ถามความในใจพุทธภูมิ

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย ปทุมมุต, 26 กันยายน 2014.

  1. ปทุมมุต

    ปทุมมุต ผมเป๋นใตร?

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +233
    เรียนถามท่านผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ระหว่างความเมตตาสงสารสัตว์โลกผู้ว่ายวนใน
    สังสารวัฏ กับความเลื่อมใสศรัทธาอยากเป็นเช่น
    พระพุทธเจ้า ท่านมีข้อใหนในใจมากกว่า
     
  2. มหาพุทธกัป

    มหาพุทธกัป Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2014
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +39
    ของผมนะครับอย่างแรกครับมากมายเลยล่ะครับ ไม่เรียกว่าเมตตานะครับขอเรียกว่าสงสารดีกว่าครับ
     
  3. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    350
    ค่าพลัง:
    +868
    นั่นเป็นคำถามที่ดีที่สุดในเวลานี้เลยครับ พุทธภูมิส่วนมาก..... ที่มีกำลังใจเริ่มความเป็น
    พุทธภูมิส่วนมาก มาจากเห็นความเป็นผู้บำเพ็ญบารมีในธรรม.... อันเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง
    สรรเสริญ เคารพ บูชา ศรัทธา อิทธิฤทธิ์ อภินิหาร จนเกิดแรงศรัทธาเป็นแบบนั้นบ้าง จึงฝึกเฝ้า
    บำเพ็ญเพียร .......ความเป็นอย่างนั้น โดยหวังให้สัตว์โลกได้พ้นทุกข์อย่างนั้นบ้าง.....
    ผู้บำเพ็ญสิ่งที่ลึกอยู่ข้างในย่อมรู้ดีกว่าคนอื่นว่า......กำลังจิตของเราอยู่ส่วนระดับใดใน
    ความเป็นผู้มีความเป็นพุทธภูมิ...มีความสงสาร...เป็นผู้เห็นภัยในวัฏฏะ....หรืออยากเป็นแบบนั้นบ้าง
    แบบนี้ต้องถามใจตัวเองหรือดูใจตัวเองให้ลึกซึ้งครับ...สำหรับผมมีแนวคิดที่อยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง
    แต่ส่วนลึกข้างในไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกถึงความเป็นพุทธภูมิเลยในทางปฏิบัติ...มีแต่ใจที่คิดที่จะเป็นอยู่ตลอดเวลา
    ผมมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นภูมิแห่งปฐมต้้นที่หนทางอีกยาวไกลนัก....เราจะไปถึงจุดหมายนั้น
    ได้คือเวลาครับซึ่งเมื่อรู้แล้วว่า..... เวลาหนทางช่างยาวไกลเสียจริง ......ในอสงไขยกัปป์นี่ยาวนานซะจนไม่มีคำบรรยายจริงๆ
    นึกแล้วท้อครับ.....บอกตรงๆในส่วนลึกในใจผมตอนนี้ที่มาจากลึกๆข้างใน..... มันบอกว่านี่คือหน้าที่ ที่เราต้องกระทำ
    ศาสตร์ในความเป็นพุทธนี่ คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้... รู้... หรือเข้าใจ ในทางความเป็นไปของธรรมชาติ กฏเกณฑ์ในวัฏฏะนี่คือ
    ศาสนาที่สุดแล้วแห่งความเป็นไปในทุกคนที่จะต้อง ขวายขวาย ปฏิบัติ เรียนรู้ให้เข้าใจถึงธรรม
    ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านได้ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นั้น
    เป็นสิ่งที่หายากยิ่งในอนันตจักวาล...... ที่ทรงบำเพ็ญมาแล้วในอสงไขยกัปป์ในความเป็นพุทธภูมิโพธิสัตว์มาก็เพื่อสิ่งนี้
    สิ่งที่ผมรู้กระทำได้ในชาตินี้คือ หน้าที่ ที่จะต้องกระทำ เผยแผ่........ สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านได้ทรงตรัสรู้
    เป็นไปได้ให้แผ่ไปในโลก ให้รู้ และเข้าถึงใจในทุกคน..... เลือกที่จะบำเพ็ญตบะในเพศสมณะ ก็คงไกล้เข้ามาแล้วตอนนี้ให้เวลาตัวเองอีก ประมาณ3ปี
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กันยายน 2014
  4. ศิลปินชนบท

