ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    ตีนแมวบุกรุกลอบตัดสายไฟ พลาดโดนไฟดูดตายเพราะไม่สวมรองเท้า
    .
    วันที่ 24 พ.ย.64 พ.ต.ท.ศิริชัย โสมอินทร์ สว.(สอบสวน) สน.ธรรมศาลา รับแจ้งมีผู้ต้องสงสัยคดีลักทรัพย์ถูกไฟฟ้าดูดตาย ในบ้านเลขที่ 61/4 หมู่บ้านกอบแก้ว 2 ถนนพุทธมณฑล สาย 2 ซอย 24 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
    .
    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้าง 2 ชั้น ปลูกในรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ราว 128 ตารางวา บริเวณลานทางเข้าตัวบ้าน พบศพชายนิรนาม อายุประมาณ 30-35 ปี นอนคว่ำหน้าสวมเสื้อยืดเเขนสั้นไม่ทราบสี นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ไม่สวมรองเท้า สภาพศพเน่าอืดเลือดและน้ำหนองไหลนองพื้นส่งกลิ่นโชยคละคลุ้ง แพทย์สันนิษฐาน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ข้างศพพบคีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ใช้ทำลายแม่กุญแจได้ ตกอยู่ 1 อัน ส่วนสภาพภายในบ้านนั้นพบว่ามีอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิ ตู้ปิดมิเตอร์ไฟ สายไฟ และรางเดินสายไฟ ถูกตัดทำลายหลายจุด จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
    .
    พ.ต.ท.ธงชัย เชื้อรอด สว.สืบสวน จากการสอบถาม นายปรีชา วงค์น้อย อายุ 48 ปี รปภ.หมู่บ้าน ให้การว่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเคยทำธุรกิจรับต่อรถเข็นที่ใช้ในงานก่อสร้าง แต่ปัจจุบันเลิกกิจการปล่อยร้าง ติดป้ายขายและให้เช่า มานาน 1 ปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาตนเข้าเวรประจำอยู่ที่ป้อมทางเข้าออกหมู่บ้าน ห่างจุดเกิดเหตุเพียง 30 เมตร ก็ได้กลิ่นเหม็นโชยมาปะทะจมูกเป็นระยะๆ คิดว่าเป็นกลิ่นหมาแมวตาย จนวันนี้ได้กลิ่นแรงขึ้นจึงตัดสินใจเดินตามหาต้นทางว่า กลิ่นมาจากไหนจึงพบว่ามีศพคนตายนอนอืดอยู่ในบ้านร้างหลังดังกล่าว
    .
    เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคาดผู้ตายอาจบุกรุกเข้าไปในบ้านเพื่อขโมยตัดสายไฟและอุปกรณ์ต่างๆไปขาย แต่พลาดเนื่องจากไม่สวมรองเท้าทำให้โดนไฟฟ้าดูดตายเพราะกระแสไฟยังไม่ได้ถูกตัด โดยหลังจากนี้จะเร่งสืบหาว่าผู้ตายคือใครก่อนแจ้งญาติพี่น้องมาสอบปากคำมอบศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป
    .
    ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    วันนี้ มีรายงานว่า โฆษกรัฐบาล ขอบคุณผู้ประกอบกิจการขนส่ง เข้าใจและตอบรับความพยายามแก้ปัญหาของ “นายก” โดยปรับสูตรไบโอดีเซลเหลือเพียง B7 คุมค่าการตลาด 1.40 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค.64 – 31 มี.ค.65 กองทุนน้ำมันยังคงตรึงราคาขายดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรคาดเดือนหน้าเหลือ28
    .
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอบคุณนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการขนส่ง ที่ตอบรับความพยายาม และพอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาลตามมติ กบง.
    .
    ล่าสุด ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และผู้ประกอบการ ในการแก้ไขปัญหา ด้วยการพูดคุย และเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อก้าวข้ามสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญดูแลผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูง และยังมีแนวโน้มไม่แน่นอน
    .
    ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มเติม โดยมีแนวทางดำเนินการในช่วงเดือนธันวาคม 2564 – มีนาคม 2565 ดังนี้
    ...
    1. ปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจากเดิมมีการผสมอยู่ 3 สัดส่วน คือ ร้อยละ 7 (บี7) ร้อยละ 10 (บี10) และร้อยละ 20 (บี20) ให้มีสัดส่วนผสมเดียว คือ ร้อยละ 7 (บี7)
    .
    2. ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร
    .
    3. ให้กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้สอดคล้องกับมาตรการบรรเทาผลกระทบฯ โดยยังคอยดูแลราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วให้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร
    ...
    นายธนกร กล่าวว่า การปรับสูตรน้ำมันในครั้งนี้ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าลดค่าการตลาดดีเซล 1.40 บาท/ลิตร คาดว่า ราคาน้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ประมาณ 28 บาทต่อลิตร ในช่วง 4 เดือนข้างหน้านี้ และยังช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ จาก 4,000 ล้านบาท/เดือน เหลือ 3,886 ล้านบาท/เดือน ประหยัดเงินกองทุนได้ 106 ล้านบาทต่อเดือนด้วย มาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประกอบให้ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป และใช้เงินกองทุนน้ำมันอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภคโดยตรง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด รวมทั้งหาจะแนวทางเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีพ และค่าครองชีพประชาชนต่อไป
    -------------------------------
    แหล่งข่าว
    https://www.naewna.com/politic/618036
    -------------------------------
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
    Website : http://www.thailandvision.co
    Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
    Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    สื่อต่างประเทศรายงานในวันนี้ว่า รัสเซียกล่าวในวันพุธว่า มีแผนการที่จะส่งออกวัคซีนสปุตนิก ที่ใช้ป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูก ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียกล่าวว่า เขาใช้วัคซีนประเภทนี้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
    .
    ปูติน กล่าวว่า เขาเข้ารับการฉีดวัคซีนอีกครั้งหลังจากฉีดวัคซีนสปุตนิก วี เข็มแรกไปแล้วเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากภูมิคุ้มกันในร่างกายของเขาต่อเชื้อไวรัสมีระดับลดลง นายปูตินกล่าวว่า เขาฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่ 2 และในวันรุ่งขึ้นเขาก็ใช้ผงพ่นเข้าไปภายในรูจมูกทั้งสองของเขา
    .
    ซึ่งทางทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า วัคซีนที่พ่นเข้าไปที่จมูกของนายปูตินเป็นของเหลว ไม่ใช่เป็นผง นายปูตินกล่าวว่า เขาไม่ได้รู้สึกผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากใช้วัคซีนทั้งสองแบบ ในเช้าวันนี้เขายังไปออกกำลังกายตามปกติ นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ หัวหน้ากองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย หรือ อาร์ดีไอเอฟ
    .
    ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ลงทุนในการผลิตวัคซีนโควิดของรัสเซียและส่งออกไปต่างประเทศกล่าวว่า รัสเซียจะจำหน่ายวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูกให้กับประเทศอื่น ๆ ในปีหน้า วัคซีน สปุตนิกวี เป็นวัคซีนชนิดต้องฉีด 2 เข็ม แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์การอนามัยโลกและสำนักงานยาแห่งยุโรป หรือ อีเอ็มเอ และวัคซีนแบบพ่นจมูก ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทสอบในรัสเซีย ก็น่าจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันในเรื่องการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก
    .
    นายดมิทรีเยฟ กล่าวว่า รัสเซียคาดหวังว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกจะเดินทางมาเยือนรัสเซียในเดือนธันวาคมเพื่อตรวจสอบวัคซีนสปุตนิก วี ซึ่งอาจจะได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก

