ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    WHO ประกาศ 'อเมริกาใต้'
    กลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของโรคระบาดใหญ่โควิด-19
    .
    อเมริกาใต้กลายเป็น "ศูนย์กลางแห่งใหม่" ของโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) จากคำประกาศขององค์การอนามัยโลกในวันศุกร์(22พ.ค.) หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก
    .
    "ในทางทฤษฎี อเมริกาใต้ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของโรคระบาด เราพบเห็นหลายประเทศในอเมริกาใต้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก(WHO) กล่าวระหว่างแถลงข่าว "ชัดเจนว่ามีความกังวลในทุกประเทศของอเมริกาใต้ แต่ชัดเจนว่า ณ ตอนนี้บราซิลเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด"
    .
    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/around/detail/9630000053659
    #mgronline #องค์การอนามัยโลก #WHO #อเมริกาใต้ #ศูนย์กลางแห่งใหม่ #โรคระบาดใหญ่ #ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ #โควิด-19

     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    การบินไทยหมดเครดิต! 2 รพ.เอกชน งดรับใบส่งตัวรักษา
    .
    ส่ง “การบินไทย” เข้าแผนฟื้นฟู กระทบหนัก ล่าสุด 2 โรงพยาบาลเอกชนแจ้งงดรับส่งตัวรักษาพนักงานการบินไทยแล้ว
    .
    รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 พ.ค.เห็นชอบให้บริษัท การบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ภายใต้คำสั่งศาลทันทีและเห็นชอบให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นให้ต่ำกว่า 50% ซึ่งจะทำให้บริษัท การบินไทย พ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยเด็ดขาดนั้น ล่าสุดได้มีผลกระทบต่อพนักงานการบินไทยแล้ว
    .
    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/business/detail/9630000053557
    #mgronline #การบินไทย #หมดเครดิต #โรงพยาบาลเอกชน #งดรับใบส่งตัวรักษา

     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ผู้ชุมนุมฮ่องกงเป่านกหวีดรวมพล
    ประท้วง “กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่”
    .
    กลุ่มสื่อต่างชาติ รายงาน (22 พ.ค.) นักเคลื่อนไหวในฮ่องกงเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมร่วมแสดงพลังต่อต้าน “กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่” ในวันศุกร์ (22 พ.ค.)
    .
    รายงานระบุว่า สภาประชาชนแห่งชาติจะพิจารณาออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และจะเป็น "จุดจบ" ของฮ่องกง
    .
    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/china/detail/9630000053351
    #mgronline #ผู้ชุมนุมฮ่องกง #รวมพล #ประท้วง #กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่

     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    “บิดาแห่งหน้ากากอนามัย N95”
    ‘ปีเตอร์ ไช่’ เบรกชีวิตเกษียณ
    โดดลงสนามต่อสู้โควิด-19!!

    MGR ONLINE/เอเจนซีส์--ปีเตอร์ ไช่ ชาวไต้หวัน-อเมริกัน นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นพัฒนาหน้ากากอนามัย N95 เพิ่งเกษียณเมื่อปีที่แล้ว ไม่ทันไรก็ต้องคืนสังเวียนกลับมาทำงานวิจัยพัฒนาประสิทธิภาพหน้ากากอนามัยเพื่อช่วยชาวโลกต่อสู้สงครามเชื้อโรคระบาดโควิด-19

    ขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ระบาดใหญ่และแผ่ลามไปทั่วโลก บรรดาสถาบันการวิจัยและบริษัทในภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ย่อมต้องการตัวผู้เชี่ยวชาญมือดีที่เคยสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/china/detail/9630000053417

    #ปีเตอร์ไช่ #N95

     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    เวียดนามคุก รมช.กลาโหม!!
    ฐานให้เอกชนครองที่ดินทัพเรือ
    ทำรัฐเสียประโยชน์เกือบ 50 ปี

    รอยเตอร์ - ศาลทหารเวียดนามตัดสินจำคุกอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมเป็นเวลา 4 ปี จากข้อกล่าวหาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทหาร 3 แปลงในนครโฮจิมินห์ ที่กองทัพเรือเป็นผู้ดูแลจัดการให้นักลงทุนเอกชนถือครองอย่างผิดกฎหมาย

    สื่อทางการระบุว่า พลเรือเอกเหวียน วัน เฮียน อายุ 65 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดจากการขาดความรับผิดชอบด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 7,300 ตารางเมตร เป็นเวลา 45-49 ปี เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน

    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/indochina/detail/9630000053413

    #เวียดนาม #ปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    เตรียมขอตัว “อดีตทหารสหรัฐฯ”
    ช่วยอดีตซีอีโอนิสสันหลบหนี กลับมาดำเนินคดีที่ญี่ปุ่น

    เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - อัยการญี่ปุ่นแถลงวันนี้ (21 พ.ค.) จะยื่นขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากสหรัฐฯให้ส่ง ไมเคิล เทย์เลอร์ (Michael Taylor) อดีตทหารรบพิเศษกรีนเบอเรต์สหรัฐฯ และบุตรชาย ปีเตอร์ (Peter) ที่ถูกจับในวันพุธ (20) ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ให้กลับมาดำเนินคดีที่ญี่ปุ่น จากข้อหาช่วยให้อดีตซีอีโอใหญ่นิสสัน คาร์ลอส กอส์น (Calos Ghosn) ออกนอกประเทศ

    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/around/detail/9630000053230

    #ญี่ปุ่น #คาร์ลอสกอส์น #CalosGhosn #nissan #นิสสัน #ทหารรับจ้าง #เลบานอน #กรีนเบอเรต์

     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ปักกิ่งขู่ตอบโต้หากสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกม.
    เปิดทางคว่ำบาตรจีนประเด็นโควิด-19

    เอเอฟพี - ปักกิ่งจะตอบโต้หากว่าสภาคองเกรสของสหัรฐฯผ่านร่างกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งหาทางคว่ำบาตรจีน เกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) จากการเปิดเผยของโฆษกรัฐสภาแดนมังกรในวันพฤหัสบดี(21พ.ค.)

    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/around/detail/9630000053238

    #จีน #สงครามการค้าจีน_สหรัฐฯ #สหรัฐฯ

     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ‘ทรัมป์’ และ ‘ไบเดน’ ขี่กระแส ‘อเมริกันชนไม่ชอบจีน’
    เพื่อชนะเลือกตั้งปลายปีนี้

    ชาวอเมริกันเวลานี้กำลังมีความรู้สึกเป็นปรปักษ์กับจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ และทั้ง 2 พรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นรีพับลิกัน หรือเดโมแครต ต่างพยายามฉวยคว้าหล่อเลี้ยงมู้ดของมวลชนเช่นนี้มาสร้างความได้เปรียบให้ตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 นักการเมืองซึ่งน่าจะกลายเป็นตัวแทนของพรรคทั้งสอง เข้าชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในการเลือกตั้งต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ โจ ไบเดน

    อ่านต่อ>>https://mgronline.com/around/detail/9630000053271

    ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน ที่กระทำโดยศูนย์กลางวิจัย พิว รีเสิร์ช เซนเตอร์ (Pew Research Center ) ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (https://www.pewresearch.org/global/...reasingly-negative-amid-coronavirus-outbreak/) เปิดเผยให้เห็นว่า “ประมาณกันอย่างหยาบๆ ประมาณสองในสามของอเมริกันชนเวลานี้บอกว่า พวกเขามีความคิดเห็นในทางไม่ชอบประเทศจีน ถือเป็นเปอร์เซ็นต์ความรู้สึกลบต่อประเทศนี้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ที่สถาบันแห่งนี้เริ่มต้นถามคำถามนี้ในปี 2005 และเพิ่มขึ้นเกือบๆ 20 เปอร์เซนต์นับตั้งแต่คณะบริหารทรัมป์เริ่มบริหาร” ปกครองสหรัฐฯ ในปี 2017

