ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Rodolfo Martin Brenes Salvatierra

    แผ่นดินไหวที่แข็งแกร่ง ขนาด 5.4 ความรู้สึกใน chiapas, tabasco และOaxaca เม็กซิโก #12 สค.



     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    ถนนสายบ้านคุยโพธิ์-ปากเปือย ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ดินแยกเป็น 2 ส่วน หลังเกิดเหตุเขื่อนกั้นตลิ่งริมน้ำพองทรุดตัวสไลด์เป็นทางยาวกว่า 100 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบแก้ไขหวั่นเกิดอุบัติเหตุ


    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ส.ค.2562 นายเข็มชาติ ไชยหงส์ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านปากเปือย ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวสำรวจที่เกิดเหตุเขื่อนกั้นตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำพองทรุดตัวสไลด์ลงไปตามความลาดชันของริมฝั่งแม่น้ำพอง ที่บริเวณใกล้กับวัดโพธิ์นิมิตร บ้านปากเปือย มีความยาวกว่า 100 เมตร ทรุดตัวลงประมาณ 1 เมตร ราวสะพานเหล็กที่ติดตั้งก็ทรุดลงตามแนวของสันเขื่อนกั้นตลิ่ง ทำให้ถนนริมฝั่งแม่น้ำพอง สายบ้านปากเปือย – บ้านคุยโพธิ์ ดินแยกออกเป็น 2 ส่วน รถยนต์ต้องสัญจรผ่านด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ.... ดูต่อได้ที่ : https://www.khonkaenlink.info/home/news/8894.html


     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Michael DiFato


    ตัวอย่างของไดโพล (รายวัน) การเอียงของสนามแม่เหล็กโลก ภาพที่ถ่ายวันนี้ห่างกันประมาณ 3 และ 1/2 ชั่วโมง

    IMG_4021.JPG

    Example of the (Daily) Dipole Tilting of the magnetosphere of Earth. Images taken today about 3 and 1/2 hours apart.


     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Bank of Thailand Scholarship Students

    IMG_4022.JPG
    (Aug 13) ผู้ว่า ธปท.ระบุ กนง.ยังให้ความสำคัญดูแลเสถียรภาพระบบการเงินในภาวะดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องหลังลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด : นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงิน แม้ว่าบางมาตรการที่ ธปท.เคยประกาศออกไปได้ส่งผลในทิศทางที่ต้องการ แต่ในภาวะที่ดอกเบี้ยจะต่ำอย่างต่อเนื่องนั้น ยังจำเป็นที่ต้องดูแลเสถียรภาพของะรบบการเงินเพื่อไม่ให้มีการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรและสร้างความเปราะบางให้ระบบการเงินในอนาคต


    "เหล่านี้จึงเป็นตัวอย่างที่ต้องผสานเครื่องมือต่างๆ ทั้งนโยบายการเงิน นโยบายอัตราดอกเบี้ย และนโยบายกำกับดูแลสถาบันการเงิน" ผู้ว่าะปท. ระบุ


    การที่ กนง.ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุด เพราะเห็นพัฒนาการเศรษฐกิจที่ต่างจากเดิมที่เคยประมาณการไว้หลายปัจจัย ประกอบด้วย

    1. สภาววะเศรษฐกิจโลกที่บรรยากาศการกีดดันทางการค้าตึงเครียดมากขึ้น โดยผลกระทบได้ส่งผ่านมาถึงราคาพลังงานที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อของไทยทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อผ่อนคลายลงไปมาก และอาจทำให้เงินเฟ้อปีนี้ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย


    และ 2.ภาคการส่งออกมีการชะลอตัวลงหลังจากที่การกีดกันทางการค้ารุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการจ้างงาน การบริโภค และการลงทุนในประเทศ


    Source: อินโฟเควสท์ โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา/ศศิธร


    ภาพ ธปท.


