ถอนพิษความทรงจำอันเจ็บปวด (พระไพศาล วิสาโล)

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 12 มกราคม 2011.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,547
    กระทู้เรื่องเด่น:
    152
    ค่าพลัง:
    +147,907
    [​IMG]

    ถอนพิษความทรงจำอันเจ็บปวด

    พระไพศาล วิสาโล

    ในชีวิตของเราย่อมมีเหตุการณ์มากมายที่ยากจะลืมเลือนได้
    จะวิเศษเพียงใดหากเหตุการณ์เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่หวานชื่นระรื่นใจ
    แต่ความจริงก็คือ มันมักเป็นเรื่องราวที่ขมขื่น หนาวเหน็บและเจ็บปวด
    นึกทีไรความเศร้าโศก โกรธแค้น หรือรู้สึกผิดก็เกาะกุมใจ
    ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อยากกำจัดมันออกไปจากความทรงจำ
    แต่ยิ่งพยายามกำจัด มันก็ยิ่งประทับแน่น
    ยิ่งผลักไสมันให้ไกล มันก็ยิ่งโผล่หน้ามาหลอกหลอน


    จะว่าชะตากรรมชอบเล่นตลกกับเราก็ได้
    แต่อันที่จริงแล้วตัวการมิใช่อะไรอื่นเลย
    หากเป็นธรรมชาติของใจเราเอง
    สิ่งใดที่เราเกลียดหรือรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ มันจะมีแรงดึงดูดต่อใจของเรา
    สังเกตไหมเวลาเราโกรธเกลียดใคร เราจะนึกถึงคน ๆ นั้นบ่อย ๆ
    เศร้าโศกเสียใจเรื่องอะไร มันก็จะยิ่งผุดโผล่ขึ้นมาในใจ
    แต่นั่นยังไม่เท่าไร ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามผลักไสหรือกำจัดมัน
    มันยิ่งตามมารบกวนจิตใจบ่อยขึ้น แม้กระทั่งในยามหลับ


    ที่ออสเตรเลียเคยมีการทดลองกับนักศึกษาจำนวน ๑๐๐ คน
    โดยให้แต่ละคนเลือกความนึกคิดมาหนึ่งเรื่องที่เขาไม่ชอบแต่มักปรากฏในจิตใจ
    จากนั้นก็ให้นักศึกษาครึ่งหนึ่งกดข่มความคิดนั้นก่อนนอน ๕ นาที
    เมื่อตื่นขึ้นมาให้ทุกคนรีบเขียนบันทึกเกี่ยวกับความฝันในคืนนั้นทันที
    การวิเคราะห์พบว่า นักศึกษากลุ่มหลังนี้
    ฝันถึงความคิดดังกล่าวมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กดข่มมัน


    การทดลองนี้ยืนยันว่า
    ยิ่งอยากกำจัดความคิดหรือความทรงจำอย่างใดอย่างหนึ่ง
    มันยิ่งตามมารบกวนทั้งในยามตื่นและหลับ


    ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?


    การค้นพบทางด้านประสาทวิทยาอาจให้คำตอบในเรื่องนี้ได้
    เมื่อประสบเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด โกรธแค้น หรือเศร้าโศก
    ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งไปกระตุ้นให้อามิกดาลา
    (สมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์)
    สั่งการให้มีการบันทึกความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น
    ฮอร์โมนดังกล่าวหลั่งออกมามากเท่าไร
    ความจำในเรื่องนั้น ๆ ก็จะยิ่งฝังลึกโดยมีอารมณ์ความรู้สึกเข้าไปย้ำ


    อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากเหตุการณ์เหล่านั้น
    จึงเป็นตัวการสำคัญที่ตอกย้ำความทรงจำให้ประทับแน่นมากขึ้น
    ยิ่งเจ็บปวดมากเท่าไร ก็ยิ่งลืมเลือนได้ยาก
    แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนี้เท่านั้น
    ตอนที่หวนระลึกถึงเหตุการณ์นั้นอีก แล้วเราเกิดความรู้สึกเจ็บปวดตามมา
    แถมยังพยายามจะไปกำจัดมัน ความเครียดที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว
    ยิ่งทำให้ความทรงจำนั้นฝังลึกมากขึ้น



    ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มันฝังลึกมากไปกว่านี้
    อย่างแรกที่ต้องทำก็คือ อย่าไปรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับความทรงจำดังกล่าว
    เมื่อเหตุการณ์ใด ๆ ผุดโผล่ขึ้นมาในใจ อย่าไปหงุดหงิดหรือโกรธเกลียดมัน
    ปล่อยมันไป ไม่ต้องสนใจมัน รวมทั้งไม่ต้องอยากไปกำจัดมันด้วย
    เพราะถ้าเราหงุดหงิดใส่มัน โกรธเกลียดมัน หรืออยากกำจัดมันเมื่อไร
    ฮอร์โมนความเครียดจะหลั่งออกมาและทำให้ความทรงจำในเรื่องนั้นฝังลึกขึ้น


    เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอดีตได้
    แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงท่าทีหรือความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้
    แทนที่จะพยายามปฏิเสธมัน
    หรือผลักไสกดข่มความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้น
    เราลองหันมายอมรับมันหรือวางใจเป็นกลางกับมัน
    ใหม่ ๆอาจทำได้ยาก แต่เราสามารถฝึกใจได้ ด้วยการนั่งนิ่ง ๆ ทำใจให้สงบ
    แล้วค่อย ๆ นึกถึงเหตุการณ์นั้น เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดเกิดขึ้น ก็ให้รับรู้เฉย ๆ
    โดยไม่พยายามกดข่มหรือปฏิเสธมัน เปิดใจต้อนรับเสมือนเป็นเพื่อนสนิทของเรา
    หากอยากร้องไห้ ก็ขอให้ร้องไห้ออกมา
    หากมีเพื่อนหรือประจักษ์พยานรับรู้ด้วย ก็ยิ่งดี
    การที่เรากล้าเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้เขาฟัง
    แสดงว่า เราทำใจยอมรับมันได้มากขึ้นแล้ว


    เมื่อใดก็ตามที่เราวางใจเป็นกลาง สงบ ไม่หวั่นไหวกับเหตุการณ์ในอดีต
    เหตุการณ์เหล่านั้นก็ไม่อาจโบยตีหรือหลอกหลอนเราได้อีกต่อไป
    มันอาจจะไม่เลือนรางในเร็ววัน แต่ก็จะรบกวนจิตใจเราน้อยลง
    ถึงจะมาปรากฏในมโนสำนึกอีก แต่ก็ไร้พิษสง ไม่ทำให้เราเจ็บปวดอีก
    แต่เดิมที่เคยเป็นเสมือนแผลเรื้อรัง ที่แตะต้องเมื่อไร ก็เจ็บเมื่อนั้น
    บัดนี้แผลได้สมานสนิท แม้จะเป็นแผลเป็น
    แต่ก็แตะต้องได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป




    ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดหวัง พลัดพราก สูญเสียในอดีตนั้น
    ไม่จำเป็นต้องพ่วงมากับความรู้สึกเจ็บปวด โกรธแค้น เศร้าโศกเสมอไป
    และมันมิใช่สิ่งเลวร้ายไปเสียหมด
    แต่ยังสามารถเป็นต้นทุนที่เพิ่มประสบการณ์ชีวิต
    ทำให้เราเข้มแข็งและมีปัญญามากขึ้น
    ใช่หรือไม่ว่านี้คือ หัวใจสู่ชีวิตที่สงบเย็นและเป็นสุข



    ที่มา..นิตยสารIMAGE กรกฎาคม ๒๕๕๒

    <!-- m -->http://www.visalo.org<!-- m -->
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=36228
     

แชร์หน้านี้

Loading...