ถ้าเรานั่งสมาธินาน ๆ สามารถถอดจิตได้หรือไม่

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย คุณรัตนชัย, 8 กันยายน 2020.

  1. คุณรัตนชัย

    คุณรัตนชัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2020
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    สวัสดีครับ ผมอยากทราบว่า ถ้าเรานั่งสมาธินาน ๆ สามารถ ถอดจิต ออกไปข้างนอกได้หรือไม่ครับ
    เล่นไฮโลบนมือถือ
     
  2. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,227
    ค่าพลัง:
    +34,291
    ไม่เกี่ยวกับนั่งนาน
    มันอยู่ที่พื้นฐาน และ เทคนิคครับ
    รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เอื้อโดยบังเอิญ
    ไม่มีสิ่งที่ว่ามา นั่งทั้งชาติก็ไม่ได้ครับ
    ถ้ามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อโดยบังเอิญ
    ไม่ต้องนั่ง ไม่ต้องฝึกอะไรมาก็ทำได้
    แต่ว่า มันไม่มีประโยชน์ และนำไปใช้อะไรไม่ได้ครับ
    นอกจากติดนามธรรมและหลงตัวเองเล่นๆ
    หรือไม่ก็กลายเป็นวิตกจริต ทำให้ใจหดหูครับ

    ส่วนตัวไม่ได้คำว่า ถอดจิตนะครับ
    เพราะถ้า แยกตัวจิต กับ กายขาดจริงๆ ก็คือ ตายครับ

    เรื่องพวกนี้ ส่วนตัวเรียกอย่างนี้ ตามกิริยาของมันครับ
    มี ๒ แบบ
    ๑. ส่งตัวจิตออกไป จริงๆจิตไปได้ไปหรอกครับ
    ที่ไปคือตัววิญญานที่ออกจากตัวจิตไป พวกนี้แค่ตกใจ
    แค่รู้สึกตัวหน่อย ตัววิญญานก็กลับมาสู่กายแล้วครับ
    หลักสังเกตุคือ มันจะมีสภาพแวดล้อมที่เงียบๆ
    เวลาไปเห็น จะเหมือนเรามีตาเดียว
    ๒.ตัววิญญานอุปโลกน์กายนามธรรมขึ้นมาอีกกายหนึ่ง
    จะเป็นกายนามธรรมอะไรก็ได้ ตามแต่สภาวะจิตเราตอนนั้น
    ที่ทั่วไปชอบเรียกถอดกายทิพย์นั่นแระ
    มันจะมีเส้นสายใยวิญญานที่เชื่อมกับตัวจิตเราเอาไว้อยู่
    หลักสังเกตุ แค่เสียงลมพัด จะได้ยินเหมือนดังแบบหูแทบแตก

    ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นดาษสองคม ส่วนมากจะทำร้ายตัวเองมากกว่า
    จะใช้ในทางที่เป็นประโยชน์นะครับ

