ถามครับ จำเป็นไหมที่นักปฏิบัติทุกคนเวลาสมาธิต้องเกิดปิติ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย KamenRiderFourze, 16 ธันวาคม 2011.

  1. คุรุวาโร

    คุรุวาโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    3,465
    ค่าพลัง:
    +13,426
    หลังเกิดปิติ ก็จะเกิดความเบากาย เบาใจ เรียกว่า พระบุคคละ มี 6 ประการ คือ

    1.กายลหุตา จิตตลหุตา แปลว่า เบากาย เบาใจ

    2.กายมุทุตา จิตตมุทุตา แปลว่า อ่อนหวานพร้อมทั้งกายทั้งใจ

    3.กายปัสสัทธิ จิตตปัสสัทธิ แปลว่า สงบพร้อมทั้งกาย ทั้งใจ

    4.กายุชุคคตา จิตตุชุคคตา แปลว่า เที่ยงตรงพร้อมทั้งกายทั้งใจ

    5.กายกัมมัญญตา จิตตกัมมัญญตา แปลว่า ควรแก่การพร้อมทั้งกาย ทั้งใจ

    6.กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา แปลว่า คล่องแคล่ว สะดวกดีพร้อมทั้งกาย ทั้งใจ

    และระงับทุกขเวทนาต่างๆ คือระงับความเหน็ด ความเหนื่อย ความหิวทั้งปวง ตลอดจนความเจ็บปวดทุกประการ ก็ระงับกลับหายไปพร้อมกัน รู้สึกได้รับความสบายกาย สบายใจ ปลอดโปร่งในใจขึ้นพร้อมกันทีเดียว

    ขอให้เจริญในธรรม
     
  2. jinny95

    jinny95 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    6,076
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +9,661
    ผู้ปฎิบัิติต้องผ่านประสบการณ์การเกิดปิติ เพราะเป็นอาการหนึ่ง เป็นองค์ธรรมหนึ่ง ของสมาธิ ฌาน หรือแม้กระทั่งพิจารณาองค์ธรรมอื่น ๆ ในการไล่ลำดับขั้นไป ซึ่งเหมือนเราจะไปเชียงใหม่ ปกติมันต้องผ่านพิษณุโลก ลำปาง ลำพูน นั่นแหล่ะครับ

    ซึ่งตัวปิติเองก็มีหลายประเภท หลายอาการ คงต้องลองศึกษาดูหน่อยครับ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราปฎิบัติจนสั่งสมความชำนาญหน่อย ปิติเองก็เหมือนจะเป็นด่าน เป็นตัวยึดติด ที่ต้องข้ามให้ได้ จึงจะเจอขั้นต่อไป และถ้าปฎิบัติจนชำนาญขึ้นอีก กำหนดปุ๊ป 1 2 3 เจอปิติแล้วทะลุข้ามไปเลยก็ได้ครับ

    ผมเคยได้รับคำชี้แนะจากพระท่านหนึ่ง ท่านว่า ความสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในการปฎิบัติธรรม อย่างไรลองทำบ่อย ๆ นะครับ

    ขออนุโมทนา สาธุ สำหรับการปฎิบัติธรรมด้วย
     
  3. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,088
    ค่าพลัง:
    +3,462
    เอ้าๆ ยิงเปรี้ยง นกตัวเล็กๆ อย่างผม ไม่ล่วง

    โน้นนนน!! โบอิ้ง ลำเบ้อเริ่ม ล่วงพล๋อย
     
  4. หม้อหุงข้าว..!

    หม้อหุงข้าว..! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,105
    ค่าพลัง:
    +1,071
    อาการปิติทั้ง 5 เก็บตกมา 4 ส่วนที่ว่าอาการรู้สึกตัวลอยไปในอากาศนี้ยังไม่ชัด

    จะฟ้าแล็บแป๊บๆ น้ำตาไหล ขนลุกตามร่างกาย การแผ่ซ่านครอบคลุมทั่วไปหมดโดยความรู้สึกนะ

    ต้องฝึกให้ได้ทุกอิริยาบท ทั้งยืน เดิน นั่ง นอน
    พอกำหนดต้องเข้าให้ได้เลย ชั่ววินาทีต้องให้ได้ ให้เป็นวสี จะมีกำลังมาก

    ถามว่าจำเป็นไหม ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดให้ครบ

    เหมือนอย่างประวัติพระท่านองค์หนึ่ง รู้สึกได้พบอาจารย์องค์แรก
    อาจารย์ก็ว่าต้องบริกรรมให้บังเกิดปิติทั้ง5 แต่ทีนี้ก็ไม่บังเกิดผลอะไรเลย

    ท่านก็เลยมาพิจารณาในทางอื่น ท่านก็ได้สำเร็จมรรคผลเช่นกัน

    นั่นคงเป็นไปตามจริตนิสัย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 ธันวาคม 2011
  5. หม้อหุงข้าว..!

