (อาจจะยังคงอ่อนเพลียต่ออีกหลายเดือน)


    นอกจากนี้ #ยังมีกรณีที่มีการติดเชื้อครั้งแรกแบบเฉียบพลันและรุนแรง โดยเกิดกับผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติตั้งแต่กำเนิด รวมไปถึงการติดเชื้อ EBV แบบเรื้อรัง และการเป็นโรคมะเร็งจากการติดเชื้อ EBV เช่น มะเร็งโพรงหลังจมูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้


    #วิธีหลีกเลี่ยงการติดเชื้อEBV ได้แก่ หลีกเลี่ยงจูบกับคนแปลกหน้า และงดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้ว ช้อนส้อม แปรงสีฟัน หลอดดูดน้ำ ฯลฯ


    #การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ EBV แต่อาการจะหายได้เอง ควรใช้ยาบรรเทาอาการ

    ภายใต้การดูแลของแพทย์และพักผ่อนมากๆ #การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้นโดยบางรายอาจมีผื่นขึ้นเต็มตัว


    อย่างไรก็ตาม #การหลีกเลี่ยงการจูบอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในชีวิตจริง #แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการไม่จูบปากกับคนที่ไม่รู้จัก หรือจูบกับคนมากหน้าหลายตามากเกินไป เพราะนอกจากเชื้อ EBV แล้ว การจูบยังทำให้ติดโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคหวัด ไวรัสตับอักเสบบี เริม หูด และซิฟิลิส เป็นต้น.


     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    MOREMOVE

    IMG_1080.JPG

    #มอร์มูฟเป็นข่าว งงกันไปทั้งโลก!! เมื่อตัวแทนสหรัฐฯออกตัวแรง #ขวางมตินานาชาติที่ให้เด็กดื่มนมแม่ในที่ประชุมขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทั้งยังแบล็กเมล์ตัวแทนประเทศที่สนับสนุนข้อเสนอด้วยการข่มขู่ว่าจะปรับมาตรการทางการค้าและลดความช่วยเหลือทางทหารในการปราบปรามความรุนแรงจากแกงค์อาชญากรรม เรื่องนี้ทำเอาหลายกลุ่มประนามว่าเป็นการกระทำที่น่าละอายและแปลกประหลาด โดยมองว่าการขัดขวางดังกล่าวเป็นความพยายามปกป้องอุตสาหกรรมนมผงยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯที่โยงใยกับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์!!


    Source : https://prachatai.com/journal/2018/07/77779


    โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยในการประชุมประจำปีขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯต้องเผชิญหน้ากับนานาประเทศ นั่นคือประเด็นที่สหรัฐฯคัดค้านมติของประเทศอื่นๆ ที่ #ส่งเสริมการให้นมแม่ในเด็กและจำกัดการโฆษณาสรรพคุณของนมอื่นๆที่ใช้แทนนมแม่เกินจริง หลังจากที่มีงานวิจัยออกมาหลายงานวิจัยระบุว่า #นมแม่เป็นนมที่ดีที่สุขภาพเด็กที่สุด


    อย่างไรก็ตาม #เดิมทีมีการคาดการณ์ว่ามติเรื่องนมแม่นี้จะผ่านร่างได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าตัวแทนที่เข้าประชุมจากสหรัฐฯ ก็คัดค้านเรียกร้องให้แก้ภาษาในร่างมตินี้โดยนำวลีที่ว่า 'คุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนการให้นมแม่' (protect, promote and support breast-feeding) ออก #ซึ่งเป็นไปได้ว่าน่าจะเพราะต้องการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มบรรษัทธุรกิจนมผง


    อนึ่ง นิตยสารไทม์ รายงานว่า เมื่อการคัดค้านไม่สำเร็จ ตัวแทนจากสหรัฐฯได้หันมาใช้วิธีการขู่ประเทศอื่น เช่น ขู่เอกวาดอร์ที่วางแผนเสนอมตินี้ว่าถ้าพวกเขาไม่ยกเลิกข้อเสนอนี้สหรัฐฯ จะ ลงโทษพวกเขา #ด้วยการปรับมาตรการทางการค้าและลดความช่วยเหลือทางทหาร ในการปราบปรามความรุนแรงจากอาชญากรรม ทำให้ตัวแทนจากเอกวาดอร์และผู้รณรงค์ด้านสุขภาวะมีความยากลำบากในการหาผู้สนับสนุนรายอื่นๆ ต่อมตินี้ การข่มขู่เช่นนี้ได้รับการยืนยันจากตัวแทนคนอื่นๆ ที่ขอสงวนไม่ออกนามเนื่องจากกลัวการตอบโต้จากสหรัฐฯ


    แพตตี รันดัลล์ ผู้อำนวยการนโยบายของกลุ่มรณรงค์เรื่องนมแม่ 'เบบีมิลค์แอ็คชัน' กล่าวว่า #สิ่งที่ตัวแทนสหรัฐฯทำถือเป็นการขู่กรรโชกหรือแบล็กเมล์ เหมือนว่าสหรัฐฯ กำลังจับหลายประเทศในโลกเป็นตัวประกันเพื่อพยายามยับยั้งมติที่จะออกมาคุ้มครองสุขภาพเด็กอ่อน


    ทั้งนี้ ทางการเอกวาดอร์กล่าวถึงการขู่ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึง "พวกเราไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องที่ดูเป็นประเด็นเล็กๆ อย่างการให้นมเด็กจะกระตุ้นให้เกิดการโต้ตอบอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์เช่นนี้ได้"


    สุดท้ายแล้ว #ร่างมติดังกล่าวก็มีข้อความแบบเดิมแทบจะทั้งหมดยกเว้นแต่ว่ามีข้อความส่วนหนึ่งถูกตัดออกไป คือข้อความที่ระบุให้ประเทศสมาชิกพยายามยับยั้ง 'การโฆษณาอย่างไม่เหมาะสมเกี่ยวกับอาหารสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก' (inappropriate promotion of foods for infants and young children,) โดยกลุ่มเครือข่ายคุณแม่ออนไลน์ 'มัมส์ไรส์ซิง' กล่าวว่า #การแสดงออกของตัวแทนสหรัฐฯในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องประหลาดและน่าอับอาย


