ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    Schumann Resonance วันนี้:

    4/14 17:00 UTC - สงบเงียบ

    4/14 12:30 UTC - ตอนนี้การเคลื่อนไหวได้กลายเป็นความต่อเนื่องในทางปฏิบัติแล้ว แผนภูมิที่แสดงบ่งชี้ว่า“ เกือบสงบ” ประมาณ 5 ชั่วโมงหลังจากที่การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเวลา 17 UTC 3/14โดยมีการแกว่งนาน 4 ชั่วโมง ที่มีค่า Schumann Resonance ถึง 40 Hz จนถึง 21 UTC 3/14 ตามด้วยช่วงเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงที่จุดสูงสุดนั้นเล็กน้อยและจากนั้นก็เริ่มขยายอีกครั้งจนกระทั่งเกิน 40 Hz ที่ 8 UTC 4/14

    schumann-resonance-14-april-2019.jpg dependencies-amplitudes-schumann-resonance-4-14-2019.jpg

    4/14 17:00 UTC – Calm.
    4/14 12:30 UTC – The movements have now become practically continuous. The chart shown indicates about 5 hours of “almost calm” after which the variations started again, at 17 UTC, with a series of oscillations lasted 4 hours that reached 40 Hz until to 21 UTC. These were followed by a period of about 4 hours in which the peaks were slight and then started to widen again until they exceed 40 Hz at 8 UTC.

    https://www.disclosurenews.it/en/schumann-resonance-today-update/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    Wudhichai Maitreesophone

    สำนักข่าว South Front พาดหัวบอกว่า สหรัฐ และอิสราเอลต้องฝันร้ายแน่ๆ เพราะ อิหร่าน-อิรัก-ซีเรีย เขากลับมาร่วมมือกันทำโครงการ ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ กันใหม่อีกครั้ง

    โดยเริ่มแรก จะเป็นการเชื่อมระบบรถไฟของทั้ง 3 ประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยสินค้าของอิหร่าน และอิรัก ที่จะส่งไปยุโรปสามารถขนส่งทางรถไฟ ไปลงท่าเรือชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของซีเรียได้เลย และจะตามไปด้วยโครงการท่อก๊าซธรรมชาติ และโครงการท่อน้ำมันจากอิหร่าน ผ่านอิรัก ไปยังท่าเรือชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของซีเรีย ซึ่งตอนนี้ซีเรียได้ให้อิหร่านเช่าพื้นที่บางส่วนของท่าเรือ Tratus ไปแล้วสำหรับโครงการนี้

    https://southfront.org/us-and-israe...restart-their-strategic-cooperation-projects/

     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    เท่าที่รู้กรณีท่านนบี ก็มีเรื่องภรรยาเพราะเรืีองนึ้ถึงขนาดมีการบอกให้ลูกบุญธรรมไม่ใช่ลูก และเปิดทางให้ท่านนบีรับเมียลูกบุญธรรมมาเป็นเมียของท่านได้เอง คำพูดของพระเจ้าก็ออกมาจากท่านนบี ใครจะรู้ว่าพระเจ้าบอก หรือไม่บอกอะไรกับท่านนบี มีแต่ท่านเท่านั้นที่รู้ว่าท่านทำอะไรลงไป ถูกหรือผิด ชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม

    ศาลมาเลย์จำคุก 10 ปี ผู้ดูหมิ่นศาสดามูฮัมหมัด


    ดูหมิ่น ศาสดามูฮัหมหมัด ศาสนาอิสลาม
    กูจิง, ซาราวัค : เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก 'Ayea Yea' ถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี และ 10 เดือน จากการถูกดำเนินคดีดูหมิ่นศาสดาฯ ถึง 10 ข้อหา

    Ayea Yea ถูกตั้งข้อหาในศาลแขวงแห่งกูจิง ภายใต่กฏหมายการสื่อสารและมัลติมีเดีย (AKMM)

    ในขณะเดียวกันเจ้าของบัญชี Twitter @ Alvibchow333 ได้ปฎิเสธในข้อกล่าวหา เผยแพร่ข้อมูลดูหมิ่น โดยเขาถูกฟ้อง ในความผิดถึง 8 กระทง

    ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง จากสี่คน ของผู้เป็นเจ้าของบัญชีในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ถูกตั้งข้อหาในศาลเพราะดูหมิ่นศาสนาอิสลามและศาสดามูฮัมหมัด

    ตันศรี โมฮัมเหม็ดเฟาซี ฮารุน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซียกล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นไปภายใต้บทบัญญัติทางกฏหมาย เพื่อป้องกัน มิให้เกิดบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง การแตกแยกหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน อีกทั้งเพื่อไม่ให้เกิดกระแสแห่งความเกลียดชังหรือความอาฆาตพยาบาทต่อกันระหว่างคนในชาติ

    พึงระวังในการแสดงความเห็นในทางสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะที่ต้องประสบกับความคิดความเชื่อของผู้อื่น


    http://hot.muslimthaipost.com/news/37495
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    โปรดเกล้าฯ แก้ไขกฎหมายทะเบียนราษฎร ผู้ถูกหมายจับ 180 วัน จับตัวไม่ได้ ต้องถูกคัดชื่อออก #ฐานเศรษฐกิจ
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    Watchers

    #ข่าวภัยพิบัติ
    // ทอร์นาโดถล่มจอร์เจีย หลังจากวานพัดถล่มถึง17ลูก เด็กเสียชีวิต3ราย แจ้งเตือนปชช.100ล้านคนในสหรัฐ //
    15/04/19
    สหรัฐ -เกิดเหตุพายุทอร์นาโดพัดถล่มเมืองอีนิกมาของรัฐจอร์เจีย ทางใต้ของสหรัฐหลังจากพัดรัฐเท็กซัส และรัฐอลาบามาถึง 17 ลูก สำนักงานพยากรณ์อากาศออกประกาศเตือนประชาชนราว 100 ล้านคน ในภาคกลางและภาคตะวันออกของสหรัฐ มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุลมแรงและพายุทอร์นาโด สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก ทำให้สนามบินในชิคาโก ดัลลัส และชาร์ลอต ต้องยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 6 พันเที่ยว นอกจากนั้น ยังมีหิมะตกหนักในชิคาโกด้วย ที่เมืองนอร์พอล์ค รัฐเท็กซัส เด็กวัย 3 ขวบและ 8 เสียชีวิต จากต้นไม่ล้มทับรถยนต์ที่ทั้งคู่อาศัยหลบพายุ อีกรายเด็กชายวัย 13 ปี จมน้ำเสียชีวิตจากการตกท่อระบายน้ำที่ถูกน้ำท่วมจนมองไม่เห็นที่เมืองมอนโรรัฐหลุยเซียนา.
    เครดิต : mcot news
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    Watchers
    FB_IMG_1555336804045.jpg
    #Earthquake
    // รายงานแผ่นดินไหว ไทยและรอบไทย //
    วันที่ 15 เม.ย. 2562
    เวลา 2:35 น.
    แผ่นดินไหว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง
    ขนาด 1.2 ลึก 3 กม.

    เวลา 04:57 น.
    แผ่นดินไหว ประเทศพม่า
    18.998°N 93.873°E
    ขนาด 3.6 ลึก 10 กม.
    ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 428 กม.
    http://www.earthquake.tmd.go.th/inside-info.html?earthquake=5767

    เวลา 06:28 น.
    แผ่นดินไหว อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
    ขนาด 1.6 ลึก 3 กม.

