ต้นตระกูลไทยมีมาต้นกัปจนถึงสมัยพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย nondanun, 26 ตุลาคม 2013.

  1. nondanun

    nondanun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    5,980
    กระทู้เรื่องเด่น:
    13
    ค่าพลัง:
    +32,613
    [​IMG]

    หลวงปู่อ่ำ หรือ พระราชกวี (อ่ำ ธมฺมทตฺโต) ปธ. ๖ วัดโสมนัสวิหาร กทม.

    ......มีการขุดพบแผ่นหินโบราณ หลายพันแผ่น ที่ เมืองโบราณและวัดใกล้เคียงใน จ.ราชบุรี แผ่นหินมีการจารึกคำไทยโบราณ หรือลายสือไทย โดยมีหลวงปู่ที่อ่านออกเท่านั้น พบว่าเป็นบันทึกของคนไทยที่อาศัยอยู่บริเวณ ราชบุรี เมื่อประมาณ พ.ศ. 235-300 โดยมีบันทึกประวัติศาสตร์ชาวไทย ตั้งแต่สมัยพุทธนันดรที่ ๑ (พระพุทธเจ้ากกุกสัณโธ) คือเมื่อประมาณ 5000 ล้านปีก่อน เรื่อยมาจนถึง พุทธนันดรที่ ๔ (พระพุทธเจ้าสมณโคดม) คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน โดยคนไทยใน พ.ศ. 200 กว่านี้มีวิชาที่สามารถคุยกับดวงวิญญาณของต้นตระกูลคนไทยเมื่อสมัยพุทธนันดรที่ ๑ ได้ ต้นตระกูลไทยได้เล่าความเป็นมาตั้งแต่ต้นกัปจนถึงสมัยพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน โดยหลวงปู่อ่ำได้อ่านข้อความในแผ่นจารึกที่ ๗๑๕ หน้า ๑ เป็นคำเล่าสมัยคนไทยในพุทธนันดรที่ ๓ เป็นภาษาไทยโบราณ ดังนี้

    ....เมื่อคนเหลืองสองสิ้นนานล้นหลาย เมืองนี้ชื่อ เมืองแผน ขุนชื่อแผนเมืองฟ้า ขุนหญิง ชื่อดวงขวัญใจ หมู่ชื่อ ลวไทย ถึงคนเหลืองสามก็ดีมาสอนเหล่า มื้อนั้น ข้าฟังด้วยสางมิลุอื่น ลุแผน(พรหม) หมู่ลวไทยไปสู่เมืองแสงใสมาก กูยังอยู่กับ......

    ซึ่งหลวงปู่อ่ำได้อธิบายไว้ว่า หลังจากสิ้นยุคพุทธนันดรที่ ๒ (คนเหลืองสอง = คนไทยยุคที่ ๒) คนไทยสมัยต่อมาคือยุคที่ ๓ นั้นได้เกิดและได้ฟังธรรมกับพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๓ แห่งกัปนี้คือ พระพุทธกัสสป พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ ๒ หมื่นปีจึงดับขันธ์ปรินิพพาน เข้าเมืองแสงใส ซึ่งก็คือเมืองแก้วแสงใส ชื่อไทยนี้ คนไทยคงเรียก นิพพาน มานานแล้ว ปราชญ์บัณฑิตโบราณาจารย์จึงกล่าวเสมอๆ เช่น ถึงเมืองแก้ว อันกล่าวแล้ว คือ อมตมหานครนฤพาน ดังใน มหาเวสสันดรเทศนา กุมารกัณฑ์

    ที่มา พระนิพพาน จากคำครูอาจารย์ - Pantip
     
  2. บัวเกี๋ยง

    บัวเกี๋ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2008
    โพสต์:
    549
    ค่าพลัง:
    +431
    รู้หนังสือที่หลวงเขียนรือเปล่าครับและมีขายที่ไหน
     