    -------------------------------
    แหล่งข่าว

    https://www.reuters.com/business/he...id-19-vaccine-children-aged-12-17-2021-11-24/

    https://tna.mcot.net/world-830783

    -------------------------------
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
    Website : http://www.thailandvision.co
    Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
    Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    วันนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยาน สนามบินเบตง จังหวัดยะลา ตามโครงการ 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยท่าอากาศยานเบตง ตั้งอยู่ อ. เบตง จ. ยะลา มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด 7,000 ตารางเมตร ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง หรือ กว่า 8 แสนคน/ปี
    .
    ปัจจุบันได้มีการให้บริการเพื่อสนับสนุนภารกิจเที่ยวบินของทางราชการ และเที่ยวบินส่วนบุคคลแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 สอดรับกับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในวันที่ 1 มกราคม 2565 รวมทั้งรองรับการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน
    .
    “การเตรียมความพร้อมเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง ภายในปี 2565 นั้น เป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เร่งให้มีการสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชายแดนใต้ กระจายความเจริญทางโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตั้งแต่ฐานราก ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังร่วมกับ ศอ.บต. เตรียมจัดกิจกรรม แข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ Amazean Jungle Trail วันที่ 7 – 8 พฤษภาคม 2565 ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อดึงดูดนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมกันแข่งขัน โปรโมตการท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย” นายธนกร กล่าว

    -------------------------------
    แหล่งข่าว

    https://www.naewna.com/politic/618035

    -------------------------------
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
    Website : http://www.thailandvision.co
    Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
    Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    24 พ.ย.64 สำนักข่าว ซินหัว รายงานโดยอ้างหนังสือพิมพ์ดิอินดิเพนเดนท์ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ในสหรัฐฯ ที่มีลักษณะ “ดื้อ” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวระหว่างเชื้อไวรัสฯ สองสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน
    .
    คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดสรุปจากผลวิเคราะห์องค์ประกอบทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ บี.1.628 (B.1.628) ว่าเชื้อไวรัสฯ ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการรวมตัวใหม่ของสองสายพันธุ์ ได้แก่ บี.1.631 (B.1.631) และ บี.1.634 (B.1.634)
    .
    เหล่าผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ากรณีเชื้อไวรัสฯ รวมตัวรูปแบบนี้อาจปรากฏบ่อยครั้งขึ้นจนนำไปสู่การเกิดเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ใหม่รุ่นถัดไปที่มีลักษณะเฉพาะอันน่าเป็นกังวล ท่ามกลางการระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เชื้อไวรัสฯ มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากขึ้น
    .
    ศาสตราจารย์ลอว์เรนซ์ ยัง นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอร์วิก เผยว่า การรวมตัวของเชื้อไวรัสฯ สองสายพันธุ์เป็น “ปัจจัยสร้างความกังวลอย่างชัดเจน” และมี “โอกาสเป็นแหล่งสร้างเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์พิเศษแบบใหม่” ด้วย
    -------------------------------
    แหล่งข่าว
    - https://www.naewna.com/inter/617934
    -------------------------------
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
    Website : http://www.thailandvision.co
    Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
    Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    ชาวประมงผู้ริเริ่มแคมเปญนำรายชื่อผู้บริโภค 12,602 รายที่ร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ Change มอบให้กับ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้เลิกขายสัตว์ทะเลวัยอ่อน พร้อมย้ำให้เห็นถึงวิกฤตอาหารทะเลที่กำลังจะหมดแล้วจริงๆ
    .
    เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นายธันวา เทศแย้ม และนายกิตติเดช เทศแย้ม เยาวชนตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชาวประมงผู้ริเริ่มแคมเปญ "ซูเปอร์มาร์เก็ต: เลิกขายสัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัย เพราะอาหารทะเลกำลังจะ #หมดแล้วจริงๆ"
    .
    พร้อมตัวแทนสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยกว่า 40 คน เดินทางไปยื่นรายชื่อผู้บริโภคเพื่อเรียกร้องให้ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ต เลิกขายสัตว์น้ำวัยอ่อน ถ้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีอยู่ทั่วประเทศรวมกันหลายพันสาขาเลิกขาย ก็จะช่วยตัดตอนวงจรระหว่างคนจับและคนซื้อไปได้มหาศาล
    .
    แคมเปญ "ซูเปอร์มาร์เก็ต: เลิกขายสัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัย เพราะอาหารทะเลกำลังจะ #หมดแล้วจริงๆ" เป็นการรณรงค์ของชาวประมงเพื่อขอคนละชื่อจากผู้บริโภคให้ช่วยกันส่งเสียงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต อันประกอบด้วยโลตัส แม็คโคร ซีพีเฟรชมาร์ท บิ๊กซี ท็อปส์ ฟู๊ดแลนด์ กูร์เมต์ และวิลล่ามาร์เก็ต ว่าเลิกขายสัตว์น้ำวัยอ่อนซะที ซึ่งการรณรงค์เพื่อลดการจำหน่ายหรือบริโภคสัตว์น้ำที่ไม่ได้ขนาดจะช่วยให้ทรัพยากรทางทะเลมีความสมบูรณ์มากขึ้น จนถึงระดับที่มีความยั่งยืนทางชีวภาพ และนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในอนาคต
    .
    นายธันวา หนึ่งในผู้ริเริ่มแคมเปญระบุว่า ปัจจุบันคนไทยหันมากินตัวอ่อนของสัตว์น้ำซึ่งตัวเล็กไม่ได้ขนาดอย่างหมึกกระตอย ปลาข้าวสาร ปลาสายไหม จาระเม็ดเด็ก หรือปูไข่ ที่มีวางขายกันทั่วไป ซึ่งผู้บริโภคต่างพากันซื้อโดยไม่รู้ว่ากำลังทุบตู้กับข้าวและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ และกำลังตัดวงจรการขยายพันธุ์ ทำให้อาหารในทะเลไทยหายไปเรื่อยๆ
    .
    “ผมเป็นชาวประมงมาเกือบสิบปีแล้ว อาชีพนี้ส่งจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ต้องกลัวอด แต่หลายปีมานี้ทำให้กังวลว่า จะต้องเปลี่ยนอาชีพ อาหารในทะเลไทยหายไปเรื่อย ๆ จับอะไรก็ไม่ค่อยได้ หมึกกับปลาทูที่เคยราคาถูก คนไม่รวยก็ซื้อกินได้ ตอนนี้ราคาแพงหมดแล้ว เพราะต้องส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้บริโภคก็หาอาหารทะเลดี ๆ กินยากขึ้น เพราะกำลังจะหมดทะเลแล้วจริงๆ”
    .
    ด้านนายกิตติเดช อีกหนึ่งในผู้ริเริ่มแคมเปญเสริม กล่าวว่า การเรียกร้องครั้งนี้เน้นไปยังกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเมื่อเข้าซูเปอร์จะพบว่า มีการขายสัตว์น้ำวัยอ่อนอย่างกว้างขวาง และการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ นับว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดสด หรือร้านขายของฝาก
    .
    “ถ้าซูเปอร์ฯ ฟังเสียงพวกเราในครั้งนี้ ร้านเล็ก ๆ ก็จะมีแรงจูงใจหันมาทยอยทำตาม เมื่อไม่มีคนรับซื้อสัตว์น้ำวัยอ่อน ไม่มีคนนิยมกินก็ไม่มีคนจับมาขาย สัตว์น้ำทะเลจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ คนไทยก็จะมีอาหารทะเลดี ๆ กินในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ต้องกลัวอดในอนาคต เพราะสัตว์น้ำจะเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้เราสามารถหาซื้อได้ในราคาถูกลง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน” นายกิตติเดชกล่าว
    .
    นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เผยว่า มีโอกาสได้พูดคุยกับซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งไปบ้างแล้ว โดยรับทราบและเข้าใจ พร้อมระบุว่าได้มีการวางแผนจัดการในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้ยังได้พบปกับผู้บริหารหรือตัวแทนบางซูเปอร์มาร์เก็ต มีการปรึกษากันในเบื้องต้นและได้รับสัญญาณที่ดี ในขณะที่บางแห่งยังไม่มีโอกาสได้พบกับตัวแทน จึงได้ฝากเอกสารไว้เพื่อรอให้ฝ่ายบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตได้พิจารณาต่อไป หวังว่าแต่ละซูเปอร์มาร์เก็ตจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการดูแลทะเลไทยจริงๆ

    #ไม่บริโภคปลาตัวเล็ก #เลิกขายสัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัย #หมดแล้วจริงๆ
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    Editor’s Pick: เมื่ออัตราเงินเฟ้อและต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น เป็นเหตุให้ชาวเอเชียเผชิญความยากลำบาก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา

    สำนักข่าว South China Morning Post รายงานถึงอัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเชีย หลังราคาอาหารโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ ผ่านการรายงานสถานการณ์ใน 5 ประเทศ ที่เผชิญสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

    25fe.png 25fe.png 25fe.png
    1f534.png ภาวะเงินเฟ้อที่กระทบทุกภาคส่วน

    สภาพอากาศสุดขั้ว, โรคไข้หวัดหมู, ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ปัจจัยเหล่านี้ ผลักดันให้ราคาอาหารแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ

    ข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตร (FAO) แห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ดัชนีราคาอาหารโลกในเดือนตุลาคมปีนี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 โดยเพิ่มขึ้น 3% จากเดือนกันยายน และเพิ่มขึ้น 31.3% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2020

    ปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูง คือ น้ำมันพืชและธัญพืชมีราคาสูง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานข้ามชาติ และราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ลักษณะเศรษฐกิจที่หลากหลายของเอเชีย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สิงคโปร์และฮ่องกงที่พัฒนาแล้ว ไปจนถึงมาเลเซีย ที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง และชาติที่กำลังพัฒนา อย่าง อินเดียและฟิลิปปินส์ ทำให้แต่ละประเทศ ได้รับผลกระทบในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป

    หากแต่มีประเด็นร่วมกัน คือ เมื่อราคาสูงขึ้น คนที่จนที่สุดคือคนที่จ่ายแพงสุด

    25fe.png 25fe.png 25fe.png
    1f534.png ของแพงไม่เว้นแม้แต่ในสิงคโปร์-ฮ่องกง

    ไล่ ชินฮุย เจ้าของแผงขายผักในสิงคโปร์ กล่าวว่า ผู้คนในตลาดสดเริ่มลดน้อยลง ตอนนี้ทุกอย่างมีราคาแพง และการทำธุรกิจเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ

    ต้นทุนของผักที่นำเข้าจากประเทศจีน เช่น ผักคะน้า เพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่เลวร้ายและอัตราค่าขนส่งที่สูงขึ้น

    การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 รวมถึงอุทกภัยในจีนและอินเดีย ส่งผลกระทบต่อผลผลิตพืชผลทางการเกษตร รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อย่างความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ในประเทศที่กำลังฟื้นตัวจากโรคระบาด

    ร้านฟาสต์ฟู้ดในเครือ McDonald's ของฮ่องกง เผชิญกับภาวะขาดแคลนสินค้า ขณะที่ซัพพลายเออร์ เตือนเรื่องราคาสินค้านำเข้าที่อาจพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแป้ง, ผลไม้และผัก, ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึง ไวน์และสุราด้วย

    ด้านรัฐบาลฮ่องกง เตือนว่า ราคาที่สูงขึ้นจะเป็นภัยคุกคามต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อโดยรวมของฮ่องกงในเดือนกันยายน อยู่ที่ 1.4% และดัชนีราคาผู้บริโภคอยู่ที่ 1.6%

    ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อาจรอดจากวิกฤตครั้งนี้ ด้วยการนำเข้าสินค้าจากชิลีและเปรู แต่ร้านค้าเล็ก ๆ ที่เป็นธุรกิจครัวเรือน ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงได้ ทำให้ต้องขึ้นราคาสินค้า และกลายเป็นภาระของลูกค้าต่ออีกทอด

    25fe.png 25fe.png 25fe.png
    1f534.png รอดจากโควิดในอินเดีย แล้วจะรอดจากภาวะเงินเฟ้อด้วยหรือไม่?

    ครอบครัวยากจนในอินเดีย ต่างพากันดับไฟตะเกียงที่มีน้ำมันมัสตาร์ดเหลือไว้ และเทลงในขวด เพื่อนำกลับไปใช้ประกอบอาหาร ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะน้ำมันมัสตาร์ด มีราคาอยู่ที่ 240 รูปีต่อลิตร (ราว 106 บาท) ซึ่งแพงเกินไปสำหรับใครหลาย ๆ คน

    ด้าน มานิช ชวาลา คนขายอาหาร ซึ่งทำอาหารบนรถเข็น กล่าวว่า ค่าก๊าซหุงต้มและวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น แต่เขาไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ต่างก็กำลังประสบปัญหาจากโควิด-19 เช่นกัน

    ทั้งนี้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำอาหารอินเดีย โดยไม่ใช้หัวหอมและมะเขือเทศ สองสิ่งนี้รวมถึงผักอื่น ๆ ยังคงมีราคาสูง เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ทำให้การขนส่งมีราคาแพงตามไปด้วย

    “ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่แย่มาก ๆ ผมทำกำไรไม่ได้เลย แล้วจะทำงานหนักไปเพื่ออะไร? ผมรอดจากโควิดมาได้ แต่ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรอดจากวิกฤตนี้หรือเปล่า” ชวาลา กล่าว

    25fe.png 25fe.png 25fe.png
    1f534.png ชาวมาเลย์ต้องงดเนื้อสัตว์

    ส่วนในมาเลเซีย ผู้คนจำนวนมากในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย พบว่า ตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องลดปริมาณเนื้อสัตว์ที่บริโภค

