[ถาม] พระสงฆ์ธุดงค์

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย sakara, 4 มกราคม 2011.

  1. sakara

    sakara Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2006
    โพสต์:
    94
    ค่าพลัง:
    +80
    ผมสงสัยมานานมากแล้วครับ เรื่องที่เวลาพระสงฆ์ท่านไปธุดงค์ ปักกลด ตามป่า ตามเขา ท่านหามาฉันอย่างไรครับ คนก็ไม่มี จะบิณฑบาตอย่างไร เก็บผลไม้ฉันก็ผิดอีก

    ปล. มีความคิดอยากจะไปบวชเป็นพระเหมือนกันครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะออกไปธุดงค์บ้าง
     
  2. beverzone

    beverzone เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    589
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +2,176
    จากที่ผมเคยฟังเทศฟังธรรมจากพระธุดงค์มาหลายๆที่ เรื่องราวก็มีหลายๆแบบด้วยกันครับ

    - บ้างก็เดินออกไปจากป่าเพื่อไปเข้าสายทางหมู่บ้านลัดเลาะป่าเขาออกไปให้ชาวบ้านได้มาใส่บาตรกันในเขตที่ค่อนข้างจะเป็นชุมชนหน่อย

    - บางครั้งแถวป่าเขาละแวกนั้นไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่เลย เทวดาเขาจะแปลงกายมาให้เหมือนคนชาวบ้านอย่างเราๆมาใส่บาตรกันเยอะแยะเลยครับ
    สังเกตุได้คือตาพวกท่านจะไม่กระพริบ และใสแป๋ว ผิดธรรมดา (เพราะเทวดาเขาได้กลิ่นศีลครับ ว่าศีลดี ศีลหอมบริสุทธิ์ เขาก็พามาใส่บาตรกัน)

    - บางทีพระสงฆ์ที่ออกธุดงท่านจะเอาบาตรไปวางไว้ แขวนไว้ แล้วอธิฐานจิตเอาบ้าง แล้วซักพักก็จะได้ยินเสียงข้าว ใส่มาในบาตร ดัง "แก้ง แก้ง" หากว่าศีลไม่หอมพอ ปฏิบัติความเพียรไม่พอบ้าง ท่านทั้งหลายก็จะไม่มาใส่ให้กัน

    ทั้งหมดที่ได้ฟังมาก็มีเท่านี้ครับ แต่ก็คงจะมีหลายรูปแบบกว่านี้มาก


    แต่เดี่ยวนี้จะไปธุดงค์ตามป่าเขาเหมือนพระอาจารย์รุ่นก่อนๆทำนี่ก็ยากมากแล้วครับ
    เพราะว่ามีคนจับจองที่กันไปหมดแล้ว หรือบ้างทีก็จะเป็นเขตุอนุรักษ์ซะเยอะ จะเป็นอันตรายหากเข้าไปล่วงเกิน
     
  3. sakara

    sakara Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2006
    โพสต์:
    94
    ค่าพลัง:
    +80
    สมัยนี้ดูจะลำบากจัง แถวไหนๆ ก็ไปไม่ได้ซะแล้ว = ="

    ขอบคุณที่ช่วยตอบครับ ถ้าไม่มีเทวดามาใส่ก็อดซินะ หุๆ
     
  4. jedsadaphol

    jedsadaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    67
    ค่าพลัง:
    +102
    มี 4 แบบคับที่คิดออกนะ
    1.บิณบาตรจากเทวดา (เพิ่งบวชอย่าไปหวังเลย)
    2.วาปตัวไปบิณฑบาตรจากชาวบ้านในหมู่บ้าน (นี่ก็อย่าไปหวัง)
    3.อยู่ด้วยธรรมปิติ ไม่ฉัน (พระใหม่ เลิกหวัง)
    4.ปักกลดใกล้หมู่บ้านไม่ใกล้เกิน 1กม. แล้วเดินไปบิณฑบาตร (เป็นแนวทางเป็นไปได้มากที่สุด)


    ิีอีกอย่างนึงคับ จขกท.ที่จะไปเยอะแยะคับ ประเทศไทยพื้นที่มากกว่า540000 ตรกม. อย่างน้อยต้องมีซักที่ให้คุณไปแหละ ผมขออนุโมทนากับความคิดของคุณด้วยคับ อิอิ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
     
  5. จิตศรัทธา2

    จิตศรัทธา2 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2011
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +57
    ขนบธรรมเนียม ระเบียบของพระธุดงค์
    วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘

    วันนี้ต้องพูดถึงเรื่อง ขนบธรรมเนียม ระเบียบ ไม่ใช่พูดถึงเรื่องภาวนา ขนบธรรมเนียมระเบียบของพระธุดงค์ ที่เรียกว่า ถือ ธุดงควัตร นั้นแปลว่า ธรรมอันเป็นเหตุให้ไปหาความสงบ ไปหาความดี ไปหาความบริสุทธิ์ จึงเรียกว่า ธุดงค์ ทูตะ แปลว่า ทูต ทูตนำไปนั่นเอง
    ท่านพูดไว้มีหลายข้อ มี ๑๓ ข้อ การถือธุดงค์ที่เป็นผู้ถือธุดงค์จริงๆ จังๆนั้นจะต้องมีความมั่นใจว่า การรักษาธุดงค์อันนี้ จิตใจผ่องใสสะอาดบริสุทธิ์ เป็นไปเพื่อความหมดจดจริงๆจังๆ ไม่เป็นไปเพื่อความมักมาก และไม่เป็นไปเพื่อความมักใหญ่และไม่เป็นไปเพื่อความอิจฉาพยาบาทและอวดดีแก่คนอื่นๆ หากทำเพื่อคนอื่นนิยมชมชอบอย่างนั้นไม่ใช่ อันนั้นเป็นกิเลส ผู้หวังความบริสุทธิ์จริงๆ ต้องตั้งใจทำเพื่อตนจริงๆ ไม้ได้ทำเพื่อผู้อื่น นั่นเรียกว่า "ธุดงค์แท้"
    การเที่ยวบิณฑบาต เป็นวัตรนี้ เป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลสของตนไม่ให้มักมากไม่ให้โลภ มักโลภก็ไม่ให้โลภ มักมากก็ไม่ให้มันมักมาก ที่เอาเฉพาะในบาตรเท่านั้นแหละ เราบิณฑบาตโดยลำดับได้เท่าใดก็เอาเท่านั้น และไม่เสียดายถึงของภายนอกไม่ปรารถนาที่จะให้เขานิยมนับถือว่า ถือธุดงค์แล้วเขาจะนิยมนับถือ อย่างว่าถือธุดงค์ข้อ บิณฑบาตเป็นวัตร อย่างนี้ ไปสั่งให้เขาเอามาตักบาตอย่างนั้นอย่างนี้ ของตักบาตรต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อันนั้นไม่ใช่ธุดงค์มักน้อยเสียแล้วล่ะ อันนั้นมันมักมากอยู่
    ถ้าหากเรามักน้อย เอาจริงเอาจังตามมีตามเกิด เขาจะทำก็ช่างไม่ทำก็ตามนั่นทำเฉพาะจริงๆจังๆ อันนั้นเที่ยวบิณฑบาตจริงๆ ของที่เที่ยวบิณฑบาตนั้นท่านจำกัดไว้หลายความหลายจำพวก ผู้ถือเคร่งครัดเอาจริงๆนั้นเอาในบาตรล้วนๆ ของมานอกบาตรไม่เอา และบิณฑบาตถ้าหากกลับมาแล้วไม่เอา ถ้าหากไม่ได้รับเฉพาะเที่ยวแรกก็ไม่เอาอีกนั่นแหละ นั่นเคร่งครัดจริงๆจังๆ อันนั้นเป็นความหมายท่านอธิษฐานตอนหลัง เรียกว่าบิณฑบาตเป็นวัตร หมดภาระธุระเราไม่ต้องกังวลเกี่ยวข้องใดๆไม่เอาละเอาเท่านั้นล่ะ ไม่ต้องเสียดาย ได้หรือไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียดายทั้งหมด นั้นเป็นธุดงควัตรในการบิณฑบาต
    การฉันในบาตร นอกจากบาตรแล้วไม่เอาเด็ดขาด การได้มาในบาตรจะเอาอย่างเดียว ของที่เอามาให้ทีหลังไม่เอา เอาของที่มันมีเฉพาะในบาตร ได้ในบาตรเท่าใด ก็ฉันเท่านั้น ฉันในบาตร ฉันสำรวม น้อยหนึ่งก็ไม่เอา จนกระทั่งสมัยหนึ่งโต้เถียงกันว่า เช่นลูกมะตูมเป็นต้น เขาเอาลงในบาตรยังถือว่าเป็นภาชนะที่สองด้วยซ้ำเพราะเปลือกของมัน เปลือกมันหุ้มหน่วยเยื่อมะตูมอยู่ นี่แหละเรียกว่าภาชนะที่สองอันนั้นเป็นเรื่องโต้กันต่างหาก ฉันภาชนะเดียว เอาลงเฉพาะในบาตรทั้งหมด คนอื่นเอามาให้ก็ไม่เอา
    ฉันในที่เดียวอีก ถ้าลุกจากที่แล้วไม่ต้องเอาไม่ต้องฉัน นั้นมันฉันในที่นั่งอันเดียวตกลงได้นั่งแล้วนอกนั้นไม่เอา ครั้นยืนยังเอาได้อยู่ ครั้นตกลงได้นั่งแล้วหมดเท่านั้นแหละ หมดภาระเพียงเท่านั้นแหละ เหตุนั้นพวกเราถ้าหากว่าการที่ญาติโยมเขามาทำบุญทำทาน อาจจะต้องลุกออกไปแจกอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไรหรอก นอกจากไม่เหมาะแล้วมันเกะกะ ให้คนอื่นให้ญาติโยมทำดีกว่าในขณะที่เราฉันแล้วไม่ต้องลุกไป ถ้าหากว่าเราฉันหนเดียว ฉันเสร็จแล้วนั้นไม่เอาอีกลุกออกไปแล้วก็ไม่เอาอีก นั่นฉันหนเดียว
    ในตอนนี้ลำบากสักหน่อยคือว่า เวลานี้มีภาชนะหลายอย่าง แล้วก็มีถ้วยชามมีอะไรหลายอย่าง มันรุงรังไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็เลยไม่ทราบว่าอะไรเป็นอะไร ภาชนะเดียวก็ไม่ใช่ภาชนะเดียวเสียแล้ว หนเดียวก็ไม่ใช่หนเดียวเสียแล้ว มันก็เลยยุ่งกันไปหมด
    โดยเฉพาะสำหรับผม มันก็ไม่ทราบว่าฉันอะไรต่ออะไรหรอก สองหนสามหนก็ไม่ทราบแล้ว แล้วก็ภาชนะเดียวหรือสองภาชนะก็ไม่ใช่ มันเลยกลายไปเสียแล้วเดี๋ยวนี้ ผมก็เลยไม่อยากพูด สำหรับผมเองเฉพาะผมเอง ขออย่าให้ถือว่าเป็นตัวอย่าง ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ อย่าถือเอาของผมเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน ถ้าหากว่าผมฉันหนเดียว ฉันในภาชนะเดียวมาเบื้องต้น ถ้าหากว่าญาติโยมเขามา เขาทำอาหารหลายเรื่องหลายอย่างมา ผมไม่ได้ฉันในบาตร ถ้าหากผมไม่ได้เอาของเขา มันก็เป็นการไม่เหมาะไม่ควรก็ถ้าหากว่าทำจริงๆ จังๆ ไม่เอาเลย มันก็หมดเรื่องไป แต่นี่ไม่ได้ทำมาแล้ว ไม่ทราบจะทำอย่างไร
    สำหรับผมที่ฉันอย่างนั้น เป็นความคิดของผมเองต่างหาก โดยเฉพาะการฉันอาหารแล้ว ผมละเบื่อที่สุด ไม่อยากไปยุ่งเลย อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากฉันเลยแต่ว่าทีนี้เห็นหมู่เพื่อนมีมาก จึงค่อยลงไปฉันกับหมู่เพื่อน เพื่อให้หมู่เพื่อนได้อุ่นอกอุ่นใจ เพื่อให้ญาติโยมได้อุ่นอกอุ่นใจ อันที่ผมไปนั่นน่ะ สำหรับในใจของผมจริงๆจังแล้ว ไม่อยากฉันเลย เดี๋ยวนี้แก่มามันไม่เหมือนคนหนุ่ม แต่คนหนุ่มนั้นไม่ทราบคิดอย่างไร? ไม่ทราบคิดอย่างผมหรือไม่ ก็ไม่ทราบหรอก อันนี้การฉันในบาตรฉันหนเดียว ฉันภาชนะเดียว
    แต่ภาชนะเดียวหนเดียวนี้มันยากสำหรับผู้ไม่เคย อันผู้ที่ไม่เคยนั่นของในบาตรเลยไม่อยากฉัน เห็นว่าของนอกบาตรเล็กๆน้อยๆ อะไรต่างๆหลายเรื่องหลายอย่างกระจุ๋งกระจิ๋งน่ะ เห็นว่าเป็นการดี ฉันในบาตรก็เลยฉันไม่ลง ต้องดื่มน้ำจึงค่อยลง นั่นแหละมันลำบากอยู่ตอนนั้นแหละ แต่ผมได้ทำมาแล้วเรื่องทั้งหลายเหล่านั้นผมได้ทำมาแต่เบื้องต้น ฉันในบาตรนั่น ฉันจริงๆจังๆ ฉันอาสนะเดียวจริงๆจังๆ ฉันหนเดียวจริงๆจังๆ มัธยัสถ์หมด ไม่อาลัยอาวรณ์เรื่องอื่น หมดภาระธุระ แต่สำหรับวัดเรามันไม่ได้ มันหลายพรรคหลายพวก หลายหมู่หลายคณะ
    แต่หากจะฝึกหัดลองดูก็ได้ ใครๆต้องการจะฝึกหัด ก็ลองดู มันเป็นไปเพื่อความมักน้อยไหม? มันเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ไหม? จิตใจของเราผ่องใส สะอาดหรือมันยังคิดเสียดายอาลัยอาวรณ์ หรือมันยังเกลียดอาหารที่ผสมกัน หรือฉันไม่ได้กลืนไม่ลง มันยังมีอยู่ไหม? ลองดู มันจะเป็นอย่างไรตอนนั้น นี่เรื่องการขบการฉัน