    “มีเพียงราว 1 ใน 4” ของอเมริกันชนซึ่งสำรวจโดยพิว ที่บอกว่า “มีทัศนคติในทางชื่นชอบ” ประเทศจีน

    จุดที่สำคัญมากก็คือ “ในกลุ่มประชากรต่างๆ หลากหลายทั่วไปหมด มีทัศนะเชิงลบต่อจีนเป็นจำนวนมาก” เป็นต้นว่า ผลการสำรวจครั้งนี้พบว่าผู้คนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะมองจีนในแง่บวกมากกว่าอเมริกันชนซึ่งอายุมากกว่า เวลานี้กลับมีทัศนะเชิงลบต่อประเทศนี้กันสูงขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่จะมองจีนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯยิ่งกว่าในปีก่อนๆ ขณะเดียวกัน อเมริกันชนในกลุ่มอายุมากกว่า ยังคงมีจุดยืนแง่ลบยิ่งกว่าเพื่อนร่วมชาติซึ่งอายุน้อยกว่าของพวกตน ในแง่มุมด้านต่างๆ แทบทั้งหมดของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

    ประมาณกันอย่างหยาบๆ ได้ว่า 6 ใน 10 ของผู้ที่แสดงตัวเป็นชาวพรรคเดโมแครต รวมทั้งพวกความคิดเห็นอิสระที่เอนเอียงไปทางเดโมแครต ... และ 7 ใน 10 ของผู้ที่แสดงตัวเป็นชาวรีพับลิกัน รวมทั้งพวกความคิดเห็นอิสระที่เอนเอียงไปทางรีพับลิกัน ... ต่างมีทัศนะไปในทางไม่ชื่นชอบจีน” ตามรายงานผลการสำรวจของ พิว

    ในทางกลับกัน รายงานผลการสำรวจครั้งนี้ของพิว กล่าวต่อไปด้วยว่า “เวลานี้มีชาวอเมริกันเพิ่มมากขึ้นที่มองเห็นว่า สหรัฐฯเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจผู้นำหน้ากว่าใครเพื่อนของโลก ซึ่งถือว่าสูงกว่าการสำรวจครั้งใดๆ ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา” และ “เชื่อกันอย่างมากมายท่วมท้นเช่นกันว่าประเทศของพวกเขาเป็นผู้นำในด้านการทหารของโลก และเชื่ออีกว่าโลกนี้ดีขึ้นด้วยการมีสหรัฐฯเป็นผู้นำ เมื่อเปรียบเทียบกับการให้จีนเป็นผู้นำ”

    การที่ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ เที่ยวโจมตีจีนในเรื่องโควิด-19 กระทั่งร่วมเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าไวรัสโคโรนานี้ออกมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่น แบบไม่เกรงอกเกรงใจพวกนักวิทยาศาสตร์ในโลกรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน และกระทั่งหน่วยงานข่าวกรองอเมริกันเองถูกตีความว่าเป็นความพยายามของประมุขสหรัฐฯ ที่จะโบ้ยความผิดไปที่คนอื่น เพื่อหันเหความสนใจจากความผิดพลาดบกพร่องของคณะบริหารทรัมป์เอง ในเรื่องการรับมือจัดการกับโรคระบาดนี้ในสหรัฐฯ จนทำให้อเมริกากลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก และมีผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดเนี้สูงที่สุดในโลก

    อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเอาเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของอเมริกันชนมาพิจารณาด้วย คำอธิบายที่ดูจะรอบด้านมากกว่าก็คือ ทรัมป์กำลังใช้การโจมตีจีน ทั้งเพื่อเบนความสนใจให้ออกจากความผิดพลาดร้ายแรงของตนเอง และทั้งมุ่งขี่กระแสเป็นปรปักษ์กับจีนเพื่อเรียกคะแนนเสียง

    แล้วไม่เพียงเฉพาะทรัมป์ และพรรครีพับลิกันเท่านั้น ค่ายเดโมแครตของไบเดนก็กำลังวางแผนหาประโยชน์จากมู้ดของอเมริกันชนในเรื่องนี้

    ในรายงานพิเศษชิ้นหนึ่งเมื่อเร็วๆ ของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งได้ไปสัมภาษณ์ เจค ซุลลิแวน (Jake Sullivan) ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน เขาเปิดเผยว่าทีมรณรงค์หาเสียงของไบเดนกำลังเตรียมตัวที่จะเปิดเผยนโยบายต่างๆ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่า คณะบริหารในอนาคตของไบเดน จะรับมือและจัดการกับจีนได้ดีกว่าทรัมป์ รวมทั้งจะแสดงให้เห็นด้วยว่าทรัมป์นั้นอ่อนปวกเปียกอย่างไรบ้างในการต่อสู้กับคู่แข่งระดับท็อปทั้งในทางภูมิรัฐศาสตร์และในทางเศรษฐกิจของอเมริการายนี้

    “ท่านรองประธานาธิบดีมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ 2 อย่าง ได้แก่ การทำให้ทรัมป์ต้องแสดงความรับผิดสำหรับความล้มเหลวชุดใหญ่ในเรื่องการติดต่อสัมพันธ์กับจีนของเขาซึ่งกำลังก่อให้เกิดความวิบัติหายนะ และอีกอย่างหนึ่งคือการชี้ให้เห็นว่าทรัมป์พูดจาแข็งกร้าวแต่การกระทำกลับอ่อนปวก โดยมีช่องว่างอย่างใหญ่โตมโหฬารระหว่างคำพูดกับการกระทำของเขา” ซุลลิแวนบอก ทั้งนี้เขาเป็นหนึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่คณะบริหารโอบามาหลายๆ คนซึ่งเวลานี้มาอยู่ในทีมนโยบายการต่างประเทศของไบเดน ขณะที่ไบเดนรับตำแหน่งหมายเลข 2 ของประธานาธิบดีบารัค โอบามาตลอดระยะเวลา 8 ปี

    ว่าเฉพาะเรื่องไวรัสโคโรนา ซุลลิแวนเผยว่า ไบเดนจะวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ไม่หยุดยั้ง ในเรื่องที่ทรัมป์ได้เคยกล่าวชมเชยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้ทั่วโลกบังเกิดความกังวลว่าผู้นำมังกรขาดไร้ความโปร่งใสในเรื่องความร้ายแรงของวิกฤตการณ์ครั้งนี้

    เกี่ยวกับการสร้างพันธมิตรทั่วโลก ทีมงานของไบเดนจะมุ่งชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์กำลังกลายเป็นผู้ช่วยเหลือจีน ด้วยการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ที่สหรัฐฯ มีอยู่กับพวกชาติพันธมิตรเก่าแก่แต่ไหนแต่ไรมาของตน รวมทั้งยังกำลังลดทอนบทบาทและอิทธิพลของอเมริกาซึ่งมีอยู่ในพวกสถาบันระหว่างประเทศแห่งต่างๆ

    สำหรับสงครามการค้ากับจีนที่ดำเนินมาเป็นปีๆ แล้ว ทีมรณรงค์หาเสียงของไบเดนจะเน้นย้ำข้อโต้แย้งของฝ่ายตนที่ว่า สิ่งที่ทรัมป์ทำอยู่ มีแต่ทำให้อเมริกันชนต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น ขณะที่แทบไม่ได้รับอะไรตอบแทนกลับคืนมา

    “เป็นเรื่องดีอยู่หรอกที่ท่านประธานาธิบดีต้องการที่จะผลักดันให้จีนยอมดำเนินการเปลี่ยนแปลง” ซุลลิแวน กล่าว “แต่สิ่งที่คุณจะถูกวิ นิจฉัยตัดสินนั้น ไม่ใช่เรื่องการผลักดันหรอกนะ แต่ต้องดูที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรแค่ไหน”