    หม้อหุงข้าว..! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,105
    ค่าพลัง:
    +1,071
    ทางนั้นไม่ได้ศึกษา เพราะจะให้ความสำคัญแต่ฝ่ายเถรวาท ก็ถือว่าครอบแล้ว

    ชาดก สูตร ต่างๆก็เยอะแยะ
     
  6. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    เรื่องปีติ จะเกิดหรือไม่นั้น ต้องถามว่าเรารู้จักปีติแค่ไหน
    ถ้าไม่รู้จัก เราจะรู้ได้หรือว่ามันเกิดหรือไม่เกิด
    ตำราที่แสดงมานั้นเป็นอาการคร่าวๆ เวลาทำสมาธิเราไม่ต้องไปนั่งสังเกตุอารมณ์ตามฌาณ ที่ตำราบอกมา
    เพราะเวลาเราสงบมันจะเป็นเนื้อเดียวกันไป
    เหมือนกับฤดูหนาว เราก็มีขนลุก เย็น สบายตัว สั่น เราไม่ต้องไปนั่งดูว่า ขนลุกเปล่าวะ ขนตั้งเปล่าวะ สั่นเปล่าวะ เอาง่ายๆคือ ฤดูหนาวเราสัมผัสมันได้พอ
    เพราะคนที่เขาแบ่งองค์ฌาณเขาพูดอาการที่เขาสังเกตุละเอียดแล้ว
    แต่คนทำสมาธิเริ่มต้น สติยังไม่ละเอียดมันจะไม่เห็นอาการเหล่านีัชัดเป็นองค์ แต่มันรวมกันไป
    เอาเป็นว่า สงบ สุข สบาย นั่นแหละ ทำให้ได้เท่านั้น
     
  7. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    ถึงอยากจะตำหนิ พวกที่ยังไม่รู้จักปฏิบัติดีพอ เอาปริยัติมาพูดมันจะกลายเป็นนกแก้ว นกขุนทอง
    แม้รู้ เข้าใจความหมายแต่ ไม่เห็นตามความจริงว่า จิตที่มีองค์ฌาณ นั้นมีอายตนะอย่างไร
    เพราะไปสังเกตุสิ่งที่ตนไม่รู้จักเลย ธรรม ก็เหมือน รสลิ้นสัมผัส ต้องควบคุมจิตให้สัมผัสได้ด้วยตนเอง
     
  8. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,863
    ค่าพลัง:
    +1,816
    การปฏิบัติสมาธิ ไม่จำเป็นต้องเกิดปีติ เพราะ ปีติ คือ ความหลง อันเกิดจากความไปสงบแห่งจิตใจและสมอง
    ธรรมดาของมนุษย์ ย่อมต้องได้ยิน และรับรู้การสัมผัสทางอายตนะทั้งมวล แต่ถ้าได้ยิน ได้สัมผัสแล้ว ไม่เกิดความฟุ้งซ่าน ไม่วิตก ไม่วิจารณ์ ไม่ปีติ ไม่สุข นั้นแหละ "สมาธิ" ขอรับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 ธันวาคม 2011
  9. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    อ้าว ลุงขันธ์ เลิกขุดผีเด็กมาย่ำยี แล้วเหรอ ถึงได้ว่างมา โพสที่นี้

    ถ้าไม่ใช่ขุดผีเด็ก มาย่ำยี ก็คงเป็น ถอนหงอกคนแก่วัย70กว่า

    เห้อ สิ่งดีๆมีให้ทำเยอะแยะ ทำไม ชอบเกาะกระแส ด่าคน ด่าผี ด่า
    คนแก่ด้วยกันเอง
     
  10. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    ขุดทั้งผี ด่าทั้งคนแก่นั่นแหละ คนมันจะได้หายเพ้อเจ้อ
    คนไทยนี่เจอคนแก่ไม่ได้ เห็นเป็นผู้รู้ไปหมด พวกพระหนุ่มๆจึงชอบทำตัวแก่ๆ
    คนไทยนี่เจอเด็กไม่ได้ เห็นเป็นกุมารบ้าง เป็นผู้วิเศษกลับชาติมาบ้าง