    ลองปฏิบัติที่บ้านดูก่อนครับว่าท่านทานอาหารเวลาเดียวมื้อเดียวได้หรือไม่ กฏของพระป่านั้นเคร่งมาก หละหลวมมิได้ครับ ไม่มีอาหารวันนั้นไม่ได้ฉันนะ มีเท่าไหร่ฉันเท่านั้น
    อย่าลืมนะครับ การบิณฑบาตเป็นวัตร ของสงฆ์ ผมเองยังได้แค่ 2 มื้ออยู่เลย ศีล5ไม่ให้ขาด
    ฝึกอยู่ที่บ้านก่อนได้ไม่ผิดอะไร แถมตัวกิเลสมีมากมายรอบๆด้านตัวเรา ท่านลองดูก่อนไม่เสียหายนะเริ่มจากที่บ้านนี่ล่ะ ทดลองจิตเราดูก่อน ในป่านั้นมารกิเลสที่จะทดลองใจท่านแรงกล้ามากนักนะ พระป่าบางองค์ทนไม่ได้ก็มีมาก สติเสียก็มี ยิ่งมืดสงัดความเงียบมาเยือนท่าน ท่านต้องรับมือทุกๆอย่างสติท่านต้องแข็งกล้าพอนะ นี่คือบางส่วนที่พระอาจารย์เคยเล่าให้ฟัง จากลูกศิษย์วัดป่าภูผ่าสูง
    อ้างอิงจาก
     