    ถึงแม้ยังอีกหลายเดือนกว่าถึงวันเลือกตั้ง 3 พฤษจิกายน แต่เวลานี้ผู้สมัครทั้งสองก็กำลังใช้เงินกันเป็นล้านๆ ดอลลาร์แล้วในการโฆษณาหาเสียงซึ่งพุ่งเป้าโจมตีประวัติและผลงานเกี่ยวกับจีนของอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้มันกลายเป็นจุดโฟกัสจุดหนึ่งของการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไปอย่างรวดเร็ว

    ทีมหาเสียงของทรัมป์ยืนยันว่า ไบเดนจะไม่สามารถแข็งกร้าวเหนียวแน่นกับจีนได้เท่ากับทรัมป์ ในอีเมลที่ส่งถึงพวกผู้สนับสนุนของเขาเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ทีมรณรงค์ของประธานาธิบดีสังกัดพรรครีพับลิกันผู้นี้ ได้เรียกไบเดนว่าเป็น “ผู้สมัครที่รักชอบจีน” (China-loving candidate)

    “โจ ไบเดน มีประวัติและผลงานที่เลวร้ายมากในเรื่องเกี่ยวกับจีน คอยแต่เอาอกพอใจจีนเรี่อยมาตลอดเวลา 4 ทศวรรษที่เขาอยู่ในวอชิงตัน” ซาราห์ แมตทิวส์ (Sarah Matthews) โฆษกทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ กล่าวถึงไบเดน ซึ่งก่อนเป็นรองประธานาธิบดี ก็เป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ อยู่หลายสมัย

    “ท่านประธานาธิบดีทรัมป์นั้นจะกดดันเรียกร้องเสมอมาให้จีนต้องรับผิดสำหรับการกระทำของพวกเขา แต่ ปักกิ่งไบเดน (Beijing Biden ฉายาที่ทรัมป์และทีมงานตั้งขึ้นมาเพื่อใช้โจมตีไบเดน) นั้นไม่สามารถไว้วางใจได้เลยจริงๆ ในเรื่องการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของอเมริกา” เธอกล่าวต่อ

    ไม่เพียงเรื่องไวรัสโคโรนา ช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังๆ นี้ ทรัมป์ยังเพิ่มความเข้มข้นในการวิพากษ์วิจารณ์ปักกิ่งในเรื่องอื่นๆ รวมทั้งข่มขู่จะใช้มาตรการขึ้นภาษีรอบใหม่ หรือถึงขั้นตัดสัมพันธ์กันเลย ขณะที่พวกเจ้าหน้าที่ของเขากำลังพิจารณามาตรการในการลงโทษหลังจากกล่าวหาปักกิ่งต้องรับผิดชอบเรื่องโควิด-19 ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออกกฎระเบียบใหม่ซึ่งมุ่งบีบคั้น หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ อย่างสาหัส

    “ปล่อยให้เกิดสุญญากาศ”

    แทนที่จะใช้วิธีการแบบอเมริกา-โดดๆ เดียวดาย เท่านั้นที่ต่อสู้กับจีน อย่างที่ทรัมป์กระทำอยู่ ไบเดนจะทำงานร่วมกับพวกประเทศที่มีความคิดเห็นทำนองเดียวกัน ในการกดดันประเทศเจ้าของเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก, เพิ่มความเข้มแข็งในเรื่องการจำกัดการถ่ายโอนเทคโนโลยี และยกระดับประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนให้ขึ้นสู่ระดับสูงสุด ซุลลิแวน บอก

    ชาวพรรคเดโมแครตกำลังเชื่อกันว่า เป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบแหลมในการทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นการลงประชามติตัดสินเรื่องผลงานเกี่ยวกับจีนของทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อพวกผู้ลงคะแนนที่เป็นพวกอิสระไม่ฝักใฝ่พรรคใดเป็นพิเศษ จะเป็นพวกที่ทรงความสำคัญยิ่งยวด ในการชิงชัยครั้งนี้ซึ่งผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคน่าจะได้คะแนนคู่คี่กันมากๆ

    ทั้งนี้ ผลโพลของรอยเตอร์/อิปซอส (Reuters/Ipsos) ที่สำรวจความความคิดเห็นของชาวอเมริกันระหว่างวันที่ 15 ถึง 21 เมษายน แสดงให้เห็นว่า 52% ของผู้ที่บอกว่าตนเป็นพวกอิสระ ไมพอใจการรับมือกับจีนของทรัมป์ เปรียบเทียบกับที่มี 33% ซึ่งพอใจ

    อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางคนและผู้เชี่ยวชาญนโยบายเรื่องจีนบางรายที่เห็นว่า ในที่สุดแล้วไบเดนยังจำเป็นที่จะต้องเสนอวิสัยทัศน์ซึ่งมีรายละเอียดแจกแจงในเรื่องที่ว่าเขาจะทำให้ดีกว่าทรัมป์ในอย่างไรในเรื่องเกี่ยวกับจีน อันเป็นภารกิจซึ่งเห็นกันว่าออกจะยุ่งยากซับซ้อนสืบเนื่องจากมรดกนโยบายจีนในยุคคณะบริหารโอบามา-ไบเดน

    บอนนี แกลเซอร์ (Bonnie Glaser) ผู้อำนวยการของโครงการ ไชน่า พาวเวอร์ (China Power Project) ที่ ศูนย์กลางเพื่อยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา (Center for Strategic and International Studies) คลังสมองด้านนโยบายการต่างประเทศชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ชี้ว่า พวกผู้นำจีนเคยพึงพอใจและคาดหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการโอนอ่อนของคณะบริหารโอบามา-ไบเดน สืบเนื่องจากการที่คณะบริหารดังกล่าวยืนยันเรื่อยมาว่า ประเด็นปัญหาสำคัญๆ ระดับโลกจะไม่สามารถแก้ไขคลี่คลายได้ถ้าหากปราศจากความช่วยเหลือของฝ่ายจีน

    เธอเรียกร้องต่อไปว่า คณะบริหารไบเดนหากจะเกิดขึ้นมาในอนาคต จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังอย่าไป “จมปลัก” อยู่ในการสนทนาทางการเมืองกับปักกิ่ง

    นอกจากนั้นแล้ว ไบเดนยังทำให้ประชาคมนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯพากันขมวดคิ้วด้วยความกังขาเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เขาพูดแบบไม่ค่อยให้ราคาแก่ความสามารถของจีนในการแข่งขันชิงชัยกับสหรัฐฯ

    ทางด้านซุลลิแวนยอมรับว่า การทำให้พวกชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ แสดงความร่วมมือร่วมใจกับอเมริกาในการเผชิญหน้าจีนนั้น จะไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายดายแน่นอน แต่เขายังคงกล่าวปกป้องการที่ไบเดนยืนยนว่าจะต้องใช้วิธีการแบบพหุภาคีในการจัดการกับจีน โดยระบุว่า มันเป็นการใช้ “คำพูดที่อ่อนโยน” แต่ “ไม่ใช่นโยบายที่อ่อนปวก”

    การรวมเอาพวกชาติเศรษฐกิจตลาดก้าวหน้าทั้งหลายมาบีบคั้นจีน ย่อมจะเป็น “เรื่องดีกว่าเยอะแยะมากมายนัก กับการมีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นซึ่งเลือกที่จะพยายามต่อสู้ทำสงครามการค้ากับจีนทั้งหมดทั้งสิ้นด้วยตัวเราเอง” เขากล่าวต่อ

    เขาบอกด้วยว่า ไบเดนยังจะพิจารณาเรื่องการขยายเพิ่มเติมข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้จีน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเทคโนโลยีซึ่งจีนนำไปใช้เพื่อช่วยให้สามารถกักกันผู้คนที่ส่วนใหญ่คือชาวมุสลิมชาติพันธุ์อุยกูร์จำนวน 1 ล้านคนหรือกว่านั้นในแคว้นซินเจียง โดยนี่จะถือเป็นประเด็นปัญหาหนึ่งซึ่งไบเดนจะหยิบยกขึ้นมาพูดกับสีโดยตรง