    ด้าน วารสารแลนเซต เคยนำเสนอผลการศึกษาเมื่อปี 2559 ว่าการให้นมแม่จะช่วยชีวิตเด็กได้ 823,000 ราย และช่วยชีวิตแม่ 20,000 ราย ต่อปี นอกจากนี้ยังจะลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจำนวน 300,000 ล้านดอลลาร์ถ้าหากมีการให้นมแม่กันทุกครัวเรือน และจะช่วยส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับเด็กด้วย


    อย่างไรก็ดี ตลาดอาหารเด็กทารกเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าถึง 70,000 ล้านดอลลาร์ #โดยส่วนมากผู้ผลิตมักจะเป็นแค่กลุ่มบรรษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่บรรษัทที่มีฐานในสหรัฐฯและยุโรป สื่อเดอะการ์เดียนระบุว่า หนึ่งในบรรษัทยักษ์ใหญ่ด้านนี้คือแอบบ็อตนูทรีชัน เคยเป็นผู้บริจาคให้กับพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือน ม.ค.2560


    ลูซี ซัลลิแวน ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรส่งเสริมโภชนาการเด็ก 1,000 Days ระบุว่าการโต้ตอบของสหรัฐฯ ในที่ประชุมนับได้ว่าเป็นประเด็นของ #การสาธารณสุขปะทะกับผลกำไรของเอกชน โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคือคนที่ให้นมลูกจากอกกับชีวิตของเด็ก กับคนที่กลัวจะเสียผลประโยชน์อย่างธุรกิจนมผงเด็กทารก.


     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    MOREMOVE


    #มอร์มูฟเป็นข่าว สาบานว่าแอดมินจะพยายามไม่เขียนข่าวแซะใครหรืออะไรเต็มที่เลย!! #จะทำได้ไหมทำได้หรือเปล่า โดยล่าสุดปักกิ่ง เมืองใหญ่ของจีนที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีแผนจะนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและการสแกนลายนิ้วมือเข้ามา #ช่วยแก้ปัญหาเสียเวลายุ่งยากวุ่นวายในการเข้าคิวรอซื้อตั๋วหรือแตะบัตรผ่านสถานีเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน


    Source : https://www.blognone.com/node/103668


    โดยทางการจีนมีแผนจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับใบหน้าและเครื่องสแกนฝ่ามือเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าและออกจากสถานีรถไฟฟ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาติดต่อขอแลกเหรียญ ไม่ต้องมัวเข้าคิวรอหยอดเหรียญกับเครื่องออกบัตรโดยสาร และก็ไม่ต้องเข้าแถวอีกครั้งหนึ่งเพื่อรอเสียบบัตรเข้าเครื่องสแกนก่อนเดินเข้าพื้นที่ชานชาลา


    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการเก็บเงินค่าโดยสาร แต่คาดว่า #ระบบสแกนใบหน้าและสแกนฝ่ามือนี้จะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน #เพื่อทำการตัดเงินค่าโดยสารแบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ระบบสแกนใบหน้าและสแกนฝ่ามือไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมในประเทศจีน ตัวอย่างการใช้งานระบบสแกนใบหน้านั้นมีใช้อยู่ก่อนแล้วบริเวณด่านระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และเกาะฮ่องกงซึ่งจะใช้ควบคู่กับเรื่องสแกนลายนิ้วมือ ในขณะที่เครื่องสแกนฝ่ามือก็มีการใช้งานกับรถไฟในเซี่ยงไฮ้มาบ้างแล้ว โดยจำกัดเฉพาะผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ เช่น ทหารผ่านศึก หรือผู้พิการและทุพพลภาพ


    อนึ่ง กรณีนี้มีหลายคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วย โดยความเห็นฝ่ายหนึ่งมองว่า #ทุกวันนี้ทางการจีนกำลังริดรอนความเป็นส่วนตัวของประชาชนตนเองลงไปในทุกขณะ โดยอีกส่วนเกรงว่า #หากระบบหละหลวมมีช่องโหว่ก็อาจทำให้ข้อมูลอัตลักษณ์เชิงชีวภาพเหล่านี้รั่วไหลออกสู่ภายนอก ถูกผู้ไม่หวังดีนำเอาไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบได้


    อีกด้านหนึ่งก็มีความเห็นในแง่การใช้งานว่าประสบการณ์ใช้งานระบบสแกนใบหน้าและสแกนฝ่ามือนั้น #อาจไม่ได้ช่วยลดเวลาที่ผู้โดยสารต้องเสียไป เพราะยกตัวอย่างผู้สูงอายุหลายคนซึ่งไม่ค่อยคุ้นชินกับเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนักก็อาจไม่รู้ว่าต้องใช้เครื่องอย่างไรจนทำให้ต้องเสียเวลาผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่อยู่ในคิวเช่นเดียวกัน


    สำหรับรถไฟใต้ดินของปักกิ่งนั้นเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 1965 แต่เริ่มมีการปรับปรุงบริการและขยายเส้นทางแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2008 ซึ่งปักกิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปัจจุบันมีรถไฟวิ่งให้บริการ 23 เส้นทาง มีผู้ใช้บริการมากกว่า 10 ล้านคนต่อวัน โดยก่อนหน้านี้คิดอัตราค่าโดยสารทุกเส้นทาง (ยกเว้นไปสนามบิน) ทุกระยะทางเท่ากันหมดด้วยราคา 2 หยวน (ประมาณ 10 บาท) ก่อนที่จะปรับวิธีคิดค่าโดยสารในปี 2014 มาเป็นระบบคิดตามระยะทาง


    ปัจจุบันค่าโดยสารต่ำสุดของการเดินทางเริ่มต้นที่ 3 หยวน (ประมาณ 15 บาท) ในเส้นทางไม่เกิน 6 กิโลเมตร และค่าเดินทางสูงสุดต่อครั้งอยู่ที่ 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) สำหรับการเดินทางรวมระยะทาง 92-112 กิโลเมตร.