    สาลิยา ซามิดี แม่ลูกสี่ วัย 47 ปี เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว ตั้งแต่สามีตกงาน ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สาลิยาพยายามอย่างหนักที่จะจัดอาหารบนโต๊ะให้ครบหมู่ โดยมีรายได้ต่อเดือนเพียง 960 ริงกิต (ราว 7,540 บาท) ทั้งนี้ รายได้โดยเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 7,562 บาท

    “จริง ๆ แล้วฉันต้องวางแผนว่าจะทำอาหารอะไรในสัปดาห์นั้น อย่างเช่น ถ้าอยากทำอาหารจากไก่ ฉันต้องซื้อไก่ทั้งตัวเพื่อเลี้ยงทั้งครอบครัว ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายสูง” สาลิยากล่าว

    เนื่องจากไก่หนึ่งตัว มีราคาประมาณ 50 ริงกิต (ราว 394 บาท) ทำให้ครอบครัวนี้ เคยชินกับการกินไข่ เต้าหู้ และผัก แทนที่เนื้อสัตว์ไปแล้ว

    25fe.png 25fe.png 25fe.png
    1f534.png อาหารฟาสฟู้ดในฟิลิปปินส์ราคาพุ่งไม่หยุด

    ในกรุงมะนิลา พิซซ่าขนาด 18 นิ้ว จากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดยอดนิยม มีราคา 1,000 เปโซ (ราว 649 บาท) ซึ่งเป็นมื้ออาหารสำหรับ 5 คน แต่เงินจำนวนเท่ากันนี้ สามารถเลี้ยงอาหารถึง 150 คนได้เช่นกัน

    คาร์ลิโต มินิอาโด ช่างไม้อายุ 68 ปี กล่าวว่า เงิน 1,000 เปโซ (ราว 649 บาท) ที่เขาตั้งงบประมาณไว้เมื่อปีที่แล้ว สำหรับค่าอาหารหนึ่งสัปดาห์ของครอบครัวที่มีลูก 5 คนนั้น ไม่เพียงพออีกต่อไป

    เพื่อใช้เงินที่มีอยู่ให้นานที่สุด อาหารของครอบครัวนี้ มักจะเป็นข้าว โรยหน้าด้วยปลาและผักชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่ค่อยมีหมูหรือไก่ เพราะราคาเนื้อสัตว์พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด

    มูลนิธิ Ibon ซึ่งเป็นกลุ่มนักคิดที่ดำเนินการโดย บายัน มูนา พรรคฝ่ายซ้ายในรัฐสภาฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า ชาวฟิลิปปินส์ 17.3 ล้านคน ประกอบด้วย “ครอบครัวที่ยากจนที่สุด 70%” ใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 32,000 เปโซ (ราว 20,759 บาท) ระหว่างการระบาดของโควิด-19

    “เมื่อประกอบกับราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น รายได้ที่ลดลง และเงินออมที่ลดลงตามไปด้วย นั่นหมายถึง มีชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากเข้าถึงอาหารได้น้อยลง และพวกเขาต่างกำลังหิวโหย”
    —————
    แปล-เรียบเรียง: พัชรี จันทร์แรม
    ภาพ: Reuters

    #TNNWorldNews #EditorsPick #เอเชีย #เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ
    #เจาะลึกรอบโลก #TNNOnline

    ข้อมูลอ้างอิง:
    https://www.scmp.com/.../singapore-and-hong-kong-malaysia...
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    Russia: ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย เข้าร่วมทดสอบวัคซีนโควิด-19 ชนิดพ่นทางจมูกของ Sputnik ที่ยังไม่ผ่านการทดลองทางคลินิก ถือเป็นการรับวัคซีนต้านโควิด-19 รอบที่ 4 ของเขา ขณะที่รัสเซียมีแผนที่จะส่งออกวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูกดังกล่าว

    ประธานาธิบดีปูติน กล่าวว่า เขาเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิ Sputnik Light อีกครั้งหลังจากฉีดวัคซีน Sputnik V เข็มแรกไปแล้วเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายของเขาต่อเชื้อไวรัสลดลง ปูตินกล่าวว่า เขาฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่ 2 และในวันรุ่งขึ้นเขาก็ใช้วัคซีนแบบพ่นจมูกฉีดพ่นเข้าไปภายในรูจมูกทั้งสองของเขา และไม่ได้รู้สึกผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากใช้วัคซีนทั้งสองแบบ ในเช้าวันนี้เขายังไปออกกำลังกายตามปกติ

    เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม กระทวงสาธารณสุขรัสเซียอนุมัติการทดลองทางคลินิกวัคซีน Sputnik V ชนิดพ่นทางจมูก ที่พัฒนาโดยศูนย์กามาเลยา นายเดนิส โลกูนอฟ รองผู้อำนวยการศูนย์กามาเลยา บอกว่าวัคซีนชนิดพ่นทางจมูกถูกพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของอวัยวะต่าง ๆ ในจมูกและลำคอ ขณะที่นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ หัวหน้ากองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย หรือ RDIF ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ลงทุนในการผลิตวัคซีนโควิดของรัสเซียและส่งออกไปต่างประเทศกล่าวว่า รัสเซียจะจำหน่ายวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูกให้กับประเทศอื่น ๆ ในปีหน้า

    วัคซีน Sputnik V เป็นวัคซีนชนิดต้องฉีด 2 เข็ม แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์การอนามัยโลกและสำนักงานยาแห่งยุโรป หรือ EMA และวัคซีนแบบพ่นจมูก ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบในรัสเซีย ก็น่าจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันในเรื่องการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก

    นายดมิทรีเยฟ กล่าวว่า รัสเซียคาดหวังว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกจะเดินทางมาเยือนรัสเซียในเดือนธันวาคมเพื่อตรวจสอบวัคซีน Sputnik V ต่อไป
    ————
    ภาพ: Reuters

    #TNNWorldNews #ปูติน #SputnikV #วัคซีน
    #เจาะลึกรอบโลก #TNNOnline
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    Pakistan: ปากีสถานเผาทำลายยาเสพติดจำนวนมหาศาลกว่า 18,000 กิโลกรัม นอกกรุงอิสลามาบัด โดยในปีนี้ ปากีสถานยึดยาเสพติดได้มากถึง 184,000 กิโลกรัม

    กองกำลังปราบปรามยาเสพติดของปากีสถาน หรือ ANF ทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดกองมหึมาน้ำหนัก 18,000 กิโลกรัม มูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 43,000 ล้านบาท ชานกรุอิสลามาบัด

    โดยระหว่างทำพิธีเผายาเสพติดนั้น พลตรีกูลัม ชาเบียร์ นาเรโจ ผู้อำนวยการ ANF กล่าวว่า หน่วยงานของเขายึดยาเสพติดได้ 184,000 กิโลกรัมในปีนี้ เขายังเรียกร้องให้สังคมทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการปราบปรามยาเสพติดด้วย

    เจ้าหน้าที่ กล่าววา ยาเสพติดที่ยึดได้ มีทั้งกัญชา, ฝิ่น, เฮโรอีน, แอมเฟตามีน, เมทแอมเฟตามีน, เคตามีน, โคเคน และยังมีซาแน็กซ์ ไอซ์ อัลปราโซแลม หรือยาเสียตัว และโรช และยาอื่น ๆ อีกจำนวนมาก รวมถึงสารเคมีต้องห้าม

    ทั้งนี้ ปากีสถานถือว่าเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดออกจากอัฟกานิสถาน ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตก ซึ่งเป็นประเทศผลิตยาเสพติดเฮโรอีนรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นแหล่งปลูกกัญชาที่สำคัญด้วย
    ————
    ภาพ: Reuters

    #TNNWorldNews #ปากีสถาน #ยาเสพติด
    #เจาะลึกรอบโลก #TNNOnline
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    America: แอปพลิเคชัน ‘Victims Voice’ แอปฯ ช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น ที่ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่รัฐต้องแก้ให้สำเร็จ

    สหรัฐฯ เผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัววนซ้ำไม่จบสิ้น กลายเป็นช่องทางให้มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบปัญหานี้ โดยเป็นแอปพลิเคชันชื่อ ‘Victims Voice’ ช่วยให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจัดทำเอกสารและจัดเก็บหลักฐานที่จำเป็นในการตั้งข้อหาและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือได้รับคำสั่งห้ามเข้าใกล้

    ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาระดับโลก หลัก ๆ เป็นการทำร้ายร่างกาย จิตใจ บังคับข่มเหง จากบุคคลในครอบครัว อันเกิดมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม การติดการพนัน สุรา ยาเสพติด หรือความเครียดจากเศรษฐกิจ ทำให้ก่อความรุนแรง สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานต่อร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ

    จากรายงานของ The National Coalition Against Domestic Violence’s Vision หรือ NCADV พบว่า ในทุก 1 นาทีจะมีผู้หญิงสหรัฐฯ ถูกทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว 20 คน และผู้หญิง 1 ใน 4 ผู้ชาย 1 ใน 9 เป็นเหยื่อที่ได้รับความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยขั้นร้ายแรงที่สุดของความรุนแรงในครอบครัว คือ การใช้อาวุธ 19%

    ส่วนพื้นที่ที่มีการปิดสกัดโควิดในสหราชอาณาจักรช่วงที่ผ่านมา The New York Times เผยว่า ผู้หญิง 1.6 ล้านคนต้องประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้นกว่าปกติ เพราะเหยื่อไม่มีช่องว่างที่จะติดต่อเพื่อนหรือหน่วยงานภาครัฐในการขอความช่วยเหลือ เนื่องจากต้องอยู่กับผู้กระทำความรุนแรงตลอดเวลาในที่พักอาศัย

    องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ระบุว่า ในระหว่างการล็อกดาวน์มีเด็กและผู้หญิงจำนวนมากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย มีความเสี่ยงที่จะประสบกับความรุนแรงจากคู่ของตนเองหรือคนใกล้ชิด

    โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายและทางเพศจากคู่ของตนเอง และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิง 18% ต้องเผชิญกับความรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต จากสถิติในทุกวันจะมีผู้หญิงประมาณ 137 คน เสียชีวิตจากการทำร้ายร่างกายโดยคู่หรือคนในครอบครัว

    องค์กรยูนิเซฟ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 มีนาคม 2020 ว่า ในช่วงการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีเด็กทั่วโลกหลายร้อยล้านคนกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการถูกละเมิด ความรุนแรง การถูกแสวงหาประโยชน์ การถูกกีดกันจากสังคม รวมถึงการถูกแยกจากผู้ปกครอง ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ
    ————
    ภาพ: VictimsVoice

    #TNNWorldNews #สหรัฐฯ #VictimsVoice
    #เจาะลึกรอบโลก #TNNOnline
    ————
    1f4f2.png อัพเดทข่าวไฮไลต์และบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ มาเป็นเพื่อนใน Line กับ TNN World คลิก https://lin.ee/LdHJXZt