  3. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... ชื่อหนังสือสุวรรณภูมิปกรณ์ นี่แหละครับ มีขายที่วัดโสมนัสครับ
     
  4. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... เรื่องมีอยู่ว่า สมัยที่ผู้เล่าอยู่กับท่านพระอาจารย์ที่บ้านหนองผือ มีชาวกรุงเทพมหานครไปกราบนมัสการ ถวายทานฟังเทศน์ และได้นำกระดาษห่อธูปมีเครื่องหมายการค้า รูปตราพระพุทธเจ้า (บัดนี้รูปตรานั้นไม่ปรากฏ) ตกหล่นที่บันไดกุฏิท่าน พอได้เวลาผู้เล่าขึ้นไปทำข้อวัตร ปฏิบัติท่านตามปกติ พบเข้าเลยเก็บขึ้นไป พอท่านฯเหลือบมาเห็น ถามว่า

    ... “ นั่นอะไร ”

    ... “รูปพระพุทธเจ้าขอรับกระผม ”

    ... ท่านกล่าว

    ... “ ดูสิคนเรานับถือพระพุทธเจ้า แต่เอาพระพุทธเจ้าไปขายกิน ไม่กลัวนรกนะ”

    ... แล้วท่านก็ยื่นให้ผู้เล่า บอกว่า

    ... “ ให้บรรจุเสีย ”

    ... ผู้เล่าเอามาพิจารณาอยู่ เพราะไม่เข้าใจคำว่า บรรจุ จับพิจารณาดูพระพักตร์เหมือนแขกอินเดีย ผู้เล่าอยู่กับท่านองค์เดียว ท่านวันยังไม่ขึ้นมา ท่านพูดซ้ำอีกว่า

    ... “ บรรจุเสีย”

    ... “ ทำอย่างไรขอรับกระผม ”

    ... “ ไหนเอามาซิ ” ยื่นถวายท่าน ท่านจับไม้ขีดไฟมาทำการเผาเสีย และพูดต่อว่า

    ... “ หนังสือธรรมะสวดมนต์ที่ตกหล่นขาดวิ่นใช้ไม่ได้แล้ว ก็ให้รีบบรรจุเสีย กลัวคนไปเหยียบย่ำจะเป็นบาป”

    ... ผู้เล่าเลยพูดไปว่า

    ... “ พระพุทธเจ้าเป็นแขกอินเดียนะกระผม ”

    ... ท่านฯตอบ “ หือคนไม่มีตาเขียน เอาพระพุทธเจ้าไปเป็นแขกหัวโตได้ ”

    ... ท่านฯกล่าวต่อไปว่า

    ... “ อันนี้ได้พิจารณาแล้วว่า พระพุทธเจ้าเป็นคนไทย พระอนุพุทธสาวกในยุคพุทธกาล ตลอดจนถึงยุคปัจจุบัน ล้วนแต่ไทยทั้งนั้น ชนชาติอื่น แม้แต่สรณคมน์และศีล ๕ เขาก็ไม่รู้ จะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไรดูไกลความจริงเอามากๆ เราได้เล่าให้เธอฟังแล้วว่า ชนชาติไทย คือ ชาวมคธ รวมรัฐต่างๆ มีรัฐสักกะ เป็นต้น หนีการล้างเผ่าพันธุ์มาในยุคนั้นและชาวพม่า คือ รัฐโกศลเป็นรัฐใหญ่ รวมทั้งรัฐเล็กๆ จะเป็นวัชชี มัลละ เจติ เป็นต้น ก็ทะลักหนีตาย จากผู้ยิ่งใหญ่ด้วยโมหะ อวิชชา มาผสมผสานเป็นมอญ (มัลละ) เป็นชนชาติต่างๆ ในพม่า ในปัจจุบัน”

    ... “ ส่วนรัฐสักกะนั้นใกล้กับรัฐมคธ ก็รวมกันอพยพมาสุวรรณภูมิ ตามสายญาติที่เดินทางมาแสวงโชคล่วงหน้าก่อนแล้ว”

