ถึงลุงแมวค่ะ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปวีรัศม์ชา, 22 กรกฎาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    833
    ค่าพลัง:
    +1,305
    ลิ้งครับ ^^

    09 วิธีฝึกให้พบผู้รู้ พระอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย


     
  2. Sataniel

    Sataniel เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,209
    ค่าพลัง:
    +2,013
    ท่าทางคุณ "friend for long await" จะเหงานะฮับ ผมแนะนำโปรแกรมแชทได้นะฮับถ้าสนใจแต่ถ้าอยากจะถกธรรมก็ไป "ทำ" นะฮับ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน
     
  3. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,251
    ค่าพลัง:
    +8,986
    +++ เอาตรงเฉพาะ "อาการหนักอึ้ง" เท่านั้นนะ
    +++ ลอง "ทำรู้เฉย ๆ ให้ครอบคลุม อาการหนักอึ้ง"
    +++ จนกลายเป็น "หนักอึ้ง อยู่ภายใน ส่วน รู้เฉย ๆ อยู่ภายนอก"
    +++ หากลุงแมวทำได้เมื่อไร ก็จะ "รู้" ได้เองว่า "รู้เฉย ๆ เป็นอาการอย่างไร"

    +++ แต่ถ้าหาก "เป็นอาการหนักอึ้ง ด้วยตน" เมื่อไร
    +++ ก็จะ "รู้" ได้เองว่า "ตน นั่นแลที่ หนักอึ้ง"

    +++ แต่ต้องระวังด้วยนะว่า "ตน" นั้นแปรสภาพไปมาได้ตลอดเวลา
    +++ จึงทำให้มักจะ "หลงอาการ ตน" ที่แปรปรวนไปได้เสมอ

    +++ ตรงนี้แล คือ "อาการเพ่ง" ยิ่งเพ่ง ก็ ยิ่งแน่น เป็นธรรมดา
    +++ และอาการ "เพ่ง" นั่นแล... คืออาการของ ตน.... นะครับ
     
  4. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,251
    ค่าพลัง:
    +8,986
    +++ กดไม่ไปไหนเลย นะครับ
     
  5. คนไทบ้านๆ

    คนไทบ้านๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2018
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +267
    ถ้าส่วนตัว ก็ตามเห็นตามความเป็นจริงไปเรื่อย ไม่มีอะไร
     
  6. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ฟังตอนแรกฟังเหมือนจะเข้าท่า
    แต่พอฟังถึงช่วงกลางเข้าป่าไปโน้น
    ร่างกายก็ร่างกายเรา.จิตก็จิตเรา
    เราไม่ใช่ผู้รู้.คนอื่นคงเป็นผู้รู้แทนเรามั้ง
    สติก็สติเราไม่เอาสติเราแล้วไปเอาสติใครมารู้
    คนตายคนนอนหลับฝันโน้น.ถึงเรียกว่าไม่มีสติ
    คนที่ยังไม่ตาย.คนที่ไม่ได้นอนหลับฝัน
    ก็มีสติกันทุกคน.สอนมั่วเข้าป่ามิน่าถึงหลงทาง
    ก็แค่บอกว่าเราคือผู้รู้.แค่นี้ก็เข้าใจง่ายแล้ว
    จะอธิบายไห้มันยากทำไม.บอกอย่าไปหาธรรมะ
    ก่อนพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้.พระพุทธเจ้าก็ออกแสวงหาธรรมะมิใช่หรือ.หากไม่แสวงหาพระพุทธเจ้าจะออกบวชทำไม.
    สอนสวนทางกับพระพุทธเจ้า.
    ก็หลงทางดีดีนี่เองยังไม่รู้สึกตัว
    ไม่ไห้หาผู้รู้มันจะเห็นผู้รู้ได้ยังไง
    ผู้รู้ไม่ได้ไช้ตาดูเขาไช้ปัญญาดู
    มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ไช้ตาดู
    สอนแบบไม่มีทางออกก็เจอทางตันกันพอดี
    รู้เฉยๆแบบวัวรู้แบบคาวย.รู้แบบไม่มีปัญญา
    สติแบบรู้ซื่อๆรู้เฉยๆ.สติแบบนี้วัวคาวยก็มี
    ก็เห็นบอกเราอย่างนั้นเราอย่างนี้
    บอกไปเลยว่าเราคือผู้รู้ก็สิ้นเรื่อง
    บอกเราอยู่กับผู้รู้แสดงว่าผู้รู้ไม่ไช่เรา
    ก็หลงเข้าป่าอีกเช่นเดิม.สอนแบบนี้มีแต่ทางตัน
    ไม่มีทางออก.รู้ที่ไม่มีใครรู้ตัวมันได้.
    ก็เท่ากับไม่รู้นั่นเอง.ผู้รู้ไม่มีที่อยู่.
    ก็เลยไม่รู้ว่าผู้รู้อยู่ไหน.สอนแบบนี้.
    สอนยังไงก็ไม่มีคนเข้าใจ.เพราะไม่รู้ว่าผู้รู้อยู่ไหน.
    บอกผู้รู้ไม่มีตัว.แต่กลับบอกเจ้ากรรมนายเวร.
    ตามตัว.ยิ่งมั่วเข้าไปใหญ่.
    สรุป.สอนเข้ารกเข้าป่า.ยิ่งสอนยิ่งมืด.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 สิงหาคม 2019
  7. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    รู้ซ้ายรู้ขวา รู้ดีรู้ชั่ว รู้ถูกรู้ผิด รู้ชอบรู้ชัง รู้ทั้งสองฝ่าย ทั้งเทพและมาร แต่ไม่เข้าข้าง"รู้" ทั้งเทพและมาร เทพอยู่เทพ มารอยู่มาร เราอยู่เรา เราเดินจิต เดินทางสายกลาง หนทางเดินสะดวก(เอ๊กๆ)
     