    คนไทยนี่เวลามันเจอธรรมะ มันว่าของแสลง แต่ชอบไปเกลือกกลั้วกับ เรื่องโกหกพกลม
    ไม่รู้เป็นอะไร ชอบกันจริงๆ ยิ่งพ่อปู่ กุมาร เณรคำ โอนบุญ โอนบาป

    นี่กิเลสมันปลิ้น มันชอบของปลิ้นๆ แต่ของดีของตรง มันว่าล้าสมัย นี่แหละกลมารยากิเลส มันจะปิดให้ไม่เผชิญหน้ากับธรรม มันจะปลิ้นไปซ้ายไปขวาสารพัด กลมารยามัน
    น่าเหนื่อยใจนะ
     
  11. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    โอยยยยย......จะไปเอาอะไรกับผู้สูงอายุ

    ท่านปู่ปลาบู่ ท่านคงไม่อยากให้พี่ไทยเมา หลงกับงานรื่นเริง ก็แต่ง
    นิทานขึ้นมาเป็น คติสอนใจแบบชาวบ้าน แบบนิทานอีสป ซึ่งมีเรื่อง
    มหัศจรรย์ พันลึก แบบตูม!!ตาม วิ่งกันป่าราบก็มี จึงไม่เห็นว่า ท่าน
    จะมีเจตนาร้ายอะไรเลย

    ส่วนพวกฟังแล้ว โอ้ย ป่าราบ! วิ่งเข้าใส่ ด่ายกใหญ่ นี่พวก ถือมงคล
    ตื่นข่าว เขาจะกระโต๊กระต๊ากไง ยิ่ง เป็นกระทู้ในกระแส แหม ไม่พลาด!
     
  12. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    อ้อ แล้วลุงขันธ์ ก็เลิกเข้ากระทู้โน้นไปเถอะนะ เพราะว่า

    ถ้าผมเอา เรื่องของลุง ที่มาพยากรณ์ว่า เทวดาจะเล่นกสิณทำให้น้ำท่วม แผ่นดิน ไหว
    ไปเผยในกระทู้นั้น "หงายหมา" เลยนะ

    เพราะผมจะเข้าไปกระทู้นั้นแล้วพูดว่า

    ลุงขันธ์ศิษยหลวงตามมหาบัว เป็น พวก บาดเจ็บฝังใจกับ คำพยากรณ์ของผู้มีอายุ
    ที่ห่วงใยลูกหลานคนไทย

    ที่เคยมีผู้อาวุโสท่านหนึ่ง พยากรณ์ว่าคนดูไบคนหนึ่งมันจะเลวชาติ ลุงขันธ์ก็เลย
    บาดเจ็บหัวใจตั้งแต่นั้นมาในเรื่องการพยากรณ์ของคนมีอายุ

    พอมาเจออันนี้ ความเจ็บใจมันก็เกิด ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ เรื่อง พยากรณ์สิ่งที่
    คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น เป็นการกระทำของเด็กไร้สาระ อะไรตามทียกประเด็น

    เพราะลุงขันธ์เอง ก็มา พยากรณ์สุ่มสี่สุ่มห้า ในห้องอภิญญา มากวาดต้อนนักสมาธิ
    ที่ตกอกตกใจกับน้ำท่วม เพื่อไปทำอุทิศกุศลบูชา เล่นคุณไสยกับเทวดา ให้เทวดา
    พอใจกับเครื่องบรรณาการ จะได้ไม่ทำ กสิณน้ำ กสิณดิน ให้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว
    เดี๋ยวเขื่อนจะแตก จะยุ่ง

    หงายหมาเลย ตัวเอง ก็ทำ
     
  13. คุรุวาโร

    คุรุวาโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    3,465
    ค่าพลัง:
    +13,426
    คิดในทางบวกก็ดีครับ อย่างน้อยก็พากันทำบุญ ทำกุศลครับ เพียงแต่หวังว่าหวังผลนั้นมากไปหน่อยครับ

    ขอให้เจริญในธรรม
     
  14. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    ก็เนาะ ปู่ปลาบู่ แกเสนอวิธีแก้ เขื่อนแตก แบบเห็นจะๆด้วยตา คือ ให้เอาเหล็กราง
    รถไฟไปเสริมเขื่อน

    แต่ ของปู่ขันธ์ศิษยหลวงตามหาบัว แกเสอนวิธีแก้ เลยตาเห็น ด้วยการ พลีกรรมเส้น
    สังเวยเทวดา เพื่อกันเขื่อนแตก