    ปล. เล่าสู่กันฟัง
     
  3. นางละเวง555

    นางละเวง555 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    37
    ค่าพลัง:
    +17
    รบกวนถามคุณนพค่ะ..ที่ผ่านมาหลายปีนี้รู้สึกถึงการค่อยหลุดออกไป..ทางหัวช่วงกลางคืนหลังบ้านเป็นทะเล..ไปลอยแ่ผ่หราอยู่กลางทะเลให้รู้ตื่นเต้นมากกับการออกไปแบบงงๆ..หลังจากนั้นอีกหลายครั้งก็ออกไปอีกทีนี้เป็นตอนกลางวัน.คือค่อยออกไปทางช่วงหัว..และสนุกสนานตื่นเต้นมาก..แต่ไม่ได้ไปไหนไกลเพราะกลัว..เคยเจอกลุ่มควันดำจนต้องอาราธนาพระพุทธเจ้าคุ้มครอง.และเริ่มรู้สึกเข็ดหลาบ..จนปัจจุบันนี้เมื่อวันเสาร์กับวันอังคารที่ผ่านมาก็ยังจะออกไปอีก..คือโดยรวมๆแล้วเริ่มรู้สึกรำคาญแล้วค่ะ..คือ..ออกไปแบบควบคุมไม่ได้..นึกอยากจะออกก็ออก..อยากกลับก็กลับซะงั้น..บางครั้งเคยฝืนเอาไว้..บอกตัวเองว่าไม่ไปๆๆๆๆ..ฉันจะไม่ออกไป..ลักษณะการออกคือการรู้สึกเคลิ้มจะหลับแหล่มิหลับแหล่แต่ความรู้สึกกลับตื่นขึ้นมา..และควบคุมมิได้ก็ออกไปตามใจชอบ..และไม่เคยนั่งสมาธิแล้วถอดออกไปได้เลย..จริงหรือไม่คะถ้าถอดกายตอนนั่งสมาธิทำให้กายเนื้อฟุบเสียการทรงตัวได้..ส่วนมากจะเคลิ้มและออกเองตอนใกล้หลับ..และเป็นอันตรายหรือไม่ค่ะที่เป็นแบบนี้บ่อยๆ..ถ้าจะพัฒนาเพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์เราจะทำได้ไหมค่ะ..รบกวนคุณนพโปรดเมตตาอบรมแนะนำสั่งสอนหน่อยคะ..เพราะการออกไปแต่ละครั้งช่างสะเปะสะปะสิ้นดี.ถ้าจะฝึกให้เป็นสาระใช้ประโยชน์จะทำได้ไหมค่ะ.รบกวนคุณนพด้วยค่ะ..คาใจมานานหลายปีแล้วแต่ไม่กล้าถามค่ะ..
     
  4. MUSAFA

    MUSAFA Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    118
    ค่าพลัง:
    +89
    ลองเพ่งสมาธิไปในวันเวลาหวยออกดูครับ เผื่อได้ผล ยังไงมาบอกๆกันด้วยนะ ^_^
     
  5. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,227
    ค่าพลัง:
    +34,291
    ไม่อันตรายอะไรหรอกนะ เกิดขึ้นได้ก็ดีแล้ว
    แต่ยังไม่มีประโยชน์ทางปฎิบัติเลยนะ
    แถมจะทำให้เสียเวลาในการพัฒนาทางจิตด้วยซ้ำ

    การออกทางศรีษะไปแบบทุลักทุเลแบบนั้นเป็นอาการปกตินะ เกิดขึ้นได้ในช่วงที่พอมีกำลังสมาธิ หรือนอนๆอยู่ก็เป็นได้ เหมือนมีก้อนลมหมุนๆทะลุออกศีรษะไป และจะไปไม่ได้ไกลหรอก ทั่วไปอยู่ไม่ไกลร่างกายเราหรอก นี่ก็ปกตินะ ( เพราะเก่งถอดกายระดับชาติก็ไปได้สูงสุดชั้นพรหม หมายถึง ไปเองไม่ได้ใช้วิชาพิเศษอะไรนะ )
    แต่ก็ยังไม่ประโยชน์นะ


    วิธีไปต่อ เราต้องมาเจริญสติให้มันต่อเนื่องจริงๆ
    เพื่อสร้างสะสมาธิสะสมาธิไว้เพื่อไปดับก้อนลมมัน
    ร่วมกับทำสมาธิบ่อยๆ เช่นระลึกลมหายใจ เอาแค่รู้สึกสงบ ครั้งละนาที สองนาทีระหว่างวัน การดับ
    คือดับ ก่อนจิตกลมๆ ก่อนที่มันจะพุ่งออกนอกศรีษะนั่นแระ การจะไประลึกดับอย่างเดียวกำลังจะไม่พอนะ

    พอเราพอมีกำลังสมาธิสะสมพอ มันจะค่อยๆย้อนลำดับทางจิตลงมา ตามลำดับดังนี้ นะ

    ๖ หกคะเมนตีลังกา อยู่แถวๆกาย
    ๕ ก้อนกลมๆ
    ๔ หมุนก่อนเป็นก้อนกลมๆ
    ๓ หมุนเหมือนปลายคลื่นพายุ ทอร์นาโด
    ๒ เป็นแท่ง ขึ้นมา ก่อนเป็นปลายคลื่นพายุ
    ๑ ขึ้นมาเป็นคล้ายกันหอย
    และ
    0 เป็นขึ้นมาเป็นแท่งตรงๆจากจิต