     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    ชาวเคนยาเดือด!!กลุ่มสมาชิกสภาผลาญเงินภาษีประชาชน บินไปดูบอลโลกที่รัสเซีย เผยแพร่: 12 ก.ค. 2561 23:31 โดย: MGR Online
    561000007259201.jpg

    ส.ว. มิลลิเซนต์ โอมานกา หนึ่งในสมาชิกรัฐสภาเคนยาที่เดินทางไปรัสเซีย โพสท่าถ่ายรูปกับกองเชียร์โครเอเชีย
    เอเอฟพี - ชาวเคนยาส่งเสียงเดือดดาลในวันพฤหัสบดี(12ก.ค.) หลังมีภาพปรากฏออกมาว่าสมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่งเดินทางไปดูฟุตบอลโลก 2018 ถึงรัสเซีย ด้วยเงินภาษีของประชาชน แม้ว่าทีมชาติเคนยาไม่ผ่านรอบคัดเลือกเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายก็ตาม

    เรื่องอื้อฉาวนี้แดงขึ้นหลังจากสมาชิกรัฐสภาบางส่วนนำภาพถ่ายเซลฟีขณะที่ทางกลุ่มกำลังชมเกมการแข่งขันอย่างสนุกสนานในรัสเซีย โพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ "มันเป็นตลกร้าย พวกผู้นำยังจะเดินทางไปรัสเซียเพื่อชมเกมฟุตบอลโลก ในขณะที่เรามีปัญหามากมายที่นี่" ซิลเวสเตอร์ อาเซกา พ่อค้าขายคอมพิวเตอร์มือสองในกรุงไนโรบี ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์โมโห

    จาชินตา มงอินา นักศึกษาวัย 26 ปีกล่าวว่า "โอ้พระเจ้า ผมก็อยากจะเชื่อหรอกนะว่ามันไม่เป็นความจริง แต่ดูภาพถ่ายที่พวกเขาบางคนโพสต์ซิ มันหมายความว่าพวกเขามีเวลาเหลือเฟือและมีเงินทองมากมายเพื่อไปยังรัสเซีย ทั้งที่พวกเขาต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ"

    หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานว่าสมาชิกรัฐสภาราว 20 คน เดินทางไปยังรัสเซียตั้งแต่ต้นเดือนและคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ชมรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์นี้ด้วย โดยที่ค่าอำนวยความสะดวกต่างๆ,ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันและตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ล้วนแต่เป็นเงินหลวง

    ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นคาดหมายว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดน่าจะอยู่ราวๆ 450,000 ดอลลาร์(ประมาณ 15 ล้านบาท) ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในเคนยา อยู่ที่ระหว่าง 120 ดอลลาร์ ถึง 280 ดอลลาร์ต่อเดือน(ประมาณ 4,000 บาท ถึง 9,300 บาท) ขึ้นอยู่กับความรู้ความชำนาญ

    จัสติน มูตูริ ประธานสมัชชาแห่งชาติ ยืนยันว่ามีกลุ่มสมาชิกรัฐสภาเดินทางไปชมศึกฟุตบอลโลกจริง แต่แก้ต่างว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย "พวกเขาต้องทำรายงานตอนที่พวกเขากลับบ้านและนำรายงานมาวางบนโต๊ะในรัฐสภา นั่นคือกระบวนการตามมาตรฐาน" เขากล่าว

    ส.ว.เจเรมิอาห์ เอ็นเยเกนเย แก้ต่างด้วยว่าทริปดังกล่าวเป็นการเดินทางไปทำธุระทางราชการ "มันคือความรับผิดชอบของพวกเขาในการทำความเข้าใจกับกีฬา แนวทางการเป็นเจ้าภาพจัดทัวร์นาเมนต์ระดับนาานาชาติ มันไม่ใช่การไปพักผ่อน"

    ทีมฟุตบอลทีมชาติเคนยา ไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก และไม่ผ่านรอบคัดเลือกในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมาตั้งแต่ศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่น 2004

    พวกสมาชิกรัฐสภาเคนยา เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาที่มีเงินเดือนสูงที่สุดในโลก และมักเพิกเฉยต่อความคิดเห็นหรือข้อโต้แย้งของประชาชนเกี่ยวกับข้อเรียกร้องขึ้นเงินเดือนของพวกเขา

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069674
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    ทรัมป์เผยได้รับจดหมาย'อัธยาศัยดี'จาก'คิมน้อย' หวังสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน เผยแพร่: 13 ก.ค. 2561 02:30 โดย: MGR Online
    561000007262601.jpg

    เอเอฟพี - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี(12ก.ค.) เผยแพร่จดหมายฉบับหนึ่งจาก คิม จองอึน ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือส่งเสียงความเชื่อมั่นในความพยายามยุติเหตุเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องผู้นำวอชิงตันให้ดำเนินการในทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน

    "จดหมายอัธยาศัยดีจากท่านประธานคิมแห่งเกาหลีเหนือ" ทรัมป์เขียนบนทวิตเตอร์ พร้อมโพสต์สำเนาจดหมายลงวันที่ 6 กรกฎาคม วันเดียวกับที่ ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เดินทางถึงเปียงยาง เพื่อหารือกับรัฐบาลของคิม "มีความคืบหน้าที่ยอดเยี่ยม!" ทรัมป์ระบุเพิ่มเติม




    ในจดหมาย คิม ให้คำจำกัดความการประชุมซัมมิตระหว่างเขากับทรัมป์ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน รวมถึงถ้อยแถลงร่วมที่เห็นพ้องกันระหว่างสองฝ่าย ว่าเป็น "จุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางที่มีความหมาย"

    "ผมเชื่ออย่างหนักแน่นว่า ด้วยความตั้งใจอย่างแข็งขัน, ความพยายามที่จริงใจและท่าทีที่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผมกับท่านประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติ ในเป้าหมายเปิดอนาคตใหม่ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ มั่นใจได้เลยว่ามันจะประสบความสำเร็จ" คิมเขียน

    จดหมายระบุต่อไปอีกว่า "ผมทราบซึ้งอย่างยิ่งต่อความพยายามอย่างกระปรี้กระเปร่าและเป็นพิเศษของคุณท่านประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติ สำหรับปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติและยึดมั่นทำตามถ้อยแถลงร่วม"

    นอกจากนี้แล้ว ผู้นำเกาหลีเหนือยังส่งเสียงถึงความหวังว่า "ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นอย่างไม่เปลี่ยนแปลงต่อท่านประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติ จะช่วยส่งเสริมความคืบหน้าในการดำเนินการในทางปฏิบัติในอนาคตมากยิ่งขึ้น"

    จดหมายนี้ถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากพอมเพโอ เดินทางเยือนกรุงเปียงยางเมื่อ 2 วันก่อน ในความพยายามครั้งใหม่กดดันให้รัฐบาลของคิม จองอึน ใช้มาตรการที่เป็นรูปเป็นร่างในการละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ ตามที่เคยสัญญาปลดอาวุธนิวเคลียร์ในการประชุมซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างทรัมป์กับคิมเมื่อเดือนที่แล้ว

