ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยะจริง ๆ ก็ชาตินี้ถวายพระไตรปิฎก....โดยหลวงพี่เล็ก

ในห้อง 'พระไตรปิฎก' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 3 มกราคม 2006.

  1. rinnn

    rinnn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    7,666
    ค่าพลัง:
    +24,000
    สำหรับความคิดของคุณลูกหนอนก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่จะขยายความให้คุณลูกหนอนได้เข้าใจง่ายๆขึ้น ก็คือ การถวายพระไตรปิฏกเนี่ยเปรียบเสมือนกับเป็นทางลัดทางหนึ่งค่ะ ที่ช่วยให้เรามีตัวปัญญาเกิดขึ้น จะทำอะไรก็เข้าใจง่ายขึ้น ความจำแม่นยำขึ้น ฉลาดขึ้น คนเราทุกคนสามารถเป็นอัจฉริยะได้ค่ะแต่ต้องอดทนทำกับสิ่งนั้นๆเป็นเวลานานๆแต่ก็ยากที่จะเป็นค่ะ แต่อานิสงฆ์จากการถวายพระไตรปิฏกเนี่ยจะช่วยให้เรามีปัญญา ทำอะไรก็จะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ยอมรับสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเราซึ่งตัวปัญญาก็เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่แล้วจากที่เราคิดว่ายากมันก็ง่ายขึ้นค่ะ เอาล่ะสรุปง่ายๆเลยนะคะจะได้เข้าใจง่ายดีค่ะ คือเป็นทางลัดทางหนึ่งที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายๆค่ะไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจนานๆค่ะ เพราะเรามีตัวสติปัญญาอยู่กับตัวเราแล้วค่ะเพราะเป็นอานิสงฆ์จากการถวายพระไตรปิฏก ซึ่งเป็นธรรมทานสูงสุดค่ะ ดังนั้นจึงทำให้เป็นอัจฉริยะได้ไงคะ
     
  2. REdSHirt

    REdSHirt เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    65
    ค่าพลัง:
    +381
    ขอให้ลูกหนอนช่วยบอกทางอัฉริยะแบบง่ายๆ ไม่จำกัดทางให้เราฟังบ้าง เราเองก้ออยากจะอัฉริยะ (แต่ถ้าเปนเรื่องที่ลูกหนอนรู้ได้เฉพาะตัว บอกหรือแบ่งคนอื่นไม่ได้ก้อไม่เปนไรน่ะ) ขอบใจจ้ะ
     
  3. anko

    anko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    972
    ค่าพลัง:
    +8,250
    นานาจิตตังค่ะ ทุกคนทำตามความเชื่อความคิดของตัวเอง ใครคิดแบบไหนเชื่อแบบไหนก็ทำแบบนั้น ในส่วนตัวแล้วคิดว่าที่พวกเราทำบุญนั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะต้องเป็นอัจฉริยะ (บางคนอาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นจุดหลัก แล้วอัจฉริยะในที่นี้ก็ไม่ได้เน้นถึงอัจฉริยะในทางโลก) แต่ที่พวกเราทำนั้นเพราะต้องการที่จะทำบุญทำนุบำรุงศาสนา เพื่อความพอใจและความสบายใจของพวกเรา

    ที่คุณลูกหนอนเป็นเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองแบบนั้นก็ดีแล้วค่ะ พวกเราไม่ได้บังคับให้คุณลูกหนอนต้องเชื่อหรือว่าต้องทำในแบบเรา พวกเราไม่ได้ตีวงแคบหรือจำกัดศาสนา และก็คิดว่าที่ทุกคนโพสหรือตอบกระทู้กันนั้นไม่มีใครใช้อารมณ์ทั้งนั้น เพราะทุกคนเพียงต้องการชี้แจงและอธิบายให้เห็นถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา และความเชื่อของทุกคนค่ะ
     