    ... ผู้เล่าเลยพูดขึ้นว่า

    ... “ปัจจุบัน พอจะแยกชนชาติในไทยได้ไหม ขอรับกระผม”

    ... “ไม่รู้สิ อาจเป็นชาวเชียงใหม่ ชาวเชียงตุงในพม่าก็ได้”

    ... ขณะนั้นท่านวันขึ้นไปพอดี ตอนท้ายก่อนจบท่านเลยสรุปว่า

    ... “ อันนี้ (หมายถึงตัวท่าน) ได้พิจารณาแล้ว ทั้งรู้ทั้งเห็นโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น”

    ... ผู้เล่าพูดอีกว่า

    ... “แขกอินเดียทุกวันนี้คือพวกไหน ขอรับกระผม”

    ... ท่านบอก

    ... “พวกอิสลามที่มาไล่ฆ่าเรานะซิ”

    ... “ถ้าเช่นนั้นศาสนาพราหมณ์ ฮินดู เจ้าแม่กาลี การลอยบาปแม่น้ำคงคา ทำไมจึงยังมีอยู่ รวมทั้งภาษาสันสกฤตด้วย”

    ... “ อันนั้นเป็นของเก่า เขาเห็นว่าดี บางพวกก็ยอมรับเอาไปสืบต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนพวกเรา พระพุทธเจ้าสอนให้ละทิ้งหมดแล้ว เราหนีมาอยู่ทางนี้ พระพุทธเจ้าสอนอย่างไรก็ทำตาม ”

    ... ท่านยังพูดคำแรงๆว่า

    ... “ คุณตาบอด ตาจาวหรือ เมืองเราวัดวา ศาสนา พระสงฆ์ สามเณร เต็มบ้านเต็มเมืองไม่เห็นหรือ ” (ตาบอดตาจาวเป็นคำที่ท่านจะกล่าวเฉพาะกับผู้เล่า)

    ... “ แขกอินเดียเขามีเหมือนเมืองไทยไหม ไม่มี มีแต่จะทำลาย โชคดีที่อังกฤษมาปกครอง เขาออกกฎหมายห้ามทำลายโบราณวัตถุ โบราณสถาน แต่ก็เหลือน้อยเต็มที ไม่มีร่องรอยให้เราเห็น อย่าว่าแต่พระพุทธเจ้าเลย ตัวเธอเองนั้นแหละถ้าได้ไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวอินเดีย จ้างเธอก็ไม่ไปเกิด ”

    ... “ ของเหล่านี้นั้น ต้องไปตามวาสนาตามวงศ์ตระกูล อย่างเช่น วงศ์พระพุทธศาสนาของเรานั้น เป็นอริยวาส อริยวงศ์ อริยะตระกูล เป็นวงศ์ที่พระพุทธเจ้าจะมาอุบัติ คุณแปลธรรมบทมาแล้ว คำว่า ปุคฺคลฺโล ปุริสาธญฺโญ ลองแปลดูซิว่า พระพุทธเจ้า จะเกิดในมัชฌิมประเทศ หรืออะไรที่ไหนก็แล้วแต่ จะเป็นที่อินเดีย หรือที่ไหนก็ตาม ทุกแห่งตกอยู่ ในห้วงแห่งสังสารวัฏฏ์ ถึงวันนั้นพวกเราอาจจะไปอยู่อินเดียก็ได้”

    ... “ พระพุทธเจ้าทรงวางพระพุทธศาสนาไว้ จะเป็นระหว่างพุทธันดรก็ดี สุญญกัปป์ก็ดี ที่ไม่มีพระพุทธศาสนา แต่ชนชาติที่ได้เป็นอริยวาส อริยวงศ์ อริยประเพณี อริยนิสัย ก็ยังสืบต่อไปอยู่ ถึงจะขาด ก็คงขาดแต่ผู้สำเร็จมรรคผลเท่านั้น เพราะว่างจาก บรมครู ต้องรอบรมครูมาตรัสรู้ จึงว่ากันใหม่ ”