    ในขณะที่พอมเพโอ บอกว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือแสดงความโกรธกริ้วกล่าวหาวอชิงตันยื่นข้อเรียกร้องแบบแก๊งอันธพาลที่ขอให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ฝ่ายเดียวในคาบสมุทรเกาหลีโดยเร็ว

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069706
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    "พอมเพโอ" เรียกร้องชาติพันธมิตรช่วยกันตัดเงินทุนอิหร่าน
    เผยแพร่: 12 ก.ค. 2561 22:07 โดย: MGR Online
    561000007257101.jpg

    เอเจนซีส์ - ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องในวันพฤหัสบดี (12 ก.ค.) ให้พันธมิตรของอเมริกาช่วยกันกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านยังคงขายอาวุธในตะวันออกกลาง

    "เราต้องตัดเงินทุนทั้งหมดที่รัฐบาลอิหร่านจะเอาไปใช้สนับสนุนก่อการร้ายและทำสงครามตัวแทน" พอมเพโอ ระบุทางทวิตเตอร์ ก่อนถึงกำหนดประชุมในบรัสเซลส์กับ เฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนนโยบายความมั่นคงและกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป

    เมื่อเดือนพฤษภาคม อเมริกาได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ที่บรรดาชาติมหาอำนาจได้ทำร่วมกับอิหร่าน พร้อมทั้งบอกประเทศต่างๆ ให้ระงับการนำเข้าน้ำมันอิหร่านตั้งแต่ 4 พฤศจิกายนเป็นต้นไป มิฉะนั้นจะเจอมาตรการทางการเงินจากสหรัฐฯ โดยไม่มีข้อยกเว้น

    นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจถอนอเมริกาออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ บรรดาชาติยุโรปก็พยายามที่จะทำให้อิหร่านมั่นใจในเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจว่าจะมากเพียงพอ เพื่อที่จะได้คงไว้ซึ่งข้อตกลงฉบับดังกล่าว

    แต่จนถึงตอนนี้มันได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยากที่จะชดเชยผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยที่บรรดาบริษัทในยุโรปต่างก็ไม่อยากจะเสี่ยงติดร่างแหโดนอเมริกาเล่นงานไปด้วยที่ทำธุรกิจในอิหร่าน

    พอมเพโอ ที่ไปเข้าร่วมการประชุมนาโต้ในบรัสเซลส์ ได้บินมาจากอาบูดาบี หลังไปร่วมหารือเรื่องอิหร่านกับบรรดาผู้นำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

    พอมเพโอยังระบุทางทวิตเตอร์อีกครั้งในวันพฤหัสบดีว่า ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรจากอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดน เราได้รับการยืนยันหนักแน่นเกี่ยวกับแรงสนับสนุนเรื่องกระบวนการทางการเมืองในซีเรีย และเป้าหมายในการกำจัดอิทธิพลของอิหร่าน ทำลายกลุ่มไอซิส สกัดกั้นการใช้อาวุธเคมี

    เขาบอกว่า อิหร่านยังคงส่งอาวุธไปทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการละเมิดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069669
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    สหรัฐฯร้องUNระงับส่งมอบน้ำมันกลั่นไปเกาหลีเหนือ พบละเมิดโควตานำเข้า เผยแพร่: 13 ก.ค. 2561 01:02 โดย: MGR Online
    561000007261701.jpg

    ภาพจากแฟ้ม
    เอเอฟพี/รอยเตอร์ - สหรัฐฯกำลังร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สั่งระงับส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นไปยังเกาหลีเหนือทั้งหมดในทันที หลังพบว่าเปียงยางละเมิดข้อจำกัดในการนำเข้าน้ำมัน รอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างเอกสารที่พบเห็นในวันพฤหัสบดี(12ก.ค.)

    รายงานลับของสหรัฐฯที่ส่งถึงคณะกรรมการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ คาดหมายว่ามีผลิตภัณฑ์น้ำมันอย่างน้อย 759,793 บาร์เรลถูกส่งมอบแก่เกาหลีเหนือ ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 30 มิถุนายน เหนือกว่าโควตารายปีที่กำหนดไว้ไม่เกิน 500,000 บาร์เรล

    ในรายงานระบุว่าอุปทานผิดกฎหมายนี้เป็นการถ่ายโอนจากเรือสู่เรือกลางทะเล "จากข้อมูลของเราบ่งชี้ว่าระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 30 พฤษภาคม 2018 เหล่าเรือบรรทุกน้ำของเกาหลีเหนือเข้ามาทำเนียบท่าในเกาหลีเหนืออย่างน้อย 89 รอบและมีความเป็นไปได้ที่จะมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นผิดกฎหมายผ่านการถ่ายจากเรือสู่เรือ" สหรัฐฯบอกกับคณะกรรมการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

    สหรัฐฯร้องขอในหนังสือฉบับหนึ่ง ขอให้ทางคณะกรรมการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ประกาศว่าเกาหลีเหนือละเมิดโควตาที่อนุมัติโดยยูเอ็นและสั่งการให้ระงับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นทั้งหมดในทันที

    คาดหมายว่าทางคณะกรรมการจะใช้เวลา 5 วันสำหรับพิจารณาคำร้องดังกล่าว แต่ก็เชื่อว่า จีนกับรัสเซีย น่าจะใช้สิทธิ์คัดค้าน

    ความเคลื่อนไหวของอเมริกาในสหประชาชาติมีขึ้นไม่กี่วันหลังจาก ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เพิ่งเดินทางเยือนกรุงเปียงยาง เพื่อกดดันให้รัฐบาลของคิม จองอึน ใช้มาตรการที่เป็นรูปเป็นร่างในการละทิ้งโครงการนิวเคลียร์

    ในขณะที่พอมเพโอ บอกว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือแสดงความโกรธกริ้วกล่าวหาวอชิงตันยื่นข้อเรียกร้องแบบแก๊งอันธพาลที่ขอให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีโดยเร็ว

    พอมเพโอ ยืนกรานว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกินอันหนักหน่วงต่างๆนานาจะยังคงถูกใช้บังคับใช้ต่อไป จนกว่าการปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์และตรวจสอบได้จะเกิดขึ้น

    ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดที่มีมติเมื่อเดือนธันวาคม น้ำมันดิบที่ส่งมอบไปยังเกาหลีเหนือจะถูกจำกัดเพดานไว้ที่ 4 ล้านบาร์เรลต่อปี ส่วนเพดานผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นอยู่ที่ 500,000 บาร์เรลต่อปี