    เวลา 08:39 น.
    แผ่นดินไหว พรมแดนประเทศพม่า-อินเดีย(22.64°N,93.27°E) ขนาด 4.7 ลึก 10 กม.
    ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 614 กม.
    http://www.earthquake.tmd.go.th/inside-info.html?earthquake=5769

    เวลา 09:58 น.
    แผ่นดินไหว ประเทศพม่า(21.10°N,99.11°E) ขนาด 2.3 ลึก 10 กม.
    ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 109 กม.
    http://www.earthquake.tmd.go.th/inside-info.html?earthquake=5770
    #Watchers

     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    พายุถล่มสงกรานต์ พังกว่า 70 หลังคาเรือน พบบาดเจ็บ 1 ราย (คลิป) #อุดรธานี

    วันที่15 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อน พัดถล่มพื้นที่ อ.บ้านผือ และ อ.น้ำโสม โดยลมพายุทำให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย โดยที่ อ.บ้านผือ ที่บ้านนาเจริญ หมู่ 13 ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ เมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันมีสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้อากาศแปรปรวน และเกิดพายุฤดูร้อนในช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 เมษายน ส่งผลให้หลังคาบ้านของ นายวิจตร แก้วจันทา อายุ 55 ปี เลขที่ 76 , บ้านของนางสมพร ทิพย์สุวรรณ อายุ 73 ปี เลขที่ 53/1 และหลังคาบ้านของ นางสมพรฯ หลุดปลิวไปตกใส่บ้านของ นายบัญโฮม พรมมา อายุ 58 ปี เลขที่ 42 พังเสียหาย ทำให้นายบุญโฮมฯ ที่หลบฝนอยู่ในบ้าน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

    คุณยายขันที แดงนา อายุ 84 ปี ที่อาศัยอยู่กับ นายวิจิตร แก้วจันทา ลูกเขย บอกว่า ตั้งแต่เกิดมาอายุ 84 ปี เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มเป้นครั้งแรก ตอนลมพายุพัดน่ากลัวมาก ตนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องหาที่หลบภายในบ้าน ลมพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านหลุด ลอยไปตกใส่บ้านคนอื่นได้รับความเสียหาย โดยลมพัดหลังคาปลิวไปกว่า 300 เมตร

    Image1(1584).jpg Image2(1553).jpg Image3(1451).jpg Image4(1427).jpg

    https://www.tnews.co.th/contents/o1/502687

     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    John Traczyk
    FB_IMG_1555337571241.jpg
    แผ่นดินไหว แบบ swarm ในปัจจุบันเกิดขึ้นนอกชายฝั่งของโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยมีแผ่นดินไหว 12 ครั้ง ขนาด 4.5 หรือมากกว่า ในช่วง 26 ชั่วโมงที่ผ่านมา
    4.7
    155km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-14 08:45:55 (UTC)
    10.0 กม
    4.9
    161km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-14 06:55:15 (UTC)
    10.0 กม
    4.7
    134 กม. ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-14 06:33:51 (UTC)
    10.0 กม
    4.8
    143km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-14 05:40:26 (UTC)
    10.0 กม
    4.8
    158km ESE ของ Nago ญี่ปุ่น
    2019-04-14 05:11:59 (UTC)
    10.0 กม
    5.2
    158km ESE ของ Nago ญี่ปุ่น
    2019-04-14 01:53:11 (UTC)
    10.0 กม
    5.0
    158km ESE ของ Nago ญี่ปุ่น
    2019-04-13 15:07:01 (UTC)
    10.0 กม
    4.6
    169km ESE ของ Nago ญี่ปุ่น
    2019-04-13 08:59:36 (UTC)
    10.0 กม
    4.6
    165km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-13 08:17:57 (UTC)
    10.0 กม
    4.9
    157km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-13 07:14:29 (UTC)
    10.0 กม
    4.9
    161km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-13 07:11:00 (UTC)
    10.0 กม
    4.9
    162km ESE ของ Nago, ญี่ปุ่น
    2019-04-13 07:08:13 (UTC)
    10.0 กม
    Current earthquake swarm off the coast of Okinawa, Japan with twelve 4.5 or greater earthquakes in the last 26 hours.
    4.7
    155km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 08:45:55 (UTC)
    10.0 km
    4.9
    161km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 06:55:15 (UTC)
    10.0 km
    4.7
    134km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 06:33:51 (UTC)
    10.0 km
    4.8
    143km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 05:40:26 (UTC)
    10.0 km
    4.8
    158km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 05:11:59 (UTC)
    10.0 km
    5.2
    158km ESE of Nago, Japan
    2019-04-14 01:53:11 (UTC)
    10.0 km
    5.0
    158km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 15:07:01 (UTC)
    10.0 km
    4.6
    169km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 08:59:36 (UTC)
    10.0 km
    4.6
    165km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 08:17:57 (UTC)
    10.0 km
    4.9
    157km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 07:14:29 (UTC)
    10.0 km
    4.9
    161km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 07:11:00 (UTC)
    10.0 km
    4.9
    162km ESE of Nago, Japan
    2019-04-13 07:08:13 (UTC)
    10.0 km
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    ผมนำบทความนี้มาเสนอ เพื่อเป็นตัวอย่างว่าอย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ ควรใช้เหตุผลมาประกอบความเชื่อถือ แม้แต่ในีวิตประจำวัน ก็อย่าให้ใครมาพูดจาหลอกลววเราได้น่ะครับ เพราะผมเคยเจอมาแล้วแสนเจ็บปวด แค่คนที่เรานับถือ ยกสิ่งที่เรานับถือมาอ้าง แล้วมาเอาเมียเราไปทำเป็นเมียตัวเอง มันไม่เกินไปหน่อยหรือ มนุษย์ใจสกปรก

    บทความนี้ ไม่มีอะไรชึ้บ่งถึงความรักของพระเจ้าต่อมนุษย์ มีแต่คำพูดลอยๆ ของท่านนบีที่พูดแก่:อาอิชะห์ แค่ว่า "โอ้:อาอิชะห์ จงรู้ใว้ว่า: อัลลอฮ์นั้นทรงรักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70เท่า " ก็ทำให้ รักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70เท่า ได้แล้ว และยังช่วยให้ท่านนบี ได้เมียลูกบุญธรรมมาเป็นเมียของท่านได้ ซึ่งท่านนบีถึงได้ บอกว่าอัลลอฮ์นั้นทรงรักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70เท่า ซึ่งมนุษย์ที่ว่าผมคิดว่าเป็นท่านนบี

    อัลลอฮ์ทรงรักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70 เท่า


    mom_islam.jpg

    อัลลอฮ์ทรงรักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70 เท่า

    ครั้งหนึ่งขณะที่ภรรยาท่านนบี (ซ.ล.) อาอิชะห์ (ร.ด.) อยู่บ้านนั้นได้มีผู้หญิงคนหนึ่งพร้อมลูกอีก 2 คน ได้มาหาท่านนบี (ซ.ล.) แต่ท่านไม่อยู่บ้าน ท่านหญิง อาอิชะห์ (ร.ด.)ได้ออกมาบอกว่า ท่านนบีไม่อยู่บ้านในตอนนี้ผู้หญิงที่มานั้นได้บอกว่า: ตัวฉันและลูกอีก2คนนั้นหิ้วไม่ได้ท่านอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วเลยมาหาท่านนบีเพื่อขอปัจจัย เมื่อได้ยินเช่นนี้ท่านหญิง อาอิชะห์ก็รีบเข้าไปในบ้านและค้นหาบางอย่างให้แม่ลูกที่มาหาแต่ปรากฎว่าในบ้านท่านนบีเองก็ไม่มีอะไรเลย ก็ออกมาพร้อมน้ำตาบอกกับผู้หญิงคนนี้ว่า