    ... ผู้เล่าได้ฟังมาด้วยประการละฉะนี้แล ฯ


    ... คัดลอกจาก หนังสือ "รำลึกวันวาน" โดยกองทุนแสงตะวัน วัดปทุมวนาราม
    หมวดรำลึกพระธรรมเทศนา หน้าที่ ๒๒๗
    (เป็นหนังสือรวบรวมเกร็ดประวัติ ปกิณกธรรม และพระธรรมเทศนา แห่งองค์หลวงปู่มั่น จากบันทึกความทรงจำของหลวงตาทองคำ จารุวณโณ ในสมัยที่ได้อยู่อุปัฏฐากหลวงปู่มั่น เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๗-๒๔๙๒)
     
  5. Chang_oncb

    Chang_oncb ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    12,276
    ค่าพลัง:
    +80,044
    [​IMG]
     
  6. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  7. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    เมื่อถึงเวลาความจริงย่อมปรากฏ แก่ชาวพุทธทั่วโลกเป็น ความจริงที่ ทำลายทุกความไม่จริงว่าด้วยประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาครับ

    พุทธจะเกิดที่อินเดีย จริงตามที่ฝรั่งนำหลักฐานมาเชื่อมโยง จริงหรือ

    พุทธจะเกิดที่สุวรรณภูมิคือชมพูทวีปไม่มีอินเดียร่วมด้วย อย่างนั้นหรือ

    หากเราอ่านพระไตรปิฏกแล้วจะทราบรายละเอียดดีว่า ประวัติของพระพุทธเจ้าที่พระอานนท์กล่าวไว้นั้นมีสิ่งที่แสดงความเป็นสุวรรณภูมิไม่ใช่อินเดียหลายประการเช่น
    ประเพณีการเกิดและการสร้างปราสาทสามฤดูที่สอดคล้องกับความเป็นสุวรรณภูมิ
    ประเพณีพืชมงคลแรกนาขวัญ อันสอดคล้องกับความเป็นสุวรรณภูมิ
    อาหารการกินเป็นแบบสวรรณภูมิไม่ใช่อินเดีย เช่นข้าวยาคู ข้าวทิพย์ และอื่นๆ ไม่เคยมีการกล่าวถึงอาหารแบบอินเดีย
    การแต่งกายที่สอดคล้องความเป็นสุวรรณภูมิไม่ใช่อินเดีย
    การทานข้าว ฉันข้าว พระต้องทำคำข้าวให้เป็นคำๆพอดีคำหมายถึงข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวไม่ใช่โรตี
    การแต่งงาน พระสิทธิธัตถะ ต้องเป็นฝ่ายไปสู่ขอพระนางพิมพ์พาคือชายไปขอและมีสินสอดของแต่งของหมั่นแบบสุวรรณภูมิมิใช่อินเดีย
    เงินสมัยก่อนเรียกเป็นกหาปณะคือเป็นเหรียญกษาปนั่นเอง ไม่ใช่รูปี
    ภาษามคช เป็นภาษาดั้งเดิมของชนสุวรรณภูมิ มานานแสนนานอันเป็นต้นตำหรับของลายสือไทย ไม่ใช่ตามที่ฝรั่งอ้างว่าภาษามคชดัดแปลงมาจากภาษาลวะของอินเดีย
    ประเพณีการฌาปณกิจพระบรมศพของพระพุทธเจ้า เหมือนของชาวสุวรรณภูมิจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากชาวอินเดียที่มีแบบทั้งเผาและไม่เผาแต่จะต้องเอาไปลอยแม่น้ำ
    ยังมีข้อสังเกตุหลายอย่างที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นอินเดีย
    ตลอดจนเราจะพบว่าประเทศไทย พม่า ลาว เขมร มีหลักฐานทางพระพุทธศาสนาเยอะมากๆต่างกับ อินเดีย ซึ่งมีน้อยนิด ส่วนที่มีแท้จริง สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดจริงหรือว่าใช่เป็นสถานที่พุทธประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานจริงหรือ หรือเป็นโบราณสถานของเหล่าลัทธิพราหม์ฮินดู ส่วนเสาหินของพระเจ้าอโศกที่พบ ท่านมีอะไรแน่ใจว่า จะเป็นจุดที่พระเจ้าอโศกฝังไว้เพื่อแสดงว่าเป็นที่ประสูติ อาจเป็นเพราะเจตนาอย่างอื่นเป็นไปได้หรือไม่ และเสาหิน ที่เหลืออีกมากมายอยู่ที่ไหน การเผยแพร่พระศาสนาด้วยการสร้างพระเจดีย์ ในอินเดียไม่มีปรากฏหรือปรากฏน้อยมาก เจดีย์ในอินเดียใช่สถานที่ตรัสรู้หรือไม่ แล้วเจดีย์ในสุวรรณภูมิมีอีกมากมาย ที่พบและยังไม่พบ
    นี่คือสิ่งที่เมื่อถึงเวลาทุกอย่างย่อมปรากฏความจริงให้ชาวพุทธได้ทราบครับ