    อย่างไรก็ตามพวกนักสังเกตการณ์ของสหประชาชาติรายงานว่าเกาหลีเหนือหลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันผิดกฎหมาย ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของประเทศ

    ข่าวกรองลับสุดยอดของสหรัฐฯที่ส่งถึงคณะกรรมการคว่ำบาตรของยูเอ็น คาดหมายว่าการถ่ายโอนจากเรือสู่เรืออาจเปิดทางให้เกาหลีเหนือเข้าถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นสูงสุดถึง 1,367,628 บาร์เรล

    โดยในรายงาน สหรัฐฯชี้เป้าว่าจีนและรัสเซียยังคงเดินหน้าขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นแก่เกาหลีเหนือ "การขายเหล่านี้และการถ่ายโอนใดๆควหยุดในทันที เนื่องด้วยสหรัฐฯเชื่อว่าเกาหลีเหนือละเมิดโควตาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นสำหรับปี2018"

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069704
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    'ทรัมป์'คุย'ชนะ'ภายหลังที่ยื่นคำขาดในที่ประชุมซัมมิต พันธมิตรนาโตยอมเพิ่มงบกลาโหม เผยแพร่: 12 ก.ค. 2561 23:20 โดย: MGR Online
    561000007260201.jpg

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (กลาง) พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกัน ไมค์ พอมเพโอ (ซ้าย) และที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ จอห์น โบลตัน (ขวา) แถลงข่าวในวันที่ 2 ของการประชุมซัมมิตองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงบรัสเซลส์ วันพฤหัสบดี (12 ก.ค.)
    เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศอ้างว่าได้รับชัยชนะเป็นการส่วนตัว ในการประชุมซัมมิตขององค์การนาโตเมื่อวันพฤหัสบดี (12 ก.ค.) หลังจากบอกกับพวกผู้นำชาติพันธมิตรยุโรปให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม ไม่เช่นนั้นวอชิงตันก็จะเลิกให้การสนับสนุนด้านการทหาร โดยปรากฏว่าการยื่นคำขาดเช่นนี้บีบบังคับให้พวกผู้นำอื่นๆ ต้องรีบเร่งจัดการประชุมวาระวิกฤตกับประมุขอเมริกัน และทรัมป์ยืนยันว่าเขาได้รับในสิ่งที่ต้องการ

    ทรัมป์ปรากฏตัวภายหลังการหารือวาระฉุกเฉินนี้ โดยประกาศว่าเขายังคงผูกพันกับกลุ่มพันธมิตรนี้ต่อไป ทั้งนี้นาโตหรือองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ เป็นกลุ่มพันธมิตรชาติตะวันตกที่สร้างขึ้นบนแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯด้วยวัตถุประสงค์ที่จะต้านทานสหภาพโซเวียตในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

    ผู้คนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้กล่าวเตือนว่า เขาจะ “เดินไปคนเดียวตามลำพัง” ถ้าหากพวกชาติพันธมิตรนาโต้ โดยเฉพาะเยอรมนี ยังไม่เพิ่มงบประมาณใช้จ่ายด้านกลาโหมในปีหน้า

    “ผมบอกให้พวกเขารู้ว่าผมไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และพวกเขาก็ได้เพิ่มคำมั่นสัญญาของพวกเขาขึ้นไปอย่างสำคัญ และเวลานี้เราก็กำลังมีความสบายใจมาก และมีองค์การนาโตที่ทรงอำนาจขึ้นมากๆ นาโตที่แข็งแรงขึ้นมากๆ มากกว่านักหนาจากที่เป็นอยู่เมื่อ 2 วันที่แล้ว” เขากล่าวหลังการประชุมวาระฉุกเฉิน

    “มีความก้าวหน้าไปอย่างมหาศาล ทุกๆ คนต่างเห็นชอบที่จะเพิ่มคำมั่นสัญญาของพวกเขาให้สูงขึ้นไปอย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง พวกเขากำลังขึ้นไปสู่ระดับที่พวกเขาไม่เคยขบคิดมาก่อน มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นจิตใจในระดับนั้นในห้องนั้น”

    ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ก็กล่าวว่า นาโต “มีความแข็งแกร่งขึ้นมาก” หลังซัมมิตคราวนี้ ถึงแม้ด้านนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ได้พูดถึงซัมมิตคราวนี้ว่า “ตึงเครียดมาก” ทั้งเธอและผู้นำคนอื่นๆ รวมถึงมาครงด้วย ดูเหมือนต่างพยายามพูดลดทอนขนาดขอบเขตของสิ่งที่พวกเขาได้ให้คำมั่นในเรื่องการเร่งแผนใช้จ่ายด้านกลาโหมให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างที่ทรัมป์เรียกร้องต้องการ

    ขณะเดียวกัน มาครงและคนอื่นๆ กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ตีความคำพูดของทรัมป์ว่าเป็นการคุกคามโดยตรงในเรื่องที่จะลาออกจากนาโต โดยที่ตัวทรัมป์เอง เมื่อถูกถามในที่ประชุมแถลงข่าวว่า เขาคิดว่าเขาสามารถที่จะนำสหรัฐฯลาออกจากนาโตได้โดยไม่ต้องขอความสนับสนุนเห็นชอบจากรัฐสภาอเมริกันใช่หรือไม่ ทรัมป์ก็ตอบว่าเขาเชื่อว่าเขามีอำนาจที่จะทำได้ แต่ว่ามัน “ไม่มีความจำป็น”

    ทว่าคนอื่นๆ บอกว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติรับรองจากรัฐสภาเสียก่อน และจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

    ทรัมป์กล่าวอย่างดีอกดีใจกับชัยชนะเป็นส่วนตัวของเขา ในการใช้ยุทธศาสตร์ของเขาเองที่บ่นดังๆ เรื่องงบประมาณของนาโตซึ่งไม่เป็นธรรมต่อพวกผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน แล้วปรากฏผลออกมาเป็นสิ่งที่เขาระบุว่าคือฉันทามติอันอบอุ่นที่แวดล้อมรอบๆ ตัวของเขา

    อย่างไรก็ดี พวกนักการทูตและพวกเจ้าหน้าที่จำนวนมากกล่าวว่า การแสดงบทบาทอย่างไม่ได้เป็นการดำเนินการทางการทูตของเขาเช่นนี้ รวมไปถึงการที่เขาชี้นิ้วเจาะจงไปยังผู้นำคนอื่นๆ และเรียกแมร์เคิลว่า “คุณ, อังเกลา” ได้สร้างความขุ่นเคืองให้แก่คนจำนวนมาก