    ในบ้านก็ไม่มีอะไรเลยผู้หญิงคนนี้ก็ร้องไห้และยังอ้อนวอนอยู่ดี คราวนี้ท่านหญิงก็เข้าบ้านอีกครั้งคราวนี้นานหน่อยค้นทุกซอกทุกมุมบ้านปรากฎว่า เจออินทผลัม 3 เม็ด ด้วยความดีใจก็รีบวิ่งออกมาให้ผู้หญิงคนนี้ ความรักที่แม่มีต่อลูกแม่ก้รับอิทผลัม 3 เม็ด และแบ่งให้ลูกคนละเม็ด เพราะความหิวโหยด้วยความหิวและเป็นเด็กเมื่อได้รับก็รีบกินกันหมด ส่วนแม่กำลังจะเอาเม็ดเดียวที่เหลือในมือใส่ปากก็เหลือบเห็นลูกๆ กำลังจ้องอินทผลัมลูกเดียวที่อยู่ในมือแม่ด้วยความรักความสงสารแม่เลยเอาอินทผลัมแบ่งครึ่งให้ลูกแทนตัวเองยอมอด และได้ขอดุอาให้ท่านหญิงแล้วเดินทางกลับกัน

    เมื่อท่านนบี (ซ.ล.) กลับมาท่านหญิงได้เล่าให้ท่านฟังและเชิดชูความรักของผู้หญิงคนนี้ให้นบีฟัง ท่านนบีเลยตอบว่า:

    เห็นมัยแม่รักลูกขนาดไหนที่ยอมอดแม้ตัวเองจะหิวเพื่อลูก เพราะรักลูกมาก โอ้:อาอิชะห์ จงรู้ใว้ว่า: อัลลอฮ์นั้นทรงรักมนุษย์ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกถึง70เท่า

    แปลเรียบเรียงโดย FIROUS KHAN
    จากภาษาอุรดู

    http://islamhouse.muslimthaipost.com/article/20845
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 เมษายน 2019 at 21:35
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    อาลี เสือสมิง
    Administrator

    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 08:22:44 PM »

    وعليكم

    وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
    الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

    1. การรับบุตรบุญธรรมเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) ในศาสนาอิสลาม ซึ่งในสังคมอาหรับยุคญาฮิลียะฮฺ การนิยมในเรื่องนี้เป็นที่แพร่หลาย แม้ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) เองก็เคยรับท่านซัยดฺ อิบนุ หาริษะฮฺ (ร.ฎ.) เป็นบุตรบุญธรรม จนผู้คนเรียกท่านซัยดฺว่า “ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” แต่ต่อมาพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานอัล-กุรอานมาเพื่อยกเลิกจารีตดังกล่าวและถือเป็นที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาดว่า


    وَمَا جَعَلَ أَدْعِيَاءَكُمْ أَبْنَاءَكُمْ ۚ ذَٰلِكُمْ قَوْلُكُم بِأَفْوَاهِكُمْ ۖ وَاللَّـهُ يَقُولُ الْحَقَّ وَهُوَ يَهْدِي السَّبِيلَ ﴿٤﴾ ادْعُوهُمْ لِآبَائِهِمْ هُوَ أَقْسَطُ عِندَ اللَّـهِ ۚ فَإِن لَّمْ تَعْلَمُوا آبَاءَهُمْ فَإِخْوَانُكُمْ فِي الدِّينِ وَمَوَالِيكُمْ

    ความว่า : “และอัลลอฮฺมิได้ทรงทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบุตรของพวกท่านเป็นบุตรของพวกท่านจริงๆ นั่นเป็นคำพูดตามปากของพวกท่าน และอัลลอฮฺทรงกล่าวความจริงและพระองค์ทรงชี้นำหนทาง พวกท่านจงเรียกขานพวกเขายังบรรดาบิดาที่แท้จริงของพวกเขาเถิด มันเป็นสิ่งชอบธรรมยิ่งนัก ณ อัลลอฮฺ ดังนั้นหากพวกท่านไม่รู้ถึงเหล่าบิดาของพวกเขา พวกเขาก็คือพี่น้องร่วมศาสนาและเป็นพวกพ้องของพวกท่าน” (สูเราะฮฺ อัล-อะหฺซาบ อายะฮฺที่ 4-5)


    เหตุที่การรับบุตรบุญธรรมเป็นสิ่งต้องห้ามก็เพราะเป็นการกล่าวอ้างบุคคลว่าเป็นเชื้อสายของตน ทั้งๆ ที่บุคคลผู้นั้นเป็นคนอื่น บุตรบุญธรรมไม่ใช่ลูกที่สืบเชื้อสาย พ่อแม่บุญธรรมก็มิใช่ผู้ให้กำเนิด การกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และจะมีผลในระยะยาวต่อเด็กเมื่อรับรู้ว่าตนมิใช่ลูกที่แท้จริงของบุคคลที่ตนเรียกว่า พ่อ หรือ แม่ ดังนั้นเมื่ออายะฮฺดังกล่าวประทานลงมา การรับบุตรบุญธรรมจึงถูกยกเลิกโดยเด็ดขาด


    และต่อมาอายะฮฺที่ 37 สูเราะฮฺ อัล-อะหฺซาบจึงถูกประทานลงมาเพื่อตอกย้ำในเรื่องนี้ กล่าวคือ ภายหลังท่าน ซัยดฺ อิบนุ หาริษะฮฺ (ร.ฎ.) ซึ่งเคยเป็นลูกเลี้ยงหรือบุตรบุญธรรมของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ระหองระแหงกับท่านหญิงซัยนับ บินตุ ญะหฺชิน (ร.ฎ.) และท่านซัยดฺได้หย่าขาดจากนาง ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงได้อยู่กินกับพระนางฉันท์สามีภรรยา



    ซึ่งถ้าหากถือตามจารีตของชาวอาหรับในเรื่องนี้ก็เท่ากับว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) รับเอาอดีตบุตรสะใภ้ของท่านมาเป็นภรรยา เพราะซัยดฺเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน แต่ในข้อเท็จจริง ซัยดฺมิใช่บุตรอันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน แต่ซัยดฺเป็นบุตรของหาริษะฮฺ จึงไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใดในการที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) จะรับท่านหญิงซัยนับมาเป็นภรรยาเพราะซัยนับมิใช่ลูกสะใภ้ของท่านตามข้อเท็จจริง



    การรับบุตรบุญธรรมที่อิสลามยกเลิกและถือเป็นสิ่งต้องห้ามก็คือ การที่บุคคลรับเอาเด็กคนหนึ่งมาเป็นบุตรของตนทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเด็กผู้นั้นเป็นลูกคนอื่น และอ้างว่าเด็กคนนั้นเป็นเชื้อสายและครอบครัวของตน มอบสิทธิของบุตรตามเชื้อสายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้อยู่รวมกันได้ในฐานะลูกแท้ๆ , ห้ามแต่งงานและมีสิทธิในการรับมรดกเหมือนลูกแท้ๆ เป็นต้น นี่คือการรับบุตรบุญธรรมที่อิสลามห้าม



    อย่างไรก็ตาม มีการอุปการะเลี้ยงดูอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมิใช่เป็นการรับบุตรบุญธรรม (ตะบันนียฺ) ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือการอุปการะเด็กกำพร้า หรือเด็กอนาถานำมาเลี้ยงดู ให้อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักอาศัยและการศึกษาอมรมโดยให้ความรักและปกครองเหมือนลูกทั้งนี้โดยไม่มีการอ้างว่าเด็กเป็นเชื้อสายหรือเป็นลูกของตนตลอดจนไม่มีการรับรองสิทธิเหมือนลูกโดยเชื้อสาย


    ถ้าหากต้องการประกันอนาคตของเด็กด้วยการมีทรัพย์สิน ผู้อุปการะก็สามารถยกทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้แก่เด็กโดยสิเน่หา (ฮิบะฮฺ) หรือกระทำวะศียะฮฺ (พินัยกรรม) เอาไว้ให้เขามีสิทธิในอัตรา 1 ใน 3 ของทรัพย์สินมรดก และทั้งสองกรณีให้กระทำในขณะที่ผู้อุปการะยังมีชีวิตอยู่ (อัล-หะลาล วัล-หะรอม ; ดร.ยูซุฟ อัล-กอรฎอวียฺ หน้า 199-200)