  6. Ricky

    Ricky เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    350
    ค่าพลัง:
    +682
    เอาทางสายกลางก้อพอครับ

    ถ้าทางสายกลางของคุณคือ ออกธุดงค์แล้วล่ะก็ คุณไม่ต้องไปกลัวเรื่องอาหารการกินนักหรอกนะครับ ขอให้คุณเจริญพรหมวิหารให้ตลอดเวลาด้วย แต่ถ้าคุณอยากไปแต่ว่ายังกังวลเรื่องความเป็นอยู่ คุณก้อลองตามพระผู้ใหญ่ไปก้อได้นิครับ ตามท่านไปอาศัยบารมีท่าน ในระหว่างทางท่านจะได้แนะนำอะไรอีกหลายๆอย่าง
     
  7. LungKO

    LungKO เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    590
    ค่าพลัง:
    +925
    ธุดงค์
    ธุดงค์ มาจากภาษาบาลีอ่านว่า ธุตะ (กำจัด) และ อังคะ (ขัดเกลา) รวมกันหมายถึง ข้อปฏิบัติเพื่อจำกัดกิเลส
    ธุดงค์ (ธุตังคะ) แปลว่า องค์คุณเป็นเครื่องกำจัดกิเลส องค์คุณของผู้กำจัดกิเลส หมายถึง เจตนาความตั้งใจขัดเกลากิเลส เจตจำนงความจงใจที่ทำให้ละกิเลสได้