    ดับไปเรื่อยๆ จะถึง 0 ได้
    ตัวความคิดจะดีด ออกจากจิตทันที
    กายจะเบา ใจเราจะเบาเลย

    ก็จะมาเดินปัญญาได้ แบบที่จะไม่เป็นวิปัสสนึก

    จำเป็นต้องถึง 0 นะ
    ไม่งั้น แม้ดูเหมือนไม่ยึด แต่มันจะเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง เรียกว่ากิเลสธรรม คือ มันจะทำให้เราสนใจแต่เรื่องพิเศษ เรื่องนามธรรม เรื่องภพภูมิต่างๆ โดยไม่มาสนใจเจริญสติ และเดินปัญญาได้อย่างไม่รู้ตัวนะ

    ทริคนะ ตัวจิตมันจะออก ต้องห้ามไม่ให้มันออก
    ถ้ามันจะออก ตัวสติทางธรรม ต้องตามมันไปทันทุกที่ทุกเวลา

    ปล ถึงขั้น 0 ก่อนแล้ว เดินปัญญาไปก่อนซักพัก
    จนจิตมีความเข้าใจกิริยาทางนามธรรมต่างๆได้ดี และไม่ยึดติดภพภูมิ ยึดติดนามธรรม ได้ก่อน

    มาถึงแบบที่ว่าได้ ต่อไปไม่ว่าเราจะสนใจกรรมฐานอะไรก็ตาม มาฝึกมันจะง่ายสำหรับเราเอง

    จะไม่มีอาการขาดๆเกิ๊นๆ ฝึกอะไรก็ไม่ได้สำเร็จ
    ใช้งานไม่ได้ซักอย่าง
    ค่อยๆไปเป็นขั้นเป็นขั้นตอนนะ


    ปล ทางปฏิบัติกิริยาที่เจอมาถือว่าดีแล้วนะ
    แต่ถ้าจะไปต่อ ควรมาเน้นเรื่องสติ เดินปัญญาก่อนแบบที่ได้แนะนำไป ไม่งั้นจะเสียเวลาพัฒนาทางจิตเฉยๆเครเนาะ
     
  6. นางละเวง555

    นางละเวง555 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    37
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบคุณสำหรับคำตอบมากค่ะ.พี่นพ..สรุปต้องกลับมาเจริญสติคือ.รู้ตัวทั่วพร้อม.ในระหว่างวันใช่ไหมค่ะ.พัฒนาตัวนี้เลยนะค่ะ.และเคยมีความรู้สึกตอนครั้งแรกๆเลย(ครั้งเดียว)คือ.1ในขนะหลับมีเหมือนมีความหมุนอยู่กลางท้องเหมือนพายุแรงมากจนมึนหัว..และเหมือนมีใครถีบออกมาจากกาย.รู้สึกตกตุ๊บลงข้างเตียงและพุ่งขี้นผ่านหัวเตียงไปกลางทะเลและกลับมาเองและตกใจใจสั่นอยู่.2.เคยห้ามตัวเองไม่ให้ออก..และในที่สุดออกมาจนได้..ในขนะที่ออกมา(พุ่งอยู่)ได้ถามตัวเองออกมาทำไม..ออกมาเพื่อ..มะเขืออะไร..ก็กลับเลยไม่คิดมาก..รบกวนถามอีกข้อคะ.เมื่อเป็นแบบนี้กรรมฐานที่เหมาะควรแก่การเลือก..จริตที่เหมาะกับกรรมฐานแบบใดคะ.ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยให้รอบรู้ในธรรมและเข้าใจยิ่งขึ้นขอบคุณมากค่ะ.พี่นพ
     