    2, 3 เป็นผลมาจากข้อที่ 1 ที่ตอบไปแล้วว่าการรับบุตรบุญธรรมเป็นสิ่งที่ศาสนาบัญญัติห้าม ส่วนการอุปการะเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเด็กอนาถานั้นสามารถกระทำได้ แต่ในการอยู่ร่วมกันและการคลุกคลีด้วยนั้นก็ให้ถือว่าเป็นคนอื่น ทั้งในเรื่องของเอาเราะฮฺ การอยู่สองต่อสอง เมื่อเด็กบรรลุ ศาสนภาวะแล้ว


    ดังนั้น ทางออกที่เสนอให้ในเรื่องนี้คือ เมื่อไม่มีบุตรก็ให้รับเอาหลานแท้ๆ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวหรือน้องสาวหรือพี่ชายหรือน้องชายเอามาอุปการะเลี้ยงดู เด็กเมื่อบรรลุศาสนภาวะแล้วจะเป็นหญิงหรือชายเขาก็คือหลานแท้ๆ ของเราซึ่งเราแต่งงานด้วยไม่ได้ เพราะเป็นมะหฺร็อม


    ปัญหาเรื่องการอยู่ร่วมกันก็จะไม่เหมือนกับกรณีของเด็กอื่นๆ เขาอาจจะเรียกว่าเราเป็นพ่อหรือแม่ก็ได้แต่นั่นเป็นเพียงคำเรียกที่ไม่ได้ทำให้เราเป็นพ่อหรือแม่ที่แท้จริงของเด็ก เพราะเด็กมิใช่ลูกแท้ๆ ของเรา แต่เป็นเพียงหลานแท้ๆ ซึ่งมีพ่อและแม่ของเขา ที่ดีที่สุดก็คือให้เขาเรียกเราว่า ลุง-ป้า หรือ อา นั่นดีที่สุดเพราะไม่ทำให้เด็กสับสน ทางออกนี้น่าจะดีที่สุดครับ!

    والله اعلم بالصواب

    http://alisuasaming.org/webboard/index.php?topic=1915.0
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 เมษายน 2019 at 22:19
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    ท่านนบี ก็เคยยอมรับเรื่องบุตรบุญธรรมและได้รับ “ซัยดฺ” มาเป็นลูกบุญธรรม เขาจึงได้รับการขนานนามว่า “ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” และการแต่งงานระหว่างซัยดฺและซัยนับ บินติ ญะหฺช (ตอนหลังกลายมาเป็นเมียท่านนบี) เป็นการปูทางไปสู่บัญญัติการยกเลิกธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรม ถ้าไม่มีซัยนับ บินติ ญะหฺช ที่ตอนหลังกลายมาเป็นเมียท่านนบี แล้ว พระเจ้าจะทรงประทานอัล-กุรอานมาเพื่อยกเลิกจารีตดังกล่าวและถือเป็นที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาดว่า

    وَمَا جَعَلَ أَدْعِيَاءَكُمْ أَبْنَاءَكُمْ ۚ ذَٰلِكُمْ قَوْلُكُم بِأَفْوَاهِكُمْ ۖ وَاللَّـهُ يَقُولُ الْحَقَّ وَهُوَ يَهْدِي السَّبِيلَ ﴿٤﴾ ادْعُوهُمْ لِآبَائِهِمْ هُوَ أَقْسَطُ عِندَ اللَّـهِ ۚ فَإِن لَّمْ تَعْلَمُوا آبَاءَهُمْ فَإِخْوَانُكُمْ فِي الدِّينِ وَمَوَالِيكُمْ

    ความว่า : “และอัลลอฮฺมิได้ทรงทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบุตรของพวกท่านเป็นบุตรของพวกท่านจริงๆ นั่นเป็นคำพูดตามปากของพวกท่าน และอัลลอฮฺทรงกล่าวความจริงและพระองค์ทรงชี้นำหนทาง พวกท่านจงเรียกขานพวกเขายังบรรดาบิดาที่แท้จริงของพวกเขาเถิด มันเป็นสิ่งชอบธรรมยิ่งนัก ณ อัลลอฮฺ ดังนั้นหากพวกท่านไม่รู้ถึงเหล่าบิดาของพวกเขา พวกเขาก็คือพี่น้องร่วมศาสนาและเป็นพวกพ้องของพวกท่าน” (สูเราะฮฺ อัล-อะหฺซาบ อายะฮฺที่ 4-5) หรือเปล่า ดังนั้น ถ้าชายมุสลิมบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกบุญธรรม ก็เข้าใจได้เลยว่าเขาสามารถเอาลูกบุญธรรมเป็นเมียได้
    -------

    อิสลามตามแบบฉบับ

    #มุฮัมหมัดแย่งเมียลูกบุญธรรมตัวเอง!!

    จริงหรือที่ท่านนบีเห็นภรรยาของลูกบุญธรรมของตัวเองแล้วมีความต้องการในตัวนาง จึงสั่งให้ลูกบุญธรรมหย่านาง แล้วท่านนบีจึงแต่งงานกับนาง!!??

    ________________________________

    การแต่งงานของท่านนบีมุฮัมมัดﷺแต่ละครั้งนั้นมีสาเหตุแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุด้านสังคมหรือด้านการเมือง แต่ไม่ใช่เพราะตัณหาหรือราคะแต่อย่างใด นี่เป็นข้อเท็จจริงที่แม้แต่นักบูรพาคดีตะวันตกหลายคนที่มีใจเป็นธรรม ไม่อคติก็ยังยอมรับ ดังคำกล่าวของ W. Montgomery Watt ในหนังสือ Muhammad at Medina หน้า 332 ที่ว่า : “มันเป็นที่แน่นอนว่า เขา(มุฮัมมัด)สามารถควบคุมอารมณ์ความต้องการของตัวเองที่มีต่อสตรีเพศได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเขาไม่เคยเข้าสู่การแต่งงานเว้นแต่จะมีเหตุผลที่น่าพอใจทั้งด้านการเมืองและด้านสังคม”

    ในทำนองเดียวกัน การที่ท่านแต่งงานกับภรรยาเก่าของลูกบุญธรรมของท่านนั้นก็ไม่ใช่เพราะกิเลสหรือตัณหา ดังเช่นที่ได้มีการกุเท็จใส่ท่านนบีﷺว่าท่านนั้นบังเอิญไปเห็นภรรยาของลูกบุญธรรมในสภาพนุ่งน้อยห่มน้อยแล้วเกิดความปรารถนาในตัวนาง จึงสั่งให้ลูกบุญธรรมหย่ากับนางและอุปโลกน์โองการอัล-กุรอานว่ามันเป็นคำสั่งของพระเจ้า เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองแต่งงานกับนางแทน!!

    ก่อนจะเริ่มตอบโต้ข้อใส่ไคล้นี้ ขอเท้าความก่อนว่าในสมัยยุคญาฮิลียะฮฺ(อาหรับก่อนอิสลาม)หนึ่งในประเพณีที่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอาหรับก็คือการรับบุตรบุญธรรม ซึ่งท่านนบีมุฮัมมัดﷺก็ได้รับทาสคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ซัยดฺ” มาเป็นลูกบุญธรรม เขาจึงได้รับการขนานนามว่า “ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” ซึ่งซัยดฺนั้นก็เป็นลูกบุญธรรมของท่านนบีต่อเนื่องมาจนถึงยุคต้นของอิสลาม

    ต่อมาท่านนบีก็ได้สู่ขอ “ซัยนับ บินติ ญะหฺช” ซึ่งเป็นลูกสาวของป้าของท่านให้กับซัยดฺ ซึ่งในตอนแรกนั้นซัยนับเองก็รู้สึกไม่อยากแต่ง เนื่องจากนางเป็นถึงสตรีชาวอาหรับผู้สูงศักดิ์ เพราะนางมาจากตระกูลกุร็อยชฺ ส่วนซัยดฺเคยเป็นทาสมาก่อน แต่ท้ายที่สุดนางก็ยอมแต่งงานกับซัยดฺเนื่องจากมันเป็นความต้องการของท่านนบี และอีกประการหนึ่งก็คือในตอนนั้นซัยดฺเป็นลูกบุญธรรมของท่านนบี เขาถูกเรียกขานว่า “ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” ซึ่งนั่นถือเป็นการยกสถานะและเกียรติของซัยดฺขึ้นอย่างมากในสายตาของนาง

    - #ทำไมท่านนบีถึงต้องการให้ซัยดฺแต่งงานกับซัยนับ ?