    ซุลลิแวนบอกว่า ไบเดนยังจะเพิ่มการให้เงินทุนสนับสนุนเพื่อ นวัตกรรม, การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกัน พร้อมกับระบุว่าคณะบริหารทรัมป์ได้ยินยอมอ่อนข้อแก่จีนในการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    “พูดกันจริงๆ แล้ว ทรัมป์กำลังปล่อยให้เกิดสุญญากาศที่ให้จีนเข้ามาเติมเต็มได้” ซุลลิแวนบอก “เวลานี้คุณกำลังได้ใครคนหนึ่งในห้องทำงานรูปไข่ (ของทำเนียบขาว) ผู้ซึ่งติดแน่นอยู่กับพวกเหล็กกล้า, ถ่านหิน, และเรือประจันบาน แทนที่จะเป็นเรื่อง ควอนตัมคอมพิวเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์, และเทคโนโลยีชีวภาพ”

    (รวบรวมและเก็บความจากเรื่อง Biden to hammer Trump's 'tough talk, weak action' on China, top adviser says ของสำนักข่าวรอยเตอร์ และเรื่อง Deciphering Trump’s political attacks on China ในเอเชียไทมส์)

    #สหรัฐอเมริกา #โจไบเดน #โดนัลด์ทรัมป์ #ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯปี2563

     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    #อัปเดตยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19
    ไทยติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย
    เสียชีวิต 0 ราย
    เสียชีวิตสะสม 56 ราย
    23 พฤษภาคม 2563
    .
    #mgronline #อัปเดตยอดผู้ติดเชื้อโควิด19

     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ตอกอเมริกาหน้าหงาย! การกระทำของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เสมือนส่งสาสน์ไปยังคู่อริในอีกซีกโลกว่า “เคยดูหนังโจวซิงฉือมั้ย? ถ้าคนเล็กยังไม่เกรงใจนรก แล้วทำไมคนใหญ่จะต้องเกรงใจอสุรกายจากขุมไหน!”

    ประกาศศักดา ‘คนใหญ่’ ไม่หวาดฟ้าไม่หวั่นดิน และไม่หงอให้อเมริกา ผนึกลมปราณ ผลักฝ่ามือ ดัน “กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ” ดุจระฆังทอง แผ่คลุมฮ่องกง!

    หลังจากอเมริกาเพิ่งขู่ “คว่ำบาตร” ถ้าจีนดื้อหัวชนฝา กล้าท้าทายพี่เบิ้มด้วยการออกกฎหมายนี้

    .

    หมายความว่าไง? จีนจะ “ควบคุม” ฮ่องกงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ด้วย “มือ” ของจีนเอง --- สิ่งใดที่จีนมองว่ากระทบต่อความมั่นคง ต้องไม่มีเป็นอื่นนอกจากโดนเจี๋ยน! โดยเฉพาะการแทรกแซงจากต่างชาติ!

    นี่คือหัตถาครองพิภพจบสากล เพราะเท่ากับว่าฮ่องกงจะไม่มีสิทธิต่อรอง ไม่มีโอกาสได้ร่วมออกความเห็นในขั้นตอนการเขียนกฎหมายใดๆทั้งสิ้น และจีนอาจตั้งองค์กรที่มีอำนาจควบคุม บังคับใช้กฎหมายนี้ในฮ่องกง (น่าจะภายในช่วง มิ.ย. - ส.ค. นี้)

    .

    สื่อฮ่องกงปริวิตก มันอาจไม่ใช่นโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” อีกต่อไป … หากแต่เป็น “ตบทีเดียวอยู่!”

    ที่น่ากลัวกว่านั้น ก็คือ ฮ่องกงอาจเสียสถานะ “ศูนย์กลางการเงินโลก” ในแถบนี้ … หรือนี่เป็นแผนให้โยกไปเซี่ยงไฮ้แทน?

    เดือน พ.ย. ปีก่อน อเมริกาทิ่มกฎหมายออกมาดักไว้แล้วนะครับท่าน ถ้า “ละเมิดสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” ในฮ่องกง จะโดนริบสิทธิพิเศษทางการค้า

    และร่างกฎหมายใหม่ที่ ส.ว. อเมริกากำลังดัน จะคว่ำบาตรผู้ใดในจีนที่ออกกฎหมายคุมเข้มฮ่องกง และแบงค์ใดๆที่ทำธุรกรรมให้หน่วยงานนั้นๆ

    .

    อย่างไรก็ตาม จีนยังคงกลยุทธ์ “หนึ่งสำนัก สองกระบวนท่า” มีแข็ง มีอ่อน

    นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง กล่าวอย่างนุ่มนวลชวนฝันว่า จะร่วมมือกับอเมริกาในการดำเนินตามข้อตกลงทางการค้าเฟส 1 ที่วางไว้ …

    นี่คือลูกเล่นลีลา? จีนไม่ยอม ‘เสียเชิง’ ด้วยการฉีกสัญญาเองแน่ ข่มกลั้นต่อไป ถ้าจะฉีก ต้องให้ทรัมป์ฉีกเอง … ซึ่งก็คงไม่คณามือหรอก! ฉีกมานักต่อนักแล้ว



    ทว่านี่คือสิ่งที่สื่อตะวันตกจับตา ประเด็นแบบนี้ที่ต้องตีข่าว

    แต่ที่สื่อรัฐบาลจีนป่าวประกาศคือ …

    สีจิ้นผิง ย้ำว่า “ประชาชนต้องมาก่อน”

    “สิ่งสำคัญสูงสุดยิ่งยวดในเวลานี้ คือชีวิตและสุขภาพของประชาชน มิใช่อะไรอื่น”

    “เราจะทำทุกวิถีทางและยอมแลกกับทุกอย่างเพื่อปกป้องประชาชนของเรา”

    แน่นอนว่าย่อมเน้นเรื่องในบ้านก่อน ไม่ใช่ฮ่องกง หรืออเมริกา หรือรวันดา

    ---

    หมายเหตุ

    เออ แล้วทำไมฮ่องกงไม่ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเองตั้งแต่แรกๆเล่า?

    ก็โดนประท้วงไง จะออกตั้งแต่ปี 2003 แล้ว แต่คนเป็นแสนแห่กันโวย เลยต้องแท้งไป … เอะอะๆก็ประท้วง แล้วไงล่ะ คราวนี้ไม่มีสิทธิเลือกเลย

    https://www.scmp.com/news/hong-kong...-beijings-new-national-security-law-hong-kong

    https://www.bloomberg.com/news/arti...-back-with-hong-kong-power-grab?sref=mu7Gtsbe

    http://www.xinhuanet.com/english/2020-05/22/c_139080067_2.htm

     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    บริษัทนิสสัน มอเตอร์ กำลังพิจารณาปรับลดพนักงานกว่า 20,000 คนทั่วโลก หรือประมาณ 15% ของจำนวนการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้าง เนื่องจากยอดขายของบริษัททรุดตัวลงอย่างหนัก จากผลกระทบของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก

    แหล่งข่าวระบุว่า นิสสัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น กำลังพิจารณาปรับลดการจ้างงานในยุโรป และประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่บางประเทศ โดยนิสสันพยายามหาทางปรับปรุงการดำเนินงานด้านการผลิต เพื่อฟื้นฟูธุรกิจที่ย่ำแย่ลงในช่วงที่ผ่านมา