  4. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    ขอเรียนเชิญร่วมบุญถวายหนังสือพระไตรปิฎกจำนวน 45 เล่มพร้อมตู้ไม้สำหรับบรรจุ เพื่อถวายแก่วัดพระบาทอุดม ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

    [​IMG]

    http://www.palungjit.org/board/showthread.php?t=24837
     
  5. Seabiscuite

    Seabiscuite เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2004
    โพสต์:
    92
    ค่าพลัง:
    +361
    ความศรัทธาของคนย่อมไม่เท่ากัน หากเราไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ในศรัทธาของผู้อื่น ความคิดเห็นขัดแย้งกันก็มีส่วนดี ในแง่ที่ได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากตัวเอง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่ดีกว่าก็ได้ การรับฟังความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นตนเอง เวลาที่มีคนมาชี้แนะหรือให้คำสอนเนื่องจากมีประสบการณ์มาก่อนยิ่งประกอบไปด้วยเจตนาที่ดีแล้ว ควรจะรับไว้ แต่จะเลือกปฏิบัติตามหรือไม่ อยู่ที่เราใช้ปัญญาพิจารณาเอาเอง เป็นธรรมดาที่เรามีความเชื่อ ความคิดต่างกันออกไป แต่อย่างน้อย เราเคารพในศรัทธาของผู้อื่นก็ไม่เสียหายอะไร เหมือนเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างเลือกสิ่งที่ดี ที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง โดยต่างฝ่ายก็ไม่ผิดใจกันหากว่าสิ่งที่เราเลือกนั้นจะไม่เหมือนกัน เป็นความแตกต่าง ที่ตั้งอยู่บนมิตรภาพ และ สันติภาพ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นนามธรรมเป็นความเชื่อส่วนบุคคล มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ
     
  6. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    คุณ ลูกหนอน<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_179900", true); </SCRIPT> มาจากกลุ่ม IP ดียวกันกับ Stefa อาจจะอยู่ใกล้หรือคนเดียวกัน

    กระทู้นี้และหลายๆกระทู้ คุณ ลูกหนอน ยังเข้าใจไม่ถูกต้อง
    บางอย่างเข้าข่ายปรามาสพระรัตนไตร แต่ยังไม่ถือว่าสุดโต่ง เพราะว่าความไม่เข้าใจของเขา

    ถ้าเกิดว่าทางเว็ปลบข้อความที่เขาเขียน เขาก็กล่าวได้ว่าทางเว็ปปิดกั้นเขา ไม่ได้ให้โอกาสกับคนที่ยังไม่เข้าใจ
    ถ้าเกิดว่าลบข้อความที่เขาเขียนไป สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจธรรมเหมือนเดิม

    ใครจะรับอาสาอธิบายให้กับเขาเข้าใจในสิ่งที่ยังไม่เข้าใจได้ บ้าง ?
    ถ้าเกิดว่าทำให้เขากลับมาเข้าใจได้ ถือว่าเป็นบุญหนึ่ง "ธรรมทาน"
     
  7. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    การทำบุญก็เหมาะกับทั้ง 2 อย่าง
    ทั้งพระไตรปิฎกและสึนามิ ถือว่าเป็นการเกลื้อกูลกัน และมีผลของบุญต่างกันไป


    ถ้ายังไม่เชื่อเรื่องของผลบุญส่งผลไปชาติหน้า
    ลุกหนอนลองคิดแบบเฉพาะที่เห็นก็ได้ยังไม่ต้องไปคิดถึงชาติก่อนชาติหน้า

    การสร้างพระไตรปิฎกเป็นการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าและเก็บรักษาคำสอนไว้ให้ไม่สูญหาย
    คำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อคนศึกษาและปฏิบัติตามทำให้คน

    1. ละเว้นจากความชั่ว
    2. ทำความดี
    3. ทำใจให้ผ่องใสจากกิเลศ

    ศาสนาอื่นๆที่สืบสานรักษาและเผยแผ่คำภีร์ต่างๆของศาสดาไว้
    ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