    1.เพื่อเป็นการลบล้างแนวคิดความต่างทางชนชั้นที่มีอยู่ในยุคญาฮิลียะฮฺ

    เห็นได้จากการที่ซัยนับมาจากตระกูลที่มีเกียรติ ส่วนซัยดฺเคยเป็นทาสมาก่อน สำหรับอิสลามแล้วบรรทัดฐานในการแบ่งระดับของผู้คนก็คือ”ความตักวา”(คุณธรรมตามนิยามของอิสลาม) ดังเช่นที่อัลลอฮฺ عز وجلได้ตรัสว่า :

    {إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ ٱللَّهِ أَتْقَىٰكُمْ ۚ}

    {“แท้จริงผู้ที่มีเกียรติมากที่สุดในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺนั้นคือผู้ที่มีความตักวามากที่สุด”} [อัลหุญุร็อต:13]

    2.การแต่งงานครั้งนี้เป็นการปูทางไปสู่บัญญัติการยกเลิกธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรม

    กล่าวคือหลังจากที่ซัยดฺแต่งงานกับซัยนับแล้วหย่ากับนาง ท่านนบีก็แต่งงานกับซัยนับต่อจากซัยดฺซึ่งเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งการที่ท่านนบีแต่งงานกับซัยนับเป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านนบีกับซัยดฺไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกใดๆทั้งสิ้นเพราะหากเป็นพ่อลูกกัน จะไม่สามารถแต่งงานกับภรรยาของกันและกันได้ (เหตุผลนี้ทั้งซัยดฺและซัยนับเองไม่รู้ แม้กระทั่งท่านนบีเองก็อาจยังไม่รู้เพราะเป็นไปได้ว่ายังไม่มีวะฮี(วิวรณ์)จากอัลลอฮฺเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แก่ท่าน)

    และหลังจากที่ทั้งสองคนอยู่กินกันได้ไม่นานนัก อัลลอฮฺก็ทรงประทานบัญญัติยกเลิกธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรมลงมา ดังที่มีปรากฎในอัลกุรอานโองการที่ว่า :

    {ٱدْعُوهُمْ لآبَآئِهِمْ هُوَ أَقْسَطُ عِندَ ٱللَّهِ}

    {“และจงเรียกขานพวกเขา(ลูกบุญธรรม)ตาม(ชื่อ)พ่อของพวกเขา มันเป็นการเที่ยงธรรมกว่า ณ ที่อัลลอฮฺ”} [อัลอะหฺซาบ:5]

    - #ทำไมอัลลอฮฺถึงทรงต้องการยกเลิกธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรม?

    การรับลูกบุญธรรมในที่นี้หมายถึงการที่คนๆหนึ่งรับเอาคนอีกคนมาเป็นลูกแท้ๆของตัวเอง ให้เขาได้รับสิทธิต่างๆเหมือนเป็นลูกแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับมรดกซึ่งกันและกัน เรื่องการแต่งงาน การหย่าร้างและเรื่องของผู้หญิงที่ห้ามแต่งงานด้วย เช่นการที่ลูกชายจะไม่สามารถแต่งงานกับภรรยาของพ่อ อีกทั้งผู้ที่เป็นพ่อจะไม่สามารถแต่งงานกับภรรยาของลูกได้อย่างเด็ดขาด ฯลฯ ดังนั้นเมื่อการรับลูกบุญธรรมมันส่งผลให้เกิดการปะปนกันทางเชื้อสาย ทำให้เกิดการใกล้ชิดกันของผู้ที่ไม่ใช่ญาติกันจริงๆ อัลลอฮฺจึงทรงยกเลิกธรรมเนียมนี้ แต่สำหรับการให้การดูแล เลี้ยงดู อุปการะ ให้ที่กินที่อยู่อาศัย อิสลามมิได้ห้ามแต่อย่างใด มิหน้ำซ้ำยังส่งเสริมและยกย่องผู้ที่กระทำเช่นนี้

    และหลังจากที่โองการข้างต้น(อัลอะหฺซาบ:5)ถูกประทานลงมา “ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” จึงถูกพาดพิงไปยังพ่อที่แท้จริงของเขาซึ่งก็คือ “ฮาริษะฮฺ” เขาจึงถูกเรียกว่า “ซัยดบุตรของฮาริษะฮฺ”

    พอเป็นเช่นนั้น ความระหองระแหงของซัยดฺกับซัยนับจึงเริ่มก่อตัวขึ้น ความรู้สึกเหลื่อมล้ำทางชนชั้นของนางกับซัยดฺเริ่มกลับมาอีกครั้ง นางเริ่มพูดจาไม่ดีกับซัยดฺและยกตนข่มเขา

    ซัยดฺจึงมาหาท่านนบีﷺเพื่อร้องทุกข์และบอกความตั้งใจที่จะหย่ากับซัยนับ ท่านนบีจึงบอกซัยดฺให้เกรงกลัวอัลลอฮฺ อดทนและอยู่กับนางต่อไป ทั้งๆที่ท่านนบีก็รู้อยู่แล้วว่า ซัยดฺจะต้องหย่ากับซัยนับและท่านเองจะต้องแต่งงานกับนาง เนื่องจากอัลลอฮฺได้ทรงบอกเรื่องเหล่านี้แก่ท่านไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

    ซึ่งเหตุผลที่ท่านนบีปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ก็เพราะกลัวคำติฉินนินทาว่าท่านแต่งงานกับภรรยาของลูกบุญธรรมตัวเอง อัลลอฮฺعز وجلจึงได้ประทานโองการลงมาว่า:

    {وَإِذْ تَقُولُ لِلَّذِىٓ أَنْعَمَ ٱللَّهُ عَلَيْهِ وَأَنْعَمْتَ عَلَيْهِ أَمْسِكْ عَلَيْكَ زَوْجَكَ وَٱتَّقِ ٱللَّهَ وَتُخْفِى فِى نَفْسِكَ مَا ٱللَّهُ
    مُبْدِيهِ وَتَخْشَى ٱلنَّاسَ وَٱللَّهُ أَحَقُّ أَن تَخْشَىٰهُ}

    {“และจงรำลึกถึงขณะที่เจ้าพูดกับผู้ที่อัลลอฮฺทรงโปรดปรานแก่เขา(ซัยดฺ) และเจ้าได้ให้ความสงเคราะห์แก่เขา ว่าจงดูแลรักษาภริยาของเจ้าไว้ให้อยู่กับเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺ และเจ้าได้ซ่อนไว้ในจิตใจของเจ้าเรื่องที่อัลลอฮฺจะทรงเปิดเผยมัน และเจ้ากลัวเกรงมนุษย์ แต่อัลลอฮฺทรงสมควรยิ่งกว่าที่เจ้าจะกลัวเกรงพระองค์”} [อัลอะหฺซาบ:37]

    ดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

    وَتَخْشَى ٱلنَّاسَ وَٱللَّهُ أَحَقُّ أَن تَخْشَىٰهُ

    (และเจ้ากลัวเกรงมนุษย์ แต่อัลลอฮฺนั้นทรงสมควรยิ่งกว่าที่เจ้าจะต้องเกรงกลัวพระองค์)

    เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าท่านนบีไม่ได้อุปโลกน์โองการนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการแต่งงานกับภรรยาของลูกบุญธรรมตัวเอง เพราะโองการนี้เป็นการตำหนิท่านนบีที่ปกปิดความจริงว่าซัยดฺจะหย่ากับซัยนับและท่านนบีจะต้องแต่งงานกับนางตามคำบัญชาของอัลลอฮฺ เนื่องจากกลัวคำติฉินนินทาของผู้คน

    หลังจากนั้นซัยดฺก็ได้หย่ากับซัยนับ และเมื่อซัยนับหมดอิดดะฮฺ(ระยะเวลาการครองตนหลังจากถูกหย่า) ท่านนบีก็ได้ให้ซัยดฺเป็นพ่อสื่อในการสู่ขอซัยนับให้กับท่าน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการทดสอบว่าซัยดฺยังมีใจให้นางอยู่หรือไม่ และเพื่อเป็นการขจัดข้อคลางแคลงใจว่าซัยดฺถูกบังคับให้หย่ากับนาง

    เมื่อธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรมมันฝังรากลึกยากที่จะถอนรากถอนโคนมันออกได้ ฉะนั้นหลังจากที่อัลลอฮฺทรงประทานคำสั่งยกเลิกการรับลูกบุญธรรมแล้ว พระองค์จึงมีบัญชาให้นบีของพระองค์แต่งงานกับภรรยาของลูกบุญธรรมของตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการจัดการอย่างเด็ดขาดกับธรรมเนียมการรับลูกบุญธรรม เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านนบีและซัยดฺไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งให้บรรดามุสลิมได้เห็นว่าบุคคลที่พวกเขาเคารพนับถือมากที่สุดก็ยังแต่งงานกับภรรยาของลูกบุญธรรมตัวเอง บรรดามุสลิมจะได้หมดความตะขิดตะขวงใจในเรื่องนี้ ดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า :

    {فَلَمَّا قَضَىٰ زَيْدٌ مِّنْهَا وَطَرًا زَوَّجْنَٰكَهَا لِكَىْ لَا يَكُونَ عَلَى ٱلْمُؤْمِنِينَ حَرَجٌ فِىٓ أَزْوَٰجِ أَدْعِيَآئِهِمْ إِذَا قَضَوْا۟ مِنْهُنَّ وَطَرًا ۚ وَكَانَ أَمْرُ ٱللَّهِ مَفْعُولًا}

    {“ครั้นเมื่อซัยดฺได้หย่ากับนางแล้ว เราได้ให้เจ้าแต่งงานกับนางเพื่อที่จะไม่เป็นที่ลำบากใจแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายในเรื่อง(การสมรสกับ)ภริยาของบุตรบุญธรรมของพวกเขา เมื่อพวกเขาหย่ากับพวกนางแล้ว และพระบัญชาของอัลลอฮฺนั้นจะต้องบรรลุผลเสมอ”} [อัลอะหฺซาบ:37]

    ในการแต่งงานกับท่านนบีนั้น ซัยนับก็ไม่ได้ถูกบังคับฝืนใจแต่อย่างใดมิหนำซ้ำนางยังมีความภูมิใจด้วยซ้ำที่ได้แต่งงานกับท่านนบี เห็นได้จากเหตุผลหนึ่งที่นางยอมแต่งงานกับซัยดฺ ก็คือการที่ซัยดฺในตอนนั้นเป็นลูกบุญธรรมของท่านนบี นางได้กล่าวว่า: “แล้วใครกันเล่าจะมีเกียรติยิ่งไปกว่า ซัยดฺบุตรของมุฮัมมัด” ซัยดฺมีเกียรติเพิ่มมากขึ้นในสายตาของนางเพราะเขาได้เป็นลูกบุญธรรมของท่านนบี นางจึงยอมแต่งงานด้วย แล้วจะนับประสาอะไรกับการที่นางได้แต่งงานกับคนที่ทำให้ซัยดฺมีเกียรติสูงส่งขึ้น

    และนางได้กล่าวกับภรรยาคนอื่นๆของท่านนบีว่า:

    “ครอบครัวของพวกเธอเป็นคนแต่งพวกเธอให้กับท่านนบี ส่วนฉัน อัลลอฮฺผู้ทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าเป็นผู้ทรงแต่งฉันให้กับท่านนบี”

    และสำหรับคำใส่ร้ายที่ว่าท่านนบีﷺบังเอิญเห็นนางในสภาพนุ่งน้อยห่มน้อยจึงเกิดความต้องการในตัวนาง ถือเป็นคำใส่ร้ายที่ไร้สาระสิ้นดี เพราะในความเป็นจริงแล้วท่านนบีรู้จักกับนางมาตั้งนานแล้ว เพราะนางเป็นญาติของท่านเองซึ่งในตอนนั้นสตรีชาวอาหรับก็ยังไม่ได้แต่งตัวปกปิดมิดชิดเพราะยังไม่ได้มีบัญญัติการคลุมฮิญาบ
    ____________________________________

    ข้อมูลจาก

    كتاب : مع المفسرين والمستشرقين في زواج النبي صلى الله عليه وسلم بزينب بنت جحش للدكتور زاهر عواض الألمعى

    https://islamqa.info/ar/answers/145...ى-الله-عليه-وسلم-بزينب-بنت-جحش-والاجابة-عليها

    http://fatwa.islamweb.net/fatwa/index.php?page=showfatwa&Option=FatwaId&Id=47954

    #อิสลามตามแบบฉบับ

     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    โลกจากการแผ่รังสีจากแสงอาทิตย์มฤตยูอย่างรวดเร็ว อย่างไม่น่าเชื่อ
    TECH 15:24 15.04.2019
    (อัปเดต 15:42 15.04.2019)
    1064078187.jpg
    เมื่อต้นปีนี้นักวิทยาศาสตร์ต้องอัปเดตโมเดลแม่เหล็กโลกซึ่งเป็นตัวแทนของสนามแม่เหล็กดาวเคราะห์ของโลก ล่วงหน้าหนึ่งปี หลังจากพบว่าขั้วโลกเหนือแม่เหล็กกำลังเคลื่อนตัวจากขั้วโลกเหนือของแคนาดาไปสู่ไซบีเรียของรัสเซียในอัตราเร่ง

    สนามแม่เหล็กของโลกที่เรียกว่า "สนามพลังมหึมา" ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ของชีวิต และป้องกันเราจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ที่รุนแรง นั้นกำลังสลายตัวในอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ต่อทศวรรษแทนที่จะเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ต่อศตวรรษที่นักหนังสือพิมพ์และ Blogger Michael Snyder เขียนอ้างแหล่งที่มาทางวิทยาศาสตร์หลายแห่ง

    จากข้อมูลจากกลุ่มดาวเทียม SWARM ขององค์การอวกาศยุโรป - โครงการวิทยาศาสตร์สี่ปี ที่ออกแบบมาเพื่อทำการวัดที่แม่นยำ สำหรับการระบุสถานะของสนามแม่เหล็กของโลกส่วนประกอบไดโพล ตามแนวแกนโลกของสนามแม่เหล็ก จะอ่อนลงเร็วกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ก่อนหน้า ประมาณการต่อศตวรรษ

    1064611392.jpg
    เมื่อ (นิวตรอน) ดาวชนกัน
    © NASA
    นิวตรอนซุปเปอร์แม่เหล็ก: การกำเนิดของวัตถุลึกลับส่งสัญญาณอวกาศอย่างไม่น่าเชื่อ