     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Bank of Thailand Scholarship Students

    0E0655BD-2C49-414B-9BAB-DCFF497CFCED.jpeg
    (Aug 13) ผวาจีนปราบฮ่องกงฉุดดาวโจนส์ทรุดเกือบ400จุด: ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (12ส.ค.)ดิ่งลงต่อเนื่อง ล่าสุดทรุดตัวลงเกือบ 400 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งความวุ่นวายในฮ่องกงจากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล ขณะที่จีนเตือนว่า กลุ่มผู้ประท้วงกำลังใช้ความรุนแรงมากขึ้น และบ่งชี้ถึงการก่อการร้าย ซึ่งอาจปูทางให้จีนใช้กองกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกง


    ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 391 จุดหรือ 1.49% ปิดที่ 25,896.44 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 35.96 จุดหรือ 1.23% ปิดที่ 2,882.69 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวร่วงลง 95.73 จุด หรือ 1.2% ปิดที่ 7,863.41 จุด


    “ฮ่องกงได้มาถึงทางแยกที่สำคัญ โดยกลุ่มผู้ประท้วงมักใช้เครื่องมือที่อันตรายในการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมรุนแรง พร้อมกับมีสัญญาณการก่อการร้าย” นายหยาง กวง โฆษกสำนักงานฝ่ายกิจการฮ่องกงและมาเก๊าในกรุงปักกิ่ง กล่าว


    ทั้งนี้ การที่ทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งอาจปูทางไปสู่การใช้กองกำลังความมั่นคงแห่งชาติของจีนในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกง

    ที่ผ่านมา จีนเคยใช้ข้ออ้างของการก่อการร้ายในการกวาดล้างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในซินเจียง และทิเบต ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลของชาติตะวันตก และกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน

    “ฮ่องกงเป็นของจีน และกิจการของฮ่องกงถือเป็นกิจการภายในของจีน” กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุ


    Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

    https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/843604


    - U.S. Stocks Slide as Treasury Rally Stokes Angst: Markets Wraphttps://www.bloomberg.com/news/articles/2019-08-11/stocks-to-dip-after-u-s-drop-as-caution-reigns-markets-wrap


    ttps://www.facebook.com/277100888976077/posts/2709859632366845?s=100008495493255&sfns=mo
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Bank of Thailand Scholarship Students

    IMG_4025.JPG
    (Aug 13) เอฟเฟกต์กนง.ลดดอกเบี้ย หุ้นแบงก์ร่วงสวนทางอสังหาฯ: ส่องเอฟเฟกต์ กนง. ปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังสัญญาณบ่งชี้เศรฐกิจไทยชะลอตัว ขณะที่ตลาดหุ้นกลุ่มแบงก์โดนเทขาย สวนทางกลุ่มอสังหาฯ และไฟแนนซ์ที่ต้นทุนลด ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่ม

    ตลาดเงิน ตลาดทุน

    ส่องเอฟเฟกต์ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังหลายสัญญาณบ่งชี้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ด้านกระทรวงการคลังปลื้มสอดนโยบายกระตุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นกลุ่มแบงก์โดนเทขาย สวนทางกลุ่มอสังหาฯ และไฟแนนซ์ที่ต้นทุนลด ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่ม แต่เตือนอย่ามองข้ามหุ้นธนาคาร เพราะยังซื้อขายบนค่า P/E ที่ถูก อนาคตมีโอกาสขยับขึ้น

    ต้องยอมรับ การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อปีและให้มีผลทันที เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สร้างเอฟเฟกต์ให้กับ หลายสิ่งในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดเงินตลาดทุน เพราะถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ในรอบ 4 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่เดือน เม.ย.2558

    "ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส" ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. รายงานว่า ที่ประชุมกนง.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี หลังจากที่ประชุมได้มีการปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และประเมินอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ต่ำลงกว่าการประมาณการ ครั้งก่อนที่ 3.3% และ 1.0% ตามลำดับ พร้อมกับคาดว่าตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้จะติดลบ จากที่เคยประมาณการไว้ที่ 0% เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯและจีนเพิ่มสูงขึ้น และขยายวงกว้างมากขึ้น และตัวเลขการนำเข้าที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ก็มีผลต่อการส่งออกในอนาคตด้วย

    ไม่เพียงเท่านี้ ที่ประชุมกนง.ยังมองว่า ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐ มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า ที่ประเมินไว้ตามการลงทุนภาครัฐ ที่มีข้อจำกัดจาก พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่คาดว่าจะล่าช้า ประเด็นที่สำคัญ คือ เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มต่ำกว่า ขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จากราคาพลังงานที่ปรับลดลงเร็ว รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มชะลอลงตามแรงกดดัน ในฝั่งกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้เชื่อว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ กนง. ก็จะติดตามความเสี่ยงเรื่องการกีดกันทางการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีเพิ่มขึ้น

    ภาพรวมสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมติครั้งนี้ของกนง.ครั้งนี้ เนื่องจากเป็น การชั่งน้ำหนักระหว่างภาวะเศรษฐกิจ ที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดและต่ำกว่าระดับศักยภาพ กับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน แม้มองว่า ธปท.มีมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินแล้วในระดับหนึ่ง แต่ต้องติดตามการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นการขยายสินทรัพย์และความเชื่อมโยงภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ที่อาจประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และนั่นทำให้ในระยะต่อไปหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงและดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงินและมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน อาจจะถูกนำมาใช้มากขึ้น

    คลังปลื้มลดดอกเบี้ยส่งผลดี ศก.