  8. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    เรื่องมันยาววววนะคุณธรรมชาติ ผมว่าจะอุบไว้ไม่เล่าแล้วเชียว แต่ในที่สุดคงแพ้ใจตนเอง ในทำนองหมาชอบชูหาง ขอหนีไปตั้งหลักก่อนครับ เดี๋ยวมา
     
  9. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,611
    ค่าพลัง:
    +10,832
    555. คุณ FFLA แกหาคนคุยลำบาก
    เพราะแกเป็น genius.ฮับ
     
  10. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    สงสัยสิ่งที่ผมจะเล่าอาจไม่หนักอึ้งตามที่คุณธรรมชาติว่ามา แต่เป็นการทำความรู้สึกชัดตลอดหัวถึงฝ่าเท้า จนได้ความรู้สึกเหมือนวัตถุเม็ดเล็กๆติดแนบที่กระหม่อม ระหว่างที่ผมทำสมาธิเพื่อหวังเดินองค์ฌาณสมาบัต ปรากฎว่าความรู้ชัดที่ไม่รู้ว่ารู้ชัดเรื่องอะไร เกิดสลับกับสมาธิในองค์ฌาณ รู้ชัดๆๆๆๆ เข้ามาตลอดทำให้เข้าสมาธิในฌาณสุขไม่ได้ และความรู้ชัดที่ผมกล่าวมานั้น เป็นการรู้ชัดทั้งตัว เดินจากนอกเข้าใน แล้วเดินจากในออกนอก เดินสลับไปมาด้วยตัวของมันเองอยู่หลายรอบ และขณะจิตหนึ่งในความรู้ชัด ผมเห็นเงาลักษณะคล้ายพระพุทธรูป นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงและลึกเข้าไป ส่วนที่อยู่ต่ำกว่าคือองค์ภาวนาที่ผมกำลังทำอยู่ สรุปคือผมมองเห็นทั้งเงาพระพุทธรูป ทั้งองค์ภาวนาพร้อมกัน
     
  11. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    หยาบไปละเอียด...
    เอาเฉพาะเรื่องแน่นหน้าอกที่ผมเจอมาไม่กี่วันนะครับ มันแน่นยิ่งกว่าแน่น ทั้งเจ็บหน้าอก หัวใจตั้งอยู่บนหิน หินคล้ายเกาะ เกาะอยู่ตรงหัวใจ เกาะแตกสองเสี่ยง หัวใจโล่งๆ มีเสียงดังตึงกัมปนาทหนึ่งครั้ง หัวใจหมุนรอบตัวเองออกกระหม่อมขึ้นฟ้า เคยฟังเริ่องแบบนี้มั๊ยครับ ปฏิบัติจริงปฎิบัติทำ ทำๆๆ จะผิดจะถูกทำไว้ก่อนพึ่งตำราน้อยปฏิบัติมาก
     
  12. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    เล่าเพิ่มในส่วนที่ขาดหายไป เพิ่งนึกออก
    น่าจะเป็นช่วงก่อนเห็นเงาพระพุทธรูป คือจะมีภาพสไลด์ลักษณะเป็นภาพสี แต่ภาพไม่ชัดค่อยๆวิ่งมาทีละภาพ ๆๆๆๆ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ เสร็จแล้วภาพก็ผ่านหน้าผมไป ผ่านไปเรื่อยๆครับ
     