    ธุดงควัตร
    มะนุสเสสุ จะ เทวาสุ สีละปัญญาณะโต ชะยัง แปล ว่า ความชนะของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ย่อมมีเพราะศีลและปัญญา ด้วยเหตุนี้ผู้ปฏิบัติธุดงค์ ย่อมเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความมักน้อยสันโดษ ขัดเกลากิเลสอยู่ในที่สงัดและมีปัญญา เห็นโทษของกิเลส ทำตัวให้เป็นผู้เลี้ยงง่าย ปรารภความเพียรอยู่เสมอ การปฏิบัติธุดงค์จึงต้องสมาทานก่อน เพื่อกำจัดความโลภเป็นปัจจุปัฏฐานคือเป็นผลปรากฏ และมีความมักน้อยเป็นปทัฏฐานคือเป็นเหตุใกล้ให้เกิด ธุดงค์เป็นวัตรปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ ไม่บังคับ แล้วแต่ผู้ใดจะสมัครใจปฏิบัติมี ๑๓ ประการ คือ

    ๑.ปังสุกูลิกังคธุดงค์ คือ การถือครองผ้าบังสุกุลเป็นปกติ
    ๒.เตจีวริกังคธุดงค์ คือ การใช้ผ้าไตรบังสุกุลเป็นปกติ
    ๓.ปิณฑปาติกังคธุดงค์ คือ การเที่ยวบิณฑบาตเป็นปกติ
    ๔.สปาทานจาริกังคธุดงค์ คือ เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับเรือนเป็นปกติ
    ๕.เอกาสนิกังคธุดงค์ คือ การฉันในที่นั่งอาสนะเดียวเป็นปกติ
    ๖.ปัตตปิณทิกังคธุดงค์ คือ ถือการฉันในบาตรเป็นปกติ
    ๗.ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ คือ ไม่รับภัตรที่มาภายหลังเป็นปกติ
    ๘.อารัญญิกังคธุดงค์ คือ การอยู่ในป่าเป็นปกติ
    ๙.รุกขมูลิกังคธุดงค์ คือ ถือการอยู่โคนไม้เป็นปกติ
    ๑๐.อัพโภกาสิกังคธุดงค์ คือ ถือการอยู่ในที่แจ้งเป็นปกติ
    ๑๑.โสสานิกังคธุดงค์ คือ เป็นการถือการอยู่ป่าช้าเป็นปกติ
    ๑๒.ยถาสันถติกังคธุดงค์ คือ การถืออยู่ในเสนาสนะที่มีผู้จัดแจงให้
    ๑๓.เนสัชชิกังคธุดงค์ คือ ถือการอยู่ในอิริยาบถ ๓ เว้นการนอนเป็นปกติ
     
  8. LungKO

    LungKO เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    590
    ค่าพลัง:
    +925

    ...... ที่เรียกว่า ถือ ธุดงควัตร นั้นแปลว่า ธรรมอันเป็นเหตุให้ไปหาความสงบ ไปหาความดี ไปหาความบริสุทธิ์ จึงเรียกว่า ธุดงค์ ทูตะ แปลว่า ทูต ทูตนำไปนั่นเอง

    คุณจิตศรัทธา2 ครับ กรุณาหาที่มาของคำแปลคำว่าธุดงค์ มาจากที่ใด ให้มั่นใจหน่อยนะครับ
    เพราะผมยังศึกษาไม่ถึง (เท่าที่เคยเรียนมา กระผมไม่เคยแปลอย่าง คำว่าทูตะ เลยครับ ขอบคุณครับ
     
  9. sakara

    sakara Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2006
    โพสต์:
    94
    ค่าพลัง:
    +80
    ขอบคุณทุกท่านมากครับ ว่าจะลองไปเป็นศิษย์วัดก่อนดีมั้ยเนี่ย (กลัวไปแล้วพ่อแม่จะดุเอา)

    กินมื้อเดียวจะลองดูครับ ผมเองก็มีความคิดอยู่แล้วว่า ยิ่งกินก็ยิ่งโลภ (7 มหาบาปของคริสต์ยังมีว่าไว้เลย) ตัวเองก็ยังรู้สึกได้ถึงพฤติกรรมการกินที่สิ้นเปลืองของโลก ที่กินเพื่อความอร่อย กินมากเกินความจำเป็น หลายๆ อย่างในโลกก็น่าเบื่อ ประกอบกันทำให้คนลุ่มหลง แม้จะมีความคิดอันนี้ แต่เผลอคลุกคลีแปปเดียวก็หลงอีกแล้ว เลยอยากจะตัดขาดซะ จะได้ลด ละ เลิกได้
     

แชร์หน้านี้

Loading...