     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    อิทธิพลไซโคลนอำพันในไทย
    .
    บรรยากาศบริเวณชายหาดนางทอง แหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก จ.พังงา มีสภาพคลื่นลมแรงสูง 2 เมตร พัดเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง กัดเซาะริมชายหาดเสียหายเป็นแนวยาว โดยเฉพาะต้นสนริมชายหาด และท่อขนาดใหญ่ที่สร้างไว้เป็นแนวกั้นคลื่น จากอิทธิพลพายุไซโคลนอำพัน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นและผู้ประกอบการโรงแรม ยังคงปักธงแดงและป้ายเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาดในช่วงนี้ แม้จะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม

     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    คนอเมริกันราว 25% หรือ 1 ใน 4 ไม่มีความสนใจหรือมีความสนใจเพียงเล็กน้อยที่จะรับวัคซีนโคโรนาไวรัสหากสามารถพัฒนาได้แล้วจริง ๆ ตามผลการจิจัยของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี

    โดย 10% ของกลุ่มตัวอย่างบอกว่าตนมีความสนใจเพียงเล็กน้อยในวัคซีน ขณะที่ 14% บอกว่าตนไม่มีความสนใจเลย และ 11% บอกว่ายังไม่แน่ใจ และมากกว่า 40% เชื่อว่าตัววัคซีนมีความอันตรายกว่าเชื้อโคโรนาไวรัสเสียอีก

    กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่บอกด้วยว่า ความเชื่อมั่นของพวกตนที่มีต่อวัคซีนจะขึ้นอยู่กับคำแนะนำขององค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA รวมทั้งผลการศึกษาในวงกว้างเป็นหลัก

    ผลการวิจัยครั้งนี้ค่อนข้างผิดกับสิ่งที่นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญที่ต่างเชื่อมั่นว่า ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ คนอเมริกันส่วนใหญ่น่าจะ "สนใจอย่างมาก" ที่จะได้รับวัคซีนทันทีที่พัฒนาสำเร็จ

    การสำรวจครั้งนี้ทำกับกลุ่มตัวอย่างคนอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 4,428 คน ระหว่างวันที่ 13 - 19 พ.ค.

     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    รับยุค New Normal สลัดของ sizzler จากเดิมที่เคยไปตัดเองได้เปลี่ยนระบบใหม่เป็นให้สั่งจากโต๊ะแล้วทางพนักงานจะตัดมาให้
    .
    แอตชอบไปทานสเต๊ก + สลัดที่นั้น สารภาพตัก 2 - 3 รอบและเน้นตักที่ชอบ สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว

     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ทางเลือกนักเดินทางต่างชาติเข้าไทยในยุคโควิด19
    .
    หลังการระบาดของโควิด19 ก็เกิดแนวคิดในการที่จะรับคนจากประเทศต่างๆ โดยแต่ละชาติมีวิธีการในเรื่องนี้ต่างๆกันไปอาทิ สิงคโปร์ ต้อนรับชาติที่ปลอดภัยโดยประเมินจากการระบาด สำหรับประเทศไทยนั้นยินดีต้อนรับแต่ต้องกักตัว
    โดยหลังพรกฉุกเฉินนักเดินทางที่จะเข้าประเทศไทยนั้น จะต้องกักตัว14 วัน โดยทางการเตรียมขยายโมเดลสถานกักตัวทางเลือก Alternative State Quarantine หลังหมดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ต่างชาติเข้าไทยจ่ายเงินเองช่วงถูกกักตัว 14 วันเอง หลังจากผ่านการตัดตัว 14 วันและปลอดโรคแล้วก็สามารถท่องเที่ยวหรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยได้

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    ร้านอาหาร ผับ บาร์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย จะได้รับการผ่อนปรนให้บริการลูกค้าในร้านได้พร้อมกันไม่เกิน 50 คน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป #ThaiPBS #COVID19
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    Review ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต.. ✌
    “เมื่อติดอยู่ Australia เกือบ 3 เดือน และต้องกลับด้วยไฟลท์บินพิเศษที่รัฐบาลจัดให้ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกค้าง”

    หลายๆคนน่าจะรู้ว่าออนไปเที่ยว ไปเยี่ยมคุณน้าที่ Australia ตั้งแต่ต้นมีนา ซึ่งออนเดินทางด้วย Singapore Airlines แต่พอถึงช่วงกำหนดกลับ สถานการณ์ Covid แรงขึ้นมากกกกก ทำให้ตั๋วออนถูกยกเลิก สนามบินปิด และน่านฟ้าแต่ละประเทศก็ทยอยปิด แน่นอนว่า..ออนเลยอยู่ต่อยาวๆ

    ทางรัฐบาลไทยจัดไฟลท์บินพิเศษช่วงปลายเมษาขึ้นรอบแรก เพื่อรับคนที่ตกค้าง ต้องกลับจาก Sydney มากรุงเทพ ซึ่งรอบนั้น ออนไม่ได้ลงทะเบียน ให้คนอื่นกลับไปก่อน จนกระทั่งทางรัฐบาลเปิดรอบบินพิเศษรอบที่ 2 เป็นรอบ Melbourne-Bangkok ในวันที่ 27 พฤษภา แต่คาดว่าคนจาก Sydney ไปลงทะเบียนเยอะ ทางรัฐบาลเลยเปิดรอบใหม่ของ Sydney-Bangkok อีกครั้งแบบกระทันหันมาก และบินกลับในวันที่ 21 พฤษภา (วันนี้นี่เอง)

    พอออนไปลงทะเบียนและรู้ว่าจะได้กลับไทยรอบนี้
    คุณน้าออนได้แนะนำโรงแรมสำหรับกักตัวมาให้ ซึ่งอันนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างหาก (แต่ถ้าไปที่ๆทางรัฐบาลจัดให้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) และด้วยความที่ออนเป็นคนกินยาก นอนยาก เลยตัดสินใจเลือกจ่ายค่าโรงแรมเพื่อกักตัว 32,000 บาท ระยะเวลา 16 วัน 15 คืน (ตามมาตรการรัฐ)

    วันนี้จะมา Review ประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิต
    ที่คิดว่าไม่น่าจะเจออีกแล้ว และขอไม่เจออีกดีกว่าเก็บไว้อ่านเอง และเผื่อใครอยากอ่านค่ะ

    ✨ เมื่อได้รับเมล์คอนเฟิร์มจากสถานทูต/กุงสุลว่าได้กลับ ออนก็รีบส่งเมล์คอนเฟิร์มกลับไปคอนเฟิร์มสิทธิ์ตัวเอง พร้อมโอนค่าตั๋วของ TG แบบ One way ราคา $1290 (มีแต่ Eco เท่านั้น ไม่มี BC หรือ First Class นะคะ)

    ✨ พอโอนเสร็จแล้ว ก็จะมีพวกใบเอกสารที่แนบมาในเมล์ที่ต้องปริ้นท์และกรอกมาเพื่อเตรียมไว้

    ✨ ไปหา Medical center หรือคลีนิกเพื่อตรวจร่างกาย และขอ Fit to fly certificate ซึ่งออนไปตรวจใน Sydney เป็น Medical center ตรง Worldsquare ราคา $66 (จะจองหรือ Walk-in ก็ได้ คลีนิกนี้คนไทยไปกันแน่น) และจะต้องตรวจไม่เกิน 72 ชม. ก่อนบิน

    ✨ พอ TG ส่งตั๋วเครื่องบินมาทางเมล์ ก็รีบปริ้นท์ออกมา พร้อมกับกรอกแบบฟอร์มของสถานทูตทางเว็ปไซต์

    ✨ คุณน้ามาส่งออนที่แอร์พอร์ตที่ Sydney โดยแอร์พอร์ตร้างสนิท มีแต่เจ้าหน้าที่ และผู้โดยสารของไฟลท์ TG เท่านั้น (เหมือนไม่เห็นว่ามีไฟลท์พิเศษอื่นนะ)

    ✨ คนนอก ญาติ เพื่อน ครอบครัว หรือใครก็ตามที่ไม่ได้บิน ไม่สามารถเข้าแอร์พอร์ตได้ ได้แต่ส่งข้างนอก เจ้าหน้าที่เคร่งมากกกก