    "ลวรณ แสงสนิท" ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% ของกนง.ครั้งนี้ นับว่าเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น ถือเป็นจิตวิทยาอีกด้านหนึ่งช่วยชะลอเงินทุนไหลเข้า ลดแรงกดดันต่อเงินบาทแข็งค่า โดยกระทรวงการคลังเตรียมประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในเร็วๆนี้ หลังจากไตรมาสแรก จีดีพีขยายตัว 2.8%

    ส่วนการอ่อนค่าของเงินหยวน กระทรวงการคลังยืนยันว่าจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเงินหยวนอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะจีนเป็นต่างชาติกลุ่มใหญ่เดินทางมาเที่ยวไทย ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมคนไทยเที่ยวไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย ขณะนี้ได้หารือกับหลาย หน่วยงานเตรียมพร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใกล้สรุป หลักเกณฑ์ทั้งหมดแล้วเพื่อดูแลทั้งภาคเกษตร ผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี คนมีรายได้ระดับกลาง โดยมีเงินทุนอัดฉีดประมาณ 1.7 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งคาดจะเสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาได้วันที่ 19 ส.ค.นี้

    หุ้นแบงก์โดนขาย สวนทางไฟแนนซ์&อสังหาฯ

    "ภากร ปีตธวัชชัย" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า กนง. มีเหตุผลเพียงพอที่จะใช้นโยบายด้านการเงิน เข้ามา เป็นเครื่องมือในการดูแลเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่า คณะกรรมการได้ประเมินปัจจัยต่างประเทศที่ ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยแล้ว โดยแนะนำนักลงทุน ให้ติดตามและศึกษาการลงทุนเป็น รายบริษัท รายอุตสาหกรรม และพิจารณาการลงทุนตามความสามารถในการทำกำไรของแต่ละบริษัท เพราะบริษัทจดทะเบียนไทยถือว่าแข็งแกร่งจากที่มีการประกอบกิจการในและต่างประเทศ รวมถึง เศรษฐกิจไทยไม่อ่อนแอ เพราะมีฐานะทางการเงิน และการคลังที่แข็งแกร่ง

    ขณะเดียวกันในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามเรื่องสงครามการค้าที่จะพัฒนาเป็นสงครามค่าเงินหรือไม่ หลังจากที่จีนลดค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลงเพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ที่จะเก็บภาษี สินค้านำเข้าจากจีนอีก 10% มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์และทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

    ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากมีมติประชุมกนง.ออกมานั้น ได้เกิดแรงซื้อเข้ามาในตลาดหุ้นจนดัชนีหลักทรัพย์สามารถขยับขึ้นไปแตะระดับ 1,680 ทันทีแม้หลังจากนั้นจะปรับตัวลดลงก็ตาม โดยสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือ แรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ตามความกังวลว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลต่อกำไรที่อาจจะน้อยกว่าประมาณการ ขณะที่กลุ่ม ไอซีที การเงิน กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้น

    เนื่องจากมติดังกล่าวของ กนง.ถือเป็น Positive Surprise ของตลาดหุ้นไทยเพราะจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ กับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกว้างขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าเม็ดเงินลงทุนจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้นโดยหุ้นกลุ่มที่เชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรงคือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนทั่วไป ประกอบกับราคาหุ้นในกลุ่มหลายตัวปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม อีกทั้งถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการปรับลดต้นทุนภาคธุรกิจ และภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ลดลง จึงเป็นปัจจัยหนุนต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

    ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์ที่ปล่อยกู้รายย่อย จะได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าวด้วย เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยจะสูงขึ้น พร้อมกันนี้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้หน่วยลงทุน Property Fund REIT รวมไปถึงหุ้น ที่เป็น High Dividend มีความน่าสนใจมากขึ้น ไม่เพียงเท่านี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งกลุ่มหุ้นได้ประโยชน์จะเป็น กลุ่มส่งออก ทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม

    อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มธนาคาร ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากนักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มนี้ซื้อขายในระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ถูกมากแล้ว จึงมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต.