  13. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    [๓๖๖] อุปกิเลส ๑๘ เป็นไฉน ย่อมเกิดขึ้น ฯ
    เมื่อบุคคลใช้สติไปตามเบื้องต้น
    ท่ามกลางและที่สุดแห่งลมหายใจออก
    จิตถึงความฟุ้งซ่านในภายใน ย่อมเป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อบุคคลใช้สติไปตามเบื้องต้น
    ท่ามกลางและที่สุดแห่งลมหายใจเข้า
    จิตถึงความฟุ้งซ่านในภายนอก ย่อม
    เป็นอันตรายแก่สมาธิ

    ความปรารถนา ความพอใจลมหาย
    ใจออก การเที่ยวไปด้วยตัณหา
    เป็นอันตรายแก่สมาธิ

    ความปรารถนา ความพอใจลมหาย
    ใจเข้า การเที่ยวไปด้วยตัณหา เป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    ความหลงในการได้ลมหายใจเข้า
    แห่งบุคคลผู้ถูกลมหายใจออก
    เข้าครอบงำ ย่อมเป็นอันตรายแก่
    สมาธิ

    ความหลงในการได้ลมหายใจออก
    แห่งบุคคลผู้ถูกลมหายใจเข้า
    ครอบงำ ย่อมเป็นอันตรายแก่สมาธิ ฯ


    สติที่ไปตามลมหายใจออก ที่ไปตาม
    ลมหายใจเข้า ที่ฟุ้งซ่าน ในภายใน
    ที่ฟุ้งซ่านในภายนอก ความปรารถนา
    ลมหายใจออกและความปรารถนา
    ลมหายใจเข้า อุปกิเลส ๖ ประการนี้
    เป็นอันตรายแก่สมาธิอันสัมปยุต
    ด้วยอานาปาณสติ

    อุปกิเลสเหล่านั้น ถ้าจิตของบุคคลผู้
    หวั่นไหว ย่อมเป็นเครื่องไม่ให้ หลุด
    พ้นไป และเป็นเหตุไม่ให้รู้ชัดซึ่ง
    วิโมกข์ ให้ถึงความ เชื่อต่อผู้อื่น ฉะนี้แล ฯ


    [๓๖๗] เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงนิมิต
    จิตกวัดแกว่งอยู่ที่ลมหายใจออก นี้เป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงลมหายใจ
    ออก จิตกวัดแกว่งอยู่ที่นิมิต นี้เป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงนิมิตจิต
    กวัดแกว่งอยู่ที่ลมหายใจเข้า นี้เป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงลมหาย
    ใจเข้า จิตกวัดแกว่งอยู่ที่นิมิต นี้เป็น
    อันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงลมหาย
    ใจออก จิตกวัดแกว่งอยู่ที่ลมหายใจ
    เข้า นี้เป็นอันตรายแก่สมาธิ

    เมื่อพระโยคาวจรคำนึงถึงลมหาย
    ใจเข้า จิตแกว่งอยู่ที่ลมหายใจออก
    นี้เป็นอันตรายแก่สมาธิ ฯ


    เมื่อคำนึงถึงนิมิต ใจกวัดแกว่งอยู่
    ที่ลมหายใจออก เมื่อคำนึงถึงลม
    หายใจออก จิตกวัดแกว่งอยู่ที่นิมิต

    เมื่อคำนึงถึงนิมิต ใจกวัดแกว่งอยู่ที่
    ลมหายใจเข้า เมื่อคำนึงถึงลมหายใจ
    เข้า จิตกวัดแกว่งอยู่ที่นิมิต

    เมื่อคำนึงถึงลมหายใจออก ใจกวัด
    แกว่งอยู่ที่ลมหายใจเข้า เมื่อคำนึง
    ถึงลมหายใจเข้า จิตกวัดแกว่งอยู่ที่
    ลมหายใจออก

    อุปกิเลส ๖ ประการ นี้ เป็นอันตราย
    แก่สมาธิอันสัมปยุตด้วยอานาปาณสติ

    อุปกิเลสเหล่านั้น ถ้าจิตของบุคคลผู้
    หวั่นไหว ย่อมเป็น เครื่องไม่ให้หลุด
    พ้นไป และเป็นเหตุไม่ให้รู้ชัดซึ่งวิโมกข์
    ให้ถึงความเชื่อต่อผู้อื่น ฉะนี้แล ฯ