    แต่ไม่ว่าพระพุทธเจ้าที่เกิดที่ใดอย่างไร สิ่งสำคัญคือพระธรรมคำสอนของพระองค์ที่เผยแผ่ มีค่าที่สำคัญที่สุดที่ต้องทราบและนำไปปฏิบัติและสืบทอดครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  8. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    นอกจากนี้เรายังพบว่า หลายสถานที่ในบ้านเรามีชื่อตรงหรือใกล้เคียงกับเมืองต่างๆในสมัยพุทธกาล อาจจะเป็นชื่อที่ตั้งใหม่หรือชื่อเก่าแต่โบราณก็ไม่ขอวิจารณ์ เช่น ไพศาลี โกสัมพี หรืออืนๆเป็นต้น
    พร้อมทั้งระยะทางแต่ละเมืองแต่ละสถานที่หากมีผู้รวบรวมศึกษาตามพระไตรปิฏกก็อาจจะค้นพบความจริง ล่าสุดที่โคราชมีการค้นพบพระพุทธปรินิพพาน เก่ามากพอที่จะเป็นที่ประนิพพานของพระองค์ได้หรือไม่ ไม่อาจทราบได้และจะไม่ขอวิจารณ์อะไรแต่ก็ขอนำมาแสดงเหตุผลให้ฟังเพื่อประดับความรู้เอาไว้ครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  9. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    อีกนิดครับ
    พระไตรปิฏกไม่เคยกล่าวถึงพระผู้เป็นเจ้าในลัทธิพราหม์ฮินดูหรือประเพณีทางพราหม์หรือฮินดูให้ทราบบ้างเลย หากท่านพระพุทธเจ้าเป็นคนอินเดียจริงๆ ท่านต้องมีกล่าวถึงความเป็นพราหม์ฮินดูให้ได้รับทราบกันมากกว่านี้ครับ ใช่หรือเปล่าครับ

    ส่วนฤาษีต่างๆในสุวรรณภูมินี้มีมานานแล้วครับ ไม่ได้มีเฉพาะอินเดียครับ อันมีอยู่ทั่วทั้งทุกดินแดนครับ
    ตลอดจนประเพณีต่างๆ
    สุวรรณภูมิเป็นแหล่งอารยะธรรมเก่าแก่มานานแล้วเช่นกัน คนละส่วนกับอินเดียครับไม่เกี่ยวกัน ทั้งภาษาและวัตนธรรมครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  10. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    สุดท้ายอย่าเพิ่งเชื่อสิ่งที่ผมกล่าวมา เพราะผมก็ไม่เชื่อ แค่เกิดความสงสัยก็เท่านั้นครับ
    ปฏิบัติธรรมดีกว่าครับอย่าไปกังวลหรือยึดติดอะไรให้มากครับ สาธุ
     