    ศิลปินชนบท เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    771
    ค่าพลัง:
    +1,672
    เราไม่คิดว่าอยากจจะเป็นพระพุทธเจ้าแต่อยากจะช่วยเท่าที่มีกำลังช่วยได้ อยากให้คนที่เรารักและคนอื่นที่จมอยู่ในกองทุกข์ได้พบความสุขที่แท้จริง ทั้งๆที่เราก็ทุกข์จะแย่อยู่แล้ว บางทีทุกข์หนักๆก็เบื่อมากๆ อยากจะหนีไปนิพพานคนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด (แต่ก็มีกำลังใจที่ยังไปไม่ได้ รู้แต่อยากหนีไป แฮ่ๆ) แต่พอทุกข์มันผ่านไปๆๆ มันก็ฮึดสู้อีก ทุกข์หนักๆมาอีกก็มีอารมณ์ท้ออีก พอมันผ่านไปก็ฮึดอีก วนเวียนอยู่งี้เอง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน:'(
     
  5. (-*-)

    (-*-) เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    666
    ค่าพลัง:
    +1,066
    สำหรับผมมันคู่กันครับ เพราะมันไปด้วยกัน ยิ่งเรามีกำลังใจในพุทธภูมิมาก
    จิตใจที่เห็นใจสงสารสัตว์โลกมันก็ยิ่งมากตามครับ
    เพียงแต่ความปรารถนาความเป็นพุทธเจ้าจะมาก่อน

    วันก่อนอยู่ดีๆ ก็เกิดความคิดเห็นใจสัตว์โลกในวัฏสงสารเต็มกำลัง
    แล้วก็คิดไปถึงสัตว์โลกย่อมเบียดเบียนกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ อันเป็นเรื่องสามัญ
    การจะช่วยสัตว์ทั้งหมดจึงต้องเห็นใจทุกฝ่าย แล้วมันมาลงที่
    การช่วยสัตว์โลกให้แคร้วคราดจึงเป็นการเมตตาทุกฝ่าย!

    แปลกอยู่ ที่อยู่ดีๆความคิดมันก็เกิดขึ้นมาเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กันยายน 2014
  6. ปทุมมุต

    ปทุมมุต ผมเป๋นใตร?

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +233
    ขอบพระคุณและอนุโมทนาสาธุกับทุกท่านที่เข้าตอบกระทู้ครับ
    มีอีกอย่างอยากเรียนถาม(ถือว่าแลกเปลี่ยนทัศนะละกัน) จริงหรือไม่ที่
    นอกจากพระพุทธองค์แล้ว ไม่มีใครอ่านใจผู้ปรารถนาพุทธภูมิได้ แม้แต่
    พระอรหันต์ที่ได้เจโตปริยญาณ
     
  7. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    เรื่องเจโตปริยญาณ การรู้อารมณ์ใจตอบได้เลยว่า พระสาวกท่านอ่านใจคนที่ปรารนาพระโพธิญาณได้แน่นอน ขอยืนยัน หลวงปู่สิมถ้ำผาปล่อง พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านหวดผมมาแบบไม่ต้องถามไม่ต้องมองหน้า ขนาดอยู่นอกรั้ววัดท่าซุง คิดถึงท่าน ท่านก็หวดมาทางเสียงตามสายเดี๋ยวนั้นเลย อยู่วัดศรีมณีวรรณที่อำเภอมโนรมณ์ ผมเป็นนักบวชขับรถเครนยกเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เครื่องวางบนเรือที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อวางเครื่องสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด สายสลิงเกิดขาดเครื่องจมน้ำ พระเณรหลายองค์ต้องช่วยกันกู้เอาเครื่องขึ้นจากแม่น้ำผมก็นึกถึงท่าน