    แบงก์ใหญ่อ่วมดอกเบี้ยลด กดดันรายได้ปรับตัวลง

    ภาพรวมกลุ่มแบงก์ได้รับผลกระทบ หลังกนง. ลดดอกเบี้ย เหตุกระทบรายได้ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ที่มีโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากคงที่สูง ขณะที่แบงก์กลาง-เล็กได้ปัจจัยบวก แต่ภาพรวมไม่กระทบความสามารถจ่ายปันผล อีกทั้งที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มนี้ยังราคาถูก ทำให้ยังน่าสนใจ

    มีการคาดการณ์ว่าหลังจาก คณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) ปรับอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% จะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากทุกธนาคาร จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง นั่นหมายถึงเรื่อง ดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยรับและ ส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิ (ดอกเบี้ยรับ-ดอกเบี้ยจ่าย) หรือ NIM มากขึ้น เนื่องจากมีสัดส่วนโครงสร้างอัตราดอกเบี้ย เงินฝากเป็นอัตราคงที่สูง

    ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลาง-ขนาดเล็ก มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่สูง และโครงสร้างดอกเบี้ยเงินฝากเพียงบางส่วนที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จึงเป็นบวกต่อ NIM แต่เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบศักยภาพ การจ่ายเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์ เพราะยังคงมีรายได้จากด้านอื่นเข้ามาทดแทน

    อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยดังกล่าวทำให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ถูกปรับลดลงมาให้ "น้อยกว่าตลาด" เนื่องจากประเมินว่าโดยภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยแวดล้อมยังไม่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น ส่วนระยะกลาง-ยาว ยังสามารถเข้าสะสมหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวได้เร็ว อาทิ BBL และ SCB

    นอกจากนี้ ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยังถูกมาก เทียบกับดัชนีที่ปรับเพิ่มขึ้นแต่ราคาหุ้น กลุ่มธนาคารเคลื่อนไหวอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อช่วงต้นปีที่ ผ่านมา ทำให้นักลงทุนสามารถทยอยสะสมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงไตรมาส 3-4 จะเข้าสู่ฤดูสินเชื่อ อีกทั้งรัฐบาลใหม่น่าจะผลักดันการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนให้สินเชื่อกลุ่มในปี 2563 ให้ โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง จะทำให้การจ่ายเงินปันผลมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น

    โดย บล.ฟินันเซียไซรัส ให้ความเห็นว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. จะกระทบต่อ NIM และกำไรของกลุ่มธนาคารไม่มากนัก เนื่องจากคาดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะไม่มีการปรับลด (เนื่องจากก่อนหน้าไม่ได้มีการปรับขึ้น อยู่แล้ว) ขณะที่แรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินน่าจะ ผ่อนคลายลง ในเชิงทฤษฎี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียว คาดว่าจะกระทบ NIM ราว 0.10% และกำไรสุทธิของกลุ่มราว 6% แต่ประเด็นสำคัญคือ Statement ของธปท. ที่ระบุถึงปัจจัยแวดล้อมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกว่าที่คาด ดังนั้นอาจเห็นการชะลอตัวของสินเชื่อเช่นกัน

    ทำให้ปรับลดคำแนะนำเป็น Neutral จากเดิม Overweight ในช่วงสั้น โดยนักลงทุนน่าจะพิจารณาลงทุนในธนาคารขนาดเล็กก่อนเพราะจะได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง แนะนำ TISCO (ราคาเหมาะสม 105 บาท) และ TCAP (ราคาเหมาะสม 60 บาท) ส่วนกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ขาดปัจจัยเป็นบวกจากภาพเศรษฐกิจ ทำให้ขาด Catalyst มีเพียงมูลค่าหุ้นที่ลงมาซื้อขายในระดับราคาที่ไม่แพงและมีความน่าสนใจเชิงมูลค่า ซึ่งภาพรวมแนะนำ KBANK (ราคาเหมาะสมที่ 212 บาท) และ SCB (ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 152 บาท).