    โดยเฉพาะผู้วิจารณ์วิทยาศาสตร์และผู้เขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัล C Stuart Hardwick อธิบายถึงความแข็งแกร่งของสนามแม่เหล็กหลักของโลก ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 29.5 microteslas (หน่วยที่วัดสนามแม่เหล็ก) ลดลง 5 microteslas หรือประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์จาก ความแข็งแรงเกือบ 35 microteslas ในปี 1700
    ในเวลาเดียวกัน Hardwick กล่าวว่าการตรวจวัดที่แม่นยำโดยดาวเทียม SWARM แสดงให้เห็นว่าสนามแม่เหล็กน่าจะอ่อนตัวลงราว 3.5 เปอร์เซ็นต์ในละติจูดสูงในอเมริกาเหนือและเพิ่มขึ้น 2% สำหรับเอเชียในช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมา

    นักวิจารณ์แสดงความเห็นว่าการล่มสลายของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นภายในสองพันปีถัดไปได้เกิดขึ้นแล้วหลายร้อยครั้งก่อนหน้านี้โดยไม่มีหลักฐานว่ามันทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ขัดขวางชีวิตบนโลก "

    อย่างไรก็ตามสไนเดอร์, ไม่แน่นอน เตือนว่า "ถ้าอัตราการสลายตัวยังคงดำเนินต่อไป" ตามอัตราปัจจุบัน "หรือเร็วขึ้นเราอาจมองเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ซึ่งเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะนึกภาพ ."

    1073393790.jpg
    คลื่นสมอง
    © PHOTO: PIXABAY // GERD ALTMANN
    นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยมนุษย์ทุกคนสามารถรับรู้สนามแม่เหล็กได้

    ตามรายงานของสนามแม่เหล็กที่อ่อนตัวลง อาจหมายถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของมะเร็ง มีความเสียหายเป็นพันล้านหรือแม้กระทั่งล้านล้านดอลลาร์ต่อยานอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นและพลังงานไฟฟ้าแบบกริด(power grids) และถ้าเลวร้ายที่สุด ก็มาถึงที่เลวร้ายที่สุดการทิ้งระเบิดด้วยรังสีคอสมิค ซึ่งสามารถทำลาย DNA ของเรา ในขณะที่ลมสุริยะขู่ว่าจะ "ทำลายบรรยากาศและมหาสมุทรของโลก"

    ในท้ายที่สุดสไนเดอร์เตือนว่า "โลกของเรามีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ และเราเห็นสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกคนยอมรับว่าสนามแม่เหล็กของโลกกำลังอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่พยายามที่จะทำให้หน้ามีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ และทำให้เรามั่นใจว่าทุกอย่างจะโอเค หวังว่าพวกเขาจะถูกต้อง แต่ฉันจะไม่ไว้ใจมัน "

    Earth From Deadly Solar Radiation ERODING Incredibly Fast
    TECH 15:24 15.04.2019
    (updated 15:42 15.04.2019)

    Earlier this year, scientists had to update the World Magnetic Model representing our planet's magnetic field a year ahead of schedule after discovering that the Magnetic North Pole was moving from the Canadian Arctic toward Russia's Siberia at an accelerated pace.

    Earth's magnetic field, the "colossal force field" which makes life possible and shields us from deadly solar radiation, is decaying at a rate of 5 percent per decade, rather than the previously-assumed 5 percent per century, journalist and blogger Michael Snyder has written, citing multiple scientific sources.

    According to data from the European Space Agency's SWARM satellite constellation – a four-year scientific project designed to make precision measurements for determining the state of Earth's magnetic field, the geocentric axial dipole component of the magnetic field is weakening much faster than the previous 5 percent per century estimate.

    When (Neutron) Stars Collide
    © NASA .
    Super-Magnetic Neutron: Birth of MYSTERIOUS Object Sends Incredible Space Signal

    Specifically, science commentator and award-winning science fiction author C Stuart Hardwick explained the strength of Earth's main magnetic field, which stands at about 29.5 microteslas (the unit measuring a magnetic field) has dropped by 5 microteslas, or some 14 percent, from a strength of nearly 35 microteslas in the year 1700.
    At the same time, Hardwick noted, precision measurements by the SWARM satellites have shown the magnetic field to have weakened by some 3.5 percent in high latitudes over North America while strengthening by 2 percent over Asia during two and a half years of observation.

    Downplaying public fears, the commentator suggested that a collapse of the magnetic field, set to occur within the next two thousand years, has already "happened hundreds of times before," with "no evidence that it has caused a mass extinction or even a noticeable disruption to life on Earth."

    Snyder, however, is not so certain, warning that "if the rate of decay continues" at its present pace, "or speeds up even more, we could be looking at a mass extinction event that is beyond what most people would dare to imagine."

    Brain waves
    © PHOTO: PIXABAY//GERD ALTMANN
    Scientists REVEAL All Humans Able to Sense Magnetic Fields

    According to the journalist, the weakening magnetic field could mean rising cancer rates, billions or even trillions of dollars in damage to man-made spacecraft and power grids, and, if worst comes to worst, bombardment by cosmic rays which could damage our DNA as sharp solar winds threaten to "strip away our planet's atmosphere and oceans".

    Ultimately, Snyder warns, "our planet is becoming increasingly unstable, and we are seeing things happen that we have never seen before. Everyone agrees that the Earth's magnetic field is rapidly getting weaker, and that is making us more vulnerable with each passing day. Most of the experts are trying to put a happy face on things and are assuring us that everything is going to be okay. Hopefully they are right, but I wouldn't count on it."

    https://sputniknews.com/science/201904151074147245-earth-magnetic-field-erosion-warning/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    ยังไม่ดับ .. ดอยจระเข้ !!
    18.15 น. ดอยจระเข้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ลูกไฟลุกขึ้นอีกแล้ว จุดล่อแหลมอยู่ตรงวัดบ้านวันมงคล หมู่ 12 ต.แม่จัน อ.แม่จัน
    ล่าสุด นอภ.แม่จัน ส่งกำลัง และรถดับเพลิงไปดักสกัดพ่นน้ำ เพื่อให้พื้นดินชุ่มก็เป็นการสกัดไฟได้ในระดับนึง และพรุ่งนี้ 09.00 น. จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เรื่องใช้ ฮ.ดับไฟ
    Cr.เครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติเชียงราย
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    อื้อหือ !!

    22.00 น. สถานการณ์ไฟป่า หลังวัดบ้านสันพัฒนา ม.12 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ไฟไหม้ป่าลุกลามต่อเนื่อง กำลังพลเสือไฟ กรมป่าไม้ อยู่ระหว่างเดินเท้าเข้าดับไฟป่า

    Cr.ศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติเชียงราย

     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    จุดมืดดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่สร้างเสียง“ Ocean Surf” ที่ลึกลับ

    หากคุณมีวิทยุคลื่นสั้นคุณอาจเคยได้ยินเสียงแปลก ๆ มาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จุดมืดดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ AR2738 กำลังสร้างคลื่นวิทยุระเบิดที่แรง มันฟังดูเหมือนคลื่นทะเล

    sunspot-sound.png
    นี่คือเสียงของจุดบอดขนาดใหญ่บนดวงอาทิตย์ บันทึกเมื่อวันที่ 13 เมษายนโดย Thomas Ashcraft ใน New Mexico
    เข้าไปฟังเสียงได้ที่เว็บ -> http://strangesounds.org/2019/04/big-sunspot-produces-mysterious-ocean-surf-sounds.html

    เสียงวิทยุเหล่านี้เกิดจากลำอิเล็กตรอน - ในกรณีนี้เร่งโดยการระเบิดคลาส B ใน magnetic canopy ของดวงอาทิตย์

    เมื่ออิเล็กตรอนผ่านชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์พวกมันจะสร้างคลื่นพลาสม่าและคลื่นวิทยุที่ตรวจจับได้บนโลก 93 ล้านไมล์ นักดาราศาสตร์จำแนกคลื่นวิทยุสุริยะที่ระเบิดออกเป็นห้าประเภท; การบันทึกของ Ashcraft นั้นเป็น Type III

    “ มีจำนวนมากของเสียงเหล่านี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและพวกเขาดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะนี้ว่าจุดที่ดวงอาทิตย์หันเข้าหาโลกโดยตรง” Ashcraft กล่าว

    Big sunspot produces mysterious “Ocean Surf” sounds

    By Strange Sounds- Apr 15, 2019

    If you have a shortwave radio, you might have heard some unusual sounds this weekend. Big sunspot AR2738 is producing strong bursts of radio static. They sound like ocean surf.