    นึกถึงพ่อปู่พระภูมิเจ้าที่ คิดว่า เอ ผมมันทำผิดอะไร หรือว่าวาสนามันไม่ถึงที่จะพาพระเณรและสาธุชนที่หมู่บ้านคุ้งสำเภา กระทำบำเพ็ญบุญทานกองกุศล ในระดับปรารถนาพระโพธิญาณ เครื่องถึงได้ตกน้ำเสียหายมากอย่างนี้ เครื่องนี้มีไว้เพื่อสูบน้ำไปที่สระน้ำหลังวัด และปล่อยน้ำต่อเพื่อให้ชาวนารอบๆบริเวณนั้นมีน้ำทำนา เครื่องเป็นของวัด ท่อสูบน้ำขนาดใหญ่สิบหรือสิงสองนิ้วจำไม่ได้ ส่วนน้ำมันชาวบ้านช่วยกันออกค่าน้ำมัน ไอ้เราจะสูบน้ำช่วยชาวนา เอารถเครนขนาดใหญ่ของวัดทำการยกลงน้ำสลิงเกิดขาด กำลังใจมันก็เสีย ชักไม่แน่ใจ

    วันหลังต่อมาหนึ่งวันผมก็ไปหาหลวงพ่อ พอไปเจอหน้าก้มกราบท่านที่ตึกรับแขกใหม่ ยังไม่ทันเงยหน้าท่านก็บอกเลยว่าสลิงมันเล็กมันขาดเอง ไม่ใช่ผีที่ใหนมาทำให้มันขาด แหมมันค่อยมีแรงกลับไปทำต่อ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 กันยายน 2014
  8. ปทุมมุต

    ปทุมมุต ผมเป๋นใตร?

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +233
    ขอบพระคุณท่านpcoครับ โดยส่วนตัวที่สงสัยในเรื่องนี้เพราะเคยลองต้งคำถามในใจ เวลาไปกราบ
    คารวะพระสุปฏิปันโนสายหลวงปู่พ่อแม่ครูจารย์มั่น ภูริทัตโตหลายองค์ตอนเป็นพระ ท่านไม่ตอบเรา มีแต่กล่าวชม
    อาจารย์เรา ว่ามีบุญมาก(ไปกับอาจารย์ ไปเป็นคณะ ตอนบวช) แต่แปลกนิดๆ
    ท่านมองสบตาเราเป็นระยะ ส่วนการที่อาจารย์ส่งจิตดูเราเวลาทำสมาธินั้นมี
    หรือแม้สะกิดใจให้เราไปทำวัตรสวดมนต์(เดินจงกมเพลินไปหน่อยอิอิ กำลังโปร่งโล่งกายเบาจิตเบาเลย) อุ๊ย ไปถึงศาลา ทั้งพระอาจารย์และเพื่อนพระนั่งรอกันสลอน ถ้าไม่ใช่เพราะเดินจงกมโดนเข่น
    แน่ๆ...ขอนุญาติจบดื้อๆ ฟุ้งมากแล้ว
     
  9. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    เล่าให้ฟังครับ

    ผมเองตอนที่เป็นนักบวชก็บวชธรรมยุติ บวชที่วัดป่าสำราญนิวาส อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง หลวงปู่หลวง กตปุญโญเป็นอุปชา หลวงปู่แว่น ธนปาโลเป็นพระกรรมวาจา ส่วนอีกองค์จำท่านไม่ได้ เรื่องเจโตปริยญาณ มีหลายองค์มากท่านแจ่มใสว่องไวมาก