    ถ้าไม่มีศาสนา โลกจะวุ่นวาย เช่น คนหนึ่งคิดค้นระเบิด สามารถทำลายล้างโลกได้ แล้วเขาไม่รู้ว่าอะไรดีชั่ว เขาก็เอาระเบิดมาฆ่าพวกเราตายหมดได้
    ตรงนี้เป็นเรื่องของศาสนาที่ช่วยมาขัดเกลาจิตใจสอนทำให้โลกสงบล่มเย็น

    --------------------

    ลองคิดเทียบดู
    ถ้าคนคิดค้น ตัวอักษรได้แล้วไม่มีการเก็บรักษา เช่นทำเป็นหนังสือรวบรวมและไม่มีการเผยแผ่ไม่มีโรงเรียนไม่มี มหาลัย ไม่มีครู
    เราก็อ่านหนังสือไม่ออก
    ลูกหนอนก็อ่านหนังสือไม่ออก พออ่านหนังสือไม่ออก การเรียนรู้การศึกษาในโลกกว้างก็จะทำได้ยาก ถ้าลูกหนอนเขียนอ่านไม่ได้ลูกหนอนก็ไม่มีวันนี้ทึ่มาอ่านเขียนในตรงนี้ได้

    พอเราอ่านเขียนออกได้ ทำให้เราติดต่อสื่สารกับโลกภายนอกได้ ทำให้เราเกิดปัญญาขึ้นกว่าตอนเราอ่านไม่ออก

    แนวคิดเช่นเดียวกับที่สร้างพระไตรปิฎก
     
  8. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    ลูกหนอนเขียนว่า
    -------------------------------------------------
    ลูกหนอนเขียนว่า
    ไม่ใช่......หนทางมีหลายทาง
    แต่ว่าทางไหนตรง, ถึงเร็วและดีที่สุด

    คุณอาจจะ คิดค้นอะไรใหม่ที่เป้นประโยชน์ต่อโลกแล้วก็เผยแผ่ออกไปทั่วโลก ผลของธรรมทานนี้ก็ส่งผลให้คุณเป็นอัฉริยะได้ในภพต่อไป
    แต่ทำได้ยาก

    หรืออาจจะพิพม์หนังสือแจกหรือสอนอะไรใคร ใช้เวลานานๆและจำนวณมากๆ ซึ่งผมไม่ทราบเหมือนกันว่าจะนานหรือมากขนาดไหน
    ถ้าผลของบุญมากไม่พออาจจะส่งผลให้เป็นคนมีปัญญาดี แต่ไม่ถึงกับอัฉริยะ

    ทานที่ให้ผลกับปัญญา คือ ธรรมทาน ซึ่งเป็นทานสูงสุด
    ธรรมทานก็มีเช่น การพิมพ์หนังสือเป็นทาน, ให้ความรู้เป็นทาน, ให้อภัยทาน
    ผลการให้ธรรมทาน คือ ทำให้คนอื่นและเรามีปัญญาดี

    สำหรับพระไตรปิฎกมีเนื้อหาเยอะมากๆ หลายหมื่นหน้า เป็นธรรมแห่งการหลุดพ้น รักษาเลยเผยแผ่ธรรมของพระพุทธเจ้า
    ให้ทานเป็นพระไตรปิฎก เท่ากับว่าให้ อภิมหาธรรมทาน เป็นธรรมทานอันมหาศาล
    ผลของทานอันมหาศาลนี้ ส่งผลให้เราเกิดเป็นอัฉริยะ

    พระพุทธเจ้าและพระสารีบุตรที่มีปัญญาเป็นเลิศ ล้วนแล้วก็เคยสร้างพระไตรปิฎกถวายมาแล้ว