    ติดตาม TNN World ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
    Website : https://bit.ly/TNNWorldWebsite
    Youtube : https://bit.ly/TNNWorldTodayYouTube
    TikTok : https://bit.ly/TNNWorldTikTok
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้นำนักวิจัยสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) ประเทศไทย เดินป่าติดกล้อง ติดตามสัตว์ตระกูลแมวป่า ได้เกิดทะเลาะกันและใช้อาวุธมีดแทงเพื่อนร่วมงานก่อนยิงตัวเองเสียชีวิต ฮ.ไม่สามารถบินลงจอดเพื่อช่วยเหลือทุกคนออกป่ามาได้
    .
    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 โดยเบื้องต้นทราบว่า นายคฑาวุธ กลมเกลียว เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ได้ใช้อาวุธทำร้ายนายภาคภูมิ มะเกิ๋น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วยกันด้วยอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บ และต่อมานายคฑาวุธได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต
    .
    เจ้าหน้าที่แจ้งเหตุระบุว่า จุดเกิดเหตุอยู่กลางหุบเขาซึ่งเป็นผืนป่าดงดิบไม่ทราบพิกัดแน่ชัดและไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ประสานความช่วยเหลือจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยผู้บาดเจ็บและนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากป่า
    .
    ทั้งนี้ มีพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ รวมทั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลทองผาภูมิ ร่วมเดินทางไปด้วย แต่เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถลงจอดได้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นหุบเขาลึกกลางป่าดงดิบ ซึ่งจะต้องโรยตัวลงไปเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งเสบียง พร้อมอุปกรณ์กู้ภัย อุปกรณ์ตัดไม้เพื่อทำเป็นลานจอด ฮ.ชั่วคราว แต่ปฏิบัติการภช่วยเหลือตลอดทั้งวันไม่ประสบความสำเร็จ และเฮลิคอปเตอร์ต้องถอนกำลังออกมาก่อน
    .
    กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ชุดกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้ใช้แผนสำรองด้วยการเดินเท้ามุ่งสู่จุดเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาได้
    .
    สำหรับภารกิจของคณะเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลมในครั้งนี้เป็นการนำคณะนักวิจัยสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) ประเทศไทย ลงพื้นที่เดินป่าเพื่อไปติดตั้งกล้องติดตามสัตว์ตระกูลแมวป่า (เสือโคร่ง) ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ ของผืนป่าตะวันตก แต่เจ้าหน้าที่ได้เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นกลางป่าในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ซึ่งเป็น 1 ใน 6 อุทยานฯ ที่อยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    หายนะของท้องทะเลไทยเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 38 องศาเซลเซียส! ถึงเวลางดกิจกรรมปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยทำให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาฯ ถ้าไม่หยุดทำร้ายโลกตั้งแต่วันนี้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
    .
    ชิน - ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสารคดีด้านสิ่งแวดล้อม ที่ทำงานด้านนี้มานานกว่า 14 ปี เป็นหนึ่งในผู้สังเกตการณ์ ‘ท้องทะเลไทย’ เขาพบว่า ทะเลในวัยเด็กเทียบกับทุกวันนี้กลับไม่เหมือนเดิม เพราะนอกจาก Climate Change จะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกแล้วยังส่งผลกระทบต่อโลกใต้น้ำอีกด้วย
    .
    ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ผิดเพี้ยนแปรปรวนอย่างมากจนกระทบต่อระบบนิเวศใต้ทะเล รวมถึงภาวะน้ำทะเลกลายสภาพเป็นกรดที่กัดกร่อนปะการังจนเกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ และทำให้สัตว์เปลือกแข็งต่าง ๆ ไม่สามารถสร้างกระดองได้ซึ่งทำให้สัตว์ทะเลตายเพิ่มมากขึ้น
    .
    โลกร้อนจึงไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ที่จะมัวรอช้าโดยไม่ทำอะไรได้อีกแล้ว ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
    นักวิทยาศาสตร์ ทางทะเลชั้นแนวหน้าของไทย ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้โลกของเราปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ปริมาณมากถึง 40 กิกะตัน หรือ 40,000 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น 1.1 - 1.2 องศาเซียลเซียส เมื่อเทียบกับเมื่อร้อยกว่าปีก่อน และกำลังจะสูงขึ้นอีก 1.5 องศาเซียลเซียส อย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
    .
    ดร.ธรณ์บอกว่า ในเวลาอีก 30 ปีข้างหน้าปัญหาภาวะโลกร้อนจะหนักหนากว่านี้ มนุษย์ทั่วโลกจะเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง คลื่นความร้อนสูงฉับพลัน จนเกิดการสูญเสียชีวิตของคนมากมาย โดยเฉพาะปัญหา Marine Heat Wave หรือคลื่นความร้อนในทะเลที่มาพร้อมกับภาวะโลกร้อนจะทำให้น้ำทะเลร้อนขึ้นจนเกิดความแปรปรวนขั้นสูง และสร้างความเสียหายมหาศาล
    .
    อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระแส “รักษ์โลก” จะแผ่ขยายและสร้างความตระหนักให้ผู้คนแทบจะทุกวงการ แต่ก็ยังไม่มากพอ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าโนวโน้มอุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องช่วยกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ทั้งในระดับปัจเจก ครัวเรือน ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม
    .
    บทความฉบับเต็ม : http://www.igreenstory.co/epsonheatfree
    วิดีโอบทสัมภาษณ์ : https://www.youtube.com/watch?v=Ea8UsDSJM4g
    Photo Credit: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    งานวิจัยที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียร่วมกับมูลนิธิ ADMCF ระบุว่า พื้นที่ที่มีการทำประมงหนักที่สุดในโลก 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลจีนตะวันออก (น่านน้ำของจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) และทะเลจีนใต้ (จีน เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และอ่าวไทย) กำลังอยู่ในสถานะที่ไม่ปลอดภัย
    .
    การจับสัตว์น้ำจากทะเลจีนตะวันออกมีมูลค่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนทะเลจีนใต้มีมูลค่าถึง 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากตัวเลขปี 2561 แต่เนื่องจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในมหาสมุทรรวมกันและการขาดการจัดการที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค การประมงเหล่านี้จึงต้องเผชิญกับแรงกดดันมานานหลายทศวรรษ
    .
    ทะเลจีนตะวันออกประสบกับอัตราการร้อนขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราทั่วโลก แม้ว่าทะเลจีนใต้จะมีสถานการณ์ที่ดีกว่าเล็กน้อย แต่อุณหภูมิทะเลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็มีความสำคัญเนื่องจากทะเลจีนใต้อยู่ในเขตที่ร้อนอยู่แล้วและเป็นพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร
    .
    จากการจำลองสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุด หากการประมงเพิ่มขึ้น 50% รวมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง คาดการณ์ว่าระบบนิเวศของทะเลจีนใต้อาจส่งผลให้สูญเสียปลาในทะเล 6.4 ล้านตัน คิดเป็นรายได้จากการประมง 11,400 ดอลลาร์ต่อปีที่จะหายไป
    .
    แม้แต่ในภายใต้สถานการณ์ที่ดีที่สุด เช่น มีการสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการประมงที่ดีโดยจับปลาลดลง 50% ก็ยังคงคาดว่าทะเลจีนใต้จะสูญเสียปลาไป 1.5 ล้านตันคิดเป็นเงิน 6,500 ล้านดอลลาร์ต่อปีที่จะหายไป
    .
    สถานการณ์ของทะเลจีนใต้ดูหม่อหมองเพราะการทำประมงทะเลจีนใต้มีการจับปลาที่รุนแรงมานานหลายปีแล้ว และสัตว์หลายชนิดในน่านน้ำเขตร้อนที่อบอุ่นจึงทนไม่ไหว เพราะหากโลกร้อนขึ้นไปอีกระดับความทนทานต่อความร้อนสูงสุดเมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้นจะถึงเพดานของพวกมัน ทำให้พวกมันต้องอพยพไปยังน้ำที่เย็นกว่าในตอนเหนือ
    .
    และถึงแม้ว่าปลาจากทะเลจีนใต้จะอพยพหนีร้อนขึ้นไปในทะเลจีนตะวันออกที่อุ่นกว่า แต่สถานการณ์ของทะเลจีนตะวันออกก็ไม่ได้ดีขึ้น น่านน้ำที่อุ่นขึ้นจากภาวะโลกร้อนจะทำให้ปริมาณสิ่งมีชีวิตในทะเลลดลงเช่นกัน
    .
    การลดลงของสิ่งมีชีวิตต่อหน่วยพื้นที่จะทำให้ปลาที่นิยมในตลาดท้องถิ่น เช่น จำพวกปลากะพงอาจหายากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาฉลามอาจสูญพันธุ์ได้ภายใต้สถานการณ์ที่รุนแรง ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียรายได้ประจำปีที่เกี่ยวข้องกับปลาพวกนี้กว่า 1,400 ล้านดอลลาร์
    .
    และแม้แต่ในกรณีที่ดีที่สุดเช่นกัน (เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรงและความพยายามในการทำประมงลดลง 50%) จำนวนปลาฉลามก็ไม่สามารถฟื้นคืนสู่ระดับปัจจุบันได้อีกต่อไปในทะเลจีนใต้
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดอัตราการทำประมงในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ของทะเลที่สำคัญของเอเชีย โดยเฉพาะการจับปลาเล็กเกินไป หากปล่อยให้ปลาเติบโตเต็มที่ แบบจำลองการวิจัยคาดการณ์ว่ารายรับจากการประมงในภูมิภาคอาจสูงถึง 10 เท่า
    .
    ดร.ราชิด สุไมลา ศาสตราจารย์แห่งสถาบันมหาสมุทรและการประมงและวิทยาลัยนโยบายสาธารณะและกิจการระดับโลกของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบางประเภท อาหารทะเลที่เป็นแกนหลักของตลาดอาหารทะเลในฮ่องกง เช่น ปลาเก๋า ปลาทรายแดง และปลากะพง สามารถลดขนาดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของขนาดประชากรในปัจจุบันภายในสิ้นศตวรรษนี้"
    .
    "หากไม่ได้รับการขับเคลื่อน พวกมันจะสูญพันธุ์ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน่านน้ำเขตร้อนของทะเลจีนใต้ ซึ่งปลาหลายสายพันธุ์กำลังเผชิญกับขีดจำกัดความทนทานต่อความร้อนของพวกมัน” ดร.ราชิด กล่าว