    หลวงปู่แว่นส่งผมและคณะมีพระสอง เณรสอง ผ้าขาวหนึ่งไปประจำดูแลที่สำนักสงฆ์ดอยวังเฮือ อ.แม่ทะ ลำปาง ที่นี่อารมณ์ละจากพระกรรมฐานไม่ได้กลางวันแดดเปรี้ยงๆ ที่บนยอดดอยแห่งนี้แค่อารมณ์ส่ายไปด้านนอกจากพระกรรมฐาน เป็นต้องมีเสียงก้อนหินคล้ายคนยิงยางสติ๊กมาตกบนหลังคา บนยอดดอยแบบนั้นปกติแมวยังไม่ค่อยเข้าไปใกล้ การที่ใครจะยิงขึ้นไปก็เป็นไปไม่ได้ บางวันก็ทุบประตูปังๆ รีบเผ่นไปเปิดประตูจะขูดเลขท้ายสามตัวซะหน่อย โน่นเสียงเผ่นไปปล้ำกันอึ๊กอั๊กกับเณรที่นอนในวิหารเสียงดิ้นของเณรปล้ำกันกับผี

    แล้วก็ปล้ำกันแทบทุกคืน กลางวันก็ปล้ำ เณรก็ไม่กลัว กลับเป็นเรื่องสนุกของเณรที่ฟัดกับผี เณรองค์นี้ผมก็จำชื่อไม่ได้ หากว่ายังบวชอยู่คงบวชเป็นพระนานแล้ว พระอีกองค์ที่ไปอยู่กับผมชื่อหลวงพี่จง เมื่อปี2553 ผ่านไปที่วัดถ้ำพระสะบายถามข่าวหลวงพี่ยังบวชเป็นพระอยู่แต่ไม่ได้จำพรรษาที่นี่ ไปๆมาๆตามเรื่องของท่าน องค์นี้้ก็เอาจริงเอาจังมาก ตอนนั้นก็ฟัดกับผีที่วัดถ้ำพระสะบายตั้งแต่ยังเป็นผ้าขาว

    เดินจงกลมเมื่อไรผีมาเดินด้วยมันเป็นป่าทึบทั้งนั้น ท่านรำคารก็เลยวิ่ง ผีก็วิ่งด้วยมีอยู่วันหนึ่งเสียงโวยวายๆ ท้าชกกับผี ผมก็ถามว่ามันเป็นไงท่านก็บอกว่าอีตอนเดินด้วยกันนี่ไม่ว่า วิ่งด้วยกันก็ไม่ว่า แต่อีตอนที่ผีเมื่อยขาแล้วไม่เดิน ดันมาขี่คอนี่บอกว่ามันหนักเดินไม่ค่อยไหวก็เห็นว่าผีจะเอาเปรียบมากไป เลยท้าชก ถามว่าแล้วเป็นไง ท่านก็บอกว่าโน่นผีเผ่นไปตั้งหลักที่ใหนก็ไม่ได้ดู แต่หายไปแล้ว วันหลังก็เอาใหม่ทะเลาะกับผีใหม่

    แต่สำหรับผมไม่ค่อยมีอะไรมากเพราะรู้ลีลาล่วงหน้าจากตำราหลวงหลวงปู่ปาน ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ บอกว่าหากผีมาทำอะไร ผมจะตายเอาง่ายๆ แล้วหากว่าตายไปเจอกันค่อยฟัดกันในน้ำหนักพิกัดเดียวกันไม่มีการต่อน้ำหนัก ผีเจอนักบวชบ้าๆแบบนี้ก็แค่มาเขี่ยๆแหย่ๆเล่นเท่านั้น ไม่ค่อยฟัดกันเท่าไร มีแค่ครั้งสองครั้งตั้งใจอสุภะกรรมฐาน หนอยเราดูภาพคนตายที่กำลังขึ้นอืดน้ำเลือดน้ำเหลืองเอ่อใหล พอเพื่อจะมองว่าสาวไม่สวยจริงอยู่ดีๆ น้ำเหลืองก็กำลังหยดติ๋งๆกะว่าจะไปรายงานหลวงปู่ซะหน่อย