    ---------
    ลูกหนอนยังไม่ได้ถือว่าอย่ในโลกที่กว้างมาก โลกเรายังยังไม่กว้างมาก
    โลกเราเมื่อเทียบกับสวรรค์ชั้นดาวดึงค์ เป้นเป็นเพียงมุมหนึ่งเล็กๆเท่านั้นเอง.
    มุมมองของพระพุทธเจ้า ท่านมองเห้นทั้ง 3 ภพ ทั่วจักรวาล แล้วท่านสามารถใช้ฌานย้อนมองโลกอดีตและอนาคตได้อีกด้วย แบบนั้นเรียกกว่ากว้างจริงๆ
    พระธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนเรามาเป็นพระธรรมจากคนที่มองโลกได้กว้าง
    ----------
     
  9. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้ คือ

    ๑. ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

    ๒. ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๓. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้มีศีล ๘ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๔. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานแก่ผู้มีศีล ๑๐ คือสามเณรในพุทธศาสนา แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๕. ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ
    พระด้วยกันก็มีคุณธรรมแตกต่างกัน จึงเป็นเนื้อนาบุญที่ต่างกัน บุคคลที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ตรัสเรียกว่าเป็น "พระ" แต่เป็นเพียงพระสมมุติเท่านั้น เรียกกันว่า "สมมุติสงฆ์" พระที่แท้จริงนั้น หมายถึงบุคคลที่บรรลุคุณธรรมตั้งแต่พระโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบันเป็นต้นไป ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวชหรือเป็นฆราวาสก็ตาม นับว่าเป็น "พระ" ทั้งสิ้น และพระด้วยกันก็มีคุณธรรมต่างกันหลายระดับชั้น จากน้อยไปหามากดังนี้คือ "พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธมเจ้า" และย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

    ๖. ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่ - พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ความจริงยังมีการแยกเป็นพระโสดาปัตติมรรคและพระโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อพอให้ได้ความเท่านั้น)

    ๗. ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๘. ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๙. ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๐. ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๑. ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๒. ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายสังฆทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๓. การถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า "การถวายวิหารทาน" แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม "วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน" อนึ่ง การสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนใประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น "โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสาน เมรุเผาศพ" ก็ได้บุญมากในทำนองเดียวกัน

    ๑๔. การถวายวิหารทานแม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง (๑๐๐ หลัง ) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ "ธรรมทาน" แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม "การให้ธรรมทานก็คือการเทศน์ การสอน
    ธรรมะแก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้รู้ได้ ที่รู้อยู่แล้วให้รู้ยิ่งๆขึ้น ให้ได้เข้าใจมรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึงการพิมพ์การแจกหนังสือธรรมะ"

    ๑๕. การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ "อภัยทาน" แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือ "การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู" ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ "ละโทสะกิเลส" และเป็นการเจริญ "เมตตาพรหมวิหารธรรม" อันเป็นพรหมวิหารข้อหนึ่งในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิดขึ้น อันพรหมวิหาร ๔ นั้น เป็นคุณธรรมที่เป็นองค์ธรรมของโยคีบุคคลที่บำเพ็ญฌานและวิปัสสนา ผู้ที่ทรงพรหมวิหาร ๔ ได้ย่อมเป็นผู้ทรงฌาน ซึ่งเมื่อเมตตาพรหมวิหารธรรมได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อใด ก็ย่อมละเสียได้ซึ่ง "พยาบาท" ผู้นั้นจึงจะสามารถให้อภัยทานได้ การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง อย่างไรก็ดี การให้อภัยทานแม้จะมากเพียงใด แม้จะชนะการให้ทานอื่น ๆ ทั้งมวล ผลบุญนั้นก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า "ฝ่ายศีล" เพราะเป็นการบำเพ็ญบารมีคนละขั้นต่างกัน

    โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
     
  10. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    อย่างที่เขียนมาข้างบน ก็ไม่ถึงกับว่าถ้าทำได้แบบนั้นจะต้องเป็นอัฉริยะ
    ก็เห็นมีหลายล้านคนทำแบบนั้นก็ไม่อัจฉริยะ
    ถึงเรียนเก่งที่สุดของห้องหรือได้เกียตนิยมอันดับ1 ก็ยังไม่ใช่อัฉริยะก็มีเยอะไป