    รอยเตอร์อ้างคำบอกเล่าของ บุคคลผู้หนึ่ง ถึงการปะทะกันที่สำนักงานใหญ่ของนาโตในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อตอนที่ทรัมป์ขึ้นพูดอภิปรายในวันพฤหัสบดี (12) ซึ่งตามวาระแล้วในการประชุมซัมมิตวันที่ 2 นี้ควรจะต้องหันไปพูดเรื่องอื่นๆ แล้ว ภายหลังได้วิวาทกันเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายนี้ในวันพุธ (11) มาแล้ว ทั้งนี้“เขา (ทรัมป์) บอกว่าคนอื่นๆ ต้องเร่งเพิ่มการใช้จ่ายภายในเดือนมกราคม 2019 ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯก็จะเดินไปตามลำพังฝ่ายเดียว”

    หลังจากนั้น เยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการของนาโตก็ต้องรีบเคลียร์ห้องประชุม โดยขอเชิญเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งพวกผู้นำของ จอร์เจีย และ อัฟกานสถาน ซึ่งเป็นชาติที่อยู่นอกนาโตและได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมในวันที่ 2 ให้ออกจากห้องไปก่อน จากนั้นบรรดาผู้นำอื่นๆ อีก 28 ชาติของนาโตก็จัดการประชุมวาระฉุกเฉินกับทรัมป์

    561000007260202.jpg

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะเดินทางมายังที่ประชุมแถลงข่าว ภายหลังเข้าร่วมการประชุมซัมมิตของนาโต ในวันพฤหัสบดี (12 ม.ค.)

    เป้าหมายงบประมาณทหาร

    บรรดาสมาชิกนาโตให้คำมั่นสัญญาที่จะใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมอย่างน้อยเท่ากับ 2% ของรายได้ประชาชาติของพวกเขาภายในปี 2024 ถึงแม้มีเงื่อนไขผ่อนปรนให้สามารถเลื่อนออกไปได้ในบางกรณีจนกระทั่งถึงปี 2030 สหรัฐฯซึ่งเป็นชาตินาโตที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดนั้นใช้จ่ายเท่ากับ 3.6% ในปีแล้ว ขณะที่เยอรมนี ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในหมู่พันธมิตรนาโต กลับใช้จ่ายเพียงแค่เท่ากับ 1.2% และมีชาติพันธมิตรเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถทำตามเป้าหมาย 2% ซึ่งวางกันไว้

    ทรัมป์บอกกับพวกผู้นำนาโตคนอื่นๆ ว่า เขาต้องการให้พวกเขาทั้งหมดทำตามเป้าหมายดังกล่าวได้ภายในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งทำให้เกิดความตะลึงงันไปทั่ว ประเทศจำนวนมากได้จัดทำงบประมาณประจำปี 2019 เสร็จสิ้นไปแล้ว ขณะที่หากพวกเขาต้องการทำตาม เงินงบประมาณกลาโหมที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาก็ยังคงเป็นก้อนโตมาก รวมทั้งยังมีปัญหาว่าจะนำไปใช้จ่ายจัดซื้อจัดจ้างกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

    แมร์เคิลบอกกับพวกผู้สื่อข่าวภายหลังซัมมิตว่า ได้มีการพูดให้ทรัมป์มั่นใจว่าชาติอื่นๆ กำลังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

    “ท่านประธานาธิบดีอเมริกันเรียกร้องในสิ่งที่มีการหารือกันมาเป็นเดือนๆ แล้ว ในเรื่องที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการแบ่งปันภาระค่าใช้จ่าย” แมร์เคิลกล่าว “ดิฉันพูดชัดเจนว่าเรากำลังอยู่ในเส้นทางนี้แล้ว และนี่เป็นผลประโยชน์ของพวกเราเอง และมันจะทำให้พวกเราเข้มแข็งยิ่งขึ้น”

    เมื่อถูกถามว่ามาถึงตอนนี้พวกชาติพันธมิตรอื่นๆ ตกลงจะบรรลุถึงเป้าหมายใช้จ่ายทางทหารในระดับ 2% ของจีดีพีกันเมื่อใดแน่ๆ ทรัมป์ตอบว่ามันจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ขณะที่ มาครงตอบในเวลาต่อมาว่า ฝรั่งเศสซึ่งปีที่แล้วใช้จ่ายในระดับเท่ากับ 1.8% จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวภายในเส้นตายเดิมคือปี 2024

    ด้านนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คองเต แห่งอิตาลีกล่าวตรงๆ ว่า เขาได้ตกลงเห็นพ้องที่จะ “ไม่เพิ่มการใช้จ่าย” มากกว่าที่อิตาลีได้เคยตกลงเอาไว้ ทั้งนี้ในปีที่แล้ว โรมใช้จ่ายด้านกลาโหมแค่ 1.1% และเวลานี้ก็กำลังเผชิญภาระหนี้สินหนักหน่วง

    สำหรับนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ของสเปน ซึ่งก็เช่นเดียวกับเจ้าภาพการประชุมซัมมิตครั้งนี้ นั่นคือนายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล ของเบลเยียม และได้ถูกทรัมป์ชี้นิ้วใส่ขณะอยู่ในห้องประชุม จากการที่ใช้จ่ายด้านการทหารไม่ถึง 1% ของจีดีพี กล่าวว่ามาดริดก็จะทำตามเป้าหมายให้ได้ภายในปี 2024

    561000007260203.jpg

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (ขวา) สนทนากับ เยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต (ซ้าย) เมื่อวันพุธ (11 ม.ค.)