    กลับพออารมณ์มันไม่ส่ายกำลังขยับวิปัสสนาเพลินๆ ว่าคนเราก็เป็นแบบนี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ตายไป ภาพกลับกลายเป็นสวยสดงดงามเป็นสาวสวยชุดไทยสีตองอ่อนนั่งพับเพียบเรียบร้อย แต่ผมสั้นซอยสวยงามติดตามาทุกวันนี้ พออารมณ์มันตกเห็นว่าสวยยังไม่ทันตั้งหลัก ในระยะประชิดแค่มือเอื้อม ภาพนั้นคว้าคอจากด้านหลังผมปั๊บบีบทันทีเล่นเอาเจ็บปร๊าบอารมณ์ปกติทันที ก็เดินคอแง่งหนึ่งคืนหนึ่งวันจนตอนเย็นสงฆ์น้ำให้หลวงปู่แว่นท่านก็นั่งบนเก้าอี้ในห้องน้ำพระเณรช่วยกันอาบให้ท่านหลายองค์ ผมกำลังถูสบู่ที่ขาให้ท่าน

    หลวงปู่ก็เอามือมาคลำๆที่คอที่กำลังเจ็บ มันหายเจ็บทันทีแล้วท่านก็อาบน้ำไปพูดถึงอสุภะกรรมฐานของท่านไป

    ผมก็มาคิดว่านางสาวฟ้าใหนวะ หรือผีที่ใหนจะเข้ามาในกลดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านประพรมน้ำมนต์ให้ ชุดธุดงค์ทั้งชุดหลวงปู่หลวงพ่อปลุกเศกให้เอง จีวรหลวงปู่่แว่น ท่านวัดตัดเองกับมือของท่าน ทุกวันนี้ก็เก็บใส่ตู้ไว้ที่บ้านต่างจังหวัดรักษาเอาไว้อย่างดี อยู่ในกลดมดแมลงสักตัวก็ไม่เคยรบกวน อยู่ในกลดมีความรู้สึกสะดวกสะบายอย่างกะในห้องแอร์โรงแรมชั้นหนึ่ง น่าจะต้องเป็นอาจารย์ปู่นี่แหละท่านเป็นเจ้าของคาถา แล้วคาถาประจำของหลวงปู่ ก็ลูกนกแขกเต้านั่นแหละคุ้มครองอันตรายทั้งปวง

    แต่ผีอาจารย์ที่มาบ่อยแล้วมาคู่ก็มีหลวงปู่แหวนกับหลวงปู่ตื้อ มาก็ยิ้มอย่างเดียวทั้งสององค์ นี่เห็นท่านบ่อยตอนมาอยู่วัดศรีมณีวรรณแล้ว ในพรรษานั้นแทบทั้งพรรษาที่เห็นท่านทั้งสอง กลางคืนมันสงบสงัดมากเพราะ ออกไปนอนที่กุฏิเล็กๆท้ายสวนนอกของวัด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 กันยายน 2014
  10. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    อีกสักรอบกับพระสัทธรรมคำสั่งสอน ตามหลักไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เสื่อมไป

    สภาพยอดดอยที่เคยอยู่อาศัยได้เมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้ว2528
    แต่เมื่อปี2553สภาพรกร้างว่างเปล่าไม่มีใครอยู่อาศัยหรือดูแล สภาพทางขึ้นดอย รถยนต์ที่เป็นรถเก๋งขึ้นไม่ได้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 กันยายน 2014
  11. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    กุฏิสงฆ์หลังนี้ที่เคยพักพิงอาศัยเจริญสมณธรรม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_1497.JPG
      IMG_1497.JPG
      ขนาดไฟล์:
      168 KB
      เปิดดู:
      94
    • IMG_1500.JPG
      IMG_1500.JPG
      ขนาดไฟล์:
      70.3 KB
      เปิดดู:
      46
  12. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    กุฏิหลังนี้หลวงพี่บุญจงที่บวชวันเดียวกันเคยอยู่อาศัย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • ภาพ005.jpg
      ภาพ005.jpg
      ขนาดไฟล์:
      64.4 KB
      เปิดดู:
      54
    • IMG_1499.JPG
      IMG_1499.JPG
      ขนาดไฟล์:
      244 KB
      เปิดดู:
      62
  13. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    วิหารหลังนี้ที่เณรนอนในนี้แล้วก็ปล้ำกับผีแทบทุกวัน