    ---------------------
    ตรงนี้ผมก็เห็นด้วยกับลูกหนอนนะ นั่นคือกรรมปัจจุบัน แต่ยังไม่พอ ถ้ามีกรรมดีจากอดีตหนุนอยู่จะทำให้ง่ายขึ้น

    กรรมจากอดีต + กรรมปัจจุบัน

    ทางพุทธก็ก็คือ อิทธิบาท ๔ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม ๔ ประการที่เป็นเครื่องให้บรรลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ไว้นั้น

    --------------------------------------------------------------------
    กรรมจากอดีต + กรรมปัจจุบัน

    ลูกหนอน สังเกตุไหม
    บางคน ไป ร.ร. ตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ พอๆกับเรา
    แต่เค้าเก่งมาก เรียนรู้อะไรได้เร็วและเข้าใจง่ายและได้คะแนนดีกว่าเรามากเลย

    บางคนก็ขยันมากกกกกกกกกกกก แต่สู้คนที่อ่านนิดหน่อยขยันนิดหน่อย ไม่ได้

    เพราะว่า มีกรรมปัจจุบันที่เขากำลังทำและกรรมเก่าส่งผลเท่าให้เขามีปัญญาดีกว่าคนอื่นๆ

    --------------------
    พระพุทธเจ้าก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้าที่อัฉริยะ ก็มีกรรมดีเก่าหนุนหลังอยู่ + กรรมดีปัจจุบัน
    --------------------

    การสร้างหรือภวายพระไตรปิฏฏก็เป็นการสร้างกรรมดีปัจจุบันและเป็นกรรมดีเอาไว้หนุนชาติใหม่
     
  11. felies

    felies เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +1,370
    ตอบ ลูกหนอน

    ขออนุญาติเสนอความคิดเห็นนะครับ

    คุณลูกหนอนครับ การถวายพระไตรปิฎกทำไมถึงเป็นผลให้เกิดความอัจฉริยะ ?

    ในความคิดของผมและประสบการณ์ที่ได้เคยอ่านมานะ คือประมาณว่า พระไตรปิฎกเนี่ย เป็นการดีมากๆๆถ้าเราศึกษา และเป็นผลทำให้เราเป็นอัจฉริยะได้ แต่ลูกหนอนลองนึกดูซิว่า ถ้าเราช่วยให้คนอื่นได้ ศึกษาพระไตรปิฎกแบบเรา แล้วได้รู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แบบเราบ้าง มันจะทวีคูณแค่ไหน จริงป่าว ไม่ใค่ตนสองคนนะ แต่เป็นแบบ ไม่จำกัด infinite น่ะ ครับ ใครก็สามารถที่จะมาศึกษาพระไตรปิฎกที่เราถวายก็ได้ แล้วก็จะทำให้คนได้ รับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไปขัดเกลาจิตวิญญาน กันอย่างเต็มที่

    การให้ของต่างๆมันก็มีผลต่างๆกัน ลูกหนอนก็รู้ใช่ป่ะว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ ประเสิรฐที่สุด พาสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากห้วงทุกข์ และ เนื่องด้วยการให้คำสอนที่มีประโยชน์ต่อจิตวิญญานทั้งหลายเพื่อให้พ้นจากความทุกข์เนี่ย ผลที่สนองกลับมาสู่เรา ย่อมกระอักเลยล่ะครับ (กระอักในกุศล) ลองพิจารณาดูนะครับลูกหนอน ปลูกพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น แล้ว การกระทำยิ่งเรากระทำกับสิ่งที่บริสุทธฺเท่าไหร่ ผลย่อมสะท้อนกลับมาแรงยิ่งขึ้น

    พระไตรปิฎกนี้ เราถวายไป ใครจะมาศึกษาก็ได้ อาจจะมีพระอริยะ อาจจะมีผู้ทรงศีล อาจจะมีผู้ใฝ่รู้ และอีกมากมาย มาศึกษา ล้วนแต่เป็น ธรรมทานทั้งสิ้น

    ลองพิจารณาดูนะครับ

    ผิดถูกอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ
     
  12. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,785
    ลูกหนอนเมื่อไหร่จะเข้าดักแด้ซะทีนี่...
     