    กลุ่มอสังหาฯต้นทุนลด แถมลูกค้ากาลังซื้อเพิ่ม

    หุ้นอสังหาฯรับอานิสงส์ดอกเบี้ยนโยบายลด เพิ่มกำลังซื้อผู้บริโภคซื้อที่อยู่อาศัยหลังต้นทุนถูกลง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการ ภาพรวม ครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัวหลังที่ผ่านมาเกณฑ์ LTV แบงก์ชาติทำพิษ ส่วนอนาคตเติบโตตามการเปิดตัวโครงการใหม่ และแผนการโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่จำนวนมาก

    การลดดอกเบี้ยของกนง.คาดว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มอสังหาฯ เพราะจะช่วยกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุน การกู้เงินซื้อบ้านของประชาชนจะปรับตัวลดลง ขณะที่ในส่วนของต้นทุนทำโครงการของผู้ประกอบการอสังหาฯจะปรับตัวลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มอสังหาฯน่าจะค่อยๆ ปรับตัว ดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้

    นั่นทำให้โดยรวม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของ กนง. ถือเป็น Positive Surprise ของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ กับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกว้างขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าเม็ดเงินลงทุนจะไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมาราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หลายตัวปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม เช่น LH ราคาเหมาะสมที่ 13.60 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 7%, QH ราคาเหมาะสมที่ 4.10 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 7%, และ ORI ราคาเหมาะสมที่ 20.50 บาท

    ส่วนแนวโน้ม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ช่วงต่อจากนี้ บล. ฟินันเซียไซรัส ประเมินว่า ภาพรวมอสังหาฯมีทิศทางชะลอตัว สะท้อนยอด Presales ในไตรมาส 2/62 คาดทำได้เพียงทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และหดตัว 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สวนทางกับการเปิดโครงการใหม่ที่เร่งขึ้น 105% เนื่องจากผล กระทบของการเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ตั้งแต่ 1 เม.ย.นั้น โดยเฉพาะคอนโดฯ อีกทั้ง ที่ผ่านมามีวันหยุดจำนวนมาก รวมถึงผลของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค

    จากข้อมูลดังกล่าวทำให้คาดว่า ยอด Presales ในครึ่งปีแรกของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะอ่อนตัว 17% คิดเป็น 39% ของเป้าทั้งปีที่ 2.8 แสนล้านบาท แต่ประเมินว่า AP, ORI และ PSH มียอด Presales ครึ่งแรก แกร่งที่สุดในกลุ่ม คิดเป็น 53%, 46% และ 43% ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 39% ของเป้าทั้งปี เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมที่ได้รับการ ตอบรับดี ทำยอดขายได้ 70-100% จากผลิตภัณฑ์ที่เน้นความต้องการอยู่จริง ในราคาเข้าถึงได้ บนทำเลที่มีศักยภาพ

    แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ทำยอดขายครึ่งปีแรกได้เพียง 20-40% ทำให้มีความเสี่ยงต่อการปรับลดเป้าหมายยอดขาย และแผนการเปิดโครงการใหม่ของปีนี้ หลังประกาศงบไตรมาส 2/62 ออกมา เพราะบริษัทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่นั่นทำให้ประเมินว่า LH จะทำกำไรปกติไตรมาส 2/62 แกร่งที่สุด แม้คาดลดลง 23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เติบโตได้ 4% จากไตรมาสก่อนหน้า เทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นที่หดตัว ส่วน AP คาดกำไรไตรมาส 2/62 จะอ่อนแอที่สุด หดตัว 56%

    พร้อมกันนี้ มองว่าภาพรวมผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/62 และจะดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ จากปรับตัวของทั้งลูกค้าและผู้ประกอบการต่อเกณฑ์ LTV ใหม่ รวมถึงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล นอกจากนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว คิดเป็น 63% ของแผนทั้งปี

    โดยสิ่งที่จะได้เห็นจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ต่อจากนี้คือ การเติบโตตามการเปิดตัวโครงการใหม่ และแผนการโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่จำนวนมาก บน Backlog ปัจจุบันที่รองรับประมาณการยอดโอนทั้งปีแล้วเฉลี่ย 60% นั่นหมายถึงโมเมนตัมกำไรของหุ้นในกลุ่มนี้จะฟื้นตัวในไตรมาส 3/62 และทำระดับสูงสุดของปีในไตรมาสสุดท้าย

    อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการต้องออกแคมเปญการตลาดในรูปแบบลดแลก แจกแถม และข้อเสนอพิเศษทางการเงินร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อกระตุ้นยอดขาย อาจกดดันค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้น รวมถึงยอดปฏิเสธ สินเชื่อที่ทรงตัวสูง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่าง