    ใครอยากจะลองปล้ำกับผีดูบ้างก็ทำแบบเดียวกับเณรสมัยนั้นนะครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_1498.JPG
      IMG_1498.JPG
      ขนาดไฟล์:
      156.2 KB
      เปิดดู:
      47
    • ภาพ006.jpg
      ภาพ006.jpg
      ขนาดไฟล์:
      54.8 KB
      เปิดดู:
      65
    • ภาพ008.jpg
      ภาพ008.jpg
      ขนาดไฟล์:
      76.2 KB
      เปิดดู:
      63
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 กันยายน 2014
  14. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    เจดีย์ที่ผมเคยพาพระเณรเอาผ้ามาห่ม ใช้บำเพ็ญเพียรในแบบพระป่าอรัญวาสีในแบบฉบับสายพระเดชพระคุณหลวงปู่มั่น เราทำกันได้เต็มที่ ณ ที่นี่
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_1496.JPG
      IMG_1496.JPG
      ขนาดไฟล์:
      161.8 KB
      เปิดดู:
      45
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 5 ธันวาคม 2016
  15. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    ร่องรอยซากกุฏิเก่าที่เคยอยู่ที่วัดถ้ำพระสะบาย แม่ทะ ลำปาง ปัจจุบันที่ไปดูเขารื้อออกไปแล้ว เป็นกุฏิไม้เล็กๆ ทางเดินจงกลมสัญลักษญ์ของพระป่าท่านทำของท่านไว้แบบนี้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_1513.JPG
      IMG_1513.JPG
      ขนาดไฟล์:
      266.4 KB
      เปิดดู:
      41
    • IMG_1514.JPG
      IMG_1514.JPG
      ขนาดไฟล์:
      290.1 KB
      เปิดดู:
      53
    • IMG_1515.JPG
      IMG_1515.JPG
      ขนาดไฟล์:
      285.6 KB
      เปิดดู:
      64
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 กันยายน 2014
  16. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    เครื่องอัตถบริขารอขงหลวงปู่แว่น ธนปาโลครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_1506.JPG
      IMG_1506.JPG
      ขนาดไฟล์:
      111.3 KB
      เปิดดู:
      65
    • IMG_1507.JPG
      IMG_1507.JPG
      ขนาดไฟล์:
      127.9 KB
      เปิดดู:
      57
    • IMG_1508.JPG
      IMG_1508.JPG
      ขนาดไฟล์:
      120.8 KB
      เปิดดู:
      40
    • IMG_1509.JPG
      IMG_1509.JPG
      ขนาดไฟล์:
      107.1 KB
      เปิดดู:
      62
  17. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    มีเหลืออยู่แค่สองรูปสมัยเป็นนักบวชธรรมยุติ ไตรจีวรชุดนี้หลวงปู่แว่น ธนปาโล ท่านวัดตัดให้ด้วยมือของหลวงปู่เอง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • scan0042.jpg
      scan0042.jpg
      ขนาดไฟล์:
      440.5 KB
      เปิดดู:
      101
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 กันยายน 2014
  18. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    350
    ค่าพลัง:
    +868
    ถามพี่ PCO น่ะครับว่า ตอนพี่บวชแสดงว่ายังไม่มีครอบครัวใช่มั้ยครับ
    แล้วเหตุอันประการสำคัญใดที่ทำให้พี่ต้องสละผ้ากาสาวะในบรรพชิต
    เอาความจริงน่ะครับ...เพราะมันสำคัญกับผมมาก..มันจะเป็นการสร้าง
    แรงบันดานใจอันยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้าของผม...ผมจะได้เรียนรู้ให้ลึก
    ซึ้งถึงปัญหานั้น
     