    จิตที่แล่นไปตามอตีตารมณ์ ตกไป
    ข้างฝ่ายฟุ้งซ่าน ย่อมเป็นอันตราย
    แก่สมาธิ

    จิตที่ปรารถนาอนาคตารมณ์
    ถึงความฟุ้งซ่าน ย่อมเป็นอันตรายแก่
    สมาธิ

    จิตที่หดหู่ ตกไปข้างฝ่ายเกียจ
    คร้าน ย่อมเป็นอันตรายแก่สมาธิ

    จิตที่ถือจัด ตกไปข้างฝ่ายฟุ้งซ่าน
    ย่อมเป็นอันตรายแก่สมาธิ

    จิตที่รู้เกินไป ตกไปข้างฝ่ายความ
    กำหนัด ย่อมเป็นอันตรายแก่สมาธิ

    จิตที่ไม่รู้ ตกไปข้างฝ่ายพยาบาท
    ย่อมเป็นอันตรายแก่สมาธิ ฯ


    [๓๖๘] จิตที่แล่นไปตามอตีตารมณ์
    ที่ปรารถนาอนาคตารมณ์ จิตที่หดหู่
    ที่ถือจัด ที่รู้เกินไป ที่ไม่รู้ ย่อมไม่ตั้งมั่น
    อุปกิเลส ๖ ประการนี้ เป็นอันตรายแก่
    สมาธิอันสัมปยุตด้วยอานาปาณสติ

    อุปกิเลสเหล่านั้นย่อมเป็นเหตุให้บุคคล
    ผู้มีความดำริเศร้าหมอง ไม่รู้ชัดซึ่งอธิจิต
    ฉะนี้แล ฯ



    [๓๖๙] เมื่อพระโยคาวจรใช้สติไป
    ตามเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด
    แห่งลมหายใจออก กายและจิตย่อม
    มีความปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน
    เพราะจิตถึงความฟุ้งซ่าน ณ ภายใน

    เมื่อพระโยคาวจรใช้สติไปตามเบื้อง
    ต้น ท่ามกลางและที่สุดแห่งลมหาย
    ใจเข้า กายและจิตย่อมมีความ
    ปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตถึงความฟุ้งซ่าน ณ ภาย
    นอก กายและจิตย่อมมีความ
    ปรารภหวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความปรารถนา

    เพราะความพอใจลมหายใจออก

    เพราะความเที่ยวไปด้วยตัณหา
    กายและจิตย่อมมีความปรารภ
    หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความปรารถนา เพราะความ
    พอใจลมหายใจเข้า เพราะความ
    เที่ยวไปด้วยตัณหา กายและจิต
    ย่อมมีความปรารถนา หวั่นไหว
    และดิ้นรน

    เพราะความที่พระโยคาวจรผู้ถูก
    ลมหายใจออกครอบงำ เป็นผู้หลง
    ใหลในการได้ลมหายใจเข้า
    กายและจิตย่อมมีความปรารภ
    หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่พระโยคาวจร
    ผู้ถูกลมหายใจเข้าครอบงำ เป็น
    ผู้หลงใหลในการได้ลมหายใจออก
    กายและจิตย่อมมีความปรารภ
    หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาว
    จรผู้คำนึงถึงนิมิต กวัดแกว่งอยู่
    ที่ลมหายใจออก กายและจิตย่อม
    มีความปรารภหวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาว
    จรผู้คำนึงถึงลมหายใจออกกวัด
    แกว่งอยู่ที่นิมิต กายและจิตย่อม
    มีความปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาวจร
    ผู้คำนึงถึงนิมิต กวัดแกว่งอยู่ที่ลม
    หายใจเข้า กายและจิตย่อมมีความ
    ปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาวจร
    ผู้คำนึงถึงลมหายใจเข้า กวัดแกว่ง
    อยู่ที่นิมิต กายและจิตย่อมมีความ
    ปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาว
    จรผู้คำนึงถึงลมหายใจออก กวัด
    แกว่งอยู่ที่ลมหายใจเข้า กายและ
    จิตย่อมมีความปรารภ หวั่นไหว
    และดิ้นรน

    เพราะความที่จิตของพระโยคาว
    จรผู้คำนึงถึงลมหายใจเข้า กวัด
    แกว่งอยู่ที่ลมหายใจออก กาย
    และจิตย่อมมีความปรารภ หวั่น
    ไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตแล่นไปตามอตีตารมณ์
    ตกไปข้างฝ่ายความฟุ้งซ่าน กาย
    และจิตย่อมมีความปรารภ หวั่น
    ไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตหวังถึงอนาคตารมณ์
    ถึงความกวัดแกว่งกายและจิต
    ย่อมมีความปรารภ หวั่นไหว
    และดิ้นรน