    ✨ พอเข้ามาถึงจะมีทั้งเจ้าหน้าที่ไทย เจ้าหน้าที่ฝรั่ง และเจ้าหน้าที่จากกงสุลใหญ่มาคอยดูแล ต้อนรับ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งขั้นตอนหลักๆก็ปกติเลย เข้าแถวเพื่อ Check-in แล้วก็โหลดกระเป๋า โดยทุกคนได้โควต้าที่ 30 กิโลเท่านั้น

    ✨ พอ Check-in เสร็จ เจ้าหน้าที่จากกงสุลหรือสถานทูตจะมาดูเอกสารเราอีกที พร้อมให้กรอกนั่นนี่เพิ่มเติม และแจกถุงยังชีพ โดยในถุงจะมีน้ำ หน้ากากอนามัย ถุงมือ ขนมขบเคี้ยว

    ✨ ในแอร์พอร์ตทุกอย่างปิดหมด เปิดเฉพาะ Chemist ที่เข้าไปซื้อยา อาหารแห้ง น้ำต่างๆได้

    ✨ เครื่องรอบนี้เป็นเครื่องใหญ่ เห็นว่าคนบินไฟลท์ Sydney-Bangkok ประมาณ 300 กว่าคน ซึ่งแอร์และสจ๊วตต้องใส่ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย ชุดคลุม แว่นตาต่างๆในระหว่างการให้บริการทั้งหมด สำหรับอาหารบนเครื่อง จะเลือกไม่ได้ ทางสายการบินเตรียมมาแจกตามที่จัดมาเลย

    ✨ TG มีถุงยังชีพเล็กๆแจกให้ มีหน้ากากอนามัย ถุงมือ เจลแอลกอฮอลล์ ขนมขบเคี้ยว ผ้าเปียกเช็ดมือ น้ำผลไม้ น้ำเปล่า ประมาณนี้ค่ะ (อาจจะจำสลับบ้างกับถุงยังชีพจากกงสุลไทย)

    ✨ พอลงเครื่องมา ด้วยความที่ออนจองมากักตัวกับ Qiu Hotel ตรงพระโขนง (เป็นโรงแรมที่ดีลกับทางรัฐบาล เพื่อรองรับคนที่ต้องการกักตัวแบบสะดวก สบาย โดยมีค่าใช้จ่ายแยก) ก็จะมีเจ้าหน้าที่ถือป้ายชื่อมารอรับ และอำนวยความสะดวกให้ตลอดทาง

    ✨ เดินมาเรื่อยๆจะมีจุดตรวจเอกสาร จุดตรวจวัดไข้ จุดบีบสเปรย์แอลกอฮอล์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะใส่ชุดป้องกันเต็มที่แบบในรูปเลย

    ✨ หลังจากจัดการเอกสารเสร็จ ก็ไปรับกระเป๋า โดยทุกขั้นตอน จะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือ ให้ความสะดวกสบายตลอด ช่วยยกกระเป๋าด้วย จนถึงเดินไปส่งที่รถตู้ของทางโรงแรมที่จัดไว้ และเดินทางไปยังโรงแรม

    จะบอกว่า..ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องที่ Australia
    จนถึงลงเครื่องที่ไทย เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานแบบเต็มที่มากๆ ทุกคนยิ้มแย้ม แจ่มใส ดูแลให้ความช่วยเหลือแบบสุดๆ ออนได้ยินเจ้าหน้าที่พูดตลอดว่า “เดินทางกลับไทย ปลอดภัยนะครับ, ขอต้อนรับกลับสู่ประเทศไทยครับ, เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ”

    แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ๆแอร์พอร์ตที่ไทย ทุกคนคือแบบทำงานกันเป็นระบบมาก มีจุดให้นั่งรอและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรตามที่กำหนด มีจุดเดินแยกชัดเจน มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิและสรรพสิ่งมากมาย ทุกคนยิ้มแย้ม ทำงานกันเป็นทีมเวิร์กมาก ไม่มีงง ไม่มีเบลอ จนถึงวินาทีๆออนขึ้นรถของทางโรงแรมเพื่อมากักตัว

    ออนเลยอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ๆสถานกงสุล สถานทูต เจ้าหน้าที่ประจำสายการบิน เจ้าหน้าที่ๆแอร์พอร์ต และทุกๆคนที่ดูแล ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ บอกเลยว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอ แต่ทำให้เห็นว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” จริงๆ ทุกคนช่วยกันเต็มที่มากกกกกกก ขอบคุณจริงๆค่ะ

    เดี๋ยวออนจะทำคลิป Review โรงแรมที่ออนจ่าย 32,000 เพื่อกักตัว ว่าทำไมถึงยอมจ่าย สภาพห้องเป็นยังไง อาหารกินได้มั้ย และกักตัวทำอะไรบ้าง ให้เพื่อนๆดูกันนะคะ

    ดังนั้นถ้าใครมีคำถาม หรืออยากรู้อะไร
    คอมเม้นท์ทิ้งไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะรวมตอบในคลิปให้เลย

    Qiu Hotel
    Royal Thai Consulate-General, Sydney
    Royal Thai Embassy Canberra / สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา

     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    Bank of Thailand Scholarship Students

    PSX_20200523_124928.jpg

    (May 23) สิ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นการบินไทยเหลือ 47.86% แล้ว : การบินไทยได้สิ้นสุดสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว เมื่อกระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นการบินไทยลงมาจาก 51% เหลือแค่ 47.86% เท่านั้น

    เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แจ้งข้อมูลว่า กระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นใน บมจ. การบินไทย จากเดิม 51.03% เหลือ 47.86% ซึ่งจะทำให้การบินไทยสิ้นสุดสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจทันที

    ครม. มีมติเห็นชอบให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาล
    ทริสเรทติ้ง ปรับความน่าเชื่อถือการบินไทย ล่าสุดเป็น “เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงสูด”
    การบินไทยยืนยัน ยังทำธุรกิจตามปกติ แม้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมาย

    หุ้นสัดส่วนประมาณ 3.17% ที่กระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนจะขายให้กับกองทุนรวมวายุภักษ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของการบินไทยด้วยเช่นกัน โดยที่ก่อนกระทรวงการคลังจะขายหุ้นให้นั้นกองทุนได้ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 15%

    ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ การบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาล หลังจากที่มีการหารือในเรื่องของแผนการฟื้นฟูระหว่างคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงคณะรัฐมนตรี จนได้ข้อสิ้นสุดดังกล่าว

    หลังจากนี้การบินไทย จะยื่นคำขอและแผนฟื้นฟูกิจการส่งให้ศาลล้มลายลายกลางพิจารณา โดยหลังจากเมื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาลนั้น ศาลจะพิจารณาแต่งตั้งมืออาชีพ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อบริหารจัดการฟื้นฟูการบินไทยต่อไป

    โดย Wattanapong Jaiwat
    Source: Brandinside.com
    https://brandinside.asia/thai-mof-s...es-to-vayuphak-mutual-fund-the-end-of-th-soe/

    เพิ่มเติม
    - นับหนึ่ง “มหากาพย์”ฟื้นฟูการบินไทย จะ “รอด” จริง หรือแค่ “ยื้อเพื่อรอวันเจ๊ง” : https://mgronline.com/daily/detail/9630000053412

    - 23 จุดเสี่ยงดึง "การบินไทย" สู่ศาลล้มละลาย : https://www.thansettakij.com/content/434973

    - คลังเตรียมขายหุ้น “การบินไทย” ให้กองทุนวายุภักษ์รายเดียว -ปัดแทรกแซงซื้อขายหุ้น : https://workpointnews.com/2020/05/22/thaistock/

    - หุ้น "การบินไทย" ติด Cash Balance ซื้อเงินสดเท่านั้น : https://www.thansettakij.com/content/money_market/435521