  19. pco-

    pco- เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    2,162
    ค่าพลัง:
    +12,247
    ตอนที่บวชมีครอบครัวแล้วครับ เป็นการบวชครั้งที่สองของผม ครั้งแรกบวชเมื่ออายุครบบวช บวชครั้งที่สองนี้เพราะปัญหาทางโลกสาหัสมาก อกุศลกรรมในอดีตส่งผลเอาแบบหมดทางสู้ แล้วก็สู้ไม่ได้กันหลายคน สมัยนั้นลูกหลานพระเดชพระคุณหลวงพ่อต้องถอยทัพ ถึงขั้นออกบวชเป็นพระขณะนี้ก็หลายต่อหลายองค์ ผมเองก็หนึ่งในจำนวนนี้ แต่พุทธภูมิก็ต้องไปตามประสาพุทธภูมิ เมื่อคราวจะต้องบวชก็บวช เมื่อถึงคราวจะต้องสึกก็สึก ผมสึกหาลาเพศออกมาแล้ว ต่อมาหลวงพี่บัญชาก็สึกจากพระ แล้วก็ข่าวว่ามีอีก

    ตอนที่ไปตั้งหลักอยู่ชายป่า สำนักสงฆ์เขาปลายฌาณ อำเภอ บ้านไร่ อุทัยธานี ก่อนจะไปต่อตั้งใจจะไปตายในป่าไม่กลับมาพบผู้คนอีก ก็มาลาพระเดชพระคุณหลวงพ่ออีกครั้ง หากเป็นเรื่องปกติหลวงพ่อจะส่งต่อให้พระที่ท่านอยู่ป่าส่วนจะส่งอย่างไรพวกเรารู้กัน ท่านจะแนะนำให้ไปทางนั้นทางนี้แล้วจะพบสิ่งที่คาดไม่ถึง ก็กะว่าหลวงพ่อคงจะให้โอวาสอะไรตามตำรา

    แต่เมื่อมาถึงท่านกราบครั้งที่สามเงยหน้าท่านก็ยิ้มดวงตาสุกใสเป็นประกาย พร้อมทั้งท่านก็เอาหลอดกล้องยานัดของท่านมาใส่ยาที่ฝ่ามือของท่านแล้วพูดว่า พวกเรามันอยู่เฉยๆไม่ได้ มันรำคาร มันทำงานจนเคยอยู่เฉยไม่ได้นะ

    ผมฟังท่านพร้อมทั้งคิดตามก็เห็นนิสัย เห็นอดีตตัวเองมันอยู่เฉยไม่ทำประโยชน์อะไรนี่มันอยู่ไม่สุข แต่ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องสึกจากนักบวชออกมา คิดแต่ว่าหากเจอถ้ำตรงใหนเหมาะๆห่างไกลผู้คน จะขอนอนตายแบบเท่ๆ แล้วหากพ่อแม่ลูกเมียญาติมิตรมาพบขอให้เขาเป็นเศรษฐีในวันนั้นทันทีตั้งใจแบบนั้น

    แต่เคยเล่าไว้กฏแห่งกรรมซะอย่างหากไม่ใช่อายุขัยที่จะตาย มันก็ตายไม่ได้

    ตอนที่ไปบวชน่ะแต่งงานแล้วกับรองอันดับสองแล้ว แต่งงานวันที่ 27-28 สิงหาคม2528 ต้องทิ้งภาระไปเมื่อวันเพ็ญเดือนสิบสองตรงกับวันลอยกระทง เดือนพฤศจิกายน2528 ก็ยังมานั่งอยู่ข้างๆหลวงพ่อทำบุญถวายสังฆทานกับท่าน วันนั้นมีการสะเดาะเคราะห์ด้วย นอนค้างที่วัดท่าซุงหนึ่งคืนรุ่งเช้าก็ขึ้นเหนือไปที่ถ้ำผาปล่อง

    ช่วงนี้อยู่กับรองอันดับหนึ่งที่กรุงเทพ เขาท้องได้เจ็ดเดือน คนนี้ประกวดเป็นนางนพมาสไม่บอกนะว่าที่ใหน
    แล้วก็อยู่กับรองอีกสามคนอยู่บ้านเดียวกัน ทั้งสามคนเขาเป็นเพื่อนกัน