    ข้อมูลจาก
    • Sophie le Clue. (November 22, 2021). "Impact of Climate Change & Overfishing on Fishstocks in East & South China Sea". China Water Risk.
    • "Overfishing in South China Sea Could Cost $10 bn a Year in Lost Revenues". (November 3, 2021). Earth.Org

    ภาพ C. Ortiz Rojas - http://www.photolib.noaa.gov/htmls/fish2172.htm
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    อันนี้น่าเห็นใจ เเต่ก็มีข่าวดี ผู้บริหารขอประชุมกันต้นเดือนธันวาคม
    ------------------
    เพราะว่า "ในเวลานี้การเรียนการสอน ก็ยังเป็นเเบบรูปแบบออนไลน์เหมือนเดิม ไม่ต่างอะไรจากเทอมที่เเล้วเลย ตนเองไม่เห็นด้วยที่จะเก็บเต็มจำนวน หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรขยายเวลาไปก่อน ที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ในตอนนี้ก็เพราะว่า ในเอกสารระบุชัดเจนเลยว่า จะเริ่มปรับค่าลงทะเบียนล่าช้าจากนักศึกษา ตั้งเเต่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564ที่ผ่านมา"

    ทีมข่าวจึงประสานไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้ความคืบหน้าว่า ในส่วนของเทอมที่เเล้วนั้นมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาช่วย 30% เเละทางมหาวิทยาลัยช่วยลดเองอีก 20% เเต่ในเทอมนี้ยังไม่มีคำสั่งจากรัฐบาลมา เเต่ยังไงก็ตามเข้าใจความเดือดร้อนของนักศึกษาเเละผู้ปกครองกับสถานการณ์ในปัจจุบันดี จึงจะนำเรื่องที่เข้าที่ประชุมกับกรรมการบริการมหาวิทยาลัยในต้นเดือนธันวาคมนี้

    อ่านข่าวอื่นๆที่เว็บไซต์ข่าวนครสวรรค์.com >> shorturl.asia/ew4iD

    #ข่าวนครสวรรค์

    #ข่าวนครสวรรค์ดอทคอม
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    #ไอ้ไข่ พิทักษ์เฮโรอีน 1f47d.png พบยันต์ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ในเฮโรอีนล็อตใหญ่ที่ตำรวจ #ไต้หวัน บุกยึด 446 กิโล 6,000 ล้านบาท ซ่อนในไม้นำเข้าจากไทย
    1f1f9_1f1fc.png
    เฮโรอีนจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ที่ทางการไต้หวันพบซุกซ่อนในไม้แปรรูปที่ส่งมาจากประเทศไทย ยังพบแผ่นผ้ายันต์ที่ระบุข้อความว่า "ที่ระลึกงานทอดกฐิน" พร้อมรูป "ไอ้ไข่" คาดว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำใส่มาด้วยเพื่อหวังให้ช่วยคุ้มครองการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้
    .
    ชาวไต้หวันที่คุ้นเคยเป็นวัตถุมงคลของไทย บอกว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมายไม่อาจขอให้พระพุทธองค์หรือเทพเซียนช่วยคุ้มครองได้ จึงต้องพึ่งพา "กุมารทอง" อย่างไอ้ไข่
    .
    บนเฮโรอีนยี่ห้อ สิงโตคู่เหยียบโลก ก็มีข้อความว่า 一帆風順 หรือ ราบรื่นปลอดโปร่ง เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ยาเสพติดชื่อดังของโลก

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    #ไต้หวัน ยึดเฮโรอีนล็อตใหญ่ประวัติการณ์ 446 กิโล 6 พันล้านบาท ซ่อนในไม้นำเข้าจากไทย 1f1f9_1f1ed.png หัวหน้าหนีซุก #จีน
    1f1f9_1f1fc.png
    อัยการและตำรวจนครนิวไทเปบุกเข้าทลายแก๊งค้ายาเสพติด ยึดของกลางเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์ถึง 1172 แท่ง น้ำหนักรวม 446 กก. มูลค่ากว่า 5 พันล้านเหรียญไต้หวัน (6 พันล้านบาท) ใช้สำหรับผู้เสพยาได้ถึง 5 ล้านคน
    .
    เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีเฮโรอีนล๊อตใหญ่แอบลักลอบมากับไม้แปรรูป ที่ส่งมาจากเมืองไทย และเก็บเอาไว้ในโกดังแห่งหนึ่งที่เขตไท่ซาน นครนิวไทเป จึงสนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นในโกดังดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา พบไม้ท่อนจำนวน 2500 กว่าท่อน เมื่อผ่าออกจึงพบเฮโรอีนแท่งนับพันแท่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ 7 คน ทลายแก๊งค้ายาเสพติดแก๊งใหญ่ในไต้หวัน
    .
    นายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ระบุว่า เฮโรอีนล๊อตนี้มาจากสามเหลี่ยมทองคำ ในไทย เป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์เกือบ 100% จากประสบการณ์ของตนไม่เคยตรวจจับเฮโรอีนบริสุทธิ์จำนวนมากเช่นนี้มาก่อน
    .
    ทางด้านนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ได้กล่าวชื่นชมผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคราวนี้ว่า “ขบวนการนี้มีการวางแผนอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นทางจนมาถึงไต้หวัน แต่ก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ไต้หวันที่เหนือกว่าแก๊งเฮโรอีน เพราะฉะนั้น จึงมีคำสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปูนบำเหน็จความดีความชอบให้แก่เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นกรณีพิเศษ”
    .
    นายหลิน หัวหน้าแก๊งได้หลบหนีไปกบดานที่จีน ซึ่งอัยการนิวไทเปได้ออกประกาศจับแล้ว ส่วนนายสวีกั๋วหย่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไต้หวันเรียกร้องให้จีนเร่งส่งตัวคนร้ายที่ทำลายความสงบสุขในสังคมมาให้ไต้หวันดำเนินการลงโทษในเร็ววัน ตามความตกลงความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมระหว่างกัน
    2620.png
    ข่าวจาก https://th.rti.org.tw/news/view/id/2004961
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    ข้าราชการเงินเดือนน้อย!