  11. ◎สุริunร์

    ◎สุริunร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2013
    โพสต์:
    991
    ค่าพลัง:
    +2,200
    ก็แปลกนะ หากอินเดีย-เนปาล หากไม่เป็นที่ประดิษฐานสังเวชนียสถาน 4 ตำบล

    พระผู้ปฏิบัติปฏิบัติชอบ ในอดีตหลายๆองค์ ล้วนต่างไป สักการะ

    เช่น หลวงปู่สิม ท่านพ่อลี หลวงปู่สังวาลย์ หลวงพ่อฤาษี หลวงพ่อกัสปะมุนี หลวงพ่อพุธ ฯลฯ เป็นต้น

    ยิ่งสมัยตอนหลวงพ่อสนอง วัดสังฆทาน สมัยที่ท่านดำรงค์ขันธ์ แข็งแรงๆ

    นำคณะธุดงค์ธรรมยาตราอินเดีย แดนพุทธภูมิ จริงๆ ไม่ว่าเล่น เห็นในช่องทีวีของวัดสังฆทานประจำ

    แต่จากบันทึกจากคำบอกเล่าของหลวงปู่มั่น ท่านว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนไทย นั้น

    คำว่า ไทย นั้น ไทยอย่างไร

    หรืออาจจะเป็นไท จนกลายมาเป็นไทย

    แต่หากจะดูตามหลักภูมิศาสตร์ประเทศไทยนั้น เมื่อ พันสองพันกว่าปี

    มีพื้นที่บริเวณจังหวัดใดบ้างที่เคยจมทะเล แน่นอนว่าอดีตไม่ใช่ผืนดิน

    จะเห็นว่าสุสานหอย มีอยู่ในหลายจังหวัด ซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดว่าพื้นที่นั้น
    ต้องเคยเป็นทะเลมาก่อน จะเป็นหอยบก คงเป็นไปไม่ได้แน่
    ที่เกิดจากทับถม ชั้นตะกอนจนกลายเป็นซากฟอสซิล ให้เห็นๆ ที่ผาแต้ม และหนองบัวลำภู
    แต่นั่น ก็เป็นระยะเวลาหลายล้านปีตามหลักภูมิศาสตร์ ซึ่งก็นานไปที่จะคำนวณย้อนระยะอดีตเพียงเมื่อ 2601 ปี ที่ผ่านมา

    มาที่คำว่า ไท หรือ ไทย ลองมาดูข้อความหนึ่ง ตอบไว้ให้น่าพิจารณา

    แต่สิ่งที่จริงยิ่งกว่า คือ สังขารทั้งหลายล้วนไม่เที่ยง มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา

    มากกว่าที่จะยืนยง อิสโร เสียเวลาหัวปั่น

    จนกลายมาเป็นชื่อลานบิน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  12. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    สงสัยอีกนิดหนึ่งคือ ตามประวัติศาสตร์ ไทยเรา เท่าที่จำได้ คือส่วนมากแล้วการเกี่ยวข้องด้วยพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการสังคายนาทำไมไม่ไปทำที่อินเดีย
    หรือธรรมทูตอื่นๆงานด้านอื่นๆ ของเราจะไม่ค่อยมีเกี่ยวข้องกับอินเดีย แต่จะไปมีอะไรก็เกี่ยวโยงกับศรีลังกาตลอด ก็น่าแปลกดีครับ สาธุ
     