  13. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    ถ้าถกกันแบบนี้ก็คงอีกนานเลย
    เท่าที่อ่านมา ลูกหนอน<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_180426", true); </SCRIPT>
    ควรไปหากระทู้ต่างๆอ่านปูพื้นฐานเพื่อช่วยตัวเองไปก่อน เช่น เรื่องกฏแห่งกรรม เช่น ภพชาติและเรื่องของทานและพุทธศาสนาเบื้องต้น

    เช่น ในหมวดนี้

    พลังจิต-พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น
    สำหรับคนรุ่นใหม่ เด็ก-วัยรุ่นและ ผู้เพิ่งเริ่มเรียนรู้ เรื่องพลังจิต, เรื่องลึกลับและพุทธศาสนาทั่วไปแบบง่ายๆ

    กฏแห่งกรรม
    กฏแห่งกรรม ,บาป,บุญ,สวรรค์,นรก
    - เทียบอานิสงค์ ของการสร้างบุญบารมี ( ทาน, ศีล, ภาวนา )
    - พิมพวดี สื่อวิญญานบาป.....บุญ…คุณ…โทษ…ตายแล้วเกิด….คุณเชื่อหรือ ว่ามีจริง หรือไม่มี ([​IMG] 1 2 3 4)

    และอื่นๆ
     
  14. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    ผมยังยืนยันเหมือนเดิมคือไปปูพื้นซะ

    อ่านๆดู ตอนแรกๆผมคิดว่า คุณมีเจตนาที่บริสุทธิ์ อาจจะอยากรู้อะไรต่างๆ
    อ่านไปมาไม่ใช่
    คุณ ลูกหนอน<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_180504", true); </SCRIPT> เอาเป็นว่า ผมปล่อยแล้วนะ
    ผมไม่มาถกอะไรกับคุณแล้ว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
    บายๆ...........
     
  15. felies

    felies เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +1,370
    การเบี่ยงเบนคำสอนของพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นการปรามาสหรือเปล่า
    >> คิดว่าไม่ใช่การปรามาส เพราะปรามาสคือการให้ร้าย กล่าวตู่ แต่เป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างแน่นอนครับ


    โรงเรียนสมัยนี้นั้น สอนให้นักเรียนรู้จักการแสดงออก รุ้จักการแสดงความคิดเห็น ไม่ได้สอนให้เชื่อตามตำราทั้งหมด หรือว่าหลงเชื่อตามคนอื่น โดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดี >> ใช่ครับ ลูกหนอน เราก็ยังเป็นวัยเรียนเหมือนกัน ถูกต้องที่เราจะต้องไตร่ตรองให้ดีก่อน แต่เราจะต้องรับฟังผู้อื่นด้วย โรงเรียนเราสอนให้ฟังเสียงของผู้อื่นด้วย แล้วค่อยนำมาคิด วิเคราะห์ พร้อมทั้งพิจารณาอย่างเป็นกลางด้วยนะ ไม่ใช่หลงเชื่อตามเค้าไปหมด หรือว่า เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ เพราะ การคิดว่า "ข้าคิดอย่างนี้ ความคิดข้าว่ามันน่าจะเป็นอย่างนี้ " บางทีมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก เพราะคนที่เค้ารู้จริง มันมี ส่วนตัวเราเองนั้นแน่ใจขนาดไหนว่าเราถูกต้อง เราควรเชื่ออย่างฉลาดด้วย