    "คงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" สำหรับกลุ่มอสังหาฯ และแนะนำเลือกลงทุนหุ้นปลอดภัยอย่าง LH จากทั้งแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่ากลุ่ม และความน่าสนใจในฐานะหุ้นปันผลเด่น คาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 2.7% ส่วนทั้งปี คาด 6.8% รวมถึงโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมี Upside Risk จากแผนการขายโรงแรม Grande Centre Point Sukhumvit 55 เข้า REIT ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้"


    ทั้งนี้ แม้จุดเด่นของหุ้นกลุ่มนี้คือ ราคาหุ้นซื้อขายบน P/E 2562-2563 ต่ำเพียง 7.8 เท่า และจ่ายปันผลสูง 6-7% ต่อปี แต่ราคาหุ้น ปรับขึ้นเฉลี่ย +16% ทำให้หุ้นหลายตัวมี Upside จำกัด นอกจากนี้ ระยะสั้น อาจถูกกดดันจากกำไรไตรมาส 2/62 ที่อ่อนแอ รวมถึงมี ความเสี่ยงในการปรับลดเป้าหมายยอดขาย และแผนการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสปรับประมาณการปีนี้ลง เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำรอเข้าลงทุนหลังประกาศงบแล้วเสร็จ.


    Source: ผู้จัดการ 360 องศา


    ttps://www.facebook.com/277100888976077/photos/a.277108098975356/2709170045769137?type=3&sfns=mo
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    The Big Wobble

    (scopex) นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้รับเงินทุนโดย bill gates กำลังวางแผนที่จะพ่นฝุ่นหลายล้านตันเข้าไปในบรรยากาศเพื่อหยุดโลกร้อน


     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    ในพื้นที่ของ tarnow, โปแลนด์เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม! รายงาน: wiesława procak & andrzej marmot / ภัยพิบัติในโปแลนด์และรอบโลก


     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    ลูกเห็บขนาดใหญ่ใกล้ brzesko, โปแลนด์เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม! รายงาน: iwona ladon / ภัยพิบัติในโปแลนด์และในโลก


     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    IMG_4026.JPG
    ผ่ายุโรปวันนี้ (เฉพาะในอุณหภูมิแน่นอน) ครึ่งทางตอนเหนือด้านหลังของแนวเขตแดนยาว (long frontal boundary) นั้นมีอากาศเย็นและอากาศเย็นสบาย S และ SE ยุโรปอยู่ในอากาศร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 30 ° C แม้ในตอนเช้า! แผนที่: @meteociel


    Split Europe today (only in temperatures, of course). The northern half, behind the long frontal boundary is getting cold air advection and quite cool weather. S and SE Europe is in warm air advection, approaching 30 °C even in the morning! Map: @meteociel


     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    งดงาม #supercell เหนือ bagnolo mella (bs) อิตาลีเหนือเมื่อวานนี้วันที่ 12 สิงหาคม! รายงาน: emanuele lancelli / MeteoNetwork


     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    พบฟ้าผ่ากว่า 300,000 ครั้ง ทั่วทั้งยุโรป - จากแถบเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงใกล้กับแถบอาร์กติก ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ตามแนวเขตแดนด้านหน้าจาก SE France ไปยังเบลารุสซึ่งพายุยังคงดำเนินต่อไป แผนที่: @blitzortung_org


     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    ไฟไหม้ขนาดใหญ่กำลังดำเนินการใน N-CNTRL Evia, ประเทศกรีซ ในวันที่ 13 สิงหาคม รายงาน: พยากรณ์อากาศกรีซ


     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Severe Weather Europe

    อีกมุมมองหนึ่งของวันที่ 9 สิงหาคม 2019 อัมสเตอร์ดัม ทอร์นาโดเนเธอร์แลนด์! วิดีโอ: วิดีโอ Sergio Gonzales / Tornado


     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    ไม่ต้องสงสัยทำไมทอง วิ่งขึ้นไม่ยอมเหนื่อยเหมือนไปกินยาบ้ามา นักลงทุน เทขายหุ้นแดงทุกตลาด โยกเงินไปใส่ทอง

    Cr : Eraly Trend Trader Ett
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Setiawan

    สะพาน Bijapur Solapur Takali ทรุดตัวลงมาใน รัฐมหาราษฏระประเทศอินเดีย ในวันที่ 13 สิงหาคม 2019