  13. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    ลองหาประวัติหลวงปู่ชอบอ่านดูสิครับ .. ท่านกล่าวว่าท่านเกิดสองรอบในสมัยพุทธกาล คือ หนึ่งเคยเกิดและบวชเป็นพระติดตามพระเทวทัต และตายมาเกิดเป็นลูกทาสในบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และขอบวชเป็นเณรอยู่กับพระมหากัสสปะผู้เป็นเลิศด้านธุดงค์ และเมื่อเป็นเณรขณะนั้นท่านก็ได้สมาธิขั้นสูงมีฤทธิ์หลายอย่าง .. และออกติดตามพระมหากัสสปะมาสร้างพระธาตุพนม และท่านมีบอกว่าการเดินทางมีเดินเท้าธรรมดาและมีใช้วิธีหย่นระยะทางด้วยนะครับ .. ส่วนเรื่องเชื้อชาติท่านไม่ได้กล่าวไว้ว่าอย่างไร
     
  14. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    สมัยพุทธกาล คนโบราณตัวใหญ่ มีพละกำลังมาก อายุยืน ร่างกายแข็งแรง
    การเดินเท้าสมัยก่อน จากก้าว1ก้าวเมื่อก่อน กับเราก้าวเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง การเดินทางคนโบราณชำนาญและมีพละกำลังมากกว่า ก็เดินทางได้เร็วกว่าครับ
    ส่วนหนึ่งใช้วิชาหรือฤทธิ์ช่วยก็มีครับ
     
  15. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    หรือจะกล่าวให้เป็นข้อคิดว่า อินเดียและเนปาล เป็นปัจจันตประเทศ ที่อยู่ห่างไกลธุระกันดาร เป็นภูมิประเทศที่พระเจ้าอโศกเข้าไปเผยแพร่พุทธศาสนาที่ไกลมาก จึงได้สร้างปุชณียสถานและวัตถุบางส่วนเอาไว้ที่นั่น
    แต่ศูนย์กลางพุทธศาสนาอาจจะไม่ใช่ที่อินเดียหรือเปล่า ไม่อาจทราบได้
    อีกอย่างในสมัยพระพุทเจ้าปรินิพพานไปแล้ว พระบรมสารีริกธาตุต่างก็ถูกแบ่งกระจายไปหลายประเทศหลายเมือง แต่ก็แปลกทำไมที่อินเดียและเนปาลมีสถูปเจดีย์น้อยมากๆ จึงเป็นสิ่งที่ผิดปกติมากๆครับ เพราะอินเดียและเนปาลก็มีหลายเมืองและกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าแถบสุวรรณภูมิเยอะครับ ดังนั้นเมืองในสมัยก่อนที่อยู่ใกล้เคียงมักมีระยะทางห่างไกลไม่มากเกิน1000 km. ดังนั้นในรัศมี1000 km หรืออย่างมากก็ไม่เกิน1500 km ต้องมีพระสถูปเจดีย์มากมาย ดังเช่นในสุวรรณภูมินี่เอง ครับ
     
  16. พูน

    พูน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    595
    ค่าพลัง:
    +2,481
    "เราได้เล่าให้เธอฟังแล้วว่า ชนชาติไทย คือ ชาวมคธ รวมรัฐต่างๆ มีรัฐสักกะ เป็นต้น หนีการล้างเผ่าพันธุ์มาในยุคนั้นและชาวพม่า คือ รัฐโกศลเป็นรัฐใหญ่ รวมทั้งรัฐเล็กๆ จะเป็นวัชชี มัลละ เจติ เป็นต้น ก็ทะลักหนีตาย จากผู้ยิ่งใหญ่ด้วยโมหะ อวิชชา มาผสมผสานเป็นมอญ (มัลละ) เป็นชนชาติต่างๆ ในพม่า ในปัจจุบัน"
    อย่ากล่าววาจาไม่ดี พระอรหันต์ท่านบันทึกไว้ชัดเจนว่า หนีมา ในพระไตรปิฏกก็มีตอน วิฑูรทัพพะ ฆ่าล้างวงศ์ศากายะ นั่นก็หนีตายกันไปรอบนึง ไหนจะมารอบหลังอีก สังเวชนียสถาน เป็นหลักฐาน สถานที่นั้นมีอยู่จริง แต่ผู้คนที่อพยพนั้น จะเป็นอย่างไร เหลือวิสัยที่เราจะจดจำกันได้ เพราะไม่มีผู้ใดบันทึกเอาไว้
     