    - ดีดี' การบินไทย ปลุกพนักงานร่วมสู้ มั่นใจพ้นวิกฤติ
    https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/881930
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    Bank of Thailand Scholarship Students

    PSX_20200523_125211.jpg

    (May 23) บิ๊กอสังหาอุ้มสต๊อก 5 แสนล้าน คอนโดใหม่เปิดต่ำสุดรอบ 8 ปี : อสังหาฯดิ่งต่อเนื่อง “เอเซีย พลัส” เผย 16 บิ๊กแบรนด์ กำไรร่วง 52% ในไตรมาสแรกจับตาไตรมาส 2 ตัวเลขยิ่งดิ่งลึก LPN Wisdom สำรวจ 28 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบ 3 เดือนแรกสต๊อกพุ่ง 3 หมื่นล้าน ดันสต๊อกรวมทะลุ 5 แสนล้าน “ไนท์แฟรงค์” ชี้คอนโดฯในเมืองเปิดตัวใหม่ 2 หมื่นหน่วย ทำสถิติ new low ในรอบ 8 ปี

    16 บริษัทกำไรร่วงแรง -52%

    นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำรวจผลประกอบการไตรมาส 1/63 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 16 รายในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำไรรวม 5,328 ล้านบาท ลดลง -52% เทียบกับไตรมาส 4/62 ที่มีกำไรรวม 11,145 ล้านบาท และลดลง -43.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีกำไรรวม 10,053 ล้านบาท

    รายละเอียด 16 บริษัท ประกอบด้วย บมจ.เอพี (ไทยแลนด์), แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์, มั่นคง เคหะการ, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, ปริญสิริ, พฤกษา เรียลเอสเตท, ควอลิตี้เฮ้าส์, เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, ศุภาลัย, เสนา ดีเวลลอปเม้นท์, ไรมอนแลนด์, แสนสิริ, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN (ไม่รวมพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่แจ้งส่งงบการเงิน 30 มิถุนายน 2563)

    “ผลประกอบการผมไม่แนะนำให้ดูรายได้ เพราะมีการบันทึกรายการพิเศษพวกรายได้ประจำ ค่าเช่า ค่าบริการ ซึ่งไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว ซึ่งผมจะเจาะดูกำไรสุทธิเป็นหลัก สำหรับไตรมาสนี้ไม่มีงบการเงินเพอร์เฟค เพราะปีนี้แจ้งยื่นแสดงรายการล่าช้า จะเห็นว่าภาพรวม 16 บริษัท กำไรลดลงค่อนข้างจะรุนแรงพอสมควร เพราะตัวเลขมีการชะลอตัวทุกรายการ ตั้งแต่ยอดพรีเซล ยอดโอน”

    อสังหาฯเจอผลกระทบ 3 เด้ง

    ทั้งนี้ แนวทางการวิเคราะห์ผลประกอบการมองว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รับผลกระทบหนักสุดเพราะเจอถึง 3 เด้งด้วยกัน คือ 1.รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กระทบเศรษฐกิจภาพรวมชะลอตัวต่อเนื่องยาวนาน 2.ปัจจัยในประเทศเจอมาตรการ LTV-loan to value แบงก์ชาติบังคับเงินดาวน์แพงในการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป ทำให้ตลาดรวมชะลอตัวแบบมีอัตราเร่งกว่าปกติ 3.ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยซ้ำเติมภาคธุรกิจอสังหาฯโดยตรง

    อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับผลกระทบในช่วงวิกฤตค่าเงิน หรือวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ถือว่าวิกฤตโควิดสถานการณ์ดีกว่ายุคต้มยำกุ้ง ซึ่งบริษัทมีภาระหนี้สูงถึง 4-5 เท่า เทียบกับปัจจุบันดีเวลอปเปอร์ในภาพรวมมีภาระหนี้เฉลี่ย 1 เท่าแต่หากเทียบกับยุคน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มองว่ายุคโควิดมีผลกระทบมากกว่า เพราะตอนน้ำท่วมใหญ่ทำให้กิจการหยุดชะงักระยะสั้น แต่รอบนี้ผลกระทบประเมินกันว่า ทำให้กำลังซื้อในภาพรวมหายไปพักใหญ่ ๆ บวกกับสถานการณ์สต๊อกสะสมมีสูงเกิน 6 แสนล้านบาท ทำให้เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบาก

    สินค้าต่ำ 3 ล้านเสี่ยงสุด

    นายเทิดศักดิ์กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 เป็นผลงานในเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 หมายความว่า ผลกระทบโควิดยังไม่สะท้อนชัดเจนเพราะเริ่มมีมาตรการเข้มข้นในช่วงครึ่งหลังเดือนมีนาคม หรือช่วงปลายไตรมาส ในขณะที่ไตรมาส 2/63 เป็นไตรมาสที่รับผลกระทบโควิดชัดเจนมากกว่า ทำให้เห็นแนวโน้มการชะลอตัวของผลประกอบการต่อเนื่อง และคาดว่าตัวเลขจะต่ำกว่าไตรมาส 1/63

    “จุดต่ำสุดน่าจะเกิดในไตรมาส 2 ผลประกอบการน่าจะตกต่ำกว่าไตรมาส 1 และไตรมาส 3 เป็นต้นไป ทิศทางน่าจะเริ่มดีขึ้น ปีหน้าหวังว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่ผลประกอบการอาจจะยังไม่กลับมา 100%”

    ปี 2563 สิ่งที่ต้องจับตาดูมากเป็นพิเศษสำหรับภาคอสังหาฯ คือ การโอนกรรมสิทธิ์ ตัวชี้วัดดูจากยอดขายรอโอน หรือแบ็กล็อกของ 16 บริษัทรวมกัน 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายในช่วงที่ตลาดคอนโดฯกำลังพีกในช่วงปี 2560-2561 และทยอยสร้างเสร็จภายในปีนี้ ภาวะที่เกิดขึ้นคือ ยูนิตสร้างเสร็จเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังซื้อถดถอยรุนแรง แม้มีการผ่อนดาวน์แล้ว แต่เมื่อถึงเวลาโอนอาจมีข้อจำกัดสถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ หรือรายได้ผู้กู้ลดลง ทำให้ไม่สามารถรับโอนได้

    “คีย์ของการปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ คือ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพแบ็กล็อกมากขึ้น เพราะว่าแบ็กล็อกต้องบริหารจัดการให้กลายมาเป็นตัวกระแสเงินสด และรายได้ให้ได้”

    โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงการรับโอนที่อยู่อาศัยมากสุด เป็นสินค้าระดับกลาง-ล่าง ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าและกำลังซื้อที่มีความอ่อนไหวกับภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสินค้าตลาดกลาง-บนที่มีปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

    สต๊อกสะสมพุ่ง 3.2 หมื่นล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายวิจัย บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชัน จำกัด (LPN Wisdom) ในเครือ LPN รวบรวมผลดำเนินงานไตรมาส 1/63 ของ 28 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ สรุปสาระสำคัญมีรายได้และกำไรลดลงมากกว่า -30%แบ่งเป็น รายได้รวม 52,548 ล้านบาท ลดลง -33.04% เทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีรายได้รวม 78,477 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 8,174 ล้านบาท ลดลง -38.91% เทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีกำไรสุทธิ 13,382 ล้านบาทในขณะที่ซัพพลายสะสม หรือสต๊อกบ้านและคอนโดมิเนียม ทั้งสินค้าพร้อมอยู่และสินค้าอยู่ระหว่างก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 6.87% จากสถิติ ณ สิ้นปี 2562 จำนวน 477,180 ล้านบาท เพิ่มเป็น 509,993 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/63 หรือเพิ่มไม่ต่ำกว่า 32,000 ล้านบาท