    โอ้ว 25ธันวา ยัง งง งานนี้
     
  15. คุรุวาโร

    คุรุวาโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    3,465
    ค่าพลัง:
    +13,426
    ผมว่า แกคงลืมคำสอนของพระอาจารย์มั่นครับ ที่ให้รักษาพระไตรสรณคมน์ไม่ให้ขาดและไม่ให้เศร้าหมอง คือ
    1.เว้นจากการนับถือพระภูมิต่างๆ คือ ไม่นับถือภูตผี ปีศาจ เทวบุตร เทวดา มนต์กลคาถา วิชาต่างๆ
    2.ไม่นับถือ ลัทธิศาสนาพราหมณ์ คือ ไม่ดูไม้ดูหมอ แต่งแก้แต่งบูชา เสียเคราะห์เสียขัวญ
    3.เป็นผู้เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ต้องเป็นผู้มีสมาธิเสมอ ถ้าขาดความศรัทธาความเชื่อเมื่อไร ก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น

    ขอให้เจริญในธรรม
     
  16. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    คนมีกรรม กรรมปิดตาก็มองเห็นแบบนั้นแหละนิวรณ์ ไม่อาจจะเข้าใจธรรมได้
    ระวังไปปรามาสคำสอนพระศาสดา เอามาเล่นส่งๆเดชๆ
    เรื่องเทวดานั้นหยิบยกมาจาก คำสอนพระศาสดา ไม่ใช่เรื่องไปทำกสิณหรือเส้นสรวงเทวดา
     
  17. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    เรื่อง เทวดาเล่นกสิณ อันนั้น ไม่ต้องมีในพระไตรปิฏก โดยสามัญสำนึก
    เขาก็พึงพิจารณาได้ครับว่า เขาเล่นแน่ๆ

    แต่ไอ้เรื่อง ชักชวนให้บรวงสรวงเทวดา นี่ ไม่ใช่คำสอนของพระตถาคตแน่
    นอน

    "การบูชาเทวดา มีผล" อันนี้ คุณอาจจะยกมา ผมก็แก้ว่า

    ผลอะไรหละ มรรคผลหรือเปล่า หรือ ผลอย่างอื่น ผลให้ติดข้องขัดขวาง
    การนิพพาน เรียกว่า มีผล ไหม!?

    หากฟันธงไม่ได้ว่า มรรคผลสถานเดียว ก็อย่ามา ยกอ้างสุ่มสี่สุ่มห้า
    อย่างคนโง่ นะครับ
     
  18. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    เรื่องจับแพะชนแกะ สร้างความสับสนคลุมเครือ นี่เป็นคนสันดานใช้ไม่ได้ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด
    เห็นไหมว่า คุรุวาโรอ่านแล้วตีความผิดไปคนละเรื่อง กลายเป็นว่า ขันธ์สอนหลีกออกจากแนวทางหลวงปู่มั่น
    กรรมนี้มันตกอยู่ที่นิวรณ์นา ไม่กลัวหรือ เกิดมากี่ชาติก็จะมีแต่คนไม่เข้าใจตน ตนทำดีคนจะเห็นเป็นทำเลวไปไม่กลัวหรือ
     
  19. บุคคลทั่วไป 3 คน

    บุคคลทั่วไป 3 คน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,943
    ค่าพลัง:
    +1,253
    จะว่าไป ลุงขันธ์ ก็เก่ง เนาะ รู้จักบูชาเทวดาดูไบ

    เทวดาดูไบ นี่ แกเล่นกสิณเหมือนกัน กสิณเงิน

    บริกรรม เงิน เงิน เงิน จนบาตรหลวงตาคว่ำเลย โอ้ว!!!
     
  20. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,942
    ค่าพลัง:
    +9,253
    อ้าว กระโดดไปดูไบทำไมหละท่าน มันเรื่องของเขา
    วกมาเรื่องเทวดาดีกว่า

    เทวดาที่เขามีฤทธิ์มีอำนาจก็มี แต่มันไม่ใช่ว่าจะมีอำนาจอย่างนาคที่จะกวาดน้ำมาทำลายคนครึ่งโลก
    ก็เหมือนคนนี่แหละ เวลาทำดีให้เขานึกถึงเขา มีอะไรเขาก็คอยช่วยเหลือคนได้ ให้ร่มเย็นเป็นสุข
    เรียกว่า เคารพต่อกัน นึกถึงกัน มีทานต่อกัน เกื้อกูลกัน มันไม่ใช่เรื่อง อ้อนวอน เส้นสรวง
     

แชร์หน้านี้

Loading...