  17. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    อีกนิดครับ ลองไปดูต้นโพธิ์พระพุทธเจ้าตรัสรู้สิครับ ใช่ต้นพระศรีมหาโพธิ์จริงหรือเปล่าครับ อายุกี่ปีกันครับหรือฝรั่งอ้างหลักฐานไว้จึงเชื่อ หรือเป็นพระเจ้าอโศกท่านนำต้นศรีมหาโพธิ์ ไปปลูกยังที่ ที่ท่านสร้างปูชนียสถานร่วมไว้ด้วย หรืออื่นๆอาจเป็นไปได้ครับ
    แล้วสถานที่ที่ตั้งของต้นศรีมหาโพธิ์ที่ตรัสรู้ที่แท้จริง อยู่ตรงไหน ถ้ามีในสุวรรณภูมิ อยู่ที่ไหนยังอยู่หรือไม่ใครตอบได้บ้างครับ หรือมันไม่มีหรอก ที่อินเดียนั่นแหละของจริงหรือเปล่าครับ สาธุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013
  18. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,656
    ค่าพลัง:
    +20,772
    สังเวชนียสถาน เป็นหลักฐาน เป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง

    แต่ฝรั่งกลุ่มนั้นได้ให้เหตุผลอย่างไรว่า มีหลักฐานแน่ชัดอย่างไร เชื่อถือได้อย่างไร หรือมีอะไรแอบแฝง ในการเชื่อมโยงหลักฐานเพื่อบอกว่า นี่แหละคือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ปรินิพพานและ ฌาปณกิจ
    กระผมไม่ได้บอกให้ไม่เชื่อ แต่เราต้องฉลาดกว่าฝรั่ง ฝรั่งเขาจะมาทราบความเป็นพุทธได้ดีไปกว่าคนพุทธ ได้อย่างไร ครับ

    หลักฐานคือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ยังมีวิทยาศาสตร์หรือความจริงที่แท้จริงยิ่งกว่าก็อาจเป็นได้ครับ เมื่อถึงเวลานั้นความจริงที่แท้จริงอาจปรากฏให้ทุกท่านได้ประจักกับความจริงครับ

    อุปมาง่ายๆ เช่นกรณีพิพาทเขาพระวิหาร เป็นต้นครับ ฝรั่งเขาจะมารู้ดีกว่าชาวศรีษเกษ หรือปู่ย่าตายายของเราได้อย่างไรกันครับ
     
  19. tsukino2012

    tsukino2012 หยุดจึงพบ สงบจึงเกิด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,311
    ค่าพลัง:
    +3,090
    เกิดไม่ทัน ฟังมา อ่านมา พิสูจน์ไม่ได้ จริงเท็จไม่รู้
    สมัยอย่างนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ก็เน้นศรัทธาล้วนๆ
    หลายๆเรื่องคิดพิจารณาไปก็หาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้
    และถ้าไปใช้จิตสัมผัสตอบ ก็ไม่มีอะไรรับปะกันว่าจะจริง
    คนยังโดนคนหลอกโดนผีหลอกได้
    มัวหาความจริงในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เหล่านี้
    เกรงจะปวดหัวโดยเปล่าประโยชน์
    เหมือนกับปู่ทวดของทวดที่ล่วงลับมาหลายร้อยปี
    เรารู้ว่าพวกท่านน่ะเคยมีตัวตนจริง
    แต่ทำยังไงเราก็ไม่มีทางได้เห็นหน้าท่าน
     
  20. ◎สุริunร์

    ◎สุริunร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2013
    โพสต์:
    991
    ค่าพลัง:
    +2,200
    .........................................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2013

แชร์หน้านี้

Loading...