    ที่ปรึกษานายกฯ ชี้แจงกรณีอนุมัติงบประมาณ 2.6 ล้านบาท ซื้อไอโฟน 12 จำนวน 111 เครื่องให้ผู้บริหารสำนักนายกฯ ว่า

    "โทรศัพท์ เป็นอุปกรณ์คุรุภัณฑ์สำนักงาน มีการจัดใช้มานานแล้ว เป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงาน"

    "ข้าราชการบางคนที่มีโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่ไม่รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ อย่าลืมว่าข้าราชการบางคนมีรายได้น้อย แต่การทำงานบางครั้งต้องใช้ข้อมูลมาก จำเป็นต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

    "จึงดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อนำมาใช้ในราชการ"

    "งานที่ทำทั้งหมดคืองานทางราชการ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน"

    รวมถึงมีเกณฑ์ในการจัดสรรอยู่แล้ว

    https://news.ch7.com/detail/532026...
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    26a0.png [BREAKING] 26a0.png แดงทั้งกระดาน ! ตลาดหุ้นทั่วโลกโดนเทขายหนัก ! Dow Jones Fut ลบไป -500 จุดแล้ว ด้าน SET ของไทยลบเกือบ -20 จุด หลังโลกกำลังกังวลเรื่องสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

    1f30d.png ตลาดหุ้นร่วงกันหนักทั้งโลกวันนี้

    1f1fa_1f1f8.png Dow Jones -450 จุด (-1.3%)
    1f1fa_1f1f8.png S&P500 -50 จุด (-1.0%)
    1f1fa_1f1f8.png Nasdaq -110 จุด (-0.7%)

    1f1ea_1f1fa.png Euro Stoxx 50 -82 จุด (-2.0%)
    1f1ec_1f1e7.png FTSE 100 -120 จุด (-1.6%)

    1f1ef_1f1f5.png NIKKEI 225 -850 จุด (-3.0%)
    1f1ed_1f1f0.png Hang Seng -450 จุด (-1.8%)
    1f1f0_1f1f7.png KOSPI 200 -6.65 จุด (-1.6%)

    1f1f9_1f1ed.png SET Index -15 จุด (-1.0%)

    ตลาดหุ้นร่วงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับไวรัสพันธุ์ใหม่ที่พบในแอฟริกาใต้ ที่กำลังระบาดและกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จนทางด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องรีบจัดการประชุมด่วนวาระพิเศษในวันนี้ (26 พ.ย.) เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

    ------------------------

    1f514.png ทางเพจจะคอยนำข่าวสารการลงทุนที่ "ทันโลก" มาฝากทุกท่านเสมอ

    แนะนำให้ทุกท่านเปิดกระดิ่งตั้งค่า "รายการโปรด" หรือ "Favourite" ไว้บนเพจได้เลยครับ เพื่อจะได้ไม่โดนการปิดกั้นการมองเห็นจากทาง Facebook และอาจพลาดข่าวสารที่สำคัญจากทางเพจไป

    1f64f.png ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจของเรา ฝากกด Like และ Share เพื่อให้นักลงทุนท่านอื่นได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 1f44d.png 1f60a.png

    #ทันโลกกับTraderKP
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    26a0.png [OIL] 26a0.png Goldman Sachs มองว่าการร่วมกันปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองสหรัฐและหลายประเทศพันธมิตร จะไม่ช่วยบรรเทาภาวะราคาน้ำมันแพง !

    ตราบใดที่โอเปกยังไม่เปิดก็อกเองราคาน้ำมันดิบยังจะมีโอกาสดีดกลับไปเกิน 90 เหรียญต่อบาร์เรลแน่ !

    1f6e2.png อย่างที่ทางเพจได้รายงานไปว่าประธานาธิบดี Joe Biden เพิ่งประกาศปล่อยน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเพื่อบรรเทาราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งแรง ! และยังได้ชวน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และอังกฤษมาร่วมปล่อยคลังสำรองเพื่อกดราคาน้ำมันลงมาด้วย

    ทาง Goldman Sachs วานิชธนกิจระดับโลกได้ออกมาให้มุมมองว่า ปริมาณน้ำมันที่รัฐบาลของประเทศเหล่านี้ปล่อยออกมานั้นเป็นเสมือนกับ "A drop in the ocean" หรือเป็นเพียงหยดเล็กๆ ในทะเลอันกว้างใหญ่ ที่จะไม่สามารถหยุดเทรนด์ราคาน้ำมันขาขึ้นได้

    1f6e2.png Goldman Sachs ประเมินว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อราคาน้อยกว่า 2 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าน้อยมาก

    และหากเทียบกับความเสี่ยงที่ทางกลุ่มโอเปกอาจตัดสินใจปรับคงการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิม (และอาจไม่ปรับเพิ่มขึ้นตามแผน) ก็อาจจะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันดีดขึ้นไปสูงกว่าเดิมอีกก็เป็นได้

    เพราะก่อนหน้านี้ทาง กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC+ ได้ออกมาลั่นอย่างชัดเจนแล้วว่าพร้อมแลกหมัดกับสหรัฐและจีน โดยการ "อาจไม่ผลิตน้ำมันดิบเพิ่ม" หากชาติต่างๆ ยังคงพยายามปล่อยน้ำมันสำรองออกจากคลังเพื่อกดราคาน้ำมันลง

    1f50e.png ทำให้เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองของสหรัฐ จะเป็นการทำให้เกิด "สงครามราคาน้ำมัน" รอบใหม่หรือไม่ ? 1f914.png

    ------------------------

    1f514.png ทางเพจจะคอยนำข่าวสารการลงทุนที่ "ทันโลก" มาฝากทุกท่านเสมอ

    แนะนำให้ทุกท่านเปิดกระดิ่งตั้งค่า "รายการโปรด" หรือ "Favourite" ไว้บนเพจได้เลยครับ เพื่อจะได้ไม่โดนการปิดกั้นการมองเห็นจากทาง Facebook และอาจพลาดข่าวสารที่สำคัญจากทางเพจไป

    1f64f.png ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจของเรา ฝากกด Like และ Share เพื่อให้นักลงทุนท่านอื่นได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 1f44d.png 1f60a.png

    #ทันโลกกับTraderKP
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    153,808
    ค่าพลัง:
    +97,093
    ผมเห็นคนพูดถึงไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ไม่ใช่ลูกหลานของเดลต้าที่ไปตรวจพบในแอฟริกาใต้มาสักพักละครับ แต่ไม่ได้เอามาแชร์เพราะยังคิดว่าจำนวนตัวอย่างที่พบยังน้อยมากๆ และ อาจจะเป็นการสร้างความตระหนกมากเกินไปกับไวรัสตัวนี้ วันนี้เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกจนได้เพราะสื่อยักษ์ใหญ่ลงกันหมดแล้ว

    ไวรัสสายพันธุ์นี้มีการเปลี่ยนแปลงในโปรตีนสไปค์ หรือ โปรตีนหนามมากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกข้อมูลไว้ เฉพาะส่วนที่ใช้จับโปรตีนตัวรับเพื่อเข้าสู่เซลล์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถหนีภูมิจากวัคซีนได้ดีมากๆ อันนี้ต้องทำการทดสอบเพื่อยืนยัน

    เนื่องจากไวรัสนี้ยังพบน้อยมาก ประเด็นเรื่องความสามารถในการแพร่กระจายยังไม่ชัดเจน ดูจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เช่น N501Y และ P681H ที่ไวรัสตัวนี้มีเหมือนสายพันธุ์อัลฟ่า หรือ อังกฤษ ก็คิดว่าคงจะมีพิษสงอยู่พอตัว แต่ตำแหน่งอย่าง 484 ที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนกับ เบต้า คือ E484A แทนที่จะเป็น E484K ยิ่งทำให้น่าสนใจว่า ไวรัสจะสามารถใช้การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตัวเองวิ่งไวขึ้นไม่ช้าเหมือนเบต้าหรือไม่...ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดครับ

     

แชร์หน้านี้

Loading...