  7. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,227
    ค่าพลัง:
    +34,291
    ขอเราจริตมาแนวอฐิษจิตนะ ซึ่งแนวนี้
    ซึ่งแนวนี้นะ เนื่องจากจะรับรู้ทางนามธรรมเยอะ
    เลยหลงตัวเองได้ง่าย กรรมฐานดูเหมือนเข้าถึงง่าย
    แต่ก็หลงสภาวะง่ายๆ เพราะว่า เข้าถึงได้ แต่ใช้งานไม่ได้ งงไหม..และ
    มักจะมาพร้อมสัมผัสภายในควบคู่กับสายตาพิเศษ
    บางคนจะมาพร้อมกับการสื่อสารทางนามธรรมด้วย คือ พูดง่ายๆว่า
    ๑.จะทำอะไรใช้การอฐิษฐานจิตเอา
    แต่จะทำได้คือ มันต้องผ่านการไปเล่นกับ
    ภาพนิมิตในกำลังสมาธิระดับสูงเพื่อสร้าง
    ให้จิตมีกำลังจิตให้ได้ก่อน....
    ๒.ภาพที่จะเห็นจะเป็นภาพที่เห็นในอากาศนะ
    ไม่ใช่คล้ายตาเห็น หรือ รู้สึกว่าเห็น หรือเห็นภายในกายนะ...
    ๓.และสายนี้ ทั่วๆไป มักจะประพฤติตนดีเป็นปกติ

    ซึ่งจะเป็นไปตามจริตเดิมได้ ทั้งข้อ ๑ และ ๒ และ ๓ นั้น
    สำคัญมากๆๆๆๆๆ ที่จะต้อง ผ่านขั้นตอนแบบที่พี่เล่าให้ฟังก่อน
    อย่าพึ่งรีบไปอ่าน ไปฟัง ไปดู ไปสนใจก่อนเป็นอันขาด
    เพราะบุคคลที่มาแนวสายนี้นะ ที่พี่เจอนะ
    ๑๐ คนนะ จะเจอคนหลงตัวเองประมาณ ๙ คน
    หลงตัวเอง แบบเก่งอยู่คนเดียว รับรู้อยู่คนเดียว
    คิดว่า ตัวเองเป็นพวกไม่ธรรมดาลงมาเกิด
    แถมนิสัยทางโลกลึกๆ แย่กว่าคนไม่ได้ปฏิบัติทั่วไปด้วย
    เรียกว่า นิสัยไม่ค่อยแมน แต่เวลาโม้ คุยโอ้อวด นี่ถนัด
    เวลาคุยเนี่ยจะเก่งมาก ถ้าเจอสาวๆนะ ๕๕
    พอให้ออกงานจริงๆทำไม่ได้ ข้ออ้างเยอะ

    คนที่ไม่หลงตัวเอง คือ เค้าค่อยๆเกิดมีโดยธรรมชาติ
    จากการ ลด ละ กิเลส แล้วถึงค่อยมาปรับ
    เทคนิคเวลาใช้งานทางจิตเอาเพียงเล็กๆน้อยๆ
    เอาไว้กรณีออกงานทางสังคม ตามวาระ....

    ปล. ถือว่าเล่าให้ฟังนะ
    ช้า แต่ชัว เอาเจริญสติ แยกรูปแยกนามให้ได้ก่อน
    เดินปัญญาไปซักพัก จนความเข้าใจทางนามธรรมเราดี
    แบบไม่ต้องไปถามใคร(ตรงนี้คืออะไร กิริยานี้คืออะไร ฯลฯ)

    แล้วค่อยมาฝึกถ้ายังสนใจ
    การเข้าถึงผลกรรมฐานมันจะง่าย มีโอกาศฝึกสำเร็จได้ ใช้งานได้จริง
    เสียเวลากับพื้นฐานสำคัญตรงนี้หน่อย ซักปีหนึ่ง ไม่เป็นไรหรอก
    อีกอย่าง อย่าลืมปรับระบบลมหายใจ เข้าออกด้วยนะ
    คือ หายใจเข้าจนท้องพอง หายใจออกจนท้องยุบ
    แต่ห้ามไปตามลมหายใจ เพราะจะแปีกที่ปฐมฌานทั้งชาติ
    แต่ให้ทำความรู้สึกรับรู้ว่า ลมหายใจเข้าและออกหยุดที่ปลาย
    จมูกพอ ตรงนี้ พยายามทำจนเป็นลมหายใจปกติในชีวิตประจำวันนะ



    ดีกว่าเหมือนไปได้เร็ว
    แต่ผ่านไปสิบยี่สิบปี กลับพบว่า
    การพัฒนาทางจิตกลับน้อย
    ทั้งเรื่อง การละกิเลส และความสามารถใช้งาน
    มันจะเสียเวลาเฉยๆ... เครเนาะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...