    Q1 ยอดห้องชุด 1,791 หน่วย

    นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดฯในเขตกรุงเทพฯรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยการระบาดเริ่มต้นในช่วงปลายมกราคม และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม-เมษายน ไม่มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ และเลื่อนแผนเปิดตัวโครงการไปตอนปลายปี

    โดยไตรมาส 1/63 มีหน่วยเปิดขายใหม่ 6,007 หน่วย ลดลง -53.4% เทียบกับไตรมาส 1/62 ข้อสังเกต คือ ในด้านกำลังซื้อ พบว่ามีหน่วยขายได้ใหม่ 1,791 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายได้ 30% เทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีหน่วยขายได้ใหม่ 4,989 หน่วย จากยอดเปิดตัว 11,000 กว่าหน่วย คิดเป็นอัตราขายได้ 39%

    แนวโน้มปี 2563 เดิมคาดว่า มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ 20,000 หน่วย ล่าสุดคาดว่าเหลือเพียง 11,000-12,000 หน่วย ลดลง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสถิติ 8 ปี (2555-2562) มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ เฉลี่ยปีละ 60,000 หน่วย

    ในด้านราคา แบ่งเป็น ห้องชุดเกรด C ราคาต่ำกว่า 8 หมื่น/ตารางเมตร มีสัดส่วน 58%, เกรด B ราคา 8 หมื่น-1.5 แสนบาท/ตารางเมตร สัดส่วน 27%, เกรด A ราคาเริ่มต้น 1.5 แสน/ตารางเมตร มี 14% และตลาดไพรมกับซูเปอร์ไพรมมีเพียง 1% และในด้านทำเลกระจุกอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ 56%, บริเวณรอบเขตศูนย์กลางธุรกิจ (city fringe) 28% และย่านศูนย์กลางธุรกิจ-CBD 16%

    กรุงเทพฯอุ้มสต๊อกแสนหน่วย

    นอกจากนี้ ยังมีความกังวลถึงยอดโอนคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมโอนในปีนี้ เนื่องจากการประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศส่งผลให้ทุกธุรกิจแทบจะหยุดการดำเนินกิจกรรมเกือบ 100% กระทบต่อการมีงานทำและกำลังซื้อโดยตรง

    การปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการพบว่า มีการแข่งขันโปรโมชั่นลดราคา 20-50% สำหรับบางยูนิต เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ รวมทั้งมีโปรโมชั่นออนท็อป เช่น ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน อาทิ ค่าธรรมเนียมโอน 1% (ส่วนลูกค้า) ค่าอากรแสตมป์ ค่าติดตั้งและค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า ค่าส่วนกลางฟรี 1 ปี และเงินกองทุนแรกเข้า, ผ่อนให้ฟรี 2 ปี, หยุดชำระเงินดาวน์ 3 เดือน ฯลฯ

    นางสาวริษิณีกล่าวถึงแนวโน้มตลาดคอนโดฯในกรุงเทพฯ ช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ว่า การเปิดขายใหม่จะชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดฯขนาดใหญ่ ใช้เวลาพัฒนา 5 ปี, กลุ่มราคาแพง และคอนโดฯที่เน้นขายนักลงทุนและชาวต่างชาติ เทรนด์ปีนี้จะหันมาเน้นขายลูกค้าเรียลดีมานด์ ราคาขายไม่เกิน 1 แสน/ตารางเมตร

    “ปัจจุบันมีซัพพลายสะสมในกรุงเทพฯเกือบ 1 แสนหน่วย คาดว่าใช้เวลา 2 ปีกว่าจะกลับมาดีขึ้น คอนโดฯที่สร้างเสร็จปีนี้ ดีเวลอปเปอร์พยายามลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงถือว่าเป็นตลาดของผู้ซื้อ (buyer”s market) ซึ่งมีอำนาจต่อรองในการซื้อมากขึ้น”

    Source: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    https://www.prachachat.net/property/news-467544
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    80,995
    ค่าพลัง:
    +36,080
    เราไม่ทิ้งกัน ซึ้งน้ำใจวงการแฟชั่นโลก กอดคอเยียวยาผู้ประกอบการขนาดเล็ก
    ทุกภาคธุรกิจได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากวิกฤติโควิด-19 แม้จะไม่อ่วมทรุดเท่าธุรกิจสายการบิน และท่องเที่ยว แต่อุตสาหกรรมแฟชั่นก็แทบล้มทั้งยืน เพราะรายได้หดหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
    Source : #ไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #ThairathOnline

    ทุกภาคธุรกิจได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากวิกฤติโควิด-19 แม้จะไม่อ่วมทรุดเท่าธุรกิจสายการบิน และท่องเที่ยว แต่อุตสาหกรรมแฟชั่นก็แทบล้มทั้งยืน เพราะรายได้หดหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ งานแฟชั่นโชว์ก็จัดไม่ได้ สต๊อกสินค้าเหลือบานเบอะ ค่ายใหญ่เงินหนามีสายป่านยาวอาจอยู่รอดได้ แต่ดีไซเนอร์อิสระ, ร้านค้าเล็กๆ และโรงงานขนาดย่อม คงล้มหายตายจากเป็นโดมิโน ถ้ามัวแต่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาล

    ในฐานะผู้ทรงอิทธิพลของวงการแฟชั่นโลก “แอนนา วินทัวร์” บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก อเมริกา จับมือกับสมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งอเมริกา (CFDA) ซึ่งปัจจุบัน “ทอม ฟอร์ด” เป็นประธาน และมีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศกว่า 450 ราย ตั้งกองทุนฉุกเฉินเยียวยาคนวงการแฟชั่นแบบไม่ง้อใครภายใต้แนวคิด “A Common Thread” เพื่อระดมเงินจากทั่วสารทิศในอุตสาหกรรมแฟชั่นอเมริกา นำไปช่วยเหลือดีไซ เนอร์อิสระ, ร้านค้าเล็กๆ และโรงงานขนาดย่อม ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส อันเนื่องมาจากวิกฤติโควิด-19 โดยผ่านไปเดือนเศษสามารถระดมเงินได้กว่า 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีผู้ยื่นขอรับความช่วยเหลือถึง 800 ราย จาก 38 รัฐทั่วอเมริกา สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าแผนเยียวยาต้องมีรายได้ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีพนักงานน้อยกว่า 30 คน โดยแต่ละรายจะได้รับเงินไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

    คุณแม่ของวงการแฟชั่นโลกบอกเล่าความตั้งใจว่า นี่ไม่ใช่แผนกู้วิกฤติทางการเงินใหญ่โต แต่เป็นความพยายามของพวกเราคนแฟชั่นที่จะช่วยประคับประคองโอบอุ้มกันในยามตกทุกข์ได้ยาก อย่างน้อยเงินก้อนนี้ก็ช่วยเหล่าดีไซเนอร์เล็กๆให้มีเงินไปจ่ายค่าผ้าและตัวอย่างสินค้ากับทางโรงงาน อีกทั้งช่วยร้านค้าให้มีเงินจ่ายสต๊อกสินค้าดีไซเนอร์ที่สั่งมาขายล่วงหน้า และก็ช่วยโรงงานให้จ่ายเงินเดือนพนักงานได้

    งานนี้ต้องปรบมือให้ผู้ใหญ่ใจดีของวงการแฟชั่น ที่ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น “ราล์ฟ ลอเรน” ควักกระเป๋าให้ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าย PVH ต้นสังกัดของคาลวิน ไคลน์ กับทอมมี่ ฮิลฟิกเกอร์ ร่วมบริจาค 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่มีประชาชนหลายร้อยคนร่วมบริจาคเงินเยียวยาวงการแฟชั่นแบบไม่หวังผล ตอบแทน...ได้เห็นน้ำใจชาวมะกันในยามยากแบบนี้แล้ว “ป้าแอนนา” ถึงกับ ตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ.

     

แชร์หน้านี้

Loading...