    เพราะจิตหดหู่ ตกไปข้างฝ่าย
    เกียจคร้าน กายและจิตย่อมมี
    ความปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตถือตัว ตกไปข้างฝ่าย
    อุทธัจจะ กายและจิตย่อมมีความ
    ปรารภ หวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตรู้เกินไป ตกไปข้างฝ่าย
    ความกำหนัด กายและจิตย่อมมี
    ความปรารภหวั่นไหวและดิ้นรน

    เพราะจิตไม่รู้ ตกไปข้างฝ่ายพยาบาท ฯ


    ผู้ใดไม่บำเพ็ญ ไม่เจริญอานาปาณสติ
    กายและจิตของผู้นั้นย่อมหวั่นไหว
    ดิ้นรน

    ผู้ใดบำเพ็ญ เจริญอานาปาณสติดี
    กายและจิตของผู้นั้น ย่อมไม่หวั่น
    ไหว ไม่ดิ้นรน ฉะนี้แล ฯ


    ก็และเมื่อพระโยคาวจร ผู้มีจิตหมด
    จดจากนิวรณ์เหล่านั้น เจริญ
    สมาธิอันสัมปยุตด้วยอานาปาณสติ
    มีวัตถุ ๑๖ ความที่จิตตั้งมั่นเป็นไป
    ชั่วขณะย่อมมีได้ อุปกิเลส ๑๘ เหล่า
    นี้ย่อมเกิดขึ้น ฯ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 สิงหาคม 2019
  14. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    อัดตา กถา

    จิกหกหู่ เปน คำโบราณ หมายถึง
    จิตรวม เปนอุเบกขา .... ชิงสุกก่อน
    ห่าม ....( อาการ แน่น แข็ง ตึง
    ที่จะ ตรงข้ามกับ กวัดแกว่ง )

    ก้จะตามด้วย ถือจัด ตบด้วยรู้เกิ้น!!

    ซึ่งจะตกข้าง กำหนัด!!

    พอ ผัสสะ รูป นิทาน ทางกามฯ
    สะกิดเบาๆ ก้ ทยานไปใน กิเลส
    แผ่สองสลึงในไม่ช้า แม้นจะ เพ่ง
    มาแรมปีๆ เหาะได้ก้ไม่รอด รถตู้
    หมอวัดความดัน ฯลฯ
     
  15. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    จิตหดหู่.
    เป็นอุเบกขา.
    ก็บรรลัยกันพอดี.
     
  16. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    คำว่า หวั่นไหว ดิ้นรน

    เปน อาการของ การสร้างภพ
    เพื่ออยู่ เพื่อเปน

    หรือ ภพนักปฏิบัติ เปนอาการ
    สำคัญว่า..ทำอย่างนี้แหละถูกทาง

    ซึ่งเปน การเสียสีล เสียจาคะ ไปปี
    มะโว้แล้ว
     
  17. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ตำราใด.
    เขียนว่า.
    จิตหดหู่.
    เป็นอุเบกขา.
    ตำรานั้น..
    เขียนผิด.
    จากคาวมเป็นจริง
     
  18. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    ถ้าเช้าใจ จะเหนได้ว่า ปฐมฌาณ
    พุทธต้อง ผ่านนิวรณ์ พื้นๆ รวมถึง
    อุปกิเลส18 เหล่านี้ ....จน สัมผัส
    ได้ใน

    ปฏิปทาวิสุทธิ

    แล้ว สมมติว่า ใช้ชีวิตตามปรกติ
    แล้วจิตมัน เคล้าคลอ ปฏิปทาวิสุทธิ
    โดยไร้เจตนา(อุปกิเลส18) ก้จะ
    อ๋อ

    ปฏิปทาวิสุทธิ เปน วิตก วิจาร .......

    สมาธิพุทธศาสนา ต้องมา พบ อานา
    ปานสติ...

    ถ้า ง๊อกๆ แง๊กๆ งุดโงๆ ....ย่อมตาย
    เปล่าวันยันค่ำ


    ** ปฐมฌาณพุทธ กามวิตก จะเกิด
    ไม่ได้เด็ดขาด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 สิงหาคม 2019
  19. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง


    จิกหกหู่ เปงคำโบราง ....


    พระศาสดา กล่าวไว้ " อัญเดียรถีย
    นอกศาสนา จะไม่สามารถ อธิบาย
    กาลใดควรเจริญ โพชฌงค์ใด เวลา....ฯ "

    จิกหกหู่ กะ จิกฝุซ่าปุ๊ป้าย
     
  20. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    จิตหดหู่.คือ.ลงต่ำ.
    จิตดีใจ.คือ.จิตขึ้งสูง.
    มันอุเบกขาตรงไหน.
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...