    ทรัมป์ยัวะเยอรมนี

    ก่อนหน้านี้ในวันพุธ (11 ) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมสุดยอดของนาโตคราวนี้ ทรัมป์ โอดโอยผ่านทวิตเตอร์ว่า เยอรมนีและสมาชิกชาติอื่นๆ สมทบทุนค่าใช้จ่ายในการป้องกันยุโรปเพียงน้อยนิด ปล่อยให้อเมริกาแบกภาระหลังแอ่น

    “เยอรมนีเพิ่งเริ่มจ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้รัสเซีย ประเทศที่ทำให้พวกเขาต้องการการปกป้อง เป็นค่าพลังงานที่มาจากท่อส่งใหม่จากรัสเซีย รับไม่ได้! สมาชิกนาโตทั้งหมดต้องจ่ายเงินสมทบ 2% และเพิ่มเป็น 4% ในที่สุด” ทรัมป์ทวิตเดือด

    ทั้งนี้นอกจากอเมริกา มีสมาชิกอีกเพียง 3 ประเทศจากทั้งหมด 29 ประเทศ คืออังกฤษ กรีซ และเอสโตเนีย ที่จ่ายสมทบตามเป้าหมาย 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตั้งแต่ปีที่แล้ว และอีก 4 ประเทศที่คาดว่า จะบรรลุเป้าหมายในปีนี้

    ทว่า มีเพียงประเทศเดียวคืออังกฤษที่เออออกับทรัมป์ว่า สมาชิกอื่นๆ ควรจ่ายเงินสมทบมากขึ้น

    การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดด้วยการที่ทรัมป์โจมตีเยอรมนีว่า เป็น “เชลยมอสโก” ซึ่งพาดพิงถึงข้อตกลงท่อส่งก๊าซจากรัสเซียผ่านใต้ทะเลบอลติกไปเยอรมนี และนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ตอบโต้ว่า ตนรู้ดีว่า การอยู่ภายใต้การครอบงำของเครมลินเป็นอย่างไร และดีใจที่เยอรมนีสามารถตัดสินใจนโยบายของตัวเองอย่างอิสระ

    ด้านประธานาธิบดีรูเมน ราเดฟของบัลแกเรีย ยังตอกประมุขทำเนียบขาวเรื่องการเพิ่มเงินสมทบว่า นาโตไม่ใช่ตลาดหุ้นที่ใครจะมาหาซื้อความมั่นคงได้

    ขณะที่ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต บอกว่า จะโฟกัสเป้าหมายที่ตกลงกันเดิมคือ 2% มากกว่าสนองตอบข้อเรียกร้องของทรัมป์

    อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำดูเหมือนบรรยากาศผ่อนคลายลงมาก ผู้นำหลายชาติ อาทิ ประธานาธิบดีโคลินดา กราบาร์-คีทาโรวิกของโครเอเชีย บอกว่า ดินเนอร์เป็นไปอย่างเปิดกว้าง สร้างสรรค์ และดีมาก

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังร่วมกับผู้นำอีก 28 ชาติสนับสนุนแถลงการณ์ร่วมในการช่วยกันแบ่งเบาความรับผิดชอบมากขึ้น และพันธะสัญญาเมื่อแรกก่อตั้งที่ว่า การโจมตีประเทศสมาชิกชาติหนึ่งชาติใดหมายถึงการโจมตีนาโตทั้งหมด โดยไม่พาดพิงถึงเป้าหมายการเพิ่มงบสนับสนุนเป็น 4% แต่อย่างใด

    สำหรับในวันพฤหัสบดี การประชุมมีวาระจะหารือประเด็นยูเครนและอัฟกานิสถาน ซึ่งนาโตยังคงภารกิจฝึกฝนและให้การสนับสนุนเพื่อช่วยกองทัพอัฟกันต่อสู้กับกลุ่มตอลีบาน

    บรรดาผู้นำเห็นพ้องขยายเวลาการสนับสนุนทางการเงินให้แก่กองทัพอัฟกานิสถานจนถึงปี 2024 และประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศส คาดว่า การหารือในวันพฤหัสบดีจะสงบเรียบร้อยกว่าที่ใครๆ อาจคาดคิด

    ภายหลังซัมมิตนาโตในวันพฤหัสบดีแล้ว ทรัมป์มีกำหนดจะเดินทางเยือนอังกฤษทันที ขณะที่ลอนดอนกำลังปีนเกลียวอย่างหนักกับมอสโก จากกรณีการเสียชีวิตของหญิงอังกฤษคนหนึ่งหลังสัมผัสสารทำลายประสาท โนวิช็อก ที่รัสเซียเป็นผู้พัฒนาขึ้นมา และเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่ทำร้ายอดีตสายลับสองหน้าของรัสเซียและลูกสาวเมื่อต้นปี

    จากนั้นในวันจันทร์ (16) ทรัมป์มีกำหนดประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่กรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ ซึ่งนักการทูตในนาโตบอกว่า ถือเป็นบททดสอบที่แท้จริงถึงความมุ่งมั่นของทรัมป์ที่มีต่อพันธมิตรตะวันตก

    กล่าวคือหากทรัมป์ตกลงระงับการร่วมซ้อมรบในบอลติกหรือถอนทหารออกจากภูมิภาคดังกล่าว จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อนโยบายของตะวันตกต่อมอสโก ทว่า นักการทูต เจ้าหน้าที่ และนักวิเคราะห์ย้ำว่า นี่เป็นเพียงสถานการณ์จำลองเลวร้ายที่สุดที่ไม่ได้อิงกับจุดยืนอย่างเป็นทางการของตะวันตก

    กระนั้น เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ 3 คนเผยว่า ไม่มีใครในเพนตากอน แม้แต่จิม แมตทิส เจ้ากระทรวงฯ รู้ว่า ทรัมป์จะคุยอะไรกับปูตินที่เฮลซิงกิ

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069693
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    นักประดาน้ำอังกฤษผู้เจอ13ชีวิตทีมหมูป่ากลับถึงมาตุภูมิ ย้ำ'เราไม่ใช่ฮีโร่'!!(ชมคลิป) เผยแพร่: 13 ก.ค. 2561 04:00 โดย: MGR Online


    เดอะไทมส์ - สื่อบ้านเกิดรายงานทีมประดาน้ำชาวอังกฤษ ที่ช่วยนักฟตบอลเยาวชน 12 คนและโค้ชทีมหมูป่า ออกจากจากถ้ำที่ถูกน้ำท่วมในไทย บางส่วนเดินทางกลับถึงอังกฤษแล้วในวันพฤหัสบดี(12ก.ค.) พร้อมตีแผ่คำพูดของหนึ่งในนั้นที่ย้ำว่า "เราไม่ใช่วีรบุรุษ" และเชิดชูจ่าเอกสมาน กุนัน ที่เสียชีวิตในปฏิบัติการนี้

    เว็บไซต์ข่าวเดอะไทมส์ รายงานว่า จอห์น โวลันเธน และ ริค สแตนตัน คือนักประดาน้ำ 2 คนแรกที่พบตัวเด็กๆภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย และมีเสียงเรียกร้องให้ยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พวกเขา

    อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ นายโวลันเธน วัย 47 ที่ปรีกษาทางไอทีจากบริสตอล ได้ตอบกลับว่า “พวกเราไม่ใช่วีรบุรุษ สิ่งที่เราทำนั้นได้วางแผนไว้แล้ว เราทำอย่างสุขุม นั่นตรงกันข้ามเลย”

    รายงานข่าวของเดอะไทมส์ระบุว่า โวลันเธน บินกลับมาจากกรุงเทพฯ และตอนที่เขาเดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสารของสนามบินฮีทโธรว์ ได้มีผู้หญิงใบหน้าเปื้อนน้ำตาคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นคนไทยและอยู่บนเที่ยวบินเดียวกับเขา ได้มอบช็อคโกแล็ค พร้อมกับโอบกอดเขาและพูดว่า "ขอบคุณอย่างมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำเพื่อเรา" ก่อนที่ โวลันเธน จะตอบกลับไปว่า "เรารู้สึกยินดีที่มันประสบความสำเร็จ"

    เดอะไทมส์อ้างคำสัมภาษณ์ของ โวลันเธน ที่แสดงถึงความโล่งใจที่ได้เห็นเด็กๆได้รับความช่วยเหลือออกมา หลังต้องทุกข์ทรมานอยู่ภายในถ้ำหลวงฯนาน 18 วัน "เรามีความสุขมากที่เด็กๆออกมาได้อย่างปลอดภัย"

    561000007263001.jpg

    เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกอย่างไรตอนที่เขาและสแตนตันพบเด็กเป็นครั้งแรก ห่างจากปากทางเข้าถ้ำราว 4 กิโลเมตร โวลันเธน บอกว่า "คำที่ผมพูดได้คือโล่งใจ เรายินดีมาก และรู้สึกโล่งใจมากที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ในตอนนั้นเราตระหนักถึงสถานการณ์เลวร้าย และบางทีนั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ถึงพาตัวพวกเขาออกมา"

    นอกจากนี้แล้ว โวลันเธน ยังได้กล่าวยกย่องความทุ่มเทของ ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย ที่เข้าไปภายในถ้ำเพื่อตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพเด็กๆ ก่อนให้ไฟเขียวอพยพทั้งหมดออกมา "คุณหมอแฮร์ริส เขาดีเยี่ยม เขามีมารยาททางการแพทย์ที่ดี เขาพูดสำเนียงออสเตรเลียอย่างคล่องแคล่ว ช่วยให้พวกเขาผ่อนคลายและอุ่นใจ"

    เว็บไซต์ข่าวเดอะไทมส์ระบุว่า โวลันเธน ไม่ต้องการตกเป็นเป้าสนใจของสื่อมวลชนและย้ำว่าปฏิบัติการช่วยเหลือเป็นการทำงานของทีมนานาชาติขนาดใหญ่ "ในถ้ำนั้นถูกน้ำท่วม. มืดสนิท, ทัศนวิสัยใต้น้ำเป็นศูนย์ ดังนั้นจึงเป็นงานที่ยากลำบากยิ่ง แต่ด้วยคณะทำงานนานาชาติที่แข็งแกร่ง เราจึงสามารถเอาชนะความยากลำบากนี้ได้ และท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็อธิบายตัวมันเอง"

    ขณะเดียวกัน โวลันเธน ยังกล่าวได้เชิดชูจ่าเอกสมาน กุนัน อดีตนาวีซีล ที่เสียชีวิตระว่างปฏิบัติการวางขวดอากาศ ว่าการตายของเขาได้นำพาความรู้สึกหวานอมขมกลืนมาสู่ปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ "เราขอแสดงความเสียใจแด่จ่าเอกสมานและครอบครัว มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจยิ่ง"

    https://mgronline.com/around/detail/9610000069709
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    Visudhi Punya

    เมื่อวานนี้กลุ่มผู้ประท้วง
    ใน #Kimberly อัฟริกาใต้
    ไม่พอใจการขึ้นภาษีท้องถิ่นและผู้บริหาร
    ปะทะกับเจ้าหน้าที่จนเกิดจลาจลกลางเมือง
    อาคารถูกเผา ร้านค้าถูกปล้นเสียหาย
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    Visudhi Punya

    ด่วน....ขณะนี้
    สนามบินในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์
    ได้ระงับการบินขึ้นลงทั้งหมดของเครื่องบิน
    เนื่องจากมีการระเบิดสองครั้ง
    บริเวณใกล้ๆกับสนามบิน
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    Visudhi Punya

    นี่เป็นเหตุการณ์น้ำท่วม
    ที่ Zaragoza ในประเทศสเปน
    เมื่อวานนี้
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    Visudhi Punya

    วันนี้
    ฟ้าผ่าต้นไม้ในโคโลราโด้
    สหรัฐอเมริกา
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    Visudhi Punya

    เตือนลุ่มแม่น้ำน่านตอนบน จังหวัดน่าน
    น้ำป่าไหลหลาก อำเภอ ท่าวังผา จังหวัดน่าน
    มวลน้ำกำลังหลากลงสู่แม่น้ำน่าน

    ตัวเมืองน่านน้ำที่จะไหลผ่านมากขึ้น
    และความเร็วมากขึ้น

    ขณะนี้ได้มีกลุ่มเมฆฝนหนาแน่นจากลาว
    เคลื่อนเข้ามายังพื้นที่ตอนบน
    ของจังหวัดน่าน อย่างต่อเนื่อง
    จะทำให้ จ.น่าน ฝนตกหนักมากขึ้น
    เตือนพี่น้องริมฝั่งแม่น้ำน่าน
    โปรดระวังภัยน้ำท่วมฉับพลันด้วย

     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    น้ำท่วมใน Monastiraki, กรีซวันนี้ 8 กรกฎาคม! รายงาน: Antonis Maris

    Severe Weather Europe

    Flash flooding in Monastiraki, Greece today, July 8! Report: Antonis Maris
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    40,113
    ค่าพลัง:
    +34,709
    ล่องเรือขึ้นฝั่งใน Torvaianica (RM), Lazio, ตอนกลางของอิตาลีในวันนี้ 11 ก.ค. ! รายงาน: Mirco Mancini / Italia Live Meteo

    Severe Weather Europe



    Waterspout coming ashore in Torvaianica (RM), Lazio, central Italy today, July 11! Report: Mirco Mancini / Italia Live Meteo
     

แชร์หน้านี้

Loading...