    ลูกหนอนว่านะ ไม่ใช่ว่ามาเอาผลเป็นที่ตั้งแล้วค่อยทำเหตุ ทั้งๆที่เหตุยังกำลังดำเนินการอยู่ ยังไม่สำเร็จด้วยซ้ำไป
    >>> มันแปลว่า เรื่องนี้ เคยมีมาแล้วในอดีตไงลูกหนอน เคยเรียนวิทยาศาสตร์ป่ะ ผลการทดลองน่ะ ทำแบบนี้แล้วได้ผลแบบนี้ ด้วย อุปกรณ์ วัสดุ แบบเดียวกัน ผลมันย่อมออกมาเหมือนกัน

    งืมๆ มีอะไรคุยเป็นการส่วนตัวได้นะ เราก็ยังมือใหม่ เหมือนกัน
     
  16. Nar

    Nar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    4,155
    ค่าพลัง:
    +37,385
    ขอโมทนากับคุณ Websnow คุณได้ทำดีตามสภาพที่สมควรแล้ว
     
  17. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,785
    ...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 20 มกราคม 2006
  18. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    86
    ค่าพลัง:
    +62,030
    เนื่องจาก คุณ ลูกหนอน จงใจป่วนเว็ป ไม่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการเข้ามา
    โดยการโพส รูปลงในกระทู้แล้วไม่เขียนอะไรเลย ติดกัน 9 กระทู้
    กระทู้ธรรมมะและกระทู้บุญกุศลก็ไม่เว้น

    ใครทราบความหมาย ของตาพระพุทธรูปที่มองต่ำลงมา บ้าง ?
    เรื่องของ ฌานสมาบัติ, ผลสมาบัติ และ นิโรธสมาบัติ
    รายชื่อผู้ที่ปราถรถนาพุทธภูมิ(ในเว็บนี้)
    ร่วมบูรณะ 'พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน

    ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยะจริง ๆ ก็ชาตินี้ถวายพระไตรปิฎก....โดยหลวงพี่เล็ก
    เทียบอานิสงค์ ของการสร้างบุญบารมี ( ทาน, ศีล, ภาวนา )
    เชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วม สร้างพระไตรปิฏก Web Version ที่ดีที่สุดในโลก
    ศาสนาในยุควิทยาศาสตร์รุ่งเรือง
    ความมหัศจรรย์ ของ David Copperfield

    เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยการของ server โดยไม่เกิดอะไรเลย..และทำให้ทีมงานต้องตามลบ

    ดังนั้นจึงขอ แบน คุณลูกหนอนเป็นเวลา 6 เดือน
    ในระยะ6เดือน ห้ามสมัครใหม่และห้ามเข้ามีเขียนกระทู้ใดๆ..อ่านได้อย่างเดียว
    ถ้าทางเราทราบจะถูกแบนอีกทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่บอกก่อนล่วงหน้า
     
  19. littleweb

    littleweb เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    343
    ค่าพลัง:
    +1,352
    หวังว่า เวลา 6 เดือน คุนลูกหนอน จะได้ไปอ่าน ไปศึกษาอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้นะคะ เห้นควรกับพี่ชัยแล้ว คุนลูกหนอนไม่เห้นด้วยก็ยังไม่เท่าไร แต่มาป่วนเว็บนี้สิ ไม่ได้ประโยชน์เลย
     
  20. BOONCHAUY

    BOONCHAUY เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2005
    โพสต์:
    69
    ค่าพลัง:
    +344
    ทำบุญ ทำทาน เพื่อเป็นการฝึก เป็นการพัฒนาจิตใจ ให้ละ ลด เลิก ความตระหนี่ถี่เหนียว ทำให้จิตใจน้อมเข้าหา ความเมตตา กรุณา มากขึ้น ซึ่งผลส่งเสริมให้ผู้นั้นเข้าใกล้ ศีล สมาธิ ปัญญา มากขึ้น ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรก ย่างก้าว สู่ นิพพาน ซึ่งเป็น จุดมุ่งหมายของ ทุกๆดวงจิต
     

แชร์หน้านี้

Loading...