     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    Setiawan

    ไฟไหม้ขนาดใหญ่ระอุ บน Evia, หมู่บ้านพร้อมสำหรับการอพยพ ประเทศ

    กรีซ ในวันที่ 13 สิงหาคม 2562


    เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เวลา 3 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นในวันอังคารที่ Evia ตอนกลางของกรีซ (Euboea)


    ไฟไหม้ป่าหนาทึบที่มีสัตว์ป่ามากมายและได้รับการคุ้มครองโดยเครือข่าย Natura 2000 ของสหภาพยุโรป


    ไฟตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Agrilitsa ระหว่างหมู่บ้าน Kontodespoti และ Makrymalli พื้นที่ทั้งหมดเป็นของเทศบาล Dirfys - Messapia

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    62,165
    ค่าพลัง:
    +35,354
    กรมชลฯ เผยอีก 20 ปีทั่วโลกขาดน้ำ
    750x422_843565_1565588890.jpg
    12 สิงหาคม 2562

    กรมชลฯ เผย อีก20ปี คนทั่วโลกขาดน้ำ เตรียมรับมือน้อมนำศาสตร์พระราชาไว้ในยุทธศาสตร์น้ำ20ปี ตามแนวพระราชดำริใช้ทรัพยากรน้ำอย่างฉลาด
    เมื่อวันที่ 12 ส.ค.62 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานและเลขาธิการ Thai National Committee on Irrigation and Drainage : THAICID เปิดเผยภายหลังการประชุมวิชาการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไทย ได้ดำเนินการสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว เพื่อมาสร้างพลังงานให้ฐานเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องน้ำที่ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นลำดับต้นๆ ทรงมีพระราชดำริให้ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างฉลาด คุ้มค่า ไม่ใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองโดยไร้ประโยชน์ จนก่อเกิดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่อันเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำความเจริญให้ประเทศ จนมาถึงสมัยรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานและมีความตั้งใจอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อจะสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 อันจะเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน

    ทั้งนี้ กรมชลประทานน้อมนำแนวคิดของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้จัดทำยุทธศาสตร์กรมชลประ ทาน 20 ปี ซึ่งจะสอดคลองกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรฯ โดยให้ความสำคัญกับทรัพยากรน้ำที่เป็นอาวุธสำคัญในกระบวนการผลิตอาหารและพลังงาน ภายใต้นโยบายส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งแหล่งน้ำชุมชน รวมถึงทะเล นโยบายแก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ นโยบายพัฒนาจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ให้ใช้หมุนเวียนเพื่อให้การใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เป็นต้น เป้าหมายเพื่อให้ชาติมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

    รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า จะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประชากรเพิ่มขึ้น การใช้น้ำมากขึ้น ขณะที่น้ำเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ภายในปี 2579 กรมชลประทานได้กำหนดทิศทางการทำงานด้านบริหารจัดการน้ำในประเทศครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เพื่อจะเพิ่มผลผลิตของน้ำทั้งระบบให้ทัดเทียมระดับสากล การนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและใช้น้ำทุกภาคส่วน เพิ่มการกักเก็บน้ำในพื้นที่การจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พร้อมทีมวิเคราะห์ข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย นวัตกรรมใหม่มาใช้บริหารจัดการน้ำ ลดความซ้ำซ้อน การพัฒนาความมั่นคงของน้ำ พลังงานและการเกษตร โดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การดำเนินยุทธศาสตร์ที่กล่าวมาทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศให้มากที่สุด

    “ผู้แทนหลายประเทศที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น ผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft fur Internationale Zusammenarbeit : GIZ) ผู้แทนจากโครงการความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย รวมทั้งผู้แทนจากประเทศไทย เห็นตรงกันว่าจะใช้น้ำให้เกิดคุณค่าสูงสุดได้อย่างไร รวมทั้งการใช้นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เตรียมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เช่น ฝนไม่ตกในฤดูฝน จะรับมือกับภาวะวิกฤตินี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์เดียวกับประเทศไทย อย่างไรก็ดี การประชุมวิชาการฯครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการน้ำ ได้รับองค์ความรู้ที่หลากหลายผสมผสานจากหลายภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญเดียวกันคือ ส่งเสริมความสัมพันธ์ของน้ำ พลังงาน และอาหาร” นายเฉลิมเกียรติกล่าว

    https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/843565
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 สิงหาคม 2019

แชร์หน้านี้

Loading...