    อยู่ที่หมู่บ้านเมืองทองสาม ก็ไม่บอกนะว่าหลังใหน ตอนนี้แต่ละน้องนางอายุเลยห้าสิบกันแล้ว ขนาดแก้วใหญ่ปัจจุบัน แต่มาทีหลัง เขาตอนนี้อายุก็สี่สิบกว่าไปเยอะแล้ว
    ก็ประกวดนางนพมาส ทั้งนางสงกรานต์กันมาแล้ว แต่คนละตำบล เขาก็ประกวดกันเล่นๆของเขาพอสนุกเท่านั้น

    ขนาดอย่างนี้หากว่าถึงเวลาต้องจากก็ต้องจาก ถึงเวลาที่จะต้องละก็ต้องละ อย่างกับบ้านเมืองแตกสาแหรกขาด รองอันดับหนึ่งท้องแก่ด้วย กอดขาร้องไห้เมื่อรู้ว่าผมอยู่ไม่ได้แล้วจริงๆ ต้องเลือกว่าหลบไปบวช กับต้องมือเปรื้อนเลือดเพราะจำเป็นแล้วอาจต้องฆ่าคน แบบโชกเลือดแล้วกฏแห่งกรรมตามไปส่งผลแบบนี้อีก จะหยุดเว้นวรรคบ้าง หรือจะสร้างกรรมหนักต่อจากในอดีตชาติก่อนๆ ที่ต้องรบราฆ่าฟันทั้งๆที่เป็นการป้องกันหมู่คณะญาติมิตร ทั้งๆที่ตอนนี้พบพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว พอจะรู้แล้วว่าจะไปทางใหน

    จึงต้องตัดสินใจไปบวชเอาไว้ให้บุญทานกองการกุศลทั้งปวงส่งผล ก่อนไป กอดลูกเมียที่ละคน ทีละหลายคนก็มีเพราะเขาอยู่พร้อมกัน ลูบหัวลูบหลัง ปาดน้ำตาให้ทีละคน หลายคนรู้แค่ว่าจะไปบวช แต่ไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไร แต่ผมเองรู้ว่าตั้งใจจะไปตายไม่บอกใคร จะขอฝากเทพเจ้าเหล่าเทวาให้ปกปักรักษาคุ้มครองดูแลทุกๆคนไว้ก่อน ในเมื่อบุญชาตินี้มันสู้เขาไม่ได้ก็ฝากไว้ก่อน ชาติต่อๆไปเดี๋ยวมาใหม่ เดี๋ยวเจอกันใหม่ ไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่งจะไปตาม จะไปรับกลับมาอีก

    พุทธภูมิใครก็รู้หนทางมันยาวไกล เทวดาเองก็รู้ มันมีเวลา มีโอกาสอีกมาก แล้วหากไม่มีความประมาท ไม่มีหลงทางเป็นมิจฉาทิฐิ ใจมันไม่กลัวใคร ไม่กลัวอะไร สู้ไม่ได้ก็ยอมถอยก่อน โดยฉะเพาะอย่างยิ่งวิริยาธิกะเติมความพิเศษ สู้ไม่ได้วันนี้ ก็ฝากเทพเจ้าเหล่าเทวดาทั้งหลายจงจำไว้ถึงความจำเป็น ถึงความทุกข์ยากลำบาก แล้วก็ช่วยจำ ช่วยเป็นพยานเรื่องบุญทานกองการกุศลทั้งปวงไว้ด้วย หากถึงเวลาก็อย่าลีลาท่ามาก มันต้องง่ายอย่างที่ผมก็ทำมาแล้วอย่างเอาชีวิตเลือดเนื้อไปแลกเอามาเหมือนกัน ใจมันก็คิดเรื่อยเฉื่อยปลอบใจตัวเองไม่ให้ถึงขั้นคลุมใจตัวเองไม่ได้ เพราะมองทางใหนก็ไม่เห็นใคร

    เดี๋ยวมาต่อนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 1 ธันวาคม 2016
  20. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    350
    ค่าพลัง:
    +868
    ปูเสื่อรอครับ:cool:
     

แชร์หน้านี้

Loading...