    This is the sound of a big sunspot on the Sun. Recorded on April 13th by Thomas Ashcraft in New Mexico

    These radio sounds are caused by beams of electrons – in this case, accelerated by B-class explosions in the sunspot’s magnetic canopy.

    As the electrons slice through the sun’s atmosphere, they generate a ripple of plasma waves and radio emissions detectable on Earth 93 million miles away. Astronomers classify solar radio bursts into five types; Ashcraft’s recording captured a Type III.

    “There have been a lot of these sounds over the past week, and they appear to be intensifying now that the sunspot is directly facing Earth,” says Ashcraft

    http://strangesounds.org/2019/04/big-sunspot-produces-mysterious-ocean-surf-sounds.html
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    Kike Santillana
    #ด่วน
    ผู้อพยพ 21 คน จากประเทศคองโก (แอฟริกา)
    พวกเขาถูกจับระหว่างเขตแดนของเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา มีผลบวกต่อไวรัส #EBOLA
    ผู้อพยพจากคองโกถูกกักกัน ...
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    "ไฟ ที่ น่ากลัว" กำลังเร่าร้อน ที่โบสถ์ notre dame ในปารีสสำนักงานนายกเทศมนตรีกล่าวไว้

    IMG_1946.JPG

    A “terrible fire” is raging at the historic Notre Dame cathedral in Paris, the mayor’s office says.


     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    FB_IMG_1555377245462.jpg

    ภาพจาก Alice Anderson
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    ชาวฝรั่งเศส-ทั่วโลกสะอื้น!ปารีสไม่มีวันเหมือนเดิม ไฟไหม้ทำลายล้างวิหารดัง'น็อทร์-ดาม'
    เผยแพร่: 16 เม.ย. 2562 05:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    รอยเตอร์ - ชาวปารีสและบรรดานักท่องเที่ยวต่างสับสนกระวนกระวาย แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองต่อภาพที่ปรากฎเบื้องหน้า ไฟนรกกำลังโหมไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดาม อันเลื่องชื่อในวันจันทร์(15เม.ย.) ก่อความเสียหายที่มิอาจประเมินค่าได้

    นักดับเพลิงราว 400 คน พยายามหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมหาวิหารน็อทร์-ดาม ศาสนสถานอายุ 850 ปี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส หลังประสบเหตุไฟไหม้ครั้งเลวร้าย ที่พวกนักกู้ภัยให้คำจำกัดความว่า "รับมือได้ยากลำบาก"

    รถดับเพลิงหลายสิบคันถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุ และพบเห็นสายฉีดน้ำแรงดันสูงกำลังฉีดน้ำเข้าใส่ส่วนหลังคาที่พังถล่มลงมาและพื้นที่ทางเดินยาวระหว่างที่นั่งในวิหาร
    562000003824801.jpg

    กรมตำรวจดับเพลิงเขียนลงบนทวิตเตอร์ เรียกร้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและเปิดทางให้ยานพาหนะของหน่วยกู้ภัย ขณะเดียวกันก็มีการอพยพประชาชนออกจากบริเวณดังกล่าว

    "เราไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังตึกเหนือได้หรือไม่" โลร็องต์ นูเนซ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยเผยกับผู้สื่อข่าว อ้างถึงอาคารหิน 2 หลังที่อยู่ด้านหน้าวิหารสถาปัตยกรรมกอทิก "ถ้ามันพังถล่ม คุณจินตนาการได้เลยว่าขอบเขตความเสียหายจะเลวร้ายแค่ไหน"

    อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่าในส่วนของโครงสร้างหลักของมหาวิหารน็อทร์-ดามนั้นปลอดภัยและได้รับการปกป้องไว้แล้ว พร้อมระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 1 คนในเหตุการณ์นี้ โดยบุคคลรายดังกล่าวเป็นนักผจญเพลิง

    เอ็มมานูเอล เกรกอรี รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่านักผจญเพลิงเข้าไปในมหาวิหารและช่วยกันขนงานศิลปะที่ประเมินค่ามิได้ออกมาได้บางส่วน แต่จากนั้นก็ต้องถอนกำลังออกมา เนื่องจากเปลิวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วผ่านคานไม้ที่ใช้คำยันหลังคา ขณะที่อัยการระบุว่าได้เปิดเผยสืบสวนเพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้แล้ว

    562000003824802.jpg

    ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งมือทำงานกันอย่างหนัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลายพันคนยืนเรียงรายกันอยู่ตามสะพานต่างๆที่ทอดข้ามแม่น้ำแซนและตามตลิ่งแม่น้ำ เฝ้ามองไฟที่ลุกลามหลังคาของวิหารจากระยะไกล เนื่องจากตำรวจปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้เข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ

    "ฉันเสียใจมาก" เอลิซาเบธ คาลลี วัย 58 ปีกล่าว "มันเป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศส มันเป็นสัญลักษณ์ของชาวคริสเตียน มันเหมือนกับทั้งโลกกำลังพังถล่ม"

    "มันคงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว" ซาแมนธา ซิลวา วัย 30 ปีกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเล่าว่าเธอมักพาเพื่อนๆชาวต่างชาติมาเยี่ยมชมมหาวิหารแห่งนี้แทบทุกครั้งที่พวกเขาเดินทางมาเยือนกรุงปารีส


    562000003824803.jpg

    มหาวิหารนอเทรอดาม มักจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนหลายล้านคนในทุกๆปี ก่อนที่ล่าสุดจะพบรอยแตกร้าวในหินจนต้องปิดปรับปรุง เพราะเกรงว่าโครงสร้างวิหารจะไม่มั่นคงและปลอดภัย และเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นขณะกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะปฏิสังขรณ์

    "มันน่าเศร้าที่ได้เห็นประวัติศาสตร์ 800 ปีของวิหารลอยไปกับกลุ่มควัน" แคทริน เรคเก นักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีระบุ

    อองรี อัสติเยร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า ไม่มีสถานที่ใดเป็นตัวแทนของฝรั่งเศสได้อย่างมหาวิหารนอทเทรอดาม หอไอเฟล คู่แข่งสำคัญในฐานะสัญลักษณ์ประจำชาติ มีอายุแค่ร้อยกว่าปีเท่านั้น มหาวิหารแห่งนี้ตั้งตระหง่านเหนือกรุงปารีสมาตั้งแต่ช่วงปีค.ศ.1200

    เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวระหว่างกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุว่า "เช่นเดียวกันเพื่อนร่วมชาติของผม ผมเสียใจที่คืนนี้ต้องเห็นส่วนหนึ่งของเรากำลังถูกเผาไหม้" ขณะที่พวกผู้นำทั่วโลกก็ต่างออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป, วาติกัน, อังกฤษ, สเปน, อิตาลี,เบลเยียม, ออสเตรีย, ยูเนสโก และสหรัฐฯ

    https://mgronline.com/around/detail/9620000036967
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    50,897
    ค่าพลัง:
    +34,957
    ไฟไหม้ วิหาร Notre Dame , Paris, France
     

แชร์หน้านี้

Loading...